เข้าสู่ระบบนั่งอยู่สวนหย่อมนานกว่าครึ่งชั่วโมงไม่มีทีท่าว่าทั้งเขาและเพื่อนจะเอ่ยปากพูดคุยกัน เพราะต่างฝ่ายต่างมีเรื่องให้ขบคิด เลยตัดสินใจชวนกันขึ้นตึก รีบเร่งฝีเท้าเมื่อเห็นว่าพยาบาลยืนคุยกับคุณกรรชัยหน้าห้องฉุกเฉินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเข้าไปร่วมวงสนทนาจนได้ความว่าคุณขวัญหทัยต้องนอนดูอาการสักคืนสองคืน เพราะแพทย์สั่งให้น้ำเกลือถุงใหญ่ เนื่องจากร่างกายอ่อนแอและเครียดเกินไป เกรงว่าจะวูบกลางอากาศ
“อาการของคุณขวัญหทัยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะคะ แค่ร่างกายอ่อนแอเพียงเท่านั้น เลยต้องให้น้ำเกลือและดูอาการสักสองคืนนะคะ หากไม่มีอาการอะไรแล้ว หมอจะให้กลับบ้านได้ค่ะ” พยาบาลสาวใหญ่รายงานอาการผู้ป่วยให้ญาติฟัง
“ขอบคุณครับ”
“ด้วยความยินดีค่ะ” ก่อนคุณหมอสาวสวยจะเดินกลับเข้าห้องฉุกเฉิน
ประมาณสิบนาทีบุรุษพยาบาลเข็นเตียงคนไข้หญิงวัยกลางคนออกมาจากห้องดูอาการเพื่อไปยังห้องพักผู้ป่วยที่กานตพงศ์ไปติดต่อไว้ พร้อมทั้งคุณภาวิดาที่ฟื้นแล้วก็นั่งวิลแชร์ตามไปด้วย
เข้ามาในห้องพักผู้ป่วยได้สักพัก ชายหนุ่มบังคับให้มารดากินน้ำหวานที่พยาบาลนำเข้ามาให้พร้อมกับแซนด์วิชที่เขาซื้อมาให้บิดาทั้งสองกินก็แบ่งมาให้มารดาด้วย
“อิ่มแล้วลูก” เอ่ยบอกลูกตอนชายหนุ่มจะป้อนอีกคำ
ก่อนหันมาสนใจเพื่อนที่นอนหลับอยู่บนเตียงที่มีเข็มปักอยู่บนหลังมือเหี่ยวย่นนั้น โดยที่ทุกคนนั่งอยู่บนโซฟาไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุย จนดึกดื่นค่อนคืน ไม่มีใครที่จะเข้าห้องพักเพื่อนอนพักเอาแรง คุณนันทวัฒน์ทนไม่ไหวต้องไปพยุงร่างของคู่ชีวิตให้ไปนอนในห้องรับรองของทางโรงพยาบาลที่จัดไว้ให้ญาติ ส่วนคุณกรรชัยที่นั่งเงียบอยู่หลายชั่วโมงก็ลุกขึ้นมานั่งเก้าอี้ข้างเตียงของภรรยา แล้วหันมาบอกกับกานตพงศ์ให้พาลูกเขยไปหาที่พัก เพราะนี่ก็ใกล้จะวันใหม่เข้าไปแล้ว
“กานต์” เรียกชื่อบุตรชายเสียงเบา
“ครับพ่อ”
“พากันไปนอนพักเอาแรงสักหน่อยไป”
“แล้วคุณพ่อล่ะครับ” ถามอย่างรู้ว่าบิดาเขาจะอยู่เฝ้าแม่แน่ ๆ
“พ่อจะนอนเฝ้าแม่เอง”
นั่นไง ผิดไปจากที่คิดเสียเมื่อไร
“ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวเลยนะครับ พรุ่งนี้เลิกงานผมจะมาใหม่” บอกอย่างรู้ดีว่าพรุ่งนี้เขาจะได้เข้ามาในช่วงเย็นจริง ๆ
“เอาอย่างนั้นเลยหรือ” หันมาถามด้วยคำเสียงห่วงใย พอเห็นลูกคนโตพยักหน้ารับก็ไม่ลืมที่จะให้พร “โชคดีลูก ขับรถขับราก็ระวัง ๆ กันด้วยนะ”
สองหนุ่มรับคำเบา ๆ แล้วพากันเดินออกจากห้องไปหาห้องพักนอน ซึ่งไม่ห่างจากโรงพยาบาลมากนัก เพื่อที่พรุ่งนี้เช้าน้องเขยจะได้เดินทางสะดวก ทั้งนนทภัทรและกานตพงศ์เลือกที่เปิดห้องเดี่ยวเตียงคู่ ก่อนร่างสูงจะเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่มีอยู่ในรถของตัวเองบ้าง
และกว่าสองหนุ่มจะหลับได้ก็เกือบตีสองตีสามเข้าไปแล้ว เพราะต่างคนต่างมีเรื่องให้คิดมากมาย
คนหนึ่งคิดเรื่องภรรยา
ส่วนอีกคน…ก็เอาแต่คิดเรื่อง…ที่เขาพบเจอมาโดยบังเอิญ
“ฉันไปก่อนนะ” กานตพงศ์บอกเพื่อนเมื่อเดินออกจากประตูโรงแรมที่เขาและนนทภัทรมาพักเมื่อคืนในเวลาเกือบเจ็ดโมงเช้า
“ฝากงานที่รีสอร์ตด้วยนะ”
คุยกันเข้าใจเป็นที่เรียบร้อย นนทภัทรก็แยกไปอีกทางเพื่อขับรถของกานตพงศ์ที่จอดอยู่ลานจอดรถของโรงแรมไปโรงพยาบาล ส่วนรถของตัวเองก็ให้เพื่อนขับกลับไปแทน เนื่องจากกลัวว่าเนยที่ซื้อไว้เมื่อวานจะละลายหมดเสียก่อน แถมมีกุ้งอีก ดีที่เมื่อวานตอนเอาของไปเก็บ เขาเอากุ้งแช่ในกล่องโฟมที่กรรณิกาเตรียมมาใส่เนยด้วย
สิบหน้านาทีต่อมา ชายหนุ่มขับรถมาจอดในซองของทางโรงพยาบาล กดล็อกประตูรถเสร็จก็ก้าวขาเดินไปที่ห้องไอซียูทันที
“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ากรรณิกา เกรียงไกร ที่แอดมิตเมื่อวานเป็นยังไงบ้างครับ”
“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะคะ คนไข้มีการตอบสนองกับยาปฏิชีวนะที่คุณหมอฉีดเข้าสายน้ำเกลือได้เป็นอย่างดี ถ้าไม่มีอะไรแทรกซ้อน คาดว่าสองวันต่อจากนี้หมออาจให้ไปพักฟื้นที่ห้องพักผู้ป่วยได้ค่ะ” พยาบาลวัยกลางคนที่นั่งประจำหน้าเคาน์เตอร์ตอบอย่างฉะฉาน เนื่องจากเธอต้องไปตรวจดูอาการและคอยวัดไข้ให้ผู้ป่วยสาวคนนี้
“ขอบคุณครับ”
“ด้วยความยินดีค่ะ”
ร่างสูงเดินออกมาด้วยหัวใจชุ่มฉ่ำ เมื่อรู้ว่าร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงในห้องไอซียูตอบสนองกับยาได้เป็นอย่างดี แล้วเดินไปห้องพักของแม่ยายที่อยู่อีกตึกหนึ่งทางด้านหลัง ซึ่งทุกตึกของที่นี่เชื่อมต่อกันเลยยากไปสักหน่อยสำหรับเขาที่ไม่ค่อยได้มาโรงพยาบาล
“มาแล้วเหรอ” คุณภาวิดาเอ่ยถาม เมื่อเปิดประตูห้องพักญาติเพื่อมาดูเพื่อนที่นอนอยู่บนเตียงแล้วเจอลูกชายที่เดินขึ้นบันไดขั้นสุดท้ายพอดี
“ครับ”
“ไปดูน้องมาหรือยังลูก” ชายหนุ่มช่วยพยุงมารดาไปนั่งโซฟา ซึ่งเป็นที่นอนของคุณกรรชัยเมื่อคืน แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าไปที่ไหนกัน รวมทั้งสามีของนางด้วย
“ดูมาแล้วครับ หมอบอกว่าอาการน้องดีขึ้นและตอบสนองกับยาที่คุณหมอให้เมื่อคืน”
“ก็คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วเนอะ” พอได้ยินลูกพูดก็ทำให้นางสบายใจไปได้เปราะหนึ่ง
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูห้องดังติดกันก่อนครั้ง ก่อนที่จะถูกเปิดเข้ามาเป็นคุณกรรชัยนั่นเองที่ถือถุงที่ใส่ของกินจำพวกขนมปังและนมมาพร้อมกับคุณนันทวัฒน์ที่ตามหลังมาเช่นกัน
“นึกว่าไปไหนกัน ที่แท้ไปซื้อเสบียงมาตุนไว้นี่เอง”
“อืม” ยังไม่มีใครจะเอื้อนเอ่ยอะไร ก็ได้ยินเสียงครางเบา ๆ จากบนเตียง เรียกความสนใจจากทุกคนเป็นอย่างดี แล้วต่างพากันถลาเข้ามาเกาะขอบเตียง
“ขวัญ” ประมุขบ้านรุ่งโรจน์ที่เร็วกว่ารีบเข้าไปกุมมือคู่ทุกข์คู่ยาก
“เป็นยังไงบ้าง ตามหมอไหม...ใช่ ๆ นนท์กดปุ่มเรียกหมอที” ท่านละล่ำละลักลักถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
“ครับพ่อ” มือหนาที่กำลังจะเอือมไปกดปุ่มเรียกพยาบาล เสียงแม่ยายก็ร้องหาลูกสาว ทำให้ทุกคนชะงักไปตาม ๆ กัน
“กิ่ง...ยัยกิ่ง” คนป่วยที่ฟื้นขึ้นมาถามด้วยเสียงแหบแห้ง
“เอ่อ...ดื่มน้ำก่อนนะ” เสียงเพื่อนสนิทเรียกสติและอาการตกใจของทุกคน เนื่องด้วยไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนั้นยังไงดี
“ขอบใจนะ” ปล่อยหลอดเมื่อดื่มจนหมดแก้ว “ยัยกิ่งเป็นยังไง”
ถามย้ำอีกครั้งเมื่อไม่ได้คำตอบ ส่งผลให้ทุกคนอ้ำอึ้งกันไปตาม ๆ กัน
“คือ...ก่อนผมจะเข้ามาที่นี่ ผมได้ไปถามอาการน้องจากพยาบาลมา เขาบอกว่าน้องอาการดีขึ้นมากแล้วครับแม่” เป็นนนทภัทรเองที่เป็นคนตอบคำถามของแม่ยาย
“ดีขึ้นจริงนะ อย่าหลอกให้แม่ดีใจเล่นล่ะ”
“จริงสิครับ ผมจะโกหกแม่ขวัญทำไม” ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างลอบสบตากัน พลางถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เฮ้อ ค่อยโล่งอกหน่อย” คนป่วยถอนหายใจ
นั่งอยู่สวนหย่อมนานกว่าครึ่งชั่วโมงไม่มีทีท่าว่าทั้งเขาและเพื่อนจะเอ่ยปากพูดคุยกัน เพราะต่างฝ่ายต่างมีเรื่องให้ขบคิด เลยตัดสินใจชวนกันขึ้นตึก รีบเร่งฝีเท้าเมื่อเห็นว่าพยาบาลยืนคุยกับคุณกรรชัยหน้าห้องฉุกเฉินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเข้าไปร่วมวงสนทนาจนได้ความว่าคุณขวัญหทัยต้องนอนดูอาการสักคืนสองคืน เพราะแพทย์สั่งให้น้ำเกลือถุงใหญ่ เนื่องจากร่างกายอ่อนแอและเครียดเกินไป เกรงว่าจะวูบกลางอากาศ“อาการของคุณขวัญหทัยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะคะ แค่ร่างกายอ่อนแอเพียงเท่านั้น เลยต้องให้น้ำเกลือและดูอาการสักสองคืนนะคะ หากไม่มีอาการอะไรแล้ว หมอจะให้กลับบ้านได้ค่ะ” พยาบาลสาวใหญ่รายงานอาการผู้ป่วยให้ญาติฟัง“ขอบคุณครับ”“ด้วยความยินดีค่ะ” ก่อนคุณหมอสาวสวยจะเดินกลับเข้าห้องฉุกเฉินประมาณสิบนาทีบุรุษพยาบาลเข็นเตียงคนไข้หญิงวัยกลางคนออกมาจากห้องดูอาการเพื่อไปยังห้องพักผู้ป่วยที่กานตพงศ์ไปติดต่อไว้ พร้อมทั้งคุณภาวิดาที่ฟื้นแล้วก็นั่งวิลแชร์ตามไปด้วยเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยได้สักพัก ชายหนุ่มบังคับให้มารดากินน้ำหวานที่พยาบาลนำเข้ามาให้
“แกโอเคนะ” กานตพงศ์ถามหลังพานนทภัทรมานั่งพักผ่อนในสวนหย่อมของโรงพยาบาลฟังเสียงของจิ้งหรีดเรไรที่ส่งเสียงขับร้องเพลงในยามค่ำคืนอย่างไพเราะเสนาะหูสำหรับคนที่ต้องการความสงบแต่ไม่ใช่เขาหรือนนทภัทร“อืม” ตอบรับสั้น ๆ แต่ได้ใจความ“ไปหาอะไรร้อน ๆ กินกันไหม” ชายหนุ่มยังคงถามต่อ เพราะไม่อยากให้เพื่อนเครียดเกินไปพอซื้อกาแฟร้อนคนละแก้วทั้งสองก็กลับมานั่งที่เดิม ต่างคนต่างไม่พูดอะไรออกมา เมื่อในภวังค์มีเรื่องให้คิดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร่างบางที่นอนอยู่ในห้องไอซียูและคุณขวัญหทัยที่ตอนนี้เป็นลมยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลยครืด! ครืด! ครืด!เสียงสั่นจากมือถือเครื่องบางของนนทภัทรสั่นเตือน เป็นผลให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ความคิดกลับสู่โลกปัจจุบัน เพื่อรับสายของคนที่โทรเข้ามา“ว่าไงนลิน” น้ำเสียงนุ่มทุ้มของชายหนุ่มกรอกเสียงลงไป เมื่อรับสายของน้องสาวที่คงจะทราบเรื่องแล้วจากแม่บ้าน(พี่กิ่งเป็นยังไงบ้างคะ) ปลายสายถามด้วยความเป็นห่วง ที่ตอนนี้ทุกคนภายในบ้านมานั่งฟังข่าวอยู่กับเธอด้วยความเป็นห่วงไม่แพ้กัน
เสียงไซเรนฉุกเฉินถูกเปิดไปตลอดทางเพื่อให้รถที่สัญจรอยู่บนท้องถนนหลบทางให้ ซึ่งทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จนสิบนาทีต่อมาเจ้าหน้าที่ได้พารถมาจอดบริเวณจุดรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนร่างบอบบางที่เต็มไปด้วยเลือดจะถูกบุรุษพยาบาลเข็นเข้าห้องฉุกเฉินพัลวัน“กิ่ง!! ถึงโรงพยาบาลแล้วนะ อดทนนิดนะคนดี” นนทภัทรรีบวิ่งตามบุรุษพยาบาลทันได้กุมมือบางอย่างให้กำลังใจ แล้วปล่อยให้แพทย์และพยาบาลทำการรักษา โดยไม่ต้องให้ใครเอ่ยบอก ตัวเขาเองก็อยากให้หญิงสาวได้รักษาอย่างทันท่วงทีเช่นกันหนึ่งชั่วโมงที่เขารออยู่หน้าห้องด้วยใจจดจ่อ พยายามมีสติให้มากที่สุด แม้จะเหลืออยู่เพียงน้อยนิด หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยเลือดของภรรยาสาวก็ไม่มีกะจิตกะใจจะลุกไปเปลี่ยนและยังคอยยกมือไหว้ภาวนาให้คุณพระคุณเจ้าคุมครองคนรักอยู่ตลอดเวลา“อย่าเป็นอะไรนะกิ่ง” พึมพำกับตัวเองในใจกระทั่งเวลาผ่านไปอีกครั้ง ครอบครัวเกรียงไกรและครอบครัวรุ่งโรจน์ทราบข่าวจากเขาระหว่างนั่งรถมาพร้อมร่างบางว่าหญิงสาวถูกรถชนอาการสาหัสก็รีบเดินทางมาอย่างเร็ว คุณขวัญหทัยทันทีที่รู้ข่าวก
ร้านที่ว่าเป็นร้านไอศกรีมโบราณที่มีให้เลือกหลายรสหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ถ้วย แก้ว และขนมปัง ราคาก็ไม่แพง เหมาะกับวัยนักเรียนไปจนถึงชรา ซึ่งเมื่อก่อนตอนเธอเรียนอาชีวะกับชณิดาภามักมากินเป็นประจำ คงมีแต่พราวนภาที่เลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเพื่อนคนนี้มีความฝันอยากเป็นดีไซน์เนอร์“รับแบบไหนดีคะ” เจ้าของร้านเดินมารับรายการด้วยตัวเอง เมื่อทั้งคู่นั่งเก้าอี้ที่ทางร้านจัดไว้ให้“โกโก้แก้วใหญ่สองค่ะ” สั่งอย่างรู้ใจทั้งตัวเองและสามี“รอสักครู่นะคะ”กินไอศกรีมโบราณร้านนี้เสร็จ นนทภัทรก็ขับรถมาจอดในที่จอดรถที่ทางตลาดผักจัดไว้ให้ ก่อนเดินตามหลังภรรยาเพื่อช่วยถือของที่ซื้อไม่ว่าจะเป็นผัก ของแห้งอีกสองสามอย่าง“พี่นนท์เย็นนี้เราทำแกงเลียงดีไหมคะ” หญิงสาวหันมาถามคนช่วยถือที่เดินตามหลัง“ก็ดีนะ พี่ไม่ได้กินนานแล้ว” พอถูกกระตุ้นความอยากขึ้นมาอย่างนี้ทำให้คิดได้ว่าไม่ได้กินนานแล้ว“งั้นเราไปซื้อกุ้งและส่วนผสมอื่น ๆ กัน”ตกลงกันได้ ก็เดินตรงไปยังร้านที่ถูกพูดถึง ร้านนี
ตั้งแต่กรรณิกามาเปิดร้านจนตอนนี้เธอก็ยังไม่ได้ว่างมือเลย คงเป็นเพราะวันนี้วันเสาร์ลูกค้าเลยเยอะกว่าปกติ ซึ่งมีทั้งลูกค้าขาจรและลูกค้าขาประจำ แถมยังจะมีลูกค้าเข้ามารับขนมที่สั่งไว้ประมาณห้าถึงหกราย“สวัสดีค่ะน้องกิ่ง ลูกค้ายังแน่นร้านเหมือนเดิมเลยนะคะ” เสียงลูกค้าคนสุดท้ายและเป็นลูกค้าเจ้าประจำเอ่ยทักทาย พลางสอดส่องสายตาไปทั่วร้านเมื่อเห็นคนนั่งเต็มจนไม่มีที่ว่าง“สวัสดีค่ะ” ยกมือไหว้อย่างให้ความเคารพเพราะคนที่ยืนอยู่ต่อหน้ามีอายุมากกว่าห้าถึงหกปี “นี่ค่ะ ขนมที่สั่งไว้”“ขอบใจมากนะจ๊ะ”“ค่ะ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ”“พี่กิ่งคะแป้งที่จะใช้ทำขนมเปี๊ยะหมดค่ะ” ลูกค้าเดินออกร้านไป กายถึงเดินออกมาบอกอย่างรู้มารยาท“เหรอ พอจะทำสักส่วนหรือเปล่าล่ะ”“น่าจะพอค่ะ”“งั้นทำเท่าที่พอก่อนนะ พรุ่งนี้เช้าพี่จะเข้าไปซื้อในเมืองให้”“ค่ะ”“วันนี้พี่ไม่ได้ช่วยปิดร้านนะ”“ไม่เป็นไรค่ะ” สั่ง
พอดีช่วงบ่ายไม่มีเรียน กลุ่มเธอเลยไปหาข้อมูลที่ห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัย เนื่องจากว่าชั้นปีสี่ใกล้จะฝึกงานแล้วเลยไม่มีอะไรมาก แค่ทำโพรเจกต์ให้ทันเวลาที่กำหนดส่งก็พอ เมื่อได้หนังสือตามต้องการแล้วตกลงทำรายการยืมหนังสือคนละเล่มสองคน“นลินกลับยังไง เมื่อเช้ามายังไงเหรอ” ณัฐพลที่อาสาถือหนังสือปึกใหญ่มาให้ ถามระหว่างเดินไปตึกคณะ โดยมีสลิลทิพย์และชมพูนุทเดินตามหลังมาห่าง ๆ“เราขับรถของพี่ชายมา”“แล้วจอดรถไว้ไหน”“ใต้ตึกคณะ” พูดจบก็มาถึงรถเก๋งสีน้ำตาลคันงามของพี่ชาย ก่อนที่ร่างสูงจะวางหนังสือตามมือที่คนตัวเล็กชี้“ดูนัดจะสนใจเธอเป็นพิเศษนะนลิน” ชมพูนุทพูดขึ้น เมื่อนันท์นลินขับออกมาได้สักพัก“ห๊ะ! ทำไมถึงคิดอย่างนั้น” คนถูกตั้งข้อสังเกตถามกลับ“ไม่รู้สิ เดาเอา” ตอบหน้าตายที่สุดในความรู้สึกของคนมอง “ระวังไว้แล้วกัน จะโดนจีบไม่ทันตั้งตัว”“อาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้มั้ง”ระหว่างนั้นรถก็ชะลอลงหน้าบ้านของชมพูนุทที่ทำเป็นห้องพัก







