เข้าสู่ระบบตอนพิเศษ หมุนเวียน 2 ให้อย่างไรก็ไม่มีทางเพียงพอ... อันไป๋เล่อ เข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดี การแจกจักรยานฟรีร้อยคันต่อเดือนอาจดูเหมือนมาก แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับจำนวนผู้คนที่โหยหาความสะดวกสบาย ทว่าเป้าหมายที่แท้จริงของนางหาใช่การเป็นนักบุญที่แจกจ่ายจนหมดตัวแต่คือการสร้าง "เมืองท่องเที่ยว" ที่ขับเคลื่อนด้วยการค้า เมื่อผู้คนมีงานทำ มีสินค้าขาย พวกเขาจะมีเงินอิ่มท้อง และนั่นคือผลพลอยได้ที่นางปรารถนาที่สุด ที่ตลาดเช้าอี้โจว บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักนางหวัง แม่หม้ายผู้ขยันขันแข็งกำลังจัดเก็บแผงขายของด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม วันนี้เป็นวันโชคดีของนาง พ่อค้าจากต่างแดนที่ตามกลิ่นหอมของสุราอันถิงมา ได้แวะมาที่แผงและกว้านซื้อ "กระถางเชื้อเห็ด" ที่นางเพาะตามคำแนะนำของพระชายาอันไป๋เล่อไปจนหมดร้านมิหนำซ้ำ "เห็ดดองสูตรลับ" อีกสิบโหลก็ถูกเหมาไปเช่นกันเมื่อนับเหรียญในมือ นางหวังถึงกับมือสั่น... กำไรวันนี้เกือบห้าสิบตำลึง! มากกว่าที่นางเคยหาได้ทั้งปีในอดีตเสียอีกขณะที่นางกำลังมัดห่อผ้าเตรียมกลับบ้าน สายตาก็เหลือบไปเห็น อาเก๋า บุตรชายตัวน้อยเดินคอตกละห้อยกลับมาจากลานหน้าจวน แ
ตอนพิเศษ หมุนเวียน 1ท้องฟ้าเหนือเมืองอี้โจวยามนี้ดูจะสดใสกว่าทุกวัน ลมหนาวที่เคยพัดพาความอ้างว้างมาให้ บัดนี้กลับหอบเอาความครึกครื้นและกลิ่นอายของความหวังมาแทนที่ ภายใต้การดูแลของ อันไป๋เล่อ เมืองชายขอบที่เคยถูกลืมได้กลายเป็นต้นแบบของ "เมืองแห่งเสรีภาพ" ถนนหนทางรอบจวนและทั่วทั้งตัวเมืองถูกปรับปรุงให้มีทางเฉพาะสำหรับอาชาเหล็กสองล้อ หรือที่ผู้คนเรียกติดปากว่าจักรยานภาพของเหล่าสตรีที่ขี่จักรยานไปจ่ายตลาดด้วยท่วงท่าคล่องแคล่ว หรือชายหนุ่มที่ใช้มันบรรทุกตะกร้าผลไม้กลายเป็นเอกลักษณ์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศให้มาเยือนอี้โจว เพียงเพื่อจะมาเห็นด้วยตาตัวเองว่า "พาหนะไร้เท้า" นี้ขยับเขยื้อนได้อย่างไรแต่ภาพที่น่าประทับใจที่สุดในวันนี้ กลับมิใช่ที่โรงสุราอันถิง แต่เป็นลานกว้างหน้าประตูจวนตระกูลเผย"เข้าแถวให้เรียบร้อยนะเด็กๆ! อย่าเบียดกัน ใครลงชื่อเสร็จก็ไปนั่งรอการจับสลากนะเจ้าคะ” เสียงของ อาเหมย ตะโกนก้องอย่างร่าเริง นางกำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะไม้ตัวยาวที่มีสมุดบัญชีเล่มหนาวางอยู่เบื้องหน้าของอาเหมยคือแถวของเด็กน้อยตัวจิ๋วไปจนถึงวัยรุ่นนับร้อยคน พวกเขาต่างตื่นตัวและชะเง้อคอมองไปที่ลาน
ตอนพิเศษ มนต์ขลังแห่งสุรา 2ที่มุมหนึ่งของห้องโถง ร่างสูงสง่าในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มปักดิ้นทองลายเมฆมงคลยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ กลิ่นอายความสูงศักดิ์ที่แผ่ออกมาทำให้บ่าวไพร่รอบข้างต่างก้มหน้าด้วยความเกรงขาม เผยกู้หยางทอดสายตามองดูนางด้วยรอยยิ้มละมุนที่มุมปาก แววตาของพระองค์เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่“ดูเหมือนว่าเจ้าจะชอบชงสุรานัก” ซินอ๋องเอ่ยทักน้ำเสียงนุ่มทุ้มไป๋เล่อย่อกายลงถวายคำนับอย่างอ่อนช้อยก่อนจะเงยหน้าสบพระพักตร์ ยิ้มหวานกล่าว “เจ้าค่ะ”นางตอบรับด้วยน้ำเสียงใส “ไม่เพียงแต่สุราเท่านั้นหรอกเจ้าค่ะ ไม่ว่าจะขนมหรืออาหาร ยามที่ข้าได้เห็นรอยยิ้มของผู้คนยามได้ลิ้มรสสิ่งที่ข้าตั้งใจรังสรรค์ขึ้น มันทำให้จิตใจของข้าเบิกบานยิ่งนัก ความเหนื่อยล้าจากการเตรียมงานทั้งหมดมลายหายไปสิ้นเพียงเพราะรอยยิ้มเหล่านั้นเจ้าค่ะ”ซินอ๋องหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทรงก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยและสมุนไพรที่ติดอยู่บนตัวนาง กลิ่นที่สดชื่นและมีเอกลักษณ์นี้ทำให้พระองค์รู้สึกผ่อนคลาย “วันนี้ข้ามาตรวจบัญชี... ไม่รู้ว่าเดือนนี้จวนอ๋องจะได้ส่วนแบ่งเท่าไร”“รับรองว่าไม่ทำให้พระองค์ต้องผิดหวังเจ้าค่
ตอนพิเศษ มนต์ขลังแห่งสุรา 1ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของเมืองอี้โจวที่เคยมีเพียงเสียงกระดิ่งคอวัวและเสียงน้ำไหล บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วยกลิ่นอายความแปลกใหม่ที่โชยออกมาจากเรือนไม้หลังใหญ่ริมน้ำ ซึ่งถูกดัดแปลงเป็น"โรงสุราอันถิง" สถานที่ที่อันไป๋เล่อใช้ความรู้จากชาติก่อนมาพลิกโฉมวัฒนธรรมการดื่มของคนโบราณไปอย่างสิ้นเชิงที่นี่ถูกเล่าลือว่า สามารถเปลี่ยนน้ำเมาธรรมดาให้กลายเป็นโอสถทิพย์ได้ หรือ พระชายาอันไป๋เล่อกล่าว "ศาสตร์การปรุงสุรา" ยามบ่ายที่แสงแดดส่องผ่านร่มเงาไม้ ไป๋เล่อยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ที่ขัดจนเงาวับ เบื้องหน้านางคือบุรุษและสตรีกลุ่มหนึ่งที่ดูมีฐานะ พวกเขามาเพื่อดื่มสุรารสชาติใหม่ ๆ “สุรามิได้มีไว้เพียงเพื่อดับทุกข์หรือมอมเมาสติเจ้าค่ะ” ไป๋เล่อเอ่ยพลางยกกระบอกไม้ไผ่ที่ผ่านการรมควันจนหอมขึ้นมา “แต่สุราคือศิลปะที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติและอารมณ์เข้าด้วยกัน”นางเริ่มสาธิตการทำเครื่องดื่มที่ไม่มีใครเคยเห็น ปลายนิ้วเรียวหยิบลูกเบอร์รี่ป่าที่อาเหมยไปช่วยเก็บมาเมื่อเช้า ใส่ลงในถ้วยกระเบื้องแล้วใช้ไม้บดเบาๆ กลิ่นหอมเปรี้ยวอมหวานของผลไม้สดฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ จากนั้
ตอนที่ 139 เจ้าว่าดีข้าก็ว่าดี แดดยามบ่ายคล้อยต่ำ ละอองแสงสีทองโรยตัวทาบลงบนสวนดอกไม้ที่เพิ่งถูกลมพัดเอนอ่อนไป๋เล่อเดินเคียงข้างเผยกู้หยางอย่างเงียบงาม ราวกับก้าวของทั้งสองถูกปรับจังหวะให้ตรงกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดเมื่อถึงศาลาไม้ริมสระนางหยุดยืนมองเงาตัวเองในผืนน้ำก่อนจะหันไปสบตาเขาประกายในนัยน์ตาของเผยกู้หยางอบอุ่นลึกซึ้งกว่าแสงอาทิตย์ใด ๆ ที่เคยตกกระทบผิวโลกเขามองนางราวกับมองสิ่งเดียวที่มั่นคงในชีวิตที่เต็มไปด้วยเล่ห์ลับและความไม่แน่นอนไป๋เล่อสูดลมหายใจเบา ๆ แล้วจึงเอ่ยคำที่นางครุ่นคิดมานาน“ข้าจะหยุด…ที่ท่านเจ้าค่ะ”คำพูดนั้นแผ่วนุ่มแต่หนักแน่นพอจะทำให้ลมหายใจของบุรุษตรงหน้าชะงัก เผยกู้หยางก้าวเข้ามาใกล้เพียงครึ่งก้าว ริมฝีปากยกยิ้มละมุนที่มีเพียงไป๋เล่อเท่านั้นจะได้เห็น“เล่อเอ๋อร์…ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น”ไป๋เล่อเอนกายพิงราวศาลาเบา ๆ ลมเย็นพัดกระทบแก้มนางจนปรอยผมสั่นไหว นางหันกลับไปสบตาเผยกู้หยางอีกครั้ง แล้วเอ่ยช้า ๆ ด้วยเสียงนุ่มทว่ามั่นคงดั่งประกายแสงในน้ำ“ตอนนี้ข้าสามารถเคียงคู่ท่าน…โดยไม่ต้องหวั่นเกรงสิ่งใดอีกแล้วเจ้าค่ะ ข้ามีกิจการของตนเอง มีรายได้ของตนเอง ข้
ตอนที่ 138 อยู่ตรงนี้ อยู่นิ่งๆวันนี้แสงแดดกำลังดี ไป๋เล่อไม่มีธุระอื่น ทว่ากลับถูกซ่งเหยาพามานั่งอยู่กลางสวนดอกไม้ที่กำลังบานสะพรั่ง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยอวล ทุกอย่างดูรื่นรมย์หมด…เว้นเสียแต่ว่า นางขยับไม่ได้ไป๋เล่อกระซิบใส่ลูกชายเสียงเบา“เหตุใดวันนี้เหยาเอ๋อร์ถึงได้มาพร้อมกับท่านอ๋องกันล่ะ”ซ่งเหยาหันมายิ้มตาหยีราวกับภูมิใจในภารกิจครั้งใหญ่ “ท่านพ่อบอกว่า อยากให้ท่านแม่อยู่นิ่ง ๆ บ้าง ข้าก็เลยคิดว่าวิธีนี้น่าจะใช้ได้ที่สุด”…ให้นางมานั่งเป็นแบบวาดรูป นี่หรือวิธี "อยู่นิ่ง ๆ" ของพ่อลูกคู่นี้ไป๋เล่อแทบจะหัวเราะไม่ออกทันใดนั้นเผยกู้หยางก็เงยหน้าขึ้นจากกระดาษพู่กัน เอ่ยเสียงเข้ม“พวกเจ้าอยู่นิ่งหน่อย”อา…นางนั่งอยู่เกือบครึ่งชั่วยามแล้วนะไป๋เล่อเบ้ปากเล็กน้อย ก่อนจะถามอย่างอ่อนแรง“นี่…ท่านอ๋อง อีกนานหรือไม่เจ้าคะ”เผยกู้หยางตอบโดยไม่เงยหน้า ริมฝีปากกลับยกยิ้ม “เสร็จแล้ว” “เสร็จแล้วหรือ ท่านพ่อ!”เด็กชายดีดตัวขึ้นก่อนผู้เป็นแม่เสียอีกไป๋เล่อค่อย ๆ ลุกขึ้น ยืดหลังเบา ๆ ราวกับกระดูกทั้งตัวเพิ่งถูกปลดพันธนาการจากการนั่งนิ่งนานเกินควร นางเดินเข้าไปหาเผยกู้หยางภาพให้ดูตรงหน้า—







