INICIAR SESIÓNคิรากรตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ ในขณะที่ภรรยาและลูกสาวยังหลับสนิทอยู่บนเตียงเดียวกันภายในห้องนอนเด็กที่ตกแต่งสไตล์เจ้าหญิงดิสนีย์ คิดแล้วชายหนุ่มก็อยากให้โลกนี้เป็นเหมือนเทพนิยาย ที่เจ้าหญิงและเจ้าชายแต่งงานและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตราบนานเท่านาน แต่ความเป็นจริงไม่ได้สวยงามอย่างในฝัน เพราะมี ‘แม่มดใจร้าย’ อย่างอันนานอนอยู่ในห้องข้างๆ
“คุณพ่อ” ไออุ่นดีใจเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นพ่อนอนอยู่ข้างๆ
“ชู่” คิรากรแตะปลายนิ้วลงบนริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มของลูกสาว “อย่าเสียงดังค่ะ แม่เอิงยังไม่ตื่น”
เด็กหญิงหันไปมองคุณแม่ที่นอนหลับตาอยู่อีกด้านแล้วหันกลับมาพูดกับคุณพ่อเสียงเบา สีหน้าทะเล้นน่ารัก “แม่เอิงตื่นสาย”
“เมื่อคืนแม่เอิงนอนดึก ให้แม่เอิงนอนต่ออีกหน่อยเนอะ ส่วนเราสองคนลงไปทำอาหารเช้ารอแม่เอิงกันดีกว่า” คุณพ่อซุบซิบกับลูกสาว “เราทำอะไรให้แม่เอิงทานดีคะ”
“ไข่ตุ๋นเด้งดึ๋งค่ะ” เด็กหญิงรีบบอกเมนูโปรดด้วยน้ำเสียงสดใสไม่เหมือนคนเพิ่งตื่นนอน
“โอเค งั้นเราก็ไปกันเลย วันนี้คุณพ่อจะสอนไออุ่นทำไข่ตุ๋นเด้งดึ๋งให้แม่เอิงทาน”
คิรากรกับไออุ่นย่องลงจากเตียงอย่างแผ่วเบาที่สุด แต่ทันใดนั้น เสียงของอลีนาก็ดังขึ้น
“จะแอบไปทำอะไรสนุกๆ กันแค่สองคนเองเหรอ”
สองพ่อลูกชะงักกึกแล้วหันมามองคนที่นอนยิ้มอยู่บนเตียง
“ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่” คิรากรถาม
“ตื่นตั้งนานแล้วค่ะ แต่อยากแอบฟังพ่อลูกคุยกัน” อลีนาตอบพลางลุกออกจากเตียงมาหอมแก้มกลมนุ่มของลูกสาวตัวน้อย “กู๊ดมอร์นิงค่ะเด็กดี”
“ไม่มอร์นิงคิสผมด้วยเหรอ” ชายหนุ่มแกล้งเอียงแก้มรอ เขารู้ว่าเธอคงไม่ทำต่อหน้าลูก แต่ผิดคาด เธอจุ๊บที่แก้มเขาเบาๆ อย่างน่ารักหนึ่งครั้งอย่างว่าง่าย
เขาคิดว่ากิริยาที่เธอทำไม่ได้ดูไม่เหมาะสมที่จะทำต่อหน้าเด็ก มันคือการแสดงความรักของคนในครอบครัว เพราะเธอจุ๊บเขาแบบเดียวกับที่จุ๊บไออุ่น
“ไปทำไข่ตุ๋นเด้งดึ๋งกันดีกว่าค่ะไออุ่น” อลีนาจูงมือลูกสาวเดินออกจากห้องนอนพลางคุยกันไปตลอดทาง “คุณพ่อสัญญาว่าจะสอนแม่เอิงทำตั้งหลายครั้งแล้ว ไม่ยอมสอนสักที”
“กำลังจะสอนให้แล้วนี่ไง แต่สอนแล้วต้องให้รางวัลผมด้วยนะ” คิรากรยิ้มกรุ้มกริ่ม แววตาเป็นประกายบ่งบอกชัดเจนว่ารางวัลที่เขาต้องการคืออะไร
“คุณพ่ออยากได้รางวัลอะไรคะ” ไออุ่นอยากรู้
“คุณพ่ออยากได้...” คิรากรแกล้งเว้นจังหวะคิดนิดหนึ่งให้ลูกสาวลุ้น “...อยากได้น้องให้ไออุ่น ไออุ่นอยากได้น้องมั้ยลูก”
“อยากได้ค่ะ” เด็กหญิงตอบสีหน้ายิ้มแย้ม ปมเรื่อง ‘พ่อแม่จะไม่รักถ้ามีน้อง’ ที่ดานิกาเคยสร้างไว้หายไปจากความรู้สึกหมดแล้ว
“พูดจริงหรือพูดเล่นคะ” อลีนาถามสามี
“พูดจริง” คิรากรตอบจริงจังกว่าทุกครั้ง แล้วโน้มตัวมากระซิบที่ข้างหูภรรยา “แล้วทุกครั้งที่ทำ ผมก็ตั้งใจทำมากด้วย”
“นี่คุณ! พูดอะไร เดี๋ยวลูกได้ยิน” หญิงสาวต่อว่าเสียงเบา ใบหน้าร้อนผ่าว
“ไข่ตุ๋นสูตรของคุณพ่อง่ายมาก เพียงแค่เรามี...” คิรากรเว้นจังหวะพร้อมมองหน้าลูกสาวเป็นเชิงถาม ต้องมีอะไรบ้าง
“ไข่ไก่ค่ะ” ไออุ่นตอบเสียงใส แล้ววิ่งไปเปิดตู้เย็นหยิบไข่ไก่ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการทำไข่ตุ๋นออกมาหนึ่งแผง
อลีนาหยิบถ้วย ชาม และอุปกรณ์ต่างๆ จากในตู้มาวางให้บนโต๊ะเตรียมอาหารกลางห้องครัว ซึ่งสองพ่อลูกยืนอยู่ “วันนี้เรามีแขกด้วยนะคะไออุ่น ต้องทำหลายถ้วยหน่อย”
“ใครเหรอคะ”
“คุณตา คุณยาย แล้วก็...” อลีนาไม่แน่ใจว่าถ้าบอกชื่อแขกคนสุดท้ายออกไปแล้วไออุ่นจะมีปฏิกิริยาอย่างไร “น้าเอยค่ะ”
คิรากรเห็นไออุ่นทำหน้ามุ่ยเมื่อได้ยินชื่ออันนาจึงพูดขึ้น “ไออุ่นอยากทำไข่ตุ๋นให้น้าเอยทานมั้ยลูก ถ้าหนูไม่อยากทำ คุณพ่อไม่บังคับ ให้น้าเอยทานข้าวต้มกุ้งที่ป้าแม่บ้านทำไว้ก็ได้”
ไออุ่นใช้เวลาครุ่นคิดอยู่นานราวครึ่งนาที พ่อกับแม่ลุ้น คาดเดาไม่ออกว่าลูกสาวจะตอบว่าอย่างไร และแน่นอนว่าคำตอบนี้จะบอกแทนความรู้สึกที่เด็กหญิงมีต่ออันนาได้เป็นอย่างดี
“ไออุ่นทำให้น้าเอยทานด้วยก็ได้ค่ะ เดี๋ยวน้าเอยเสียใจ”
“ไออุ่นไม่กลัวน้าเอยแล้วเหรอคะ” อลีนาถามลูกสาวตัวน้อย
“ถ้าทุกคนได้ทานไข่ตุ๋นของไออุ่น แต่น้าเอยไม่ได้ทานก็น่าสงสาร”
คำตอบที่จริงใจจากเด็กไร้เดียงสาทำให้อลีนาและคิรากรยิ้มให้กันอย่างสบายใจ และมันก็ทำให้อันนาที่แอบมองสามคนพ่อ แม่ ลูกช่วยกันทำอาหารอยู่ที่กรอบประตูห้องครัวด้วยความหมั่นไส้หยุดชะงักอยู่ตรงนั้น
เป็นครั้งแรกที่อันนามองหน้า ‘ลูก’ อย่างชัดเต็มตา เด็กหญิงวัยสี่ขวบหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม แก้มป่องเนียนใส ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มสุกใสยิ่งกว่าดวงดาวที่ส่องประกายยามค่ำคืน
ในขณะที่ ‘คุณลุง’ ที่รับหน้าที่เป็นคุณพ่อมาตลอดก็หล่อสมาร์ต แถมยังเป็นแฟมิลีแมนที่อบอุ่นมากอีกต่างหาก ยิ่งคิดอันนาก็ยิ่งร้อนรุ่มในอก เธอรู้สึกว่าตัวเองพลาดมากที่ไม่ยอมรับเป็นแม่ไออุ่นตั้งแต่แรก ไม่อย่างนั้น คนที่จะได้ยืนอยู่ข้างคิรากรจะต้องเป็นเธอ ไม่ใช่อลีนา
อันนาล้มเลิกความคิดที่จะเข้าไปก่อกวนความสงบของครอบครัวที่น่าอิจฉา หากเธอยังทำตัวเป็นนางร้ายเกรดต่ำ คิรากรก็มีแต่จะเกลียดเธอมากขึ้น เธอต้องเปลี่ยนแผนมาเข้าทางไออุ่น ถ้าไออุ่นรักเธอ คิรากรก็น่าจะรู้สึกดีกับเธอด้วย
เมื่อคิดได้ดังนั้น อันนาจึงเดินกลับขึ้นข้างบนอย่างเงียบเชียบ เพื่อเตรียมตัวพลิกโฉมใหม่
“ถ้างั้นเราก็มาเริ่มกันเลยดีกว่าเนอะ” คิรากรบอกอย่างกระตือรือร้น ปลุกความสดใสให้ห้องครัวขนาดใหญ่อีกครั้ง “วันนี้เรามีแขกสามคน รวมกับเราสามคนด้วย ถ้าทุกคนได้ทานไข่คนละหนึ่งฟอง เราต้องใช้ไข่ทั้งหมดกี่ฟองคะไออุ่น”
เด็กหญิงยกมือทั้งสองข้างขึ้นมานับนิ้วแล้วตอบอย่างมั่นใจ “หกค่า”
“เก่งมาก” คุณพ่อลูบศีรษะเล็กของลูกสาวด้วยความเอ็นดู จากนั้นหันไปบอกภรรยา “คุณช่วยตอกไข่ใส่ชามให้ลูกหน่อยนะ เดี๋ยวผมสอนแกตีเอง”
“ได้เลยค่ะ” อลีนาตอบรับแล้วจัดการตอกไข่ใส่ชามแก้วใบใหญ่ ทันทีที่เปลือกไข่กระทบขอบชามแล้วแตกออก กลิ่นคาวคลุ้งของไข่ไก่สดก็ลอยขึ้นกระทบปลายจมูก ทำให้รู้สึกพะอืดพะอมอย่างบอกไม่ถูก “คุณคิม ไข่เสียหรือเปล่าคะ ทำไมกลิ่นไม่ค่อยดีเลย”
คิรากรยกชามไข่ที่ตอกแล้วไปดม “ไม่เสียนะ กลิ่นแบบนี้ไข่สดมากด้วย”
อลีนาพยักหน้ารับแล้วตอกไข่ใบที่สองใส่ชาม ก็ยังได้กลิ่นเหมือนเดิม จนกระทั่งใบที่สามก็เหม็นจนแทบจะอาเจียน จึงทิ้งไข่ทั้งเปลือกลงชามแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







