共有

บทที่ 3

last update 公開日: 2026-07-22 16:24:48

ซูเยว่เม้มริมฝีปากแน่น ชีวิตนี้ช่างน่าสมเพชเหลือเกิน ต่อให้เปลี่ยนโลก เปลี่ยนร่าง แต่เหตุใดเจ้าของร่างเดิมถึงยังถูกเหยียบย่ำไม่ต่างจากนาง

เอี๊ยด...ประตูไม้เก่าเปิดออกเสียงดัง หญิงสาวสองคนเดินเข้ามาพร้อมถาดยาและอาหาร สีหน้าทั้งคู่เต็มไปด้วยความรำคาญ

“ยังไม่ตายอีกหรือ?”

นางกำนัลคนหนึ่งพูด พลางกลอกตา “ข้านึกว่าคราวนี้จะไม่ฟื้นเสียแล้ว”

อีกคนหัวเราะเบา ๆ ก่อนวางถาดอาหารลงบนโต๊ะอย่างแรง

“ตายไปก็ดี จะได้ไม่เปลืองข้าวในวัง”

ซูเยว่เงียบ ไม่ตอบอะไรแต่สายตากลับเย็นลงทีละน้อย จากความทรงจำเดิม นางจำได้ว่าทั้งสองคนนี้คือ “ชุ่ยหลาน” และ “อวิ๋นเอ๋อ” นางกำนัลที่ถูกส่งมาดูแลองค์หญิงเก้า

พูดว่า “ดูแล” ก็คงเกินไปเพราะความจริง ทั้งสองไม่เคยรับใช้นางเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม พวกนางกลับขโมยของ ส่งอาหารเหลือเดนมาให้ และบางครั้งยังลงไม้ลงมือกับองค์หญิงเก้าอีกด้วย

“มองอะไร?”

ชุ่ยหลานเห็นสายตานั้นก็ขมวดคิ้ว

“หรือหัวกระแทกพื้นจนเสียสติไปแล้ว?”

อวิ๋นเอ๋อหัวเราะคิกคัก “เสียสติก็ดี จะได้ไม่ต้องมาร้องไห้ฟูมฟายเหมือนทุกที”

ซูเยว่ยังคงเงียบแต่ดวงตาของนางกำลังกวาดมองทุกอย่างอย่างรวดเร็ว คราบแป้งสีขาวบนแขนเสื้อของชุ่ยหลาน กลิ่นสุราจาง ๆ จากตัวอวิ๋นเอ๋อรวมถึงรอยโคลนบนชายกระโปรง

พวกนางเพิ่งแอบออกไปเล่นพนันหลังวังมา หญิงสาวหัวเราะในใจเบา ๆ ต่อให้เปลี่ยนร่าง แต่สิ่งหนึ่งที่นางไม่เคยเสียไปคือ “การสังเกตคน” สมัยอยู่โลกเดิม นางต้องคอยดูสีหน้าผู้คนมาตลอด เพื่อเอาตัวรอดจากครอบครัวที่กดขี่ เพียงมองไม่กี่วินาที นางก็รู้แล้วว่าคนตรงหน้าคิดอะไร

“ยาเย็นหมดแล้ว” ชุ่ยหลานพูดห้วน ๆ “รีบดื่มเสีย”

ซูเยว่เหลือบมองถ้วยยา กลิ่นแปลกเกินไป เธอเคยดูแลมารดาที่ป่วยมานาน จึงพอรู้เรื่องสมุนไพรอยู่บ้าง ในยานี้มีบางอย่างผิดปกติ

“ในนี้ใส่อะไรเพิ่ม?”

ชุ่ยหลานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตวาดกลับ “องค์หญิงหมายความว่าอย่างไร!”

“ข้าก็แค่ถาม” ซูเยว่ยิ้มบาง ๆ “หรือพวกเจ้ากลัวข้ารู้ว่ามีคนแอบใส่ผงทำให้ท้องเสียลงไป?”

สองนางกำนัลหน้าซีดเพราะพวกนางใส่จริง อวิ๋นเอ๋อรีบพูดเสียงแข็ง

“อย่ามาใส่ร้ายพวกข้า!”

“ใส่ร้าย?” ซูเยว่หัวเราะเบา ๆ “ถ้าอย่างนั้นเจ้าลองดื่มก่อนสิ”

“เจ้า !” ชุ่ยหลานเริ่มโมโห ปกติองค์หญิงเก้าไม่เคยกล้าเถียงแม้แต่คำเดียว แต่วันนี้กลับเปลี่ยนไปจนพวกนางเริ่มรู้สึกแปลก

“ดูท่าองค์หญิงคงอยากโดนสั่งสอน” ชุ่ยหลานกัดฟัน ก่อนหยิบกาน้ำร้อนจากเตาถ่านขึ้นมา น้ำเดือดส่งไอร้อนลอยฟุ้ง อวิ๋นเอ๋อร์หัวเราะเยาะ

“ราดลงไปสักหน่อย นางจะได้รู้จักที่ต่ำที่สูง!”

ชุ่ยหลานยกกาน้ำขึ้นสูง ดวงตาเต็มไปด้วยความสะใจ “องค์หญิงอย่างนั้นหรือ? …ก็แค่ตัวไร้ค่าที่ไม่มีใครเอา!” แล้วนางก็สาดน้ำร้อนใส่ทันที แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ซูเยว่ขยับแล้ว นางคว้าผ้าห่มขึ้นบังตัว พร้อมถีบโต๊ะไม้ข้างเตียงออกเต็มแรง

โครม! โต๊ะพุ่งกระแทกขาชุ่ยหลานอย่างจัง “อ๊ะ!” หญิงสาวเสียหลัก ร่างเซไปด้านหน้า น้ำร้อนทั้งกากลับเทราดใส่แขนตัวเองเต็ม ๆ

ฉ่า! “อ๊ากกกกก!” เสียงกรีดร้องดังลั่นตำหนัก ชุ่ยหลานล้มลงดิ้นทุรนทุราย แขนแดงเถือกทันที อวิ๋นเอ๋อร์ตกใจจนหน้าซีด รีบถอยหลังหลายก้าว

“นะ…นางทำได้อย่างไร…”

ซูเยว่ค่อย ๆ ลุกลงจากเตียงช้า ๆ แม้ร่างกายยังอ่อนแรง แต่แววตากลับเย็นเฉียบจนน่ากลัว นางเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าชุ่ยหลานที่กำลังร้องไห้ด้วยความเจ็บ ก่อนย่อตัวลงเล็กน้อย

“เจ็บหรือ?” น้ำเสียงนุ่มนวลจนขนลุก ชุ่ยหลานเงยหน้ามองนางด้วยความหวาดกลัว นี่ไม่ใช่องค์หญิงเก้าคนเดิม ไม่ใช่หญิงอ่อนแอที่เอาแต่ร้องไห้อีกต่อไปแล้ว

ซูเยว่ยิ้มบาง ๆ “จำไว้…ต่อไปนี้ หากคิดรังแกข้า…” นางกดเสียงต่ำลงช้า ๆ “ข้าจะคืนกลับเป็นสิบเท่า”

บรรยากาศทั้งห้องเงียบกริบ แม้แต่เสียงลมด้านนอกยังเหมือนหยุดลง อวิ๋นเอ๋อร์รีบคุกเข่าลงทันที

“องค์หญิงไว้ชีวิตด้วยเพคะ! บ่าว…บ่าวไม่กล้าแล้ว!”

ซูเยว่หันมองนางช้า ๆ เพียงสายตาเดียวก็ทำให้อีกฝ่ายตัวสั่น หญิงสาวยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก่อนมองตำหนักทรุดโทรมรอบด้าน ชีวิตใหม่ของนางเริ่มต้นที่นี่ ในวังหลวงที่เต็มไปด้วยคนเหยียบย่ำผู้อ่อนแอ แต่ครั้งนี้… นางจะไม่ยอมเป็นเหยื่ออีกแล้ว

ไม่มีวัน…เด็ดขาด…

ตัวแทนเจ้าสาว

เช้าวันต่อมา หิมะบาง ๆ เริ่มโปรยลงจากฟ้า ตำหนักร้างขององค์หญิงเก้ายังคงเงียบงันและหนาวเย็นเหมือนเดิม เพียงแต่บรรยากาศต่างออกไปเล็กน้อย อย่างน้อย…ตอนนี้ไม่มีใครกล้าหัวเราะเยาะนางต่อหน้าอีกแล้ว

หลังเหตุการณ์ชุ่ยหลานถูกน้ำร้อนลวก ข่าวเรื่อง “องค์หญิงเก้าเปลี่ยนไป” ก็แพร่กระจายไปทั่ววังอย่างรวดเร็ว ขันทีและนางกำนัลหลายคนเริ่มหวาดกลัว บางคนถึงขั้นลือกันว่าองค์หญิงเก้าถูกผีสิง

ซูเยว่ หรือหลี่อันในตอนนี้เพียงนั่งเงียบอยู่หน้าโต๊ะไม้เก่า มือเรียวเปิดดูตำราสมุนไพรที่หาได้จากในห้องเก็บของเก่า

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • องค์หญิงร้ายหวนคืน   บทที่ 5

    “แม่ทัพเซียวมีความชอบต่อบ้านเมือง หากผิดสัญญาพระราชทานสมรส ย่อมกระทบความเชื่อมั่นของเขา”คำตอบนั้นชัดเจนแล้ว ผลประโยชน์ของราชสำนักสำคัญกว่า “ลูกสาว” คนหนึ่งเสมอ หลี่อันหัวเราะในใจเบา ๆ ที่แท้…ไม่ว่าโลกไหน คนที่อ่อนแอก็ถูกเสียสละเหมือนกัน หญิงสาวค่อย ๆ คุกเข่าลงอย่างสง่างาม“หม่อมฉัน…รับราชโองการเพคะ”หลี่เยว่แอบยิ้มออกมาทันที ฮองเฮาก็มีสีหน้าผ่อนคลาย มีเพียงหลี่อันที่ยังสงบนิ่ง เพราะในวินาทีนั้น นางเข้าใจแล้วว่าคนพวกนี้กำลังคิดว่าส่งนางไปตาย แต่บางทีจวนแม่ทัพอาจกลายเป็นโอกาสเดียว ที่ทำให้นางหลุดพ้นจากวังนรกแห่งนี้ก็ได้ ทันใดนั้นตอนที่ 4“องค์ชายรองเสด็จ!”เสียงขันทีประกาศดังขึ้น บุรุษในชุดสีครามเดินเข้ามาภายในตำหนักอย่างสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลานุ่มนวล รอยยิ้มอ่อนโยนประดับอยู่บนริมฝีปาก เขาหยุดมองหลี่อันครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ“ดูเหมือนข้าจะมาช้าไป” ดวงตาของเขาสบกับหลี่อันช้า ๆ แม้ภายนอกจะอบอุ่น แต่หลี่อันกลับสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มนั้น สายตาของเขาไม่ใช่สายตาของคนใจดี แต่เป็นสายตาของคนที่กำลัง “ประเมินคุณค่า” ของหมากตัวหนึ่งบนกระดานหมากที่ถูกโยนทิ้งแสงอรุณยามเช้าสาดส่

  • องค์หญิงร้ายหวนคืน   บทที่ 4

    แม้ชีวิตใหม่จะเริ่มต้นอย่างยากลำบาก แต่นางไม่มีเวลามานั่งเสียใจ ในวังหลวงแห่งนี้ หากไม่อยากตาย ก็ต้องแข็งแกร่งให้เร็วที่สุด“องค์หญิง…”เสียงชิงเอ๋อร์ดังขึ้นเบา ๆ จากหน้าประตู นางกำนัลตัวน้อยรีบเดินเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน“มีราชโองการเรียกพระองค์ไปตำหนักเฟิ่งอี๋เพคะ”หลี่อันเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ตำหนักเฟิ่งอี๋ คือที่ประทับของฮองเฮา หากคนจากที่นั่นมาเรียกหาองค์หญิงเก้า…ย่อมไม่มีเรื่องดีแน่นอน“รู้หรือไม่ว่าเรื่องอะไร”ชิงเอ๋อส่ายหน้า“บ่าวได้ยินเพียงว่าเกี่ยวกับพระราชทานสมรสขององค์หญิงสามเพคะ”หลี่อันชะงักเล็กน้อย จากความทรงจำเดิม นางรู้จักชื่อหนึ่งดี “เซียวจิ่นเหยียน” แม่ทัพหนุ่มผู้โด่งดังที่สุดแห่งแคว้นต้าเซิ่ง บุรุษผู้กุมอำนาจทหารชายแดนครึ่งหนึ่งของแผ่นดิน เขาเก่งกาจในการศึก จนประชาชนยกย่องเป็นวีรบุรุษแต่ในวังหลวง กลับมีข่าวลือว่าเขาเย็นชา โหดเหี้ยม และเกลียดราชวงศ์เข้าไส้ เพราะตระกูลเซียวเคยถูกหักหลังจากการเมืองในราชสำนัก ฮ่องเต้จึงต้องการ “เชื่อมสัมพันธ์” ด้วยการพระราชทานองค์หญิงให้แต่งงานกับเขาและผู้ที่ถูกเลือกแต่เดิม…คือองค์หญิงสาม “หลี่เยว่” หลี่อันหรี่ตาลงเล็กน้อย ทันใดนั้น นางก็เข

  • องค์หญิงร้ายหวนคืน   บทที่ 3

    ซูเยว่เม้มริมฝีปากแน่น ชีวิตนี้ช่างน่าสมเพชเหลือเกิน ต่อให้เปลี่ยนโลก เปลี่ยนร่าง แต่เหตุใดเจ้าของร่างเดิมถึงยังถูกเหยียบย่ำไม่ต่างจากนางเอี๊ยด...ประตูไม้เก่าเปิดออกเสียงดัง หญิงสาวสองคนเดินเข้ามาพร้อมถาดยาและอาหาร สีหน้าทั้งคู่เต็มไปด้วยความรำคาญ“ยังไม่ตายอีกหรือ?”นางกำนัลคนหนึ่งพูด พลางกลอกตา “ข้านึกว่าคราวนี้จะไม่ฟื้นเสียแล้ว”อีกคนหัวเราะเบา ๆ ก่อนวางถาดอาหารลงบนโต๊ะอย่างแรง“ตายไปก็ดี จะได้ไม่เปลืองข้าวในวัง”ซูเยว่เงียบ ไม่ตอบอะไรแต่สายตากลับเย็นลงทีละน้อย จากความทรงจำเดิม นางจำได้ว่าทั้งสองคนนี้คือ “ชุ่ยหลาน” และ “อวิ๋นเอ๋อ” นางกำนัลที่ถูกส่งมาดูแลองค์หญิงเก้าพูดว่า “ดูแล” ก็คงเกินไปเพราะความจริง ทั้งสองไม่เคยรับใช้นางเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม พวกนางกลับขโมยของ ส่งอาหารเหลือเดนมาให้ และบางครั้งยังลงไม้ลงมือกับองค์หญิงเก้าอีกด้วย“มองอะไร?”ชุ่ยหลานเห็นสายตานั้นก็ขมวดคิ้ว“หรือหัวกระแทกพื้นจนเสียสติไปแล้ว?”อวิ๋นเอ๋อหัวเราะคิกคัก “เสียสติก็ดี จะได้ไม่ต้องมาร้องไห้ฟูมฟายเหมือนทุกที”ซูเยว่ยังคงเงียบแต่ดวงตาของนางกำลังกวาดมองทุกอย่างอย่างรวดเร็ว คราบแป้งสีขาวบนแขนเสื้อของชุ่ยหล

  • องค์หญิงร้ายหวนคืน   บทที่ 2

    “พอได้แล้ว!” ผู้จัดการตบโต๊ะดังปัง “หลักฐานทุกอย่างชี้มาที่เธอ!”ทันใดนั้น ซูเหม่ยที่นั่งอยู่มุมห้องก็ทำหน้าเศร้า ก่อนพูดเสียงสั่น “พี่…ถ้าพี่ลำบากเรื่องเงิน ทำไมไม่บอกฉัน…”ซูเยว่หันไปมองทันที อีกฝ่ายกำลังแสดงละครอีกแล้ว “ซูเหม่ย!”“พอเถอะพี่…” ซูเหม่ยทำเหมือนจะร้องไห้ “ฉันไม่โกรธพี่หรอก”ทันทีนั้น เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นทั่วห้อง“น่าสงสารน้องสาวจัง”“พี่แท้ ๆ ยังกล้าใส่ร้ายอีก”ซูเยว่รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ไม่มีใครฟังนางเลย สุดท้าย หนังสือไล่ออกก็ถูกโยนมาตรงหน้า“ออกไปจากบริษัทซะ ก่อนที่เราจะแจ้งตำรวจ”ฝนเริ่มตกตอนที่ซูเยว่เดินออกจากบริษัท นางยืนอยู่หน้าตึกสูงใหญ่ มองกล่องกระดาษที่บรรจุของใช้ส่วนตัวเพียงไม่กี่ชิ้น ทั้งชีวิตทำงานหนักเพื่อที่นี่แต่สุดท้าย…กลับถูกโยนทิ้งเหมือนขยะติ๊ง...โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง เป็นข้อความจากโรงพยาบาล“หากยังไม่ชำระค่ารักษาภายในสามวัน ทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องยุติการรักษา”มือของซูเยว่าสั่นเล็กน้อย ยังไม่ทันตั้งสติ ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมาอีก เป็นรูปถ่ายจากซูเหม่ย ในภาพ อดีตแฟนของนางกำลังนั่งดินเนอร์กับซูเหม่ยอย่างสนิทสนม ใต้ภาพมีข้อความสั้น ๆ“ขอบคุณนะพี่ ที่ยก

  • องค์หญิงร้ายหวนคืน   บทที่ 1

    ฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงเย็น เม็ดฝนกระหน่ำลงบนกระจกหน้าต่างของบ้านหลังเล็กจนเกิดเสียงดังต่อเนื่อง บรรยากาศภายในบ้านอับชื้นและเงียบงัน มีเพียงเสียงไอแผ่วเบาของหญิงวัยกลางคนที่ดังออกมาจากห้องด้านในซูเยว่ยืนล้างจานอยู่ในครัวเล็ก ๆ มือทั้งสองแดงช้ำจากน้ำเย็นจัด แต่หญิงสาวกลับไม่แม้แต่จะหยุดพัก“ซูเยว่! ซักเสื้อผ้าฉันเสร็จหรือยัง!”เสียงแหลมของหญิงสาวอีกคนดังขึ้นจากชั้นบน ซูเยว่หลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า“ใกล้เสร็จแล้ว…”“เร็วหน่อยสิ! คืนนี้ฉันต้องใส่ไปงาน!”เสียงนั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ราวกับกำลังสั่งคนรับใช้ ไม่ใช่พี่สาวร่วมบ้าน ซูเยว่ก้มหน้าล้างจานต่อเงียบ ๆ นี่คือชีวิตที่นางอยู่กับมันมาหลายปีหลังจากมารดาแท้ ๆ ของนางแต่งงานใหม่ ซูเยว่ก็กลายเป็นส่วนเกินในบ้านทันที แม่เลี้ยงมองนางเป็นภาระส่วน “ซูเหม่ย” น้องสาวต่างแม่ ก็ไม่เคยเห็นนางเป็นพี่สาวเลยแม้แต่น้อย ทุกวันนางต้องตื่นตีห้า ทำอาหาร ซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน ก่อนรีบไปทำงานที่บริษัท และเมื่อกลับมา…ก็ยังต้องทำงานบ้านต่อจนดึกทั้งที่เงินเดือนส่วนใหญ่ถูกพ่อเอาไปใช้จ่ายในบ้านและส่งเสียซูเหม่ยเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนราคาแพง

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status