INICIAR SESIÓNอลีนาขยับเปลือกตาขึ้นอย่างเชื่องช้าเมื่อสัมผัสได้ว่าร่างกำยำเปลือยเปล่าเช่นเดียวกับเธอที่แนบอยู่ตลอดลำตัวทางด้านหลังเริ่มขยับยุกยิก
“ตื่นแล้วเหรอคะ” หญิงสาวถามเสียงแผ่ว รู้สึกเมื่อยขบบริเวณต้นขา และอ่อนเพลียจากการนอนน้อยหลายคืนติดกัน
เป็นเวลาหลายสัปดาห์ ตั้งแต่แผลของคิรากรหายสนิท เธอก็ไม่ได้นอนเต็มอิ่มสักคืน!
“ตื่นแล้ว” คิรากรบดเบียดความแข็งขึงเข้ากับบั้นท้ายนุ่มเพื่อยืนยันว่าเขา ‘ตื่น’ ขึ้นมารอเธอนานแล้ว
“คุณจะตื่นตลอดเวลาแบบนี้ไม่ได้” อลีนาปรามด้วยความเหนื่อยใจพลางพลิกตัวมามองสบนัยน์ตาสีเข้มที่เป็นประกายวิบวับของสามี
“อยู่ใกล้คุณผมหลับไม่ลงหรอก” ชายหนุ่มพึมพำพลางลูบไล้ฝ่ามือร้อนผ่าวจากสะโพกเปลือยเปล่าขึ้นมาตามรอยโค้งของร่างบอบบางที่อยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ผิวเธอทั้งเนียนและนุ่ม น่าสัมผัสทุกสัดส่วน เขายกขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นเกยบนสะโพกของตัวเองแล้วแทรกเข่าข้างหนึ่งเข้ามาพร้อมกับขยับตัวเข้าใกล้เพื่อให้แนบชิดกันมากยิ่งขึ้น
ทั้งที่เปิดแอร์เย็นเฉียบ ทว่าอลีนารู้สึกเหมือนกำลังถูกความร้อนแผดเผา สั่นสะท้านไปทั่วร่างยามผิวเนื้อที่เปิดเปลือยเสียดสีกันแม้ภายนอก เธอรู้ตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้วว่าเขาหลงใหลในตัวเธอ แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้
“วันนี้เราต้องไปงานวันเกิดช่องของพี่พอลกันนะคะ”
คิรากรเหลือบมองเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาดิจิทัลที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง แล้วกระซึบบอกพึมพำที่ข้างหู “เพิ่งเจ็ดโมงเอง ยังมีเวลา”
“ฉันต้องไปดูไออุ่น ป่านนี้น่าจะตื่นแล้ว” เธอบ่ายเบี่ยง
“พี่แก้วก็อยู่”
“อย่างอแงสิคะ”
“คุณนั่นแหละอย่าดื้อ ยิ่งดื้อยิ่งเสียเวลานะ” เขางับปลายจมูกเล็กด้วยความมันเขี้ยวแล้วกดริมฝีปากลงบนเรียวปากนุ่ม สกัดกั้นเสียงประท้วงแผ่วหวาน
อลีนาปิดเปลือกตาลงอย่างมิอาจต้านทานความปรารถนาอันเร่าร้อนของคิรากรได้
“ผมอยากกลืนกินคุณทั้งตัวเลย” เขาพร่ำบอกพึมพำทั้งที่ริมฝีปากยังแนบชิดกันอยู่ พร้อมกับกระชากผ้าห่มผืนหนาออกแล้วพลิกตัวขึ้นทาบทับบนเรือนร่างอรชรเปลือยเปล่า
อลีนาส่งเสียงครางแผ่วหวานเมื่อเขาสอดปลายลิ้นเข้ามาตวัดวนลูบไล้ จงใจบดเบียดแผงอกเข้ากับทรวงอกอวบ ไอร้อนจากร่างกายของเขาซึมผ่านผิวเนื้อที่เสียดสีกันปลุกเร้าให้เธอต้องการเขามากพอกัน เธอจูบตอบเขาอย่างอ่อนหวาน มือข้างหนึ่งสอดเข้าใต้เรือนผมหนานุ่มดำขลับแล้วขยุ้มเบาๆ พลางเหนี่ยวรั้งลงมาให้ริมฝีปากแนบชิดกันมากยิ่งขึ้น
เขาคำรามเสียงต่ำพร่าด้วยความพึงพอใจแล้วเลื่อนริมฝีปากลงไปครอบครองปลายถันข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็บดคลึงด้วยปลายนิ้วแข็งแกร่ง
“คุณคิม...” หญิงสาวเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วหวิว สองมือกำผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดไว้แน่น แผ่นหลังแอ่นโค้งขึ้นตามแรงดูดดึง ความรู้สึกซ่านสยิวแผ่กระจายไปทั่วร่าง ผิวหนังร้อนผ่าวราวกับจะลุกไหม้ กล้ามเนื้อภายในส่วนที่ลึกลับที่สุดเต้นตุบตับเป็นจังหวะวาบหวาม ครู่ต่อมาร่างกายเธอก็แข็งเกร็ง กระตุกเฮือก แล้วแตกสลายออกมาเป็นเศษเสี้ยวนับร้อยพัน
อลีนามองสบตากับคนที่โน้มตัวอยู่เหนือร่างด้วยแววตาพร่าพราย ลมหายใจหอบสะท้านขาดเป็นห้วง เธอเห็นเขายิ้ม เป็นรอยยิ้มที่มีเสน่ห์และน่าหมั่นไส้ในคราวเดียวกัน
“ไปต่อนะ” เขาถามเสียงแผ่ว นัยน์ตาสีเข้มเต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอย่างเข้มข้น
หญิงสาวพยักหน้าตอบรับอย่างเลื่อนลอย มือเล็กลูบไล้ไปตามแผงอกกว้าง สะกิดตุ่มไตสีชมพูจัดด้วยปลายเล็บเจียนมนอย่างขี้เล่น เธอยิ้มเมื่อเห็นเขาสั่นระริกไปทั้งตัว
“ทำมากกว่านี้ได้มั้ย” เขาถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า แค่จินตนาการถึงสิ่งที่อยากให้เธอทำ หัวใจของเขาก็เต้นรัวไม่เป็นจังหวะแล้ว
“ทำอะไรคะ”
คิรากรทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนแล้วจับมือเล็กมาจับกระชับความแข็งขึงร้อนฉ่าแทนคำตอบ
“คุณคิม!” อลีนาเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนกระคนเขินอาย ตั้งแต่แต่งงานกันมา เธอยังไม่เคยแตะต้องเขาแบบนี้มาก่อน ผิวสัมผัสของสิ่งที่อยู่ในอุ้งมือเธอนั้นเนียนลื่น อ่อนนุ่ม ทว่าแข็งแกร่งในคราวเดียวกัน เป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน
“ผมอยากให้คุณรู้จักผมให้มากขึ้น” เขาบอกพลางจับมือเธอให้เคลื่อนไหวเชื่องช้า
“ฉันคิดว่าฉันรู้จักคุณมากพอแล้ว”
“คุณน่าจะยังไม่รู้จักคิมน้อยดีพอ”
“พูดอะไรน่ะคุณคิม” เธอว่าหน้าแดงจัดแล้วจะชักมือออก แต่มือใหญ่ที่โอบรอบมือเธอไม่ยอมให้ปล่อย
“ไม่เห็นต้องเขินเลย ผมเป็นของคุณ คิมน้อยก็เป็นของคุณ ผมอยากให้คุณครอบครองผม...ทั้งตัว”
อลีนายิ้มอ่อนก่อนขยับลำตัวช่วงบนขึ้นพาดทับบนอกกว้าง โดยที่มือยังขยับขึ้นลงตามการชี้นำ เริ่มแรกเธอมีอาการขัดเขินอยู่มาก แต่พอคิดว่าเขาเป็นสามีของเธอ เป็นคนที่เธอต้องทำให้เขามีความสุขให้มากที่สุดจึงรู้สึกผ่อนคลายขึ้น และทำทุกอย่างตามใจเขาอย่างเป็นธรรมชาติ
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







