เข้าสู่ระบบคำพูดอย่างถือสิทธิ์นั้นเรียกสติที่หลุดลอยของอลีนาให้กลับคืนมา เธอดันตัวเองออกจากอ้อมกอดของเขา พยายามยืนให้มั่นคงที่สุดบนแข้งขาที่สั่นระริกของตัวเองแล้วจ้องหน้าเขานิ่งนานด้วยสับสนในความรู้สึกของตัวเอง เธอควรโกรธเขา แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธว่าลึกๆ แล้วเธอพอใจกับรสจูบที่เขามอบให้
“คุณจะตบผมก็ได้นะ” เขาบอกเมื่อไม่สามารถอ่านความรู้สึกในแววตาของเธอออก
อลีนาเงื้อมือขึ้นกะจะฟาดเต็มแรงให้สมกับความเอาแต่ใจของเขา แต่เมื่อเห็นประกายความปรารถนาร้อนแรงที่ยังคงเต้นเร่าอยู่ในนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มก็เปลี่ยนใจลดมือลงมาทุบที่อกเขาเบาๆ เธอไม่ได้ใสซื่อจนมองไม่ออกว่าเขาต้องข่มใจตัวเองมากแค่ไหนที่จะไม่ล่วงเกินเธอมากกว่านี้ เขายอมหยุดแค่จูบ ก็นับว่าเป็นผู้ชายที่มีความยับยั้งชั่งใจอย่างน่าชื่นชม
ที่สำคัญเขากำลังถูกความปรารถนาที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อยของตัวเองลงโทษอยู่ เท่านี้ก็ทรมานมากพอแล้ว
“คุณลงไปรอฉันข้างล่างก่อน ฉันขออยู่คนเดียวสักพัก” หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงติดจะสั่นเล็กน้อย เธอต้องการเวลาคูลดาวน์ตัวเอง ตอนนี้หัวใจของเธอเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก คาดว่าต้องใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะทำให้จังหวะหัวใจกลับมาเต้นเป็นปกติได้
“ผมยังไม่ได้คุยเรื่องที่ทำให้ผมไม่สบายใจเลย” เขาจับคนตัวเล็กให้นั่งลงที่ขอบเตียงเพราะกลัวเธอจะล้มพับไป
“คุณไม่สบายใจเรื่องอะไร” เธอถอยหนีไปนิดหนึ่งอย่างไม่ไว้ใจ
“ไม่ต้องกลัวผมขนาดนั้นหรอกน่า” คิรากรยิ้มเอ็นดูคนที่ยังหน้าแดงระเรื่อไปถึงใบหู “เวลาคุณเขิน หูคุณแดงทุกครั้งเลย”
“ไม่ต้องมายุ่งกับหูฉัน” หญิงสาวดุเสียงหวานพลางยกมือขึ้นปิดใบหูทั้งสองข้าง “คุณมีอะไรไม่สบายใจก็พูดมาสิคะ แล้วคราวหน้าก็อย่าเกเรหาเรื่องฉวยโอกาสกับฉันแบบนี้อีก”
“ถ้าคราวหน้าผมจะจูบคุณก็เพราะอยากจูบ ไม่ต้องมีข้ออ้าง”
“ถ้ามีคราวหน้าฉันตบคุณจริงด้วย”
“เอาสิ คุณตบ ผมจูบ” ชายหนุ่มไหวไหล่อย่างอารมณ์ดีขึ้นมาก “ผมจูบคุณทีนึง แต่จะยอมให้คุณตบผมสองที คุณได้กำไรเห็นๆ เลยนะ”
อลีนาค้อนขวับกับการคำนวณต้นทุนกำไรด้วยสูตรที่เธอขาดทุนทุกทาง “คุณนี่เจ้าเล่ห์อย่างร้ายกาจจริงๆ”
“ผมก็ไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นคนดี” เขายิ้มรับอย่างภูมิใจทั้งที่ไม่น่าภูมิใจเลยสักนิด
“ไม่ต้องมาเล่นลิ้น” เธอดุจริงจังอีกครั้งเมื่อเขาพาเธอออกนอกเรื่องไปไกล “ถ้าคุณไม่พูดเรื่องที่คุณไม่สบายใจก็ออกไปได้แล้วค่ะ”
“โอเคๆ ผมเลิกล้อเล่นแล้ว” คิรากรปรับท่านั่งให้ดูเป็นการเป็นงานมากขึ้นราวกับกำลังจะคุยดีลธุรกิจพันล้าน “ผมอยากรู้ว่าคุณกับพอลเกี่ยวข้องกันยังไง ทำไมพอเขาโทร. มาแล้วคุณต้องรีบไปหา โดยเฉพาะคืนนั้นที่ลานจอดรถในโรงแรม ทำไมเขาต้องโอบเอวคุณอย่างนั้นด้วย รู้มั้ยว่าผมหวง!” เขาย้ำหนักที่ประโยคสุดท้าย
หญิงสาวที่นั่งตีหน้าขรึมหลุดขำพรืดออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “คืนนั้นเรายังไม่รู้จักกันเลย คุณจะมาหวงฉันย้อนหลังไม่ได้”
“ก็คนมันหวง จะให้ทำยังไง” เขาบอกหน้ามุ่ยราวกับเด็กชายที่กำลังไม่ได้ดั่งใจ
“ไม่ต้องหวงค่ะ ฉันกับพี่พอลไม่ได้มีอะไรกันแล้ว”
“ไม่มีอะไรกันแล้ว แปลว่าเคยมี!?” เขาหรี่ตามองอย่างข้องใจ
“ฉันกับพี่พอลเจอกันเพราะหนังสือของฉันไปขอสัมภาษณ์เขาในฐานะนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองเมื่อสองปีก่อน มีการถ่ายรูป ถ่ายแฟชั่นนิดหน่อย ฉันเลยไปช่วยดูแล หลังจากนั้นเขาก็มาตามจีบฉันอยู่พักนึง แต่พอเขาเจอเอยเขาก็เปลี่ยนใจไปจีบเอยแทน” ถ้าจะพูดให้ถูก ต้องบอกว่าอันนาเข้ามาหว่านเสน่ห์ใส่ศิวภัทรจนทำให้เขาเปลี่ยนใจไปจากเธอ ซึ่งเจอร์รี่และเจ๊ปุยฝ้ายเคยบอกว่า อันนาตั้งใจแย่งศิวภัทรเพราะอยากเอาชนะ ไม่อยากให้พี่สาวได้ดีกว่า แต่อลีนาก็ไม่อยากมองน้องสาวตัวเองในแง่ร้ายขนาดนั้น
“ผู้ชายแบบนี้คุณยังจะทนคบอยู่อีกเหรอ”
“คบแบบเพื่อนเท่านั้นค่ะ”
“แค่เพื่อนก็ไม่น่าคบ”
“เขาเป็นแฟนเอย จะให้ฉันตัดขาดกับเขาไปเลยก็คงไม่ได้”
“คุณเฮิร์ตมั้ยตอนที่เขาทิ้งคุณไป” อยู่ๆ เขาก็อดรู้สึกสงสารเธอขึ้นมาไม่ได้ ผู้หญิงน่ารักคนนี้ไม่สมควรถูกทำร้ายจิตใจ
“ไม่เลยค่ะ เพราะ ฉัน-ไม่-ได้-ชอบ-พี่-พอล” เธอจงใจย้ำชัดทุกคำเพื่อให้คนขี้หวงสบายใจ “ฉันโล่งอกด้วยซ้ำที่พี่พอลหันไปชอบเอย” เธอเห็นเขายิ้มกว้างเมื่อฟังมาถึงตรงนี้ “สบายใจแล้วใช่มั้ยคะ”
“มากกก” เขาลากเสียงยาวอย่างเปิดเผยชนิดที่ไม่กลัวเสียฟอร์มเลย
“แต่...” อลีนาเว้นจังหวะเพื่อแกล้งยั่วคนขี้หวง
“แต่อะไร”
“ตอนนี้พี่พอลกับเอยทำท่าว่าจะเลิกกัน พี่พอลบอกว่าถ้าเลิกกับเอยแล้วจะขอกลับมาคบกับฉัน”
“ข้ามศพผมไปก่อนเถอะ!” ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ลองมายุ่งกับผู้หญิงของเขาสิ เขาไม่เอาไว้แน่
“ต่อไปนี้ หน้าที่ของคุณคือคอยกันพี่พอลไม่ให้มายุ่งกับฉัน โอเคมั้ยคะ” เมื่อเห็นคนตรงหน้าขมวดคิ้วงุนงง เธอจึงให้เหตุผลเพิ่มเติม “ฉันไม่อยากปวดหัวกับเรื่องไร้สาระ ฉันอยากมีเวลาให้ไออุ่นอย่างเต็มที่”
“เรื่องกันนายพอลอะไรนั่นไม่มีปัญหา เพราะถึงคุณไม่บอก ผมก็ไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้คุณอยู่แล้ว” คิรากรสบายใจขั้นสุดที่หญิงสาวเปิดทางให้เขาแสดงความหึงหวงได้เต็มที่แบบไม่มีกั๊ก “แต่คุณก็อย่าลืมแบ่งเวลาให้พ่อของไออุ่นด้วยก็แล้วกัน” เขาสะกิดแขนเธอพลางทำตาปริบๆ โหยหาความรักความเมตตา
อลีนาลงมาบอกพ่อกับแม่ว่าวันนี้ต้องไปนอนเฝ้า ‘ลูกเพื่อน’ ที่โรงพยาบาลอีกคืนหนึ่ง แต่หลังจากถูกซักไปซักมาความก็แตกว่าลูกเพื่อนที่พูดถึงก็คือลูกสาวของคิรากรนั่นเอง
“ทำไมไม่บอกว่ามีลูกมีเมียอยู่แล้ว” แม่ถามเสียงขุ่นอย่างไม่ชอบใจ
“ผมมีแต่ลูกครับ ไม่มีภรรยา”
“เลิกกันแล้วเหรอ แล้วเมียเก่าคุณจะตามมาฉีกอกลูกสาวฉันมั้ย” แม่ยังคงไม่วางใจ
“แม่คะ ไออุ่นไม่ใช่...” อลีนาตั้งใจจะบอกว่าไออุ่นไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคิรากร แต่เป็นลูกของน้องชายที่เสียชีวิตไปแล้วของเขา แต่คิรากรก็ชิงพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อนเพราะไม่อยากให้ใครรู้ความจริงเรื่องนี้มากนัก เนื่องจากกลัวจะหลุดเข้าหูไออุ่นในวันที่เด็กหญิงยังไม่พร้อมรับฟัง
“เรื่องแบบนั้นจะไม่เกิดขึ้นแน่นอนครับ คุณพ่อคุณแม่วางใจได้” ชายหนุ่มให้สัญญาหนักแน่น
มันจะเกิดขึ้นได้ยังไงในเมื่อเขาไม่เคยมีภรรยามาก่อน!
หลังจากถูกซักฟอกอยู่พักใหญ่จนพ่อกับแม่ยอมวางใจในระดับหนึ่ง คิรากรก็นัดหมายเวลาที่จะพามารดาของเขามาสู่ขออลีนาอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ จากนั้นจึงขอตัวพาคุณแม่สวมรอยไปหาลูกสาวที่โรงพยาบาล
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







