Beranda / รักโบราณ / ห้วงฝันใต้แสงจันทรา / บทที่ 2.0 ภาพที่คุ้นเคย

Share

บทที่ 2.0 ภาพที่คุ้นเคย

last update Tanggal publikasi: 2024-11-26 10:00:14

เช้าวันต่อมา

“อาเซียง ตื่นได้แล้ว วันนี้มีเรียนเก้าโมงไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็ไปสายหรอก”

“อาเซียง ได้ยินไหมเนี่ย ตื่นได้แล้ว”

“อื้อ จิ่วเอ๋อร์ ข้ารู้แล้ว”

“หลิวลี่เซียง นี่เธอพูดว่าอะไรนะ” ไป๋เยว่ซินถามย้ำอีกครั้งและรู้สึกแปลกใจที่เพื่อนคนนี้นอนขี้เซา

“จิ่วเอ... เอ๋!” หลิวลี่เซียงรีบลืมตา

“ซินซินเหรอ” เธอจับหน้าไป๋เยว่ซินแล้วดึงแก้มเบา ๆ

“โอ๊ย! อาเซียง มาดึงแก้มกันทำไม”

“ซินซิน ฉันคิดถึงเธอจังเลย” หลิวลี่เซียงกอดเพื่อนรัก

เธอไม่คิดว่าวันนี้จะได้ตื่นจากฝันของหลี่เหลียนฮวา หลิวลี่เซียงใช้ชีวิตเป็นหลี่เหลียนฮวามาหลายปี ความรู้สึกทุกอย่าง เธอยังคงจำได้ดี

หวังว่าคำอธิษฐานจะเป็นจริงนะ เธอคิดในใจ

“อาเซียง แปดโมงครึ่งแล้ว เธอจะไปอาบน้ำแต่งตัวได้หรือยัง” ไป๋เยว่ซินเตือนเพื่อนอีกรอบ

“มีเรียนเหรอ วันนี้วันอะไร” เธอถามเพื่อนพลางกดมองดูมือถือ ก่อนหันไปดูตารางเรียน

“ซวยแล้ว ๆ คาบอาจารย์สุดโหด” เธอรีบกระโดดลงจากเตียงแล้ววิ่งไปอาบน้ำแต่งตัวด้วยความเร็วสูงก่อนปั่นจักรยานไปคณะ

พักเที่ยงหลิวลี่เซียงมีนัดทานข้าที่โรงอาหารพร้อมกันกับไป๋เยว่ซิน เธอมานั่งรอที่โต๊ะก่อนจะคิดถึงเรื่องราวในฝันที่ผ่านมา

ทำไมถึงได้ฝันเรื่องหลี่เหลียนฮวาอีกครั้งนะ แถมเข้าไปอยู่ในฝัน เล่นจริงเจ็บจริงไม่น้อย เหมือนจะผ่านมาห้าปีแล้วแต่ก็แค่หลับฝันไปหนึ่งคืนงั้นเองเหรอ หลิวลี่เซียงคิดทบทวนไปมาถึงความสมเหตุสมผลแต่ก็หาคำตอบไม่ได้

“อาเซียง สั่งข้าวแล้วยัง” ไป๋เยว่ซินถามตอนเดินมาที่โต๊ะ

“อื้อ เรียบร้อย กินเหมือนกันใช่ไหม”

“อื้อ”

ทั้งสองคนทานข้าวเที่ยงด้วยกันพลางพูดคุยเรื่องงานเทศกาลของมหาวิทยาลัย คณะต่าง ๆ จะมีร้านขายของเล็ก ๆ ในเทศกาลนี้ด้วย แต่แล้วจู่ ๆ ไป๋เยว่ซินถามเรื่องเมื่อตอนเช้า

“อาเซียง เมื่อเช้าเรียกชื่อใครนะ”

“อ่อ จิ่วเอ๋อร์ คนในฝันน่ะ เรื่องมันยาวมาก เอาไว้เลิกเรียนจะเล่าให้ฟังนะ” หลิวลี่เซียงตอบก่อนหันไปมองข้าง ๆ

เธอเห็นเหรินฮ่าวหรานกำลังนั่งกินแตงโมอยู่อย่างเอร็ดอร่อยก็นึกถึงเสี่ยวหานแล้วเผลอยิ้มออกมา

“อาเซียง มองฮ่าวหรานจนเขามองกลับมาแล้วไหมนั่น” ไป๋เยว่ซินสะกิดแขนเธอเบา ๆ

เหรินฮ่าวหรานรู้สึกว่ามีใครบางคนจ้องเขาอยู่จึงหันมามอง เขาเห็นหลิวลี่เซียงยิ้มให้เขา

“เธอชอบนายคนนี้เหรอ มองตาไม่กระพริบแถมยิ้มให้เขาด้วย” ไป๋เยว่ซินแซวเพื่อนที่กำลังหน้าแดง

“เปล่านะ ซินซิน แค่นึกถึงใครบางคนเฉย ๆ เดี๋ยวเย็นนี้เล่าให้ฟัง”

“อื้อ” เธอพยักหน้า

หลังจากที่เรียนวิชาตอนบ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลิวลี่เซียงแวะไปที่ชมรมศิลปะ เพราะประธานชมรมนัดสมาชิกใหม่ทุกคนมาทำความรู้จักกับรุ่นพี่ แม้สมาชิกในชมรมจะมีไม่มากก็ตาม

เธอเดินเข้ามานั่งรออยู่ตรงมุมห้องชมรมและทำความรู้จักกับรุ่นน้องที่เพิ่งเข้ามาใหม่ เหรินฮ่าวหรานและซือมู่เฉินก็เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย หลังจากที่แนะนำชมรมและสมาชิกชมรมเรียบร้อยแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ เหลือเพียงเหรินฮ่าวหรานที่เดินไปหยิบอุปกรณ์มาเตรียมวาดรูปสีน้ำมัน

“นี่ ฉันให้เธอ” เหรินฮ่าวหรานยื่นของในถุงผ้าให้เธอ

หลิวลี่เซียงรับมาแล้วเปิดดูของในถุงผ้า

“แตงโมเหรอ เป็นลูกเลยนี่นะ” หลิวลี่เซียงถามกลับ

“อื้อ เมื่อตอนกลางวันเธอมองฉัน ไม่ได้อยากกินแตงโมเหรอ”

“เอ่อ คือ... ใช่ ๆ ขอบคุณนะ” หลิวลี่เซียงไม่อยากอธิบายยืดยาวจึงรับของมาแล้วกล่าวขอบคุณเขา

หลังจากนำของมาให้เธอแล้ว เขาก็ไปนั่งที่ประจำใส่หูฟังเพลงแล้วเริ่มลงสีบนผืนผ้าใบ

หลิวลี่เซียงไม่กล้าอยู่กับเขาสองคนจึงขอตัวกลับหอพัก

----------------------------------------------------------------------

งานเทศกาลมหาวิทยาลัย

“อาเซียง ร้านขายของกินเต็มไปหมดเลย” ไป๋เยว่ซินตื่นเต้น

“อื้อ ไปดูตรงโน้นกันเถอะ ฉันอยากกินอันนั้นอ่ะ” หลิวลี่เซียงพาเธอเดินมาทางด้านซ้ายของงาน

เธอเอื้อมมือไปหยิบถังหูลู่ด้วยความอยากกิน แต่มีมืออีกข้างหนึ่งของใครบางคนกำลังเอื้อมมือจับถังหูลู่ไม้เดียวกัน

ในร้านมีตั้งหลายไม้ ทำไมต้องมาเลือกไม้เดียวกัน เธอจึงเงยหน้ามองเขา

“เหรินฮ่าวหราน!” เธออุทานตกใจ

“เธอเองเหรอ” เขาตอบเนิบ ๆ

“อันนี้นายเอาไปละกัน เดี๋ยวฉันเอาอันใหม่” หลิวลี่เซียงยื่นถังหูลู่ไม้นั้นให้เขา

ภาพเหตุการณ์ในวันที่หลี่เหลียนฮวาไปเที่ยวในตลาดและซื้อถังหูลู่ให้เสี่ยวหานผุดขึ้นมา เธอมองเห็นภาพหน้าของเสี่ยวหานบนใบหน้าของ เหรินฮ่าวหราน ทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อยและทำให้เขาแปลกใจไปด้วย

“หลิวลี่เซียง เป็นอะไรไป” เขาถาม

“อ้อ เปล่า ไม่มีอะไร อันนี้ให้นายละกัน ฉันไปละ” เธอรีบยื่นให้เขาก่อนรีบเดินไปอีกทาง

“อ้าวอาเซียง ไม่กินละเหรอ” ไป๋เยว่ซินถามเพราะสงสัย

“อื้อ ๆ เอาไว้วันหลังก็ได้”

“งั้นไปตรงนั้น ฉันได้กลิ่นซาลาเปา” ไป๋เยว่ซินชวน

“ซินซิน ขอสองลูก หิวไม่ไหวแล้ว” หลิวลี่เซียงบอกเพื่อน

“อื้อ ถือไปเลยมั้ย” เธอยื่นให้เพื่อนก่อนจ่ายเงิน

เมื่อหันกลับมาหลิวลี่เซียงมองเห็นเหรินฮ่าวหรานอีกครั้งและกำลังเดินมาทางนี้

งานออกจะกว้างทำไมยังเดินมาทางเดียวกันอีกนะ หลิวลี่เซียงคิดในใจ

ด้านเหรินฮ่าวหรานที่เดินมาทางนี้มองเห็นเธอถือซาลาเปาสองมือก็เข้าใจว่าเธอคงชอบซาลาเปามาก เขายิ้มให้เธอเพื่อทักทายตามประสาแต่กลับทำให้เธอรู้สึกเขินขึ้นมา ก่อนที่เขาจะรู้ว่าเธอหน้าแดง หลิวลี่เซียงก็หันขวับไปอีกทางแล้วรีบเดินจนลืมไป๋เยว่ซินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

“อาเซียง เดี๋ยวก่อน” ไป๋เยว่ซินรีบเดินตาม

“ซินซิน โทษที รีบเดินไปหน่อย”

“รีบเดินหรือรีบหลบหน้าใคร เธอมีพิรุธนะ” ไป๋เยว่ซินแกล้งถามเพื่อน

“เปล่า ๆ แค่อยากรีบหาที่นั่งกินซาลาเปาเฉย ๆ เอ! ตรงนั้นซือมู่เฉินนี่” หลิวลี่เซียงชี้ไปที่ในงาน

ไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไรต่อ ไป๋เยว่ซินรีบดึงแขนเธอเดินไปอีกทางจนแทบจะถึงประตู

“ซินซิน นี่เธอหลบหน้าซือมู่เฉินเหรอ” หลิวลี่เซียงถามกลับ

“จะว่าใช่ก็ใช่นั่นแหละ ยังไม่อยากเจอหน้าคนเจ้าชู้”

“เฮ้อ ไหน ๆ ก็เดินมาจนถึงทางออกแล้วกลับหอกันดีกว่า” เธอเก็บซาลาเปาใส่ถุงแล้วปั่นจักรยานกลับหอพร้อมกัน

------------------------------------------------------------------------

หลิวลี่เซียงแวะมาที่ชมรมศิลปะเพราะวันนี้รุ่นพี่จะสอนเทคนิคการวาดรูปด้วยสีน้ำมัน เธอมีแผนที่จะหัดวาดรูปจึงเข้าร่วมกิจกรรมด้วย

“หลิวลี่เซียง ไปนั่งคู่กับเหรินฮ่าวหราน” รุ่นพี่คนหนึ่งบอกเธอ

หลิวลี่เซียงค่อย ๆ เดินมาหาเขาพยายามทำตัวให้ปกติที่สุดแล้วยกมือข้างหนึ่งขึ้นเพื่อทักทายเขา

เมื่อมองไปที่ผืนผ้า เธอเห็นเขาวาดรูปดอกโบตั๋นค้างไว้ แม้จะยังไม่เสร็จเรียบร้อยดีก็ดูสวยงามมากทีเดียว

“เธอจะลองวาดรูปดอกโบตั๋นไหม” เขาถามเมื่อเห็นเธอสนใจภาพของเขา

“อื้อ” หลิวลี่เซียงตอบด้วยความดีใจ

เหรินฮ่าวหรานตั้งใจสอนเธอด้วยความใจเย็น หลังจากนั้นเธอจึงแวะมาที่ชมรมอีกสองสามวันเพื่อวาดรูปดอกโบตั๋นให้เสร็จ โดยมีเหรินฮ่าวหรานคอยสอนทุกขั้นตอน จนในที่สุดภาพวาดสีน้ำมันชิ้นแรกของเธอก็เสร็จเรียบร้อย

“ขอบคุณนะ” เธอกล่าวขอบคุณเขาที่ช่วยสอนเรื่องวาดภาพ

“อื้อ” เขาตอบสั้น ๆ

โบตั๋นในความทรงจำ หลิวลี่เซียงถือภาพดอกโบตั๋นกลับหอด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ข้างหลังเธอเหรินฮ่าวหรานมองตามแล้วยิ้มมุมปาก จากนั้นเขากลับมานั่งวาดภาพเดิมที่ค้างไว้

ค่ำคืนนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ดวงจันทร์กลมโตเหมือนคืนนั้น หลิวลี่เซียงมานั่งชมจันทร์ที่ริมหน้าต่างเหมือนเช่นเคย เสียงขลุ่ยเพลงเดิมที่คุ้นเคยขับกล่อมให้เธอหลับใหลอย่างไม่รู้ตัว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ห้วงฝันใต้แสงจันทรา   บทที่ 7.5 นิจนิรันดร์(ตอนจบ)

    หลังจากเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านมาครบหนึ่งร้อยวัน เทพพิทักษ์กฎสั่งให้นำตัวเหรินฮ่าวหรานและหลิวลี่เซียงเข้ามาที่ท้องพระโรงเพื่อไต่สวนครั้งสุดท้าย หากดูจากภายนอกแล้ว หลิวลี่เซียงเหมือนกลับมาเป็นปกติ แต่เหล่าเทพเซียนทั้งหลายยังคงกังขาว่านางหายจากมนตร์ปีศาจแล้วหรือไม่ ส่วนเหรินฮ่าวหรานนั้น ร่างกายภายนอกดูไม่เป็นอันใดเพราะยาจากชิวฉือ แต่ภายในนั้นบอบช้ำเกินพรรณนา“เทพบุปผา ท่านยืนยันได้หรือไม่ว่าสติของท่านกลับมาเป็นเช่นเดิมแล้ว” เทพพิทักษ์กฎถามนางขึ้นท่ามกลางเสียงพูดคุยของเหล่าเทพเซียน“อื้ม” นางพยักหน้า สายตายังคงมองไปที่เหรินฮ่าวหรานด้วยความเป็นห่วง เวลานี้ไม่คิดสนใจผู้ใดนอกจากเขา“เรื่องของท่านกับเขา เหรินฮ่าวหรานเคยกล่าวว่าเขาไม่ได้ทำเรื่องเช่นนั้น ท่านยืนยันได้หรือไม่”“ข้ายืนยันได้ เขาไม่มีวันทำร้ายข้า ทั้งไม่จำเป็นต้องใช้มนตร์ปีศาจเพื่อให้ข้าหลงรักเขา ไม่ว่าจะอยู่ในชาติภพใด เขาจะคอยปกป้องข้า ไม่มีวันทอดทิ้ง” หลิวลี่เซียงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ท่านเพิ่งได้พบเจอเขา เหตุใดถึงเชื่อใจเขา” เทพวารีก

  • ห้วงฝันใต้แสงจันทรา   บทที่ 7.4 ผีเสื้อสีขาว

    “เช่นนั้น ข้าจะให้เจ้าคอยรักษานางจนครบหนึ่งร้อยวัน แล้วข้าจะไต่สวนเรื่องราวอีกครั้ง” เทพพิทักษ์กฎกล่าวโดยสรุปก่อนจะหันไปทางคนที่เหลือ“พวกเจ้าเป็นเผ่าพันธุ์จิ้งจอก ดินแดนเทพไม่อาจตัดสินความถูกผิดได้ ข้าส่งจะตัวพวกเจ้าไปที่แคว้นชิงชิว”ซือมู่เฉินยืนขึ้นเผชิญหน้ากับเทพพิทักษ์กฎ ท่ามกลางความแปลกใจของทุกคนที่อยู่ในท้องพระโรง“หากข้าไม่ได้ทำความผิด ไม่ว่าผู้ใดก็ตัดสินข้าไม่ได้” ซือมู่เฉินเผยตราราชวงศ์เมืองฉางให้พวกเขาดู“องค์รัชทายาทเช่นนั้นหรือ” เทพองค์หนึ่งพูดขึ้น“พวกเจ้าอย่าทำให้เรื่องนี้เป็นปัญหาระหว่างเผ่าพันธุ์ไปเลย ข้ายืนยันว่าข้าและสหายบริสุทธิ์ใจ ระหว่างที่เหรินฮ่าวหรานรักษานาง พวกข้าจะออกตามหาคนต้นเหตุเพื่อมารับโทษให้ได้”“ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของจิ้งจอกเก้าหาง วาจาที่เอ่ยออกมาแล้วไม่สามารถบิดพลิ้วได้ มิเช่นนั้นจะถูกวาจาศักดิ์ย้อนกลับมาทิ่มแทงตนเอง รวมถึงนางด้วยใช่หรือไม่” เทพพิทักษ์กฎทวนเขาอีกครั้งถึงสิ่งที่เขาเดิมพันเอาไว้ขณะหันไปมองไป๋เยว่ซิน“ข้า

  • ห้วงฝันใต้แสงจันทรา   บทที่ 7.3 มิตรภาพผองเพื่อน

    เหรินฮ่าวหรานไม่รอช้าหยิบมีดขึ้นมากรีดลงที่ตรงหน้าอก พลันเลือดสีแดงฉานไหลริน เขารีบนำภาชนะรองมาให้หลิวลี่เซียงดื่มจนกว่านางจะดีขึ้น“พอแล้ว” ซือมู่เฉินห้ามปราม“แต่นาง...” เหรินฮ่าวหรานมองหลิวลี่เซียงด้วยสีหน้ากังวล“วันนี้พอเท่านี้ อีกครู่หนึ่งนางจะหาย”หลิวลี่เซียงมีท่าทีสงบลง สีตาของนางกลับมาเป็นเช่นเดิม สติที่หายไปเริ่มกลับมาจนแก้มของนางสีแดงระเรื่ออีกครั้ง นางรีบหันหลังหลบสายตาของเหรินฮ่าวหราน“เป็นอันว่า นางหายดีแล้ว ไม่ต้องกังวลแล้วล่ะเสี่ยวหราน เจ้าตามข้ามา เรามีเรื่องต้องคุยกัน” ซือมู่เฉินบอกเขาแล้วเดินออกจากห้องไปรอข้างนอก“เถอะน่า รีบตามไปเร็วเข้า เดี๋ยวข้าอยู่กับนางเอง” ไป๋เยว่ซินเห็นท่าทีของเขาก็รีบบอกให้คลายกังวล เหรินฮ่าวหรานพยักหน้าแล้วตามออกไป“ซินซิน เมื่อครู่ข้าทำอันใดไปบ้าง” หลิวลี่เซียงหามาถามไป๋เยว่ซิน“อาเซียง ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะมีท่าทางเช่นนี้ แต่เจ้าไม่ต้องคิดอันใดมากหรอก เจ้าเพิ่งจะโดนมนตร์ปีศาจจิ้งจอกมา”“ถ

  • ห้วงฝันใต้แสงจันทรา   บทที่ 7.2 มนตร์ปีศาจจิ้งจอก

    เหรินฮ่าวหรานลงจากล่างเขาดินแดนเทพมาอยู่ในดินแดนมนุษย์ได้สามสี่วัน เขาใช้เวลาว่างคิดทบทวนเรื่องของตนเองกับหลิวลี่เซียง ระยะเวลาสองพันปีที่เขารอคอยนางมา หากคำตอบไม่เป็นอย่างที่ใจหวัง เขาจะทำเช่นไรทว่าเรื่องหัวใจของตนเองนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาคิดให้นานนัก ใช่ว่าเรื่องแบบนี้จะเคยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเสียหน่อย ความฝันที่ผ่านมาแต่ละครั้งก็เปรียบเสมือนชาติภพที่เขาและนางต้องเผชิญร่วมกันในฐานะที่แตกต่างกันไป เหรินฮ่าวหรานตัดสินใจได้แล้วว่า ไม่ว่าคำตอบเป็นเช่นไร เขาจะยังคงรอนางอย่างที่เคยรอเสมอมา ความรักของเขาจะมอบให้นางแต่เพียงผู้เดียว เมื่อคิดได้เช่นนั้นแล้ว เหรินฮ่าวหรานเริ่มยิ้มออก ใจที่เคยสับสนค่อยผ่อนคลายลงเหรินฮ่าวหรานเก็บของเตรียมจะออกจากโรงเตี๊ยม จู่ ๆ เขาก็เห็นผีเสื้อสีขาวบินมาจากทางหน้าต่างห้องผีเสื้อนำทาง ผู้ใดกำลังตามหาข้าอยู่หรือ เหรินฮ่าวหรานเอื้อมมือแตะที่ผีเสื้อตัวนั้นก่อนจะออกมายืนริมหน้าต่าง สายตาของเขาทอดมองไปยังเบื้องล่าง พลันได้พบเจอคนผู้หนึ่งยืนส่งยิ้มมาให้ก็ใจเต้นรัวหลิวลี่เซียง เขาไม่รอช้ากระโดดลงมาจากชั้นสองของโรงเต

  • ห้วงฝันใต้แสงจันทรา   บทที่ 7.1 การรอคอยที่เนิ่นนาน

    ท้องฟ้าสีครามแต้มด้วยปุยเมฆขาว ๆ ในวันนี้ก็ยังคงเป็นดั่งเช่นทุกวันที่ผ่านมา ฝูงปักษาสวรรค์ที่นานครั้งจะปรากฏตัวอวดโฉมต่างพากันโผบินไปยังตำหนักเทพเบื้องบนราวกับมีงานชุมนุมรื่นเริง ด้านล่างทางขึ้นเขาดินแดนเทพมีหอเซียนต่าง ๆ มากมายสำหรับเซียนที่คอยทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างเทพ มนุษย์ และเผ่าอื่น ๆ ในใต้หล้าริมทะเลสาบด้านหลัง มีเซียนหนุ่มผู้หนึ่งที่มีหน้าที่รับคำวิงวอนจากมนุษย์ส่งให้เหล่าเทพได้ปลีกตัวจากความวุ่นวายในหอเซียนไปนั่งชื่นชมธรรมชาติที่เงียบสงบอย่างเช่นเคยหลิวลี่เซียง เจ้าอยู่ที่ใดกัน เซียนหนุ่มผู้นี้ถอนหายใจพลางมองไปยังเป็ดยวนยางคู่หนึ่งเป็ดยวนยางยังมีคู่แล้วเจ้าอยู่แห่งหนใด ความฝันนี้ช่างยาวนานเหลือเกิน แต่ไม่มีเจ้าราวกับชีวิตมีบางสิ่งขาดหายไปความรำพึงรำพันของเขาเช่นนี้คงจะไม่เกิดขึ้นหากได้พบนางในฝัน แต่ความฝันครั้งนี้ได้เริ่มขึ้นเมื่อสองพันปีก่อน ครั้นเมื่อรู้ว่าตัวเองได้เกิดเป็นเซียนก็คอยแต่จะตามหานางทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะดินแดนเซียน ดินแดนมนุษย์ เผ่าอื่น ๆ ล้วนแล้วแต่เคยไปมาทั้งหมด หากแต่ไม่มีวี่แววจะได้พบกับนาง เหลือเพียงแต

  • ห้วงฝันใต้แสงจันทรา   บทที่ 6.4 ห่วงหาอาวรณ์

    “เทียนเทียน” ถานลี่อิงร้องไห้เรียกเขา จิตใจของนางเริ่มสั่นไหวทีเล็กทีละน้อย ทำให้ผนึกที่อยู่ในตัวนางเกิดรอยร้าวใหญ่ขึ้น“ช้าก่อน” เสียงของต้วนจื่อเยี่ยนดังขึ้นพร้อมกับคนในพรรคฝนโลหิตราวห้าสิบคน“เพิ่งจะโผล่มาตอนนี้ เจ้านี่มันจอมฉวยโอกาส” หวังเหว่ยตวาดเขา“หุบปาก เจ้าพวกโง่” ต้วนจื่อเยี่ยนตอกกลับ แล้วถามเหออี้เทียน“หลี่หงจวิ้นเล่า เจ้าฆ่าเขาหรือยัง”“...” เหออี้เทียนไม่ตอบอันใด เรี่ยวแรงของเขาเริ่มจะหมด ทั้งยังเจ็บปวดบาดแผลไปทั่วร่าง“ยังไม่ฆ่ามันสินะ” ต้วนจื่อเยี่ยนเห็นท่าทีของเหออี้เทียนก็พอเดาได้ เมื่อรู้ข่าวจากคนในพรรคว่าหาตัวหลี่หงจวิ้นไม่เจอ เขาก็รีบมาที่นี่ทันที“...” เหออี้เทียนยังคงนิ่งเงียบ“หรือว่าเจ้าโดนเสน่ห์มารของมันแล้ว เฮอะ เจ้าหลี่หงจวิ้นคิดจะเก็บของดีไว้กินผู้เดียว” หวังเหว่ยพูดออกมา“แล้วเจ้านั่นหายไปที่ใด ทำไมไม่มาชิงเหยื่อของตนกลับไป” พรรคหมอกทมิฬสงสัยมองไปรอบ ๆ ตัว“หม

  • ห้วงฝันใต้แสงจันทรา   บทที่ 3.3 เขาคือคนผู้นั้น

    “ฮูหยิน เจ้าจะลงเขาไปเที่ยวตลาดในเมืองหรือ” ประมุขเว่ยถาม ฮูหยินพลางเก็บของเตรียมพร้อม“ใช่ อย่าบอกนะว่าเจ้าจะไปด้วย” ฮูหยินถามกลับ“ข้าต้องไปกับเจ้าอยู่แล้ว ข้าเป็นสามีเจ้า”“แต่ข้าไปกับเพ่ยเพ่ยสองคนเป็นปกติ”“มีข้าไปด

  • ห้วงฝันใต้แสงจันทรา   บทที่ 3.0 เที่ยวนอกเมืองวันหยุด

    เช้าวันต่อมาเมื่อหลิวลี่เซียงลืมตาตื่นขึ้นมา เธอถึงกับตกใจที่เห็นไป๋เยว่ซินกำลังนั่งจ้องเธออยู่“อาเซียง ฝันดีเหรอ ยิ้มไม่หุบเลยนะ”“อ่อ อ้อใช่ ฝันดีมาก”หลิวลี่เซียงรีบตอบก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไม่ยอมเล่าให้ไป๋เยว่ซินฟัง วันนี้เธออารมณ์ดีเป็นพิเศษจึงไปเรียนด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส และนัดไป๋เยว่ซินม

  • ห้วงฝันใต้แสงจันทรา   บทที่ 2.4 ปกป้องคนสำคัญ

    ไป๋อิงที่เห็นภาพอันน่าสยดสยองหลับตาปี๋ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงของลู่เฟยเทียน“ไป๋อิง เจ้าไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่” เขาถามนางด้วยความเป็นห่วงนางกอดลู่เฟยเทียนอยู่เนิ่นนานราวกับต้องการคนปลอบใจ ภาพที่นางเห็นนั้นช่างน่ากลัวเกินบรรยาย เขาจึงโอบกอดนางและค่อย ๆ

  • ห้วงฝันใต้แสงจันทรา   บทที่ 2.3 เหตุการณ์ซ้ำรอย

    ไป๋อิงหลับตากรีดร้องสุดเสียงที่เห็นภาพของหวังจางเหว่ยสิ้นชีวิตลงต่อหน้า แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก นางได้ยินเสียงจอแจของผู้คนจึงลืมตาขึ้นทำไมสว่างจัง นี่ข้าตายแล้วหรือ แต่ทำไมมีคนอื่นเดินไปเดินมาเต็มไปหมด ไป๋อิงคิดในใจก่อนเดินดูรอบ ๆหอโคมแดง นั่นหวังจางเหว่ยนี่ เขาขึ้นส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status