LOGINช่างถูกใจเขายิ่งนัก เมื่อกรรณิกาเลือกเป็นชุดเกาะอกมีเชือกผูกปมอยู่ด้าน จากคนเคยง่วงเหงาหาวนอนต้องตื่นเต็มตาเมื่อเห็นแผ่นหลังเปลือยเปล่าของภรรยา กว่าจะแก้ปมออกได้ใช้เวลาไปร่วมสิบนาที ทั้งนี้ทั้งนั้นที่ทำอย่างช้า ๆ เพื่อจะเชยชมความงามที่อยู่ตรงหน้า พลางใช้ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปทั่วหลัง เรื่อยมาถึงสะโพกงามงอนใต้ร่มผ้าที่หญิงสาวประคองไว้ไม่ให้หล่นไปกองพื้นและกันสายตาโลมเลียของเขาที่คอยส่งมาให้จนตัวเธอรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ไม่เป็นตัวของตัวเอง
ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอได้ตกลงไปในบ่วงที่นนทภัทรขุดไว้แล้วเรียบร้อย เพราะตอนนี้เธอเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสแปลกใหม่จากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี มอบให้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เขาใช้จังหวะนี้พลิกร่างบอบบางให้หันมาเผชิญหน้า ก่อนผลักเบา ๆ ให้ร่างแน่งน้อยล้มตัวลงไปนอนบนเตียงที่ตนลุกออกมาก่อนหน้า ก่อนร่างเล็กจะรู้ตัวก็ถูกร่างกายกำยำคร่อมไว้ไม่ให้ดิ้นหนีจากการรุกล้ำ พลางดึงทึ้งชุดเกาะอกที่หญิงสาวตระกองกอดไว้ออกให้อย่างเบามือ ตามด้วยซิลิโคนแปะจุกสีเนื้อและชั้นในชิ้นล่างที่ปลิวหายไปกองรวมกันกับชุดที่เขาเพิ่งถอดไป
“เมียพี่...ช่างงามอะไรอย่างนี้ หืม” ร่างสูงละเมอเพ้อพกที่เห็นร่างขาวนวลดั่งน้ำนมร่วงข้าวของกรรณิกา
“พี่นนท์...อื้อ” คำพูดที่จะเอื้อนเอ่ยออกมาต้องกลืนลงคอเช่นเดิม เมื่อริมฝีปากร้อนชื้นประกบกลีบปากบาง พลางใช้ฝ่ามือลูบไล้สัมผัสไปทั่วตัวเรื่อยมาถึงเนื้อสปันจ์เค้กก้อนโตขนาดพอดีมือ บีบนวดเค้นคลึงอย่างเมามัน แล้วผละปากหยักหนาออกอย่างแสนเสียดายเมื่อรู้ว่าคนตัวเล็กเริ่มขาดอากาศ และหันเหมาขบเม้มตามซอกคอระหงขบกัดลงมาเลื่อย ๆ จนมาอยู่อยู่ที่หน้าอกอวบอิ่มงดงามเพื่อฝากรอยรักไว้
ส่วนมือข้างที่ว่างค่อย ๆ ดันขาเรียวงามออกให้กว้างเพื่อใช้ปลายนิ้วตระเตรียมความพรักพร้อมให้หญิงสาวจนมีน้ำหวานถูกปล่อยออกมาไม่หยุด ส่วนมือบอบบางของกรรณิกานั้นก็ไม่ได้ว่างเว้นคอยใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปทั่วร่างกายกำยำของผู้เป็นสามี เสียงครวญครางหวาน ๆ ที่ปล่อยออกมาส่งผลให้เขาพร้อมลงสนามรบที่ตนนั้นเป็นผู้สร้าง เห็นว่าคนตัวเล็กพร้อมจึงค่อย ๆ ดันความแข็งแกร่งเข้าไปช้า ๆ ทว่าเป็นไปอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวลที่สุดเพื่อไม่ให้ภรรยาสาวเจ็บมากนัก
“อื้อ...กิ่งเจ็บค่ะพี่นนท์” เสียงหวานร้องออกมาอย่างเจ็บปวด หลังเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสของสามีทั้งนิตินัยและพฤตินัย สติที่ล่องลอยหายไปจนหมด เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้นเมื่อความเจ็บเริ่มคุกคามเรื่อย ๆ จนต้องปล่อยหยาดน้ำตาหยดเล็ก ๆ ออกมาจากหางตา
“ชูว์ พี่จะทำเบา ๆ นะครับ”
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรมากไปกว่าปลอบประโลมหญิงสาวด้วยการจูบซับน้ำตาให้ พลางขยับสะโพกสอบเข้าออกอย่างช้า ๆ เมื่อท่อนเหล็กแหลมด้ามใหญ่เข้าไปสุดทาง หยุดแช่ไว้เพียงครู่เมื่อรู้สึกว่าภายในของร่างแน่งน้อยปรับตัวรับความใหญ่โตของตนได้จึงเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น และแรงขึ้นจนได้ยินเสียงครวญครางของหนุ่มสาวที่ปล่อยออกมาผสมผสานกันจนแยกไม่ออกว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร
สะโพกสอบโหมขยับเข้าออกเพิ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อภายในของแฟนสาวคุ้นชินและคอยพูดปลอบโยนให้หญิงสาวมั่นใจอยู่ตลอดเวลา ร่างหนาขยับเข้าขยับออกอยู่อย่างนั้นจนรู้สึกว่าภายในร่างบอบบางบีบรัดจนเขาขยับตัวไม่ได้ ถึงทำให้เขารู้ว่าคนตัวเล็กใกล้จะถึงสวรรค์ชั้นดาวแล้วก็รีบติดสปีดเครื่องให้ทันภรรยาจนไปเยือนชั้นดาวพร้อมกัน
“ซี๊ด อ่าห์ อืม” เสียงครางที่เปล่งออกมาของคนทั้งคู่ดูสุขล้น มีความสุข นนทภัทรหอมหน้าผากมนแผ่วเบา แล้วกระซิบข้างหูบางด้วยถ้อยคำที่ให้คนที่เหนื่อยหอบตาโต
“ขอรีบรอบนะ”
“อือ ไม่อะ...”
นนทภัทรไม่รอฟังคำปฏิเสธจากเมียรัก ใบหน้าหล่อเหลาที่ห่างกันไม่มากก็ก้มปิดปากบางที่บวมเจ่อไว้ พลางขยับท่อนเนื้อแกร่งที่พองตัวพร้อมรบใส่คนตัวเล็กจนได้ยินเสียงครางหวาน ๆ
และอีกรอบของชายหนุ่มไม่มีอยู่จริง เมื่อตอนนี้ก็ตีสองเข้าไปแล้ว เขาถึงถอดถอนกายแกร่งออกจากส่วนบอบบางของแฟนสาวช้า ๆ ด้วยไม่อยากให้เธอเจ็บมากไปกว่านี้ หลังเสร็จกิจรอบสุดท้ายแล้วจริง ๆ พลางลุกขึ้นอุ้มร่างบอบบางเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อจะอาบน้ำให้ทั้งตัวเองและคนที่สลบเหมือดในอ้อมแขน เผื่อจะได้นอนสบาย ๆ
“นอนซะนะ พี่ไม่กวนแล้ว”
ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนพลิกร่างนอนตะแคงข้างคว้าร่างบอบบางเข้าไปกอด โดยให้เธอนอนหนุนแขนของตนต่างหมอน เมื่อเธอชิงหลับไปซะก่อนด้วยความเหนื่อยอ่อนที่ต้องลุกมาแต่งหน้าทำผมแต่เช้าและยังต้องโดนเขากวนอีก ไม่เหนื่อยก็บ้าแล้ว!!
“ฝันดีนะคะ นางกรรณิกา เกรียงไกร” ไม่ลืมกระซิบบอกข้างหูของหญิงสาว และหลับตามภรรยาที่เขารักสุดหัวใจไป…
ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่นนทภัทรและกรรณิกาอยู่ที่นี่ ต่างได้ใช้เวลาร่วมกันตามประสาข้าวใหม่ปลามัน แม้ทุกอย่างจะออกนอกแผนไปบ้างก็ถือว่าชดเชยกันได้ ถึงจะได้ไปแค่ทะเลที่อยู่ตรงข้ามบ้านพักของอัครเดชในช่วงเย็นของทุกวันก็ตามจนวันนี้เป็นวันที่ทั้งสองจะเดินทางกลับ ทั้งอัครเดชทั้งชณิดาภาต่างเดินออกมาส่งถึงหน้าบ้าน“ขอบคุณสำหรับที่พักนะณิดา” กรรณิกาเอ่ย เมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างรถตู้ของโรงแรมที่จะออกไปส่งที่สนามบิน“ไม่เป็นไรหรอก แค่แกมาหาเราก็ดีใจแล้ว”“เรากลับก่อนนะ”“เดี๋ยวเราจะขึ้นไปหาบ่อย ๆ ฝากบอกน้ำฟ้าด้วยนะว่าคิดถึง” สองสาวกอดกันกลมเมื่อได้เวลาแล้ว“เดินทางปลอดภัยนะเว้ย ถึงแล้วก็โทรบอกกันบ้าง” อัครเดชบอกเพื่อน“อืม ๆ”“เรื่องที่ฉันเคยบอกก็จับตาดูให้ดีล่ะ อาจจะมีอะไรเด็ด ๆ ให้พ่อตาแม่ยายมึงตกใจเล่นก็ได้” เจ้าของบ้านกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน โดยที่ไม่ให้สองสาวเห็น…“กลับมาแล้วค่ะ” กรรณิกาส่งเสียงมาตั้งแต่ยั
ก่อนกลับนนทภัทรและกรรณิกายังได้เห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมอยู่ยอดขุนเขาท่ามกลางแสงแรกของวันที่สาดส่องลงมาบาง ๆ ก่อนพากันของว่างที่มีวางไว้ให้บริการตัวเองและเดินทางกลับด้วยรถตู้ที่ทางโรงแรมส่งมารับในเวลาต่อมาทันทีที่มาถึงโรงแรมที่พักนนทภัทรก็ได้ทำการคืนห้อง ด้วยเขาจะเข้าเกาะในตอนบ่าย ทว่ามีประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมว่าจะมีพายุเข้าในวันนี้ สองสามีภรรยาเลยต้องพับแผนที่วางไว้ใส่กระเป๋า ชณิดาภาที่รู้ข่าว สั่งให้เลขาของสามีพาทั้งสองนั่งรถกอล์ฟมาส่งที่บ้าน“น้ำตาลจ๊ะยกกระเป๋าไปอยู่ห้องเดิมที่คุณกิ่งเคยมาพักนะ” ชณิดาภาบอกคนงานของตัวเอง“ไม่เป็นครับพี่ยกขึ้นไปเอง” นนทภัทรปล่อยให้สองสาวได้คุยกันตามลำพังตามประสาสาว ๆ ส่วนตนยกกระเป๋ามาไว้บนห้องแทน ที่เหลือก็ให้ภรรยาเก็บใส่ตู้ ห้องนี้เขาเคยมานอนแล้วช่วงที่อัครเดชและชณิดาภาแต่งงาน การจัดแต่งห้องยังเป็นโทนสีขาวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โซฟาก็ยังเป็นสีขาวมีลายจุดเล็ก ๆ อยู่บ้างประปราย“ขอบใจนะ เราคงรบกวนจนกว่าจะกลับเลยล่ะ” กรรณิกาพูดอย่างเกรงใจ“ทำไมถึงคิดอย่า
สองชั่วโมงกลับการนั่งรถ ทั้งคู่ก็มาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เมื่อส่งลูกทัวร์ถึงที่หมายรถตู้ก็กลับไปทันที หากมองจากตรงนี้ที่เป้นเนินสูงจะเห็นว่ามีแพไม้ไผ่และเรือหลายสิบลำลอยละลิ่วอยู่เหนือผิวน้ำคอยรับลูกทัวร์ไปส่งตามที่พักที่ต้องนั่งเรือหรือแพเข้าไป“พี่นนท์เราไปถ่ายรูปก่อนไหมคะ” กรรณิกาตะโกนถามสามีแข่งกับเสียงลมที่พัดมา“จ้ะ พี่ว่ายังพอมีเวลา”ทั้งคู่เดินชมวิวเหนือเขื่อนพร้อมทั้งถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก จนผ่านไปครึ่งชั่วโมงถึงพากันลงเรือเพื่อไปยังห้องพักที่ทางโรงแรมจองไว้ให้ ใช้เวลานานพอสมควรถึงมาถึงที่พัก บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น ร่มเย็น สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน และยังเห็นหินปูนที่โผล่พ้นน้ำมามากมายเช็กอินที่ล็อบบี้เรียบร้อย พนักงานต้อนรับได้พาทั้งสองเดินบนแพไม้ไปยังห้องที่จองไว้ ซึ่งอยู่หลังสุดท้ายและอยู่ห่างจากหลังอื่น ๆ พอควร ตัวบ้านทำจากไม้ทั้งหมดมีหนึ่งห้องนอนและมีห้องน้ำในตัว ที่ที่เขาพักนั้นเหมาะสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนอย่างเช่นคู่ของตน เพราะห้องห้องนี้จัดไว้ให้เป็นสไตล์สวีต เข้ามาในตัวบ้านจะเป็นกระจกด้านหน้ามีผ้าม่านสีฟ้าอ่อน
“คิดถึงเหมือนกัน สบายดีนะ”“สบายมาก นั่งก่อน” จัดแจงให้เพื่อนนั่งข้างตัวเองอย่างไม่ถามความเห็นของสามีและสามีของเพื่อน“สั่งเลยนะ เราเลี้ยงเอง” แล้วยื่นเมนูรายการอาหารให้คนข้าง ๆ“เอ่อ ที่รักครับ...” อัครเดชเอ่ยเสียงอึก ๆ อัก ๆ อย่างเกรงใจเมีย“ว่าไงคะ!!” ชณิดาภาถามเสียงเขียว“เปล่าครับเปล่า” ปฏิเสธด้วยคำพูดแต่ท่าทางก็มาพร้อมด้วยการโบกมือว่อนไปมาเฮ้อ สุดท้ายก็แพ้เมียอีกจนได้“พี่อัครน่ารักจังเลย” กรรณิกาปิดปากหัวเราะราวมีเรื่องตลกน่าขบขัน“ใช่ไหมล่ะ” ชณิดาภายักคิ้วให้เพื่อนประมาณว่าข่มไม่ได้อย่างฉันล่ะสิ เลยถูกเพื่อนสาวเบะปากใส่ซะเลยข้อหาหมั่นไส้ห้องอาหารที่สองคู่นั่งกันอยู่นั้นเป็นโซนอาหารไทยที่เคยมานั่งกินข้าวกับอัครเดชเมื่อคืนกรรณิกาสังเกตบริเวณโดยรอบ หลังเมื่อคืนไม่ได้แม้แต่จะมอง สถานที่ของที่นี่จัดได้อย่างสวยงาม สอดแทรกความเป็นไทยเข้าด้วยกันได้ เพอร์เฟกต์ถูกใจคนรักการจัดสวนอย่างเธอเป็นที่สุดด้านที่เธอนั่ง
“อย่าทำอย่างนั้นสิคะ” นนทภัทรพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียเมื่อถูกรบกวนห้วงนิทราจากคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแล้วกระชับรัดกอดแน่น“อือ กิ่งหายใจไม่ออกนะ” พลางใช้มือดันอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอยู่ออก และเธอเพิ่งรู้ตัวว่าไม่อาภรณ์ใด ๆ อยู่บนเรือนร่างเลยแม้แต่ชิ้นเดียว “พี่นนท์ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้กิ่งด้วยคะ”แต่คนที่กำลังสูดดมกลิ่นกายหอม ๆ อยู่หาสนใจไม่ กลับใช้ปลายนิ้วชี้ข้างหนึ่งจี้เอวบางอย่างหยอกเย้า เป็นผลให้คนโดนแกล้งหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะบ้าจี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจออย่างนี้จึงเกิดอาการชักดิ้นชักงอให้เห็น“ฮ่า ฮ่า พี่นนท์คะกิ่งจั๊กจี้นะ อย่าแกล้งกันอย่างนี้สิ”แกล้งจนพอใจชายหนุ่มถึงปล่อยร่างเล็ก เมื่อหลุดออกจากแขนแกร่งได้หญิงสาวรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำทั้งร่างกายเปลือยเปล่าอย่างนั้น แต่ก่อนจะเข้าไปกับหันมาแลบลิ้นใส่ร่างสูงที่นั่งมองมาจากบนที่นอน“ยังอีก!”นนทภัทรทำท่าจะลุก ทำให้ร่างเล็กส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้วรีบปิดประตูห้องน้ำจนเกิดเสียงดัง เกรงว่าชายหนุ่มจะเข้ามาแกล้งเธอถึงข้าง
“กิ่งจ๋า อาบน้ำพร้อมพี่นะครับ พี่อยากมีคนถูหลังให้น่ะ”“ว้าย! พี่นนท์” เข้าห้องมาได้ชายหนุ่มก็อุ้มร่างบางตรงไปยังห้องน้ำทันที หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนสามีหนุ่มจะวางร่างของเธอลงพื้นกระเบื้องพร้อมทั้งจับถอดเสื้อผ้าจนหมด ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถึงมาถอดของตัวเองบ้างโดยใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที ร่างกายแข็งแรงเปลือยเปล่าอุดมไปด้วยลอนกล้ามเนื้อท้องของผู้ชายที่มักใช้เวลาหมดไปกับการออกกำลังกายเป็นแรมเดือนกว่าจะได้ร่างกายกำยำอย่างนี้ ทำให้หญิงสาวมองด้วยสายตาตกตะลึงเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ถึงแม้จะเห็นมาหลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่ชินกับร่างกายของสามีหนุ่มอยู่ดี ล่าสุดในคืนเข้าหอเธอไม่ได้สังเกตอะไรในร่างกำยำนี้แม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เขาพาเธอเล่นผีผ้าห่มเขาไม่เคยเลยที่จะให้เธอตั้งตัวหรือเตรียมใจและครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันปลง!สั้น ๆ แต่ได้ใจความ“กิ่งเช็ดน้ำลายด้วยค่ะ ไหลถึงครางแล้ว” ร่างบางที่มองเขาจนตาค้างอยู่เป็นนานยังไม่ได้สติสักที เลยเอ่ยแซวไปอย่างนั้นเอง“อุ้ย” หญิงสาวตกใจเมื่อได้ยินคำของสามี เลยเกิดอา




![เพลิงไข่มุก [NC30+] + [BDSM] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


