Share

3 2/2

last update Tanggal publikasi: 2026-01-26 12:36:22

       ทุกคนมองมาที่เขาเป็นตาเดียว ทั้งคังหวั่นฟานและเยี่ยตงลิ้วรู้สึกถึงไอปีศาจที่มากกว่าที่เคยเจอมาในครั้งไหน ๆ

“เจ้านี่มันอะไรเนี่ย ทำไมไอปีศาจถึงได้มากขนาดนี้” เยี่ยตงลิ้วกลัวจนตัวสั่น   

“นี่พวกแกต้องการอะไรจากข้าหรือไง ถึงได้ก่อกวนข้าอยู่ได้เนี่ย” ชายที่ถูกเรียกว่านายท่านพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย

“ลี่กุ้ย ! มากับเราซะ เจ้ามีสิ่งที่เราต้องการ” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา

“อะไรข้ามีอะไรที่เจ้าต้องการหรือไง แล้วมาเรียกคนอื่นแบบนี้ อยากโดนฟาดปากหรือไง” ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ยพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“งั้นก็บอกชื่อเจ้ามาซะสิ ไอ้ลี่กุ้ย” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา

“แล้วทำไมต้องบอกวะ แล้วแกต้องการอะไรจากข้ากันแน่” ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ยพูดสวนกลับ แต่เหมือนกับเยี่ยตงลิ้ว ได้สติแล้ว

“ตั้งค่ายจัดการมัน หวั่นฟาง เจ้าไปร่วมด้วยเร็วเข้า”

ศิษย์อีกแปดคนพร้อมหมาดำแปดตัว คังหวั่นงฟางเลยรีบไปสมทบ และเจ้าหมาดำตัวนั้นก็วิ่งตามไปด้วย ลำแสงส่องมาโดนร่างของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย เขารู้สึกปวดแสบปวดร้อน แต่ก็กัดฟัน เถียวเสี่ยวฟู่เห็นเป็นโอกาสแล้วเลยดีดพิณเสียงพิณ ทำให้ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย โดนแรงกระแทกเขารู้สึกเหมือนซี่โครงจะหัก และโดนเสียงพิณเล่นงานไปอีกหลายครั้งคราวนี้ถึงกับเข่าอ่อน ทั้งโดนพลังจากยันต์แปดเหลี่ยม และโดนเสียงพิณแบบนี้ ทำให้เขาบาดเจ็บไม่น้อยแล้ว เขาตัดสินใจพุ่งไปหาหมาดำด้วยตัวหนึ่ง และกัดมันเข้าที่คอเลือดไหลเข้าไปในปากผ่านลำคอไป เจ้าหมาดำส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

            “อะไรกันปกติปีศาจโดนเลือดหมาดำไม่ได้นี่ !” คังหวั่นฟางพูดขึ้นมา

            “เจ้านี่เป็นเหรอ” เถียวเสี่ยวฟู่พูดขึ้นมา

            “ปัทติโธ่! เห็นขนาดนี้ยังคิดว่ามันเป็นคนเหรอไง” อวี่จิ้งเซียงพูด

หลังกินเลือดหมาดำเสร็จ ชายที่ถูกเรียกว่าหลี่กุ้ยก็กระชากหัวของหมาดำด้วยนั้นออกจากตัวนั้นด้วยเป็นภาพที่ชวนสยอง

            “เอาล่ะพอกันที !” ชายที่ถูกเรียกว่าหลี่กุ้ยร้องลั่น และหยิบเอาอูรูมิออกมา

“แย่แล้วหาที่หลบเร็วมันคลั่งแล้ว !” เฟิงต้ายงพูด เขาเหวี่ยงอาวุธอีกครั้งหนึ่งคราวนี้ต้องหาที่หลบกันอย่างวุ่นวาย ดาบแส้กำลังจะฟาดมาโดน แต่อวี๋จิ้งเซียงรีบกระโดดมาเอาร่มกันเอาไว้ ทัน เป็นโอกาสให้เฟิงต้ายงแทงกระบี่ทะลุร่างของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ยได้ แต่เขาสวนกลับด้วยอูรูมิในมือ เฟิงต้ายงรีบถอยออกมา แต่โดนคมของอูรูมิทำให้เกิดแผลยาวที่หน้า เลือดไหลอาบ

“มันเจ็บนะโวย” สายตาและสีหน้าของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ยนั้นยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ เถียวเสี่ยวฟู่ดีดพิณคลื่นเสียงทำให้ ร่างของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ยกระเด็นไปอีก เป็นจังหวะให้เย่ยตงลิ้วร่ายมนตร์ใส่ในเชือก เชือกเหมือนกับมีชีวิตพุ่งไปมัดร่างของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย เขาพยายามดิ้นว่ากลับรู้สึกปวดแสบปวดร้อนไปหมด

“เป็นไงล่ะ เชือกอาคมของข้า ไปจับมันเลย”

ทุกคนกำลังจะวิ่งเข้าไปจับแต่ว่า บิงโก้รีบเข้ามาขว้างด้วยมือเท้า ทำให้เหล่าศิษย์สำนักกงเยวี่ยน ต้องเอายันต์แปดเหลี่ยมส่องอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าสิ่งที่ไม่มีใครคิดก็เกิดขึ้น ชายที่ถูกเรียกว่าหลี่กุ้ยเกรงพลังและทำลายเชือกได้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะอ่อนแรงลงไปแล้ว แต่กระนั้น เขายังมีแรงพอที่จะเหวี่ยงอาวุธในมือ และเป้าหมายของอาวุธคราวนี้คือ หมาดำ คราวนี้มันโดนร่างของหมาดำไปเจ็ดตัว เป็นแผลยาว เขาพูดบางอย่างออกมา

“อินรูโต๊ะ[1]” เมื่อสิ้นคำนี้ เลือดของเหล่าหมาดำก็พุ่งออกมาราวกับน้ำพุและเข้าไปในปากของชายที่ถูกเรียกว่า ลี่กุ้ย เจ้าหมาดำทั้งเจ็ด ตายคาที่

“เอาล่ะ ตอนนี้ยังคิดสู้อีกมั้ย” ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ยพูดด้วยน้ำเสียงที่ชวนสยอง พวกลูกศิษย์วิ่งหนีไป   ดื้อ ๆ เลย เยี่ยตงลิ้วเอง พอไม่มีลูกศิษย์ประกอบเขาอาจเป็นศิษย์คนโตสำนักก็จริง แต่ตำแหน่งนี้เขาได้มาเพราะอยู่ในสำนักมานานกว่าคนอื่น แต่ประสบค์การณ์ในการปราบปีศาจน้อยมากแถม ส่วนมากจะไม่เคยเจอปีศาจที่มีพลังขนาดนี้ ส่วนใหญ่จะเจอแค่ปีศาจตัวเล็กตัวน้อยเท่านั้น เลยทำให้กลัวจนวิ่งไป แต่คังหวั่นฟางนั้นไม่กลัวเธอยังเอายันต์แปดเหลี่ยมไปใส่ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ยอยู่ดี ซึ่งพลังของเธอก็มีมากพอที่ทำให้ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย ไม่กล้าเข้าใกล้ มากนักเลยเหวี่ยงอาวุธใส่ไปแทน แต่อวี่จิ้งเซียงเอาร่มมากันเอาไว้ เป็นช่องทางให้เถียวเสี่ยงฟูปล่อยเสียงเพลงใส่อีกครั้งหนึ่ง

 บิงโก้จะมาเล่นงานจากด้านหลังแต่ว่า เฟิงต้ายงมาต่อสู้กับเขา การต่อสู้เริ่มขึ้นแล้ว บิงโก้นั้นไม่ได้โจมตีแบบไร้กระบวนท่า แต่มันการโจมตีของคนที่เป็นมวย และฝึกการต่อสู้มาแน่ ๆ เพียงเหมือนกับว่าเขาจะจำกระบวนท่ายังไม่ค่อยจะได้เท่านั้น แต่กระนั้นเขาก็อ่านทางกระบี่ได้

ซุ่นมู่ซานเห็นยันต์ที่พวกศิษย์กงเยวี่ยนทิ้งเอา เลยเอาไปแปะตามร่างของบิงโก้ทำให้เขาอ่อนแรงและล้มลงไป นั่นทำให้รู้ว่ายันต์ยังได้ผลอยู่ 

คังหวั่นฟางเห็นแบบนั้นก็ร่ายมนตร์ยันต์ลอยมาแปะเต็มร่างของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย เหลือเพียงส่วนหัวเท่านั้นพลังของเขาลดลงไปทันที ทำให้เข่าอ่อน เป็นโอกาสให้เถียวเสี่ยวฟูดีดพิณเสียงพิณเข้าสกัดชายที่ถูกเรียกว่า ลี่กุ้ย เอาไว้ได้ แต่ยันต์กลับค่อย ๆ ไหม้

“พลังปีศาจของมันมากเกินไป ยันต์จะเอาไม่อยู่แล้ว” คังหวั่นฟางพูดขึ้นมา ซุ่นมู่ซานมองไปที่ร่างของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย แล้วพูดว่า

“ถ้ามันเป็นสิ่งมีชีวิต เจอพิษมันต้องเสร็จ !” เขาเอาสีดำออกมา และซัดออกไปทันที เข็มปักเข้าตามร่างกายของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย ทำให้เขาชาไปทั้งตัว จนขยับไม่ได้ คังหวั่นฟางรีบเสกเชือกอาคมมามัดร่างเขาเอาไว้ คราวนี้ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย หมดฤทธิ์แล้ว

ทั้งชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ยและบิงโก้ถูกลากเข้าไปในศาลเจ้าร้าง ซึ่ง อวี่จิ้งเซียงสังเกตว่า ทั้งสองคนมีอาการแปลก ๆ เหมือนกำลังเจ็บปวดเกือบตลอดเวลา แต่พยายามเก็บอาการ ความอดทนขนาดนี้ ทำให้เดา ๆ ได้ว่าชายคนนี้เคยเป็นทหารมาก่อนแน่ ๆ เฟิงต้ายงเป็นคนค้นตัวของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย โดยมีพลังจากยันต์แปดเหลี่ยม และเสียงพิณสกัดเอาไว้ แต่นอกจากอูรูมิแล้ว เจ้านี่ไม่มีอะไรติดตัวเลยสักอย่าง

“เอาล่ะ ไอ้ลี่กุ้ย บอกสิว่าโอสถทิพย์อยู่ไหนกัน”

“พูดเรื่องบ้าอะไรกัน” ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย ยังคงทำหน้าแปลกใจเหมือนไม่เข้าใจในคำถามของเฟิงต้ายง

“ไอ้ที่เจ้าเอาให้เจียงสือตัวนี้กินไงล่ะ มันคืออะไรทำไมถึงทำให้มันสติขึ้นมาได้” เหมือนชายที่ถูกเรียกว่า ลี่กุ้ย จะยังไม่เข้าใจ

“อะไร ข้าไม่ได้ให้อะไรมันกินซะหน่อย มันก็แค่ตามข้ามาเท่านั้นล่ะ”

เมื่อเห็นว่าถามชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย ไม่ยอมพูดอะไร อวี่จิ้งเซียงเลยตัดสินใจ ถามกับบิงโก้

            “มันเอาอะไรให้เจ้ากินกันแน่ เจ้าถึงได้มีสติขึ้นมาแบบนี้”

            “ไม่รู้หรอก ข้าได้สติขึ้นมาก็เจอนายท่านเป็นคนแรก ก็เลยติดตามก็เท่านั้น นอกนั้นข้าไม่มีความทรงจำหรอก” เจ้าตอบตรง ๆ น้ำเสียงไม่แสดงออกว่าโกหกเลยสักนิด ทำตอนนี้พวกเขาไม่สามารถหาคำตอบอะไรจาก สองคนนี่ได้แน่ ๆ

            “ยังไงคุมตัวมันเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน คิดว่ามันอาจจะยอมบอกเราก็ได้ว่า โอสถทิพย์คืออะไร” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา

            “เซาโล” อยู่ ๆ ชายคนนั้นก็พูดขึ้นมา

            “อะไรนะ” อวี่จิ้งเซียงทำหน้าแปลกกับสิ่งที่เขาเพิ่งพูดออกมา

            “ข้าชื่อ เซาโล ไม่อยากฟังคนอื่นมาเรียกข้าว่า ลี่กุ้ย ฟังแล้วมันแสลงหู” เขาพูดอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ทุกคนทำหน้าไม่ถูกแล้ว เซาโลถอนใจแล้วพูดว่า

            “ข้าบอกชื่อไปแล้ว พวกเจ้าก็บอกชื่อตัวเองหรือไงกัน แล้วทำไมต้องจับข้าด้วย”

พวกสี่มือปราบเลยแนะนำตัวเอง

“ข้าคือ อวี่จิ้งเซียงแห่งกลุ่มมือปราบเฟิงเถียวอวี่ซุ่น”

“ข้าเฟิงต้ายงแห่งกลุ่มมือปราบเฟิงเถียวอวี่ซุ่น”

“ข้าเฟิงต้ายงแห่งกลุ่มมือปราบเฟิงเถียวอวี่ซุ่น”

“ข้าเถียวเสียวฟู่กลุ่มมือปราบเฟิงเถียวอวี่ซุ่น ”

“ข้าซุ่นมู่ซาน กลุ่มมือปราบเฟิงเถียวอวี่ซุ่น”  เซาโรขมวดคิ้วแล้วพูดว่า

            “มือปราบเหรอ คนของทางการต้องการอะไรจากข้าล่ะ หรือเรื่องแอบเข้าเมืองมา เรื่องที่ข้าฆ่าคนหรือไง นี่ขนาดยอมร่วมมือกับพวกใช้วิชามนตร์ดำเลยเหรอ ลงทุนน่าดูนะ”

            “อย่าทำไขสือนะ สิ่งทำให้แกมีพลังทั้งหมดนี่ไงล่ มันต้องเป็นโอสถทิพย์แน่ ๆ” เถี่ยวเสียวฟู่พูดขึ้นมา

            “อ้าวเฮ้ย ! พูดอะไรเนี่ยข้าไม่เข้าใจโวย” เซาโรตะโกนใส่หน้า

            “พามันไปส่งให้ท่านอ๋อง เดี๋ยวมันคงยอมพูดเองนั่นล่ะ” ซุ่นมู่ซานพูดขึ้น

            “ข้าขอพูดอะไรบ้างอย่างหน่อยได้มั้ยเจ้าค่ะ” คังหวั่นฟางพูดขึ้นมา

            “ว่ามาได้เลย” อวี่จิ้งเซียงอนุญาตให้นางพูด

            “พวกท่านไม่คิดเหรอข้า ว่าเจ้าคนนี้มันเป็นตัวอันตราย ไม่สิมันไม่ใช่คนแน่ ๆ ไอปีศาจขนาดนี้ ยังคิดจะเอาตัวมันไปเมืองหลวงอีกเหรอคะ”

            ทั้งสี่มองหน้ากัน ก็จริงยังที่คังหวั่นฟาง ทั้งสี่ไม่รู้สึกว่าเจ้านี้จะเป็นสิ่งดีเลยสักนิด เฟิงต้ายงเลยตัดสินใจพูดขึ้นมา

            “มันเป็นคำสั่ง เราต้องทำตาม”                             

            “จริง ๆ ข้าก็ไม่ค่อยเห็นด้วยหรอกที่จะเอาตัวมันไปแบบนี้ แต่ข้าคิดว่าร่างกายของมันต้องอะไรแปลก ๆ แน่นอน เจ้าก็เห็นมันแทบจะไม่บาดเจ็บเลยขณะต่อสู้ แถมเหมือนกับบาดแผลของมันก็หายด้วย ข้าอยากจะตรวจดูมันอาจช่วยให้เราเข้าใจว่า โอสถทิพย์ที่ว่าคืออะไรกัน” ซุ่นมู่ซานเสนอ

            “แต่ที่แน่ ๆ ข้ายืนยันได้มันใช้มนตร์ดำ ไม่เห็นที่มันทำเหรอ” คังหวั่นฟางพูดขึ้นมา

            “คิดพวกเราดูไม่ออกเหรอ ก็จัดการพวกคนใช้มนตร์ดำมาแยอะแล้ว ส่วนมากก็ปาหี่ เหมือนกับพวกกงเยวี่ยนใต้นั่นล่ะ” อวี่จิ้งเซียงพูดอย่างไม่สบอารมณ์นัก

            “แต่ไอ้หมอนี่ ยังคิดว่า มันเป็นปาหี่เหรอ” เถียวเสี่ยวฟู่เถียงขึ้นมา

ทุกคนตัดสินใจว่าจะผลัดกันเฝ้าเซาโลและบิงโก้ โดยยามกะแรก อวี่จิ้งเซียงเป็นคนอยู่ยามกะแรก โดยมีเถียวเสียวฟู่คอยดีดพิณอยู่ใกล้ ๆ ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลง

[1]    Hirundo อินรูโต๊ะ ภาษาละติน แปลว่า กลืนกิน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    15/2

    เขารีบจับอาวุธและฟาดไปอีกครั้ง โดนที่เข้าที่แสกหน้าของหลี่หวู่หมิงเต็ม ๆ และยังโดนกระหน่ำฟาดไม่หยุด ความเจ็บปวดแผ่เข้ามาเต็มร่างของหลี่หวู่หมิง จนเลือดอาบไปทั้งตัว เนื้อหลุดจนเห็นกระดูกหลายจุด เซาโลหยุดการโจมตีแล้ว“ทำไมทำไม ข้าแพ้แบบนี้ ทำไมกัน ข้าได้พลังมาแล้ว ทำไมกัน แผ่นดินต้องเป็นของข้าสิ”เซาโลมองที่หลี่หวู่หมิงแล้วพูดว่า “พลังที่เจ้าเลือก มันเป็นของปีศาจเป็นคำสาป ยังไงก็ไม่เกิดเรื่องดี ๆ กับเจ้าหรอกนะ เอาจริง ๆ เจ้าน่ะแค่อยากได้อำนาจไม่ได้อยากช่วยเหลือใครจริง ๆ หรอก” “แต่เจ้าก็มีพลังแบบนี้เหมือนกัน” หลี่หวู่หมิงเถียง “นั่นคือคำสาปข้ายังไม่รู้เลยว่าข้าจะจบแบบไหน”หลี่หวู่หมิงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้ว่า ที่ผ่าน ๆ มา เขาอ้างบ้านเมืองมาตลอดความจริงเขาอยากได้อำนาจเอาไว้ใช้ซะเอง จึงได้เงียบไปเป็นการรอรับความตาย เซาโลฟาดดาบแส้ซ้ำลงไปหัวของหลี่หวู่หมิงขาดกระเด็นไปแล้ว ทหารหลวงมาล้อมเซาโลเอาไว้ แต่อวี่จิ้งเซียงตามมาด้วย เลยรีบห้าม “เขามากับข้า”ทหารหลวงลดอาวุธลง อวี่จิ้งเซียงมองร่างของหลี่หวู่หมิงที่กลายเป็นผงไปแล้ว เธอก็นึกเสีย

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    15/1

    ตอนที่ 15ซุ่นมู่ซานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่เอาแล้วล่ะ พอกันที ข้าเป็นมือปราบ เป็นหมอ สู้กับคน รักษาคน ข้าไม่ได้จะมาต่อสู้กับปีศาจแบบนี้” “นี่ท่านหมายความว่าอะไร ท่านจะไม่ต่อสู้แล้วเหรอ” “ข้าขอโทษ ตอนนี้ข้าไม่กล้าแม้แต่จะกำหมัด ตอนที่พี่เฟิ้งตาย ข้าเพิ่งเคยเห็นเขามีสีหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น แล้วหลังจากนั้นพี่เฟิ้งก็กลายเป็นปีศาจไร้ความรู้สึกให้ข้าไปต่อสู้อีกเหรอ ข้าไม่ไหวจริง ๆ เรื่องการต่อสู้แบบนี้ข้าทำไม่ได้แล้ว แต่ข้าจะคอยรักษาคนเจ็บคนป่วยต่อไปก็แล้วกัน มันก็ถือว่าเป็นช่วยชาติ ช่วยประชาชนได้เหมือนกันล่ะ ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตไปแลกหรอกนะ เพราะข้าจะช่วยคนอื่นได้มากกว่าถ้าข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป” ซุ่นมู่ซานตอบ อวี่จิ้งเซียงมองซุ่นมู่ซานแม้ว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่นางต้องการ แต่นางก็เข้าใจเขา ยังไงคนเราก็รักตัวกลัวตายทั้งนั้น “งั้นข้าขอให้ท่านโชคดีแล้วกันนะ ขอให้รักษาคนให้ได้มาก ๆ ก็แล้วกัน” อวี่จิ้งเซียงพูด “เจ้าเองก็ด้วย ข้าขอให้โชคดีและปลอดภัยนะ และข้าช่วยได้แค่นี้” หลังอวยพรเสร็จเขาก็ส่งขวดยาให้“นี่ยาถอนพิษ อาจช่วยเจ้าได้ข้าขอล

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    14/2

    “อินรูโต๊ะ !”เลือดพุ่งออกมาจากแผลที่ข้อมือของเฮ่ยหลู่ต้งปิง เข้ามาในปากของเซาโล แขนของเฮ่ยหลู่ ต้งปิงถึงกับชาจนขยับไม่ได้ กระบี่เหรียญที่แทงร่างของเซาโลกระเด็นหลุดจากร่าง เฮ่ยหลี่ต้งปิงเสียเลือดไปมากจนยืนไม่อยู่ เซาโลเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เฮ่ยหลู่ต้งปิงอ่อนแรงจนทำอะไรไม่ได้แล้ว เซาโลฟาดอาวุธเข้าไปที่คอของเฮ่ยหลี่ต้นปิง หัวเขาขาดกระเด็น อวี่จิ้งเซียงเธอต้องคอยหลบ กู่และใช้ร่มจัดการ แต่อยู่ ๆ เธอก็หน้ามืดเข่าอ่อน และคนที่อยู่ใกล้ ๆ อีกหลายคนก็มีอาการแบบเดียวกัน “รู้ตัวช้านะ เจ้าสูดลมพิษของข้าไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกไม่ถึงตายหรอก แต่เจ้าไม่รอดจากกู่ของข้า แน่ ๆ ” เมื่อเฮ่ยเหอเซียงกู่พูดจบ กู่ทั้งฝูงก็กำลังจะเล่นงานอวี่จิ้งเซียง แต่ว่า เหล่ากู่โดนอาวุธของเซาโลทำลายไปทั้งหมดแล้ว “แก ! ทำไมพิษมันไม่ได้ผล” เฮ่ยเหอเซียงกู่ตกใจมาก “คิดว่าข้าเป็นมนุษย์หรือไงจะได้แพ้พิษนี่” มีกู่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเซาโล เขาใช้ปากกัดมันเคี้ยวก่อนจะคายออกมา “รสชาติไม่ได้เรื่องเลย นึกว่าจะเผ็ดกว่านี้ซะอีก” เฮ่ยเหอเซียงกู่เริ่

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    14/1

    ตอนที่ 14 “อะไรกัน ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม แค่กอดเองจะอะไรนักหนาเหรอ ไม่รู้เหรอว่าพวกเรากับท่านอ๋องเป็นอะไรกัน” อลิซพูดจบก็กลับไปอยู่ข้าง ๆ ท่านอ๋องเหมือนเดิม “หมายความว่าอะไรกันขอรับท่านอ๋อง” เฟิ่งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ อลันกับอลิซเลยผลัดกันจูบท่านอ๋องต่อหน้าทั้งสามคน ทั้งสามทำไม่หน้าถูก ตะลึงกับภาพที่เห็น “ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ท่านอ๋องเป็นของพวกเราไงล่ะ” อลันพูดและส่งสายตาไปให้ทั้งสาม อลิซก็เหมือนกันทำให้ทั้งสามคนขนลุกแปลก ๆ “อย่าได้แปลกใจไป สองคนนี่ได้มอบพลังให้กับข้า” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงของเขาดูล่องลอย “ท่านใช้โอสถทิพย์ไปแล้วเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานพูดด้วยความตื่นเต้น ทั้งอลันและอลิซส่งเสียงหัวเราะดังลั่น “แหม ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าใช้หรอกนะ เราแค่มีความสุขด้วยกันจะดีกว่านะ” อลิซพูดพลางไปนั่งตักของท่านอ๋อง “แปลว่าท่านจะเอาพลังไปรักษาฮ่องเต้สินะขอรับ” เฟิงต้ายงพูดด้วยสายตาแห่งความหวัง ท่านอ๋อง หลี่หวู่หมิงนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “คิดว่าข้าจะเอาพลังนี่ไปช่วยฮ่องเต้ขี้โรคนั่นจริง ๆ เหรอ”เม

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    13/2

    “เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน “ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันทีเซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้ “พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่ ตั้งแต

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    13/1

    ตอนที่ 13 “โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมาเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้า

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    10.2

    “เอาทหารข้าไป ! ต่อให้ต้องใช้ทหารถล่มเขตต่างชาติข้าก็จะทำ แค่ให้ได้มันมา ! คราวนี้อย่าให้พลาดอีก ถ้าพลาดอีกคราวนี้ข้า บอกเลยนะ ข้าจะสั่งขังพวกเจ้า !” เสียงประกาศของท่านอ๋องทำให้เหล่ามือปราบถึงกับขนลุก เพราะท่าน อ๋องไม่ได้พูดเล่นท่านเอาจริง เซาโลกับบิงโก้เดินทางมาถึงเขตต่างช

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    10.1

    ตอนที่ 10 “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกข้าต้านพิษได้เพราะฝึกกับพิษมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว” แต่อีกฝ่ายก็มีแค่มือเปล่า นักดาบเลยได้ใจเข้าต่อสู้ทันที แต่กลายเป็นซุ่นมู่ซานก้าวเท้าหลบด้วยความเร็วที่เหนือชั้น ทำให้อีกฝ่ายฟันไม่ถูกสักที เขาซัดขวดยาไปทางนักดาบแต่มันหลบได้ “ซัดไปทางไหนกัน” นักดาบเยา

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    9.2

    อวี่จิ้งเซียงถอนใจก่อนที่จะเล่าให้ฟังต่อ“สุดท้ายข้าเลยปลอมตัวไปสอบจอหงวน แต่กรรมการคุมสอบวันนั้นดันเป็นท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงซึ่งเขาจับได้ว่าข้าเป็นสตรีปลอมตัวมา แต่เมื่อท่านอ๋องได้ทดสอบความรู้ของข้า ท่านอ๋องเห็นว่าเองก็มีความสามารถก็เลย ได้มาเป็นมือปราบนี่ล่ะ”“ขอบคุณที่เล่าเรื่องดี ๆ แบบนี้ให้ฟังน

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 9

    ตอนที่ 9 “นายท่าน” บิงโก้ตะลึงทำให้เขาไม่ระวังตัว เลยโดนแปะยันต์ไปทำให้หมดพลัง เข่าอ่อนแทบจะยืนไม่ได้อวี่จิ้งเซี่ยงเดินตรงมาหาเขา และกำลังจะเอาร่มแทง แต่เซาโลพุ่งมาจับข้อมือของอวี่จิ้งเซี่ยงเอาไว้ แม้ตอนนี้เขาจะบาดเจ็บและพละกำลังน้อยลง แต่เขาก็ยังแข็งแรงพอที่จะบีบมือให้เธอเจ็บ ร่มหลุดจากมือ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status