LOGINคิรากรส่งเสียงคำรามแตกพร่าในลำคอ ความปรารถนาที่ก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้ลมหายใจของเขาหอบกระเส่า ใบหน้าชื้นเหงื่อร้อนผ่าวแดงก่ำ เมื่อความอดทนใกล้ถึงจุดระเบิด เขาก็จับมือเธอให้หยุดแล้วพลิกตัวขึ้นไปทาบทับอยู่ด้านบน แล้วผลักดันตัวตนอันแข็งขึงเข้าสู่ช่องทางคับแคบที่อ่อนนุ่มราวกำมะหยี่อย่างอ่อนโยน
อลีนาให้การตอบสนองอย่างเต็มอกเต็มใจทุกจังหวะที่โจนจ้วง ยิ่งเธอให้ความร่วมมือ เขาก็ยิ่งโถมลึกถี่กระชั้นและรวดเร็ว ก่อนจะหลั่งรินแล้วทิ้งตัวลงนอนซบอกเปลือยอย่างอ่อนเปลี้ย
“เดินไหวมั้ย” คิรากรถามขณะโอบเอวภรรยาพาเดินเข้าไปในล็อบบีของสถานีโทรทัศน์ช่อง 66 HD ซึ่งคลาคล่ำไปด้วยแขกผู้มีเกียรติในแวดวงธุรกิจหลากหลายสาขาที่มาร่วมแสดงความยินดีในวาระครบรอบการก่อตั้งสถานีครบห้าสิบปี
“ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถามคุณ” อลีนามองค้อน เขาหมดแรงถึงขนาดที่ต้องให้คนขับรถมาส่งทั้งที่ปกติชอบขับรถเอง
“เอิง คุณคิม ขอบคุณมากนะครับที่มาร่วมงาน” ศิวภัทรปลีกตัวจากแขกผู้ใหญ่เข้ามาทักทายสองสามีภรรยา
“พี่พอลอุตส่าห์ไปเชิญด้วยตัวเอง ยังไงเอิงกับคุณคิมก็ต้องมาค่ะ”
“ทำไมไม่พาไออุ่นมาด้วย”
“งานทางการ แล้วคนก็เยอะแบบนี้ เอิงกลัวแกงอแงค่ะ”
คิรากรเห็นอลีนากับศิวภัทรทักทายกันอย่างสนิทสนม จึงพูดแทรกขึ้นให้ทั้งคู่รู้ว่า ยังมีเขาอยู่ตรงนี้อีกคน “ยินดีด้วยนะครับคุณพอลที่ตอนนี้สถานการณ์ของช่องดีขึ้นมาก”
“โชคดีที่ละครเรื่อง ‘พรหมลิขิตข้ามขอบฟ้า’ ที่เพิ่งออนแอร์ไปได้ไม่กี่ตอนเรตติงสูงและกระแสดีมากเป็นประวัติการณ์ โฆษณาก็เลยเข้าเยอะ หุ้นก็ขึ้น ผมเลยได้หายใจโล่งขึ้นหน่อย”
“พี่พอลทำงานหนัก สมควรได้รับสิ่งนี้ค่ะ” อลีนาชื่นชมจากใจจริง เธอรู้จักเขามาหลายปี ถึงแม้เขาจะเคยมีบางแง่มุมที่ไม่ดีนัก แต่เขาก็รับผิดชอบงานและทำงานหนักมาตลอด และตอนนี้ก็ดูเหมือนว่า ประสบการณ์ที่ผ่านมา จะสอนให้เขาเลิกเจ้าชู้ เลิกโลเลหลายใจแล้ว
ศิวภัทรในวันนี้ดูนิ่งและสุขุมขึ้นมาก
“แต่ละครเรื่องนี้ก็ปัญหาเยอะมาก กว่าบทจะเสร็จ กว่าจะปิดกล้องได้ก็ตั้งสามปี”
“แต่ก็ต้องยกเครดิตให้คนเขียนบทเลยนะคะ เพราะบทสนุกมาก ข้อมูลแน่น เล่าเรื่องดี เอิงว่าเขาคงเสียเวลาหาข้อมูลเยอะ เพราะเป็นพีเรียดตั้งสองร้อยกว่าปีก่อนโน่น”
คนที่ติดละครเรื่องนี้หนักถึงขั้นต้องดูสดทุกสัปดาห์ออกความเห็น แล้วหันไปพยักหน้ารับทราบเมื่อคิรากรกระซิบบอกว่าจะขอปลีกตัวไปทักทายผู้ใหญ่ที่รู้จัก
“พูดแล้วก็อยากเห็นหน้าคนเขียนบทนะคะ บทเป๊ะขนาดนี้น่าจะเป็นผู้ใหญ่ที่ความรู้แน่นมาก”
“ผู้ใหญ่ที่ไหน เด็กกวนประสาทชัดๆ” ศิวภัทรบอกเสียงขุ่น เพราะเพิ่งมีเรื่องปะทะคารมกันก่อนที่อลีนาจะมาถึง “นั่นไงคนเขียนบทที่เอิงอยากเจอ”
ผู้บริหารหนุ่มพยักพเยิดไปยังหญิงสาวรูปร่างเล็ก หน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนอาหมวยเชื้อสายจีนที่กำลังคุยกับสายขิม ผู้จัดมือทองของช่องอยู่ “พี่กำลังจีบให้เขียนบทเรื่องใหม่ให้อยู่ จะจับเซ็นสัญญากับช่องด้วย แต่เขายังไม่ยอมตกลง บอกว่าจะขอหยุดพักไปเที่ยวรอบโลกปีนึงก่อน ผู้หญิงอะไรไม่รู้ ติสต์เป็นบ้า ขนาดพี่เสนอค่าเซ็นสัญญาให้ตั้งสองล้านยังไม่สนเลย”
“หน้าตาน่ารักอย่างนี้เอิงว่าไม่น่าจีบมาทำงานอย่างเดียวนะคะ” อลีนาแซวยิ้มๆ แล้วหันไปเขม้นมองใบหน้าน่ารักที่มีจุดเด่นที่แก้มป่องน่าหยิกให้ชัดอีกครั้ง แล้วเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง “นั่นมันไอ้นิ้ง เพื่อนสมัยมัธยมของเอิงนี่”
“จริงดิ” ศิวภัทรประหลาดใจในความโลกกลม
“สมัยก่อนสนิทกันมาก แต่พอแยกไปอยู่คนละมหา’ลัยก็เลยไม่ค่อยได้เจอกัน เอิงเองก็ต้องเรียนด้วยทำงานด้วย เวลาเพื่อนๆ นัดเจอกันทีไรก็ไม่ค่อยได้ไป ไม่รู้เลยนะคะเนี่ยว่าเพื่อนเป็นคนเขียนบทละครดัง”
“งั้นเอิงไปช่วยพูดให้เขายอมเขียนบทเรื่องใหม่ให้ช่องพี่หน่อยได้มั้ย”
“พี่พอลอยากให้นิ้งเขียนบทให้มากขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“นิ้งเก่งมากนะ ละครที่เขียนปังทุกเรื่อง ถ้าได้บทที่ดีจากเขา พี่ว่ามันก็น่าจะการันตีได้ครึ่งนึงแล้วว่าละครจะประสบความสำเร็จ”
ไม่ใช่แค่คนเขียนบทละครเก่งๆ ที่ศิวภัทรต้องการ แต่ผู้กำกับ นักแสดงแถวหน้า หรือแม้แต่ผู้ประกาศข่าวดังๆ ที่คิดว่าจะสร้างกระแสและเรตติงให้ช่องได้ เขาก็ทุ่มเงินซื้อตัวมาหลายคนแล้ว
“เอิงจะช่วยพูดให้ แต่ไม่รับปากนะคะว่าจะสำเร็จหรือเปล่า ไอ้นิ้งมันติสต์ค่ะ เดาใจมันยาก” อลีนาตอบด้วยรอยยิ้มแล้วหุบยิ้มฉับ เมื่อเห็นดานิกาเดินเข้ามา “พี่พอลเชิญคุณพายมาด้วยเหรอคะ”
“ไม่ได้เชิญ แล้วธุรกิจของพี่กับของพายก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันด้วย” ศิวภัทรบอกหน้าเครียด
การที่ดานิกาซึ่งเก็บตัวเงียบมาเกือบเดือนเพื่อหลบกระแสข่าวแย่งสามีของอลีนากล้ามางานที่มีนักข่าวมากขนาดนี้ จะต้องมีวัตถุประสงค์อะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่แน่นอน
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







