เข้าสู่ระบบ"กุ้ยเฟยเจ้าขาท่านหมอมาแล้วเจ้าค่ะ" ชิงอี้ที่ดึงมือของท่านหมอหนุ่มสุ่ยซือกวานเข้ามาในห้อง แต่เมื่อเห็นโหลวหรานในสภาพนั้น ท่านหมอซื่อกวานกลับขมวดคิ้วมองโหลวหรานที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ซือกวานรีบนี่งลงจับชีพจรที่มือ
“เกิดอะไรขึ้น”
ปากของโหลวหรานซีดเซียว ในขณะเดียวกันร่างของโหลวหรานก็เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง สติของนางค่อยๆ เริ่มคืนกลับ
“กุ้ยเฟยเจ้าขาเป็นอย่างไรบ้างเจ้าค่ะ ฮืออออดีจังกุ้ยเฟยท่านฟื้นแล้ว
"ข้า... ข้าอยู่ที่ไหน..." โหลวหรานพูดออกมาเบาๆ น้ำเสียงแหบพร่า
เสียงของระบบดังก้องขึ้นในหัวของโหลวหรานเหมือนเสียงที่มาจากที่ไกลๆ แต่กลับชัดเจนในทุกคำที่พูด:
"ท่านตายแล้ว และตอนนี้ท่านมีโอกาสที่จะกลับไปยังร่างเดิมของท่านเพียงแค่ รับข้อเสนอสุดพิเศษ... หยุดเวลาสามครั้ง... หายตัวสองครั้ง... และสามารถบงการผู้อื่นได้หนึ่งครั้ง… และสะสมแต้มเพื่อแลกของพีเมียมต่างๆ สำหรับใช้ในการแก้แค้นหาแก้แค้นสำเร็จท่านจะมีโอกาสกลับไปเกิดใหม่หรือกลับไปเข้าร่างเดิมของท่าน"
เสียงนั้นหยุดลงชั่วครู่ ก่อนที่เสียงอันทรงพลังนั้นจะตามมาอีกครั้ง
"ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าท่านผู้ใช้จะใช้สิ่งเหล่านี้ให้คุ้มค่าหรือไม่..เก็บแต้มได้ดีแค่ไหน"
คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในหัวของโหลวหราน
“ข้าตายแล้วอย่างนั้นหรือ”
โหลวหรานต้องใช้เวลาสักพักเพื่อประมวลผลสิ่งที่ได้ยิน
คำถามผุดขึ้นมาในหัว
"หยุดเวลา หายตัว บงการผู้อื่น นี่มันเป็นอะไร และจะใช้ทำอะไรได้บ้าง”
ในห้วงคิดนั้น นางนึกถึงการใช้สิ่งเหล่านี้ในชีวิตที่ผ่านมา หากนางสามารถหยุดเวลาได้ สามารถหายตัวได้ หรือแม้กระทั่งบงการจิตใจของคนอื่นได้... โลกนี้ก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ความคิดหลากหลายผุดขึ้นมาพร้อมกับคำถามมากมายที่ยังคงไม่ได้รับคำตอบ
โหลวหรานกัดริมฝีปากแน่น เธอรู้ดีว่าไม่สามารถตัดสินใจแบบหุนหันพลันแล่นได้ หากใช้มันไปในทางที่ผิด อาจจะทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาแย่กว่าที่คาดคิดไว้มาก
เสียงระบบที่ดังก้องขึ้นในหัวอีกครั้ง ทำให้โหลวหรานต้องตั้งสติให้ดีขึ้น
"การตัดสินใจขึ้นอยู่กับท่าน ท่านจะเลือกใช้พลังนี้เพื่ออะไรแต่ต้องให้คุ้มค่าที่สุด"
“แล้วเจ้าเป็นใคร”
เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความเงียบงันในหัวของโหลวหราน เหมือนคลื่นแห่งพลังบางอย่างกำลังซึมผ่านเข้ามาในจิตใจของนาง:
"ระบบกลับมาแก้แค้น หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า หาญท้าชะตาเน่าๆ ... ความทรงจำของนางคือความทรงจำของท่านข้าเชื่อว่าท่านฉลาดพอที่จะเอาชนะนางร้ายในเรื่องนี้ได้แบบสับๆ ไปเลย ต่อไปนี้... หากอยากได้โอกาสไปเกิดใหม่ เพียงสะสมแต้มครบตามจำนวนเพื่อปลดล็อกการเกิดใหม่ของท่าน..."
"พร้อมกันนี้เราจะไม่ปล่อยให้ท่านผู้ใช้ต้องโดดเดี่ยว ระบบของเราจะซัพพอร์ตท่านจนกว่าจะแก้แค้นสำเร็จ..." เสียงของระบบนั้นไม่เพียงแค่พูดสิ่งที่ท้าทาย
การแก้แค้น... มันคือเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ทางไปสู่เป้าหมายเหล่านั้นจะเต็มไปด้วยความท้าทายและอุปสรรคที่ยากจะคาดเดาได้
ท่ามกลางความคิดที่หลากหลาย เสียงหนึ่งดังขึ้นในห้องที่เงียบสงบ
"กุ้ยเฟยโหลวหราน... ไทเฮาทรงมีบัญชาส่งเกี้ยวมารับท่านกลับวังหลวง...เดี๋ยวนี้"
“กุ้ยเฟยตอนนี้ร่างกายยังไม่แข็งแรงใต้เท้าท่านโปรดรออีกหน่อย” ท่านหมอซือกวานประสานมือก่อนจะหันมองโหลวหรานที่นอนนิ่ง
ระบบ... ที่เสนอให้ แก้แค้น นั้นกลับเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจ การสะสมแต้มเพื่อปลดล็อกการเกิดใหม่... ทุกสิ่งในตัวระบบนั้นดูเหมือนจะเป็นเงื่อนไขเดียวที่สามารถแก้ไขชีวิตโหลวหรานในตอนนี้ได้
“ความบันเทิงกำลังเริ่มขึ้นแล้วสินะ”
เสียงท่านหมอสุ่ยดังก้องในหูของโหลวหราน ท่ามกลางความเงียบในห้องที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า:
" ท่านต้องพิษ พิษชนิดนี้ไม่ออกฤทธิ์ในทันที ทำให้ท่านเพิ่งจะรู้สึกเจ็บปวด และข้าแปลกใจจริงๆ ว่าท่านรอดมาได้อย่างไร แต่ข้าไม่สามารถรักษาลูกในครรภ์ของท่านไว้ได้ เขาจะถูกร่างกายของท่านขับออกในอีกสามวันข้างหน้า ระหว่างนี้ท่านควรพักผ่อนให้ดี อย่าเพิ่งเข้าวังตอนนี้ รอให้หายดีก่อน... ข้าจะให้สาวใช้ที่ตำหนักหมอยามาทำความสะอาดตระกูลหลิวให้กับท่าน... อย่าเสียใจให้มาก... พักผ่อนเสีย ทำใจให้สบาย..."
น้ำเสียงอ่อนโยนของท่านหมอสุ่ย กลับสะท้อนความจริงที่เจ็บปวดเกินกว่าจะรับได้
โหลวหรานตั้งใจฟังทุกคำที่ท่านหมอพูด แม้ว่าหัวใจของนางจะปวดร้าวอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเจ็บปวดเหมือนเป็นโหลวหรานเหมือนเป็นลูกในท้องของตัวเองหมอสุ่ยหันไปหาขันทีข้างกายไทเฮา
"ใต้เท้าท่านกลับไปก่อนเถิด ข้าจะเข้าวังกราบทูลเรื่องสุขภาพของกุ้ยเฟยให้ไทเฮาทรงทราบด้วยตัวเอง..." หมอสุ่ยพูดขึ้นเบาๆ
ขันทีและเกี้ยวของโหลวหรานพากลับไปแล้ว ชิงอี้ยืนอยู่ข้างๆ และยิ้มให้ท่านหมอ
"ขอบคุณท่านหมอเจ้าค่ะ" แม้จะมีรอยยิ้มแสดงความขอบคุณ แต่แววตาของชิงอี้กลับเต็มไปด้วยความกังวลและความสงสารต่อโหลวหรานที่กำลังเผชิญกับความเจ็บปวดนี้
หมอสุ่ยซือกวานทรุดกายลงข้างๆ โหลวหรานอีกครั้ง เขามองไปที่โหลวหรานด้วยความสงสารที่ไม่อาจปิดบังได้ บางทีเขาก็รู้สึกเหมือนกันว่า แม้เขาจะเป็นหมอผู้มีประสบการณ์มากมาย แต่การรักษาอาการเจ็บปวดทางใจนั้นยากยิ่งกว่าการรักษาแผลทางกาย
"ข้าจะกลับวังหลวง..." โหลวหรานพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและสั่นท้าน แม้ภายนอกจะสงบ แต่ภายในหัวใจของนางกลับเต็มไปด้วยเจ็บปวดมันทำให้ใจของนางหนักอึ้ง
ท่านหมอสุ่ยซือกวานส่ายหน้าไปมา เขาหมุนตัวกลับไปมองโหลวหรานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ ก่อนจะพูดเสียงเบาแต่มากความหมาย
"โหลวหราน... ยังจะกลับเข้าไปที่วังหลวงอีกหรือ... พวกเขาทำร้ายเจ้า ทำร้ายลูกเจ้า... เจ้าเจ็บปวดเพียงนี้ยังจะกลับไปอีกทำไมกัน"
ท่านหมอสุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อและความกังวล
"ข้ากับเจ้า เราสองคนเหมือนพี่น้อง... เห็นเจ้าเจ็บปวดเช่นนี้ ข้าก็ไม่อยากให้มันซ้ำรอยเดิมอีก... โหลวหราน... เจ้าคิดให้ดี...ไม่ต้องกลับวังหลวงดีไหม"
ข้ารู้... ข้ารู้..." โหลวหรานตอบออกมาเสียงแผ่ว ทั้งที่รู้ดีว่าท่านหมอสุ่ยห่วงใยตนเองมากแค่ไหน
“แต่เป็นบัญชาของไทเฮา”
หมอสุ่ยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม เขาเพียงแต่พยักหน้าอย่างเข้าใจ ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจ แต่ก็รู้ดีว่าคำพูดใดก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงใจของโหลวหรานในตอนนี้
มังกรน้อยสีหยกยาวเพียงหนึ่งคืบ โผล่ออกมานั่งบนมวยผมของนาง หางเล็กๆ แกว่งไปมา เกล็ดสะท้อนแสงวิบวับ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์“เจ้าคะ นายหญิง” เสียงใสแจ๋วแต่พยายามทำให้ดูภูมิฐาน “ขอแสดงความยินดี ตอนนี้ท่านสามารถทะลุด่านแรกของการเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายในวังหลวงแล้วเจ้าค่ะ”โหลวหรานเลิกคิ้วเล็กน้อย มือเรียวยกขึ้นจับหางมังกรเบาๆ “เบาหน่อย หากผู้ใดเห็นเข้าคงคิดว่าข้าเสียสติ”มังกรน้อยรีบลดเสียงลง แต่ยังตื่นเต้นจนปีกเล็กๆ กระพือพรึ่บพับ“นี่คือรางวัลสำหรับการผ่านด่านแรก ตอนนี้ทีมของท่านเป็น ฝ่ายแบน เจ้าค่ะ”“ฝ่ายแบน” โหลวหรานเอียงศีรษะมังกรน้อยกางม้วนกระดาษลอยกลางอากาศ ภาพแผนผังคล้ายกระดานหมากปรากฏขึ้น มีชื่อสนม ขุนนาง ขันที เรียงรายราวตัวหมาก“ถึงตาท่านแบนแล้ว ในช่วงต้นของการจัดทัพ หรือที่เรียกว่า Draft Pick ท่านมีสิทธิ์เลือก… ห้ามใช้… บุคคลบางคนได้ชั่วคราวหรือเลือกแบนใครสักคนที่อยากจะแบน”ดวงตามังกรเป็นประกายซุกซน วาววับ“ห้ามฝ่ายตรงข้ามใช้ฮีโร่ตัวเก่งเกินไป… หรือใช้ตัวแก้ทางทีมของท่าน และ…” มันกระแอมเบาๆ “รวมถึงคนในฝ่ายท่านที่อาจทรยศหรืออ่อนด๋อยเกินไปด้วยเจ้าค่ะ”โหลวหรานหัวเราะหึ
ม้าขาวกระทืบเท้าเป็นจังหวะ เกี้ยวเคลื่อนตัวอย่างสง่างาม หีบทองคำไม่ได้สั่นไหวตามแรงล้อรถเหลียนซูเดินข้างเกี้ยว อวิ๋นเช่อและหานอี้ยืนประจำตำแหน่งดุจเงาโหลวหรานเอนกายพิงเบาะในเกี้ยว มือเรียวลูบแหวนหยกที่นิ้วชี้“วังหลวง…ข้ากลับมาแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ จะไม่มีน้ำตาอีกแล้ว” นางพึมพำเบาๆหน้าประตูวังหลวงคึกคักผิดปกติเสียงล้อรถม้า เสียงม้าขาวกระทืบพื้นหิน และเสียงเหรียญเงินกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งตลอดเส้นทาง ทำให้ชาวบ้านสองข้างทางแตกฮือ วิ่งตามขบวนเกี้ยวสีแดงเพลิงอย่างตื่นตา“โปรยอีกแล้ว กุ้ยเฟยโปรยเงินอีกแล้ว เร็วพวกเราไปรับเมตตาจากกุ้ยเฟย”“ใครก้มเก็บเงินนั่นเท่ากับคือคนของกุ้ยเฟยโหลวหราน” เหลียนซูเปล่งเสียงตลอดทางชาวบ้านต่างแซ่ซ้องเด็กน้อยหัวเราะ ผู้เฒ่าก้มเก็บเหรียญด้วยมือสั่นๆ เสียงสรรเสริญดังระงมไปทั่วถนนหลวงเกี้ยวแปดคนหามเคลื่อนตัวอย่างสง่างาม ม้าขาวแปดตัวยืนตระหง่านราวภาพในตำนาน ด้านหลังคือขบวนหีบทองคำที่ส่องประกายต้องแสงแดดเมื่อมาถึงหน้าประตูใหญ่ของวังหลวง ทหารยามหน้าประตูยกทวนในมือขวาขวางไว้พร้อมกัน เสียงเหล็กกระทบกันดังฉับ“หยุดก่อน”หัวหน้าทหารก้าวออกมา สีหน้าเคร่งขรึม“แสดงตราป
กาลเวลาสามวันผ่านไปไวราวโกหก ความเจ็บปวดในกายยังหลงเหลือเป็นเงาบางๆ แต่แววตาของโหลวหรานกลับไม่ใช่หญิงอ่อนแอผู้นั้นอีกต่อไป ร่างผอมบางใบหน้าซีดขาวเพราะเสียเลือด หมอสุ่ยจัดเทียบยาไม่หยุดหย่อนยามเช้าแสงแดดลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่า นางนอนบิดขี้เกียจอยู่บนแท่นไม้ ทอดสายตามองเพดานที่มีรอยแตกร้าว คล้ายกำลังคำนวณบางอย่างในใจมุมปากยกขึ้นช้าๆ“ระบบ…” เสียงนางเอื่อยเฉื่อยแต่แฝงประกายคม “หลายวันมานี้ข้ามานอนคิดดูแล้วนะอยากเปิดตัวให้เว่อร์วังในวังหลวง เจ้าคิดว่าข้าควรกลับเข้าไปแบบใด ถึงจะตบหน้าคนทั้งวังให้เจ็บแสบที่สุด”เสียงใสเย็นของระบบดังขึ้นในห้วงจิต“เจ็บแสบหรือเจ้าคะ” ระบบทำท่าครุ่นคิด“ข้าอยากมีเงินเยอะๆ เอาไว้ฟาดหัวคนพวกนั้น เจ้ามีให้หรือไม่”ระบบตอบทันควัน“ยืนยันระบบแลกเปลี่ยน ท่านเคยเป็นคุณหนูผู้มั่งคั่งในโลกเดิม ทรัพย์สินสามารถแปลงค่าเป็นทองคำแท่ง เงิน และอัญมณีในโลกนี้ได้ทันที ต้องการเปิดใช้งานหรือไม่ หากท่านเปิดใช้งานในครั้งแรกเราจะยกเลิกค่าธรรมเนียมแรกเข้า”ดวงตาโหลวหรานเป็นประกายราวดาวต้องแสง ก็ที่นั่นโหลวหรานคือคุณหนูผู้ร่ำรวยและเอาแต่ใจ นอนอยู่ดีมาอยู่นี่ได้อย่างไรก่อน“เอาๆๆ
"กุ้ยเฟยเจ้าขาท่านหมอมาแล้วเจ้าค่ะ" ชิงอี้ที่ดึงมือของท่านหมอหนุ่มสุ่ยซือกวานเข้ามาในห้อง แต่เมื่อเห็นโหลวหรานในสภาพนั้น ท่านหมอซื่อกวานกลับขมวดคิ้วมองโหลวหรานที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ซือกวานรีบนี่งลงจับชีพจรที่มือ“เกิดอะไรขึ้น”ปากของโหลวหรานซีดเซียว ในขณะเดียวกันร่างของโหลวหรานก็เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง สติของนางค่อยๆ เริ่มคืนกลับ“กุ้ยเฟยเจ้าขาเป็นอย่างไรบ้างเจ้าค่ะ ฮืออออดีจังกุ้ยเฟยท่านฟื้นแล้ว"ข้า... ข้าอยู่ที่ไหน..." โหลวหรานพูดออกมาเบาๆ น้ำเสียงแหบพร่าเสียงของระบบดังก้องขึ้นในหัวของโหลวหรานเหมือนเสียงที่มาจากที่ไกลๆ แต่กลับชัดเจนในทุกคำที่พูด:"ท่านตายแล้ว และตอนนี้ท่านมีโอกาสที่จะกลับไปยังร่างเดิมของท่านเพียงแค่ รับข้อเสนอสุดพิเศษ... หยุดเวลาสามครั้ง... หายตัวสองครั้ง... และสามารถบงการผู้อื่นได้หนึ่งครั้ง… และสะสมแต้มเพื่อแลกของพีเมียมต่างๆ สำหรับใช้ในการแก้แค้นหาแก้แค้นสำเร็จท่านจะมีโอกาสกลับไปเกิดใหม่หรือกลับไปเข้าร่างเดิมของท่าน"เสียงนั้นหยุดลงชั่วครู่ ก่อนที่เสียงอันทรงพลังนั้นจะตามมาอีกครั้ง"ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าท่านผู้ใช้จะใช้สิ่งเหล่านี้ให้คุ้มค่าหรือไม่..เก
บ้านตระกูลหลิวในตอนนี้ดูเงียบสงัด เหมือนกับกำลังซ่อนความลับบางอย่างที่ไม่อาจให้ใครได้ล่วงรู้ เหนือประตูไม้เก่าแก่ยังคงแขวนป้ายคำว่า ตระกูลหลิว ที่เหมือนจะบอกเล่าเรื่องราวของตระกูลที่เคยรุ่งเรือง แต่ในวันนี้กลับเหลือเพียงความเงียบเหงาและฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายไปทั่วโหลวหรานที่เคยงดงาม กลับดูอ่อนแรงลงไปมาก ชิงอี้พยุงโหลวหรานนั่งลงบนแท่นนั่งไม้ที่เปื้อนฝุ่นผง ใบหน้างดงามหมองหม่นเต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดทั้งกายและใจ"กุ้ยเฟยท่านไหวไหม ข้าจะตามท่านหมอสุ่ยให้ท่านดีไหมเจ้าคะ" ชิงอี้ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ก็เต็มไปด้วยความกังวล นางไม่อาจทนเห็นเจ้านายของตนทนทุกข์เช่นนี้ได้โหลวหรานยกมือขึ้นสัมผัสท้องที่ยังคงปวดหน่วงๆ "อย่าสนใจเลย ความเจ็บมันบรรเทาลงบ้างแล้ว" โหลวหรานตอบเสียงแหบพร่า นางพยายามฝืนยิ้มให้กับชิงอี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ แม้ว่าในใจจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว“ฝ่าบาทใจร้ายยิ่งแล้ว” ชิงอี้บ่นงึมงำ“เขาไม่รู้ว่าข้าตั้งครรภ์ จึงไม่ทันได้ระวัง” โหลวหรานพูดเบาๆ ปล่อยให้เสียงหายไปในลำคอแห้งผาก“ฝ่าบาททำกับกุ้ยเฟยเกินไปแล้วเจ้าค่ะดีกับอีกคนจนออกนอกหน้ากุ้ยเฟยเองก็เป็นเฟย….เหตุใดจึ
เช้าสดใส…แต่สำหรับโหลวหรานแล้วมันไม่ใช่เลยนางเก็บของใช้จำเป็นเพียงไม่กี่ชิ้น ใส่ห่อผ้าซึ่งมีเพียงเสื้อผ้าบางๆ และของกำนัลจากไทเฮาและไท่ซางหวงในวันวิวาห์ ตลอดสองปีมานี้ไม่เคยมีสิ่งใดที่หยางหวางเคยประทานให้ ทุกครั้งที่นางคิดถึงชื่อของเขา ความเจ็บปวดก็แผ่ซ่านไปทั่ว เหมือนกับที่นางเดินมาจนถึงจุดนี้ ไม่เคยได้รับการเลือก หรือได้รับการมองเห็นจากเขาแม้แต่น้อยชิงอี้มารับห่อผ้าอีกอันที่มีห่อยาบำรุงครรภ์ที่หมอหลวงส่งมาด้วยความห่วงใย หวังว่าครรภ์ของกุ้ยเฟยจะแข็งแรง“ไปกันเถอะ” เสียงของโหลวหรานเบาหวิว และด้วยความที่ใจกำลังรวบรวมความกล้า เดินออกไปจากตำหนักที่เคยเป็นบ้านของตนและออกเดินทางไปยังจุดที่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นเสียงฝีเท้าของชิงอี้ดังขึ้นข้างหลัง พร้อมกับห่อผ้าที่นำติดไป แม้ว่าทุกอย่างจะเรียบง่าย แต่มันกลับหนักหน่วงเกินไปสำหรับโหลวหราน เพราะนางรู้ว่า การเดินจากไปในวันนี้ คงไม่มีทางย้อนกลับมาอีกทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนที่จะเห็นตัว "ฮองเฮาระวังเพคะ ทรงอ่อนเพลียเพียงนี้ เมื่อคืนปรนนิบัติฝ่าบาททั้งคืนยังจะมาอีกทำไมไม่จำเป็นต้อง เอาใจใครเสียหน่อยฮองเฮาบัดนี้เป็นฮองเฮาแล้วนะเพคะ" น







