로그인บ้านตระกูลหลิวในตอนนี้ดูเงียบสงัด เหมือนกับกำลังซ่อนความลับบางอย่างที่ไม่อาจให้ใครได้ล่วงรู้ เหนือประตูไม้เก่าแก่ยังคงแขวนป้ายคำว่า
ตระกูลหลิว ที่เหมือนจะบอกเล่าเรื่องราวของตระกูลที่เคยรุ่งเรือง แต่ในวันนี้กลับเหลือเพียงความเงียบเหงาและฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายไปทั่ว
โหลวหรานที่เคยงดงาม กลับดูอ่อนแรงลงไปมาก ชิงอี้พยุงโหลวหรานนั่งลงบนแท่นนั่งไม้ที่เปื้อนฝุ่นผง ใบหน้างดงามหมองหม่นเต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดทั้งกายและใจ
"กุ้ยเฟยท่านไหวไหม ข้าจะตามท่านหมอสุ่ยให้ท่านดีไหมเจ้าคะ" ชิงอี้ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ก็เต็มไปด้วยความกังวล นางไม่อาจทนเห็นเจ้านายของตนทนทุกข์เช่นนี้ได้
โหลวหรานยกมือขึ้นสัมผัสท้องที่ยังคงปวดหน่วงๆ
"อย่าสนใจเลย ความเจ็บมันบรรเทาลงบ้างแล้ว" โหลวหรานตอบเสียงแหบพร่า นางพยายามฝืนยิ้มให้กับชิงอี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ แม้ว่าในใจจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว
“ฝ่าบาทใจร้ายยิ่งแล้ว” ชิงอี้บ่นงึมงำ
“เขาไม่รู้ว่าข้าตั้งครรภ์ จึงไม่ทันได้ระวัง” โหลวหรานพูดเบาๆ ปล่อยให้เสียงหายไปในลำคอแห้งผาก
“ฝ่าบาททำกับกุ้ยเฟยเกินไปแล้วเจ้าค่ะดีกับอีกคนจนออกนอกหน้ากุ้ยเฟยเองก็เป็นเฟย….เหตุใดจึงใจดำนัก”
“ช่างเขาเถอะข้ากับเขาเราไม่ได้รักกัน เขามีคนที่รักอยู่แล้ว ต่อไปข้ากับเขาไม่เกี่ยวกันแล้ว ในเมื่อข้าตอบตกลงที่จะหย่ากับเขารอแค่เพียงหนังสือหย่ามาถึง ข้าก็จะไม่ต้องกังวลอะไรอีก”
ยกมือขึ้นลูบไปที่หน้าท้องที่บัดนี้ปวดหน่วงๆ เบาๆ ดีกว่าก่อนหน้านั้นที่ปวดจนแทบขาดใจ
“กุ้ยเฟยท่านกินอะไรหน่อยดีไหมหรือจะให้ข้าตามท่านหมอสุ่ยเพื่อตรวจดูอาการขององค์ชายน้อยในครรภ์” โหลวหรานส่ายหน้าไปมา
“ลูกคนนี้ อาภัพนัก อย่างไรเขาจะต้องอยู่กับข้าในเมื่อข้าเองที่อยากให้เขาเกิดมาที่สุด ถึงจะไม่มี…ใครต้องการเขาก็ตาม เจ้าแค่เคี่ยวยาบำรุงครรภ์ให้ข้าก็พอดื่มยาบำรุงเสียหน่อยอาจจะดีขึ้น”
เสียงของโหลวหรานนั้นราบเรียบ ท่าทางของนางกลับแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอ
"เราต้องนอนที่บ้านหลิวแล้ว...ตอนนี้เรามีแค่ที่นี่ที่เดียว" โหลวหรานพูดต่อไป แม้ในใจจะรู้ดีว่าไม่มีที่ใดในโลกนี้ที่นางจะสามารถหลบหนีไปได้
"จะมืดแล้ว เจ้าปัดกวาดเสียหน่อยพอให้ได้ซุกตัว"ชิงอี้ยิ้มเศร้าๆ
วังหลวง
ไท่ซางหวงที่นอนบนแท่นนอนขยับได้แต่ริมฝีปากและดวงตากลับเปล่งเสียงดังลั่นห้อง
“ส่งคนรับนางกลับมา ข้าจะไม่ยอมทำผิดต่อหลิวโยวเยว่แน่นอน บุตรเขาคนเดียวยังปล่อยให้นางไปเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง ไปรับ หลิวโหลวหรานกลับมา” ไทเฮาถอนหายใจยาวถ่ายทอดบัญชาของไท่ซางหวงเสียงดังไม่แพ้กัน
“ส่งคนรับกุ้ยเ้ฟยหลิวโหลวหรานที่จวนตระกูลหลิว แล้วพานางมาพบข้า”
เช้าสดใส
"กุ้ยเฟย... กุ้ยเฟยเจ้าคะกุ้ยเฟย…….." เสียงชิงอี้ดังลั่นบ้านตระกูลหลิว นั่งร้องไห้คร่ำครวญด้วยความตกใจเมื่อเห็นเลือดสดๆ ไหลออกมาจากปากของโหลวหราน ร่างกายของโหลวหรานตอนนี้กลับซีดเซียวลงอย่างรวดเร็ว เหมือนวิญญาณกำลังจะหลุดลอยไปจากร่าง โหลวหรานหลับตาลงช้าๆ กล้ำกลืนความเจ็บปวด
“ข้ากำลังจะตายช่วยด้วยข้ายังไม่อยากตาย”
"ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วยอือออออออ" ชิงอี้ร้องสะอื้น ร่างบางของนางสั่นเทาด้วยความตกใจ นางไม่เคยเห็นเจ้านายของตนในสภาพเช่นนี้มาก่อน
"กุ้ยเฟยเจ้าขา รอข้าก่อน รอชิงอี้เจ้าค่ะ ข้าจะไปตามท่านหมอสุ่ยอย่าเพิ่งเป็นอะไรนะเจ้าคะ"
ชิงอี้รีบลุกขึ้นอย่างร้อนรน ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความวิตกกังวล วิ่งออกจากบ้านตระกูลหลิวไปยังตำหนักหมอยาของท่านหมอสุ่ยซื่อกวาน ที่เป็นที่รู้จักกันดีในวังหลวง
เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบภายในใจของชิงอี้กลับเต็มไปด้วยความกลัวที่นางไม่สามารถบรรยายออกมาได้
แต่ในขณะที่ชิงอี้วิ่งไปหาความช่วยเหลือ ความเงียบที่เข้าปกคลุมห้องกลับทำให้โหลวหรานค่อยๆ หายใจแรงขึ้น ใบหน้าของนางซีดเซียวกลับแดงระเรื่อกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง
"อื้ออออ... สบายจังเลย วุ้ย..." โหลวหรานพลันรู้สึกถึงความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน บนแท่นนอนที่เย็นเยียบ ขยับตาเหมือนหลับไปทั้งคืน
ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ พบว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวแตกต่างไปจากเดิม โลกที่เคยคุ้นชินกลับหายไปหมด กลายเป็นบางอย่างที่แปลกประหลาดและไม่สามารถเข้าใจได้
“อะเลือดๆๆๆๆๆๆ เลือดของใคร” ทำหน้างุนงง จอโปร่งใสปรากฎขึ้นตรงหน้า มีทั้งตัวเลขและข้อความมากมายบนนั้น จอกะพริบสองสามที โหลวหรานมองก่อนจะทำตาปริบๆ กำลังประมวลผลทั้งคนทั้งจอ
"ติ๊ดดดดดติ๊ดดดดดดด ขอต้อนรับสู่ระบบแก้แค้นเพื่อสะสมแต้มสำหรับเกิดใหม่..." เสียงนี้ดังขึ้นอย่างชัดเจนในหัวของโหลวหราน ได้ยินเสียงนั้นชัดเจนจนทำให้รู้สึกถึงความแปลกประหลาด
"ระบบอะไร..." โหลวหรานขมวดคิ้วและพยายามตั้งสติ แต่กลับไม่สามารถทำอะไรได้มาก ความรู้สึกหนักๆ ที่ค่อยๆ ทะลักเข้ามาในหัว ทำให้ปวดหัวมากขึ้น ภาพต่างๆ ไหลทะลักเหมือนกับภาพยนตืที่ฉายช้ำ เรื่องราวถูกจัดเรียง อย่างครบถ้วนไม่มีตกหล่น
“ทำไม มันเศร้าจัง”
"โอ้ยยยย ปวดหัว" โหลวหรานยกมือขึ้นกุมขมับพยายามตั้งสติแต่ภาพความทรงจำของโหลวหรานยังวนในหัว
ทันใดนั้นเสียงของชิงอี้ก็ดังขึ้นจากประตูห้อง
มังกรน้อยสีหยกยาวเพียงหนึ่งคืบ โผล่ออกมานั่งบนมวยผมของนาง หางเล็กๆ แกว่งไปมา เกล็ดสะท้อนแสงวิบวับ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์“เจ้าคะ นายหญิง” เสียงใสแจ๋วแต่พยายามทำให้ดูภูมิฐาน “ขอแสดงความยินดี ตอนนี้ท่านสามารถทะลุด่านแรกของการเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายในวังหลวงแล้วเจ้าค่ะ”โหลวหรานเลิกคิ้วเล็กน้อย มือเรียวยกขึ้นจับหางมังกรเบาๆ “เบาหน่อย หากผู้ใดเห็นเข้าคงคิดว่าข้าเสียสติ”มังกรน้อยรีบลดเสียงลง แต่ยังตื่นเต้นจนปีกเล็กๆ กระพือพรึ่บพับ“นี่คือรางวัลสำหรับการผ่านด่านแรก ตอนนี้ทีมของท่านเป็น ฝ่ายแบน เจ้าค่ะ”“ฝ่ายแบน” โหลวหรานเอียงศีรษะมังกรน้อยกางม้วนกระดาษลอยกลางอากาศ ภาพแผนผังคล้ายกระดานหมากปรากฏขึ้น มีชื่อสนม ขุนนาง ขันที เรียงรายราวตัวหมาก“ถึงตาท่านแบนแล้ว ในช่วงต้นของการจัดทัพ หรือที่เรียกว่า Draft Pick ท่านมีสิทธิ์เลือก… ห้ามใช้… บุคคลบางคนได้ชั่วคราวหรือเลือกแบนใครสักคนที่อยากจะแบน”ดวงตามังกรเป็นประกายซุกซน วาววับ“ห้ามฝ่ายตรงข้ามใช้ฮีโร่ตัวเก่งเกินไป… หรือใช้ตัวแก้ทางทีมของท่าน และ…” มันกระแอมเบาๆ “รวมถึงคนในฝ่ายท่านที่อาจทรยศหรืออ่อนด๋อยเกินไปด้วยเจ้าค่ะ”โหลวหรานหัวเราะหึ
ม้าขาวกระทืบเท้าเป็นจังหวะ เกี้ยวเคลื่อนตัวอย่างสง่างาม หีบทองคำไม่ได้สั่นไหวตามแรงล้อรถเหลียนซูเดินข้างเกี้ยว อวิ๋นเช่อและหานอี้ยืนประจำตำแหน่งดุจเงาโหลวหรานเอนกายพิงเบาะในเกี้ยว มือเรียวลูบแหวนหยกที่นิ้วชี้“วังหลวง…ข้ากลับมาแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ จะไม่มีน้ำตาอีกแล้ว” นางพึมพำเบาๆหน้าประตูวังหลวงคึกคักผิดปกติเสียงล้อรถม้า เสียงม้าขาวกระทืบพื้นหิน และเสียงเหรียญเงินกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งตลอดเส้นทาง ทำให้ชาวบ้านสองข้างทางแตกฮือ วิ่งตามขบวนเกี้ยวสีแดงเพลิงอย่างตื่นตา“โปรยอีกแล้ว กุ้ยเฟยโปรยเงินอีกแล้ว เร็วพวกเราไปรับเมตตาจากกุ้ยเฟย”“ใครก้มเก็บเงินนั่นเท่ากับคือคนของกุ้ยเฟยโหลวหราน” เหลียนซูเปล่งเสียงตลอดทางชาวบ้านต่างแซ่ซ้องเด็กน้อยหัวเราะ ผู้เฒ่าก้มเก็บเหรียญด้วยมือสั่นๆ เสียงสรรเสริญดังระงมไปทั่วถนนหลวงเกี้ยวแปดคนหามเคลื่อนตัวอย่างสง่างาม ม้าขาวแปดตัวยืนตระหง่านราวภาพในตำนาน ด้านหลังคือขบวนหีบทองคำที่ส่องประกายต้องแสงแดดเมื่อมาถึงหน้าประตูใหญ่ของวังหลวง ทหารยามหน้าประตูยกทวนในมือขวาขวางไว้พร้อมกัน เสียงเหล็กกระทบกันดังฉับ“หยุดก่อน”หัวหน้าทหารก้าวออกมา สีหน้าเคร่งขรึม“แสดงตราป
กาลเวลาสามวันผ่านไปไวราวโกหก ความเจ็บปวดในกายยังหลงเหลือเป็นเงาบางๆ แต่แววตาของโหลวหรานกลับไม่ใช่หญิงอ่อนแอผู้นั้นอีกต่อไป ร่างผอมบางใบหน้าซีดขาวเพราะเสียเลือด หมอสุ่ยจัดเทียบยาไม่หยุดหย่อนยามเช้าแสงแดดลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่า นางนอนบิดขี้เกียจอยู่บนแท่นไม้ ทอดสายตามองเพดานที่มีรอยแตกร้าว คล้ายกำลังคำนวณบางอย่างในใจมุมปากยกขึ้นช้าๆ“ระบบ…” เสียงนางเอื่อยเฉื่อยแต่แฝงประกายคม “หลายวันมานี้ข้ามานอนคิดดูแล้วนะอยากเปิดตัวให้เว่อร์วังในวังหลวง เจ้าคิดว่าข้าควรกลับเข้าไปแบบใด ถึงจะตบหน้าคนทั้งวังให้เจ็บแสบที่สุด”เสียงใสเย็นของระบบดังขึ้นในห้วงจิต“เจ็บแสบหรือเจ้าคะ” ระบบทำท่าครุ่นคิด“ข้าอยากมีเงินเยอะๆ เอาไว้ฟาดหัวคนพวกนั้น เจ้ามีให้หรือไม่”ระบบตอบทันควัน“ยืนยันระบบแลกเปลี่ยน ท่านเคยเป็นคุณหนูผู้มั่งคั่งในโลกเดิม ทรัพย์สินสามารถแปลงค่าเป็นทองคำแท่ง เงิน และอัญมณีในโลกนี้ได้ทันที ต้องการเปิดใช้งานหรือไม่ หากท่านเปิดใช้งานในครั้งแรกเราจะยกเลิกค่าธรรมเนียมแรกเข้า”ดวงตาโหลวหรานเป็นประกายราวดาวต้องแสง ก็ที่นั่นโหลวหรานคือคุณหนูผู้ร่ำรวยและเอาแต่ใจ นอนอยู่ดีมาอยู่นี่ได้อย่างไรก่อน“เอาๆๆ
"กุ้ยเฟยเจ้าขาท่านหมอมาแล้วเจ้าค่ะ" ชิงอี้ที่ดึงมือของท่านหมอหนุ่มสุ่ยซือกวานเข้ามาในห้อง แต่เมื่อเห็นโหลวหรานในสภาพนั้น ท่านหมอซื่อกวานกลับขมวดคิ้วมองโหลวหรานที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ซือกวานรีบนี่งลงจับชีพจรที่มือ“เกิดอะไรขึ้น”ปากของโหลวหรานซีดเซียว ในขณะเดียวกันร่างของโหลวหรานก็เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง สติของนางค่อยๆ เริ่มคืนกลับ“กุ้ยเฟยเจ้าขาเป็นอย่างไรบ้างเจ้าค่ะ ฮืออออดีจังกุ้ยเฟยท่านฟื้นแล้ว"ข้า... ข้าอยู่ที่ไหน..." โหลวหรานพูดออกมาเบาๆ น้ำเสียงแหบพร่าเสียงของระบบดังก้องขึ้นในหัวของโหลวหรานเหมือนเสียงที่มาจากที่ไกลๆ แต่กลับชัดเจนในทุกคำที่พูด:"ท่านตายแล้ว และตอนนี้ท่านมีโอกาสที่จะกลับไปยังร่างเดิมของท่านเพียงแค่ รับข้อเสนอสุดพิเศษ... หยุดเวลาสามครั้ง... หายตัวสองครั้ง... และสามารถบงการผู้อื่นได้หนึ่งครั้ง… และสะสมแต้มเพื่อแลกของพีเมียมต่างๆ สำหรับใช้ในการแก้แค้นหาแก้แค้นสำเร็จท่านจะมีโอกาสกลับไปเกิดใหม่หรือกลับไปเข้าร่างเดิมของท่าน"เสียงนั้นหยุดลงชั่วครู่ ก่อนที่เสียงอันทรงพลังนั้นจะตามมาอีกครั้ง"ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าท่านผู้ใช้จะใช้สิ่งเหล่านี้ให้คุ้มค่าหรือไม่..เก
บ้านตระกูลหลิวในตอนนี้ดูเงียบสงัด เหมือนกับกำลังซ่อนความลับบางอย่างที่ไม่อาจให้ใครได้ล่วงรู้ เหนือประตูไม้เก่าแก่ยังคงแขวนป้ายคำว่า ตระกูลหลิว ที่เหมือนจะบอกเล่าเรื่องราวของตระกูลที่เคยรุ่งเรือง แต่ในวันนี้กลับเหลือเพียงความเงียบเหงาและฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายไปทั่วโหลวหรานที่เคยงดงาม กลับดูอ่อนแรงลงไปมาก ชิงอี้พยุงโหลวหรานนั่งลงบนแท่นนั่งไม้ที่เปื้อนฝุ่นผง ใบหน้างดงามหมองหม่นเต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดทั้งกายและใจ"กุ้ยเฟยท่านไหวไหม ข้าจะตามท่านหมอสุ่ยให้ท่านดีไหมเจ้าคะ" ชิงอี้ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ก็เต็มไปด้วยความกังวล นางไม่อาจทนเห็นเจ้านายของตนทนทุกข์เช่นนี้ได้โหลวหรานยกมือขึ้นสัมผัสท้องที่ยังคงปวดหน่วงๆ "อย่าสนใจเลย ความเจ็บมันบรรเทาลงบ้างแล้ว" โหลวหรานตอบเสียงแหบพร่า นางพยายามฝืนยิ้มให้กับชิงอี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ แม้ว่าในใจจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว“ฝ่าบาทใจร้ายยิ่งแล้ว” ชิงอี้บ่นงึมงำ“เขาไม่รู้ว่าข้าตั้งครรภ์ จึงไม่ทันได้ระวัง” โหลวหรานพูดเบาๆ ปล่อยให้เสียงหายไปในลำคอแห้งผาก“ฝ่าบาททำกับกุ้ยเฟยเกินไปแล้วเจ้าค่ะดีกับอีกคนจนออกนอกหน้ากุ้ยเฟยเองก็เป็นเฟย….เหตุใดจึ
เช้าสดใส…แต่สำหรับโหลวหรานแล้วมันไม่ใช่เลยนางเก็บของใช้จำเป็นเพียงไม่กี่ชิ้น ใส่ห่อผ้าซึ่งมีเพียงเสื้อผ้าบางๆ และของกำนัลจากไทเฮาและไท่ซางหวงในวันวิวาห์ ตลอดสองปีมานี้ไม่เคยมีสิ่งใดที่หยางหวางเคยประทานให้ ทุกครั้งที่นางคิดถึงชื่อของเขา ความเจ็บปวดก็แผ่ซ่านไปทั่ว เหมือนกับที่นางเดินมาจนถึงจุดนี้ ไม่เคยได้รับการเลือก หรือได้รับการมองเห็นจากเขาแม้แต่น้อยชิงอี้มารับห่อผ้าอีกอันที่มีห่อยาบำรุงครรภ์ที่หมอหลวงส่งมาด้วยความห่วงใย หวังว่าครรภ์ของกุ้ยเฟยจะแข็งแรง“ไปกันเถอะ” เสียงของโหลวหรานเบาหวิว และด้วยความที่ใจกำลังรวบรวมความกล้า เดินออกไปจากตำหนักที่เคยเป็นบ้านของตนและออกเดินทางไปยังจุดที่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นเสียงฝีเท้าของชิงอี้ดังขึ้นข้างหลัง พร้อมกับห่อผ้าที่นำติดไป แม้ว่าทุกอย่างจะเรียบง่าย แต่มันกลับหนักหน่วงเกินไปสำหรับโหลวหราน เพราะนางรู้ว่า การเดินจากไปในวันนี้ คงไม่มีทางย้อนกลับมาอีกทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนที่จะเห็นตัว "ฮองเฮาระวังเพคะ ทรงอ่อนเพลียเพียงนี้ เมื่อคืนปรนนิบัติฝ่าบาททั้งคืนยังจะมาอีกทำไมไม่จำเป็นต้อง เอาใจใครเสียหน่อยฮองเฮาบัดนี้เป็นฮองเฮาแล้วนะเพคะ" น




![ตำนานรักแผ่นดินกงซุน [NC25+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


