Share

อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ
อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ
Penulis: แคลร์ออสติน

บทที่ 1

last update Tanggal publikasi: 2026-03-05 17:28:50

บทที่ 1 ใบหย่าสายฟ้าแลบ

ซ่า!

เสียงแหวกว่ายผ่านมวลน้ำดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำ หลินเวย สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ตามสัญชาตญาณ มือเรียวขาวยื่นออกไปข้างหน้า หวังจะคว้าจับขอบสระกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามของโรงแรมหรูระดับห้าดาว

ทว่า... สัมผัสที่ปลายนิ้วกลับไม่ใช่ความเรียบลื่นของกระเบื้อง

แต่มันคือความขรุขระของหินธรรมชาติที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำลื่นมือ!

"นี่มัน..."

หญิงสาวชะงักกึก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อภาพตรงหน้าปรากฏชัดแก่สายตา แทนที่จะเป็นเพดานกระจกสูงโปร่งและแสงไฟสลัวสุดโรแมนติกของสระว่ายน้ำในร่ม สิ่งที่นางเห็นกลับเป็นท้องฟ้ากว้างใหญ่ที่เริ่มทอแสงสลัวยามพลบค่ำ และศาลาทรงเก๋งจีนโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมตลิ่ง

"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ฮูหยินตกน้ำ!"

เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังระงมไปทั่วบริเวณ หลินเวยยังไม่ทันจะได้ตั้งสติ ร่างของนางก็ถูกมือปริศนาหลายคู่ฉุดกระชากขึ้นจากน้ำอย่างทุลักทุเล

"เร็วเข้า! รีบดึงฮูหยินขึ้นมา!"

ความหนาวเหน็บที่แตกต่างจากน้ำอุ่นในสระโรงแรมโดยสิ้นเชิง แทรกซึมเข้าสู่กระดูกดำ หลินเวยตัวสั่นเทาขณะถูกลากขึ้นไปกองอยู่บนพื้นหญ้า นางสำลักน้ำออกมาสองสามครั้ง พยายามกวาดสายตามองไปรอบกายด้วยความตื่นตระหนก

นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?

เมื่อครู่นี้... นางจำได้แม่นยำว่ากำลังว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์อย่างสบายใจเฉิบ กำลังจะแตะขอบสระเพื่อพักเหนื่อย แต่พอมุดหัวขึ้นมาจากน้ำอีกที ทำไมถึงมาโผล่ในบึงบัวกลางสวนแบบนี้ได้!

"ฮูหยิน! ฮูหยินเจ้าคะ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง!"

เสียงร้องไห้ปนสะอึกสะอื้นดังขึ้นใกล้หู พร้อมกับร่างเล็กของเด็กสาวนางหนึ่งที่พุ่งเข้ามาประคองร่างของหลินเวยไว้แน่น เด็กสาวคนนั้นใบหน้าเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ร้องเรียกนางซ้ำๆ อย่างตื่นตระหนก

"เสี่ยวชุ่ย" (สาวใช้คนสนิท) รีบถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตนมาห่มให้ผู้เป็นนาย พลางหันไปตวาดบ่าวไพร่คนอื่นๆ เสียงสั่น "พวกเจ้ามัวยืนบื้ออะไรอยู่! รีบไปตามท่านหมอเร็วเข้า ฮูหยินตัวเย็นเฉียบไปหมดแล้ว!"

หลินเวยมองเด็กสาวตรงหน้าที่เรียกตนเองว่า 'ฮูหยิน' ด้วยความมึนงง สมองของนางว่างเปล่าขาวโพลนราวกับกระดาษ

ฮูหยิน? ใครคือฮูหยิน? แล้วเด็กคนนี้... ทำไมถึงแต่งตัวเหมือนหลุดออกมาจากกองถ่ายละครย้อนยุค?

นางก้มลงมองสภาพตัวเอง แล้วก็ต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม ชุดว่ายน้ำทูพีซดีไซน์เก๋ไก๋จากแบรนด์ดังที่นางใส่อยู่หายไปไหน? ทำไมตอนนี้ร่างกายของนางถึงเปียกโชกไปด้วยชุดผ้าไหมรุ่มร่ามหลายชั้นที่หนักอึ้งเมื่ออุ้มน้ำ

ความทรงจำสุดท้ายแล่นปราดเข้ามาในหัวราวกับฉายภาพซ้ำ...

แพรว คือดีไซเนอร์สาวดาวรุ่งพุ่งแรงจากเมืองไทย นางเพิ่งจะบินลัดฟ้ามาร่วมงานแฟชั่นโชว์ระดับโลกที่ปักกิ่ง ท่ามกลางเสียงปรบมือและแสงแฟลชวูบวาบ นางประสบความสำเร็จอย่างงดงาม หลังจากงานเลี้ยงเลิกรา นางจึงกลับมาพักผ่อนที่โรงแรม และลงไปว่ายน้ำเพื่อคลายความเหนื่อยล้า

จังหวะที่นางดำดิ่งลงไปใต้น้ำและกำลังจะโผล่พ้นผิวน้ำนั่นแหละ... คือวินาทีที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป

"ฮูหยิน... ท่านอย่าเงียบไปเช่นนี้สิเจ้าคะ บ่าวใจคอไม่ดีเลย" เสี่ยวชุ่ยเขย่าแขนนางเบาๆ

หลินเวยอยากจะเอ่ยปากถาม อยากจะตะโกนร้องว่า 'ที่นี่ที่ไหน' แต่ลำคอของนางกลับตีบตัน ความช็อคทำให้เสียงของนางหายไป นางทำได้เพียงส่ายหน้าช้าๆ สายตายังคงจับจ้องไปที่สถาปัตยกรรมรอบตัวและผู้คนที่รายล้อม

ทรงผมเกล้ามวยปักปิ่น เสื้อคอปกไขว้ แขนเสื้อกว้าง รองเท้าผ้าปัก...

นี่ไม่ใช่ความฝัน...

หลินเวยหลับตาลงแน่นแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง หวังว่าภาพตรงหน้าจะหายไป แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม นางโผล่ขึ้นมาจากสระว่ายน้ำที่ปักกิ่ง แล้วมาโผล่ที่ยุคโบราณแห่งนี้ได้อย่างไร!

ร่างที่เปียกปอนของหลินเวยถูกพาเข้ามายังเรือนนอนที่ตกแต่งอย่างหรูหราทว่าดูเงียบเหงา เสี่ยวชุ่ยและสาวใช้อีกสองนางรีบร้อนจัดเตรียมน้ำอุ่นในถังไม้ใบใหญ่ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกลีบกุหลาบที่ลอยฟุ้งไม่ได้ช่วยให้จิตใจของนางสงบลงได้เลย

หลินเวยถูกจับถอดชุดที่เปียกชุ่มและเช็ดตัวราวกับตุ๊กตาที่ไร้ชีวิต นางปล่อยให้พวกสาวใช้จับหมุนซ้ายขวา สวมใส่ชุดผ้าไหมตัวใหม่สีกลีบบัวที่แห้งสนิท ทั้งที่ในหัวยังคงหมุนติ้ว

นี่มันบ้า... บ้าไปแล้วจริงๆ

นางพยายามตั้งสติ ฟังเสียงเจรจาของพวกสาวใช้ "เบามือหน่อย ฮูหยินผิวบางนัก" "รีบไปต้มน้ำขิงมาเร็วเข้า เดี๋ยวฮูหยินจะจับไข้"

เดี๋ยวนะ... ทำไม? หลินเวยขมวดคิ้วมุ่น นางเป็นคนไทยแท้ๆ แม้จะมาทำงานที่ปักกิ่งแต่ก็รู้ภาษาจีนแค่ระดับพื้นฐานสั่งข้าวซื้อของได้เท่านั้น แต่ทำไมตอนนี้... นางกลับฟังทุกคำที่คนพวกนี้พูดรู้เรื่องหมดทุกพยางค์! ราวกับมันเป็นภาษาแม่ของนางเอง

"ให้ตายเถอะ นี่มันเรื่องตลกร้ายอะไรกัน" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ

ชีวิตดีไซเนอร์ที่กำลังรุ่งโรจน์... แบรนด์เสื้อผ้าที่กำลังจะโกอินเตอร์... จบกันแค่นี้งั้นหรือ?

เสี่ยวชุ่ยประคองหลินเวยมานั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หญิงสาวเผลอเงยหน้าขึ้นมองวัตถุตรงหน้า มันไม่ใช่กระจกเงาใสแจ๋วแบบยุคปัจจุบัน แต่เป็น 'คันฉ่อง' ทองเหลืองที่ขัดจนเงาวับ

ภาพสะท้อนในนั้นทำให้หลินเวยต้องยกมือขึ้นทาบอก

ดวงตากลมโตหางตาชี้ขึ้นเล็กน้อยดูโศกซึ้ง จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากบางเฉียบสีแดงระเรื่อ... นี่ไม่ใช่ใบหน้าของหลินเวย! แม้จะงดงามหยดย้อยปานล่มเมือง แต่มันคือใบหน้าของคนแปลกหน้า!

"พล็อตนิยายทะลุมิติ..." หลินเวยรำพึงเสียงสั่นเครือ "สวมร่าง... ย้อนอดีต... เรื่องพวกนี้มันมีอยู่จริงหรือเนี่ย"

"ฮูหยิน... ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ ท่านอย่าทำหน้าตาเช่นนั้น บ่าวกลัวนะเจ้าคะ" เสี่ยวชุ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเมื่อเห็นนายหญิงจ้องมองกระจกตาค้าง ไม่ยอมพูดจา

หลินเวยกำลังจะหันไปถามเพื่อความแน่ใจ แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับปาก

ปัง!

ประตูห้องนอนถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนบานประตูแทบจะกระแทกฝาผนัง ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนสาวใช้ทั้งสามต้องรีบคุกเข่าลงกับพื้น ตัวสั่นงันงก

หลินเวยหันขวับไปมอง แล้วก็ต้องตะลึง...

ผู้ชายคนนี้... หล่อ! หล่อแบบที่ดาราชายในงานแฟชั่นโชว์ที่นางเพิ่งไปร่วมงานยังต้องชิดซ้าย คิ้วกระบี่พาดเฉียง ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยว จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากได้รูป รูปร่างสูงโปร่งแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้ชุดคลุมสีเข้ม

ทว่า... แววตาที่เขามองมาที่นางนั้น กลับเต็มไปด้วยความรังเกียจและเอือมระอาถึงที่สุด

"ท่านแม่ทัพ..." เสี่ยวชุ่ยร้องเรียกเสียงแผ่ว

แม่ทัพเยว่เฉิน ไม่สนใจสาวใช้ สายตาเขาจับจ้องอยู่ที่สตรีที่นั่งอยู่หน้าคันฉ่อง เขากัดฟันกรอดก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาบาดลึก

"ข้าเบื่อหน่ายกับละครตบตาของเจ้าเต็มทีแล้ว หลินเวย"

หลินเวยกะพริบตาปริบๆ "คะ?"

"เลิกแสร้งทำเป็นไขสือเสียที!" เยว่เฉินตวาดลั่น "คิดว่ากระโดดน้ำเรียกร้องความสนใจแล้วข้าจะใจอ่อนงั้นรึ? ตั้งแต่แต่งเจ้าเข้ามาในจวนแม่ทัพ วันไหนบ้างที่จวนของข้าจะมีความสงบสุข! มีแต่ความวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวันเพราะความริษยาของเจ้า!"

หลินเวยอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน เดี๋ยวนะพ่อรูปหล่อ ฉันเพิ่งมาถึง ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!

"ในเมื่อเจ้าอยากตายนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้ แต่ไม่ใช่ด้วยความตาย..."

เยว่เฉินล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบซองจดหมายฉบับหนึ่งออกมา แล้วโยนใส่หน้านางอย่างไม่ไยดี

ฟึ่บ!

กระดาษแผ่นนั้นร่วงหล่นลงบนตักของหลินเวย

"นี่คือ หนังสือหย่า" น้ำเสียงของเขาไร้เยื่อใย "เก็บข้าวของของเจ้า แล้วไสหัวออกไปจากจวนข้าซะ บุญคุณที่บิดาเจ้าเคยมีต่อข้า ข้าจะหาทางชดใช้คืนให้วันหลัง แต่ตอนนี้... ข้าทนเห็นหน้าสตรีร้ายกาจเช่นเจ้าไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!"

พูดจบ เขาก็สะบัดชายเสื้อหันหลังเดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดและกลิ่นอายความโกรธเกรี้ยวที่ยังลอยวนอยู่ในอากาศ

หลินเวยหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู มือไม้สั่นเทา ไม่ใช่เพราะเสียใจ แต่เพราะช็อกจนตั้งตัวไม่ติด

สายตาเหลือบมองแผ่นหลังกว้างที่เดินจากไป แล้วก้มมองตัวอักษรคำว่า 'หย่า' ตัวเบ้อเริ่มบนกระดาษ

สรุปสั้นๆ คือ... หนึ่ง... นางตายแล้ว (มั้ง) สอง... นางมาโผล่ในร่างใครก็ไม่รู้ สาม... สามีหล่อลากไส้ แต่เกลียดขี้หน้านางเข้ากระดูกดำ และสี่... ยังไม่ทันได้หายใจทั่วท้อง ก็โดนถีบหัวส่งออกจากบ้านเสียแล้ว

"ซวย..." หลินเวยหัวเราะแห้งๆ ออกมา "แบบนี้เขาเรียกว่าซวยซ้ำซ้อนใช่ไหมเนี่ย"

++++++++++++++++++++++++++++

แนะนำนิยายเซต: แก๊งสามสาวทะลุมิติ

นิยายเรื่องนี้เป็นหนึ่งในซีรีส์เซตแก๊งเพื่อนสาวจากยุคปัจจุบัน ที่จับพลัดจับผลูทะลุมิติมาป่วนหัวใจบุรุษแคว้นนี้ค่ะ! ใครที่โดนตกและชื่นชอบความผูกพันของพวกนาง สามารถตามไปฟินและเอาใจช่วยพวกนางให้ครบทั้ง 3 เรื่องได้ตามนี้เลยนะคะ 👇

📖 เรื่องที่ 1 : เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม (เรื่องราวของ 'เยว่ซิน' กับ อ๋องจวิ้นอวี้)

📖 เรื่องที่ 2 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ (เรื่องราวของ 'มู่หลาน' กับ อ๋องจวิ้นเจี๋ย)

📖 เรื่องที่ 3 : อดีตสามี... ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ (เรื่องราวของ 'หลินเวย' กับ แม่ทัพเยว่เฉิน)

ฝากติดตามผลงานทั้ง 3 เรื่องของ แคลร์ออสติน ด้วยนะคะ!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
Tia Lang-Wat
สนุกค่ะ ขำน้ำตาไหล
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   ตอนพิเศษ: ก้อนแป้งแฝดแห่งจวนชินอ๋อง

    ตอนพิเศษ: ก้อนแป้งแฝดแห่งจวนชินอ๋องเวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำ... สามปีแล้วนับตั้งแต่งานอภิเษกสมรสที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองหลวงจวนชินอ๋องที่ในอดีตเคยเงียบเหงา วังเวง และหนาวเหน็บดุจถ้ำน้ำแข็ง บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะใสแจ๋วที่ดังเจื้อยแจ้วไปทั่วทุกมุมเรือน โดยเฉพาะในยามวสันตฤดูที่ดอกท้อกำลังเบ่งบานเช่นนี้“ป้อจ๋า! จับ... จับเฉิน!”“เอิ๊กๆ... หรานหราน ทางนี้!”เสียงเล็กๆ ที่พูดจายังไม่ค่อยจะชัดเจนนัก ดังประสานกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งเตาะแตะลัดเลาะไปตามทางเดินหินในสวนดอกไม้ เบื้องหน้าคือ ก้อนแป้งแฝดมังกรหงส์ (แฝดชายหญิง) วัยสองหนาวเศษ ผู้เป็นแก้วตาดวงใจของจวนชินอ๋องแฝดผู้พี่คือคุณชายน้อย เซียวมู่เฉิน ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาถอดแบบมาจากบิดาราวกับพิมพ์เดียวกัน กำลังวิ่งนำหน้าไปอย่างทุลักทุเล ส่วนแฝดผู้น้องคือท่านหญิงน้อย เซียวอวี้หราน ผู้มีดวงตาคู่หงส์งดงามเหมือนมารดา กำลังวิ่งตามหลังพี่ชายด้วยขาสั้นๆ จนแทบจะหน้าทิ่มดินอยู่รอมร่อและผู้ที่กำลังวิ่งไล่ตามจับเจ้าก้อนแป้งทั้งสองอยู่นั้น ไม่ใช่บ่าวไพร่หรือองครักษ์ที่ไหน... แต่เป็นถึงอดีตแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกร ชิน

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 51 (ตอนจบ): คำสัญญาชั่วนิรันดร์

    บทที่ 51 (ตอนจบ): คำสัญญาชั่วนิรันดร์เมืองหลวงยามวสันตฤดูอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกท้อที่เบ่งบาน บรรยากาศทั่วทั้งเมืองคึกคักและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อกองทัพหลวงและขบวนของชินอ๋องเดินทางกลับมาถึงอย่างปลอดภัยทันทีที่ขบวนรถม้าเคลื่อนผ่านประตูเมือง เสียงโห่ร้องต้อนรับและสรรเสริญก็ดังกึกก้องไปทั่วทุกสารทิศ ทว่าเซียวจินเยว่ไม่ได้สั่งให้ขบวนมุ่งหน้ากลับจวนอ๋อง เขากลับสั่งให้รถม้าตรงไปเข้าเฝ้ายังวังหลวงในทันทีณ ตำหนักฉือหนิงทันทีที่เซียวจินเยว่และเสิ่นลั่วอวี้ก้าวเข้ามาในตำหนัก ไท่โฮ่วที่ประทับรออยู่ก็ถึงกับผุดลุกขึ้น น้ำตาแห่งความปีติไหลอาบสองแก้มของสตรีสูงศักดิ์ พระนางไม่ได้สนใจธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น รีบสาวเท้าเข้ามากอดบุตรชายคนเล็กและอดีตลูกสะใภ้เอาไว้แน่น“สวรรค์คุ้มครอง... สวรรค์คุ้มครองจริงๆ!” ไท่โฮ่วสะอื้นไห้ พลางลูบใบหน้าคมคายของเซียวจินเยว่ที่ยังมีร่องรอยความซูบผอม“ลูกอกตัญญู ทำให้เสด็จแม่ต้องเป็นห่วงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เซียวจินเยว่คุกเข่าลงโขกศีรษะขอประทานอภัยไท่โฮ่วรีบพยุงเขาขึ้น ก่อนจะหันมาจับมือเสิ่นลั่วอวี้ไว้แน่น แววตาของพระนางเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและเอ็นดูสุดหัวใจ “ลั่วอวี้... ข

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 50: หนี้รักที่ต้องชดใช้

    บทที่ 50: หนี้รักที่ต้องชดใช้ครึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางลมหนาวของแดนเหนือด้วยการฝังเข็มขับพิษอันล้ำเลิศของหมอเทวดาไป๋อิงหลัว ผนวกกับการดูแลปรนนิบัติอย่างใกล้ชิดแทบไม่คลาดสายตาของเสิ่นลั่วอวี้ ร่างกายของเซียวจินเยว่ก็ฟื้นตัวขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ พิษในหัวใจถูกขจัดออกจนหมดสิ้น บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกเริ่มสมานตัว บัดนี้ชินอ๋องแห่งต้าเยี่ยนสามารถลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงและพูดคุยได้เป็นปกติแล้วทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปจนม่ออวิ๋นและเย่หานถึงกับต้องลอบมองหน้ากันบ่อยครั้ง ก็คือท่าทีของ ชินอ๋องผู้เย็นชา ที่บัดนี้กลายสภาพเป็นคน คลั่งรักอย่างหนัก!“ขมเกินไป ข้าดื่มไม่ลง”เซียวจินเยว่เบือนหน้าหนีชามยาต้มสีดำสนิท คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ทว่าหางตากลับลอบสังเกตปฏิกิริยาของสตรีที่นั่งอยู่ข้างเตียงเสิ่นลั่วอวี้ถอนหายใจเบาๆ นางตักยาขึ้นมาเป่าให้คลายความร้อน ก่อนจะยื่นไปจ่อที่ริมฝีปาก “ท่านอ๋อง ยาดีมักขม หากท่านไม่ดื่มแล้วแผลจะหายสนิทได้อย่างไรเพคะ อ้าปากเร็วเข้า”“บาดแผลของข้าเจ็บปวดถึงเพียงนี้ เจ้ายังจะดุข้าอีกหรือ ลั่วอวี้” น้ำเสียงของเขาทั้งทุ้มต่ำและแฝงแววออดอ้อนอย่างที่ไม่เคยมีผู้ใดได้ยินม

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 49: เสียงเรียกจากหัวใจ

    บทที่ 49: เสียงเรียกจากหัวใจเวลาผ่านพ้นไปสามวันสามคืนนับตั้งแต่เสิ่นลั่วอวี้เดินทางมาถึงค่ายทหารแดนเหนือตลอดสามวันที่ผ่านมา นางแทบไม่ได้หลับตาพักผ่อนอย่างเต็มตื่น หญิงสาวรับหน้าที่ดูแลเซียวจินเยว่ด้วยตนเองทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการป้อนยาที่ต้องค่อยๆ หยอดทีละหยดเพื่อไม่ให้เขาสำลัก การเปลี่ยนผ้าพันแผล หรือแม้แต่การคอยเช็ดตัวเพื่อลดไข้ที่ขึ้นสูงในยามค่ำคืนไป๋อิงหลัว หมอเทวดาหญิงแวะเวียนมาตรวจชีพจรและฝังเข็มให้เขาวันละสองครั้ง แม้นางจะไม่เอ่ยปากชม ทว่าสายตาที่มองเสิ่นลั่วอวี้ก็แฝงไปด้วยความนับถือ สตรีบอบบางจากเมืองหลวงผู้นี้มีความอดทนและเด็ดเดี่ยวยิ่งนักเข้าสู่วันที่สี่ พายุหิมะด้านนอกกระโจมเริ่มซาลงแล้ว ทว่าคนบนเตียงก็ยังคงหลับสนิทไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาเสิ่นลั่วอวี้บิดผ้าชุบน้ำอุ่น เช็ดทำความสะอาดตามโครงหน้าคมคายและลำคอของเขาอย่างเบามือ เมื่อมองเห็นใบหน้าที่เคยหล่อเหลาเย่อหยิ่งบัดนี้ซูบตอบและไร้สีเลือด หยาดน้ำตาก็พลันรื้นขึ้นมาจนภาพเบื้องหน้าพร่ามัว“ท่านนอนนานเกินไปแล้วนะ เซียวจินเยว่”นางพึมพำเสียงแผ่วเบา พลางวางผ้าลงและจับมือหนาที่หยาบกร้านของเขามาแนบแก้ม “ท่านรู้หรือไม่ว่าที่

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 48: ฝ่าหิมะเยือนแดนเหนือ

    บทที่ 48: ฝ่าหิมะเยือนแดนเหนือร่างบางเซถลาจนเกือบจะล้มพับ ทว่าเสิ่นลั่วอวี้กลับสูดลมหายใจลึก ฝืนยันกายให้ลุกขึ้นยืนตรงอย่างมั่นคง มือเรียวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือเพื่อเรียกสติเขาบอกว่าจะรอดกลับมาชดใช้หนี้ให้นาง... ชินอ๋องตรัสแล้วไม่คืนคำ เขาจะมาตายอยู่ที่ชายแดนอันหนาวเหน็บเช่นนี้ไม่ได้!“ใครอนุญาตให้เขาตายกัน!” เสิ่นลั่วอวี้เอ่ยเสียงสั่น แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว “ม่ออวิ๋น! พาข้าไปแดนเหนือเดี๋ยวนี้!”ม่ออวิ๋นเงยหน้าขึ้นเบิกตากว้าง “เถ้าแก่เนี้ย! แต่ว่าการเดินทางไปชายแดนในฤดูหนาวนั้นอันตรายยิ่งนัก อีกทั้งร่างกายของท่าน...”“ข้ามีป้ายหยกของเขา ข้าคือผู้ที่มีสิทธิ์ขาดที่สุดในจวนชินอ๋อง!” นางประกาศกร้าว จนม่ออวิ๋นและเย่หานต้องรีบคุกเข่ารับคำสั่ง“เย่หาน! ไปจัดเตรียมรถม้าที่ทนทานที่สุด นำโสมคนร้อยปีและยารักษาแผลชั้นเลิศจากคลังของจวนอ๋องมาให้หมด ถ่ายทอดคำสั่งให้หน่วยองครักษ์เงาทุกคนเตรียมพร้อม... เราจะออกเดินทางไปแดนเหนือภายในชั่วยามนี้!”“รับคำสั่งขอรับ!” ทั้งม่ออวิ๋นและเย่หานคุกเข่าประสานเสียงหนักแน่นยี่สิบวันต่อมา ณ ค่ายทหารแดนเหนือการเดินทางที่ปกติต้องใช้เวลาเกือบสอ

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 47: จดหมายจากแดนเหนือ

    บทที่ 47: จดหมายจากแดนเหนือ“เถ้าแก่เนี้ย จะให้ข้าน้อยจัดการกับคนพวกนี้อย่างไรดีขอรับ” เงาอู่เอ่ยถามพลางปรายตามองร่างที่ไม่ได้สติบนพื้นเสิ่นลั่วอวี้มองเสิ่นชิงหว่านด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความเวทนาใดๆ สตรีผู้นี้ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากนางใจอ่อนปล่อยไป ย่อมเป็นภัยในภายภาคหน้า“มัดตัวพวกมันทั้งหมด พร้อมกับจดหมายข่มขู่ฉบับนี้ ไปส่งให้จวนว่าการเมืองหลวง” น้ำเสียงของนางเด็ดขาด “เสิ่นชิงหว่านมีคดีติดตัวและเป็นที่ต้องการตัวของทางการอยู่แล้ว เพิ่มข้อหาลักพาตัวและพยายามฆ่าเข้าไปอีก คราวนี้นางคงไม่ได้เห็นแสงตะวันนอกคุกอีกชั่วชีวิต”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!”เงาอู่รับคำสั่ง ก่อนจะส่งสัญญาณให้องครักษ์เงาคนอื่นๆ หิ้วปีกอันธพาลและร่างของเสิ่นชิงหว่านเร้นกายหายไปในเงามืดอย่างรวดเร็ว ปิดฉากความบาดหมางของตระกูลเสิ่นลงอย่างสมบูรณ์วันรุ่งขึ้น ณ วังหลวงรถม้าของหอน้ำชาจอดเทียบที่หน้าประตูวังหลวง เสิ่นลั่วอวี้เพียงแค่ชู ป้ายหยกประจำตัวชินอ๋อง ขึ้นมา ทหารยามก็รีบคุกเข่าเปิดทางให้นางผ่านเข้าไปยังเขตพระราชฐานชั้นในได้อย่างง่ายดายราวกับเดินเข้าสวนหลังบ้านแม้นางและเซียวจินเยว่จะหย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าเสิ่นลั่วอวี้ก

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 8

    บทที่ 8 : กรงขังบรรยากาศภายในห้องหนังสือของ แม่ทัพเยว่เฉิน เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจบุรุษหนุ่มในชุดลำลองสีเข้มตวัดปลายพู่กันลงบนกระดาษด้วยท่าทีเคร่งขรึม ราวกับว่าพายุอารมณ์เมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้น ทว่า... ภายในใจของเขากลับปั่นป่วนยิ่งกว่าคลื่นลมในมหาสมุทรเขาลอบมองไปที่ประตูห้องเป็นระยะ ‘นางต้อง

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 7

    บทที่ 7 : ค่ำคืนแห่งพายุอารมณ์ปึก! ปึก!หมอนใบแล้วใบเล่าถูกขว้างใส่ร่างสูงใหญ่ แต่เยว่เฉินไม่แม้แต่จะปัดป้อง เขาปล่อยให้หมอนเหล่านั้นกระทบตัวแล้วร่วงหล่นลงพื้น นัยน์ตาแดงก่ำจับจ้องมาที่นางราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม"ไปหาเมียน้อยของท่านสิ! มีตั้งสี่คนไม่ใช่เหรอ! มายุ่งกับข้าทำไม!"หลินเว

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 6

    บทที่ 6 : เปลวเพลิงแห่งราคะเพล้ง!ถ้วยชาเนื้อดีถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจายเสียงดังสนั่นไปทั่วห้องหนังสือแม่ทัพเยว่เฉิน กัดฟันกรอดจนกรามปูดโปน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อเพื่อเรียกสติ แต่มันแทบจะไม่ช่วยอะไรเลย ความร้อนรุ่มดั่งไฟบรรลัยกัลป์กำลังแผดเผาไปทั่วกาย เลือดลมสูบฉีดพล่านจนใบหน้าห

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 5

    บทที่ 5 : กายห่าง... ใจหมางเมินแสงตะวันยามอัสดงสาดทอประกายสีส้มแดงไปทั่วผืนฟ้า เป็นสัญญาณบอกเวลาพลบค่ำเมื่อรถม้าคันหรูของจวนแม่ทัพแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหลินเวย ก้าวลงจากรถม้าด้วยความทุลักทุเล มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นนวดบั้นเอวเบาๆ ใบหน้าสวยหวานฉายแววอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด"โอ๊ย... กระดูกกระเดี้ยวจะพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status