เข้าสู่ระบบมังกรน้อยสีหยกยาวเพียงหนึ่งคืบ โผล่ออกมานั่งบนมวยผมของนาง หางเล็กๆ แกว่งไปมา เกล็ดสะท้อนแสงวิบวับ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์
“เจ้าคะ นายหญิง” เสียงใสแจ๋วแต่พยายามทำให้ดูภูมิฐาน
“ขอแสดงความยินดี ตอนนี้ท่านสามารถทะลุด่านแรกของการเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายในวังหลวงแล้วเจ้าค่ะ”
โหลวหรานเลิกคิ้วเล็กน้อย มือเรียวยกขึ้นจับหางมังกรเบาๆ
“เบาหน่อย หากผู้ใดเห็นเข้าคงคิดว่าข้าเสียสติ”
มังกรน้อยรีบลดเสียงลง แต่ยังตื่นเต้นจนปีกเล็กๆ กระพือพรึ่บพับ
“นี่คือรางวัลสำหรับการผ่านด่านแรก ตอนนี้ทีมของท่านเป็น ฝ่ายแบน เจ้าค่ะ”
“ฝ่ายแบน” โหลวหรานเอียงศีรษะ
มังกรน้อยกางม้วนกระดาษลอยกลางอากาศ ภาพแผนผังคล้ายกระดานหมากปรากฏขึ้น มีชื่อสนม ขุนนาง ขันที เรียงรายราวตัวหมาก
“ถึงตาท่านแบนแล้ว ในช่วงต้นของการจัดทัพ หรือที่เรียกว่า Draft Pick ท่านมีสิทธิ์เลือก… ห้ามใช้… บุคคลบางคนได้ชั่วคราวหรือเลือกแบนใครสักคนที่อยากจะแบน”
ดวงตามังกรเป็นประกายซุกซน วาววับ
“ห้ามฝ่ายตรงข้ามใช้ฮีโร่ตัวเก่งเกินไป… หรือใช้ตัวแก้ทางทีมของท่าน และ…” มันกระแอมเบาๆ
“รวมถึงคนในฝ่ายท่านที่อาจทรยศหรืออ่อนด๋อยเกินไปด้วยเจ้าค่ะ”
โหลวหรานหัวเราะหึเบาๆ
“พูดให้เข้าใจง่าย”
มังกรน้อยดีดนิ้วปุ๊ก ภาพเปลี่ยนเป็นรายชื่อบุคคลสามชื่อเรืองแสงสีแดง
“ตัวอย่างเช่น สนมเอกผู้โปรดปราน หากถูก แบน นางจะถูกเรียกไปปฏิบัติศาสนกิจนอกวังสามวัน หรือหัวหน้าขันทีจอมวางแผน หากถูกแบน จะถูกส่งไปตรวจคลังหลวง ไม่สามารถโผล่มาให้ท่านเห็นได้ชั่วคราว”
เจ้ามังกรน้อย ยืดอกเล็กๆ อย่างภูมิใจ
“นี่คือสิทธิ์ของทีมฝั่งน้ำเงิน หรือฝ่ายที่ได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ในช่วงต้นเกมเจ้าค่ะ และตอนนี้… ท่านคือฝ่ายนั้นตาคุณแบนแล้ว”
โหลวหรานหรี่ตา มองรายชื่อเรืองแสงอย่างพิจารณา
“ใช้ได้กี่คน”
“สามชื่อในด่านนี้เจ้าค่ะ และมีระยะเวลาจำกัด หากใช้ถูกจังหวะ จะทำให้กระดานทั้งกระดานเอนเอียง”
เหลียนซูที่เดินข้างเกี้ยวไม่เห็นสิ่งใด แต่รู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวนายหญิงเปลี่ยนไปอย่างประหลาด
ภายในเกี้ยว โหลวหรานใช้นิ้วแตะอากาศเบาๆ รายชื่อหนึ่งดับวูบลง
“แบนหัวหน้าขันทีฝ่ายใน กงจือ…ก่อน คนคนนี้ชอบส่งข่าวถึงฝ่าบาทเร็วเกินไป”
มังกรน้อยตบปีกอย่างชื่นชม
“เฉียบคมเจ้าค่ะ ตัดสายตาและหูของฝ่ายตรงข้ามในคราวเดียว”
โหลวหรานแตะชื่อที่สอง
“หัวหน้าห้องเครื่อง นางเก่งเรื่องข่าวลือ นางที่วันๆ ที่เอาแต่สอดแนมหาเรื่องนินทาผู้คนมากมายให้ไปสวดมนต์เสียสามวัน”
ชื่อที่สองมอดดับ
“ยอดเยี่ยม” มังกรหมุนตัวกลางอากาศ
“ตอนนี้กระดานโล่งขึ้น 37%แล้วเจ้าค่ะ”
โหลวหรานยิ้มมุมปาก
“ส่วนชื่อสุดท้าย… ข้าขอเก็บไว้ก่อน ไพ่ที่ดีต้องใช้ตอนศัตรูคิดว่าตนกำลังชนะ”
มังกรน้อยทำตาเป็นประกาย
“นายหญิงฉลาดที่สุดในสามภพ”
โหลวหรานดีดหน้าผากมันเบาๆ
“อย่าประจบ”
เกี้ยวเคลื่อนผ่านสวนดอกไม้ชั้นใน เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นเมื่อข่าวการกลับมาของโหลวหรานแพร่กระจาย
มังกรน้อยกระซิบข้างหู
“เกมเพิ่งเริ่ม ด่านต่อไปคือการเลือกฮีโร่เข้าสู่ทีมของท่าน พันธมิตร ขุนนาง และพระทัยของฮ่องเต้”
โหลวหรานหลับตาลงชั่วครู่
“ฝ่าบาทคือฝ่ายเดียวกับข้าหรือ”
“คนคนนี้อาจอยู่หรือไม่อยู่ก็ได้เจ้าค่ะแล้วแต่ว่า เวลานั้นนายหญิงท่านดำเนินแผนการแบบไหน แต่ในเกมนี้แบนฝ่าบาทไม่ได้”
“แย่จังแต่ช่างเถอะ ในเมื่อข้าเป็นฝ่ายแบน…”
ดวงตานางเปิดขึ้นอีกครั้ง คมดั่งกระบี่ชักจากฝัก
“ก็ต้องเล่นให้คู่ต่อสู้ไม่มีตัวให้หยิบ”
มังกรน้อยหัวเราะคิกคัก พลางขดตัวนั่งบนมวยผมของนางอย่างภาคภูมิ
กระดานหมากในวังหลวง กำลังสนุกเริ่มถูกจัดวางใหม่อีกครั้ง.
เกี้ยวของโหลวหรานหยุดลงหน้าตำหนักพักชั่วคราว มังกรน้อยสีหยกขดตัวอยู่ข้างหู นัยน์ตากลมโตสะท้อนแสงเจ้าเล่ห์
“นายหญิง ด่านต่อไปเริ่มแล้วเจ้าค่ะ ท่านยังมีสิทธิ์แบนอีกหนึ่งชื่อ”
โหลวหรานยกปลายนิ้วเรียวขึ้น ลูบแหวนหยกช้าๆ แววตาไม่ไหวติง
“ข้าเลือก… แบนไทเฮา”
มังกรน้อยอ้าปากค้าง ปีกเล็กๆ สั่นพึ่บ
“ไทเฮาเลยหรือเจ้าคะ นั่นคือบอสใหญ่ของหมากกระดานวังหลวงเลยนะเจ้าคะ”
โหลวหรานยิ้มบาง ราวกลีบเหมยแรกผลิกลางหิมะ
“ก็เพราะเป็นบอสใหญ่ จึงต้องเก็บไว้เป็นไพ่ใบสุดท้าย”
นางเอนหลังพิงเบาะ เสียงเรียบนุ่มแต่คมกริบ
“วันนี้ข้ากลับมาอย่างยิ่งใหญ่ หากรีบไปคำนับไทเฮาทันที คนทั้งวังจะคิดว่าข้ายังต้องพึ่งพระบารมีนาง”
ม่านตานางทอดต่ำลงเล็กน้อย
“แต่หากข้าไม่ไปหา นางจะต้องเป็นฝ่ายเรียกหาเอง”
มังกรน้อยนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนดวงตาจะเปล่งประกาย
“แบนไทเฮา ไทเฮาจะติดภารกิจตรวจราชกิจนอกตำหนักชั่วคราว ไม่สามารถเรียกพบหรือเคลื่อนไหวต่อท่านได้สามวันเจ้าค่ะ”
“ดี”
โหลวหรานยกยิ้ม
“ความยิ่งใหญ่ของข้าจะต้องข่มคนอื่นไว้ก่อน ส่วนไทเฮา… เก็บไว้ใช้ตอนที่ต้องการความสงสาร”
เสียงหัวเราะเบาๆ หลุดจากริมฝีปาก
“เมื่อถึงเวลานั้น ไม่ใช่แค่หยาดน้ำตาของข้าไทเฮาเองก็จะต้องเสียน้ำตาเพราะสงสารข้า ทั้งวังจะคิดว่าข้าเป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์”
ภายในห้วงมิติที่ไม่มีทั้งกลางวันและกลางคืน แสงสีเงินลอยอยู่ทั่วพื้นที่ราวกับดวงดาวนับพันดวงกำลังแขวนอยู่กลางอากาศ เบื้องหน้ามีโต๊ะไม้สีดำตัวหนึ่งตั้งอยู่ และบุรุษผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะนั้นโดยหันหลังให้ผู้มาเยือน เขาสวมอาภรณ์สีดำสนิทปักลายเส้นสีเงินละเอียดตามชายแขนและแผ่นหลัง เส้นผมยาวสีดำสนิทถูกรวบสูงอย่างเรียบร้อย มีปิ่นสีเงินรูปวงล้อฝังหยกสีเข้มปักอยู่กลางมวยผม เพียงมองจากด้านหลังก็สัมผัสได้ถึงความสงบนิ่งและแรงกดดันบางอย่างที่ทำให้มิติทั้งแห่งเงียบงันลงโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด“ระบบโหลวหราน”เจ้ามังกรน้อยของระบบเดินเข้ามาอย่างนอบน้อม ก่อนยืนอยู่ห่างจากโต๊ะหลายก้าวแล้วก้มศีรษะลง "ท่านผู้ดูแลระบบ..." บุรุษผู้นั้นไม่ได้หันกลับมา เพียงพลิกหน้าตำราในมืออย่างช้าๆ "ได้ยินว่าวันนี้มีเรื่องด่วนกับข้าใช่ไหม" ระบบยกอุ้งเท้าขึ้นประสานกันตรงหน้าอก ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเกรงใจ "เจ้าค่ะ ข้าน้อยรอมาหลายปีแล้ว วันนี้ก็ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว ข้าน้อยอยากขอลาหยุดสักระยะเจ้าค่ะหวังว่าท่านผู้ดูแลระบบจะอนุญาต" มือของผู้ดูแลระบบหยุดลงเล็กน้อย "ลาหยุดอย่างนั้นหรือเจ้าจะไปไหน" ระบบรีบพยักหน้า "เจ้าค่ะ
หลายปีผ่านไป วังหลวงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง แคว้นที่เคยเต็มไปด้วยสงครามและการแย่งชิงอำนาจค่อยๆ ฟื้นตัว เมืองที่เคยมีแต่เสียงร้องไห้กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ตลาดกลับมาคึกคัก ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ และชื่อของหลิวโยว่เฉวียนกับลี่เหวินหานก็กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าจากอดีตที่ไม่มีผู้ใดอยากพูดถึงอีกภายในสวนดอกไม้ของตำหนักบูรพา เด็กชายตัวเล็กกำลังวิ่งไล่จับผีเสื้ออย่างสนุกสนาน ขณะที่สาวใช้ดินเหนียวหลายคนเดินตามอยู่ไม่ห่าง เพราะตั้งแต่เจ้าตัวเล็กเริ่มเดินได้ พวกนางก็ได้รับคำสั่งใหม่จากโหลวหรานให้คอยดูแลเขาเป็นพิเศษ"ช้าลงหน่อย เพคะ"เสียงของโหลวหรานดังขึ้นจากศาลา "หยางหลงอย่าวิ่งเร็วเกินไป เดี๋ยวล้ม"หยางหลงน้อยหันกลับมา ก่อนหัวเราะเสียงใสแล้ววิ่งต่อราวกับไม่ได้ยินคำเตือนแม้แต่น้อยหยางหวางที่นั่งอ่านฎีกาอยู่ข้างๆ เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนวางฎีกาลงแล้วถอนหายใจ "เหมือนเจ้าตอนนั้นไม่มีผิดที่เอาแต่วิ่งตาข้าจนล้มไปหลายรอบ"โหลวหรานหันขวับ "ข้าโหลวหรานน่ารักเพียงนั้นเลยหรือ""ใครบอกว่าน่ารนักเจ้านะ ดื้อ""จริงหรือเพคะ""ตอนเด็กเจ้าเคยปีนกำแพงวังเพื่อมาหาข้า""นั่นเรียกว่ามีความพยายามมากกว่าฮ
เช้าวันต่อมา ตำหนักบูรพาไม่ได้เงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็น เพราะตั้งแต่ประตูตำหนักเปิดออก ผู้คนก็ทยอยกันเข้ามาไม่ขาดสาย คนแรกคือสุ่ยซือกวานที่ถือหีบยาใบใหญ่สองใบมาด้วยตัวเอง เมื่อเข้ามาถึงเขาก็ตรงไปยังเตียงของโหลวหรานทันที ก่อนจะวางหีบลงบนโต๊ะดังตุบ"ยินดีด้วยนะคุณหนู"โหลวหรานยิ้ม กว้าง"ขอบคุณท่านหมอ"สุ่ยซือกวานเปิดหีบออก ก่อนหยิบตลับยาออกมาทีละใบจนเต็มโต๊ะ "นี่เป็นยาบำรุงหลังคลอด นี่ช่วยฟื้นกำลัง นี่ช่วยบำรุงเลือด นี่สำหรับเวลาร่างกายอ่อนเพลีย ส่วนอันนี้..." เขาหยิบขวดเล็กออกมาอย่างภาคภูมิใจ "เป็นยาที่ข้าปรุงขึ้นเอง สูตรพิเศษ ไม่มีขายที่ไหน"หยางหวางที่ยืนอยู่ข้างเตียงมองกองยาแล้วเลิกคิ้ว "เจ้าขนมาทั้งเขาเลยหรือ""ข้าเป็นหมอจะต้องรู้ว่าตัวยาไหนดีที่สุด ย่อมต้องปรุงยาที่ดีที่สุดเพื่อไท่จือเฟย"สุ่ยซือกวานตอบหน้าตาย โหลวหรานมองหีบยาสองใบแล้วหัวเราะ "ข้าว่าท่านกำลังเตรียมยาให้ข้ากินไปถึงปีหน้าเสียมากกว่ามันทำไมมากมายเพียงนั้น""ถ้ากินหมดเร็วกว่านั้นก็บอกข้าได้ของดีดีทั้งนั้นข้ามีให้ไม่อั้น"หยางหวางถึงกับหลุดหัวเราะ ขณะที่สุ่ยซือกวานปิดฝาหีบอย่างภูมิใจ "อีกอย่าง ข้าต้องเตรียมไว้ให้
หลายเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดวันหนึ่งของฤดูใบไม้ผลิก็มาถึง วันที่ตำหนักบูรพาวุ่นวายตั้งแต่ยามเช้า เพราะเสียงร้องของโหลวหรานดังขึ้นจากด้านในห้องบรรทมจนเหล่านางกำนัลต้องรีบวิ่งเข้าออกกันเป็นพัลวัน"ไท่จื่อเฟยเริ่มเจ็บพระครรภ์แล้วเพคะ"ทันทีที่ได้ยินคำรายงาน หยางหวางที่กำลังตรวจฎีกาอยู่ก็ลุกพรวดจากเก้าอี้จนแทบทำพู่กันหล่น เขารีบเดินตรงไปยังห้องบรรทมทันที แต่กลับถูกหมอหญิงกับนางกำนัลขวางเอาไว้หน้าประตู "ไท่จื่อ ท่านเข้าไปไม่ได้เพคะ" หยางหวางขมวดคิ้ว "เหตุใดข้าจะเข้าไม่ได้ นั่นภรรยาของข้า" หมอหญิงรีบก้มศีรษะ "แต่ด้านในกำลังวุ่นวายมาก หากพระองค์เข้าไปอาจทำให้ไท่จื่อเฟยเสียสมาธิได้เพคะ" หยางหวางกำมือแน่น เขาหันไปมองประตูที่ปิดสนิท ก่อนจะได้ยินเสียงโหลวหรานดังออกมาอีกครั้ง ความกังวลบนใบหน้าของเขายิ่งชัดขึ้น "โหลวหราน ข้าอยู่ตรงนี้ไม่ต้องห่วงนะข้าอยู่ที่นี่แล้ว" เสียงของโหลวหรานดังตอบกลับมาอย่างอ่อนแรง "ไท่จือ...อย่าเพิ่งเข้ามานะเพคะ" หยางหวางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบกลับทันที "ได้ ข้าไม่เข้าไป แต่เจ้าต้องเรียกข้า หากมีสิ่งใดไม่ดี" แม้พูดเช่นนั้น แต่มือของเขากลับกำแน่น ด้านนอกตำห
ช่วงสายของวันนั้นตำหนักบูรพาเต็มไปด้วยความวุ่นวายเล็กๆ ตั้งแต่เช้า เพราะหยางหวางเพิ่งสั่งให้คนจัดเตรียมห้องของโหลวหรานใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งนุ่มๆ โต๊ะสำหรับวางของว่าง ไปจนถึงเตาอุ่นที่ถูกตั้งไว้ตามจุดต่างๆ จนแทบไม่มีพื้นที่เหลือโหลวหรานนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองเหล่านางกำนัลเดินเข้าออกด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ"ไท่จือเพคะ...มันวุ่นวายเกินไปแล้วเดิมโหลวหรานก็คิดว่ามันดีที่สุดแล้วนะเพคะ"หยางหวางที่กำลังตรวจดูรายชื่อของใช้สำหรับเด็กเงยหน้าขึ้น"หืม แน่นอนมันต้องดีกว่าคำว่าดีที่สุดเพื่อเจ้ากับลูก"เขาตอบอย่างไม่ลังเล ก่อนก้มมองรายชื่อในมืออีกครั้ง "เสื้อผ้ายังขาดอีกหลายชุด"โหลวหรานถึงกับพูดไม่ออก"แต่ลูกยังไม่คลอดเลยนะเพคะ""ก็เพราะยังไม่คลอด จึงต้องเตรียมไว้ก่อนหากช้าไปอาจไม่ทันการณ์"เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจังเสียจนโหลวหรานอดหัวเราะไม่ได้ทันใดนั้น เสียงขันทีหน้าตำหนักก็ดังขึ้น"ฮ่องเต้ ฮองเฮาเสด็จ"โหลวหรานรีบลุกขึ้น แต่หยางหวางกลับเดินเข้ามาประคองนางไว้ทันที"ช้าๆ""หม่อมฉันยังเดินได้อยู่เลยเพคะ""ข้ารู้แต่ตอนนี้เจ้ามีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้อง"เขาตอบพลางประคองนางไปด้วย โหลวหรานกลอกต
"ไปจัดเตรียมอาภรณ์สำหรับเด็กเล็กมาให้ข้า" อวิ๋นเซ่อชะงักไปเล็กน้อย "อาภรณ์เด็กหรือพ่ะย่ะค่ะ""ใช่"หยางหวางพยักหน้า ก่อนกล่าวต่ออย่างเป็นธรรมชาติ "เตรียมไว้ให้มากหน่อย"อวิ๋นเซ่อกะพริบตา "มากแค่ไหนพ่ะย่ะค่ะ"หยางหวางนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างจริงจัง "หลายสิบชุดเพื่อลูกของข้าที่กำลังจะเกิดมา" อวิ๋นเซ่อเงียบไป ก่อนถามอย่างระมัดระวัง"ต้องเตรียมทั้งของเด็กชายและเด็กหญิงหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ""ทั้งสองอย่าง เอามาให้มากๆ เผื่อไว้เดี๋ยวข้าจะเอาไปให้โหลวหรานดูว่าชอบสีไหน"คำตอบนั้นมาอย่างรวดเร็วราวกับเตรียมไว้แล้ว อวิ๋นเซ่อจึงพยักหน้ารับ "พ่ะย่ะค่ะ"หยางหวางยังไม่ทันปล่อยเขาไปก็เอ่ยขึ้นอีก "เสื้อผ้าต้องทำจากผ้าที่นุ่มที่สุด อย่าให้มีด้ายแข็งหรือของประดับที่อาจขูดผิวเด็กได้ ส่วนขนาดก็เตรียมตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยที่เริ่มเดิน"อวิ๋นเซ่อค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเจ้านายของตนเอง นี่ไท่จื่อไม่เรียนรู้เรื่องแบบนี้มาจากไหนกันเชี่ยวชาญราวกับคนที่จะเปิดร้านขายผ้า แต่ยังไม่หมดเท่านั้น"แล้วก็เตรียมผ้าห่ม หมอนเล็กๆ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าอ้อม และของใช้สำหรับเด็กให้ครบ""พ่ะย่ะค่ะ""ของเล่นด้วย" อวิ๋นเซ่อชะงักอ







