Masukบทที่ 11 หนูจะเอาแต่ใจ
พอกลับมาถึงบ้าน ทุกคนต่างพากันเข้าห้องครัว คงมีแค่เธอที่รีบเดินเข้าห้องนอน เพราะกลัวโดนใช้ ฮ่า ๆ คนขี้เกียจเท่านั้นแหละที่จะหาวิธีเอาตัวรอดได้อย่างแนบเนียน ‘ ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ ’ อะไรเนี่ย ไม่ทันได้หลับสักงีบก็มีีคนมาตามแล้ว เฮ้อ ~ จะเล่นกันตั้งแต่วันแรกที่เจอเลยเหรอ ว่าที่แม่ผัว เพลียใจสุด ๆ นี่กะจะไม่ให้เธอคิดวิธีต้อนลูกชายของเขาให้ตกหลุมพรางเลยเหรอ ? ‘ แกร๊ก ’ หญิงสาวเดินไปเปิดประตูอย่างคนเบื่อหน่าย แต่ก็ฝืนยิ้มสู้ แต่ปรากฏว่าคนที่อยู่ตรงหน้าประตูเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่ง “ เธอเป็นใคร ” น้ำเสียงห้วนออกมาจากปากเล็กในทันที พร้อมท่าทางกอด‘อก’ “ เอ่อ...เป็น ” “ อย่ามายึกยัก รู้ไว้ซะด้วย ฉันไม่ต้องการมีแม่เพิ่ม ” โห เด็กแค่นี้พูดจาฉะฉานเลยแฮะ หรือจะมีคนสอนมากันแน่ “ คือว่าฉัน...ไม่สิคือว่าพี่... ” “ ป้า เธอเป็นได้แค่ป้า ไม่มีสิทธิ์เป็นน้า และฉันก็ไม่มีพี่สาวด้วย ” เกินไป ๆ ทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือนเห็นตัวเองในเวอร์ชั่นเด็กเลยอะ หัวรั้นน่าดู เด็กคนนี้ดูท่าจะไม่ได้มาดี แยกเขี้ยวใส่ซะดีไหมเนี่ย “ เอ่อ...หนูชื่อเส้นดายเหรอ ” “ เธอคิดว่าจะเป็นใครไปอีกล่ะ ” แก่แดดมากยัยเด็กคนนี้ จะพูดว่าไม่มีมารยาก็ยังได้ เพราะไม่เคารพผู้ใหญ่แบบเธอเลย เอาแต่พูด เธอ ๆ ทั้งที่หญิงสาวเองมีอายุเยอะแล้วด้วย ไม่ควร ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งผิดกับคนเป็นพ่อราวกับว่าไม่ใช่สายเลือดเดียวกันอย่างนั้นแหละ “ ฉันชื่อรสา จะมาเป็นแม่เลี้ยงของเธอ ” ในที่สุดหญิงสาวก็พูดออกไปตามที่คิดเพราะรู้สึกมั่นไส้เด็กตัวน้อยคนนี้เสียแล้ว “ กรี๊ดดด กรี๊ด ยัยป้า ฉันมีแม่แค่คนเดียว เธออกจากบ้านฉันไปซะ ” เด็กน้อยพุ่งเข้าใส่ มือน้อยทุบท้องแบนราบของเธอรัว ๆ “ อย่านะ อย่ามาตีท้้องฉัน ตอนนี้ฉันท้องลูกของพ่อเธออยู่นะ ” มาเซ่! มาดูกันว่าใครจะแน่กว่ากัน เชอะ “ กรี๊ดดด ไม่จริง ฮื่อ ๆ ไม่จริง ” “ ถ้าฉันคลอดเมื่อไหร่ เด็กอย่างเธอคงเป็นหมาหัวเน่าแน่ ๆ ” เรื่องหยอกเด็กขอให้เป็นหน้าที่ของเธอฮ่า ๆ “ ไม่ ไม่ ๆ กรี๊ด ๆ ” เสียงเด็กน้อยดังกึกก้องไปทั่ว โวยวายเอาแต่ใจพร้อมนั่งลงแล้วดิ้นชักไปมา จนทำให้คนที่อยู่ชั้นล่างพากันขึ้นมาหมด หญิงสาวก็เลยล้มตัวนั่งลงด้วย เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่ารังแกเด็ก เธอจะทำให้รู้ซะบ้างว่า เด็กก็รังแกผู้ใหญ่เป็นเหมือนกัน “ หลานย่าเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม ใครทำหนู ” “ ฮื่อ ๆ ป้าคนนี้เขาว่าหนูไม่มีแม่ค่ะ ฮื่อ ๆ และเป็นหมาหัวเน่าด้วย แง่ ๆ ” ‘ อ้าว ฉิ-หายแล้วเธอพูดตอนไหนเนี่ย ว่าเด็กไม่มีแม่ พูดแค่หมาหัวเน่าเอง โอ๊ะแล้วดูนั่น ว่าที่แม่ผัวส่งสายตาเขียวปั๊ดมาแล้ว ไม่ถามเธอก่อนล่ะ ว่าจริงไหม ’ “ แม้แต่เด็กน้อย เธอก็รังแกเหรอ ” “ อึก รสาเปล่านะคะคุณป้า จู่ ๆ หนูเส้นดายก็มาตีท้องรสา มาว่ารสาป่าว ๆ รสาพูดไม่ทันสักคำ รสาเจ็บเหมือนกันนะคะ อูย ปวดท้องจัง ” มือเล็กเริ่มกุมท้อง “ ฮื่อ ๆ ไม่จริงค่ะ ป้าคนนี้ต่อว่าและผลักหนูให้ล้มลงด้วยค่ะคุณย่า ” “ ส้มมาอุ้มยัยหนูไปชั้นล่างหน่อย ฉันมีเรื่องต้องสะสางกับแม่คนนี้ก่อน ” สุดท้ายก็แพ้เด็ก เชอะ ฟังความข้างเดียวจนได้ “ รสาไม่ได้ทำอะไรหนูเส้นดายจริง ๆ นะคะ ” “ เธอคิดว่าฉันควรเชื่อเธอที่เป็นใครก็ไม่รู้ หรือควรจะเชื่อหลานสาวในไส้ฉันดีล่ะ ” เออ เนอะว่าที่แม่สามีพูดก็มีเหตุผล “ ... ” จะพูดอะไรได้อีก มาอยู่บ้านเขา ก็หัวเดียวกระเทียมลีบแล้ว “ เธอจำใส่กะโหลกกะลาของเธอไว้นะ ว่าคนที่จะมาเป็นสะใภ้บ้านนี้ได้ ต้องผ่านด่านหลานสาวฉันไปก่อน วันนี้ก็ทำให้รู้แล้วว่าเด็กไม่ชอบเธอ เธอควรจะรีบไสหัวออกจากบ้านหลังนี้ไปซะ ” “ รสา...จะปรับปรุงตัวค่ะ ” ไล่ก็ไม่ไปหรอกอุตสาห์ถ่อมาถึงนี่ นั่งรถกันเมื่อยก้นหมด เรื่องอะไรจะยอมกันง่าย ๆ ด้วยเล่า “ ฉันไม่ได้บอกให้เธอปรับปรุงตัว ฉันบอกว่าให้เธอไสหัวไปซะ คงไม่ต้องให้พูดซ้ำหรอกนะ ” “ ได้ค่ะ รสาจะเข้าห้องเดี๋ยวนี้ ตอนนี้เลยค่ะ ” ตีมึนไปเลย หญิงสาวรีบก้มหัวให้คนตรงหน้าแล้วพาร่างบางเข้าห้องนอนไปทันที ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ว่าที่แม่ผัวก็ว่ายากแล้ว มาโดนกับคนเป็นลูกของว่าที่ผัวอีก คิดแล้วเพลียจิตมาก ๆ ตอนค่ำ ‘ ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ ’ คราวนี้เป็นใครอีกล่ะ ไม่อยากจะเปิดหรอกนะประตู แต่ทำไงได้นี่บ้านเขา ยังไงก็ควรมีมารยาทสักหน่อย ‘ แกร๊ก ’ “ งื้อ ~ ที่รักมาหาเค้าเหรอ คิดถึงจุง ” เมื่อเห็นว่าคนที่เคาะประตูคือใครหญิงสาวก็พูดออกไปด้วยความดีใจพร้อมโผเข้ากอดทำราวกับว่าไม่เจอกันมานานนับปี ทั้งที่แค่ครึ่งวันเองที่ไม่ได้เจอหน้าค่าตากัน “ ทำอะไรของเธอเนี่ย น่าไม่อายจริง ๆ ” คนตรงหน้าแกะมือเล็กที่โอบกอดตัวเขาออก พร้อมพูดจาด้วยน้ำเสียงแกมดุ “ โธ่ น่าอายตรงไหนกันคะ แค่กอดกันเอง ” “ มีเด็กอยู่ในบ้าน จะทำอะไรก็ควรระวังหน่อย และเธอก็ไม่ใช่เด็กแล้วนะรสา ” “ ถ้ามาหา มาเพื่อพูดเรื่องของลูกคุณวันนี้ เชิญกลับไปเถอะค่ะ ฉันผิดเอง ไม่ต้องมาไล่ ฉันไม่ไปหรอก บ๊าย ” หญิงสาวหุบยิ้มพูดออกไปอย่างรวดเร็วก่อนจะพาตัวเองเข้าไปในห้อง มือเล็กคว้าลูกบิดประตูหวังจะปิด แต่มือหนาก็ยื่นมาจับไว้เสียก่อน “ ทำไมเธอไม่ลงไปกินข้าว ” “ ไม่มีใครชวน จะกล้าลงไปเหรอคะ ” “ ตอนที่แม่ฉันทำอาหารในครัว ทำไมเธอไม่ลงไปช่วยล่ะ ” “ ก็ฉันไม่ถนัดอะ กลัวจะไปยืนเกะกะมากกว่า ” “ ข้ออ้างมากกว่า ” “ ใช่ ฉันไม่ชอบเข้าครัว ไม่ชอบทำอาหารด้วย ” “ หัดไว้บ้างสิ ให้แม่ฉันสอนให้ก็ได้ ถ้าเธอเชื่อฟัง แม่ต้องเอ็นดูเธอแน่ ๆ อีกอย่างฉันพาเธอมาที่นี่ไม่ใช่จะให้มานอน แต่ให้เธอได้มาเรียนรู้การใช้ชีวิตและเข้ากับทุกคนให้ได้ด้วยนะ ” “ ถ้าให้แม่คุณสอน ฉันคิดว่าครัวคงระเบิดแน่ ๆ แต่ถ้าคุณจะสอนเอง ฉันพร้อมจะเรียนรู้ค่ะ ” “ เธอเห็นฉันว่างมากเหรอ ” “ ธุรกิจก็เป็นของคุณ คุณจะหยุดสักวันสองวันไม่ได้เลยเหรอ ” “ ... ” คนตรงหน้าเงียบนิ่ง เธอก็ตีหน้าเศร้าพูดต่อไปเผื่อจะเรียกร้องความสนใจได้บ้าง “ อีกอย่างฉันก็เป็นคนแปลกหน้าของที่นี่ ตัวคนเดียว ใครเขาอยากจะสนิทด้วย ขนาดมาวันแรกก็มีเรื่องให้ปวดหัวแล้ว อีกอย่างก็มีแค่คุณคนเดียวที่ฉันสนิทด้วยอะ เห็นใจฉันบ้างเถอะ จากบ้านมาตั้งไกล ” “ ... ” คนตรงหน้าเงียบเหมือนเป่าสากเลย เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ “ คุณอย่าลืมสิว่าฉันคือคู่หมั้นของคุณ พวกเรายังไม่รู้เลยว่าอนาคตจะได้แต่งงานกันไหม แต่คุณก็ให้โอกาสฉันได้พิสูจน์ตัวเองบ้าง เวลาคุณไปไหนก็พาฉันไปด้วยสิ ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันนั่ง ๆ นอน ๆ อะ ” “ ฉันเหนื่อย ไว้ค่อยคุยกันเรื่องนี้ ตอนนี้เธอรีบไปกินข้าวก่อน ” “ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่หิว ” “ ตั้งแต่เที่ยง เธอยังไม่กินอะไรเลย เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้งไปหรอก ” “ เป็นห่วงเหรอ ” ใบหน้านวลยิ้มทะเล้นออกไป “ เดี๋ยวใครจะว่าฉันได้นะสิ ว่าพาลูกเขามาทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ไม่สนใจใยดี อีก เป็นขี้ปากชาวบ้าน ฉันไม่ชอบ ” “ ฉันยอมไปกินข้าวก็ได้ แต่คุณต้องจับมือฉันก่อน ” หลอกล่อผู้ชายแป๊บ “ ทำไปเพื่ออะไร ” “ ก็... ” “ คุณพ่อขา หนูอาบน้ำเสร็จแล้วค่ะ พาหนูเข้านอนหน่อยได้ไหมคะ หนูอยากฟังนิทานจากคุณพ่อด้วย ” รสาไม่ทันพูดก็มีเสียงเล็กดังแทรกกลางวงสนทนาพร้อมปรากฏกายด้วยชุดตัวการ์ตูนน่ารัก ๆ “ พ่อไม่ว่างครับ ให้พี่ส้มเล่าแทนไปก่อนนะ ” คนเป็นพ่อนั่งยอง ๆ เพื่อคุยกับลูกสาว พร้อมใช้มือลูบศีรษะเล็กเบา ๆ “ แต่คุณพ่อไม่เล่านิทานให้หนูฟังนานแล้วนะคะ อีกอย่างหนูไม่ได้นอนกับคุณพ่อนานมากแล้วด้วย คืนนี้นอนกับหนูนะคะ ” “ พ่อยังไม่ว่างเลย ” “ หนูจะงอนแล้วนะ คุณพ่อไม่รักหนูแล้วเหรอคะ ” “ พ่อขอพาน้ารสาไปกินข้าวก่อนนะคะ แล้วพ่อจะไปเล่านิทานให้หนูฟัง ” คำว่า ‘นะคะ’ ของเขาทำเอาฉันเคลิ้มเลยแหละ “ ไม่ได้ ป้าเขามีมือมีเท้าก็ให้เธอไปกินเองสิคะ ” “ เส้นดาย ทำไมหนูพูดจาไม่น่ารักเลย ถ้าพูดแบบนี้อีกพ่อจะไม่ซื้อของเล่นให้แล้วนะ” คนเป็นพ่อดุลูกสาว รสาเผลอยิ้มออกมาจังหวะนั้นสายตาของเด็กน้อยก็หันมามองพอดี “ หนูพูดจาไม่ดีเฉพาะกับคนไม่ดีเท่านั้นค่ะ ” “ เส้นดายทำไมไม่น่ารักเลย หนูอย่าเอาแต่ใจได้ไหม นี่น้ารสา เธอจะมาเป็นแม่เลี้ยงของลูกในภายภาคหน้า สวัสดีน้าเขาซะ แล้วพูดว่าขอโทษค่ะด้วย ” “ ไม่ หนูจะเอาแต่ใจ อึก หนูไม่รักคุณพ่อแล้ว โป้ง ฮื่อ ๆ ” เด็กตัวเล็กตัวน้อยสะบัดตูดวิ่งหนีเข้าห้องนอนของตัวเองไปทันที คนเป็นพ่อลุกขึ้นยืนเท้าสะเอวมองหลังลูกสาวไปด้วยใบหน้าเหนื่อยใจ ส่ายศีรษะเบา ๆ ไปด้วย 🔻_______🔻 นามปากกาธัญญวินทร์บทที่ 19 อยากอ่อยฉันเหรอหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ครืดดด ครืดด(“ สวัสดีครับคุณฉวีวรรณ ”)(“ เคยบอกไปแล้วนี่ค่ะ ว่าให้เรียกฉันว่าน้าฉวีก็พอแล้วค่ะ ”)(“ ครับคุณน้าฉวี ไม่ทราบว่างานมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ ”)(“ ไม่มีหรอกค่ะ งานที่คุณให้สามีฉันเป็นหุ้นส่วนด้วย ราบรื่นดีมากค่ะ ยังไงก็ขอบคุณที่เมตตาครอบครัวพวกเราด้วยนะคะ ”)(“ อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ ยังไงคุณน้าภพก็มีความรู้ในด้านนั้น ผมต้องการคนมีฝีมืออยู่แล้วที่จะฝากบริษัทให้ดูแลแทนและอีกไม่นานเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เอาเป็นว่าผมเต็มใจให้ครับ ”)(“ ค่ะ ”)(“ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่าครับ ”)(“ ฉันอยากจะถามว่าช่วงนี้รสาเป็นไงบ้างคะ ”)ตั้งแต่ที่เขาเองรู้ว่ารสาหึง หลังจากวันนั้นเธอก็ไม่ค่อยพูดกับเขาเลย บางครั้งก็หลบหน้าหลบตา ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง แต่เขาก็สั่งส้มและน้ำคนใช้ของบ้านแล้วว่าฝากดูแลรสาด้วย ในช่วงที่เขาทำงานหรือกลับดึก ต้องคอยส่งข้าวส่งน้ำ ถ้าเธอไม่ออกมากินเองไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพูดแต่ด้วยงานที่รัดตัวและมีปัญหาพร้อมกันในหลาย ๆ ที่ เขาเลยต้องจัดการปัญหานี้ก่อน เพราะเขาทำแค่สองคนพ่อ มันเลยภาระหนักอึ้งหน่อย(“ เอ่อ...คุณสรุ
บทที่ 18 หึงเช้าตรู่รสาตื่นมาด้วยความสดใส หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เพราะเธอเล่นจุ๊บคนที่นอนใกล้ ๆ ไม่ได้พักเลยไม่ว่าจะมองมุมไหน เขาก็แทบจะไม่มีที่ติ ใบหน้าที่ปราศจากหนวดเครา สะอาดสะอ้าน สิวสักเม็ดแทบจะหาไม่เจอ“ ทำอะไรของเธอ ใกล้กันเป็นต้องฉวยโอกาสตลอด ”เธอที่เอาปากของตัวเองไปแตะปากหนาพอดี สายตาคมก็เบิกกว้าง ก่อนจะเลื่อนใบหน้าออกแล้วพูดด้วยน้ำเสียงห้วน“ ก็ปากคุณมันน่าจุ๊บอ่า ใครจะอดใจไหวกันเล่า ”“ หายดีแล้วใช่ไหม ”“ ก็ยังมีเพลีย ๆ อยู่บ้างค่ะ ”“ งั้นก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว ”“ คงงั้น ”@บ้านตระกูลธนัชวรากานต์“ ใครซื้ออมยิ้มให้ พ่อบอกแล้วไงว่าไม่ให้กิน ทำไมไม่ฟังกันบ้างเลย ” น้ำเสียงดุดังลั่น เด็กตัวน้อยเริ่มสั่นเพราะความกลัว“ คนที่ซื้อให้หนูก็น้ารสาไงคะ ”อ้าว แล้วไง เด็กคนนี้ก็ดันมากินโชว์หราอยู่หน้าบ้านพอดิบพอดีเลย“ เธอซื้อให้เส้นดายเหรอ ฉันก็เพิ่งบอกไปหยก ๆ ว่ามันไม่มีประโยชน์ ทำไมเธอถึงไม่ฟังบ้าง ” คราวนี้เขาหันมาดุเธอ“ แหม่ เล็กน้อยเองค่ะ แค่สองสามอัน ฟันไม่ทันพุหรอกค่ะ ”“ ไม่ใช่สามสองอันค่ะคุณพ่อ น้าเขาซื้อให้หนูเป็นสิบ ๆ อันเลย หนูกินไปห้าอันแล้วค่ะ ”อ้า
บทที่ 17 ต้องการคุณห้างสรรพสินค้า“ คุณพ่อขา หนูขอซื้ออมยิ้มได้ไหมคะ ” เด็กน้อยที่จับมือหนาของคนเป็นพ่อดึงกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะใช้แขนเล็กยื่นออกไปทิศทางของร้านขนมเด็ก พร้อมใช้นิ้วชี้ไป“ ไม่ได้ครับ พ่อบอกแล้วไงว่าให้กินของที่มีประโยชน์ เดี๋ยวฟันก็ผุหรอก ”“ หนูกินแล้วจะกลับไปแปรงฟันทันทีเลยค่ะ นะคะ ๆ หนูไม่ได้กินนานมากแล้ว ” ใบหน้าเล็กเศร้าสร้อยมองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยสายตาปริบ ๆ“ ไม่ได้ครับ ” คนเป็นพ่อไม่ได้ใจอ่อนเลย“ ให้หนูเส้นดายกินสักนิดเถอะ คุณก็อย่าเคร่งเกินไปสิ สงสารเด็ก นาน ๆ ครั้งเองค่ะ เดี๋ยวพอกลับบ้านไปรสาจะพาเส้นดายไปแปรงฟันเองค่ะ ”หญิงสาวที่ยืนฟังสองพ่อลูกคุยกันอยู่นาน ก็พูดแทรกในทันที เพราะเธอก็เคยผ่านวัยเด็กมาย่อมรู้ดี ว่าถ้าต้องการจะกินอะไรก็จะกินให้ได้ อีกอย่างเป็นเด็กแค่ครั้งหนึ่งเอง พอโตขึ้นเด็กเขาจะรู้เองแหละว่าควรกินมันอีกไหม“ คุณไม่รู้อะไร ก็อย่าพูดดีกว่า ” ดูท่าวันนี้บรรยายกาศไม่ดีเสียแล้วสิ พูดแค่นี้ ต้้องขึ้นเสียงใส่กันด้วยเหรอ ? เหอะ!“ ก็แค่อมยิ้มอันเดียวเองเนอะ เส้นดาย ” เธอหันไปพูดกับเด็กแทน“ หนูไม่กินแล้วค่ะ ของไม่มีประโยชน์ทั้งนั้นเลย คุณพ่อพาหนูไปเล
บทที่ 16 คืนนี้กินต้มแซ่บหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ชีวิตเธอไม่เคยเสียดายอะไรเท่านี้มาก่อน เมื่อสัปดาห์ก่อนเธอให้คุณสรุจมานอนด้วยก็จริง แต่เธอลืมไปว่าตัวเองเป็นประจำเดือน สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไร นอกจากแอบจุ๊บเขาในตอนที่เขาหลับเองช่วงนี้เธอมีบางอย่างที่ต้องทำในทุกวัน วันละหนึ่งชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมง นั่นก็คือหัดขับรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งมันก็คือความคิดของคุณสรุจเขาเขาอยากให้เธอขับรถมอเตอร์ไซค์เป็น แล้วคอยไปรับไปส่งยัยหนูเส้นดายทุกวัน เธอไม่เข้าใจเลยทั้งที่เธอก็ขับรถเก๋งเป็น ทำไมไม่ให้ขับวันต่อมา...ครืดด ครืดดเป็นเช้าที่แสนสดใสแน่นอน ถ้าไม่มีใครรบกวนเธอ นี่อะไร เล่นโทรมาตอนเช้าอีกแล้ว ถ้าไม่ใช่คุณสรุจจะเป็นใครไปอีกล่ะ ไม่รู้วันนี้จะใช้ให้เธอทำอะไรอีก คงไม่ใช่จะให้ไปส่งลูกของเขาที่โรงเรียนแล้วนะ เธอเพิ่งขับหัดขับมอเตอร์ไซค์เอง ยังขับไม่แข็งเลย มันยังส่ายไปมาอยู่เลยนะ(“ ฮาโหลลลล ”)(“ นี่แกยังไม่ตื่นเหรอ ฉันสอนแกว่าไงฮะ ไปอยู่บ้านคนอื่นตื่นให้เร็ว ๆ หน่อย จะได้ไม่ถูกต่อว่าหรือถูกนินทาลับหลังว่าไม่มีใครสั่งใครสอนอะ ”)(“ แม่เหรอ ”)(“ ก็ใช่นะสิ แหม่ ๆ ไปยังไม่ถึงเดือนเลย แกลืมแม่คนนี้แล้วเหรอ ”
บทที่ 15 ให้หนูกำจัดเธอทิ้งซะโรงพยาบาลเพียงเวลาไม่นาน รสาก็ตื่นขึ้นหลังจากที่หมอมาตรวจ เธอทำเอาเขาใจหายใจคว่ำไปหมด แต่มันกลับกลายว่าพีคไปกว่าที่ีิีิคิดเสียอีก“ อื้ม ~ ” รสาส่งเสียงเบา ๆ แล้วเปลือกตาค่อย ๆ เริ่มขยับ ก่อนจะกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับแสงให้คุ้นชิน แล้วหันมามองหน้าเขา“ ระ...รสา ยังไม่ตายใช่ไหมคะ ” สิ่งที่เธอถามหลังจากตื่นทำเอาเขาเผลอยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย“ อืม ”“ ละ...เลือดนั้นที่ออกมา เพราะรสาแท้งจริงเหรอคะ ” ใบหน้านวลเริ่มซีดเผือกเมื่อพูดถึงเหตุการณ์นั้น ดวงตาใสซื่อสั่นระริก“ ทำไมเธอคิดว่าตัวเองแท้งล่ะ ”“ ... ” หญิงสาวนิ่งไป“ ใครเป็นพ่อเด็กเหรอ ”“ ... ” ใบหน้านวลเศร้ามองมองสำรวจใบหน้าเขา“ ฉันกับเธอ เรายังไม่เคยมีอะไรกันเลยนะ เธอท้องกับใครเหรอ ”“ เออใช่ จริงด้วยแฮะ แล้วรสาจะท้้องได้ยังไง งั้น...อูย อ่อ ตอนเช้าที่หน่วงท้อง คงไม่ใช่เพราะประจำเดือนมาหรอกนะ ”“ ใช่ ประจำเดือนเธอมา ”สิ้นเสียงของสรุจ ใบหน้านวลร้อนผ่าวด้วยความอับอายในทันที ทำไมหัวสมองทึบแบบเธอถึงเพิ่งนึกขึ้นได้นะ ทำไมไม่นึกเอะใจตั้งแต่ทีแรก“ งั้นรสาก็ไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหมคะ อูย เจ็บจัง ” มือเล็กนำ
บทที่ 14 แn้ง09 : 57 น.รถยนต์ของสรุจก็ขับเข้ามาจอดที่โรงรถ เขาไม่ลืมหยิบข้าวกล่องที่สั่งทำกลับมาบ้าน เพราะวันนี้คนที่บ้านลาบ้าง ป่วยบ้าง คงไม่มีคนทำกับข้าวแน่ ๆหลังจากที่นำอาหารไปให้พ่อกับแม่ เขาก็ไม่ลืมที่จะเอาไปให้คู่หมั้น ที่ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง‘ ก๊อก ๆ ’“ ที่รักมาแล้วเหรอคะ หิ้วอะไรมาด้วยคะเนี่ย เข้ามาในห้องก่อนสิค่ะ ” คำว่าที่รักถึงยังไม่ชินแต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าไม่รู้สึก“ ฉันซื้อข้าวมาให้ รับไปสิ ”“ อุ้ยตาย เจ็บจัง อึก ทำไมเจ็บแบบนี้ ” ร่างบางทำหน้าเหยเกพร้อมเดินถอยหลังเข้าห้องไป มือเล็กนั้นกุมตรงอกซ้าย เขาจำเป็นต้องเข้าไปดู“ เจ็บอะไร ตรงไหน ไปหาหมอไหม ” เขาเข้าไปประชิดตัวเธอ“ งื้อ ~ เจ็บจริง ๆ คุณช่วยดูให้หน่อยได้ไหมคะ มันแดงหรือเปล่า อูย ทำไมเจ็บแบบนี้ ”“ ไหนขอฉันดูหน่อย ”“ เอามือคุณมาสิค่ะ ” เขานิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะยื่นมือไป หญิงสาวจับมือเขาไปวางตรงอกซ้ายที่เต้นตึกตักตึกตัก“ ได้ยินเสียงหัวใจรสาไหม ที่บอกว่ารักคุณ ” แค่นั้นแหละ เขาถึงกับดึงมือกลับมา ถูกหลอกจนได้“ เล่นอะไรของเธอเนี่ย ” เขาเริ่มถอยห่าง เธอก็เริ่มเดินเข้ามาใกล้“ ฮ่า ๆ หยอก ๆ เองค่ะ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิค
บทที่ 13 ภารกิจนี้‘ล้มเหลว’สรุจรีบเดินไปอุ้มลูกสาว พาไปยังห้องนอนด้วยหัวใจที่ยังว้าวุ่นเพราะโดนขโมยจุ๊บเป็นครั้งที่สองแล้ว ชายหนุ่มอึ้งกับคู่หมั้นสาวมาก ๆ ทำไมถึงกล้าทำและมักจะเริ่มก่อนเสมอ ทั้งที่เธอเป็นผู้หญิงควรสงวนท่าทีบ้าง ที่เขาไม่ตอบโต้ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนดีหรือหวงเนื้อหวงตัว แต่เขาให้เกียร
บทที่ 12 อย่าลืมตัวให้บ่อยนักสรุจยืนนิ่งมองลูกสาวคนเดียวที่เหมือนจะยิ่งเอาแต่ใจมากขึ้นเรื่อย ๆ“ เห็นไหมล่ะ มีแต่คนไม่ชอบรสา คุณดูสิขนาดลูกคุณเอง คุณยังปราบไม่ได้ นับประสาอะไรกับรสาล่ะ ”“ มันเกี่ยวอะไรกับที่ฉันให้เธอไปทำกับข้าวล่ะ ”“ มันไม่เกี่ยวกับตรงนั้น แต่รสาพูดให้คุณฟังไง ว่าตัวรสาเองอยู่บ้
บทที่ 10 ต้องสวยกี่เมตรหญิงสาวนิ่งฟังไม่ได้ต่อปากต่อคำ ซึ่งเธอกำลังเกรงใจอีกฝ่ายอยู่ แต่ถ้าเป็นแม่ของเธอเองป่านนี้เธอคงขาดใจ เถียงคำไม่ตกฟากไปเสียแล้ว“ แม่ครับ ค่อยเป็นค่อยไปสิครับ อีกอย่างเธออายุเพียงยี่สิบสองเองนะครับ ให้เธอค่อย ๆ เรียนรู้ไปก่อนก็ได้ ”“ อายุน้อยไม่ใช่ปัญหาหรอก ดูแม่เป็นตัวอย่า
บทที่ 9 ไม่ปลื้มพอท้องฟ้าเริ่มสว่าง พ่อตัวดีก็ปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมาอาบน้ำอาบท่าในทันทีไม่เข้าใจเลย ถ้าจะสายสักนิดมันจะเป็นไรไป ก็แค่กลับบ้านเอง ไม่เห็นต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ปะ@บ้านตระกูลธนัชวรากานต์บ้านของเขาก็ใหญ่โตตามที่คิดไว้นะ แต่ดู ๆ ไประแวกนี้ก็คงมีแค่บ้านเขานี่แหละที่ดูจะใหญ่กว่าหลังอื่น มี







