เข้าสู่ระบบ[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]
Part : อาหมอคนฮอต
--------------------------------------------------------------------------
เขากอดคนตัวเล็กตอบกลับและลูบหลังเธอเบา ๆ แต่เวลานั้นก็ยังสัมผัสได้ว่าเธอยังพยายามเบียดตัวเข้ากอดเขา แม้ว่านั่นจะเป็นอ้อมกอดที่แน่นมากแล้วก็ตาม ราวกับว่าเธอรู้สึกไม่ปลอดภัยและกลัวบางอย่าง
“ฮึก อาคะ ญ๋าจะเป็นอะไรไหมญ๋ากลัว ช่วยด้วยค่ะ ฮือ” เนื้อตัวสาวสวยสั่นจนน่าเป็นห่วง เธอไม่สามารถควบคุมจังหวะหายใจของตัวเองได้ในเวลานี้
“ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก ไม่ต้องคิดมากนะญ๋า”
“ฮือ ๆ”
“ใจเย็น ๆ นะครับ ญ๋าเป็นอะไรเล่าให้อาฟังซิ๊...” คุณอาหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเพื่อให้เธอคลายความกังวลลง เพราะคิดว่าเธอน่าจะเป็นโรคที่เขาคาดการไว้ในก่อนหน้า แต่ไม่ได้เอ่ยถามไป
“ไม่รู้ค่ะ อยู่ ๆ ญ๋าก็ใจสั่นนอนไม่หลับแล้วญ๋าก็หายใจไม่ออก มันเป็นแบบนี้อีกแล้ว ฮือ ญ๋ากลัว”
ผมใช้มือสองข้างประคองหน้าของเด็กสาวไว้ ก่อนจะมองสำรวจสีหน้าและอาการของเธอ น้ำใสอาบแก้มของเด็กสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่ด้านหน้าของผม
“หายใจเข้าลึก ๆ นะทำตามที่อาบอก เดี๋ยวมันจะดีขึ้น”
“ฮึก ฮึก”
“อาอยู่ตรงนี้นะ ญ๋าไม่ต้องกลัว” เขาพูดพร้อมกุมมือเธอไว้แน่น สายตาแสนอบอุ่นก็ยังมองเธออยู่ไม่วางตา
มันเป็นอาการทางความคิดและความรู้สึก ซึ่งการให้คนไข้รักษาตัวเองนั้นคือพื้นฐาน แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นเธอควรต้องใช้ยาควบคู่ในการรักษา ซึ่งผมไม่อยากให้ญ๋าต้องไปถึงขั้นนั้น
“พยายามหายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ นะ…”
“ฮึก” เธอพยายามฝึกจังหวะหายใจนั้นให้เป็นไปอย่างปกติ ไม่ช้าหรือเร็วไป
ดูเหมือนอาการที่เธอเป็นอยู่จะเรียกว่าแพนิค ซึ่งมันไม่ค่อยเป็นผลดีเลยที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาแพทย์ที่ใกล้จะเป็นหมออาชีพอย่างเธอ...
“ถ้ายังกลัวอยู่ เดี๋ยวอาไปส่งเข้านอนดีไหม”
“ฮึก ญ๋าจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับ ญ๋าจะไม่เป็นอะไร เดี๋ยวอาจะอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าญ๋าจะดีขึ้น โอเคไหมครับ”
ห้องนอนญะญ๋า...
เธอเอนตัวลงนอนในขณะนั้นก็มองจ้องไปที่คุณอาของเธออย่างไม่คลาดสายตา เขาพยายามช่วยเธอกำหนดลมหายใจเข้าและออก มือหนากุ่มมือน้อยของหลานสาวไว้แน่นเพื่อให้เธอผ่อนคลายและหลับลงได้อย่างสบายใจ
“นอนเถอะ อาอยู่นี่ไม่ไปไหนหรอก”
อาการที่เธอเป็นอยู่นี้ มันควรได้รับการรักษา หากปล่อยไว้นานผมเกรงว่ามันจะเป็นโรคที่ยากเกินจะรักษาและควบคุมได้
เมื่อญะญ๋าเริ่มผ่อนคลายความกลัวลง เธอจับกุมมือหนาของคุณอาไว้แน่นด้วยสองมือน้อยของเธอ จนเขาไม่สามารถดึงมันออกเมื่อเห็นว่าเธอหลับไป
ตอนนี้หลานสาวของผมหลับไปแล้ว แต่มือสองข้างของเธอยังจับมือผมไว้แน่นแถมตอนนี้เธอยังดึงแขนผมไปกอดอีกด้วย
ถ้าดึงออกตอนนี้เธอจะตื่นไหมนะ แบบนี้อาจะกลับห้องยังไงล่ะเนี่ย...
เขานั่งสัปหงกมองเธอหลับอยู่แบบนั้น แต่ตัวเองก็แทบจะฝืนลืมตาไม่ไหว
ฟุบ!
จังหวะที่คนตัวเล็กพลิกตัว เธอลากแขนล่ำที่จับอยู่ไปนอนกอดอย่างสบายใจ จนทำคนที่นั่งสัปหงกอยู่ล้มลงไปนอนซ้อนอยู่ด้านหลังของเธอบนเตียงนุ่มนั้น
“ญะ...ญะญ๋า”
แขนล่ำข้างที่เธอกอดอยู่นั้น มันแนบชิดสนิทกับก้อนเนื้อนุ่มบนหน้าอกของเธอ จนทำคุณอารู้สึกไม่ดีกับท่าทางที่เขานอนอยู่ในเวลานี้
“ญ๋า”
เธอกระชับกอดแขนล่ำของเขาแน่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงนุ่มที่ฟังแล้วผ่อนคลายเช่นนั้น และเวลานี้ท่อนแขนของเขาไม่เพียงแต่ถูกมือของเธอจับไว้ ยังโดนร่องอกอวบหนีบไว้ไม่ปล่อยอีกด้วย
“เฮ้อ นอนไปแบบนี้จะเป็นอะไรไหมนะ...” เขาพูดถามกับตัวเองก่อนจะหาวเมื่อพูดจบประโยค “หาว”
แม้ว่าจะรู้สึกว่ามันดูไม่ดีที่อาหลานจะนอนด้วยกันในท่าทางแบบนี้ แต่เขาก็กลัวว่าจะทำเธอตื่นขึ้นมาเผชิญกับความกลัวอีกครั้ง หากเป็นเช่นนั้นไม่ใช่แค่เธอจะไม่ได้พักผ่อน เขาเองก็เช่นกัน
เขาไม่กล้าทิ้งเด็กที่ดูเปราะบางอย่างเธอไปในเวลานี้ จนปล่อยตัวนอนหลับไปแบบนั้นโดยมีคนตัวเล็กนอนอยู่ในอ้อมกอดอุ่นของตน
เช้าวันรุ่งขึ้น...
คนตัวเล็กค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น เพราะรู้สึกถึงความผ่อนคลายบริเวรช่วงหน้าอก ซึ่งเมื่อก้มลงมองก็เห็นว่ามือหนาของคนที่กอดเธออยู่นั้นกำลังบีบเคล้นเนื้อนุ่มของเธอเต็มมือ
“...”
แต่พอหันไปมองเธอก็เห็นว่าเขายังหลับอยู่ และเพิ่งสะดุ้งตื่นเมื่อตอนที่เธอเรียกปลุกเขา “อาปืนคะ...”
“อือ” เจ้าของคนหล่อสุขุมลืมตาตื่น มือหนาก็ยังคงบีบเคล้นเนื้อนุ่มนั้นไม่ปล่อย “อุ๊ย อาขอโทษนะ!” เขารีบดึงมือออกทันทีเมื่อรู้สึกว่าตัวเองทำบางสิ่งที่ไม่เหมาะสมอยู่ และรีบดันตัวขึ้นนั่งบนเตียง
...เวรแล้วกู ทำอะไรลงไปเนี่ย
“เมื่อกี้ อาละเมอเหรอคะ หรือว่า...”
“ใช่ ๆ อาละเมอน่ะ อาไม่ได้ตั้งใจจะบีบ เอ่อ จะจับ คือจะ จะ...อาขอโทษนะญ๋า” เขาไม่รู้จะพูดถึงการกระทำน่าอายของตัวเองนั้นว่าอะไร เพราะไม่ว่าจะใช้คำสวยหรูแค่ไหน แต่สุดท้ายเขาก็ทำสิ่งที่ไม่ควรทำไปแล้ว คือการบีบเคล้นหน้าอกของหลานสาว
“ไม่เป็นไรค่ะ ญ๋าต้องขอโทษอามากกว่า ที่เดือดร้อนอาต้องมานอนเฝ้าญ๋าทั้งคืน”
เธอไม่ได้ติดใจกับเรื่องเมื่อครู่ เพราะรู้ว่าการเป็นหมอนั้นเหนื่อยแค่ไหน หากจะนอนละเมอทำสิ่งที่เคยทำอยู่ประจำก็ไม่แปลก
“แล้วดีขึ้นหรือยัง ไม่มีอาการอะไรแล้วใช่ไหม”
เธอดันตัวขึ้นนั่งบนเตียง และสำรวจร่างกายของตัวเองให้แน่ใจ “ไม่มีแล้วค่ะ ญ๋าดีขึ้นแล้ว”
ตอนที่คุยอยู่กับเธอนั้น เขาไม่สามารถควบคุมสายตาของตัวเองไว้ได้ เพราะเหมือนว่ามันอยากจะจ้องมองที่ส่วนนั้นของเธออยู่ตลอด
ผมจับนมคนไข้มาเป็นร้อยเป็นพัน แต่ไม่เคยรู้สึกผิดแบบครั้งนี้มาก่อนเลย เพราะในหัวผมมันกลับคิดเรื่องอกุศลกับเธอไม่หยุด
‘นิ่มจัง’ หยุดคิดบ้า ๆ สิวะ! ‘ใหญ่มาก’ หยุดนะเว้ย! ‘ญะญ๋าโตเป็นสาวแล้ว’ ห้ามคิดแบบนั้นนะ!
“อากลับห้องก่อนนะญ๋า” เขารีบวิ่งออกจากห้องนอนของเธอไป เพราะเสียงในหัวกำลังตีกันเรื่องของเธอที่เขาไม่ควรคิด
ติ๊ง! (ตื่นหรือยังคะคุณหมอญะญ๋า เจอกันที่โรงพยาบาลนะ)
ข้อความจากแสนดี เพื่อนรักคนสนิททักไลน์มาปลุกเธอแต่เช้า และข้อความที่อ่านแล้วรู้สึกถึงความสดใสนั้นมันก็ทำให้เธออยากจะลุกขึ้นจากเตียงไปทำหน้าที่คุณหมอ
ตึก! (เจอกันที่โรงพยาบาลนะคะ คุณหมอแสนดี^^)
เธอตอบกลับข้อความของแสนดี ก่อนจะลุกไปอาบน้ำเตรียมตัวออกไปฝึกงานวันแรก
เริ่มแล้วสินะการเป็น extern วันแรกของฉัน...
@โรงพยาบาล
“ญ๋า เลิกงานแล้วไปหาอาที่ห้องทำงานด้วยนะ” ผมตั้งใจว่าจะพาเธอไปปรึกษาแพทย์ถึงอาการแพนิคของเธอที่เป็นอยู่
“ค่ะ”
เขาเดินมาส่งเธอถึงที่แผนกฉุกเฉิน ซึ่งแน่นอนว่าเธอถูกหลายสายตาจับจ้องมาที่เธอ เพียงเพราะเดินมากับคุณหมอสุดฮอตของโรงพยาบาล
“ไม่มีอะไรต้องกลัว ทำงานให้เต็มที่นะ...” คุณหมอปืนพูดให้กำลังใจหลานสาว
“ค่ะอาปืน”
คนตัวสูงดึงมือออกจากเสื้อกาวน์และลูบหัวคนตาใสเบา ๆ เพื่อให้เธอไม่รู้สึกเป็นกังวล
“เย็นนี้เจอกันนะ”
“อาแกเหรอ?” เสียงคุ้นหูเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าผู้ชายคนที่เธอถามถึงเดินจากไป
“ใช่ อาปืนที่ฉันเคยเล่าให้ฟังบ่อย ๆ ไง”
“extern คนใหม่เป็นหลานของหมอปืนเหรอ?”
“ใช่ค่ะ” ญะญ๋าตอบกลับคำถามของพยาบาลสาวอย่างเป็นมิตร
“งั้น พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”
“คะ?”
“หมอปืนมีแฟนหรือยัง เขาแอบซุกลูกเมียไว้ที่บ้านจริงไหมพี่อยากรู้” เธอถามถึงข่าวลือเกี่ยวกับหมอปืนที่ว่านั้น เพราะไม่เห็นว่าเขาสนใจใคร หรือประกาศว่าตัวเองมีแฟนซักที จนทำให้คนในโรงพยาบาลต่างคิดว่าเขาซุกลูกเมียไว้ที่บ้าน
“ไม่มีนะคะ อาปืนอยู่บ้านคนเดียวค่ะ”
“จริงเหรอ สรุปไม่มีเมียจริง ๆ นะ” เธอถามน้ำเสียงดีใจ พยาบาลสาวกลุ่มใหญ่บริเวณนั้นที่ได้ยิน ต่างก็พากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ชอบใจเมื่อรู้ว่าอาหมอของเธอยังไม่มีแฟน
“ไปเตรียมตัวเข้างานเถอะญ๋า...” แสนดีพูดบอกกับญะญ๋า โดยไม่สนใจเรื่องที่พยาบาลพวกนั้นกรี๊ดชอบใจกันอยู่
“งั้นเดี๋ยวฉันมานะ เอาของไปเก็บก่อน”
“เดี๋ยว...ลืมอะไรหรือเปล่า” แสนดีถามถึงสิ่งที่เธอและญะญ๋าทำกันอยู่ประจำเมื่อได้เจอกัน
“เมื่อไหร่จะเลิกทำแบบนี้เนี่ย” ถึงปากจะบ่นอุบ แต่เท้าเล็กกลับก้าวเข้าไปหาเพื่อนสนิท และยื่นหน้าผากสวยให้กับแสนดีอย่างรู้งาน
จุ๊บ ริมฝีปากสวยได้รูปจุ๊บลงเบา ๆ ที่หน้าผากของอีกคนอย่างเคยชิน
“ฉันรอตรงนี้นะ ไปเก็บของเร็ว ๆ เลย”
“ทำเหมือนฉันเป็นเด็กไปได้ เดี๋ยวใครก็เข้าใจผิด คิดว่าฉันเป็นน้องแกหรอก” เธอบ่นเพื่อนสาวเสร็จก็รีบวิ่งไปเก็บของทันที เพราะใกล้ถึงเวลาเข้างานแล้ว
“พี่น้องที่ไหนเขาทำกันแบบนี้ล่ะยัยบ้า...” สาวสวยผมสั้นกระตุกยิ้มให้กับความซื่อของญะญ๋า ที่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนเธอก็ไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อออกไปเลยสักนิด
วันนี้ทั้งวันสาวสวยขี้กลัวสามารถควบคุมความกังวลของตัวเองได้ดี เพราะงานที่ไม่ได้ยากเกินความสามารถ มีการผ่าตัดเล็กก็ผ่านไปได้ด้วยดี วันนี้เธอเจอแต่งานถนัดและสิ่งที่ฝึกซ้อมมาเหมือนโชคเข้าข้าง
โล่งอกไปทีที่การลงสนามจริงวันแรกของฉันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย...
ช่วงเย็นเลิกงาน...
“หมอปืน มารอรับหลานเหรอคะ?” เสียงหวานที่พูดอ่อยนั้น ทำให้คุณหมอหนุ่มรู้ว่าควรวางตัวและตอบกลับอย่างไร
“ใช่ครับ”
“เสร็จแล้วค่ะอา”
“ไปเถอะอานัดหมอไว้แล้ว ขอตัวก่อนนะครับ...” เขาพูดบอกหลานสาว ก่อนจะหันมาบอกลาสาวๆ พยาบาลเอฟซีกลุ่มใหญ่
“กลับบ้านดี ๆ นะน้องญะญ๋า”
เสียงหวานของพยาบาลที่แผนก พร้อมใจกันโบกมือลาส่งเธอกลับบ้าน แต่ทว่าสายตาของแต่ละคนกลับไม่ได้มองไปที่ญะญ๋าเลยสักนิด เพราะพวกเธอมัวแต่โฟกัสคนที่สนใจนั่นคือ ‘หมอปืน’
“พรุ่งนี้เจอกันญะญ๋า รีบมานะ...”
“กลับก่อนนะแสนดี” เธอพูดตอบกลับแสนดีที่ยืนอยู่ข้างๆ พรางโบกมือลาและส่งยิ้มหวานให้เพื่อน และดูท่าเธอจะเฉยๆ กับความหล่อของคุณหมอปืนต่างจากคนอื่นที่แสดงออก
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] • [Follow the next episode]
• เพิ่มเข้าชั้น • กดหัวใจ • คอมเมนท์ •กดติดตาม และฝากซัพพอร์ตนักเขียนด้วยนะครับ~
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ตอนพิเศษ~--------------------------------------------------------------------------วันแรกของการเสียคนที่รักไป หมอปืนยังคงเฝ้าเธออยู่ไม่ห่างที่หน้าหลุมฝังศพ แม้คนอื่นจะทยอยกลับกันไปจนหมดแล้ว แต่เขาก็ยังคงนั่งเหม่อลอยอยู่เช่นนั้นเพราะรับไม่ได้กับการจากไปของสาวสวยผู้เป็นที่รักการจากลาครั้งนี้ มันยากเกินกว่าที่เขาจะรับไหว ใจที่เคยเข้มแข็งพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มอบอุ่นให้เห็น เวลานี้กลับเลื่อนลอยและมีแต่ความน่าสงสารเวทนาให้เห็นบนใบหน้า เพราะความสุขเดียวของเขาถูกพรากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับคืนหัวใจที่ไม่อาจเดินต่อไปได้ สมองจึงต้องช่วยประคับประคองให้ร่างกายที่ยังมีลมหายใจนั้นใช้ชีวิตต่อไปได้ในช่วงที่หัวใจสลายเป็นเสี่ยงๆ เรื่องราวในหัวฉายภาพความทรงจำดี ๆ เกี่ยวกับเธอ และเรียกคืนแฟนสาวในจินตนาการคนนั้นกลับมา เพื่อให้เธอได้ใช้ชีวิตต่อกับเขาในโลกที่สร้างขึ้นเพื่อรักษาจิตใจของตัวเองไว้“กลับบ้านเถอะญะญ๋า กลับบ้านกันนะครับ”ชายหนุ่มที่ใบหน้าเปียกปอนไปด้วยคราบน้ำตา ทำท่าจูงมือใครบางคนและพาคนในจินตนาการออกมาจากที่แห่งนั้น
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : END.--------------------------------------------------------------------------ช่วงพักเบรก เวลาสิบโมง…ผมติดคนไข้ยาวจนถึงช่วงพักเบรก ซึ่งผมก็ไม่มีเวลาว่างที่จะลงไปหาญะญ๋าที่ร้านกาแฟชั้นล่างตามสัญญาก๊อก ๆ!“เข้ามาครับ” หมอปืนที่นั่งคุยอยู่กับคนไข้ พูดเชิญแขกหน้าห้องที่เดินมาเคาะประตู“เอ่อ หมอติดคนไข้อยู่เหรอคะ?”“มีอะไรแสนดี” เขาเอ่ยถามถึงธุระของเธอ“ญะญ๋าอยู่ไหนเหรอคะ”“ร้านกาแฟชั้นล่างน่ะ ถ้าจะไปหาญ๋าฝากบอกญ๋าด้วยนะว่าฉันติดคนไข้อยู่”“ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูบอกให้” เธอตอบรับคำของหมอปืน ก่อนจะเดินออกจากห้องไป และปล่อยให้เขาได้ทำการรักษาคนไข้ต่อ ส่วนเธอก็จะรีบไปอยู่กับญะญ๋าเพราะกลัวว่าเธอจะเหงา และคิดมากขึ้นมาอีกเกี่ยวกับเรื่องเมื่อเช้าร้านกาแฟชั้นล่างของโรงพยาบาล…เมื่อเดินมาถึงที่ร้านกาแฟ ฉันก็ไม่เห็นว่าญะญ๋านั่งอยู่มุมไหนในร้าน ไม่มีวี่แววของเธอเลย โทรหาก็ไม่รับ “อยู่ไหนนะ?”แสนดีพูดพร้อมกับต่อสายหาเธอสลับกับส่งข้อความเป็นระยะ แต่ก็ไม่มีข้อความตอบกลับจากเธอ จึงกลับขึ้นไปหาหมอปืนที่ห้องทำงานของเขา เพื่อให้เขาลองโทรหาญะญ๋าดูเผื่อว่
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ความรักรอบตัวญะญ๋า--------------------------------------------------------------------------ห้องทำงานหมอปืน…“ผมมีเรื่องจะคุยกับพี่สองคน วันหยุดนี้เดี๋ยวผมพาญะญ๋าไปหาที่เขาใหญ่นะครับ”“มีอะไรวะ?” ผู้เป็นพ่อของสาวหน้าหวานเอ่ยถาม เมื่อได้ยินรุ่นน้องคนสนิทเกิ่นมาแบบนั้น“ไว้ผมจะเล่าให้ฟังตอนไปถึงแล้วกันนะครับ…” ผมคิดว่าควรจะพูดเรื่องนั้นต่อหน้าพวกพี่ ๆ และขอรับผิดชอบเธอกับทุกสิ่งที่ผมทำไป ผมไม่อยากให้ญะญ๋าต้องมีเรื่องติดค้างคาใจแล้วเก็บไปคิดมากอยู่ลำพังแบบนั้น ทุกเรื่องที่เธอเป็นกังวลอยู่ผมจะแก้ไขมันให้หมด จะทำให้เธอสบายใจมากที่สุด“โอเค งั้นวันหยุดนี้เจอกัน…”“ครับ” หลังจากที่วางสายไป ญะญ๋าที่บอกว่าจะเดินไปหาพวกพี่ๆ พยาบาลที่แผนกก็เดินกลับมาพร้อมน้ำตา แถมคนที่พาเธอมาส่งก็เป็นแสนดี“ญ๋าเป็นอะไร?”“อาคะ ฮือ!” เธอเดินไปซบอกของหมอปืนด้วยความผิดหวังเพราะคิดว่าที่ผ่านมาคนพวกนั้นเป็นรุ่นพี่ที่น่ารักของเธอมาตลอด แต่แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น ภายใต้รอยยิ้มที่เป็นมิตรกลับซ่อนมีดแหลมคมไว้อยู่“เกิดอะไรขึ้นแสนดี?”“รอพี่แสนรักมาก่อนนะคะ เ
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ปกป้องคนรัก--------------------------------------------------------------------------โต๊ะทานข้าว…หลังจากที่หมอปืนเตรียมอาหารเย็นเสร็จ ทั้งสามคนก็มานั่งทานข้าวด้วยกัน แต่ญะญ๋าก็ยังไม่หยุดคิดถึงเรื่องแชทที่มีคนส่งมาหาแสนดี“ไหนบอกว่าจะให้ดูแชทไง”“มันไม่มีอะไรแล้ว กินข้าวเถอะ” ฉันกลัวว่าญะญ๋าเห็นข้อความพวกนั้นแล้วจะคิดมากอีก เลยจะรีบกินข้าวและรีบหนีกลับบ้านซะ“มีอะไรเหรอครับ”“มีคนส่งภาพแชทมาหาแสนดี ญ๋าเห็นว่าเขาพูดถึงญ๋าด้วย” เธอพูดสีหน้าเป็นกังวล“มันไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย ฉันโทรไปเคลียร์มาแล้ว แกอ่านก็จะคิดมากเปล่า ๆ อีกอย่างฉันลบแชททิ้งไปแล้วด้วย” แสนดีพยายามอธิบายสิ่งที่ญะญ๋าอยากรู้เพื่อไม่ให้กระทบจิตใจของเธอมากที่สุด“จริงเหรอ แกโกหกให้ฉันสบายใจหรือเปล่า?” เธอพูดอย่างรู้ทันอีกคน“จริงสิ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จฉันต้องรีบกลับแล้วนะ มีงานต้องกลับไปเคลีย์ต่อ”“จะกลับแล้วเหรอ...” เธอเริ่มไม่อยากให้แสนดีกลับบ้าน เพราะอยากรู้เรื่องที่สงสัย“ใช่ ไว้พรุ่งนี้ตอนเย็นฉันจะมาหาใหม่นะ”“…” คนหน้าหวานเงียบนิ่งไป และไม่ได้
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : คนท็อกซิก--------------------------------------------------------------------------@เพนท์เฮ้าส์หมอปืน หลังเลิกงาน…วันนี้แสนดีขอติดรถผมกลับบ้านเพื่อจะมาเยี่ยมญะญ๋า ซึ่งเมื่อเธอเห็นหน้าเราสองคนก็เหมือนจะมีสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าตอนที่ผมเห็นผ่านจอมือถือเมื่อช่วงเที่ยง“กลับมาแล้ว”ใบหน้าที่เศร้าอยู่เริ่มยิ้มออกเมื่อเห็นว่าหมอปืนและแสนรักมาถึง หลังจากที่เธอนั่งมองนาฬิกาอยู่นานว่าพวกเขาจะเปิดประตูเข้ามาในบ้านตอนกี่โมง“วันนี้กินข้าวกินยาไปหรือยังครับ?”“…” ถ้าบอกว่าฉันไม่ได้กินข้าวทั้งวัน อาคงเป็นห่วงแน่ “กินแล้วค่ะ”“เก่งมาก ญ๋าต้องกินข้าวกินยาให้ตรงเวลานะรู้ไหม” เขาลูบหัวเธอโดยที่ไม่รู้ว่านั่นเป็นคำโกหก แต่เธอทำเพราะอยากให้เขารู้สึกสบายใจ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีกับร่างกายของเธอเลย“วันนี้แกอยากให้ฉันนอนด้วยไหม?” แสนดีเอ่ยถามความต้องการของญะญ๋าเพราะเธอเองก็อยากทำเช่นนั้น“ไม่เป็นไร แค่แกมาหาก็พอแล้ว ไม่ต้องนอนเป็นเพื่อนหรอก”“แล้ววันนี้เป็นยังไงบ้าง เล่าให้ฟังหน่อยสิ” แสนดีถามอย่างให้ความสนใจ“ฉันดูหนังที่แกบอกเกือบจบเรื่อง นั่งหัวเราะท้อง
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : กลุ่มแชทลับ--------------------------------------------------------------------------กลุ่มแชทลับ..A (หมอเซฟกับหมอแสนรักเปิดตัวว่าคบกันแล้วเหรอ ไหนบอกว่าเดทกับหมอปืนอยู่ไง)C (ใช่ น้องสาวบอกว่าเดทอยู่กับหมอปืน แต่ไปคบกับหมอเซฟที่เป็นรุ่นน้องคนสนิทของหมอปืนเนี่ยนะ สรุปยังไงควบสองเหรอ)D (เห็นใส ๆ เรียบร้อย แต่มั่วมาก)C (สงสัยเมื่อวานที่หยุดงานพร้อมกัน คงจะมันส์กันจนลืมการลืมงาน)D (เหอะ จะเอากันทั้งทีก็ทำคนอื่นเขาเดือดร้อนไปหมด)C (เออ เมื่อวานกูเหนื่อยชิปหาย คนไข้โคตรเยอะ หมอก็ไม่พอ)A (นี่ถ้าวันไหนจะเอากันอีก ก็ไม่ต้องหยุดงานอีกเหรอว่ะ ไม่ไหวเด้อ)D (หมอแสนรักก็แรดใช่ย่อยนะ ก่อนจะคบกัน กูก็เห็นเดินมาอ่อยหมอเซฟที่แผนกแทบทุกวัน)A (มึงพึ่งรู้เหรอว่าเขาแรดอ่ะ กูดูออกมาตั้งนานแล้ว)C (เห็นสวย ๆ เรียบร้อยแบบนี้ กินหมอในโรงพยาบาลไปกี่คนแล้วว่ะ ฮ่า ๆ เน่า)A (เลิกเม้าท์ ๆ นางเดินมาแล้ว)“หมอแสนรักสวัสดีค่ะ เดินมาแผนกฉุกเฉินแต่เช้า มาหาใครเหรอคะ?” เสียงแซวของพยาบาลสาวคนนึงในกลุ่มแชทลับเอ่ยถามแสนรักท่าทางเป็นมิตร ต่างจากตัวตนที่แท้จริ







