Partager

ตอนที่ 3 1/2

last update Date de publication: 2026-01-25 15:20:09

ตอนที่ 3

“ก็ไม่แปลกนี้ เจียงสือน่ะ คือการเอาพลังปีศาจใส่ในร่างศพนะ แต่มันเป็นพลัง อ่อน ๆ แค่ให้เคลื่อนไหวได้เท่านั้นล่ะ” เถียวเสี่ยวฟู่พูดขึ้นมา นางสั่งลูกศิษย์ให้ตั้งโต๊ะพิธี เธอเอาเข็มทิศวางไว้บนโต๊ะพร้อมกับเศษหีบ เธอเริ่มร่ายมนตร์บางอย่าง เข็มทิศกับเศษหีบหลอมรวมกันทันที

            “ตอนนี้เข็มทิศนี้จะชี้ทางให้กับพวกท่านเอง” กวนหูเตี๋ยพูด แต่อวี่จิ้งเซียงรีบพูดว่า

            “ให้ประมุขไปกับเราด้วยได้มั้ยคะ มันจะดีกว่า ถ้ามีท่านไปด้วย”

“ช่วงนี้ข้าอยู่ช่วงเก็บตัวทำสมาธิ ยังไงข้าจะส่งลูกศิษย์ไปก็แล้วกัน หวั่นฟาง” กวนหูเตี๋ยร้องเรียกหาลูกศิษย์ หญิงวัยยี่สิบต้น ๆ เดินเข้ามาหาอาจารย์ของเธอ เธอเป็นผู้หญิงร่างเล็กหน้าตาสวยงามตาแบบฉบับสาวแรกรุ่น เถียวเสี่ยวฟูมองนางอย่างไม่วางตา แต่อวี่จิ้งเซียงต้องสะกิดเป็นการเตือน

            “นางคือ คังหวั่นฟาง เป็นศิษย์เอกของข้าเอง ข้ารับประกันได้ว่า นางช่วยเหลือท่านได้แน่”

            “ให้นางไปคนเดียวเหรอขอรับ” เถียวเสี่ยวฟูพูดขึ้นมา

            “นางเก่งที่สุดแล้วล่ะ เชื่อเถอะว่านางจะช่วยท่านได้” กวนหูเตี๋ยพูดรับรอง

            ทางด้านเฟิงต้ายงกับซุ่นมู่ซานนั้น ไปติดต่อที่สำนักฝ่ายกงเยวี่ยนใต้ หากเปรียบสำนักฝ่ายเหนือเป็นสวนดอกไม้ ฝ่ายใต้จะเหมือนกับค่ายทหารย่อย ๆ เนื่องจากหลังจากแยกตัวมาแล้วสำนักฝ่ายใต้ ก็เพิ่มวิชาหมัดมวยเข้าไปด้วย มีเสียงการฝึกการต่อสู้ดังไปทั่ว แต่โดยรวมแล้วสำนักไม่ได้ดูยิ่งใหญ่เท่าภายเหนือเลยสักนิด

            “ข้าจำได้ เจ้าเคยฝึกมวยกับสำนักนี้ใช่มั่ย” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา

            “ไม่เชิงหรอก ตอนข้าเด็ก ๆ มีศิษย์สำนักนี้ไปสอนมวยให้ชาวบ้านก็เท่านั้นล่ะ ข้าเลยไม่ใช่ศิษย์สำนักนี้อย่างเป็นทางการหรอก มีแต่วิชาหมอนี่ล่ะที่ได้เรียนกับอาจารย์อย่างเป็นทางการ” ซุ่นมู่ซานพูดขึ้นมา

            ประมุขคนปัจจุบันคืออู๋ซาน แต่ว่าตอนนี้อู๋ซานได้ลงเขาไปเข้าฌาน[1] ทำให้ไม่สามารถติดต่อได้เลย มีแต่ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักนามว่า เยี่ยตงลี้ว ที่พอจะติดต่อได้ในเวลานี้ เขาเป็นชายร่างผอม สูงไว้หนวดเครา ท่าทางของดูเหมือนคนที่ดื่มจัดคนหนึ่ง เพราะยังมีกลิ่นเหล้าโชยออกมาจากตัว ทำให้รู้ว่าไม่น่าเชื่อถือเท่าไรนัก แต่ตอนนี้ไม่มีตัวเลือกอื่อนแล้ว หลังจากที่เฟิงต้ายงแจ้งว่ามาทำอะไรแล้ว เยี่ยตงลี้วก็ทำพิธีสร้างเข็มทิศให้ และยังเสนอว่าจะไปช่วยด้วยตัวเองพร้อมกับเหล่าลูกศิษย์

            “จะไหวเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานถาม

            “เชื่อเถอะ ถ้าไปพร้อมกับศิษย์น้องข้า เอาอยู่ จริง ๆ เรียกมันมาที่นี่ก็ได้นะ แต่เรายังไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอนของมันเลยน่ะสิ แต่เชื่อสิเราจัดการ ไม่ต้องรอเจ้าสำนักออกมาจากเข้าฌานหรอกนะ ข้าเองก็มีฝีมืออยู่เหมือนกันนั่นล่ะ” เยี่ยตงลิ้วพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ เฟิ่งต้ายงเลยตอบตกลงไป เยี่ยตงลิ้ว ตัดลูกศิษย์ไปเก้าคนและที่น่าแปลกก็คือ ทุกคนจูงหมาดำมาคนละตัว

            “เชื่อเถอะ หมาดำนี่ล่ะ ช่วยพวกเราได้แน่ ๆ ”

            “เพราะอะไรเหรอครับ” เฟิงต้ายงถามทันที

            “หมาดำ[2]เป็นสัตว์ที่มีพลังพิเศษจัดการผีปีศาจได้ และอีกอย่างนะข้าก็ไม่ใช่พวกปาหี่หลอกลวงคนหรอกนะ”

            หลังจากสี่มือปราบมาเจอกัน ทำให้ศิษย์ฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้มาเจอกัน หลังแยกสำนักแล้วสองฝ่ายนี้แทบไม่ญาติดีกันเลย เพราะโดนฝังหัวมาแต่เรื่องไม่ดีของอีกฝ่าย โดยฝ่ายใต้จะบอกว่าฝ่ายเหนือเป็นพวกคร่ำครึก ฝ่ายเหนือจะบอกว่า ฝ่ายใต้ตอนนี้เป็นแหล่งรวมกุ้ยไปแล้ว คังหวั่นฟานรีบพูดว่า

            “นี่ให้พวกศิษย์ฝ่ายใต้มาด้วยเหรอ ไม่เห็นบอกกันก่อนเลย”

            “เป็นคำสั่งของท่านอ๋อง เราขัดไม่ได้หรอกครับ ยังไงก็คิดซะว่าทำเพื่อช่วยทางการก็แล้วกัน” เถียวเสี่ยวฟู่รีบเจรจา

“แต่เอาหมาดำมาด้วยแบบนี้คิดจะทำอะไร อย่าบอกว่าจะใช้มนตร์ดำ” คังหวั่นฟานถามอย่างจริงจัง

“วิชาของพวกเรามันก็ไม่ใช่สีขาวอยู่แล้วหรือเปล่า แม่หนู เราทำงานสำคัญแบบนี้ไม่ควรมาแยกดำขาวนะ แมวสีอะไรจับหนูได้ก็คือแมวนั่นล่ะ” เยี่ยตงลิ้วพูดขึ้นมา คังหวั่นฟางเถียงไม่ออกเลยไม่พูดอะไรต่อ

 แต่ทางพวกสำนักกงเยวี่ยนใต้นั้น จะแสดงอาการเหมือนพวกหื่นกามใส่ คังหวั่นฟานจนเธอเริ่มจะ    กลัว ๆ แล้ว แถมหลายครั้งที่เดินผ่านหมู่บ้านไหนก็จะทำชาวเมือง ทำให้อวี่จิ้งเซียงทนไม่ได้ เลยประกาศไปว่า

            “ตอนนี้พวกเจ้าทำงานให้ทางการแล้ว อย่าเอานิสัยพวกนักเลงถ่อย ๆ มาใช้ หากใครทำตัวเช่นนี้ข้าจะถือว่า ขัดขว้างการทำงานของทางการ มีโทษถึงตาย”

            ตอนแรกพวกลูกศิษย์กำลังจะแย้งแต่ เยี่ยตงลิ้วรีบพูดว่า

            “ทำตามที่แม่นางบอก นางเป็นเจ้าหน้าที่ตอนนี้พวกเราทำงานให้ทางการอยู่ ทำตัวดี ๆ หน่อยนะพวกแก”

คังหวั่นฟานได้ยินแบบนี้ค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย เธอเลยเริ่มจะสนิทกับอวี่จิ้งเซียงมากกว่าเดิม คงเพราะต่างฝ่ายต่างเป็นสตรีทั้งคู่ เวลาอยู่ด้วยกันจึงรู้สึกว่าปลอดภัย

ขณะเดินทางอยู่ ๆ เยี่ยตงลิ้วได้บอกให้ทุกคนไปที่ศาลเจ้าร้างแห่งหนึ่ง

            “ข้าจะทำพิธีทำให้ไอ้เจียงสือตัวนั้นมาที่นี้ เอาแต่เดินตามแบบนี้ ข้าว่าไม่ดีแน่ ให้ข้าทำพิธีเรียกมันดีกว่า ศาลเจ้านี่ก็มีพลังศักดิ์สิทธิ์พอจะส่งให้ข้าได้”

            “แต่ที่นี่มันเขตเมืองนะ เกิดมันอาละวาดขึ้นมาจะทำให้ทำไง” อวี่จิ้งเซียงถามทันที

            “ไม่กลัวหรอก ข้าจะให้ลูกน้องไปขาย...เอ่อ ไปแจกยันต์แปะหน้าบ้านกันทุกคนแล้ว” เยี่ยตงลิ้วรีบพูดขึ้นมา จริง ๆ เขาอยากจะขายยันต์ แต่โดนพวกมือปราบมาขวางเอาไว้ซะนี่ เลยจำเป็นต้องแจกไปฟรี ๆ และที่เขาเลือกจะเรียกเจียงสือมาที่นี่นั้น เป็นการแสดงให้ชาวบ้านเห็น กงเยวี่ยนใต้แข็งแกร่งแค่ไหน และเยี่ยตงลิ้วเองก็คิดว่าแค่เจียงซือตัวเดียวจะอะไรหนักหนา เขาเลยพูดต่อว่า

            “คิดว่า เราจะตามมันทันเหรอขอรับ ตอนนี้ถึงจะรู้ตำแหน่งมันแล้วแต่ว่า คิดว่าจะตามมันทันง่าย ๆ ขนาดนั้นเลยเหรอขอรับ เรียกมันมาจะดีกว่านะครับ มีหมาดำเก้าตัวแบบนี้ และยังมีพลังจากศาลเจ้านี่อีก ยังไงก็จะต้องจัดการมันได้แน่ ๆ” เมื่อได้ยินแบบนั้น เฟิงต้ายงคิดสักพักแล้วพูดว่า

            “ยันต์ที่แจก ๆ ไปนั่นจะทำไม่ทำให้มีลูกหลงใช่มั่ย”

            “แน่นอนครับ หรือถ้าข้าเอาไม่อยู่จริง ๆ แม่สาวน้อยนี่ก็น่าจะช่วยได้นี่ นางเป็นศิษย์เอกกงเยวี่ยนเหนือ” เยี่ยตงลิ้วรีบพูดทันที คังหวั่นฟางรู้สึกกดดัน หากเธอแย้งอีกจะกลายเป็นว่าสำนักของเธอสู้ฝ่ายใต้ไม่ได้มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีแล้ว เธอเลยตัดสินใจ

            “ได้ข้าจะช่วยทำพิธี”    

            “แต่พวกท่านรู้มั้ยเนี่ยว่า ไอ้ตัวอันตรายจริง ๆ ไม่ใช่เจียงสือตัวนั้นหรอกแต่เป็น ไอ้คนต่างชาตินั่นต่างล่ะ” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา

            “ไม่ต้องกลัวหรอก ขอรับปีศาจหน้าไหนพวกเราก็จัดการได้ เพราะข้าเป็นรองเจ้าสักกงเยวี่ยนใต้นะขอคราวที่แล้วที่ตาย ๆ กันเพราะไม่มีพวกข้าอยู่ด้วยไงขอรับ” เยี่ยตงลิ้วตอบด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ

            ในคืนนั้น บิงโก้เจ้าเจียงสือ กำลังลากรถลากที่มีเจ้านายของมันนั่งอยู่ แต่อยู่ ๆ บิงโก้กลับมีอาการ

แปลก ๆ เขาหยุดรถและทำท่าปิดหูเหมือนได้ยินเสียงอะไรบ้างอย่าง

            “เป็นอะไรไป บิงโก้”

            “เสียงกระดิ่งขอรับ นายท่าน มันดังอยู่ในหัวของข้า” บิงโก้พูดขึ้นมา เขาเริ่มแสดงอาการทรมาณ ชายที่ถูกเรียกว่านายท่านทำหน้าแปลกใจ

            “ข้าก็เหมือนจะได้ยินนะ เวทย์มนตร์เหรอ”

            “อาจจะใช่ครับ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ข้ารู้สึกว่าต้องตามเสียงนี่ไป ไม่งั้นความเจ็บปวดมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ” บิงโก้ตอบ    

            “ไอ้พวกมนุษย์ดิ้นด้าน ไปจัดการซะ”

            “นายท่านรออยู่นี่ก็ได้ครับ ไว้ข้าจะจัดการเอง” บิงโก้พูดขึ้นมา

            “คิดว่ามันร่ายคาถาเพื่อเรียกเจ้าหรือไงกัน เจ้าสำคัญอะไรขนาดนั้นเหรอ ขนาดชื่อตัวเองยังจำไม่ได้เลย ข้าถึงเอาชื่อ หมามาตั้งให้เจ้าแบบนี้ไง” ชายที่ถูกเรียกว่านายท่านพูดขึ้นมา บิงโก้ถึงกับพูดไม่ออก

            “ตามเสียงไป ข้าจะไปจบเรื่องนี้ซะที จะให้พวกมันได้รู้ว่านรกเป็นยังไง !”

บิงโก้ลากรถตามเสียงไปทันที

            เสียงสวดมนตร์ในการทำพิธีทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวมาก แต่เยี่ยตงลิ้วยังคงทำพิธีต่อไปเรื่อง หมาดำทั้งเก้าตัวส่งเสียงเหาเหมือนเป็นสัญญาณว่าอันตรายกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยแล้ว ๆ  และยังไม่ทันไร รถลากก็ถูกขว้างลอยข้ามหัวมา เยี่ยตงลิ้วรีบหลบทันที ไม่งั้นเขาตายแน่ บิงโก้เดินตรงมาแล้ว

            “ปล่อยหมาดำไปเร็วเข้า” เยี่ยตงลิ้วรีบร้องสั่น  

            หมาดำทั้งเก้าตัวถูกปล่อยออกมา มันเข้าไปล้อมบิงโก้เอาไว้ และเหล่าลูกศิษย์สำนักก็เอายันต์แปดเหลี่ยม[3]ออกมาส่อง ร่างของบิงโก้แสงจากยันต์แปดเหลี่ยมอาบร่างของบิงโก้ รวมกับพลังของหมาดำเก้าตัว ทำให้บิงโก้เริ่มพลังลดลง และอ่อนแรงไป

            “เป็นไงล่ะ ไหนบอกว่ามันเก่งนักไงยังไงก็แค่เจียงสือ” เยี่ยตงลิ้วพูดด้วยอย่างมั่นใจมากขึ้น

            “ไม่ใช่ ตัวอันตรายจริง ๆ ไม่ใช่หมอนี่” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา

ยังไม่ทันไร พวกหมาดำจากเห่าก็เป็นเสียงครางหงิด ๆ ด้วยความกลัว  ชายที่ถูกเรียกว่านายท่านก็โผล่มาด้านหลังของศิษย์คนหนึ่ง และยังไม่ทันไรเขาก็โดนโจมตีด้วยการจับหักคอ ลูกศิษย์คนนั้นตายทั้งที่ยังไม่ได้ร้องเลยแม้แต่คำเดียว เจ้าหมาดำหนึ่งในเก้าตัวเห็นนายถูกฆ่าก็กระโดดเข้าใส่ทันที แต่ว่ามันโดนจับคอและเหวี่ยงกระเด็นไป อวี่จิ้งเชียงไปรับมันเอาไว้ก่อน ไม่งั้นเจ้าหมาดำตัวนี้ตายไปแล้ว และเมื่อลูกศิษย์ตายไปคนหนึ่ง พลังก็น้อยลงทำให้บิงโก้พอที่จะแรงเล่นงานอีกคน  ทุกคนมองมาที่เขาเป็นตาเดียว ทั้งคังหวั่นฟานและเยี่ยตงลิ้วรู้สึกถึงไอปีศาจที่มากกว่าที่เคยเจอมาในครั้งไหน ๆ

[1] การเข้าฌาน คือ การทำจิตให้สงบแน่วแน่จนเป็นสมาธิระดับสูง

[2]   ความเชื่อพบได้ ในประเทศจีน ประเพณีความเชื่อนี้มันมีต้นกำเนิดมาจากการฝึกในช่วงต้นๆ ของลัทธิเต๋าจุดประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกรบกวน จึงได้ใช้ "หมาดำ" เป็นสัญลักษณ์ในการป้องกันพลังงานที่ชั่วร้าย (หยิน) ทั้งนี้มีความเชื่อว่าสุนัขมีพลังงานด้านบวก (หยาง) มากที่สุดโดยเฉพาะ เลือดของหมาดำสามารถที่จะหยุดยั้งความชั่วร้ายต่างๆ ได้ แต่ต่อมาได้มีการใช้ "เลือดของหมาดำ" ในการสะกดวิญญาณ โดยเชื่อว่าเลือดของหมาดำจะทำให้ผู้ตายมองไม่เห็นคนที่ลงมือฆ่าตัวเอง จึงไม่สามารถไปตามหลอกหลอนหรือแก้แค้นได้ และยังเชื่อว่าเมื่อผู้ตายลงไปยังนรกจะไม่สามารถฟ้องยมทูตว่าใครเป็นคนฆ่าทั้งนี้เพราะ"หมาดำจะปิดปากทำให้พูดไม่ได้"

[3] ยันต์แปดเหลี่ยม หรือ โป๊ยข่วย (八卦) คือ สัญลักษณ์มงคลในโหราศาสตร์จีน มีลักษณะเป็นรูปแปดเหลี่ยม (Octagon) ที่ประกอบด้วยเส้นขีดหยินหยางทั้งขีดเต็ม (陽) และขีดประ (陰) แทนพลังงานฟ้าดิน มนุษย์ มีพุทธคุณเด่นด้าน ป้องกันสิ่งชั่วร้าย, สะท้อนสิ่งไม่ดี, แก้เคล็ดฮวงจุ้ย, และคุ้มครองภัยพิบัติจากทั้งแปดทิศ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    15/2

    เขารีบจับอาวุธและฟาดไปอีกครั้ง โดนที่เข้าที่แสกหน้าของหลี่หวู่หมิงเต็ม ๆ และยังโดนกระหน่ำฟาดไม่หยุด ความเจ็บปวดแผ่เข้ามาเต็มร่างของหลี่หวู่หมิง จนเลือดอาบไปทั้งตัว เนื้อหลุดจนเห็นกระดูกหลายจุด เซาโลหยุดการโจมตีแล้ว“ทำไมทำไม ข้าแพ้แบบนี้ ทำไมกัน ข้าได้พลังมาแล้ว ทำไมกัน แผ่นดินต้องเป็นของข้าสิ”เซาโลมองที่หลี่หวู่หมิงแล้วพูดว่า “พลังที่เจ้าเลือก มันเป็นของปีศาจเป็นคำสาป ยังไงก็ไม่เกิดเรื่องดี ๆ กับเจ้าหรอกนะ เอาจริง ๆ เจ้าน่ะแค่อยากได้อำนาจไม่ได้อยากช่วยเหลือใครจริง ๆ หรอก” “แต่เจ้าก็มีพลังแบบนี้เหมือนกัน” หลี่หวู่หมิงเถียง “นั่นคือคำสาปข้ายังไม่รู้เลยว่าข้าจะจบแบบไหน”หลี่หวู่หมิงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้ว่า ที่ผ่าน ๆ มา เขาอ้างบ้านเมืองมาตลอดความจริงเขาอยากได้อำนาจเอาไว้ใช้ซะเอง จึงได้เงียบไปเป็นการรอรับความตาย เซาโลฟาดดาบแส้ซ้ำลงไปหัวของหลี่หวู่หมิงขาดกระเด็นไปแล้ว ทหารหลวงมาล้อมเซาโลเอาไว้ แต่อวี่จิ้งเซียงตามมาด้วย เลยรีบห้าม “เขามากับข้า”ทหารหลวงลดอาวุธลง อวี่จิ้งเซียงมองร่างของหลี่หวู่หมิงที่กลายเป็นผงไปแล้ว เธอก็นึกเสีย

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    15/1

    ตอนที่ 15ซุ่นมู่ซานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่เอาแล้วล่ะ พอกันที ข้าเป็นมือปราบ เป็นหมอ สู้กับคน รักษาคน ข้าไม่ได้จะมาต่อสู้กับปีศาจแบบนี้” “นี่ท่านหมายความว่าอะไร ท่านจะไม่ต่อสู้แล้วเหรอ” “ข้าขอโทษ ตอนนี้ข้าไม่กล้าแม้แต่จะกำหมัด ตอนที่พี่เฟิ้งตาย ข้าเพิ่งเคยเห็นเขามีสีหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น แล้วหลังจากนั้นพี่เฟิ้งก็กลายเป็นปีศาจไร้ความรู้สึกให้ข้าไปต่อสู้อีกเหรอ ข้าไม่ไหวจริง ๆ เรื่องการต่อสู้แบบนี้ข้าทำไม่ได้แล้ว แต่ข้าจะคอยรักษาคนเจ็บคนป่วยต่อไปก็แล้วกัน มันก็ถือว่าเป็นช่วยชาติ ช่วยประชาชนได้เหมือนกันล่ะ ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตไปแลกหรอกนะ เพราะข้าจะช่วยคนอื่นได้มากกว่าถ้าข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป” ซุ่นมู่ซานตอบ อวี่จิ้งเซียงมองซุ่นมู่ซานแม้ว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่นางต้องการ แต่นางก็เข้าใจเขา ยังไงคนเราก็รักตัวกลัวตายทั้งนั้น “งั้นข้าขอให้ท่านโชคดีแล้วกันนะ ขอให้รักษาคนให้ได้มาก ๆ ก็แล้วกัน” อวี่จิ้งเซียงพูด “เจ้าเองก็ด้วย ข้าขอให้โชคดีและปลอดภัยนะ และข้าช่วยได้แค่นี้” หลังอวยพรเสร็จเขาก็ส่งขวดยาให้“นี่ยาถอนพิษ อาจช่วยเจ้าได้ข้าขอล

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    14/2

    “อินรูโต๊ะ !”เลือดพุ่งออกมาจากแผลที่ข้อมือของเฮ่ยหลู่ต้งปิง เข้ามาในปากของเซาโล แขนของเฮ่ยหลู่ ต้งปิงถึงกับชาจนขยับไม่ได้ กระบี่เหรียญที่แทงร่างของเซาโลกระเด็นหลุดจากร่าง เฮ่ยหลี่ต้งปิงเสียเลือดไปมากจนยืนไม่อยู่ เซาโลเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เฮ่ยหลู่ต้งปิงอ่อนแรงจนทำอะไรไม่ได้แล้ว เซาโลฟาดอาวุธเข้าไปที่คอของเฮ่ยหลี่ต้นปิง หัวเขาขาดกระเด็น อวี่จิ้งเซียงเธอต้องคอยหลบ กู่และใช้ร่มจัดการ แต่อยู่ ๆ เธอก็หน้ามืดเข่าอ่อน และคนที่อยู่ใกล้ ๆ อีกหลายคนก็มีอาการแบบเดียวกัน “รู้ตัวช้านะ เจ้าสูดลมพิษของข้าไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกไม่ถึงตายหรอก แต่เจ้าไม่รอดจากกู่ของข้า แน่ ๆ ” เมื่อเฮ่ยเหอเซียงกู่พูดจบ กู่ทั้งฝูงก็กำลังจะเล่นงานอวี่จิ้งเซียง แต่ว่า เหล่ากู่โดนอาวุธของเซาโลทำลายไปทั้งหมดแล้ว “แก ! ทำไมพิษมันไม่ได้ผล” เฮ่ยเหอเซียงกู่ตกใจมาก “คิดว่าข้าเป็นมนุษย์หรือไงจะได้แพ้พิษนี่” มีกู่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเซาโล เขาใช้ปากกัดมันเคี้ยวก่อนจะคายออกมา “รสชาติไม่ได้เรื่องเลย นึกว่าจะเผ็ดกว่านี้ซะอีก” เฮ่ยเหอเซียงกู่เริ่

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    14/1

    ตอนที่ 14 “อะไรกัน ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม แค่กอดเองจะอะไรนักหนาเหรอ ไม่รู้เหรอว่าพวกเรากับท่านอ๋องเป็นอะไรกัน” อลิซพูดจบก็กลับไปอยู่ข้าง ๆ ท่านอ๋องเหมือนเดิม “หมายความว่าอะไรกันขอรับท่านอ๋อง” เฟิ่งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ อลันกับอลิซเลยผลัดกันจูบท่านอ๋องต่อหน้าทั้งสามคน ทั้งสามทำไม่หน้าถูก ตะลึงกับภาพที่เห็น “ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ท่านอ๋องเป็นของพวกเราไงล่ะ” อลันพูดและส่งสายตาไปให้ทั้งสาม อลิซก็เหมือนกันทำให้ทั้งสามคนขนลุกแปลก ๆ “อย่าได้แปลกใจไป สองคนนี่ได้มอบพลังให้กับข้า” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงของเขาดูล่องลอย “ท่านใช้โอสถทิพย์ไปแล้วเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานพูดด้วยความตื่นเต้น ทั้งอลันและอลิซส่งเสียงหัวเราะดังลั่น “แหม ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าใช้หรอกนะ เราแค่มีความสุขด้วยกันจะดีกว่านะ” อลิซพูดพลางไปนั่งตักของท่านอ๋อง “แปลว่าท่านจะเอาพลังไปรักษาฮ่องเต้สินะขอรับ” เฟิงต้ายงพูดด้วยสายตาแห่งความหวัง ท่านอ๋อง หลี่หวู่หมิงนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “คิดว่าข้าจะเอาพลังนี่ไปช่วยฮ่องเต้ขี้โรคนั่นจริง ๆ เหรอ”เม

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    13/2

    “เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน “ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันทีเซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้ “พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่ ตั้งแต

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    13/1

    ตอนที่ 13 “โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมาเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้า

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    6.2

    “ก็อยากรู้ข้อมูลของเจ้า อาจช่วยเจ้าไม่ให้โดนกลั่นยาก็ได้ไงล่ะ” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา เซาโลถอนใจ ก่อนจะพูดว่า “มันสำคัญนักหรือไง ไม่ว่าข้าเป็นอะไรพวกเจ้าก็คิดจะฆ่าข้าอยู่ดีเหมือนกับที่ผ่าน ๆ มาไงล่ะ” เซาโลพูดขึ้นมา “ที่ผ่าน ๆ มา หมายถึงอะไร” อวี่จิ้งเซียงถามขึ้นม

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 6.1

    ตอนที่ 6“ท่านยังคิดว่ามันเป็นคนเหรอ ! มันทำขนาดนี้มันคือปีศาจชั้นต่ำที่ได้กินโอสถทิพย์เข้าไป โอสถทิพย์ต้องอยู่ในร่างของมัน ให้ข้าสกัดมันออกมาจะดีกว่าที่ท่านจะขนมันไปแบบนั้น เกิดมันบ้าขึ้นมาอีก พวกท่านนั้นล่ะจะตกอยู่ใน

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    บทที่ 5/2

    จนยืนไม่ได้ บิงโก้กำลังจะเข้ามาช่วย “ไป หนีไปก่อน” เซาโลร้องสั่งบิงโก้รีบกระโดดหนีไป คังหวั่นฟางกำลังจะตามไป “ไม่ต้องตามเราได้ตัวมันแล้ว เจ้านั่นไม่ใช่เป้าหมายของเรา” เฟิงต้ายงรีบพูดห้าม “แต่มัน อาจจะไปทำร้ายคนอื่นนะคะ” คังหวั่นฟางพูดขึ้นมา

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 5

    ตอนที่ 5“ขออภัยด้วยครับ ข้านึกอะไรไม่ออกจริง ๆ และข้าก็ไม่รู้จะไปไหนด้วย” บิงโก้พูดเซาโลถอนหายใจ“โทษเจ้าก็ไม่ถูก เจ้าไม่ได้อยากคืนชีพมาซะหน่อย”ทั้งสองเดินมาจนหนึ่งย่านหนึ่งในเขตเมือง บรรยายคึกคัก และเต็มไปด้วยโคมไฟสีแดง มันคือการแสดงให้เห็นว่าย่านนี่คือ ย่านโคมแดง[1] สถาณที่สำหรับบุรุษโดยแท้จริง

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status