LOGINเสียงไซเรนฉุกเฉินถูกเปิดไปตลอดทางเพื่อให้รถที่สัญจรอยู่บนท้องถนนหลบทางให้ ซึ่งทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จนสิบนาทีต่อมาเจ้าหน้าที่ได้พารถมาจอดบริเวณจุดรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนร่างบอบบางที่เต็มไปด้วยเลือดจะถูกบุรุษพยาบาลเข็นเข้าห้องฉุกเฉินพัลวัน
“กิ่ง!! ถึงโรงพยาบาลแล้วนะ อดทนนิดนะคนดี” นนทภัทรรีบวิ่งตามบุรุษพยาบาลทันได้กุมมือบางอย่างให้กำลังใจ แล้วปล่อยให้แพทย์และพยาบาลทำการรักษา โดยไม่ต้องให้ใครเอ่ยบอก ตัวเขาเองก็อยากให้หญิงสาวได้รักษาอย่างทันท่วงทีเช่นกัน
หนึ่งชั่วโมงที่เขารออยู่หน้าห้องด้วยใจจดจ่อ พยายามมีสติให้มากที่สุด แม้จะเหลืออยู่เพียงน้อยนิด หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยเลือดของภรรยาสาวก็ไม่มีกะจิตกะใจจะลุกไปเปลี่ยนและยังคอยยกมือไหว้ภาวนาให้คุณพระคุณเจ้าคุมครองคนรักอยู่ตลอดเวลา
“อย่าเป็นอะไรนะกิ่ง” พึมพำกับตัวเองในใจ
กระทั่งเวลาผ่านไปอีกครั้ง ครอบครัวเกรียงไกรและครอบครัวรุ่งโรจน์ทราบข่าวจากเขาระหว่างนั่งรถมาพร้อมร่างบางว่าหญิงสาวถูกรถชนอาการสาหัสก็รีบเดินทางมาอย่างเร็ว คุณขวัญหทัยทันทีที่รู้ข่าวก็เป็นลมล้มพับไปแล้วหลายหน เมื่อฟื้นขึ้นมาก็ขอตามมาด้วยใบหน้าซีดเซียว
“นนท์ น้องเป็นยังไงบ้าง” มารดาคนรักถาม แม้เดินยังไม่ถึงตัวลูกเขย ข้างกันก็มีคุณภาวิดาคอยประคองเพื่อนรักไม่ห่าง โดยมีคุณกรรชัยและคุณนันทวัฒน์ตามหลังมาด้วยความรีบร้อนไม่ต่างกัน
“น้องเข้าไปในนั้นสองชั่วโมงแล้ว ยังไม่มีใครออกมาเลยครับ” ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาบัดนี้เต็มไปด้วยเหงื่อและคราบน้ำตาไม่สนใจจะเช็ดหรือไปล้างหน้าให้สดชื่นสักนิด
“น้องกิ่งลูกแม่ ฮือ ๆ” ได้ฟังเช่นนั้นแล้วขาของนางแทบทรุด ใจจะขาดอยู่รอน ๆ ด้วยความเป็นห่วงบุตรสาว
“ขวัญไปนั่งก่อนเถอะ เกิดเป็นลมอีกจะแย่ได้นะ” คุณภาวิดาว่าอย่างเป็นห่วง ก่อนประคองกันไปนั่งเก้าอี้สีฟ้าหน้าห้องฉุกเฉินข้างนนทภัทรที่มีไว้ให้ญาตินั่งรอ
“ฉันเป็นห่วงลูกจังดา ไม่รู้ว่ายัยหนูจะเจ็บมากแค่ไหน” พูดไปน้ำตาของคนเป็นแม่ก็ไหลไปด้วยสงสารลูกจับใจ
“ไม่ต้องห่วงหรอกนะ หนูกิ่งถึงมือหมอแล้ว ยังไงก็ต้องปลอดภัย ตอนนี้เธอต้องใจเย็น ตั้งสติก่อนนะ” ได้แค่ปลอบใจให้เพื่อนคลายทุกข์ แม้ตัวเองก็ทุกข์ไม่แพ้กัน
นางมั่นใจว่าโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังอันดับหนึ่งของสระบุรีที่มีอุปกรณ์ครบครัน ทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องการรักษาจนดังไปไกลถึงจังหวัดต่าง ๆ เนื่องจากมีคนต่างจังหวัดมารักษาไกลถึงที่นี่ จะช่วยรักษาให้กรรณิกาปลอดภัยอย่างแน่นอน...
เข้าสู่ชั่วโมงที่ห้า แพทย์มือหนึ่งที่ทำการรักษากรรณิกายังไม่มีทีท่าว่าออกมารายงานอาการความเป็นไปของหญิงสาวให้ฟัง เป็นผลให้ตอนนี้ทุกคนกระวนกระวายใจเทียวผุดลุกผุดนั่งกันเป็นว่าเล่น เมื่อชั่วโมงก่อนกานตพงศ์ลากร่างสูงใหญ่ของเพื่อนให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เขาขับรถกลับไปเก็บจากที่บ้านมาให้ได้สำเร็จ จนตอนนี้นนทภัทรดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง ส่วนคุณขวัญหทัยก็หลับคอพับคออ่อนซบบนไหล่ของสามีไปทั้งน้ำตาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว
“เมื่อไหร่หมอจะออกมาสักที” มารดาของนนทภัทรกุมมือเดินไปเดินมาอย่างหนูติดจั่น คอยมานานแล้วหมอหรือพยาบาลก็ไม่ออกมาแจ้งข่าวกันเลย
“เอาน่าคุณ เดี๋ยวหมอก็มา” บอกภรรยาอย่างกลัดกลุ้ม ด้วยเป็นห่วงลูกสะใภ้ที่อยู่ข้างในห้องนั้นไม่แพ้กัน
“แต่มันนานแล้วนะคะ”
ประมุขบ้านเกรียงไกรบีบไหล่ภรรยาเบา ๆ พยักพเยิดคู่ชีวิตให้มองไปทางลูกชาย ที่กานตพงศ์คะยั้นคะยอให้กินอะไรรองท้อง นางถึงกลับพูดไม่ออก ก่อนจะลุกไปหา
“นนท์กินอะไรหน่อยไหมวะ” กานตพงศ์ยื่นขนมปังและนมให้น้องเขย เขาเพิ่งมาถึงเมื่อชั่วโมงก่อน ตอนแรกจะมาทันทีที่ทราบข่าวกลับมีเอกสารด่วนเข้ามาเลยต้องอยู่อนุมัติ
“ไม่ว่ะ” ถึงจะให้อะไรตอนนี้เขาก็กินไม่ลงหรอก ถ้ายังไม่รู้ว่าภรรยาปลอดภัย
คุณภาวิดาที่จะเข้าไปคุยบุตรชายตัดสินใจไม่ได้เข้าไป เพราะนางก็ไม่อยากเห็นน้ำตาของลูกเหมือนกัน ลูกเจ็บคนแม่เจ็บมากกว่าลูกเป็นร้อยเท่าพันเท่า
“แต่...” ไม่ทันที่กานตพงศ์จะได้แย้งอะไร แพทย์ที่ทำการรักษาเดินออกมาด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน เป็นผลให้นนทภัทรถลาเข้าไปจับแขนคุณหมอเขย่า รวมทั้งทุกคนก็ลุ้นไปด้วยหัวใจฟูฟ่อง
“คุณหมอ!! ภรรยาผม...ภรรยาผม” ระล่ำระลักถามอย่างไม่ค่อยมีสติและประโยคไม่ค่อยจะต่อกัน ทำให้กานตพงศ์เข้าไปลากเพื่อนออกมาสงบสติอารมณ์
“นนท์ นนท์ ใจเย็น ๆ ตั้งสติก่อน”
“เอ่อ ไม่ทราบว่าลูกสะใภ้ของดิฉันเป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ” คุณภาวิดาถามอย่างลุ้นไปประโยคที่หมอจะเอ่ย เมื่อเห็นลูกชายใจเย็นลง
ในขณะที่ทุกคนรอฟังคำตอบจากแพทย์มือหนึ่งด้านศัลยกรรมด้วยใจจดใจจ่อ โดยไม่มีใครสังเกตเห็นว่าคนที่ทุกคนคิดว่านอนหลับอยู่จะคอยฟังด้วยหัวใจเต้นระรัวไม่แพ้ใคร
“คือ...ศีรษะคนไข้เหมือนจะไปกระแทกกับอะไรสักอย่างที่เป็นของแข็ง อาจทำให้คนไข้เป็นเจ้าหญิงนิทราหรือความทรงจำบางส่วนหายไป แต่หมอยังตอบได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ คงต้องรอให้คนป่วยฟื้นก่อนถึงจะตรวจอย่างละเอียดได้อีกครั้งและคุณกรรณิกาต้องอยู่ในห้องไอซียู เพื่อดูอาการสักสองสามวันก่อนนะครับ”
“คุณภา คุณภา” เมื่อฟังนายแพทย์พูดจบคุณภาวิดาก็เป็นลมทันที ดีที่คุณนันทวัฒน์รับร่างภรรยาไว้ทัน
“ไม่จริ๊ง! ยัยกิ่งลูกแม่ ฮือ ๆ” และพยาบาลก็วิ่งวุ่นไปตาม ๆ กัน เมื่อญาติคนไข้เป็นลมพร้อมกันถึงสองคน
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวก่อนนะครับ” หลังช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก็ขอตัวออกมาเพื่อจะได้ไปดูแลคนไข้รายต่อไป
“ขอบคุณมากนะครับ”
นั่งอยู่สวนหย่อมนานกว่าครึ่งชั่วโมงไม่มีทีท่าว่าทั้งเขาและเพื่อนจะเอ่ยปากพูดคุยกัน เพราะต่างฝ่ายต่างมีเรื่องให้ขบคิด เลยตัดสินใจชวนกันขึ้นตึก รีบเร่งฝีเท้าเมื่อเห็นว่าพยาบาลยืนคุยกับคุณกรรชัยหน้าห้องฉุกเฉินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเข้าไปร่วมวงสนทนาจนได้ความว่าคุณขวัญหทัยต้องนอนดูอาการสักคืนสองคืน เพราะแพทย์สั่งให้น้ำเกลือถุงใหญ่ เนื่องจากร่างกายอ่อนแอและเครียดเกินไป เกรงว่าจะวูบกลางอากาศ“อาการของคุณขวัญหทัยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะคะ แค่ร่างกายอ่อนแอเพียงเท่านั้น เลยต้องให้น้ำเกลือและดูอาการสักสองคืนนะคะ หากไม่มีอาการอะไรแล้ว หมอจะให้กลับบ้านได้ค่ะ” พยาบาลสาวใหญ่รายงานอาการผู้ป่วยให้ญาติฟัง“ขอบคุณครับ”“ด้วยความยินดีค่ะ” ก่อนคุณหมอสาวสวยจะเดินกลับเข้าห้องฉุกเฉินประมาณสิบนาทีบุรุษพยาบาลเข็นเตียงคนไข้หญิงวัยกลางคนออกมาจากห้องดูอาการเพื่อไปยังห้องพักผู้ป่วยที่กานตพงศ์ไปติดต่อไว้ พร้อมทั้งคุณภาวิดาที่ฟื้นแล้วก็นั่งวิลแชร์ตามไปด้วยเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยได้สักพัก ชายหนุ่มบังคับให้มารดากินน้ำหวานที่พยาบาลนำเข้ามาให้
“แกโอเคนะ” กานตพงศ์ถามหลังพานนทภัทรมานั่งพักผ่อนในสวนหย่อมของโรงพยาบาลฟังเสียงของจิ้งหรีดเรไรที่ส่งเสียงขับร้องเพลงในยามค่ำคืนอย่างไพเราะเสนาะหูสำหรับคนที่ต้องการความสงบแต่ไม่ใช่เขาหรือนนทภัทร“อืม” ตอบรับสั้น ๆ แต่ได้ใจความ“ไปหาอะไรร้อน ๆ กินกันไหม” ชายหนุ่มยังคงถามต่อ เพราะไม่อยากให้เพื่อนเครียดเกินไปพอซื้อกาแฟร้อนคนละแก้วทั้งสองก็กลับมานั่งที่เดิม ต่างคนต่างไม่พูดอะไรออกมา เมื่อในภวังค์มีเรื่องให้คิดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร่างบางที่นอนอยู่ในห้องไอซียูและคุณขวัญหทัยที่ตอนนี้เป็นลมยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลยครืด! ครืด! ครืด!เสียงสั่นจากมือถือเครื่องบางของนนทภัทรสั่นเตือน เป็นผลให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ความคิดกลับสู่โลกปัจจุบัน เพื่อรับสายของคนที่โทรเข้ามา“ว่าไงนลิน” น้ำเสียงนุ่มทุ้มของชายหนุ่มกรอกเสียงลงไป เมื่อรับสายของน้องสาวที่คงจะทราบเรื่องแล้วจากแม่บ้าน(พี่กิ่งเป็นยังไงบ้างคะ) ปลายสายถามด้วยความเป็นห่วง ที่ตอนนี้ทุกคนภายในบ้านมานั่งฟังข่าวอยู่กับเธอด้วยความเป็นห่วงไม่แพ้กัน
เสียงไซเรนฉุกเฉินถูกเปิดไปตลอดทางเพื่อให้รถที่สัญจรอยู่บนท้องถนนหลบทางให้ ซึ่งทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จนสิบนาทีต่อมาเจ้าหน้าที่ได้พารถมาจอดบริเวณจุดรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนร่างบอบบางที่เต็มไปด้วยเลือดจะถูกบุรุษพยาบาลเข็นเข้าห้องฉุกเฉินพัลวัน“กิ่ง!! ถึงโรงพยาบาลแล้วนะ อดทนนิดนะคนดี” นนทภัทรรีบวิ่งตามบุรุษพยาบาลทันได้กุมมือบางอย่างให้กำลังใจ แล้วปล่อยให้แพทย์และพยาบาลทำการรักษา โดยไม่ต้องให้ใครเอ่ยบอก ตัวเขาเองก็อยากให้หญิงสาวได้รักษาอย่างทันท่วงทีเช่นกันหนึ่งชั่วโมงที่เขารออยู่หน้าห้องด้วยใจจดจ่อ พยายามมีสติให้มากที่สุด แม้จะเหลืออยู่เพียงน้อยนิด หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยเลือดของภรรยาสาวก็ไม่มีกะจิตกะใจจะลุกไปเปลี่ยนและยังคอยยกมือไหว้ภาวนาให้คุณพระคุณเจ้าคุมครองคนรักอยู่ตลอดเวลา“อย่าเป็นอะไรนะกิ่ง” พึมพำกับตัวเองในใจกระทั่งเวลาผ่านไปอีกครั้ง ครอบครัวเกรียงไกรและครอบครัวรุ่งโรจน์ทราบข่าวจากเขาระหว่างนั่งรถมาพร้อมร่างบางว่าหญิงสาวถูกรถชนอาการสาหัสก็รีบเดินทางมาอย่างเร็ว คุณขวัญหทัยทันทีที่รู้ข่าวก
ร้านที่ว่าเป็นร้านไอศกรีมโบราณที่มีให้เลือกหลายรสหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ถ้วย แก้ว และขนมปัง ราคาก็ไม่แพง เหมาะกับวัยนักเรียนไปจนถึงชรา ซึ่งเมื่อก่อนตอนเธอเรียนอาชีวะกับชณิดาภามักมากินเป็นประจำ คงมีแต่พราวนภาที่เลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเพื่อนคนนี้มีความฝันอยากเป็นดีไซน์เนอร์“รับแบบไหนดีคะ” เจ้าของร้านเดินมารับรายการด้วยตัวเอง เมื่อทั้งคู่นั่งเก้าอี้ที่ทางร้านจัดไว้ให้“โกโก้แก้วใหญ่สองค่ะ” สั่งอย่างรู้ใจทั้งตัวเองและสามี“รอสักครู่นะคะ”กินไอศกรีมโบราณร้านนี้เสร็จ นนทภัทรก็ขับรถมาจอดในที่จอดรถที่ทางตลาดผักจัดไว้ให้ ก่อนเดินตามหลังภรรยาเพื่อช่วยถือของที่ซื้อไม่ว่าจะเป็นผัก ของแห้งอีกสองสามอย่าง“พี่นนท์เย็นนี้เราทำแกงเลียงดีไหมคะ” หญิงสาวหันมาถามคนช่วยถือที่เดินตามหลัง“ก็ดีนะ พี่ไม่ได้กินนานแล้ว” พอถูกกระตุ้นความอยากขึ้นมาอย่างนี้ทำให้คิดได้ว่าไม่ได้กินนานแล้ว“งั้นเราไปซื้อกุ้งและส่วนผสมอื่น ๆ กัน”ตกลงกันได้ ก็เดินตรงไปยังร้านที่ถูกพูดถึง ร้านนี
ตั้งแต่กรรณิกามาเปิดร้านจนตอนนี้เธอก็ยังไม่ได้ว่างมือเลย คงเป็นเพราะวันนี้วันเสาร์ลูกค้าเลยเยอะกว่าปกติ ซึ่งมีทั้งลูกค้าขาจรและลูกค้าขาประจำ แถมยังจะมีลูกค้าเข้ามารับขนมที่สั่งไว้ประมาณห้าถึงหกราย“สวัสดีค่ะน้องกิ่ง ลูกค้ายังแน่นร้านเหมือนเดิมเลยนะคะ” เสียงลูกค้าคนสุดท้ายและเป็นลูกค้าเจ้าประจำเอ่ยทักทาย พลางสอดส่องสายตาไปทั่วร้านเมื่อเห็นคนนั่งเต็มจนไม่มีที่ว่าง“สวัสดีค่ะ” ยกมือไหว้อย่างให้ความเคารพเพราะคนที่ยืนอยู่ต่อหน้ามีอายุมากกว่าห้าถึงหกปี “นี่ค่ะ ขนมที่สั่งไว้”“ขอบใจมากนะจ๊ะ”“ค่ะ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ”“พี่กิ่งคะแป้งที่จะใช้ทำขนมเปี๊ยะหมดค่ะ” ลูกค้าเดินออกร้านไป กายถึงเดินออกมาบอกอย่างรู้มารยาท“เหรอ พอจะทำสักส่วนหรือเปล่าล่ะ”“น่าจะพอค่ะ”“งั้นทำเท่าที่พอก่อนนะ พรุ่งนี้เช้าพี่จะเข้าไปซื้อในเมืองให้”“ค่ะ”“วันนี้พี่ไม่ได้ช่วยปิดร้านนะ”“ไม่เป็นไรค่ะ” สั่ง
พอดีช่วงบ่ายไม่มีเรียน กลุ่มเธอเลยไปหาข้อมูลที่ห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัย เนื่องจากว่าชั้นปีสี่ใกล้จะฝึกงานแล้วเลยไม่มีอะไรมาก แค่ทำโพรเจกต์ให้ทันเวลาที่กำหนดส่งก็พอ เมื่อได้หนังสือตามต้องการแล้วตกลงทำรายการยืมหนังสือคนละเล่มสองคน“นลินกลับยังไง เมื่อเช้ามายังไงเหรอ” ณัฐพลที่อาสาถือหนังสือปึกใหญ่มาให้ ถามระหว่างเดินไปตึกคณะ โดยมีสลิลทิพย์และชมพูนุทเดินตามหลังมาห่าง ๆ“เราขับรถของพี่ชายมา”“แล้วจอดรถไว้ไหน”“ใต้ตึกคณะ” พูดจบก็มาถึงรถเก๋งสีน้ำตาลคันงามของพี่ชาย ก่อนที่ร่างสูงจะวางหนังสือตามมือที่คนตัวเล็กชี้“ดูนัดจะสนใจเธอเป็นพิเศษนะนลิน” ชมพูนุทพูดขึ้น เมื่อนันท์นลินขับออกมาได้สักพัก“ห๊ะ! ทำไมถึงคิดอย่างนั้น” คนถูกตั้งข้อสังเกตถามกลับ“ไม่รู้สิ เดาเอา” ตอบหน้าตายที่สุดในความรู้สึกของคนมอง “ระวังไว้แล้วกัน จะโดนจีบไม่ทันตั้งตัว”“อาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้มั้ง”ระหว่างนั้นรถก็ชะลอลงหน้าบ้านของชมพูนุทที่ทำเป็นห้องพัก





![พอหย่าจากคนเลว ผู้ชายทุกคนก็อยากได้ฉัน แม้แต่ผัวเลว [nc 35+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

