แชร์

อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ
อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ
ผู้แต่ง: แคลร์ออสติน

บทที่ 1

ผู้เขียน: แคลร์ออสติน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-05 17:28:50

บทที่ 1 ใบหย่าสายฟ้าแลบ

ซ่า!

เสียงแหวกว่ายผ่านมวลน้ำดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำ หลินเวย สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ตามสัญชาตญาณ มือเรียวขาวยื่นออกไปข้างหน้า หวังจะคว้าจับขอบสระกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามของโรงแรมหรูระดับห้าดาว

ทว่า... สัมผัสที่ปลายนิ้วกลับไม่ใช่ความเรียบลื่นของกระเบื้อง

แต่มันคือความขรุขระของหินธรรมชาติที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำลื่นมือ!

"นี่มัน..."

หญิงสาวชะงักกึก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อภาพตรงหน้าปรากฏชัดแก่สายตา แทนที่จะเป็นเพดานกระจกสูงโปร่งและแสงไฟสลัวสุดโรแมนติกของสระว่ายน้ำในร่ม สิ่งที่นางเห็นกลับเป็นท้องฟ้ากว้างใหญ่ที่เริ่มทอแสงสลัวยามพลบค่ำ และศาลาทรงเก๋งจีนโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมตลิ่ง

"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ฮูหยินตกน้ำ!"

เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังระงมไปทั่วบริเวณ หลินเวยยังไม่ทันจะได้ตั้งสติ ร่างของนางก็ถูกมือปริศนาหลายคู่ฉุดกระชากขึ้นจากน้ำอย่างทุลักทุเล

"เร็วเข้า! รีบดึงฮูหยินขึ้นมา!"

ความหนาวเหน็บที่แตกต่างจากน้ำอุ่นในสระโรงแรมโดยสิ้นเชิง แทรกซึมเข้าสู่กระดูกดำ หลินเวยตัวสั่นเทาขณะถูกลากขึ้นไปกองอยู่บนพื้นหญ้า นางสำลักน้ำออกมาสองสามครั้ง พยายามกวาดสายตามองไปรอบกายด้วยความตื่นตระหนก

นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?

เมื่อครู่นี้... นางจำได้แม่นยำว่ากำลังว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์อย่างสบายใจเฉิบ กำลังจะแตะขอบสระเพื่อพักเหนื่อย แต่พอมุดหัวขึ้นมาจากน้ำอีกที ทำไมถึงมาโผล่ในบึงบัวกลางสวนแบบนี้ได้!

"ฮูหยิน! ฮูหยินเจ้าคะ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง!"

เสียงร้องไห้ปนสะอึกสะอื้นดังขึ้นใกล้หู พร้อมกับร่างเล็กของเด็กสาวนางหนึ่งที่พุ่งเข้ามาประคองร่างของหลินเวยไว้แน่น เด็กสาวคนนั้นใบหน้าเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ร้องเรียกนางซ้ำๆ อย่างตื่นตระหนก

"เสี่ยวชุ่ย" (สาวใช้คนสนิท) รีบถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตนมาห่มให้ผู้เป็นนาย พลางหันไปตวาดบ่าวไพร่คนอื่นๆ เสียงสั่น "พวกเจ้ามัวยืนบื้ออะไรอยู่! รีบไปตามท่านหมอเร็วเข้า ฮูหยินตัวเย็นเฉียบไปหมดแล้ว!"

หลินเวยมองเด็กสาวตรงหน้าที่เรียกตนเองว่า 'ฮูหยิน' ด้วยความมึนงง สมองของนางว่างเปล่าขาวโพลนราวกับกระดาษ

ฮูหยิน? ใครคือฮูหยิน? แล้วเด็กคนนี้... ทำไมถึงแต่งตัวเหมือนหลุดออกมาจากกองถ่ายละครย้อนยุค?

นางก้มลงมองสภาพตัวเอง แล้วก็ต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม ชุดว่ายน้ำทูพีซดีไซน์เก๋ไก๋จากแบรนด์ดังที่นางใส่อยู่หายไปไหน? ทำไมตอนนี้ร่างกายของนางถึงเปียกโชกไปด้วยชุดผ้าไหมรุ่มร่ามหลายชั้นที่หนักอึ้งเมื่ออุ้มน้ำ

ความทรงจำสุดท้ายแล่นปราดเข้ามาในหัวราวกับฉายภาพซ้ำ...

แพรว คือดีไซเนอร์สาวดาวรุ่งพุ่งแรงจากเมืองไทย นางเพิ่งจะบินลัดฟ้ามาร่วมงานแฟชั่นโชว์ระดับโลกที่ปักกิ่ง ท่ามกลางเสียงปรบมือและแสงแฟลชวูบวาบ นางประสบความสำเร็จอย่างงดงาม หลังจากงานเลี้ยงเลิกรา นางจึงกลับมาพักผ่อนที่โรงแรม และลงไปว่ายน้ำเพื่อคลายความเหนื่อยล้า

จังหวะที่นางดำดิ่งลงไปใต้น้ำและกำลังจะโผล่พ้นผิวน้ำนั่นแหละ... คือวินาทีที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป

"ฮูหยิน... ท่านอย่าเงียบไปเช่นนี้สิเจ้าคะ บ่าวใจคอไม่ดีเลย" เสี่ยวชุ่ยเขย่าแขนนางเบาๆ

หลินเวยอยากจะเอ่ยปากถาม อยากจะตะโกนร้องว่า 'ที่นี่ที่ไหน' แต่ลำคอของนางกลับตีบตัน ความช็อคทำให้เสียงของนางหายไป นางทำได้เพียงส่ายหน้าช้าๆ สายตายังคงจับจ้องไปที่สถาปัตยกรรมรอบตัวและผู้คนที่รายล้อม

ทรงผมเกล้ามวยปักปิ่น เสื้อคอปกไขว้ แขนเสื้อกว้าง รองเท้าผ้าปัก...

นี่ไม่ใช่ความฝัน...

หลินเวยหลับตาลงแน่นแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง หวังว่าภาพตรงหน้าจะหายไป แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม นางโผล่ขึ้นมาจากสระว่ายน้ำที่ปักกิ่ง แล้วมาโผล่ที่ยุคโบราณแห่งนี้ได้อย่างไร!

ร่างที่เปียกปอนของหลินเวยถูกพาเข้ามายังเรือนนอนที่ตกแต่งอย่างหรูหราทว่าดูเงียบเหงา เสี่ยวชุ่ยและสาวใช้อีกสองนางรีบร้อนจัดเตรียมน้ำอุ่นในถังไม้ใบใหญ่ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกลีบกุหลาบที่ลอยฟุ้งไม่ได้ช่วยให้จิตใจของนางสงบลงได้เลย

หลินเวยถูกจับถอดชุดที่เปียกชุ่มและเช็ดตัวราวกับตุ๊กตาที่ไร้ชีวิต นางปล่อยให้พวกสาวใช้จับหมุนซ้ายขวา สวมใส่ชุดผ้าไหมตัวใหม่สีกลีบบัวที่แห้งสนิท ทั้งที่ในหัวยังคงหมุนติ้ว

นี่มันบ้า... บ้าไปแล้วจริงๆ

นางพยายามตั้งสติ ฟังเสียงเจรจาของพวกสาวใช้ "เบามือหน่อย ฮูหยินผิวบางนัก" "รีบไปต้มน้ำขิงมาเร็วเข้า เดี๋ยวฮูหยินจะจับไข้"

เดี๋ยวนะ... ทำไม? หลินเวยขมวดคิ้วมุ่น นางเป็นคนไทยแท้ๆ แม้จะมาทำงานที่ปักกิ่งแต่ก็รู้ภาษาจีนแค่ระดับพื้นฐานสั่งข้าวซื้อของได้เท่านั้น แต่ทำไมตอนนี้... นางกลับฟังทุกคำที่คนพวกนี้พูดรู้เรื่องหมดทุกพยางค์! ราวกับมันเป็นภาษาแม่ของนางเอง

"ให้ตายเถอะ นี่มันเรื่องตลกร้ายอะไรกัน" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ

ชีวิตดีไซเนอร์ที่กำลังรุ่งโรจน์... แบรนด์เสื้อผ้าที่กำลังจะโกอินเตอร์... จบกันแค่นี้งั้นหรือ?

เสี่ยวชุ่ยประคองหลินเวยมานั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หญิงสาวเผลอเงยหน้าขึ้นมองวัตถุตรงหน้า มันไม่ใช่กระจกเงาใสแจ๋วแบบยุคปัจจุบัน แต่เป็น 'คันฉ่อง' ทองเหลืองที่ขัดจนเงาวับ

ภาพสะท้อนในนั้นทำให้หลินเวยต้องยกมือขึ้นทาบอก

ดวงตากลมโตหางตาชี้ขึ้นเล็กน้อยดูโศกซึ้ง จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากบางเฉียบสีแดงระเรื่อ... นี่ไม่ใช่ใบหน้าของหลินเวย! แม้จะงดงามหยดย้อยปานล่มเมือง แต่มันคือใบหน้าของคนแปลกหน้า!

"พล็อตนิยายทะลุมิติ..." หลินเวยรำพึงเสียงสั่นเครือ "สวมร่าง... ย้อนอดีต... เรื่องพวกนี้มันมีอยู่จริงหรือเนี่ย"

"ฮูหยิน... ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ ท่านอย่าทำหน้าตาเช่นนั้น บ่าวกลัวนะเจ้าคะ" เสี่ยวชุ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเมื่อเห็นนายหญิงจ้องมองกระจกตาค้าง ไม่ยอมพูดจา

หลินเวยกำลังจะหันไปถามเพื่อความแน่ใจ แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับปาก

ปัง!

ประตูห้องนอนถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนบานประตูแทบจะกระแทกฝาผนัง ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนสาวใช้ทั้งสามต้องรีบคุกเข่าลงกับพื้น ตัวสั่นงันงก

หลินเวยหันขวับไปมอง แล้วก็ต้องตะลึง...

ผู้ชายคนนี้... หล่อ! หล่อแบบที่ดาราชายในงานแฟชั่นโชว์ที่นางเพิ่งไปร่วมงานยังต้องชิดซ้าย คิ้วกระบี่พาดเฉียง ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยว จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากได้รูป รูปร่างสูงโปร่งแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้ชุดคลุมสีเข้ม

ทว่า... แววตาที่เขามองมาที่นางนั้น กลับเต็มไปด้วยความรังเกียจและเอือมระอาถึงที่สุด

"ท่านแม่ทัพ..." เสี่ยวชุ่ยร้องเรียกเสียงแผ่ว

แม่ทัพเยว่เฉิน ไม่สนใจสาวใช้ สายตาเขาจับจ้องอยู่ที่สตรีที่นั่งอยู่หน้าคันฉ่อง เขากัดฟันกรอดก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาบาดลึก

"ข้าเบื่อหน่ายกับละครตบตาของเจ้าเต็มทีแล้ว หลินเวย"

หลินเวยกะพริบตาปริบๆ "คะ?"

"เลิกแสร้งทำเป็นไขสือเสียที!" เยว่เฉินตวาดลั่น "คิดว่ากระโดดน้ำเรียกร้องความสนใจแล้วข้าจะใจอ่อนงั้นรึ? ตั้งแต่แต่งเจ้าเข้ามาในจวนแม่ทัพ วันไหนบ้างที่จวนของข้าจะมีความสงบสุข! มีแต่ความวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวันเพราะความริษยาของเจ้า!"

หลินเวยอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน เดี๋ยวนะพ่อรูปหล่อ ฉันเพิ่งมาถึง ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!

"ในเมื่อเจ้าอยากตายนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้ แต่ไม่ใช่ด้วยความตาย..."

เยว่เฉินล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบซองจดหมายฉบับหนึ่งออกมา แล้วโยนใส่หน้านางอย่างไม่ไยดี

ฟึ่บ!

กระดาษแผ่นนั้นร่วงหล่นลงบนตักของหลินเวย

"นี่คือ หนังสือหย่า" น้ำเสียงของเขาไร้เยื่อใย "เก็บข้าวของของเจ้า แล้วไสหัวออกไปจากจวนข้าซะ บุญคุณที่บิดาเจ้าเคยมีต่อข้า ข้าจะหาทางชดใช้คืนให้วันหลัง แต่ตอนนี้... ข้าทนเห็นหน้าสตรีร้ายกาจเช่นเจ้าไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!"

พูดจบ เขาก็สะบัดชายเสื้อหันหลังเดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดและกลิ่นอายความโกรธเกรี้ยวที่ยังลอยวนอยู่ในอากาศ

หลินเวยหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู มือไม้สั่นเทา ไม่ใช่เพราะเสียใจ แต่เพราะช็อกจนตั้งตัวไม่ติด

สายตาเหลือบมองแผ่นหลังกว้างที่เดินจากไป แล้วก้มมองตัวอักษรคำว่า 'หย่า' ตัวเบ้อเริ่มบนกระดาษ

สรุปสั้นๆ คือ... หนึ่ง... นางตายแล้ว (มั้ง) สอง... นางมาโผล่ในร่างใครก็ไม่รู้ สาม... สามีหล่อลากไส้ แต่เกลียดขี้หน้านางเข้ากระดูกดำ และสี่... ยังไม่ทันได้หายใจทั่วท้อง ก็โดนถีบหัวส่งออกจากบ้านเสียแล้ว

"ซวย..." หลินเวยหัวเราะแห้งๆ ออกมา "แบบนี้เขาเรียกว่าซวยซ้ำซ้อนใช่ไหมเนี่ย"

++++++++++++++++++++++++++++

แนะนำนิยายเซต: แก๊งสามสาวทะลุมิติ

นิยายเรื่องนี้เป็นหนึ่งในซีรีส์เซตแก๊งเพื่อนสาวจากยุคปัจจุบัน ที่จับพลัดจับผลูทะลุมิติมาป่วนหัวใจบุรุษแคว้นนี้ค่ะ! ใครที่โดนตกและชื่นชอบความผูกพันของพวกนาง สามารถตามไปฟินและเอาใจช่วยพวกนางให้ครบทั้ง 3 เรื่องได้ตามนี้เลยนะคะ 👇

📖 เรื่องที่ 1 : เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม (เรื่องราวของ 'เยว่ซิน' กับ อ๋องจวิ้นอวี้)

📖 เรื่องที่ 2 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ (เรื่องราวของ 'มู่หลาน' กับ อ๋องจวิ้นเจี๋ย)

📖 เรื่องที่ 3 : อดีตสามี... ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ (เรื่องราวของ 'หลินเวย' กับ แม่ทัพเยว่เฉิน)

ฝากติดตามผลงานทั้ง 3 เรื่องของ แคลร์ออสติน ด้วยนะคะ!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 131

    บทส่งท้าย: กาลเวลา ลิขิตสวรรค์ และนิรันดร์ของเราห้าปีต่อมา ณ เมืองเจียงหนานสายลมวสันต์พัดพาความอบอุ่นและกลิ่นหอมของดอกท้อให้ลอยอวลไปทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลไป๋ บรรยากาศภายในจวนเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะสดใสที่ดังแว่วมาจากลานกว้างหน้าเรือนใหญ่“ท่านพ่อ! จับข้าให้ได้สิขอรับ!”เด็กชายตัวน้อยวัย

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 130

    บทที่ 69: พยานรักแห่งสองห้วงเวลาหลายสัปดาห์ผ่านไป ชีวิตในจวนตระกูลไป๋กลับมาสงบสุขและอบอวลไปด้วยความหวาน เมิ่งซีกลับไปดูแลกิจการหอวิจิตรซีซีอย่างขยันขันแข็ง โดยมีไป๋อวี้เฉินคอยรับส่งและดูแลแทบไม่ห่างกายทว่าในช่วงเช้าของวันหนึ่ง ขณะที่เมิ่งซีกำลังนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับไป๋อวี้เฉินและฮูหยินผู้เฒ่า กลิ่น

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 129

    บทที่ 68: พันธนาการแห่งรักราตรีเยือกเย็นปกคลุมไปทั่วจวนตระกูลไป๋ ทว่าภายในเรือนนอนใหญ่กลับอบอวลไปด้วยไออุ่นจากถ่านในเตาผิง แสงเทียนวับแวมส่องกระทบผ้าม่านแพรไหมสีนวลที่พลิ้วไหวตามแรงลมเมิ่งซีนั่งอยู่บนเตียงกว้าง นางเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเป้ใบย่อมที่ติดตัวมาจากโลกอนาคตขึ้นมาเปิดออก ท่ามกลางสายตาใคร่

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 128

    บทที่ 67: เรื่องเล่าจากห้วงอนาคตแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในโถงของเรือนใหญ่ บรรยากาศที่เคยอึมครึมมาตลอดหกเดือนถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มและเสียงพูดคุยที่อบอุ่นบนตั่งไม้ตัวใหญ่ ฮูหยินผู้เฒ่าไป๋ นั่งอยู่ตรงกลาง ดวงตาที่ผ่านโลกมามาก รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความปีติ สองมือเหี่ยวย่นกอบกุมมือของ เมิ่งซี เอา

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 127

    บทที่ 66: ฮูหยินที่หวนคืนแสงแดดสีทองยามเช้าสาดส่องลอดผ่านหน้าต่าง ขับไล่ความมืดมิดและเงียบเหงาที่ปกคลุมเรือนนอนแห่งนี้มาตลอดหกเดือนให้มลายหายไปขวัญฤทัยในร่างของเมิ่งซีค่อยๆ ขยับตัวตื่น สิ่งแรกที่นางสัมผัสได้คือวงแขนแกร่งที่กอดนางเอาไว้แน่น และลมหายใจอุ่นๆ ที่รดอยู่บริเวณหน้าผาก เมื่อเงยหน้าขึ้น นา

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 126

    บทที่ 65: ปาฏิหาริย์แห่งหยาดฝนนี่เขาไม่ได้กำลังฝันไปใช่หรือไม่...ไป๋อวี้เฉินยืนตัวแข็งทื่อ นัยน์ตาคมเบิกกว้างเมื่อทอดสบเห็นร่างบางในชุดเสื้อผ้าแปลกประหลาด กำลังนั่งสะอื้นไห้อยู่เบื้องหน้าเรือนนอนทว่าเมื่อ 'หมิงซาน' ที่ยืนอยู่เบื้องหลังหลุดเสียงอุทานเรียก “ฮูหยิน!” ชายหนุ่มจึงตระหนักได้ในวินาทีนั้

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 120

    บทที่ 59: สามีคลั่งรักแห่งเจียงหนานสามเดือนผ่านไปนับตั้งแต่พายุร้ายในจวนตระกูลไป๋สงบลง คลื่นลมในชีวิตของเมิ่งซีก็ราบรื่นและหอมหวานราวกับโรยด้วยกลีบกุหลาบฮูหยินผู้เฒ่ามอบอำนาจการดูแลจัดการเรือนหลังให้นางอย่างเต็มตัว ซ้ำยังเอ็นดูนางมากกว่าเดิม ส่วนกิจการร้านแพรพรรณสกุลไป๋ก็เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด กร

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 77

    บทที่ 16: สตรีผู้ประหลาดขบวนรถม้าของสกุลไป๋มุ่งหน้าลงใต้เพื่อกลับสู่เจียงหนาน ทว่าการเดินทางกลับไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อเข้าสู่วันที่สาม ท้องฟ้าที่เคยสว่างไสวกลับมืดครึ้ม ก่อนที่พายุฝนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงถนนดินร่วนซุยแปรสภาพเป็นดินโคลนลื่นไถล หมิงซานที่ทำหน้าที่บังคับรถม้าพยายามเร่งฝีเ

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 74

    บทที่ 13: คิดถึงบ้านเมื่อกลับมาถึงห้องพัก เมิ่งซีก็จัดการลงกลอนประตู หยิบอุปกรณ์เย็บผ้ามาวางไว้บนโต๊ะ ท่ามกลางแสงสลัวของตะเกียง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเริ่มลงมือเย็บกระเป๋าต้นแบบทว่าพอต้องมานั่งอยู่คนเดียวในห้องที่เงียบสนิท ไม่ต้องคอยต่อล้อต่อเถียงกับใคร ความรู้สึกอ้างว้างและคิดถึงบ้านก็ถาโถม

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 73

    บทที่ 12: สัญญาจ้างและคำชมที่คาดไม่ถึงเมิ่งซีกวาดสายตาอ่านรายละเอียดบนกระดาษอย่างรวดเร็ว ตัวอักษรพู่กันเรียงตัวเป็นระเบียบ เนื้อหาในสัญญาถูกแจกแจงไว้อย่างชัดเจน ทั้งค่าตอบแทนรายเดือน เงินก้อนใหญ่หลังจากการหย่าขาด และจวนขนาดย่อมที่จะมอบให้นางไปตั้งตัว‘ยุติธรรมดีนี่ ไม่มีหมกเม็ดเลยแฮะ’ นางคิดในใจอย่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status