เข้าสู่ระบบ“で、お前はどう思うんだ?” แล้วเธอคิดว่าอย่างไรล่ะ
ผ่านมา ๓ ปีแห่งความทรมาน ยามนี้เพียงแค่เสียงรองเท้าเสียดสีกับหญ้าก็ปลุกความกลัวขึ้นมาได้ไม่ยาก ทว่านายแพทย์ยังใจสู้ เก็บสีหน้าท่าทางไม่ให้คนด้านบนล่วงรู้
“それとも、俺が『お前』にしたのと同じことをすると思っているのか?” หรือจะกำลังคิดว่า ฉันจะทำแบบเดียวกับที่ทำกับนาย?”
คุณหมอตัวกระตุกเฮือกเมื่อฝ่ามือเริ่มเข้ามาใกล้ เขารีบกระชับเสื้อกาวน์กกกอดปกป้องร่างกายตัวเอง ใบหน้าขาวซีดถูกจับขึ้นอย่างไม่ถนอมนัก นายทหารกระตุกยิ้มร้ายมองนกน้อยที่มีแววตามุ่งมั่นแต่กลับสั่นระริกไปทั้งตัว...สุดท้ายเราก็โกหกสัญชาตญาณไม่ได้
“フン、強がって見せるな。” หึ ทำเป็นเก่ง
มือหยาบคู่นั้นผละออกจนคุณหมอหน้าคลอน เมื่อเสียงฝีเท้าหนักเดินไกลห่างออกไป คนในเสื้อผ้าสีขาวก็ทรุดตัวลงเสื้อคลุมแนบกับพื้นดินชื้นแฉะ ความหวาดผวาเมื่อครู่ยังคงปะทุอยู่เรื่อย ๆ จนลมหายใจถี่รัว นายแพทย์งุดหน้าลงกับพื้นมือไม้เกาแขนที่ชักจะคันคะเยอเข้าไปทุกที ทว่าจู่ ๆ กลับมีมือข้างหนึ่งยื่นมาหยุดเขาเอาไว้
“หยุดเถอะครับ เลือดออกแล้วนะนั่น”
“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”
เป็นทหารไทยร่างเตี้ยเดินดุ่ม ๆ เข้ามาจับข้อมือเขาเอาไว้ และแม้เขาจะปฏิเสธเสียงแข็งไปสักกี่ครั้ง อีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้ พยายามเข้าหาเขาทุกวิถีทาง
‘อรุณสวัสดิ์คร้าบหมอ ผมซื้อขนมมาฝากคร้าบ’
‘ขอบคุณที่รักษาผมคราวก่อนครับ’
‘หมอชอบกินขนมใช่ไหม’
‘ไว้ผมจะซื้อมาฝากบ่อย ๆ นะครับ’
แม้รู้ว่าอีกฝ่ายคงมาหยอกเล่นตามประสาเด็ก ทว่าความรู้สึกแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นภายในอก ราวกับเจอสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็น จนเผลอคิดไปว่าเสียงน่ารำคาญเหล่านั้นมีไว้เป็นสีสันชีวิตบ้างก็ไม่เลว
เขาได้พบพานความสดใสเหล่านั้นเพียงไม่ถึงปี ก่อนจะต้องออกเดินทางมุ่งไปยังจุดหมายถัดไป โดยสถานะก้ำกึ่งที่มีตลอดช่วงสงคราม ถูกทำให้ชัดเจนขึ้นจนพวกเขาตกลงว่าจะเป็นคู่นอนของกันและกัน แม้เขาจะไม่เต็มใจนัก อย่างไรเสียก็ยังดีกว่าการไปคลุกคลีกับทหารคนอื่นที่ชอบไปฉุดผู้หญิงมากหน้าหลายตามาย่ำยีไม่ซ้ำราย ไม่รู้ว่าติดโรคอะไรบ้าง ผิดจากโอคาดะที่มักเรียกมานาน ๆ ครั้ง
ใช่ว่าเขาจะไม่เคยพยายามหนี เพียงแต่ผ่านไปได้สัปดาห์เดียวเขาก็ถูกเจอตัว ทำให้รู้ว่าอำนาจของผู้บังคับบัญชานั้นมีน้ำหนักแค่ไหน แม้แต่คนไทยเจ้าของแผ่นดินก็ไม่มีใครต้านทานได้ พากันคาบข่าวไปบอกผู้พันจนหมดทางรอด
“ひっ...うっ! や...やめてください、どうか...うっ、もう結構-” ฮึก...อึก! ยะ...อย่า ได้โปรดฮึก...พอแล้ว
บทลงโทษเกิดขึ้นเมื่อเขาถูกทหารลากกลับมายังค่ายทหาร ถูกทุบตีทำร้ายจนมีสภาพสะบักสะบอม เคียงข้างศพหญิงสาวไร้นามที่โอคาดะมันไปฉุดมากระทำชำเรา เจ้าหล่อนคงพึ่งขาดใจไปก่อนเขาถูกพาตัวมาไม่นานนัก ดูจากคราบเลือดเกรอะกรังช่วงล่างและแผลพุพองตามตัว บ่งบอกได้เลยว่าเธอคงถูกปฏิบัติเยี่ยงกระโถนระบายความใคร่ แต่คนต่อไปที่จะสิ้นใจคงเป็นเขา
“で、誰のせいだ? 考えろ。賢いんだろう。” แล้วมันเป็นเพราะใครกัน ไหนคิดซิ ฉลาดนักไม่ใช่เหรอ
“ひっ...うっ!! 駄目だ!そこは...うぐっ!” ฮึก...อื้อ!! ไม่! ตรงนั้นมัน-อุก!
ถือว่าโชคดีหรือไม่ที่เขายังมีลมหายใจในเย็นของอีกวัน ทีแรกเขาคิดไปว่ามันเป็นบัญชาสวรรค์มอบแด่คนอย่างเขาที่ไปหลงเชื่อคนอย่างโอคาดะ ทว่าต่อมากลับเป็นสวรรค์ที่มอบโอกาส เมื่อญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ ๒
เขาไม่สนใจว่าใครจะถูกใครจะผิด ในตอนนั้นขอเพียงได้นำพาชีวิตอันเน่าเฟะของตัวเองออกจากขุมนรกได้ก็เกินพอ
‘จานล้างเสร็จรึยัง! อาหารเสร็จตั้งนานแล้ว!!’‘กะ...กำลังเช็ดอยู่ครับ!’‘แล้วตรงนั้นเมื่อไหร่จะหั่นเสร็จ!’‘ขอโทษจ้ะ จะเร่งมือจ้ะ!’ขนาดพาหนูน้อยเดินมาด้วยกันเจ้าตัวยังสั่นเป็นเจ้าเข้า ทีอยู่กับเขานี่ขี้อ้อนซุกซนเป็นลูกลิง เราเองตอนนี้หลังสรุปกำไรขาดทุนของสัปดาห์ที่ผ่านเสร็จก็ไม่มีงานใดแล้ว เลยเข้ามาช่วยในครัวสักหน่อย“ปลื้ม เดี๋ยวพี่มาช่วยล้างจานนะ ถ้ามีอะไรให้เตรียมเพิ่มก็บอกพี่ได้”“ถะ...ถ้าอย่างนั้นผมรบกวนเอาไก่ในตู้แช่ออกมาพักไว้ก่อนได้ไหมครับ”“อื้อ!”บรรยากาศภายในครัวสงบลงในพริบตาเมื่อเจ้าของร้านตัวจริงเข้ามาคุมพื้นที่ เพราะแบบนี้อย่างไรเล่าลูกจ้างอย่างพวกเราจึงชอบคุณหมอคนนี้นัก เพราะเถ้าแก่ตอนปกติก็อารมณ์ดีอยู่หรอก แต่อยู่หน้าเตาทีไรมักมีน้ำโหตลอด ดังนั้นการมาของคุณหมอช่างราวกับนางฟ้ามาโปรดเหลือเกิน. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .“ไหนสัญญากับพี่ว่าจะไม่ตะโกนใส่เด็ก ๆ อีกแล้ว”“ขอโทษครับ...”เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ขณะที่ร่าง
“เถ้าแก่ ให้ฉันยกขึ้นไปเลยไหม?”“เอ้อ! ยกไปทีละถาดล่ะ”“จ้ะ”หนูเผิงเองกลายมาเป็นพนักงานประจำที่ทำงานขยันขันแข็งสู้งานกว่าพี่ที่โตกว่าหลายขุม ในทางกลับกันก็เป็นพนักงานที่อายุน้อยที่สุดเช่นเดียวกัน ได้เห็นเด็กจิ๋วเดินเตาะแตะไปมาอยู่ตรงหน้าชวนให้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจเสียจริง หรือนี่จะเป็นเหตุให้เราหันมาสนใจคนอายุน้อยกว่าหรือเปล่านะน้ำคิดพลางเคาะเอกสารบัญชีบนโต๊ะตรวจ ทว่าตอนนี้คลินิกของเขาต่อให้ไปนำบัตรประชาชนพร้อมเอกสารไปยื่นเรื่องได้รับการอนุมัติแล้ว แต่ด้วยสภาพการณ์ร้านที่ยังคงต้องปรับตัวกับการขยายอีกเยอะ เราจึงตัดสินใจยังไม่เปิดคลินิกอายุรกรรมและจัดการบัญชี ช่วยปลื้มแจกจ่ายค่าแรง รวมไปถึงการบริหารระบบหลังบ้านให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น เพราะด้วยปริมาณลูกค้าที่เพิ่มขึ้น เราไม่สามารถจัดการแบบบ้าน ๆ ได้อีกต่อไปนอกจากนี้งานครัวเอง พอคุณป๊าจากไปแล้ว งานส่วนใหญ่จึงตกไปอยู่ที่ปลื้มซึ่งได้รับสืบทอดสูตรมาแต่เพียงผู้เดียว ถึงเราจะพอทำอาหารเป็นแต่การยื่นมือเข้าไปช่วยคงจะส่งผลต่อรสชาติ และความเร็วในการทำเองก็ไม่เท่าพ่อครัวที่มีประสบการณ์มาตั้งแต่ยังเล็กหรอก
น้ำกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะเห็นพ่อลูกและนายหน้าเดินกลับเข้ากระโจมเพื่อเจรจาสรุปการซื้อขายกันอีกครั้ง ทว่ากลับมีความผิดปกติบางประการที่ทำให้น้ำจำต้องยกประเด็นมาคุยต่อระหว่างทางเดินไปสถานีรถไฟ“ทำไมเราซื้อตั้งสี่หลุมล่ะปลื้ม”“ก็ซื้อเผื่อผม แล้วก็...”ปลื้มไม่ค่อยกล้าพูดเท่าไรนัก เพราะไม่แน่ใจว่าพี่หมอจะยอมรับการกระทำดังกล่าวได้หรือเปล่า เนื่องจากอีกตำแหน่งหนึ่งเราซื้อเผื่อคนรักของตัวเอง เนื่องจากนายหน้าคนนั้นเป็นซินแสคนเดียวกับที่มาดูวงจรพลังงานในร้านให้ ท่านแนะนำว่าวันนี้เป็นวันฤกษ์ดีที่สิบปีจะมีหน ควรฝังพลังงานเอาไว้เปิดประตูรับความมงคล ซึ่งแน่นอนว่าคนที่เขานับถือเป็นคนรักอยู่ในตอนนี้จะเป็นใครไปได้นอกจากพี่หมอน้ำ แต่เจ้าตัวอาจไม่ได้มีความเชื่อทางนี้ เขาจึงรู้สึกผิดนิด ๆ“ขะ...ขอโทษที่ผมคิดไปไกลนะครับ ถ้าพี่ไม่พอใจจะบอกให้ผมโทรไปยกเลิกก็ได้“อั๊วบอกแล้วว่าให้มาถามอาน้ำก่อน แคก!”บิดาเดินกลับมาจากการเข้าห้องน้ำ ไอ้ลูกคนนี้ไม่เคยคิดถึงอนาคต แต่พอจะคิดก็จินตนาการเลยเถิด ถ้าอาน้ำมันบอกปัดไม่เอาฮวงซุ้ยร่วมด้วยเขาจะขำให้ฟันร่วงหมดปากเลย
“ตรงนี้มันไม่แพงไปหน่อยรึไอ้เปี๊ยก”เป่าหลงทักท้วงไอ้ลูกชายที่พามาเดินซื้อฮวงซุ้ยกับนายหน้าหนึ่งสัปดาห์หลังทราบว่าตัวเขาจะอยู่ได้อีกไม่ถึงปี เพื่อให้ได้มีโอกาสเลือกมากกว่าชาวบ้าน นอกจากนี้ที่สำหรับสองคนนั้นเริ่มหายากแล้วเพราะนอกจากเปี๊ยกจะซื้อให้ตัวเขาแล้วยังต้องการซื้อให้ภรรยาเขาหรือมารดาที่จากไปด้วย“เงินฉันบอกว่ามันไม่แพง”“เงินลื้อหรือเงินร้าน”“เงินฉันเก็บมาตั้งแต่เป็นทหารเถอะ!”ปลื้มโมโหแก้มป่องกลบเกลื่อน เพราะมันก็ชวนเขินเหมือนกันที่บอกว่าจะมาซื้อฮวงซุ้ยให้พ่อที่พวกเราไม่ได้มีความสัมพันธ์ดีมาตั้งแต่แรก ทว่าพอนึกเรื่องนี้ขึ้นได้และบอกกับพี่น้ำตอนกลางดึก เจ้าตัวกลับสนับสนุนยกใหญ่ให้พาป๊ามาดูที่เผื่อไว้ขณะเดียวกันพี่หมอที่มาด้วยก็ขอนั่งรออยู่ใต้กระโจมใกล้ ๆ เพราะต่อให้จะเข้าหน้าหนาวแต่แดดของประเทศไทยยังคงแรงอย่างเคย หากไม่พกร่มไปเหมือนสองพ่อลูกมีหวังเขาที่ยังไม่ได้ทานมื้อเช้าได้เป็นลมแน่เรื่องราวมีอยู่ว่าทีแรกเราต้องการมอบความเป็นส่วนตัวให้สองพ่อลูก จึงบอกว่าตนจะอยู่เฝ้าร้าน ทำความสะอาดทั้งร้านวิภาโภชนาและคลินิกของตัวเอง ไม่ก็นั
“ไอ้เปี๊ยกมันขี้น้อยใจ ช่วยใจเย็นกับมันแทนฉันหน่อยก็แล้วกัน”“ผมพยายามทำอยู่ตลอดเลยครับ”“ฮ่า...ฮ่า เป็นเรื่องที่ถึงกับต้องพยายามเลยเหรอ แคก!”“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ฮ่า ๆ”“เอาเป็นว่าหลังจากอั๊วลงดินไปแล้ว ฝากบอกไอ้เปี๊ยกมันหน่อยก็แล้วกัน ว่าป๊ารักมันอยู่ตลอดนั่นแหละ”เป่าหลงกล่าวอย่างปล่อยวาง หากมีเจ้าน้ำอยู่ด้วยกับไอ้ลูกชายติดเล่น เขาคงตายตาหลับ ทว่าในขณะที่คุณป๊ากำลังเตรียมจะลุกไปปิดหน้าต่างส่งคุณหมอกลับห้อง นายแพทย์กลับเดินตรงไปยังหน้าประตูด้วยตัวเองก่อน“ผมว่าคงไม่ต้องพูดแล้วล่ะครับ”สิ่งที่อาน้ำกล่าวทำเอาเป่าหลงสับสนงงงวยก่อนทุกอย่างจะกระจ่างชัดเมื่อหลังบานประตูกลับมีลูกชายยืนอยู่ และมันคงยืนฟังบทสนทนาระหว่างตัวเขาและอาน้ำมาตลอด“อะไร พอฉันมายืนต่อหน้าแล้วพูดไม่ออกเลยเหรอ...โอ๊ย!”“พูดจาดี ๆ สิปลื้ม”น้ำหยิกแขนเจ้าเด็กดื้อให้หลาบจำ เขาเตือนมาก่อนหน้านี้แล้วแท้ ๆ ว่าให้ประพฤติตัวดีจะได้ไม่มาเสียใจทีหลัง แต่กลับพูดจาวางท่ากับพ่อที่พึ่งเปิดใจเป็นครั้งแรกน่ะหรือปลื้มเองก็ไม่
“ของพวกนั้นเขาให้คนไทยทำ ไม่คิดหน่อยว่าฉันเข้าไปแล้วจะโดนอะไรบ้าง!!”“ถ้าแค่นั้นยังอดทนไม่ได้แล้วลื้อจะไปทำมาหากินอะไรได้!!”“ป๊าบอกให้ทนอยู่ได้! แล้วมันมีอะไรเปลี่ยนไปไหม! จะอีกสิบปี ยี่สิบปียังไงพวกเราก็ยังเป็นพลเมืองชั้นสองอยู่วันยังค่ำ!!”พวกเราทะเลาะกันอย่างรุนแรงเพราะเราไม่อาจยอมรับลูกชายที่จะโตไปอยู่หน้าเตาไฟ แม้ตัวเองกำลังหาเงินจากอาชีพนั้นอยู่ก็ตาม จนกระทั่งการถกเถียงเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด“ป๊าหวงร้านขนาดไม่ยอมให้ลูกชายตัวเองรับช่วงต่อเลยเหรอ!?”“ก็เออสิวะ! จำไว้เลยนะถ้าอั๊วยังไม่ตาย ร้านนี้ก็ยังเป็นของอั๊ว!!!”เราไม่เคยคิดว่าผลจากการมีปากเสียงในครั้งนั้นจะเป็นสาเหตุให้วันต่อมาลูกชายเก็บกระเป๋าออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปสมัครโรงเรียนเตรียมทหาร ก่อนจะกลับมาพร้อมกับความผิดหวังที่สอบข้อเขียนไม่ผ่าน แต่เขาที่ใช้ลูกชายตัวเองในฐานะลูกจ้างคนหนึ่งจะคอยเพิ่มเงินรายวันให้มันเก็บหอมรอมริบไปสมัครสอบจนประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงาน แม้ว่ามันจะเสี่ยงตายจนเขาเกือบออกปากห้ามหลายต่อหลายครั้งก็ตามไม่ว่าจะเป็นการไป







