INICIAR SESIÓNอลีนาแวะมาหาศิวภัทรที่เวดดิงสตูดิโอก่อนกลับบ้านเพราะเขาโทร. มาบอกว่าอันนาเบี้ยวนัดลองชุดแต่งงาน แถมยังติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เช้าอีกด้วย
“พี่พอลไม่ได้คุยกับเอยมากี่วันแล้วคะ” หญิงสาวเลียบเคียงถาม เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าการที่ศิวภัทรติดต่ออันนาไม่ได้เป็นเพราะน้องสาวของเธอตั้งใจหลบหน้าเขา
“ตั้งแต่วันที่เราไปดูห้องจัดเลี้ยงที่โรงแรมกัน พี่ก็ไม่ได้คุยกับเอยอีกเลย” ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเคร่งเครียด ตอนนี้ทั้งชีวิตส่วนตัวและงานของเขาปั่นป่วนไปหมด สถานีโทรทัศน์ช่อง 66 HD ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวที่ดำเนินกิจการมานานกว่าสี่สิบปีกำลังประสบภาวะขาดทุน หุ้นร่วง เรตติงละครโทรทัศน์แพ้ช่องคู่แข่งแบบหลุดลุ่ยแทบทุกลอต นักแสดงในสังกัดก็ขยันสร้างข่าวฉาวโฉ่ ว่าที่เจ้าสาวที่กำลังจะแต่งงานกันก็มาทำท่าจะตีจากอีก
“เอิงได้คุยกับเอยบ้างมั้ย”
“คุยบ้างค่ะ” อลีนาตอบไม่เต็มเสียง เพราะเรื่องที่คุยกันไม่สมควรให้ศิวภัทรรับรู้สักเรื่อง ทั้งเรื่องที่อันนาเคยมีลูกมาก่อน เรื่องที่มีผู้ชายคนใหม่ และเรื่องที่อันนากำลังวางแผนจะยกเลิกการแต่งงานกับเขา
“พี่รู้สึกว่าเอยไม่อยากแต่งงานกับพี่แล้ว” ศิวภัทรยอมรับออกมาในที่สุด
“ทำไมพี่พอลถึงคิดอย่างนั้นคะ” ถามทั้งที่รู้ว่าคนรักกันย่อมมีเซนส์ในเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว
“พี่เริ่มรู้สึกตั้งแต่สถานการณ์ในช่องของพี่ไม่ค่อยดีแล้ว” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเป็นครั้งที่สอง “เอิงก็รู้นิสัยเอยดีคงเดาได้ใช่มั้ยว่าเพราะอะไร”
“พอจะเดาได้ค่ะ”
อลีนารู้นิสัยอันนาดีว่าเป็นคนชอบความฟุ้งเฟ้อ ติดหรู ชอบคนรวย และฝันอยากมีชีวิตหรูหราอย่างพวกไฮโซเซเลบตอนแรกที่อันนาอยากได้ศิวภัทรมากก็เพราะเขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มเนื้อหอม สถานีโทรทัศน์ของเขาก็กำลังรุ่งเรือง เรียกว่าเป็นยุคทองของช่อง 66 HD ซึ่งต่างจากตอนนี้ที่เป็นขาลงโดยสิ้นเชิง
“อ้าว...คุณเอยมาแล้วเหรอคะ” พนักงานของร้านเดินเข้ามาไหว้อลีนาอย่างเป็นกันเอง “ฟ้าเตรียมชุดไว้ให้แล้ว เชิญคุณเอยเข้าไปลองได้เลยค่ะ ถ้าไม่พอดีตรงไหนฟ้าจะให้ช่างแก้ให้ค่ะ”
“ฉันไม่ใช่เอยค่ะ ฉันชื่อเอิง เป็นพี่สาวฝาแฝดของเอย” อลีนารีบแก้ความเข้าใจผิด
“จริงเหรอคะเนี่ย” พนักงานสาวทำหน้าตื่นเต้น “หน้าเหมือนกันมาก นี่ถ้ามายืนเทียบกันก็คงแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร”
“เอิงช่วยลองชุดแทนเอยหน่อยได้มั้ย พี่ไม่อยากเสียเวลารอเอยแล้ว” ศิวภัทรบอกหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเขาเคยจีบ หากไม่มีอันนาเข้ามาแทรก วันนี้เจ้าสาวของเขาก็คงเป็นเธอ
“ของแบบนี้ทำแทนกันได้ที่ไหนคะ” อลีนาอึดอัดใจ บางครั้งศิวภัทรกับอันนาก็เหมือนกันเกินไป คือมีเรื่องอะไรก็เอามาโยนลงที่เธอกันหมด “เอาอย่างนี้ก็แล้วกันค่ะ เอิงจะเอาชุดไปให้เอยลองที่บ้าน ถ้าไม่พอดีตรงไหนเอิงจะเป็นคนมาคุยกับช่างให้เอง”
“ก็ได้” ศิวภัทรตอบตกลงแล้วหันไปสั่งพนักงาน “เอาชุดใส่ถุงมาให้คุณเอิงด้วยนะ”
“ได้ค่ะ” พนักงานสาวรับคำแล้วเดินออกไป
“ถ้าพี่ไม่โลเลเปลี่ยนใจจากเอิงไปคบกับเอย พี่ก็คงไม่ต้องเครียดแบบนี้” ชายหนุ่มพูดเปรยขึ้นอย่างเหนื่อยหน่ายที่วิ่งตามผู้หญิงที่ทำท่าจะวิ่งหนีเขาแล้ว
“อย่าพูดแบบนั้นสิคะ” อลีนารู้สึกได้ว่าเขากำลังจะโลเลเปลี่ยนใจอีกแล้ว
“พี่พูดจริง” ศิวภัทรมองสบตาหญิงสาวที่นั่งอยู่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกันด้วยแววตาที่จริงจังขึ้น “ถ้าเอยขอเลิกกับพี่อย่างที่พี่คิดไว้จริง เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้มั้ยเอิง”
“สายไปแล้วค่ะพี่พอล เอิงกำลังจะแต่งงานไม่กี่วันนี้แล้ว”
“แต่งงาน!”
“ค่ะ” อลีนารู้สึกชนะที่เห็นเขาแสดงความเสียดายออกมาทางสายตาอย่างเปิดเผย
อลีนาหอบถุงชุดแต่งงานฟูฟ่องที่มีน้ำหนักเกือบสิบกิโลกรัมของอันนาขึ้นแท็กซี่กลับมาถึงบ้านตอนหกโมงเย็น ทีแรกศิวภัทรขอมาส่ง แต่เธอปฏิเสธ เพราะรู้สึกอึดอัดกับคำพูดที่เขาเพิ่งพูดกับเธอ
เมื่อหญิงสาวก้าวเข้ามาในห้องรับแขก เสียงหัวเราะไม่คุ้นหูของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังแว่วมาให้ได้ยิน เธอคิดว่าพ่อกับแม่มีแขกจึงเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อจะขึ้นบันไดไปชั้นสอง แต่แม่หันมาเห็นเสียก่อน
“ทำไมมาช้านักล่ะเอิง แฟนมารออยู่นานแล้วนะ”
“แฟนเหรอคะ!” อลีนางงเป็นไก่ตาแตก เธอมีแฟนตั้งแต่เมื่อไร
“ผมเอง” ชายหนุ่มที่นั่งหันหลังให้เธอลุกขึ้นแล้วหันหน้ามายิ้มให้อย่างมีนัยอะไรบางอย่างที่บ่งบอกว่าสถานการณ์นี้ไม่ปกติ
“คุณคิม!” อลีนาไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะบุกมาถึงบ้านเธอ แถมยังนั่งคุยกับพ่อแม่เธออย่างสนิทสนมจนหัวเราะกันเสียงดังลั่นขนาดนั้นได้อีก “คุณมาได้ยังไง แล้วมาทำไม”
“คุณคิมมาแนะนำตัว” พ่อชิงตอนแทน และตามมาด้วยเสียงแซวร่าเริงของแม่
“มีแฟนหล่อนิสัยดีแบบนี้ทำไมถึงเก็บเงียบไม่บอกแม่สักคำ” เพราะเป็ดปักกิ่งจากห้องอาหารในโรงแรมห้าดาวชื่อดังและของกำนัลราคาแพงอีกหลายอย่างทำให้คิรากรได้รับความเอ็นดูจากพ่อและแม่ของอลีนาอย่างง่ายดาย
อลีนาเกือบหลุดปากปฏิเสธ แต่คิรากรส่งสายตาปรามไว้พร้อมกับเดินมาจูงแขนเธอไปนั่งที่โซฟา
“ผมคุยกับคุณพ่อคุณแม่คุณเรื่องงานแต่งงานของเราแล้วนะ พวกท่านตกลง พรุ่งนี้ผมจะพาคุณแม่มาสู่ขอคุณกับท่านอย่างเป็นทางการอีกครั้ง”
“รีบขนาดนี้เอิงท้องใช่มั้ยลูก” พรกมลถามลูกสาวตรงๆ
“เปล่าค่ะแม่ เอิงไม่ได้ท้อง เอิงกับคุณคิมยังไม่เคยมีอะไรกันเลยด้วยซ้ำ” อลีนารีบปฏิเสธเป็นพัลวัน
“แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เอิงโตแล้ว เรียนจบมีงานทำ รับผิดชอบตัวเองได้แล้ว จะท้องแม่ก็ไม่ว่าอะไร”
“ตอนนี้ยังไม่ท้อง แต่แต่งแล้วก็รีบท้องก็แล้วกัน พ่ออยากเลี้ยงหลานเร็วๆ” คนเป็นพ่อแซวลูกสาวชนิดที่ไม่กลัวว่าลูกสาวจะเขินเลยสักนิด
“พ่ออ้ะ พูดอะไรแบบนั้นคะ” อลีนาอายจนหน้าแดงลามไปถึงใบหู แล้วเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อกลบเกลื่อน “แล้วนี่เอยไม่อยู่บ้านเหรอคะ”
“บินไปทัวร์ยุโรปกับเพื่อนตั้งแต่บ่ายแล้ว เห็นว่าจะไปเดือนนึงนะ” แม่ตอบเหมือนเป็นเรื่องปกติที่ลูกสาวคนนี้จะบินไปเที่ยวประเทศโน้นประเทศนี้ครั้งละหลายๆ วัน
พ่อกับแม่นั่งคุยด้วยอยู่อีกครู่หนึ่ง แล้วปล่อยให้สองหนุ่มสาวได้คุยกันตามลำพัง และทันทีที่พ่อกับแม่เดินลับตาไป อลีนาก็หันมาดุคิรากรตาเขียว เพราะรู้สึกว่าเขาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเธอมากเกินไป
“คุณจะทำอะไรทำไมไม่ปรึกษาฉันก่อน แล้วเรื่องแต่งงานฉันควรเป็นคนคุยกับพ่อแม่เอง ไม่ใช่คุณ”
“ผมรีบ อยากเคลียร์เรื่องนี้ให้จบเร็วๆ เพราะเรายังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องที่ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง” คิรากรบอกหน้านิ่ง น้ำเสียงราบเรียบแบบคุณลุงคนเดิมไม่มีผิด
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







