Share

อึดอัด

last update Last Updated: 2025-11-03 11:30:00

ตอนที่5

อึดอัด

         ก้ามปูนั่งมองตัวเองผ่านกระจกที่ติดอยู่กับโต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ภายในห้องนอนของเธอ หญิงสาวคิดถึงคำพูดของแม่สามี ใช่ เธอควรดูแลตัวเองให้ดูดีกว่านี้

          การหาข้อมูลในการดูแลรูปร่างเริ่มขึ้นทันที เธอต้องทำได้ ก้ามปูบอกกับตัวเอง อย่างน้อยเธอก็ทำเพื่อตัวเองไม่ได้ทำเพื่อต้องการแข่งกับผู้หญิงที่เข้ามายุ่งเกี่ยวในชีวิตของสามีเท่านั้น

          “กลับมาแล้วเหรอคะ เหนื่อยไหมทำงาน”

          หญิงสาวที่กำลังสาละวนอยู่กับการจัดของที่ซื้อมาหันมาทักสามีที่เพิ่งเปิดประตูห้องนอนเข้ามา

          “อุ๊ย! ”

          ก้ามปูตกใจเมื่ออยู่ดีๆกวินก็เดินมาหอมแก้มและกอดเธอเสียจนแน่น

          “วันนี้คุณแม่ผมพาไปไหนมาบ้าง อะไรล่ะนี่เต็มโต๊ะเลย”

          ชายหนุ่มถามพร้อมกับมองไปที่กระปุกครีมต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง

          “พาไปเสริมสวย ไปซื้อของที่จะทำให้ผู้หญิงไม่สวย  อย่างก้ามปู น่าจะพอดูดีขึ้นมาค่ะ”

          หญิงสาวตอบแบบประชดประชัน ด้วยน้ำเสียงและใบหน้าแบบนิ่งเฉย เธอได้แต่หวังว่าสามีของเธอจะพูดอะไรออกมาบ้าง เรื่องของผู้หญิงที่ชื่อขวัญวิภา

          “ก็ดีนะ พี่อยากให้ภรรยาของพี่สวยที่สุด แต่ที่สุดในสายตาของพี่คนเดียวเท่านั้น”

          กวินยังคงปากหวานแต่มันไม่ได้ทำให้ก้ามปูรู้สึกดีเลย กลับทำให้เธอรู้สึกว่า เขากำลังพยายามที่จะกลบเกลื่อนความผิดอะไรบางอย่าง

          “เหมือนกันเลยค่ะ ก้ามปูก็อยากให้สามีหล่อที่สุดในสายตาของภรรยาคนนี้คนเดียว”

          ก้ามปูเธอไม่ชอบเลยที่ต้องพยายามเก็บงำความรู้สึกภายในจิตใจแบบนี้ แต่เธอรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร ที่เธอจะโวยวายหรือเคล้นถามเพื่อหาความจริงจากปากของสามี เพราะกวินไม่มีทางที่จะพูดความจริงหรือถ้าเขาพูดความจริง ก้ามปูก็รู้ว่าเธอก็คงไม่เชื่อ จนกว่าจะได้คำตอบด้วยตัวเอง

          “อยู่บ้านเบื่อไหม หรือจะไปทำงานที่บริษัทกับพี่”

          กวินมองหน้าภรรยาที่เขากำลังกอด ด้วยความรู้สึกที่เหมือนอ่านหัวใจเธอออก

          “เบื่อค่ะ แต่คงยังไม่ไปทำงาน ก้ามปูอยากปรับตัวกับการที่ต้องมีสามีให้ได้ก่อน อีกอย่างยังไม่อยากจะไปยุ่งย่ามที่บริษัท เพราะเดี๋ยวพนักงานจะพากันคิดว่าแต่งงานไม่ทันกี่วัน ก็มาทำงานเพื่อเฝ้าสามีเสียแล้ว”

          กวินได้ฟังคำพูดของภรรยา เขายิ่งกอดเธอไว้แน่นกว่าเก่า ตอนนี้ภายในห้องนอนที่เมื่อคืนมันยังมีความสุขอบอวลอยู่เลย แต่ตอนนี้มันกลายเป็นความอึดอัด เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่พูดตรงๆออกมา

          การเก็บและอดทนไม่ใช่นิสัยของหญิงสาว แต่เธอจำสิ่งที่กวินพูดบนเวทีได้ เขาขอให้เธอหนักแน่น เธอก็จะทำให้เขา จะพยายามหนักแน่นให้ถึงที่สุด

          “พี่กวินคะ ตอนกลางวันบางวันก้ามปูจะขอกลับไปที่บ้านหาพ่อบ้างนะคะ ตอนนี้ท่านก็อยู่คนเดียวลูกสาวสองคนแต่งงานแยกกันออกมาอยู่ข้างนอกหมด คุณพ่อคงเหงาน่าดู”

          บรรยากาศเริ่มดีขึ้นเมื่อ หญิงสาวเริ่มเปลี่ยนเรื่องพูดและน้ำเสียงดูสมใสร่าเริงเหมือนเดิม

          “ได้สิ กุญแจรถอยู่บนหัวนอนนะ ไปไหนมาไหนก็ขับรถดีๆ พี่เป็นห่วง”

          กวินแอบถอนหายใจ ที่ภรรยาของเขาไม่ทำให้ห้องนอนกลายเป็นห้องเย็นอีกต่อไป

          “พี่กวินไปล้างหน้าล้างตา แล้วลงไปกินข้าวกันเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่จะรอเอา”

          มณีบอกกับลูกสะใภ้ว่าที่นี่จะกินข้าวเย็นพร้อมกัน ดังนั้นถ้าใครจะไม่ได้กลับมากินควรต้องบอกไว้ก่อน เพราะจะได้ไม่รอ

          “อยากให้พี่กวีมากินข้าวที่บ้านจัง จะได้อยู่กันพร้อมหน้า ก้ามปูก็จะได้เจอพี่กุ้งนางด้วย”

          กวินคิดอย่างที่พูดจริงๆ ตั้งแต่พี่ชายของเขาแต่งงานไป บิดาก็ให้ไปดูแลบริษัทอีกสาขาที่อยู่นอกเมือง นานๆทีถึงจะได้กลับมาที่บ้าน ส่วนมากพ่อกับแม่จะเป็นฝ่ายไปหาเสียมากกว่า

          “งานทั้งคู่คงยุ่ง และอีกอย่างการเดินทางจากบ้านของพี่กุ้งนางเข้ามาที่นี่ต้องฝ่ารถติดมาไม่รู้กี่ชั่วโมง ถ้าเป็นก้ามปูก็คงไม่มาเหมือนกัน”

          กุ้งนางยังคงไปหาชลธีบิดาของเธออยู่บ่อยๆ เพราะบ้านอยู่ใกล้กันมากกว่าการเดินมาที่นี่ แต่ก้ามปูก็อยากทำให้ได้เหมือนพี่สาว ถึงแม้เธอต้องฝ่ารถติดออกไปเพื่อไปหาบิดาที่บ้าน

          ความไม่สบายใจ ความรู้สึกอึดอัดตอนนี้ ยิ่งทำให้หญิงสาวอยากกลับบ้านไปหาพ่อ ถึงแม้จะไม่ได้ระบายความทุกข์ใจให้พ่อฟัง แต่แค่ได้เห็นหน้ากำลังใจก็มาเต็ม

         

          “ก้ามปูกลับไปหาพ่อเขาบ้างนะ อยู่คนเดียวเดี๋ยวจะเหงาเอา”

          กรณ์บิดาของกวินเข้าใจหัวอกความเป็นพ่อดี เพราะตอนนี้ลูกชายทั้งสองคนของเขาเล่นพาลูกสาวทั้งสองคนแต่งงานออกมากันหมด

          “ค่ะคุณพ่อ พรุ่งนี้หนูก็ตั้งใจว่าจะไปหาท่านอยู่เหมือนกัน”

          บทสนทนาบนโต๊ะอาหาร ส่วนมากมณีจะเป็นฝ่ายชวนคุยเรื่องสนุกสนาน เพื่อให้ทุกคนมีความสุข และไม่มีการคุยเรื่องงานหรือเรื่องไม่สบายใจในเวลากินข้าวเด็ดขาด

          “กวินรีบมีหลานให้พ่อกับแม่เร็วๆนะ พี่ชายลูกก็ใจเย็นไปคนหนึ่งแล้ว จนแม่เริ่มไม่แน่ใจ ว่าหลานแม่ยังไม่มา หรือคู่นั้นเขายังไม่ปล่อยให้มี”

          มณีอยากมีหลาน อยากมีหลายๆคนเลย เพราะอายุเธอก็มากขึ้น กลัวจะเลี้ยงหลานไม่ไหว อีกอย่างก็คิดว่าเด็กๆจะสร้างความสุขให้กับทั้งฝ่ายตาและฝ่ายปู่

          “คุณแม่ไม่ต้องกลัวนะ ผมจะเร่งเดินเครื่องอย่างเต็มที่”

          ชายหนุ่มหันมามองสบตาภรรยา ก้ามปูอายจนหน้าแดงเลยแอบหยิกสามีที่ขาไปหนึ่งที

          “ให้มันจริงเถอะ มีหลานเมื่อไหร่ พ่อจะวางทุกงานเลย อยากอยู่บ้านเล่นกับหลานมากกว่า เริ่มเบื่อกับการทำงานแล้ว แต่ก็ยังหาคนช่วยกวินมันไม่ได้ แต่อีกไม่นานลูกก็คงบริหารคนเดียวได้ใช่ไหม”

          กรณ์เป็นนักธุรกิจที่ก่อร่างสร้างตัวมาตั้งแต่ไม่มีอะไร เขาได้รับความช่วยเหลือและกำลังใจจากชลธีเพื่อนแท้ของเขามาตลอด เพียงแต่ชลธีกับเขามีนิสัยที่ต่างกัน เขาถึงมีฐานะที่ร่ำรวยกว่า ดังนั้นเขาจึงต้องการจะเป็นดองกับเพื่อน เพื่อที่ครอบครัวของชลธีจะได้กลายมาเป็นครอบครัวเดียวกับเขา

          “ให้หนูก้ามปูไปช่วยไหมล่ะคุณ ” มณีออกความคิดเห็น

          “ยังไม่ต้องเลย เดี๋ยวก็ไม่ต่างจากคู่นู้น กุ้งนางไปช่วยงานกวี จนป่านนี้ถึงได้ยังไม่มีหลาน อยู่บ้านทำร่างกายให้แข็งแรง พักผ่อนเยอะๆ ไม่นานเดี๋ยวต้องได้ข่าวดีกันแน่ๆ ไปทำงานมีแต่ความเครียด ไว้มีหลานเมื่อไหร่ ปู่จะเลี้ยงเอง แล้วค่อยให้พ่อแม่ไปทำงานแทน”

          กรณ์พูดเสียยาว เพราะเขาคิดว่าที่ลูกชายคนโตยังไม่มีลูกเพราะไม่ค่อยมีเวลาได้พักผ่อน อีกทั้งมีความเครียดและเหนือยกับงานทั้งสองคนสามีภรรยา

          “คุณพ่อตั้งใจจะยึดลูกผมเลยนะ พอได้หลานก็จะรีบไล่พ่อแม่เขาไปทำงาน ตัวเองจะได้เลี้ยงหลานจะได้รักปู่กับย่ามากกว่าพ่อกับแม่ใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มแซวผู้เป็นพ่อ

          “ก็ใช่ รับรองติดปู่แน่ๆ เอาสักสองคนนะ ตามันจะได้ไม่เหงา แบ่งไปให้เลียงสักคนหนึ่ง”

          กรณ์ยังอดห่วงเพื่อนไม่ได้ กลัวอยู่คนเดียวจะเหงา แต่เขาก็แอบพาเพื่อนไปสังสรรค์อยู่บ่อยๆเพื่อให้ชลธีไม่ต้องเหงาอยู่บ้านคนเดียว เพราะตอนนี้ชลธีวางมือเรื่องานทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่ส่งลูกสาวคนเล็กเรียนจบ เพราะกุ้งนางส่งเสียดูแลพ่ออย่างดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   คำที่รอฟัง

    ตอนที่13คำที่รอฟัง เวลาผ่านไปเร็วมากทุกคนที่เคยมาอยู่เป็นเพื่อน ต่างก็แยกย้ายกันกลับหมดแล้ว สมิตาเองก็วุ่นกับงานที่บริษัทเพราะต้องมารับช่วงต่อจากบิดาทั้งหมด โดยที่เธอแทบจะไม่ค่อยได้เรียนรู้งานมาก่อนหน้านี้เลย ภาวิณีเองก็ติดใจการเดินสายทางธรรม เดือนหนึ่งเธอกับแม่ของหนูนาจะอยู่บ้านกันแค่เพียงไม่กี่วัน ที่เหลือก็จะเดินสายเส้นทางบุญกัน พ่อเลี้ยงชนินทร์ใช้ชีวิตนับจากวันที่หย่ากับครอบครัวใหม่ของเขา นาน ๆ ครั้งถึงจะได้แวะมาหาสมิตาที่บริษัท แต่ทุกครั้งที่มีปัญหา ลูกสาวก็จะโทรปรึกษาพ่อของเธอตลอด “ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้น” ภูษิตเดินเข้ามาในห้องนอน หลังจากออกไปตรวจบริเวณรอบฟาร์มกับลูกน้องเสร็จแล้ว แต่ดันหันมาเห็นหนูนาจ้องโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าตกใจ “พ่อเลี้ยงโดนจับคดีค้าไม้เถื่อนค่ะ” ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์จากมือของภรรยาเพื่อมาอ่านรายละเอียดทั้งหมด ก่อนเดินออกไปนอกตัวบ้านเพื่อโทรศัพท์หาสมิตา เพราะเธออาจจะยังไม่รู้ข่าว หรืออาจจะรู้รายละเอียดมากกว่าเขา “นอนกันเถอะ พรุ่งนี้ผมต้องช่วยลูกน้องขับรถเอานมไปส่ง ”

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   บาดแผล

    ตอนที่12บาดแผล ความล้มเหลวของครอบครัวสามี ทำให้หนูนาสงสารทุกคน เธอเกิดมาไม่มีพ่อแล้ว พ่อจากเธอไปแต่ทิ้งไว้แต่ความทรงจำที่สวยงาม ต่างจากภูษิตเขาเกิดมาในครอบครัวที่พร้อมหน้า แต่วันนี้วันที่ลูกๆ ทุกคนกำลังจะประสบความสำเร็จ ครอบครัวกลับต้องมีบาดแผล ที่แสนเจ็บปวด “พี่ภูอย่าคิดมากนะคะ คิดเสียว่ามันเป็นความสุขของคุณพ่อ เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เราต้องคอยเป็นกำลังใจให้คุณแม่ ไม่ว่าท่านจะตัดสินใจอย่างไร เราต้องเคารพและเชื่อมั่นในการตัดสินของท่านนะคะ” ภูษิตล้มตัวลงนอนบนตักของหนูนา เขาหลับตาลง พยายามไม่คิดอะไร แต่มันก็ยากที่จะไม่รู้สึก การตัดสินใจของภาวิณีคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วในความคิดของเธอ ผู้หญิงคนนั้นและเด็กน้อยที่เกิดมา พวกเขาต้องการพ่อเลี้ยงชนินทร์ ส่วนเธอยังมีลูกๆ คอยเป็นกำลังใจให้ และเธอก็ไม่สามารถที่จะทนอยู่แบบสามคนได้แน่นอน พ่อเลี้ยงชนินทร์จัดการเรื่องทรัพย์สินทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนที่เขาจะหย่ากับภาวิณีอย่างถูกต้อง ช่วงเวลานี้แม่ของหนูนารับหน้าที่เป็นเพื่อนที่คอยดูแลเยียวยาความรู้สึกให้กับเพื่อน ทั้งคู่พากันปถือศีลที่วัดแห่งหนึ่งที่อ

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ความเจ็บปวดซ้ำสอง

    ตอนที่11ความเจ็บปวดซ้ำสอง วันนี้สองคนพี่น้องตกลงกัน จะเล่าความจริงให้มารดาฟัง หลังจากที่พ่อเลี้ยงออกไปทำงาน “สองคนพี่น้อง มานั่งประกบแม่แบบนี้ มีอะไรกันหรือเปล่า” ภาวิณีสัมผัสได้ถึงการกระทำที่ลูก ๆ ของเธอกำลังทำกับเธอ เหมือนมีเรื่องอะไรสักอย่าง “คุณแม่คะ เราสองคนรักแม่มาก รักที่สุด ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แม่จะมีพวกเราเสมอนะคะ” สมิตาโผเข้ากอดมารดา เสียงของเธอนิ่งสงบเพราะความเจ็บช้ำเมื่อคืนเธอทำใจยอมรับมันได้แล้ว ว่าไม่มีทางย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้ “ลูกๆ มีอะไร พูดกับแม่มาเลยดีกว่า ยิ่งทำแบบนี้ แม่ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดีเลย” ภาวิณีถอนหายใจยาว เพื่อเตรียมใจที่จะรับฟังสิ่งที่ลูกๆ อยากจะบอกเธอ ภูษิตรับหน้าที่เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้มารดาฟัง สองมือหนาของเขากุมมือภาวิณีไว้ตลอดเวลา และพยายามใช้คำพูดที่จะทำร้ายจิตใจแม่ให้น้อยที่สุด “สิ่งที่แม่แอบกลัวมาตลอด ในที่สุดมันก็เกิดขึ้น” การที่สามีของตัวเองเปลี่ยนไป มีหรือที่ภรรยาที่อยู่กินกันมาถึงสามสิบห้าปี จะสังเกตไม่ได้ แต่เธอก็ได้แต่หล

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ความจริง

    ตอนที่10ความจริง ภูษิตใช้เวลาในการจัดการเรื่องบ้านทั้งการสั่งเฟอร์นิเจอร์เข้ามา การจัดการเรื่องฟาร์มก็หมดเวลาไปสามวันพอดี ทั้งคู่จึงพากันกลับ และจะมาที่นี่อีกครั้งก็คือการเข้าอยู่อย่างเป็นทางการเลย “พี่ภูคะ ตั้งแต่ออกจากบ้านมาทำไมหนูนาเห็นพี่เอาแต่ทำหน้าเครียด มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ” หญิงสาวแอบมองหน้าสามีมาสักพักแล้ว เธอแอบเห็นเขาถอนหายใจหลายที หนูนาเลยตัดสินใจที่จะถามให้รู้ไปเลยว่าภูษิตกำลังมีเรื่องกังวลอะไรในใจ “พี่สงสารคุณแม่” ชายหนุ่มพูดเพียงเท่านั้นก็ถอนหายใจอย่างแรง “มีอะไรเกิดขึ้นคะ พี่ภูบอกหนูนาได้ไหม เผื่อเราจะพอช่วยกันแก้ไขได้” “ทุกอย่างมาไกลเกินกว่าจะแก้ไขแล้ว เราทุกคนคงทำได้แค่ยอมรับความจริง ผู้หญิงและเด็กที่หนูนาเห็นมากับคุณพ่อของพี่วันนั้น คือลูกและภรรยาอีกคนของท่าน” หญิงสาวเอื้อมมือไปจับมือของสามี เพราะรู้ว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหน ที่ต้องพูดความจริงออกมา น้ำเสียงที่สั่นเครือ ทำให้หญิงสาวรู้สึกสงสารเขาจับใจ “ร้องไห้ออกมาก็ได้นะคะ ถ้ามันจะทำให้พี่รู้สึกดีขึ้น การเป็นผู้ชายไม่ได้หมายความว่า

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   เรือนหอ

    ตอนที่9เรือนหอ “อากาศดีจังเลยนะคะ หนูนาคิดว่าที่บ้านเราอากาสดีแล้ว แต่ที่นี่ดูจะมีหมอกควันน้อยกว่าที่บ้านเราอีก” หญิงสาวเปิดกระจกรถเพื่อสัมผัสกับอากาศข้างนอก เพราะทั้งคู่ออกเดินทางทันทีเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น อากาศข้างนอกจึงทั้งสดชื่นและไม่ร้อน “เห็นภูเขาลูกนั้นไหม นั่นแหละบ้านเรา” ภูษิตชี้ไปที่ภูเขาที่อยู่ด้านหน้า ที่ตอนนี้ยังมองเห็นไม่ค่อยชัดเพราะมีหมอกยามเช้าบดบังอยู่ “จริงเหรอคะ อากาศคงดีน่าดูอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบนั้น” ชายหนุ่มแอบคิดกังวลมาตลอดว่าเจ้าสาวของเขา อาจจะไม่ชอบที่จะต้องมาอยู่ไกลความเจริญแบบนี้ เพราะเธอเคยใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายมาก่อน “แถวที่เราอยู่จะไม่มีห้าง ไม่ร้านค้าแบบในเมืองนะ แต่ก็พอมีร้านค้าของชาวบ้าน ไว้เวลาอยากซื้ออะไรเราค่อยเข้าเมืองออกมาซื้อกันทีเดียว” “แล้วที่พ่อเลี้ยงเคยพูดเรื่องสร้างรีสอร์ตล่ะคะ ใช่ที่ดินผืนเดียวกันไหมคะ” หนูนาถามด้วยความสงสัย เพราะดูแล้ว เส้นทางที่เธอกำลังเดินทางอยู่ไม่มีรีสอร์ตเลยมีแต่เพียงสวนผลไม้ ฟาร์มโคนม ดูแล้วไม่น่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว “ท

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ครอบครัว

    ตอนที่8ครอบครัว คนแรกที่ภูษิตคิดถึง คือหนูนาแต่ก่อนที่เขาจะทันได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาภรรยา ทางบริษัทที่รับจ้างสร้างเรือนหอได้โทรมาแจ้งให้เขาเดินทางไปดูเรือนหอเพื่อเซ็นรับงานเพราะตอนนี้ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนแรกภูษิตตั้งใจจะพาหนูนาไปที่เรือนหอในวันที่ทุกอย่างพร้อมเข้าอยู่ แต่เขาเปลี่ยนใจ เพราะเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เขารู้สึกว่าทุกวันทุกนาทีมีค่า เหมือนเรื่องของพ่อถ้าเขารู้และหยุดทุกอย่างก่อนที่จะมีเด็กตัวเล็กๆคนนั้นเกิดขึ้นมาทุกอย่างคงง่ายกว่านี้ “เก็บเสื้อผ้ากับของใช้ให้ผมและของคุณด้วย เราจะไปดูเรือนหอกัน เตรียมไปสักสามวันนะ” หนูนารู้สึกงงๆ แต่ก็ทำตาม เพราะเดี๋ยวตอนนั่งรถไปคงมีเวลาได้ถามกัน เธอคิดว่าเรือนหอคงอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพ่อเลี้ยงหรือบ้านของเธอเท่าไหร่ แต่จากที่สามีให้เธอเตรียมเสื้อผ้าของใช้แบบนี้คงไม่ใช่อย่างที่เธอคิดแน่ๆ เกือบชั่วโมงเหมือนกันกว่าที่ภูษิตจะขับรถมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่เขาทำคือการเข้าไปหามารดาที่ห้องนอน “คุณแม่ครับผมกับหนูนาจะไปดูเรือนหอ น่าจะประมาณสามวัน เดี๋ยวเย็นนี้สมิตาจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status