Share

บทที่ 2

last update publish date: 2026-07-22 16:24:19

“พอได้แล้ว!” ผู้จัดการตบโต๊ะดังปัง “หลักฐานทุกอย่างชี้มาที่เธอ!”

ทันใดนั้น ซูเหม่ยที่นั่งอยู่มุมห้องก็ทำหน้าเศร้า ก่อนพูดเสียงสั่น “พี่…ถ้าพี่ลำบากเรื่องเงิน ทำไมไม่บอกฉัน…”

ซูเยว่หันไปมองทันที อีกฝ่ายกำลังแสดงละครอีกแล้ว “ซูเหม่ย!”

“พอเถอะพี่…” ซูเหม่ยทำเหมือนจะร้องไห้ “ฉันไม่โกรธพี่หรอก”

ทันทีนั้น เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นทั่วห้อง

“น่าสงสารน้องสาวจัง”

“พี่แท้ ๆ ยังกล้าใส่ร้ายอีก”

ซูเยว่รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ไม่มีใครฟังนางเลย สุดท้าย หนังสือไล่ออกก็ถูกโยนมาตรงหน้า

“ออกไปจากบริษัทซะ ก่อนที่เราจะแจ้งตำรวจ”

ฝนเริ่มตกตอนที่ซูเยว่เดินออกจากบริษัท นางยืนอยู่หน้าตึกสูงใหญ่ มองกล่องกระดาษที่บรรจุของใช้ส่วนตัวเพียงไม่กี่ชิ้น ทั้งชีวิตทำงานหนักเพื่อที่นี่แต่สุดท้าย…กลับถูกโยนทิ้งเหมือนขยะ

ติ๊ง...โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง เป็นข้อความจากโรงพยาบาล

“หากยังไม่ชำระค่ารักษาภายในสามวัน ทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องยุติการรักษา”

มือของซูเยว่าสั่นเล็กน้อย ยังไม่ทันตั้งสติ ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมาอีก เป็นรูปถ่ายจากซูเหม่ย ในภาพ อดีตแฟนของนางกำลังนั่งดินเนอร์กับซูเหม่ยอย่างสนิทสนม ใต้ภาพมีข้อความสั้น ๆ

“ขอบคุณนะพี่ ที่ยกทุกอย่างให้ฉันง่าย ๆ แบบนี้”

ซูเยว่จ้องหน้าจอค้าง ก่อนเสียงหัวเราะแหบพร่าจะหลุดออกมา น้ำตาไหลลงอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว

“ทำไม…”

“ทำไมต้องเป็นฉัน…”

ฝนตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ หญิงสาวเดินอย่างไร้จุดหมายอยู่กลางถนน สภาพเปียกปอนไปทั้งตัว รถราวิ่งผ่านอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีใครสนใจหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังพังทลาย นางหยุดเดินกลางสะพานลอย มือกำโทรศัพท์แน่น ชีวิตทั้งชีวิตของนางไม่เคยได้รับความยุติธรรม ถูกใช้งาน ถูกเหยียบย่ำ หนำซ้ำถูกทรยศ แม้แต่ตอนที่ล้มลง ก็ไม่มีใครยื่นมือมาช่วย

ซูเยว่เงยหน้ามองท้องฟ้ามืดครึ้ม

“ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง…ฉันจะไม่ยอมให้ใครรังแกฉันอีก…”

ตอนที่ 2

ปี๊นนนนน!! เสียงแตรรถดังสนั่น หญิงสาวหันกลับไปช้า ๆ ไฟหน้ารถบรรทุกส่องทะลุม่านฝนเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที

โครม!!! ร่างบางถูกชนกระเด็นอย่างแรง โทรศัพท์หลุดจากมือ กระแทกพื้นแตกละเอียด เลือดสีแดงสดค่อย ๆ ไหลนองไปตามพื้นถนนปะปนกับน้ำฝน เสียงผู้คนกรีดร้องดังอยู่ไกล ๆ แต่ซูเยว่กลับไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว ภาพสุดท้ายที่เห็น คือท้องฟ้ามืดดำและสายฝนเย็นเฉียบ หยาดน้ำตาไหลลงข้างแก้มช้า ๆ นางยังไม่ได้แก้แค้น ยังไม่ได้ปกป้องแม่ ยังไม่ได้ทำให้คนพวกนั้นชดใช้

“ถ้าชาติหน้ามีจริง…” เสียงแผ่วเบาหายไปพร้อมลมหายใจสุดท้าย “ฉันจะไม่เป็นคนอ่อนแออีก…”

องค์หญิงเก้าผู้ถูกลืม

ความมืดมิดอันเย็นเยียบค่อย ๆ จางหายไปช้า ๆ สิ่งแรกที่ซูเยว่สัมผัสได้คือ “ความหนาว”

หนาวจนเหมือนกระดูกทั้งร่างถูกแช่อยู่ในน้ำแข็ง ลมหายใจติดขัด หน้าอกเจ็บราวถูกหินกดทับ หญิงสาวขมวดคิ้วแน่น พยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก กลิ่นสมุนไพรขมฝาดลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ

เหนือศีรษะคือเพดานไม้เก่า ๆ ที่มีรอยแตกร้าว ผ้าม่านสีซีดขาดรุ่งริ่งปลิวไหวตามแรงลมเย็นจากหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท

ซูเยว่นิ่งค้างไปชั่วขณะ นี่ไม่ใช่โรงพยาบาล ไม่ใช่ถนนที่เธอถูกรถชน และไม่ใช่ห้องใต้หลังคาแคบ ๆ ของนางแน่นอน

“ฉัน…ยังไม่ตายหรือ…”

เสียงที่หลุดออกมากลับแผ่วเบาและแหบพร่าอย่างประหลาด ทันใดนั้นความเจ็บปวดพลันแล่นเข้าสมองอย่างรุนแรง ภาพความทรงจำมากมายทะลักเข้ามาเหมือนกระแสน้ำ

ตำหนักเย็น เสียงหัวเราะเยาะ อาหารบูดเน่า การถูกโบย การถูกผลักตกบันได รวมถึงชื่อหนึ่งที่ดังซ้ำอยู่ในหัว

“หลี่อัน…”

ซูเยว่หอบหายใจแรง มือกุมศีรษะแน่น นี่ไม่ใช่ร่างของเธอ

ร่างนี้คือ “องค์หญิงเก้าหลี่อัน” แห่งแคว้นต้าเซิ่ง พระธิดาที่เกิดจากสนมต่ำศักดิ์ หลังมารดาเสียชีวิตก็ถูกทอดทิ้งไว้ในตำหนักร้าง ไม่มีผู้ใดเหลียวแล

แม้แต่ข้ารับใช้ยังกล้ารังแก และเมื่อสามวันก่อน…องค์หญิงเก้าถูกนางกำนัลผลักล้มจนศีรษะกระแทกพื้น ก่อนจะสิ้นใจอย่างเงียบงัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • องค์หญิงร้ายหวนคืน   บทที่ 5

    “แม่ทัพเซียวมีความชอบต่อบ้านเมือง หากผิดสัญญาพระราชทานสมรส ย่อมกระทบความเชื่อมั่นของเขา”คำตอบนั้นชัดเจนแล้ว ผลประโยชน์ของราชสำนักสำคัญกว่า “ลูกสาว” คนหนึ่งเสมอ หลี่อันหัวเราะในใจเบา ๆ ที่แท้…ไม่ว่าโลกไหน คนที่อ่อนแอก็ถูกเสียสละเหมือนกัน หญิงสาวค่อย ๆ คุกเข่าลงอย่างสง่างาม“หม่อมฉัน…รับราชโองการเพคะ”หลี่เยว่แอบยิ้มออกมาทันที ฮองเฮาก็มีสีหน้าผ่อนคลาย มีเพียงหลี่อันที่ยังสงบนิ่ง เพราะในวินาทีนั้น นางเข้าใจแล้วว่าคนพวกนี้กำลังคิดว่าส่งนางไปตาย แต่บางทีจวนแม่ทัพอาจกลายเป็นโอกาสเดียว ที่ทำให้นางหลุดพ้นจากวังนรกแห่งนี้ก็ได้ ทันใดนั้นตอนที่ 4“องค์ชายรองเสด็จ!”เสียงขันทีประกาศดังขึ้น บุรุษในชุดสีครามเดินเข้ามาภายในตำหนักอย่างสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลานุ่มนวล รอยยิ้มอ่อนโยนประดับอยู่บนริมฝีปาก เขาหยุดมองหลี่อันครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ“ดูเหมือนข้าจะมาช้าไป” ดวงตาของเขาสบกับหลี่อันช้า ๆ แม้ภายนอกจะอบอุ่น แต่หลี่อันกลับสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มนั้น สายตาของเขาไม่ใช่สายตาของคนใจดี แต่เป็นสายตาของคนที่กำลัง “ประเมินคุณค่า” ของหมากตัวหนึ่งบนกระดานหมากที่ถูกโยนทิ้งแสงอรุณยามเช้าสาดส่

  • องค์หญิงร้ายหวนคืน   บทที่ 4

    แม้ชีวิตใหม่จะเริ่มต้นอย่างยากลำบาก แต่นางไม่มีเวลามานั่งเสียใจ ในวังหลวงแห่งนี้ หากไม่อยากตาย ก็ต้องแข็งแกร่งให้เร็วที่สุด“องค์หญิง…”เสียงชิงเอ๋อร์ดังขึ้นเบา ๆ จากหน้าประตู นางกำนัลตัวน้อยรีบเดินเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน“มีราชโองการเรียกพระองค์ไปตำหนักเฟิ่งอี๋เพคะ”หลี่อันเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ตำหนักเฟิ่งอี๋ คือที่ประทับของฮองเฮา หากคนจากที่นั่นมาเรียกหาองค์หญิงเก้า…ย่อมไม่มีเรื่องดีแน่นอน“รู้หรือไม่ว่าเรื่องอะไร”ชิงเอ๋อส่ายหน้า“บ่าวได้ยินเพียงว่าเกี่ยวกับพระราชทานสมรสขององค์หญิงสามเพคะ”หลี่อันชะงักเล็กน้อย จากความทรงจำเดิม นางรู้จักชื่อหนึ่งดี “เซียวจิ่นเหยียน” แม่ทัพหนุ่มผู้โด่งดังที่สุดแห่งแคว้นต้าเซิ่ง บุรุษผู้กุมอำนาจทหารชายแดนครึ่งหนึ่งของแผ่นดิน เขาเก่งกาจในการศึก จนประชาชนยกย่องเป็นวีรบุรุษแต่ในวังหลวง กลับมีข่าวลือว่าเขาเย็นชา โหดเหี้ยม และเกลียดราชวงศ์เข้าไส้ เพราะตระกูลเซียวเคยถูกหักหลังจากการเมืองในราชสำนัก ฮ่องเต้จึงต้องการ “เชื่อมสัมพันธ์” ด้วยการพระราชทานองค์หญิงให้แต่งงานกับเขาและผู้ที่ถูกเลือกแต่เดิม…คือองค์หญิงสาม “หลี่เยว่” หลี่อันหรี่ตาลงเล็กน้อย ทันใดนั้น นางก็เข

  • องค์หญิงร้ายหวนคืน   บทที่ 3

    ซูเยว่เม้มริมฝีปากแน่น ชีวิตนี้ช่างน่าสมเพชเหลือเกิน ต่อให้เปลี่ยนโลก เปลี่ยนร่าง แต่เหตุใดเจ้าของร่างเดิมถึงยังถูกเหยียบย่ำไม่ต่างจากนางเอี๊ยด...ประตูไม้เก่าเปิดออกเสียงดัง หญิงสาวสองคนเดินเข้ามาพร้อมถาดยาและอาหาร สีหน้าทั้งคู่เต็มไปด้วยความรำคาญ“ยังไม่ตายอีกหรือ?”นางกำนัลคนหนึ่งพูด พลางกลอกตา “ข้านึกว่าคราวนี้จะไม่ฟื้นเสียแล้ว”อีกคนหัวเราะเบา ๆ ก่อนวางถาดอาหารลงบนโต๊ะอย่างแรง“ตายไปก็ดี จะได้ไม่เปลืองข้าวในวัง”ซูเยว่เงียบ ไม่ตอบอะไรแต่สายตากลับเย็นลงทีละน้อย จากความทรงจำเดิม นางจำได้ว่าทั้งสองคนนี้คือ “ชุ่ยหลาน” และ “อวิ๋นเอ๋อ” นางกำนัลที่ถูกส่งมาดูแลองค์หญิงเก้าพูดว่า “ดูแล” ก็คงเกินไปเพราะความจริง ทั้งสองไม่เคยรับใช้นางเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม พวกนางกลับขโมยของ ส่งอาหารเหลือเดนมาให้ และบางครั้งยังลงไม้ลงมือกับองค์หญิงเก้าอีกด้วย“มองอะไร?”ชุ่ยหลานเห็นสายตานั้นก็ขมวดคิ้ว“หรือหัวกระแทกพื้นจนเสียสติไปแล้ว?”อวิ๋นเอ๋อหัวเราะคิกคัก “เสียสติก็ดี จะได้ไม่ต้องมาร้องไห้ฟูมฟายเหมือนทุกที”ซูเยว่ยังคงเงียบแต่ดวงตาของนางกำลังกวาดมองทุกอย่างอย่างรวดเร็ว คราบแป้งสีขาวบนแขนเสื้อของชุ่ยหล

  • องค์หญิงร้ายหวนคืน   บทที่ 2

    “พอได้แล้ว!” ผู้จัดการตบโต๊ะดังปัง “หลักฐานทุกอย่างชี้มาที่เธอ!”ทันใดนั้น ซูเหม่ยที่นั่งอยู่มุมห้องก็ทำหน้าเศร้า ก่อนพูดเสียงสั่น “พี่…ถ้าพี่ลำบากเรื่องเงิน ทำไมไม่บอกฉัน…”ซูเยว่หันไปมองทันที อีกฝ่ายกำลังแสดงละครอีกแล้ว “ซูเหม่ย!”“พอเถอะพี่…” ซูเหม่ยทำเหมือนจะร้องไห้ “ฉันไม่โกรธพี่หรอก”ทันทีนั้น เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นทั่วห้อง“น่าสงสารน้องสาวจัง”“พี่แท้ ๆ ยังกล้าใส่ร้ายอีก”ซูเยว่รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ไม่มีใครฟังนางเลย สุดท้าย หนังสือไล่ออกก็ถูกโยนมาตรงหน้า“ออกไปจากบริษัทซะ ก่อนที่เราจะแจ้งตำรวจ”ฝนเริ่มตกตอนที่ซูเยว่เดินออกจากบริษัท นางยืนอยู่หน้าตึกสูงใหญ่ มองกล่องกระดาษที่บรรจุของใช้ส่วนตัวเพียงไม่กี่ชิ้น ทั้งชีวิตทำงานหนักเพื่อที่นี่แต่สุดท้าย…กลับถูกโยนทิ้งเหมือนขยะติ๊ง...โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง เป็นข้อความจากโรงพยาบาล“หากยังไม่ชำระค่ารักษาภายในสามวัน ทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องยุติการรักษา”มือของซูเยว่าสั่นเล็กน้อย ยังไม่ทันตั้งสติ ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมาอีก เป็นรูปถ่ายจากซูเหม่ย ในภาพ อดีตแฟนของนางกำลังนั่งดินเนอร์กับซูเหม่ยอย่างสนิทสนม ใต้ภาพมีข้อความสั้น ๆ“ขอบคุณนะพี่ ที่ยก

  • องค์หญิงร้ายหวนคืน   บทที่ 1

    ฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงเย็น เม็ดฝนกระหน่ำลงบนกระจกหน้าต่างของบ้านหลังเล็กจนเกิดเสียงดังต่อเนื่อง บรรยากาศภายในบ้านอับชื้นและเงียบงัน มีเพียงเสียงไอแผ่วเบาของหญิงวัยกลางคนที่ดังออกมาจากห้องด้านในซูเยว่ยืนล้างจานอยู่ในครัวเล็ก ๆ มือทั้งสองแดงช้ำจากน้ำเย็นจัด แต่หญิงสาวกลับไม่แม้แต่จะหยุดพัก“ซูเยว่! ซักเสื้อผ้าฉันเสร็จหรือยัง!”เสียงแหลมของหญิงสาวอีกคนดังขึ้นจากชั้นบน ซูเยว่หลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า“ใกล้เสร็จแล้ว…”“เร็วหน่อยสิ! คืนนี้ฉันต้องใส่ไปงาน!”เสียงนั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ราวกับกำลังสั่งคนรับใช้ ไม่ใช่พี่สาวร่วมบ้าน ซูเยว่ก้มหน้าล้างจานต่อเงียบ ๆ นี่คือชีวิตที่นางอยู่กับมันมาหลายปีหลังจากมารดาแท้ ๆ ของนางแต่งงานใหม่ ซูเยว่ก็กลายเป็นส่วนเกินในบ้านทันที แม่เลี้ยงมองนางเป็นภาระส่วน “ซูเหม่ย” น้องสาวต่างแม่ ก็ไม่เคยเห็นนางเป็นพี่สาวเลยแม้แต่น้อย ทุกวันนางต้องตื่นตีห้า ทำอาหาร ซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน ก่อนรีบไปทำงานที่บริษัท และเมื่อกลับมา…ก็ยังต้องทำงานบ้านต่อจนดึกทั้งที่เงินเดือนส่วนใหญ่ถูกพ่อเอาไปใช้จ่ายในบ้านและส่งเสียซูเหม่ยเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนราคาแพง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status