LOGINทุกคนมองมาที่เขาเป็นตาเดียว ทั้งคังหวั่นฟานและเยี่ยตงลิ้วรู้สึกถึงไอปีศาจที่มากกว่าที่เคยเจอมาในครั้งไหน ๆ
“เจ้านี่มันอะไรเนี่ย ทำไมไอปีศาจถึงได้มากขนาดนี้” เยี่ยตงลิ้วกลัวจนตัวสั่น
“นี่พวกแกต้องการอะไรจากข้าหรือไง ถึงได้ก่อกวนข้าอยู่ได้เนี่ย” ชายที่ถูกเรียกว่านายท่านพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย
“ลี่กุ้ย ! มากับเราซะ เจ้ามีสิ่งที่เราต้องการ” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา
“อะไรข้ามีอะไรที่เจ้าต้องการหรือไง แล้วมาเรียกคนอื่นแบบนี้ อยากโดนฟาดปากหรือไง” ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ยพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“งั้นก็บอกชื่อเจ้ามาซะสิ ไอ้ลี่กุ้ย” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา
“แล้วทำไมต้องบอกวะ แล้วแกต้องการอะไรจากข้ากันแน่” ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ยพูดสวนกลับ แต่เหมือนกับเยี่ยตงลิ้ว ได้สติแล้ว
“ตั้งค่ายจัดการมัน หวั่นฟาง เจ้าไปร่วมด้วยเร็วเข้า”
ศิษย์อีกแปดคนพร้อมหมาดำแปดตัว คังหวั่นงฟางเลยรีบไปสมทบ และเจ้าหมาดำตัวนั้นก็วิ่งตามไปด้วย ลำแสงส่องมาโดนร่างของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย เขารู้สึกปวดแสบปวดร้อน แต่ก็กัดฟัน เถียวเสี่ยวฟู่เห็นเป็นโอกาสแล้วเลยดีดพิณเสียงพิณ ทำให้ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย โดนแรงกระแทกเขารู้สึกเหมือนซี่โครงจะหัก และโดนเสียงพิณเล่นงานไปอีกหลายครั้งคราวนี้ถึงกับเข่าอ่อน ทั้งโดนพลังจากยันต์แปดเหลี่ยม และโดนเสียงพิณแบบนี้ ทำให้เขาบาดเจ็บไม่น้อยแล้ว เขาตัดสินใจพุ่งไปหาหมาดำด้วยตัวหนึ่ง และกัดมันเข้าที่คอเลือดไหลเข้าไปในปากผ่านลำคอไป เจ้าหมาดำส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
“อะไรกันปกติปีศาจโดนเลือดหมาดำไม่ได้นี่ !” คังหวั่นฟางพูดขึ้นมา
“เจ้านี่เป็นเหรอ” เถียวเสี่ยวฟู่พูดขึ้นมา
“ปัทติโธ่! เห็นขนาดนี้ยังคิดว่ามันเป็นคนเหรอไง” อวี่จิ้งเซียงพูด
หลังกินเลือดหมาดำเสร็จ ชายที่ถูกเรียกว่าหลี่กุ้ยก็กระชากหัวของหมาดำด้วยนั้นออกจากตัวนั้นด้วยเป็นภาพที่ชวนสยอง
“เอาล่ะพอกันที !” ชายที่ถูกเรียกว่าหลี่กุ้ยร้องลั่น และหยิบเอาอูรูมิออกมา
“แย่แล้วหาที่หลบเร็วมันคลั่งแล้ว !” เฟิงต้ายงพูด เขาเหวี่ยงอาวุธอีกครั้งหนึ่งคราวนี้ต้องหาที่หลบกันอย่างวุ่นวาย ดาบแส้กำลังจะฟาดมาโดน แต่อวี๋จิ้งเซียงรีบกระโดดมาเอาร่มกันเอาไว้ ทัน เป็นโอกาสให้เฟิงต้ายงแทงกระบี่ทะลุร่างของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ยได้ แต่เขาสวนกลับด้วยอูรูมิในมือ เฟิงต้ายงรีบถอยออกมา แต่โดนคมของอูรูมิทำให้เกิดแผลยาวที่หน้า เลือดไหลอาบ
“มันเจ็บนะโวย” สายตาและสีหน้าของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ยนั้นยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ เถียวเสี่ยวฟู่ดีดพิณคลื่นเสียงทำให้ ร่างของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ยกระเด็นไปอีก เป็นจังหวะให้เย่ยตงลิ้วร่ายมนตร์ใส่ในเชือก เชือกเหมือนกับมีชีวิตพุ่งไปมัดร่างของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย เขาพยายามดิ้นว่ากลับรู้สึกปวดแสบปวดร้อนไปหมด
“เป็นไงล่ะ เชือกอาคมของข้า ไปจับมันเลย”
ทุกคนกำลังจะวิ่งเข้าไปจับแต่ว่า บิงโก้รีบเข้ามาขว้างด้วยมือเท้า ทำให้เหล่าศิษย์สำนักกงเยวี่ยน ต้องเอายันต์แปดเหลี่ยมส่องอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าสิ่งที่ไม่มีใครคิดก็เกิดขึ้น ชายที่ถูกเรียกว่าหลี่กุ้ยเกรงพลังและทำลายเชือกได้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะอ่อนแรงลงไปแล้ว แต่กระนั้น เขายังมีแรงพอที่จะเหวี่ยงอาวุธในมือ และเป้าหมายของอาวุธคราวนี้คือ หมาดำ คราวนี้มันโดนร่างของหมาดำไปเจ็ดตัว เป็นแผลยาว เขาพูดบางอย่างออกมา
“อินรูโต๊ะ[1]” เมื่อสิ้นคำนี้ เลือดของเหล่าหมาดำก็พุ่งออกมาราวกับน้ำพุและเข้าไปในปากของชายที่ถูกเรียกว่า ลี่กุ้ย เจ้าหมาดำทั้งเจ็ด ตายคาที่
“เอาล่ะ ตอนนี้ยังคิดสู้อีกมั้ย” ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ยพูดด้วยน้ำเสียงที่ชวนสยอง พวกลูกศิษย์วิ่งหนีไป ดื้อ ๆ เลย เยี่ยตงลิ้วเอง พอไม่มีลูกศิษย์ประกอบเขาอาจเป็นศิษย์คนโตสำนักก็จริง แต่ตำแหน่งนี้เขาได้มาเพราะอยู่ในสำนักมานานกว่าคนอื่น แต่ประสบค์การณ์ในการปราบปีศาจน้อยมากแถม ส่วนมากจะไม่เคยเจอปีศาจที่มีพลังขนาดนี้ ส่วนใหญ่จะเจอแค่ปีศาจตัวเล็กตัวน้อยเท่านั้น เลยทำให้กลัวจนวิ่งไป แต่คังหวั่นฟางนั้นไม่กลัวเธอยังเอายันต์แปดเหลี่ยมไปใส่ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ยอยู่ดี ซึ่งพลังของเธอก็มีมากพอที่ทำให้ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย ไม่กล้าเข้าใกล้ มากนักเลยเหวี่ยงอาวุธใส่ไปแทน แต่อวี่จิ้งเซียงเอาร่มมากันเอาไว้ เป็นช่องทางให้เถียวเสี่ยงฟูปล่อยเสียงเพลงใส่อีกครั้งหนึ่ง
บิงโก้จะมาเล่นงานจากด้านหลังแต่ว่า เฟิงต้ายงมาต่อสู้กับเขา การต่อสู้เริ่มขึ้นแล้ว บิงโก้นั้นไม่ได้โจมตีแบบไร้กระบวนท่า แต่มันการโจมตีของคนที่เป็นมวย และฝึกการต่อสู้มาแน่ ๆ เพียงเหมือนกับว่าเขาจะจำกระบวนท่ายังไม่ค่อยจะได้เท่านั้น แต่กระนั้นเขาก็อ่านทางกระบี่ได้
ซุ่นมู่ซานเห็นยันต์ที่พวกศิษย์กงเยวี่ยนทิ้งเอา เลยเอาไปแปะตามร่างของบิงโก้ทำให้เขาอ่อนแรงและล้มลงไป นั่นทำให้รู้ว่ายันต์ยังได้ผลอยู่
คังหวั่นฟางเห็นแบบนั้นก็ร่ายมนตร์ยันต์ลอยมาแปะเต็มร่างของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย เหลือเพียงส่วนหัวเท่านั้นพลังของเขาลดลงไปทันที ทำให้เข่าอ่อน เป็นโอกาสให้เถียวเสี่ยวฟูดีดพิณเสียงพิณเข้าสกัดชายที่ถูกเรียกว่า ลี่กุ้ย เอาไว้ได้ แต่ยันต์กลับค่อย ๆ ไหม้
“พลังปีศาจของมันมากเกินไป ยันต์จะเอาไม่อยู่แล้ว” คังหวั่นฟางพูดขึ้นมา ซุ่นมู่ซานมองไปที่ร่างของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย แล้วพูดว่า
“ถ้ามันเป็นสิ่งมีชีวิต เจอพิษมันต้องเสร็จ !” เขาเอาสีดำออกมา และซัดออกไปทันที เข็มปักเข้าตามร่างกายของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย ทำให้เขาชาไปทั้งตัว จนขยับไม่ได้ คังหวั่นฟางรีบเสกเชือกอาคมมามัดร่างเขาเอาไว้ คราวนี้ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย หมดฤทธิ์แล้ว
ทั้งชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ยและบิงโก้ถูกลากเข้าไปในศาลเจ้าร้าง ซึ่ง อวี่จิ้งเซียงสังเกตว่า ทั้งสองคนมีอาการแปลก ๆ เหมือนกำลังเจ็บปวดเกือบตลอดเวลา แต่พยายามเก็บอาการ ความอดทนขนาดนี้ ทำให้เดา ๆ ได้ว่าชายคนนี้เคยเป็นทหารมาก่อนแน่ ๆ เฟิงต้ายงเป็นคนค้นตัวของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย โดยมีพลังจากยันต์แปดเหลี่ยม และเสียงพิณสกัดเอาไว้ แต่นอกจากอูรูมิแล้ว เจ้านี่ไม่มีอะไรติดตัวเลยสักอย่าง
“เอาล่ะ ไอ้ลี่กุ้ย บอกสิว่าโอสถทิพย์อยู่ไหนกัน”
“พูดเรื่องบ้าอะไรกัน” ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย ยังคงทำหน้าแปลกใจเหมือนไม่เข้าใจในคำถามของเฟิงต้ายง
“ไอ้ที่เจ้าเอาให้เจียงสือตัวนี้กินไงล่ะ มันคืออะไรทำไมถึงทำให้มันสติขึ้นมาได้” เหมือนชายที่ถูกเรียกว่า ลี่กุ้ย จะยังไม่เข้าใจ
“อะไร ข้าไม่ได้ให้อะไรมันกินซะหน่อย มันก็แค่ตามข้ามาเท่านั้นล่ะ”
เมื่อเห็นว่าถามชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย ไม่ยอมพูดอะไร อวี่จิ้งเซียงเลยตัดสินใจ ถามกับบิงโก้
“มันเอาอะไรให้เจ้ากินกันแน่ เจ้าถึงได้มีสติขึ้นมาแบบนี้”
“ไม่รู้หรอก ข้าได้สติขึ้นมาก็เจอนายท่านเป็นคนแรก ก็เลยติดตามก็เท่านั้น นอกนั้นข้าไม่มีความทรงจำหรอก” เจ้าตอบตรง ๆ น้ำเสียงไม่แสดงออกว่าโกหกเลยสักนิด ทำตอนนี้พวกเขาไม่สามารถหาคำตอบอะไรจาก สองคนนี่ได้แน่ ๆ
“ยังไงคุมตัวมันเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน คิดว่ามันอาจจะยอมบอกเราก็ได้ว่า โอสถทิพย์คืออะไร” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา
“เซาโล” อยู่ ๆ ชายคนนั้นก็พูดขึ้นมา
“อะไรนะ” อวี่จิ้งเซียงทำหน้าแปลกกับสิ่งที่เขาเพิ่งพูดออกมา
“ข้าชื่อ เซาโล ไม่อยากฟังคนอื่นมาเรียกข้าว่า ลี่กุ้ย ฟังแล้วมันแสลงหู” เขาพูดอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ทุกคนทำหน้าไม่ถูกแล้ว เซาโลถอนใจแล้วพูดว่า
“ข้าบอกชื่อไปแล้ว พวกเจ้าก็บอกชื่อตัวเองหรือไงกัน แล้วทำไมต้องจับข้าด้วย”
พวกสี่มือปราบเลยแนะนำตัวเอง
“ข้าคือ อวี่จิ้งเซียงแห่งกลุ่มมือปราบเฟิงเถียวอวี่ซุ่น”
“ข้าเฟิงต้ายงแห่งกลุ่มมือปราบเฟิงเถียวอวี่ซุ่น”
“ข้าเฟิงต้ายงแห่งกลุ่มมือปราบเฟิงเถียวอวี่ซุ่น”
“ข้าเถียวเสียวฟู่กลุ่มมือปราบเฟิงเถียวอวี่ซุ่น ”
“ข้าซุ่นมู่ซาน กลุ่มมือปราบเฟิงเถียวอวี่ซุ่น” เซาโรขมวดคิ้วแล้วพูดว่า
“มือปราบเหรอ คนของทางการต้องการอะไรจากข้าล่ะ หรือเรื่องแอบเข้าเมืองมา เรื่องที่ข้าฆ่าคนหรือไง นี่ขนาดยอมร่วมมือกับพวกใช้วิชามนตร์ดำเลยเหรอ ลงทุนน่าดูนะ”
“อย่าทำไขสือนะ สิ่งทำให้แกมีพลังทั้งหมดนี่ไงล่ มันต้องเป็นโอสถทิพย์แน่ ๆ” เถี่ยวเสียวฟู่พูดขึ้นมา
“อ้าวเฮ้ย ! พูดอะไรเนี่ยข้าไม่เข้าใจโวย” เซาโรตะโกนใส่หน้า
“พามันไปส่งให้ท่านอ๋อง เดี๋ยวมันคงยอมพูดเองนั่นล่ะ” ซุ่นมู่ซานพูดขึ้น
“ข้าขอพูดอะไรบ้างอย่างหน่อยได้มั้ยเจ้าค่ะ” คังหวั่นฟางพูดขึ้นมา
“ว่ามาได้เลย” อวี่จิ้งเซียงอนุญาตให้นางพูด
“พวกท่านไม่คิดเหรอข้า ว่าเจ้าคนนี้มันเป็นตัวอันตราย ไม่สิมันไม่ใช่คนแน่ ๆ ไอปีศาจขนาดนี้ ยังคิดจะเอาตัวมันไปเมืองหลวงอีกเหรอคะ”
ทั้งสี่มองหน้ากัน ก็จริงยังที่คังหวั่นฟาง ทั้งสี่ไม่รู้สึกว่าเจ้านี้จะเป็นสิ่งดีเลยสักนิด เฟิงต้ายงเลยตัดสินใจพูดขึ้นมา
“มันเป็นคำสั่ง เราต้องทำตาม”
“จริง ๆ ข้าก็ไม่ค่อยเห็นด้วยหรอกที่จะเอาตัวมันไปแบบนี้ แต่ข้าคิดว่าร่างกายของมันต้องอะไรแปลก ๆ แน่นอน เจ้าก็เห็นมันแทบจะไม่บาดเจ็บเลยขณะต่อสู้ แถมเหมือนกับบาดแผลของมันก็หายด้วย ข้าอยากจะตรวจดูมันอาจช่วยให้เราเข้าใจว่า โอสถทิพย์ที่ว่าคืออะไรกัน” ซุ่นมู่ซานเสนอ
“แต่ที่แน่ ๆ ข้ายืนยันได้มันใช้มนตร์ดำ ไม่เห็นที่มันทำเหรอ” คังหวั่นฟางพูดขึ้นมา
“คิดพวกเราดูไม่ออกเหรอ ก็จัดการพวกคนใช้มนตร์ดำมาแยอะแล้ว ส่วนมากก็ปาหี่ เหมือนกับพวกกงเยวี่ยนใต้นั่นล่ะ” อวี่จิ้งเซียงพูดอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“แต่ไอ้หมอนี่ ยังคิดว่า มันเป็นปาหี่เหรอ” เถียวเสี่ยวฟู่เถียงขึ้นมา
ทุกคนตัดสินใจว่าจะผลัดกันเฝ้าเซาโลและบิงโก้ โดยยามกะแรก อวี่จิ้งเซียงเป็นคนอยู่ยามกะแรก โดยมีเถียวเสียวฟู่คอยดีดพิณอยู่ใกล้ ๆ ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลง
[1] Hirundo อินรูโต๊ะ ภาษาละติน แปลว่า กลืนกิน
เขารีบจับอาวุธและฟาดไปอีกครั้ง โดนที่เข้าที่แสกหน้าของหลี่หวู่หมิงเต็ม ๆ และยังโดนกระหน่ำฟาดไม่หยุด ความเจ็บปวดแผ่เข้ามาเต็มร่างของหลี่หวู่หมิง จนเลือดอาบไปทั้งตัว เนื้อหลุดจนเห็นกระดูกหลายจุด เซาโลหยุดการโจมตีแล้ว“ทำไมทำไม ข้าแพ้แบบนี้ ทำไมกัน ข้าได้พลังมาแล้ว ทำไมกัน แผ่นดินต้องเป็นของข้าสิ”เซาโลมองที่หลี่หวู่หมิงแล้วพูดว่า “พลังที่เจ้าเลือก มันเป็นของปีศาจเป็นคำสาป ยังไงก็ไม่เกิดเรื่องดี ๆ กับเจ้าหรอกนะ เอาจริง ๆ เจ้าน่ะแค่อยากได้อำนาจไม่ได้อยากช่วยเหลือใครจริง ๆ หรอก” “แต่เจ้าก็มีพลังแบบนี้เหมือนกัน” หลี่หวู่หมิงเถียง “นั่นคือคำสาปข้ายังไม่รู้เลยว่าข้าจะจบแบบไหน”หลี่หวู่หมิงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้ว่า ที่ผ่าน ๆ มา เขาอ้างบ้านเมืองมาตลอดความจริงเขาอยากได้อำนาจเอาไว้ใช้ซะเอง จึงได้เงียบไปเป็นการรอรับความตาย เซาโลฟาดดาบแส้ซ้ำลงไปหัวของหลี่หวู่หมิงขาดกระเด็นไปแล้ว ทหารหลวงมาล้อมเซาโลเอาไว้ แต่อวี่จิ้งเซียงตามมาด้วย เลยรีบห้าม “เขามากับข้า”ทหารหลวงลดอาวุธลง อวี่จิ้งเซียงมองร่างของหลี่หวู่หมิงที่กลายเป็นผงไปแล้ว เธอก็นึกเสีย
ตอนที่ 15ซุ่นมู่ซานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่เอาแล้วล่ะ พอกันที ข้าเป็นมือปราบ เป็นหมอ สู้กับคน รักษาคน ข้าไม่ได้จะมาต่อสู้กับปีศาจแบบนี้” “นี่ท่านหมายความว่าอะไร ท่านจะไม่ต่อสู้แล้วเหรอ” “ข้าขอโทษ ตอนนี้ข้าไม่กล้าแม้แต่จะกำหมัด ตอนที่พี่เฟิ้งตาย ข้าเพิ่งเคยเห็นเขามีสีหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น แล้วหลังจากนั้นพี่เฟิ้งก็กลายเป็นปีศาจไร้ความรู้สึกให้ข้าไปต่อสู้อีกเหรอ ข้าไม่ไหวจริง ๆ เรื่องการต่อสู้แบบนี้ข้าทำไม่ได้แล้ว แต่ข้าจะคอยรักษาคนเจ็บคนป่วยต่อไปก็แล้วกัน มันก็ถือว่าเป็นช่วยชาติ ช่วยประชาชนได้เหมือนกันล่ะ ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตไปแลกหรอกนะ เพราะข้าจะช่วยคนอื่นได้มากกว่าถ้าข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป” ซุ่นมู่ซานตอบ อวี่จิ้งเซียงมองซุ่นมู่ซานแม้ว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่นางต้องการ แต่นางก็เข้าใจเขา ยังไงคนเราก็รักตัวกลัวตายทั้งนั้น “งั้นข้าขอให้ท่านโชคดีแล้วกันนะ ขอให้รักษาคนให้ได้มาก ๆ ก็แล้วกัน” อวี่จิ้งเซียงพูด “เจ้าเองก็ด้วย ข้าขอให้โชคดีและปลอดภัยนะ และข้าช่วยได้แค่นี้” หลังอวยพรเสร็จเขาก็ส่งขวดยาให้“นี่ยาถอนพิษ อาจช่วยเจ้าได้ข้าขอล
“อินรูโต๊ะ !”เลือดพุ่งออกมาจากแผลที่ข้อมือของเฮ่ยหลู่ต้งปิง เข้ามาในปากของเซาโล แขนของเฮ่ยหลู่ ต้งปิงถึงกับชาจนขยับไม่ได้ กระบี่เหรียญที่แทงร่างของเซาโลกระเด็นหลุดจากร่าง เฮ่ยหลี่ต้งปิงเสียเลือดไปมากจนยืนไม่อยู่ เซาโลเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เฮ่ยหลู่ต้งปิงอ่อนแรงจนทำอะไรไม่ได้แล้ว เซาโลฟาดอาวุธเข้าไปที่คอของเฮ่ยหลี่ต้นปิง หัวเขาขาดกระเด็น อวี่จิ้งเซียงเธอต้องคอยหลบ กู่และใช้ร่มจัดการ แต่อยู่ ๆ เธอก็หน้ามืดเข่าอ่อน และคนที่อยู่ใกล้ ๆ อีกหลายคนก็มีอาการแบบเดียวกัน “รู้ตัวช้านะ เจ้าสูดลมพิษของข้าไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกไม่ถึงตายหรอก แต่เจ้าไม่รอดจากกู่ของข้า แน่ ๆ ” เมื่อเฮ่ยเหอเซียงกู่พูดจบ กู่ทั้งฝูงก็กำลังจะเล่นงานอวี่จิ้งเซียง แต่ว่า เหล่ากู่โดนอาวุธของเซาโลทำลายไปทั้งหมดแล้ว “แก ! ทำไมพิษมันไม่ได้ผล” เฮ่ยเหอเซียงกู่ตกใจมาก “คิดว่าข้าเป็นมนุษย์หรือไงจะได้แพ้พิษนี่” มีกู่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเซาโล เขาใช้ปากกัดมันเคี้ยวก่อนจะคายออกมา “รสชาติไม่ได้เรื่องเลย นึกว่าจะเผ็ดกว่านี้ซะอีก” เฮ่ยเหอเซียงกู่เริ่
ตอนที่ 14 “อะไรกัน ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม แค่กอดเองจะอะไรนักหนาเหรอ ไม่รู้เหรอว่าพวกเรากับท่านอ๋องเป็นอะไรกัน” อลิซพูดจบก็กลับไปอยู่ข้าง ๆ ท่านอ๋องเหมือนเดิม “หมายความว่าอะไรกันขอรับท่านอ๋อง” เฟิ่งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ อลันกับอลิซเลยผลัดกันจูบท่านอ๋องต่อหน้าทั้งสามคน ทั้งสามทำไม่หน้าถูก ตะลึงกับภาพที่เห็น “ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ท่านอ๋องเป็นของพวกเราไงล่ะ” อลันพูดและส่งสายตาไปให้ทั้งสาม อลิซก็เหมือนกันทำให้ทั้งสามคนขนลุกแปลก ๆ “อย่าได้แปลกใจไป สองคนนี่ได้มอบพลังให้กับข้า” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงของเขาดูล่องลอย “ท่านใช้โอสถทิพย์ไปแล้วเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานพูดด้วยความตื่นเต้น ทั้งอลันและอลิซส่งเสียงหัวเราะดังลั่น “แหม ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าใช้หรอกนะ เราแค่มีความสุขด้วยกันจะดีกว่านะ” อลิซพูดพลางไปนั่งตักของท่านอ๋อง “แปลว่าท่านจะเอาพลังไปรักษาฮ่องเต้สินะขอรับ” เฟิงต้ายงพูดด้วยสายตาแห่งความหวัง ท่านอ๋อง หลี่หวู่หมิงนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “คิดว่าข้าจะเอาพลังนี่ไปช่วยฮ่องเต้ขี้โรคนั่นจริง ๆ เหรอ”เม
“เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน “ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันทีเซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้ “พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่ ตั้งแต
ตอนที่ 13 “โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมาเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้า
“เอาทหารข้าไป ! ต่อให้ต้องใช้ทหารถล่มเขตต่างชาติข้าก็จะทำ แค่ให้ได้มันมา ! คราวนี้อย่าให้พลาดอีก ถ้าพลาดอีกคราวนี้ข้า บอกเลยนะ ข้าจะสั่งขังพวกเจ้า !” เสียงประกาศของท่านอ๋องทำให้เหล่ามือปราบถึงกับขนลุก เพราะท่าน อ๋องไม่ได้พูดเล่นท่านเอาจริง เซาโลกับบิงโก้เดินทางมาถึงเขตต่างช
ตอนที่ 10 “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกข้าต้านพิษได้เพราะฝึกกับพิษมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว” แต่อีกฝ่ายก็มีแค่มือเปล่า นักดาบเลยได้ใจเข้าต่อสู้ทันที แต่กลายเป็นซุ่นมู่ซานก้าวเท้าหลบด้วยความเร็วที่เหนือชั้น ทำให้อีกฝ่ายฟันไม่ถูกสักที เขาซัดขวดยาไปทางนักดาบแต่มันหลบได้ “ซัดไปทางไหนกัน” นักดาบเยา
อวี่จิ้งเซียงถอนใจก่อนที่จะเล่าให้ฟังต่อ“สุดท้ายข้าเลยปลอมตัวไปสอบจอหงวน แต่กรรมการคุมสอบวันนั้นดันเป็นท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงซึ่งเขาจับได้ว่าข้าเป็นสตรีปลอมตัวมา แต่เมื่อท่านอ๋องได้ทดสอบความรู้ของข้า ท่านอ๋องเห็นว่าเองก็มีความสามารถก็เลย ได้มาเป็นมือปราบนี่ล่ะ”“ขอบคุณที่เล่าเรื่องดี ๆ แบบนี้ให้ฟังน
ตอนที่ 9 “นายท่าน” บิงโก้ตะลึงทำให้เขาไม่ระวังตัว เลยโดนแปะยันต์ไปทำให้หมดพลัง เข่าอ่อนแทบจะยืนไม่ได้อวี่จิ้งเซี่ยงเดินตรงมาหาเขา และกำลังจะเอาร่มแทง แต่เซาโลพุ่งมาจับข้อมือของอวี่จิ้งเซี่ยงเอาไว้ แม้ตอนนี้เขาจะบาดเจ็บและพละกำลังน้อยลง แต่เขาก็ยังแข็งแรงพอที่จะบีบมือให้เธอเจ็บ ร่มหลุดจากมือ







