แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: อักษรามณี
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-22 16:25:09

แม้ชีวิตใหม่จะเริ่มต้นอย่างยากลำบาก แต่นางไม่มีเวลามานั่งเสียใจ ในวังหลวงแห่งนี้ หากไม่อยากตาย ก็ต้องแข็งแกร่งให้เร็วที่สุด

“องค์หญิง…”

เสียงชิงเอ๋อร์ดังขึ้นเบา ๆ จากหน้าประตู นางกำนัลตัวน้อยรีบเดินเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน

“มีราชโองการเรียกพระองค์ไปตำหนักเฟิ่งอี๋เพคะ”

หลี่อันเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ตำหนักเฟิ่งอี๋ คือที่ประทับของฮองเฮา หากคนจากที่นั่นมาเรียกหาองค์หญิงเก้า…ย่อมไม่มีเรื่องดีแน่นอน

“รู้หรือไม่ว่าเรื่องอะไร”

ชิงเอ๋อส่ายหน้า

“บ่าวได้ยินเพียงว่าเกี่ยวกับพระราชทานสมรสขององค์หญิงสามเพคะ”

หลี่อันชะงักเล็กน้อย จากความทรงจำเดิม นางรู้จักชื่อหนึ่งดี “เซียวจิ่นเหยียน” แม่ทัพหนุ่มผู้โด่งดังที่สุดแห่งแคว้นต้าเซิ่ง บุรุษผู้กุมอำนาจทหารชายแดนครึ่งหนึ่งของแผ่นดิน เขาเก่งกาจในการศึก จนประชาชนยกย่องเป็นวีรบุรุษ

แต่ในวังหลวง กลับมีข่าวลือว่าเขาเย็นชา โหดเหี้ยม และเกลียดราชวงศ์เข้าไส้ เพราะตระกูลเซียวเคยถูกหักหลังจากการเมืองในราชสำนัก ฮ่องเต้จึงต้องการ “เชื่อมสัมพันธ์” ด้วยการพระราชทานองค์หญิงให้แต่งงานกับเขา

และผู้ที่ถูกเลือกแต่เดิม…คือองค์หญิงสาม “หลี่เยว่” หลี่อันหรี่ตาลงเล็กน้อย ทันใดนั้น นางก็เข้าใจบางอย่าง

“ที่แท้…” มุมปากหญิงสาวยกขึ้นเย็น ๆ ดูเหมือนวันนี้จะมีคนคิดโยนปัญหามาให้นางอีกแล้ว ไม่นานนัก หลี่อันก็เดินทางมาถึงตำหนักเฟิ่งอี๋

ภายในโอ่อ่าหรูหราจนต่างจากตำหนักร้างของนางราวฟ้ากับดิน พื้นหินอ่อนสะอาดไร้ฝุ่น กลิ่นกำยานชั้นดีลอยอบอวลอยู่ทั่วห้อง เมื่อหลี่อันก้าวเข้าไป เสียงสะอื้นไห้ก็ดังขึ้นทันที

“เสด็จพ่อ…ลูกไม่อยากแต่ง…”

หลี่เยว่านั่งคุกเข่าอยู่กลางตำหนัก ดวงตาแดงก่ำ ร่างบางสั่นเทาอย่างน่าสงสาร ฮองเฮานั่งข้าง ๆ พลางลูบหลังปลอบโยน

“เยว่เอ๋อ เจ้าอย่าร้องไห้สิ เดี๋ยวร่างกายจะทรุด”

ฮ่องเต้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ขมวดคิ้ว สีหน้าดูเหนื่อยหน่าย ทันทีที่หลี่อันเข้ามา ทุกสายตาก็หันมามองนาง ฮองเฮาเหลือบตามองอย่างเย็นชา

“องค์หญิงเก้ามาช้าเสียจริง”

หลี่อันย่อกายคำนับอย่างเรียบเฉย “ถวายบังคมเสด็จพ่อ ถวายบังคมฮองเฮาเพคะ”

ฮ่องเต้เพียงพยักหน้าเบา ๆ สายตาที่มองนางยังคงห่างเหินและเฉยชา ราวกับกำลังมองขุนนางชั้นผู้น้อย ไม่ใช่ลูกสาวของตัวเอง หลี่เยว่เงยหน้าขึ้นช้า ๆ เมื่อเห็นหลี่อัน ดวงตาของนางก็วูบไหวด้วยความพอใจอยู่ลึก ๆ แต่ยังแสร้งทำเป็นอ่อนแอ

“น้องเก้า…” เสียงหวานสั่นเครือราวจะร้องไห้อีกครั้ง “พี่…พี่ขอโทษ…”

หลี่อันมองอีกฝ่ายเงียบ ๆ ซูเยว่เคยเห็นผู้หญิงแบบนี้มาแล้วในโลกเดิม อ่อนโยนต่อหน้าแต่ลับหลังพร้อมเหยียบคนอื่นให้จมดิน ฮองเฮาถอนหายใจ

“แม่ทัพเซียวเป็นคนเย็นชาและดุดัน เยว่เอ๋อร์ร่างกายอ่อนแอ จะไปทนอยู่จวนแม่ทัพได้อย่างไร”

หลี่อันแทบหัวเราะออกมา อ่อนแอรึ? คนที่เคยสั่งโบยองค์หญิงเก้าจนไข้ขึ้นสามวันนี่หรืออ่อนแอ หลี่เยว่รีบพูดต่อ น้ำตาไหลอาบแก้ม

“เสด็จพ่อ ลูก…ลูกกลัว…”

“ได้ยินว่าท่านแม่ทัพฆ่าคนในสนามรบนับไม่ถ้วน ลูกไม่กล้าแต่งจริง ๆ…”

ฮ่องเต้สีหน้าเคร่งลง

“แต่ราชโองการประกาศไปแล้ว จะเปลี่ยนง่าย ๆ ได้อย่างไร”

ทันใดนั้น หลี่เยว่ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ นางหันไปมองหลี่อันทันที

“จริงสิ…” น้ำเสียงของนางอ่อนโยนเหลือเกิน “น้องเก้าก็ถึงวัยออกเรือนแล้ว อีกทั้งนางเองก็ไม่ค่อยได้ออกงานในวัง…”

คำพูดนั้นทำให้ทั้งตำหนักเงียบลง หลี่อันยิ้มเย็นในใจ ในที่สุดก็เข้าเรื่องจริงเสียที ฮองเฮารีบรับคำทันที

“ถูกต้องเพคะ เสด็จพี่”

“หลี่อันเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย นิสัยเงียบสงบ เหมาะจะเป็นชายาแม่ทัพมากกว่าเยว่เอ๋อร์”

ว่านอนสอนง่ายหรือ?  หรือเพราะไม่มีใครสนใจว่านางจะเป็นหรือตายกันแน่ ฮ่องเต้หันมามองหลี่อันช้า ๆ สายตานั้นยังคงเย็นชาเหมือนเดิม

“หลี่อัน”

“ลูก…คิดเห็นอย่างไร”

แม้จะถาม แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่านางไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ตำหนักทั้งตำหนักเงียบกริบ หลี่อันมองใบหน้าของคนตรงหน้าไปทีละคน ฮ่องเต้ที่เห็นลูกเป็นเพียงหมากการเมือง ฮองเฮาที่ต้องการกำจัดนางออกจากวัง และหลี่เยว่…ผู้กำลังรอคอยให้นางรับเคราะห์แทน

หากเป็นองค์หญิงเก้าคนเดิม นางคงรีบคุกเข่ารับคำทั้งน้ำตา แต่ซูเยว่ไม่ใช่คนแบบนั้นอีกแล้ว หญิงสาวค่อย ๆ ยกสายตาขึ้น

“หากหม่อมฉันปฏิเสธ…” น้ำเสียงเรียบสงบจนทุกคนชะงัก “เสด็จพ่อจะยอมให้หม่อมฉันปฏิเสธหรือเพคะ”

ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว ดูเหมือนเขาจะไม่คิดว่าองค์หญิงเก้าจะกล้าถามกลับเช่นนี้ ฮองเฮารีบกล่าวเสียงเย็น

“หลี่อัน เจ้ากำลังเสียมารยาทต่อหน้าฮ่องเต้!”

แต่หลี่อันยังคงสบตาฮ่องเต้นิ่ง นางอยากรู้เหลือเกินว่า…บุรุษผู้นี้จะมีความรู้สึกผิดบ้างหรือไม่ สุดท้าย ฮ่องเต้ถอนหายใจยาว

“เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงราชสำนัก”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • องค์หญิงร้ายหวนคืน   บทที่ 5

    “แม่ทัพเซียวมีความชอบต่อบ้านเมือง หากผิดสัญญาพระราชทานสมรส ย่อมกระทบความเชื่อมั่นของเขา”คำตอบนั้นชัดเจนแล้ว ผลประโยชน์ของราชสำนักสำคัญกว่า “ลูกสาว” คนหนึ่งเสมอ หลี่อันหัวเราะในใจเบา ๆ ที่แท้…ไม่ว่าโลกไหน คนที่อ่อนแอก็ถูกเสียสละเหมือนกัน หญิงสาวค่อย ๆ คุกเข่าลงอย่างสง่างาม“หม่อมฉัน…รับราชโองการเพคะ”หลี่เยว่แอบยิ้มออกมาทันที ฮองเฮาก็มีสีหน้าผ่อนคลาย มีเพียงหลี่อันที่ยังสงบนิ่ง เพราะในวินาทีนั้น นางเข้าใจแล้วว่าคนพวกนี้กำลังคิดว่าส่งนางไปตาย แต่บางทีจวนแม่ทัพอาจกลายเป็นโอกาสเดียว ที่ทำให้นางหลุดพ้นจากวังนรกแห่งนี้ก็ได้ ทันใดนั้นตอนที่ 4“องค์ชายรองเสด็จ!”เสียงขันทีประกาศดังขึ้น บุรุษในชุดสีครามเดินเข้ามาภายในตำหนักอย่างสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลานุ่มนวล รอยยิ้มอ่อนโยนประดับอยู่บนริมฝีปาก เขาหยุดมองหลี่อันครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ“ดูเหมือนข้าจะมาช้าไป” ดวงตาของเขาสบกับหลี่อันช้า ๆ แม้ภายนอกจะอบอุ่น แต่หลี่อันกลับสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มนั้น สายตาของเขาไม่ใช่สายตาของคนใจดี แต่เป็นสายตาของคนที่กำลัง “ประเมินคุณค่า” ของหมากตัวหนึ่งบนกระดานหมากที่ถูกโยนทิ้งแสงอรุณยามเช้าสาดส่

  • องค์หญิงร้ายหวนคืน   บทที่ 4

    แม้ชีวิตใหม่จะเริ่มต้นอย่างยากลำบาก แต่นางไม่มีเวลามานั่งเสียใจ ในวังหลวงแห่งนี้ หากไม่อยากตาย ก็ต้องแข็งแกร่งให้เร็วที่สุด“องค์หญิง…”เสียงชิงเอ๋อร์ดังขึ้นเบา ๆ จากหน้าประตู นางกำนัลตัวน้อยรีบเดินเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน“มีราชโองการเรียกพระองค์ไปตำหนักเฟิ่งอี๋เพคะ”หลี่อันเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ตำหนักเฟิ่งอี๋ คือที่ประทับของฮองเฮา หากคนจากที่นั่นมาเรียกหาองค์หญิงเก้า…ย่อมไม่มีเรื่องดีแน่นอน“รู้หรือไม่ว่าเรื่องอะไร”ชิงเอ๋อส่ายหน้า“บ่าวได้ยินเพียงว่าเกี่ยวกับพระราชทานสมรสขององค์หญิงสามเพคะ”หลี่อันชะงักเล็กน้อย จากความทรงจำเดิม นางรู้จักชื่อหนึ่งดี “เซียวจิ่นเหยียน” แม่ทัพหนุ่มผู้โด่งดังที่สุดแห่งแคว้นต้าเซิ่ง บุรุษผู้กุมอำนาจทหารชายแดนครึ่งหนึ่งของแผ่นดิน เขาเก่งกาจในการศึก จนประชาชนยกย่องเป็นวีรบุรุษแต่ในวังหลวง กลับมีข่าวลือว่าเขาเย็นชา โหดเหี้ยม และเกลียดราชวงศ์เข้าไส้ เพราะตระกูลเซียวเคยถูกหักหลังจากการเมืองในราชสำนัก ฮ่องเต้จึงต้องการ “เชื่อมสัมพันธ์” ด้วยการพระราชทานองค์หญิงให้แต่งงานกับเขาและผู้ที่ถูกเลือกแต่เดิม…คือองค์หญิงสาม “หลี่เยว่” หลี่อันหรี่ตาลงเล็กน้อย ทันใดนั้น นางก็เข

  • องค์หญิงร้ายหวนคืน   บทที่ 3

    ซูเยว่เม้มริมฝีปากแน่น ชีวิตนี้ช่างน่าสมเพชเหลือเกิน ต่อให้เปลี่ยนโลก เปลี่ยนร่าง แต่เหตุใดเจ้าของร่างเดิมถึงยังถูกเหยียบย่ำไม่ต่างจากนางเอี๊ยด...ประตูไม้เก่าเปิดออกเสียงดัง หญิงสาวสองคนเดินเข้ามาพร้อมถาดยาและอาหาร สีหน้าทั้งคู่เต็มไปด้วยความรำคาญ“ยังไม่ตายอีกหรือ?”นางกำนัลคนหนึ่งพูด พลางกลอกตา “ข้านึกว่าคราวนี้จะไม่ฟื้นเสียแล้ว”อีกคนหัวเราะเบา ๆ ก่อนวางถาดอาหารลงบนโต๊ะอย่างแรง“ตายไปก็ดี จะได้ไม่เปลืองข้าวในวัง”ซูเยว่เงียบ ไม่ตอบอะไรแต่สายตากลับเย็นลงทีละน้อย จากความทรงจำเดิม นางจำได้ว่าทั้งสองคนนี้คือ “ชุ่ยหลาน” และ “อวิ๋นเอ๋อ” นางกำนัลที่ถูกส่งมาดูแลองค์หญิงเก้าพูดว่า “ดูแล” ก็คงเกินไปเพราะความจริง ทั้งสองไม่เคยรับใช้นางเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม พวกนางกลับขโมยของ ส่งอาหารเหลือเดนมาให้ และบางครั้งยังลงไม้ลงมือกับองค์หญิงเก้าอีกด้วย“มองอะไร?”ชุ่ยหลานเห็นสายตานั้นก็ขมวดคิ้ว“หรือหัวกระแทกพื้นจนเสียสติไปแล้ว?”อวิ๋นเอ๋อหัวเราะคิกคัก “เสียสติก็ดี จะได้ไม่ต้องมาร้องไห้ฟูมฟายเหมือนทุกที”ซูเยว่ยังคงเงียบแต่ดวงตาของนางกำลังกวาดมองทุกอย่างอย่างรวดเร็ว คราบแป้งสีขาวบนแขนเสื้อของชุ่ยหล

  • องค์หญิงร้ายหวนคืน   บทที่ 2

    “พอได้แล้ว!” ผู้จัดการตบโต๊ะดังปัง “หลักฐานทุกอย่างชี้มาที่เธอ!”ทันใดนั้น ซูเหม่ยที่นั่งอยู่มุมห้องก็ทำหน้าเศร้า ก่อนพูดเสียงสั่น “พี่…ถ้าพี่ลำบากเรื่องเงิน ทำไมไม่บอกฉัน…”ซูเยว่หันไปมองทันที อีกฝ่ายกำลังแสดงละครอีกแล้ว “ซูเหม่ย!”“พอเถอะพี่…” ซูเหม่ยทำเหมือนจะร้องไห้ “ฉันไม่โกรธพี่หรอก”ทันทีนั้น เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นทั่วห้อง“น่าสงสารน้องสาวจัง”“พี่แท้ ๆ ยังกล้าใส่ร้ายอีก”ซูเยว่รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ไม่มีใครฟังนางเลย สุดท้าย หนังสือไล่ออกก็ถูกโยนมาตรงหน้า“ออกไปจากบริษัทซะ ก่อนที่เราจะแจ้งตำรวจ”ฝนเริ่มตกตอนที่ซูเยว่เดินออกจากบริษัท นางยืนอยู่หน้าตึกสูงใหญ่ มองกล่องกระดาษที่บรรจุของใช้ส่วนตัวเพียงไม่กี่ชิ้น ทั้งชีวิตทำงานหนักเพื่อที่นี่แต่สุดท้าย…กลับถูกโยนทิ้งเหมือนขยะติ๊ง...โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง เป็นข้อความจากโรงพยาบาล“หากยังไม่ชำระค่ารักษาภายในสามวัน ทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องยุติการรักษา”มือของซูเยว่าสั่นเล็กน้อย ยังไม่ทันตั้งสติ ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมาอีก เป็นรูปถ่ายจากซูเหม่ย ในภาพ อดีตแฟนของนางกำลังนั่งดินเนอร์กับซูเหม่ยอย่างสนิทสนม ใต้ภาพมีข้อความสั้น ๆ“ขอบคุณนะพี่ ที่ยก

  • องค์หญิงร้ายหวนคืน   บทที่ 1

    ฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงเย็น เม็ดฝนกระหน่ำลงบนกระจกหน้าต่างของบ้านหลังเล็กจนเกิดเสียงดังต่อเนื่อง บรรยากาศภายในบ้านอับชื้นและเงียบงัน มีเพียงเสียงไอแผ่วเบาของหญิงวัยกลางคนที่ดังออกมาจากห้องด้านในซูเยว่ยืนล้างจานอยู่ในครัวเล็ก ๆ มือทั้งสองแดงช้ำจากน้ำเย็นจัด แต่หญิงสาวกลับไม่แม้แต่จะหยุดพัก“ซูเยว่! ซักเสื้อผ้าฉันเสร็จหรือยัง!”เสียงแหลมของหญิงสาวอีกคนดังขึ้นจากชั้นบน ซูเยว่หลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า“ใกล้เสร็จแล้ว…”“เร็วหน่อยสิ! คืนนี้ฉันต้องใส่ไปงาน!”เสียงนั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ราวกับกำลังสั่งคนรับใช้ ไม่ใช่พี่สาวร่วมบ้าน ซูเยว่ก้มหน้าล้างจานต่อเงียบ ๆ นี่คือชีวิตที่นางอยู่กับมันมาหลายปีหลังจากมารดาแท้ ๆ ของนางแต่งงานใหม่ ซูเยว่ก็กลายเป็นส่วนเกินในบ้านทันที แม่เลี้ยงมองนางเป็นภาระส่วน “ซูเหม่ย” น้องสาวต่างแม่ ก็ไม่เคยเห็นนางเป็นพี่สาวเลยแม้แต่น้อย ทุกวันนางต้องตื่นตีห้า ทำอาหาร ซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน ก่อนรีบไปทำงานที่บริษัท และเมื่อกลับมา…ก็ยังต้องทำงานบ้านต่อจนดึกทั้งที่เงินเดือนส่วนใหญ่ถูกพ่อเอาไปใช้จ่ายในบ้านและส่งเสียซูเหม่ยเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนราคาแพง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status