Se connecterเช้าสดใส…แต่สำหรับโหลวหรานแล้วมันไม่ใช่เลย
นางเก็บของใช้จำเป็นเพียงไม่กี่ชิ้น ใส่ห่อผ้าซึ่งมีเพียงเสื้อผ้าบางๆ และของกำนัลจากไทเฮาและไท่ซางหวงในวันวิวาห์ ตลอดสองปีมานี้ไม่เคยมีสิ่งใดที่หยางหวางเคยประทานให้ ทุกครั้งที่นางคิดถึงชื่อของเขา ความเจ็บปวดก็แผ่ซ่านไปทั่ว เหมือนกับที่นางเดินมาจนถึงจุดนี้ ไม่เคยได้รับการเลือก หรือได้รับการมองเห็นจากเขาแม้แต่น้อย
ชิงอี้มารับห่อผ้าอีกอันที่มีห่อยาบำรุงครรภ์ที่หมอหลวงส่งมาด้วยความห่วงใย หวังว่าครรภ์ของกุ้ยเฟยจะแข็งแรง
“ไปกันเถอะ” เสียงของโหลวหรานเบาหวิว และด้วยความที่ใจกำลังรวบรวมความกล้า เดินออกไปจากตำหนักที่เคยเป็นบ้านของตนและออกเดินทางไปยังจุดที่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น
เสียงฝีเท้าของชิงอี้ดังขึ้นข้างหลัง พร้อมกับห่อผ้าที่นำติดไป แม้ว่าทุกอย่างจะเรียบง่าย แต่มันกลับหนักหน่วงเกินไปสำหรับโหลวหราน เพราะนางรู้ว่า การเดินจากไปในวันนี้ คงไม่มีทางย้อนกลับมาอีก
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนที่จะเห็นตัว
"ฮองเฮาระวังเพคะ ทรงอ่อนเพลียเพียงนี้ เมื่อคืนปรนนิบัติฝ่าบาททั้งคืนยังจะมาอีกทำไมไม่จำเป็นต้อง เอาใจใครเสียหน่อยฮองเฮาบัดนี้เป็นฮองเฮาแล้วนะเพคะ" นางกำนัลซ่งเหลียวรีบเข้ามาประคองเอินเอินที่ยิ้มสดใส ดวงตาของนางประกายระยิบระยับ ความสุขของนางออกมาทางดวงตา
เอินเอินยิ้มให้กับโหลวหรานอย่างเป็นมิตร
"ข้าสัญญาว่าจะดูแลวังหลังนี่ พี่หญิง ท่านกำลังจะไปไหน โอ๊ะ ข้าลืมไปจนได้ หยางหวาง... อุ๊ย... ฝ่าบาทบอกว่าจะให้ท่านกลับตระกูลเดิมท่านจะไปแล้วหรือ ให้ข้าส่งคนอารักขาดีไหมหรือว่าจะให้ข้าสั่งการให้คนเตรียมเกี้ยว"โหลวหรานถอนหายใจยาว
"ไม่รู้ว่าแอบขโมยสิ่งใดออกจากวังหลวงด้วยหรือไม่"
เสียงของนางกำนัลซ่งเหลียวดังขึ้นน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยการดูแคลนและความเย้ยหยันไม่ต่างจากเข็มที่ทิ่มแทงใจของโหลวหราน ไร้ความปราณี
เมื่อชิงอี้ขยับตัวไปข้างหน้าไม่สามารถทนเห็นการดูถูกนายของนางได้
"ขโมยหรือเจ้ากล้ามาใส่ความกุ้ยเฟยได้อย่างไร" ชิงอี้เถียงเสียงดัง ตาแดงก่ำด้วยความโกรธ
"ชิงอี้ หุบปากเจ้าเสีย" น้ำเสียงของโหลวหรานนั้นสงบลง แม้จะมีความเจ็บปวดซ่อนอยู่ในนั้น
ชิงอี้กลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น แต่รู้ดีว่าการท้าทายลี่เอินเอินในตอนนี้คือการทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายนางคือฮองเฮา ชิงอี้เองไม่อยากเห็นโหลวหรานต้องรับคำด่าหรือถูกดูถูกเพิ่มขึ้นไปอีก
ยิ้มเยาะแล้วพูดว่า
“หากพวกเจ้านำสิ่งใดที่ไม่ใมช่ของเจ้าออกไปฮองเฮาไม่ตรวจสอบพวกเจ้านั่นก็เท่ากับผิด” ลี่เอินเอินยิ้มหวานหยด
"ข้าแค่ต้องการขอดูของที่พี่หญิงท่านนำกลับไปจากที่นี่เท่านั้น ข้าได้ยินมาว่าตระกูลท่านแทบจะสิ้นเนื้อประดาตัวอยู่แล้ว ดีที่บิดาของท่านเอาตัวเข้ารับคมกระบี่แทนไท่ซางหวงจนสิ้นชีวิต ท่านก็เข้ามาอยู่ในวังหลวงตัวเปล่า แต่กลับอาศัยเหยียบโลงศพบิดาขึ้นมากินตำแหน่งกุ้ยเฟย... เอินเอินก็แค่จะอยากรู้ ว่าท่านแอบยักยอกสิ่งใดจากวังหลวงติดมือไปหรือไม่"
คำพูดของลี่เอินเอินตัดสินไปแล้ว
ลี่เอินเอินมองที่ห่อผ้าที่อยู่บนไหล่ของชิงอี้
ซ่งเหลียวเบ้ปากอย่างเหยียดหยาม พูดเสียงดัง
“เอามานี่” ชิงอี้หันมองหน้าโหลวหราน ลี่เอินเอินยังยิ้มโปรยคำพูดอ่อนหวาน
"ให้ข้าตรวจค้นดูเสียหน่อย หากไม่มีข้าคงจะต้องขออภัย แต่หากมีเอินเอินที่รับปากฝ่าบาทว่าจะดูแลวังหลังด้วยความยุติธรรมแล้ว ก็จะเสียคนที่ไม่ตรวจสอบให้ดี..."
โหลวหรานไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปกป้องสิ่งที่เป็นของตัวเอง
นางกำนัลซ่งเหลียวรีบมาจับตัวชิงอี้ไว้แน่น ด้วยท่าทางดุดัน เพื่อไม่ให้ชิงอี้ขยับตัวหลุดไปจากการควบคุม ในขณะที่ชิงอี้ดิ้นรนสุดชีวิต ลี่เอินเอินก็ยื้อห่อผ้าที่ในนั้นมียาบำรุงครรภ์อย่างดีจากหมอหลวงมาไว้ในมือพร้อมกับกำลังเปิดมันออกดู
“อย่านะห้าามแตะต้องมัน” ชิงอี้ตะโกนดังๆ
โหลวหรานเบิกตากว้าง รู้ทันทีว่านี่คือสิ่งที่ต้องปกปิดให้ดีสุดชีวิต หากนางรู้ว่าโหลวหรานตั้งครรภ์ไม่ดีแน่ ชิงอี้เองก็รู้ดีว่าโหลวหรานมีชีวิตที่ต้องเก็บทุกอย่างเป็นความลับ โดยเฉพาะเรื่องการตั้งครรภ์นี้ที่นางไม่ต้องการให้ใครรับรู้โดยเฉพาะหยางหวางและยิ่งเป็นคนรักของหยางหวางอย่างฮองเฮาลี่เอินเอิน
“ปล่อยข้านะ” ชิงอี้ดิ้นสุดชีวิต
โหลวหรานพุ่งตัวเข้าไปอย่างรวดเร็วยื้อห่อผ้าออกจากมือของลี่เอินเอินสุดแรงจนร่างเล็กของลี่เอินเอินเซถลาล้มลงไปกองกับพื้น เมื่อเห็นว่าห่อผ้ากำลังจะหลุดมือ
"จะต้องมีของสำคัญแน่ๆ" ลี่เอินเอินตะโกนด้วยน้ำเสียงแหลมคม ก่อนที่จะลุกขึ้นจากพื้นแล้วพุ่งตัวเข้าใส่โหลวหรานอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองคนยื้อห่อผ้าไปมาด้วยแรงมหาศาล กระทั่งโหลวหรานพยายามผลักลี่เอินเอินออกไปอย่างสุดแรง จนทำให้ลี่เอินเอินเซถลาล้มไปที่พื้น ศีรษะของนางกระแทกกับก้อนหินก้อนเล็กๆ ที่พื้นทางเดินในสวน เสียงศีรษะกระแทกตามมาด้วยเลือดที่ไหลซึมออกจากหน้าผากอย่างช้าๆ และความเงียบแผ่คลุมไปทั่ว
“โอ๊ยยยเจ็บ
โหลวหรานตกใจและกลัวอย่างสุดหัวใจ ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ลี่เอินเอินได้รับบาดเจ็บ แต่มันเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ตั้งใจเข้าประคองลี่เอินเอินทันทีโดยไม่คิดถึงผลที่จะตามมา
"หยุดเดี๋ยวนี้" เสียงของอ่องเต้หยางหวางดังขึ้นเมื่อเห็นเลือดของลี่เอินเอินที่เริ่มไหลซึมออกมาอย่างชัดเจน หยางหวางพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ด้วยท่าทางตกใจ เขาผลักโหลวหรานอย่างแรง ทำให้โหลวหรานที่ไม่ทันระวังตัวเซถลาส่งผลให้หน้าท้องชนเข้ากับม้านั่งหน้าตำหนัก แล้วร่างของนางก็ทรุดลงไปกับพื้นในทันที เจ็บปวดในตัวแล่นไปทั่วร่าง รู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสยกมือกุมที่ท้องแน่นน้ำตาไหลพรากอย่างที่ไม่อาจห้ามได้
"เจ็บ..." โหลวหรานกัดฟันแล้วพูดออกมาด้วยเสียงแหบพร่า ขณะที่ก้มตัวลง มือข้างหนึ่งจับท้องตัวเองแน่น น้ำตาก็เอ่อคลอ
"กุ้ยเฟยท่านๆๆ เป็นอย่างไรบ้าง" ชิงอี้ดิ้นออกจากการเกาะกุมของซ่งเหลียวที่วิ่งเข้าหาเอินเอินเช่นกัน ชิงอี้รีบเข้ามาพยุงโหลวหรานอย่างรวดเร็ว
โหลวหรานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ส่ายหน้าไปมาเจ็บปวดที่ท้องจนแทบขาดใจ ในขณะเดียวกัน หยางหวางอุ้มลี่เอินเอินขึ้นจากพื้น โดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
"เร็วเข้าตามหมอหลวงใครก็ได้ตามหมอหลวง"
โหลวหรานยังคงนั่งอยู่ที่พื้น กำลังจะหมดแรง
แสงสีแดงจากหยกทั้งสี่ชิ้นที่หลอมรวมกันส่องสว่างไปทั่วสนามรบ พลังมหาศาลแผ่กระจายออกมาอย่างต่อเนื่องจนแม้แต่พื้นดินยังสั่นสะเทือน หลิวโยวเฉวียนยืนอยู่ตรงกลางวงแสง มือกำหยกที่หลอมรวมกันแน่น ขณะที่หลี่เหวินหานถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ เขาใช้เลือดของตนเองหล่อเลี้ยงหยกมานาน แต่เพียงชั่วพริบตา อำนาจที่เคยอยู่ในมือกลับกำลังจะหลุดไปต่อหน้าต่อตาท่ามกลางความเงียบที่เกิดขึ้นชั่วขณะ มู่เยว่เฉินกลับหัวเราะออกมาเบาๆ"หยกเป็นของข้า"เขาทอดสายตามองหยกทั้งสี่ชิ้นที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ดวงตาคมเต็มไปด้วยความหลงใหลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน "อำนาจช่างหอมหวานท่านไม่รุ้เลยหรือหลิวโยว่เฉวียน"หลิวโยวเฉวียนหันกลับไปมองทันที"มู่เยว่เฉิน...เจ้าๆๆ"อีกฝ่ายไม่ตอบ เพียงยกมือขึ้นแตะด้ามกระบี่ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "ในเมื่อหยกทั้งสี่หลอมรวมกันแล้ว เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมีผู้ครอบครองหลายคนอีกต่อไปส่งหยกมาให้ข้า"เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนยิ้มบางๆ"เพราะคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะครอบครองมัน...มีเพียงข้าเท่านั้น"สายตาของมู่เยว่เฉินค่อยๆ กวาดมองทุกคนฉึก กระบี่ถูกชักออกอย่างรวดเร็ว หลิว
“บุก เสียงของลี่เหวินหานตะโกนขึ้นก่อนที่ทหารดินเหนียวจะกางโล่ปกป้อง หยางหวางชี้ปลายกระบี่ไปด้านหน้า“บุกกกก”เสียงกลองศึกดังสนั่นขึ้นพร้อมกัน ก่อนกองทัพทั้งสองฝ่ายจะพุ่งเข้าปะทะราวกับคลื่นยักษ์ที่ซัดเข้าหากันในคราวเดียว เสียงตะโกนของทหารดังกลบทุกสิ่งบนสนามรบ ขณะที่ดาบและหอกปะทะกันจนประกายไฟกระจายไปทั่ว แนวหน้าของหยางหวางถูกทหารดวงตาสีแดงกรูกันเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง แต่ทหารดินเหนียวหลายร้อยนายก็ยืนรับการโจมตีอย่างไม่หวั่นไหว พวกมันฟาดกระบี่สวนกลับอย่างแม่นยำ ร่างดินเหนียวถูกฟันจนเกิดรอยแตกก็ยังคงลุกขึ้นต่อสู้ ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีความเจ็บปวด และไม่มีความคิดที่จะถอยแม้แต่ก้าวเดียว"ยันไว้ อย่าให้พวกมันทะลุแนวเข้ามา" อวิ๋นเหยียนตะโกนสุดเสียง ทหารดินเหนียวทั้งแถวขยับพร้อมกัน กระบี่หลายร้อยเล่มฟาดลงราวกับกำแพงเหล็ก ทหารฝ่ายลี่เหวินหานจำนวนหนึ่งถูกผลักถอยกลับ “ลุกขึ้น” ลี่เหวินหานหยดเลือดลงบนหยก และไม่นานพลังสีแดงจากหยกก็ไหลผ่านแนวทัพอีกครั้ง ทหารที่ล้มลงกลับลุกขึ้นมาใหม่ ดวงตาสีแดงยิ่งร้อนแรงกว่าเดิม ทำให้แนวหน้าทั้งสองฝ่ายกลับมาอยู่ในสภาพสูสีอีกครั้งด้านหลัง ปืนใหญ่โดยการควบคุมของเฉินเจิ้ง
ภายในค่ายของลี่เหวินหาน ลี่เหวินหานยืนอยู่หน้ากองทัพนับหมื่น มือข้างหนึ่งกำหยกสีแดงเข้มเอาไว้แน่น รอยแผลที่ฝ่ามือยังมีเลือดซึมออกมาไม่หยุด เขาค่อยๆ กรีดปลายนิ้วให้เลือดหยดลงบนผิวหยก ก่อนกล่าวเสียงต่ำ "ตื่นขึ้นมา..." ทันใดนั้น หยกในมือก็ส่องแสงสีแดงฉาน พลังบางอย่างพุ่งออกจากหยกเป็นวงกว้าง แผ่คลุมเหล่าทหารเบื้องหน้าราวกับคลื่นสีเลือด เสียงคำรามต่ำๆ ดังขึ้นจากทั่วบริเวณ ก่อนที่ทหารนับหมื่นจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นพร้อมกันดวงตาของพวกเขาพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงราวกับเปลวเพลิง เส้นเลือดบริเวณขมับปูดขึ้นเล็กน้อย สีหน้าที่เคยมีความหวาดกลัวกลับว่างเปล่า เหลือเพียงแรงปรารถนาที่จะสังหารอยู่ในแววตา ลี่เหวินหานยกมือขึ้นช้าๆ ก่อนออกคำสั่ง "เดินหน้า บุก" เสียงคำรามของทหารดังสะเทือนไปทั่วสนามรบ ก่อนกองทัพทั้งหมดจะพุ่งตรงไปยังแนวทัพของหยางหวางทันที พื้นดินสั่นสะเทือนจากฝีเท้านับหมื่น เสียงเกราะกระทบกันดังต่อเนื่อง ขณะที่ดวงตาสีแดงนับหมื่นคู่กำลังมุ่งตรงเข้ามาราวกับคลื่นเพลิงที่ไม่มีวันหยุดอีกด้านหนึ่งของสนามรบ ทหารดินเหนียวที่โหลวหรานใช้เทเลพอร์ตมาช่วยหยางหวางกำลังเคลื่อนเข้าสู่แนวหน้าอย่างเป็นระเบียบ ทั้งส
ขบวนทัพของหยางหวางเคลื่อนทัพอีกครั้ง การเดินทางทั้งวันนั้น ในที่สุดกำแพงสูงของวังหลวงก็เริ่มปรากฏอยู่ไกลๆ ท่ามกลางหมอกยามเย็น เหล่าทหารต่างเพิ่มความระมัดระวังขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะทุกคนรู้ดีว่าจากตรงนี้ไปคือเขตอำนาจของลี่เหวินหานแล้วหยางหวางควบม้าอยู่ด้านหน้า สายตาคมกวาดมองพื้นที่โดยรอบ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นกลุ่มคนจำนวนมากอยู่ริมถนนด้านหน้า คนเหล่านั้นแต่งกายซอมซ่อ บางคนเป็นคนเร่ร่อน บางคนเป็นชาวบ้านที่ถูกจับตัวมา และบางคนยังมีเด็กกับคนชราปะปนอยู่ด้วย ทหารของลี่เหวินหานกำลังใช้เชือกมัดพวกเขาเป็นกลุ่มๆ ก่อนบังคับให้เดินทางไปยังวังหลวง อวิ๋นเซ่อขมวดคิ้ว "ไท่จื่อ นั่นคือ..." หยางหวางยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้กองทัพหยุดทันที ก่อนมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบงัน ทหารของลี่เหวินหานกำลังลากคนเหล่านั้นเข้าไปในวังทหารคนหนึ่งตะโกนขึ้น "เร็วเข้า พาคนพวกนี้ไปให้หมดตามบัญชาฝ่าบาท" อีกคนรีบลากชายชราคนหนึ่งที่เดินไม่ไหวให้ลุกขึ้น "เดินไป ฝ่าบาทต้องการให้พวกเจ้าไปเพิ่มพลังให้หยกอีก หากใครขัดขืนก็จัดการเสีย" ชายชราสะดุดล้มลงกับพื้น แต่ทหารกลับยกไม้ขึ้นเตรียมฟาดใส่ ทำให้หญิงสาวที่อยู่ข้างๆ รีบร้องไห้แล้วเข้
หลังจากเดินทางต่อมาอีกพักใหญ่ หยางหวางก็ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ขบวนทั้งหมดหยุด ก่อนเอ่ยเสียงเรียบว่า "พักทัพตรงนี้" เหล่าทหารรีบหยุดม้าตามคำสั่งและกระจายกำลังออกจัดพื้นที่พักทันที หยางหวางกวาดสายตามองไปรอบด้านอย่างระมัดระวัง ภูเขาสองข้างยังคงทอดยาว ป่าทึบปกคลุมพื้นที่โดยรอบจนไม่อาจรู้ได้ว่ามีศัตรูซ่อนอยู่ที่ใด ก่อนจะกำชับว่า "อย่าประมาท แม้เราจะถอยออกจากสนามรบมาแล้ว แต่ข้ายังไม่เชื่อว่าศัตรูจะยอมปล่อยพวกเราไปง่ายๆ ทุกหน่วยจัดเวรยามเพิ่มขึ้นสองเท่า ตรวจสอบแนวป่าและเส้นทางด้านหลังให้ละเอียด หากพบสิ่งผิดปกติให้รายงานทันที" เหล่าทหารรับคำพร้อมกัน ก่อนที่อวิ๋นเซ่อจะนำคนของตนออกตั้งแนวป้องกันรอบค่ายพัก ส่วนอวิ๋นเหยียนจัดทหารออกตรวจตราตามแนวป่า ขณะที่เฉินเจิ้งกั๋วรีบจัดกำลังพลที่เหลือให้ดูแลผู้บาดเจ็บ ภายในเวลาไม่นานบริเวณที่พักก็ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นค่ายชั่วคราวที่มีการป้องกันรัดกุมหยางหวางจึงหันกลับไปยังกลุ่มทหารที่กำลังคุมตัวนักโทษ ตรงกลางกลุ่มนั้นคือหลิวโยว่เฉวียน เงยหน้ามองหยางหวาง ก่อนยกยิ้มบางๆ “ท่านแม่ทัพข้าหยางวางจำเป็นต้องขอให้นำตัวหลิวโยว่เฉวียนขังไว้ในกรง” หลิวโยวเยว่พยักหน้า
ภายในบ้านไม้ไผ่โหลวหรานกำลังนั่งเด็ดใบสมุนไพรอยู่หน้าบ้าน ข้างกายมีบริวารดินกำลังช่วยกันคัดแยกผักที่เพิ่งเก็บเกี่ยว จู่ๆ เสียงของระบบก็ดังขึ้นในห้วงจิต"นายหญิงเจ้าขา"โหลวหรานเงยหน้าขึ้น "อะไรอีก"ระบบเด้งออกมาจากอากาศพร้อมรอยยิ้มกว้าง "วันนี้ข้าน้อยภูมิใจนำเสนอ พวกเรามาตรวจดูความคืบหน้าของทัพไท่จื่อกันเถอะเจ้าค่ะ" โหลวหรานทำหน้าประหลาดใจ "ได้ด้วยหรือ"ระบบพยักหน้ารัวๆ "ได้สิเจ้าคะ ตอนนี้นายหญิงอยู่ในด่านสุดท้ายแล้ว ระบบสามารถตรวจสอบสถานการณ์สำคัญของโลกนิยายได้บางส่วน"ฟุ่บ หน้าต่างสีทองขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้าโหลวหราน ภาพสนามรบค่อยๆ ชัดขึ้น เผยให้เห็นกองทัพของหยางหวางกำลังตั้งแนวอยู่กลางทุ่งกว้าง ส่วนอีกฟากหนึ่ง กองทัพขนาดใหญ่ของลี่เหวินหานกำลังตั้งรับอยู่หลังแนวเขาระบบชี้ไปยังภาพอย่างภาคภูมิใจ "ดูสิคะ ตอนนี้ไท่จื่อยังไม่ถือว่าได้เปรียบและก็ไม่ได้เสียเปรียบเจ้าค่ะ กองทัพทั้งสองฝ่ายมีกำลังใกล้เคียงกัน เพียงแต่เมื่อครู่กองทัพของไท่จื่อใช้ปืนใหญ่โจมตี ทำให้สามารถกดดันและบีบให้กองทัพของลี่เหวินหานถอยออกไปได้"โหลวหรานมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขมวดคิ้ว"เดี๋ยวนะ..."นางหันกลับม







