Se connecterตอนที่ 3
“ก็ไม่แปลกนี้ เจียงสือน่ะ คือการเอาพลังปีศาจใส่ในร่างศพนะ แต่มันเป็นพลัง อ่อน ๆ แค่ให้เคลื่อนไหวได้เท่านั้นล่ะ” เถียวเสี่ยวฟู่พูดขึ้นมา นางสั่งลูกศิษย์ให้ตั้งโต๊ะพิธี เธอเอาเข็มทิศวางไว้บนโต๊ะพร้อมกับเศษหีบ เธอเริ่มร่ายมนตร์บางอย่าง เข็มทิศกับเศษหีบหลอมรวมกันทันที
“ตอนนี้เข็มทิศนี้จะชี้ทางให้กับพวกท่านเอง” กวนหูเตี๋ยพูด แต่อวี่จิ้งเซียงรีบพูดว่า
“ให้ประมุขไปกับเราด้วยได้มั้ยคะ มันจะดีกว่า ถ้ามีท่านไปด้วย”
“ช่วงนี้ข้าอยู่ช่วงเก็บตัวทำสมาธิ ยังไงข้าจะส่งลูกศิษย์ไปก็แล้วกัน หวั่นฟาง” กวนหูเตี๋ยร้องเรียกหาลูกศิษย์ หญิงวัยยี่สิบต้น ๆ เดินเข้ามาหาอาจารย์ของเธอ เธอเป็นผู้หญิงร่างเล็กหน้าตาสวยงามตาแบบฉบับสาวแรกรุ่น เถียวเสี่ยวฟูมองนางอย่างไม่วางตา แต่อวี่จิ้งเซียงต้องสะกิดเป็นการเตือน
“นางคือ คังหวั่นฟาง เป็นศิษย์เอกของข้าเอง ข้ารับประกันได้ว่า นางช่วยเหลือท่านได้แน่”
“ให้นางไปคนเดียวเหรอขอรับ” เถียวเสี่ยวฟูพูดขึ้นมา
“นางเก่งที่สุดแล้วล่ะ เชื่อเถอะว่านางจะช่วยท่านได้” กวนหูเตี๋ยพูดรับรอง
ทางด้านเฟิงต้ายงกับซุ่นมู่ซานนั้น ไปติดต่อที่สำนักฝ่ายกงเยวี่ยนใต้ หากเปรียบสำนักฝ่ายเหนือเป็นสวนดอกไม้ ฝ่ายใต้จะเหมือนกับค่ายทหารย่อย ๆ เนื่องจากหลังจากแยกตัวมาแล้วสำนักฝ่ายใต้ ก็เพิ่มวิชาหมัดมวยเข้าไปด้วย มีเสียงการฝึกการต่อสู้ดังไปทั่ว แต่โดยรวมแล้วสำนักไม่ได้ดูยิ่งใหญ่เท่าภายเหนือเลยสักนิด
“ข้าจำได้ เจ้าเคยฝึกมวยกับสำนักนี้ใช่มั่ย” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา
“ไม่เชิงหรอก ตอนข้าเด็ก ๆ มีศิษย์สำนักนี้ไปสอนมวยให้ชาวบ้านก็เท่านั้นล่ะ ข้าเลยไม่ใช่ศิษย์สำนักนี้อย่างเป็นทางการหรอก มีแต่วิชาหมอนี่ล่ะที่ได้เรียนกับอาจารย์อย่างเป็นทางการ” ซุ่นมู่ซานพูดขึ้นมา
ประมุขคนปัจจุบันคืออู๋ซาน แต่ว่าตอนนี้อู๋ซานได้ลงเขาไปเข้าฌาน[1] ทำให้ไม่สามารถติดต่อได้เลย มีแต่ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักนามว่า เยี่ยตงลี้ว ที่พอจะติดต่อได้ในเวลานี้ เขาเป็นชายร่างผอม สูงไว้หนวดเครา ท่าทางของดูเหมือนคนที่ดื่มจัดคนหนึ่ง เพราะยังมีกลิ่นเหล้าโชยออกมาจากตัว ทำให้รู้ว่าไม่น่าเชื่อถือเท่าไรนัก แต่ตอนนี้ไม่มีตัวเลือกอื่อนแล้ว หลังจากที่เฟิงต้ายงแจ้งว่ามาทำอะไรแล้ว เยี่ยตงลี้วก็ทำพิธีสร้างเข็มทิศให้ และยังเสนอว่าจะไปช่วยด้วยตัวเองพร้อมกับเหล่าลูกศิษย์
“จะไหวเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานถาม
“เชื่อเถอะ ถ้าไปพร้อมกับศิษย์น้องข้า เอาอยู่ จริง ๆ เรียกมันมาที่นี่ก็ได้นะ แต่เรายังไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอนของมันเลยน่ะสิ แต่เชื่อสิเราจัดการ ไม่ต้องรอเจ้าสำนักออกมาจากเข้าฌานหรอกนะ ข้าเองก็มีฝีมืออยู่เหมือนกันนั่นล่ะ” เยี่ยตงลิ้วพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ เฟิ่งต้ายงเลยตอบตกลงไป เยี่ยตงลิ้ว ตัดลูกศิษย์ไปเก้าคนและที่น่าแปลกก็คือ ทุกคนจูงหมาดำมาคนละตัว
“เชื่อเถอะ หมาดำนี่ล่ะ ช่วยพวกเราได้แน่ ๆ ”
“เพราะอะไรเหรอครับ” เฟิงต้ายงถามทันที
“หมาดำ[2]เป็นสัตว์ที่มีพลังพิเศษจัดการผีปีศาจได้ และอีกอย่างนะข้าก็ไม่ใช่พวกปาหี่หลอกลวงคนหรอกนะ”
หลังจากสี่มือปราบมาเจอกัน ทำให้ศิษย์ฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้มาเจอกัน หลังแยกสำนักแล้วสองฝ่ายนี้แทบไม่ญาติดีกันเลย เพราะโดนฝังหัวมาแต่เรื่องไม่ดีของอีกฝ่าย โดยฝ่ายใต้จะบอกว่าฝ่ายเหนือเป็นพวกคร่ำครึก ฝ่ายเหนือจะบอกว่า ฝ่ายใต้ตอนนี้เป็นแหล่งรวมกุ้ยไปแล้ว คังหวั่นฟานรีบพูดว่า
“นี่ให้พวกศิษย์ฝ่ายใต้มาด้วยเหรอ ไม่เห็นบอกกันก่อนเลย”
“เป็นคำสั่งของท่านอ๋อง เราขัดไม่ได้หรอกครับ ยังไงก็คิดซะว่าทำเพื่อช่วยทางการก็แล้วกัน” เถียวเสี่ยวฟู่รีบเจรจา
“แต่เอาหมาดำมาด้วยแบบนี้คิดจะทำอะไร อย่าบอกว่าจะใช้มนตร์ดำ” คังหวั่นฟานถามอย่างจริงจัง
“วิชาของพวกเรามันก็ไม่ใช่สีขาวอยู่แล้วหรือเปล่า แม่หนู เราทำงานสำคัญแบบนี้ไม่ควรมาแยกดำขาวนะ แมวสีอะไรจับหนูได้ก็คือแมวนั่นล่ะ” เยี่ยตงลิ้วพูดขึ้นมา คังหวั่นฟางเถียงไม่ออกเลยไม่พูดอะไรต่อ
แต่ทางพวกสำนักกงเยวี่ยนใต้นั้น จะแสดงอาการเหมือนพวกหื่นกามใส่ คังหวั่นฟานจนเธอเริ่มจะ กลัว ๆ แล้ว แถมหลายครั้งที่เดินผ่านหมู่บ้านไหนก็จะทำชาวเมือง ทำให้อวี่จิ้งเซียงทนไม่ได้ เลยประกาศไปว่า
“ตอนนี้พวกเจ้าทำงานให้ทางการแล้ว อย่าเอานิสัยพวกนักเลงถ่อย ๆ มาใช้ หากใครทำตัวเช่นนี้ข้าจะถือว่า ขัดขว้างการทำงานของทางการ มีโทษถึงตาย”
ตอนแรกพวกลูกศิษย์กำลังจะแย้งแต่ เยี่ยตงลิ้วรีบพูดว่า
“ทำตามที่แม่นางบอก นางเป็นเจ้าหน้าที่ตอนนี้พวกเราทำงานให้ทางการอยู่ ทำตัวดี ๆ หน่อยนะพวกแก”
คังหวั่นฟานได้ยินแบบนี้ค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย เธอเลยเริ่มจะสนิทกับอวี่จิ้งเซียงมากกว่าเดิม คงเพราะต่างฝ่ายต่างเป็นสตรีทั้งคู่ เวลาอยู่ด้วยกันจึงรู้สึกว่าปลอดภัย
ขณะเดินทางอยู่ ๆ เยี่ยตงลิ้วได้บอกให้ทุกคนไปที่ศาลเจ้าร้างแห่งหนึ่ง
“ข้าจะทำพิธีทำให้ไอ้เจียงสือตัวนั้นมาที่นี้ เอาแต่เดินตามแบบนี้ ข้าว่าไม่ดีแน่ ให้ข้าทำพิธีเรียกมันดีกว่า ศาลเจ้านี่ก็มีพลังศักดิ์สิทธิ์พอจะส่งให้ข้าได้”
“แต่ที่นี่มันเขตเมืองนะ เกิดมันอาละวาดขึ้นมาจะทำให้ทำไง” อวี่จิ้งเซียงถามทันที
“ไม่กลัวหรอก ข้าจะให้ลูกน้องไปขาย...เอ่อ ไปแจกยันต์แปะหน้าบ้านกันทุกคนแล้ว” เยี่ยตงลิ้วรีบพูดขึ้นมา จริง ๆ เขาอยากจะขายยันต์ แต่โดนพวกมือปราบมาขวางเอาไว้ซะนี่ เลยจำเป็นต้องแจกไปฟรี ๆ และที่เขาเลือกจะเรียกเจียงสือมาที่นี่นั้น เป็นการแสดงให้ชาวบ้านเห็น กงเยวี่ยนใต้แข็งแกร่งแค่ไหน และเยี่ยตงลิ้วเองก็คิดว่าแค่เจียงซือตัวเดียวจะอะไรหนักหนา เขาเลยพูดต่อว่า
“คิดว่า เราจะตามมันทันเหรอขอรับ ตอนนี้ถึงจะรู้ตำแหน่งมันแล้วแต่ว่า คิดว่าจะตามมันทันง่าย ๆ ขนาดนั้นเลยเหรอขอรับ เรียกมันมาจะดีกว่านะครับ มีหมาดำเก้าตัวแบบนี้ และยังมีพลังจากศาลเจ้านี่อีก ยังไงก็จะต้องจัดการมันได้แน่ ๆ” เมื่อได้ยินแบบนั้น เฟิงต้ายงคิดสักพักแล้วพูดว่า
“ยันต์ที่แจก ๆ ไปนั่นจะทำไม่ทำให้มีลูกหลงใช่มั่ย”
“แน่นอนครับ หรือถ้าข้าเอาไม่อยู่จริง ๆ แม่สาวน้อยนี่ก็น่าจะช่วยได้นี่ นางเป็นศิษย์เอกกงเยวี่ยนเหนือ” เยี่ยตงลิ้วรีบพูดทันที คังหวั่นฟางรู้สึกกดดัน หากเธอแย้งอีกจะกลายเป็นว่าสำนักของเธอสู้ฝ่ายใต้ไม่ได้มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีแล้ว เธอเลยตัดสินใจ
“ได้ข้าจะช่วยทำพิธี”
“แต่พวกท่านรู้มั้ยเนี่ยว่า ไอ้ตัวอันตรายจริง ๆ ไม่ใช่เจียงสือตัวนั้นหรอกแต่เป็น ไอ้คนต่างชาตินั่นต่างล่ะ” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา
“ไม่ต้องกลัวหรอก ขอรับปีศาจหน้าไหนพวกเราก็จัดการได้ เพราะข้าเป็นรองเจ้าสักกงเยวี่ยนใต้นะขอคราวที่แล้วที่ตาย ๆ กันเพราะไม่มีพวกข้าอยู่ด้วยไงขอรับ” เยี่ยตงลิ้วตอบด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ
ในคืนนั้น บิงโก้เจ้าเจียงสือ กำลังลากรถลากที่มีเจ้านายของมันนั่งอยู่ แต่อยู่ ๆ บิงโก้กลับมีอาการ
แปลก ๆ เขาหยุดรถและทำท่าปิดหูเหมือนได้ยินเสียงอะไรบ้างอย่าง
“เป็นอะไรไป บิงโก้”
“เสียงกระดิ่งขอรับ นายท่าน มันดังอยู่ในหัวของข้า” บิงโก้พูดขึ้นมา เขาเริ่มแสดงอาการทรมาณ ชายที่ถูกเรียกว่านายท่านทำหน้าแปลกใจ
“ข้าก็เหมือนจะได้ยินนะ เวทย์มนตร์เหรอ”
“อาจจะใช่ครับ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ข้ารู้สึกว่าต้องตามเสียงนี่ไป ไม่งั้นความเจ็บปวดมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ” บิงโก้ตอบ
“ไอ้พวกมนุษย์ดิ้นด้าน ไปจัดการซะ”
“นายท่านรออยู่นี่ก็ได้ครับ ไว้ข้าจะจัดการเอง” บิงโก้พูดขึ้นมา
“คิดว่ามันร่ายคาถาเพื่อเรียกเจ้าหรือไงกัน เจ้าสำคัญอะไรขนาดนั้นเหรอ ขนาดชื่อตัวเองยังจำไม่ได้เลย ข้าถึงเอาชื่อ หมามาตั้งให้เจ้าแบบนี้ไง” ชายที่ถูกเรียกว่านายท่านพูดขึ้นมา บิงโก้ถึงกับพูดไม่ออก
“ตามเสียงไป ข้าจะไปจบเรื่องนี้ซะที จะให้พวกมันได้รู้ว่านรกเป็นยังไง !”
บิงโก้ลากรถตามเสียงไปทันที
เสียงสวดมนตร์ในการทำพิธีทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวมาก แต่เยี่ยตงลิ้วยังคงทำพิธีต่อไปเรื่อง หมาดำทั้งเก้าตัวส่งเสียงเหาเหมือนเป็นสัญญาณว่าอันตรายกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยแล้ว ๆ และยังไม่ทันไร รถลากก็ถูกขว้างลอยข้ามหัวมา เยี่ยตงลิ้วรีบหลบทันที ไม่งั้นเขาตายแน่ บิงโก้เดินตรงมาแล้ว
“ปล่อยหมาดำไปเร็วเข้า” เยี่ยตงลิ้วรีบร้องสั่น
หมาดำทั้งเก้าตัวถูกปล่อยออกมา มันเข้าไปล้อมบิงโก้เอาไว้ และเหล่าลูกศิษย์สำนักก็เอายันต์แปดเหลี่ยม[3]ออกมาส่อง ร่างของบิงโก้แสงจากยันต์แปดเหลี่ยมอาบร่างของบิงโก้ รวมกับพลังของหมาดำเก้าตัว ทำให้บิงโก้เริ่มพลังลดลง และอ่อนแรงไป
“เป็นไงล่ะ ไหนบอกว่ามันเก่งนักไงยังไงก็แค่เจียงสือ” เยี่ยตงลิ้วพูดด้วยอย่างมั่นใจมากขึ้น
“ไม่ใช่ ตัวอันตรายจริง ๆ ไม่ใช่หมอนี่” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา
ยังไม่ทันไร พวกหมาดำจากเห่าก็เป็นเสียงครางหงิด ๆ ด้วยความกลัว ชายที่ถูกเรียกว่านายท่านก็โผล่มาด้านหลังของศิษย์คนหนึ่ง และยังไม่ทันไรเขาก็โดนโจมตีด้วยการจับหักคอ ลูกศิษย์คนนั้นตายทั้งที่ยังไม่ได้ร้องเลยแม้แต่คำเดียว เจ้าหมาดำหนึ่งในเก้าตัวเห็นนายถูกฆ่าก็กระโดดเข้าใส่ทันที แต่ว่ามันโดนจับคอและเหวี่ยงกระเด็นไป อวี่จิ้งเชียงไปรับมันเอาไว้ก่อน ไม่งั้นเจ้าหมาดำตัวนี้ตายไปแล้ว และเมื่อลูกศิษย์ตายไปคนหนึ่ง พลังก็น้อยลงทำให้บิงโก้พอที่จะแรงเล่นงานอีกคน ทุกคนมองมาที่เขาเป็นตาเดียว ทั้งคังหวั่นฟานและเยี่ยตงลิ้วรู้สึกถึงไอปีศาจที่มากกว่าที่เคยเจอมาในครั้งไหน ๆ
[1] การเข้าฌาน คือ การทำจิตให้สงบแน่วแน่จนเป็นสมาธิระดับสูง
[2] ความเชื่อพบได้ ในประเทศจีน ประเพณีความเชื่อนี้มันมีต้นกำเนิดมาจากการฝึกในช่วงต้นๆ ของลัทธิเต๋าจุดประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกรบกวน จึงได้ใช้ "หมาดำ" เป็นสัญลักษณ์ในการป้องกันพลังงานที่ชั่วร้าย (หยิน) ทั้งนี้มีความเชื่อว่าสุนัขมีพลังงานด้านบวก (หยาง) มากที่สุดโดยเฉพาะ เลือดของหมาดำสามารถที่จะหยุดยั้งความชั่วร้ายต่างๆ ได้ แต่ต่อมาได้มีการใช้ "เลือดของหมาดำ" ในการสะกดวิญญาณ โดยเชื่อว่าเลือดของหมาดำจะทำให้ผู้ตายมองไม่เห็นคนที่ลงมือฆ่าตัวเอง จึงไม่สามารถไปตามหลอกหลอนหรือแก้แค้นได้ และยังเชื่อว่าเมื่อผู้ตายลงไปยังนรกจะไม่สามารถฟ้องยมทูตว่าใครเป็นคนฆ่าทั้งนี้เพราะ"หมาดำจะปิดปากทำให้พูดไม่ได้"
[3] ยันต์แปดเหลี่ยม หรือ โป๊ยข่วย (八卦) คือ สัญลักษณ์มงคลในโหราศาสตร์จีน มีลักษณะเป็นรูปแปดเหลี่ยม (Octagon) ที่ประกอบด้วยเส้นขีดหยินหยางทั้งขีดเต็ม (陽) และขีดประ (陰) แทนพลังงานฟ้าดิน มนุษย์ มีพุทธคุณเด่นด้าน ป้องกันสิ่งชั่วร้าย, สะท้อนสิ่งไม่ดี, แก้เคล็ดฮวงจุ้ย, และคุ้มครองภัยพิบัติจากทั้งแปดทิศ
“ก็อยากรู้ข้อมูลของเจ้า อาจช่วยเจ้าไม่ให้โดนกลั่นยาก็ได้ไงล่ะ” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา เซาโลถอนใจ ก่อนจะพูดว่า “มันสำคัญนักหรือไง ไม่ว่าข้าเป็นอะไรพวกเจ้าก็คิดจะฆ่าข้าอยู่ดีเหมือนกับที่ผ่าน ๆ มาไงล่ะ” เซาโลพูดขึ้นมา “ที่ผ่าน ๆ มา หมายถึงอะไร” อวี่จิ้งเซียงถามขึ้นมาแววตาของเธอประกายแสดงถึงความอยากรู้อยากเห็น เซาโลมองแล้วรู้สึกแปลก ๆ เขาก็เลยบอกว่า “มันเรื่องก่อนเจ้าเกิดอีกมั้ง และมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เกิดในดินแดนหรอก อย่าใส่ใจเลย อีกอย่างหนึ่งเจ้าอยากจะฆ่าอยู่แล้วนี่จะสนใจเรื่องราวของคนที่พวกเจ้าอยากฆ่าไปทำไมกัน” เซาโลพูดขึ้นมา “พูดเกินไปมั่ย เจ้าก็ไม่ได้ดูแก่กว่าข้าสักเท่าไหร่นี่” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา เซาโลหัวเราะเสียงลั่นราวกับว่ามีเรื่องสนุกสนานอยู่ตรงหน้า “คิดว่าข้าอายุน้อยหรือไงกัน เอาเป็นว่าข้าน่ะอยู่มานานกว่าที่เจ้าคิดก็แล้วกันนะ” “อย่างน้อย ๆ ก็ให้ข้ารู้เรื่องราวของคนที่จะช่วยฮ่องเต้ของเราหน่อยก็ดีนะ ว่าเขาเป็นใครหรืออะไรกันแน่” อวี่จิ้งเซียงถามอีก เซาโลนิ่งคิดก่อนจะตอบว่า
ตอนที่ 6“ท่านยังคิดว่ามันเป็นคนเหรอ ! มันทำขนาดนี้มันคือปีศาจชั้นต่ำที่ได้กินโอสถทิพย์เข้าไป โอสถทิพย์ต้องอยู่ในร่างของมัน ให้ข้าสกัดมันออกมาจะดีกว่าที่ท่านจะขนมันไปแบบนั้น เกิดมันบ้าขึ้นมาอีก พวกท่านนั้นล่ะจะตกอยู่ในอันตราย” อู๋ซานพูดจบ เฟิงต้ายงในฐานะของหัวหน้ากลุ่มจึงตัดสินใจ “ได้เอาตามที่ท่านว่าเลย เดี๋ยวข้าจะแจงข่าวไปยังท่านอ๋องก็แล้วกัน แล้วท่านต้องการอะไร ข้าเชื่อนะว่าคนอย่างท่านไม่คิดจะมาทำอะไรแบบนี้ฟรี ๆ หรอก” “ท่านเฟิงช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก หลังจากสกัดยาเสร็จ ข้าขอแค่ส่วนแบ่งเล็กน้อยเท่านั้น เพราะข้าเองก็อยากได้โอสถทิพย์ไปช่วยเพื่อการบำเพ็ญของข้าเหมือนกัน ไม่ต้องกลัวหรอกด้วยร่างกายของมันเราจะได้โอสถทิพย์จำนานมากพอควรเลยละ” อู๋ซานพูดขึ้นมา “ตกลงตามนั้น”อวี่จิ้งเซียงกำลังจะแย้งแต่เฟิงต้ายงบอกว่า “มันเป็นสิ่งที่เราได้รับมอบหมายมาให้ทำตั้งแต่แรก”อวี๋จิ้งเซียงไม่อาจพูดอะไรได้อีก ในตอนเช้า คราวนี้ เซาโลโดนคุมตัวหนักยิ่งกว่าเดิน โดยมีพวกสำน
จนยืนไม่ได้ บิงโก้กำลังจะเข้ามาช่วย “ไป หนีไปก่อน” เซาโลร้องสั่งบิงโก้รีบกระโดดหนีไป คังหวั่นฟางกำลังจะตามไป “ไม่ต้องตามเราได้ตัวมันแล้ว เจ้านั่นไม่ใช่เป้าหมายของเรา” เฟิงต้ายงรีบพูดห้าม “แต่มัน อาจจะไปทำร้ายคนอื่นนะคะ” คังหวั่นฟางพูดขึ้นมา “ยังไงเราจัดการเจ้านี่ก่อนดีกว่า มันเป็นหัวหน้าและเป้าหมายหลักของเรา” เฟิงต้ายง เอากระจกแปดเหลี่ยมส่องเขา ทำให้พลังลดลงไปอีก พวกมือปราบท้องที่มาถึงแล้ว และจับตัวของเซาโลไปทันที ส่วนเรื่องเงินรางวัล นั่นจ่ายเป็นตั๋วเงิน[1]ให้กับแม่เล้าไป ซึ่งนางก็พอใจกับเงินรางวัลมันคุ้มค่าหน้าต่างที่พังไป เซาโลโดนจับขังในห้องขังที่เต็มไปด้วยยันต์ มีกระแปดเหลี่ยมส่องเขาตลอดเวลา และมียามเฝ้าสี่คน ที่นี่คือห้องขังของศาลประจำเมือง พวกมือปราบที่เฝ้าเขาอยู่ มองเขาด้วยสายตาแปลกใจราวกับเห็นของแปลก ก็แน่ล่ะชาวต่างชาติมาโดนขังแบบนี้ ไม่ได้มีให้เห็นบ่อย ๆ หลายคนที่นี่ก็เพิ่งเคยเห็นต่างชาติด้วย สี่มือปราบมาดูเซาโล “ท่านอ๋องสั่งให้ย้ายเจ้าไปที่ เมืองอี๋โจว ให้ความร่วมมือกับพวกเราจะดีกว่านะ บ
ตอนที่ 5“ขออภัยด้วยครับ ข้านึกอะไรไม่ออกจริง ๆ และข้าก็ไม่รู้จะไปไหนด้วย” บิงโก้พูดเซาโลถอนหายใจ“โทษเจ้าก็ไม่ถูก เจ้าไม่ได้อยากคืนชีพมาซะหน่อย”ทั้งสองเดินมาจนหนึ่งย่านหนึ่งในเขตเมือง บรรยายคึกคัก และเต็มไปด้วยโคมไฟสีแดง มันคือการแสดงให้เห็นว่าย่านนี่คือ ย่านโคมแดง[1] สถาณที่สำหรับบุรุษโดยแท้จริง เซาโลมองหาที่พัก เขาเลยตัดสินเดินเข้าไปที่ร้านหนึ่ง แม่เล้าประจำร้านเห็นว่าเขาเป็นต่างชาติ ท่าทางสกปรอกมอมแมมเลยมายืนขว้าง “มาทำอะไร รู้มั้ยว่าที่นี่มันคือไหน นี่คือหอนางโลมชั้นสูงนะไม่ใช่ที่ที่คนสกปรอกอย่างเจ้าจะเข้ามาได้นะ ” เซาโลมองหน้าของแม่เล้าที่กำลังเหยียดเขาด้วยสายตาและสีหน้าอย่างชัดเจน“อะไรหรือเจ้าฟังภาษาข้าไม่ออกหรือไง ที่นี่ไม่ต้อนรับคนต่างชาติสกปรกแบบเจ้าหรอกนะที่นี่รับแต่ขุนนางหรือพวกคนที่ร่ำรวยเท่านั้นล่ะ” แม่เล้าพูดและพยายามใช้ภาษากายบอกเขาไม่ให้เข้ามาที่นี่“ข้าฟังที่เจ้าพูดออก” เซาโลจบล้วงกระเป๋าหยิบทองคำแท่งออกมา แม่เล้าถึงกับตาโต เปลี่ยนท่าทีทันที “โธ่! คุณชายค่ะ ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ เชิญเลยค่ะ” “อยากได้ ห้องพัก และอยากได้น้ำอาบแล้ว
“เจ้านั่นเป็นปีศาจครับ ไม่ใช้โอสถทิพย์แน่ ๆ” ซุ่นมู่ซานยืนยันหนักแน่น แต่อ๋องหลี่หวู่หมิงกลับ ชูเนื้อปลาปักเป้าขึ้นมา “รู้ใช่มั้ยว่ามันมีพิษ” “ครับ/ค่ะ” ทั้งสี่ตอบพร้อมกัน “แล้วทำไมคนยังกินมันล่ะ” พูดจบท่านอ๋องก็กินปลาเข้าไป “ก็เพราะเรารู้วิธีปรุงมันเจ้าคะ ถ้าปรุงเป็นมันก็จะเป็นอาหารชั้นเลิศ” อวี่จิ้งเซียงตอบคำถาม “แล้วมู่ซานร่างกายมนุษย์ก็ทำยาได้ใช้มั้ย” ท่านอ๋องถามต่อไป “ใช่ขอรับ แต่ก็ต้องรู้วิธี และหลายอย่างก็ผิดศีลธรรมเกินกว่ามนุษย์จะรับได้” ซุ่นมู่ซานตอบคำถาม “งั้นเป็นไปได้มั้ยล่ะ โอสถทิพย์ก็อยู่ในตัวของเจ้าคนต่างชาตินั่น แค่ต้องสกัดออกมาสินะ และเชื่อว่ามันต้องรู้วิธีแน่ ๆไปเอาตัวมันมาให้ได้” “แต่มันจะเสี่ยงแล้วอาจทำให้มีคนตายนะพะยะค่ะ” เฟิงต้ายงค้านขึ้นมา “แล้วถ้าฮ่องเต้สวรรค์คตตอนนี้ แล้วถ้า ไอ้ขันทีนั่นได้ไปล่ะจะเป็นยังไง นี่เป็นการทำเพื่อบ้านเมืองนะ ยังไงก็ไปตามหาซะ ศิษย์สำนักกงเยวี่ยนเหนือนั่นจะช่วยพวกเราต่อมั้ย” ท่านอ๋องถามเสียงเรียบเฉย “คิดว
ตอนที่ 4แต่สำหรับเซาโลมาช่างหนวกหูซะจริง ๆ แต่ก็ไม่อยู่สถานการณ์ที่จะโวยวายอะไรได้ อวี่จิ้งเซียงมอง เห็นว่าเขามีผิวขาวแต่มันดูซีดเหมือนคนป่วย ตาเป็นสีแดงเหมือนกับเลือด แต่ที่สะดุดตาของนางที่สุดคงเป็นผมด้านหน้าของเขาที่ทักเปียเล็ก ๆ เอาไว้ เธอเคยเห็นทรงผมแบบนี้จากพวกต่างชาติที่เป็นพวกผู้ดีหรือชนชั้นสูง อวี่จิ้งเซียงตัดสินใจพยายามถามข้อมูลเขา “เจ้ามาจากไหนเนี่ย” เซาโลมองเธอแล้วตอบว่า “พูดไปก็ไม่มีใครรู้จักแล้วล่ะมั้ง” คำตอบของเซาโลทำให้รู้ว่าเขาไม่ต้องการพูดกับนาง “ถ้าเจ้าให้ความร่วมมือกับเรา มันจะดีต่อเจ้ามากกว่านะ ยังไงซะเจ้าก็มีคดีติดตัวแน่ ๆ เพราะเจ้าฆ่าคน ถ้าช่วยพวกเรา ท่านอ๋องอาจจะช่วยเรื่องคดีของเจ้าได้” การเจรจาเหมือนจะได้ผล เซาโรดูจะสนใจสิ่งหน้าพูด “แล้วเจ้าต้องการอะไรกันแน่” “โอสถทิพย์ เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งนั้นบ้าง” อวี่จิ้งเซียงถามทันที “นี่พวกเรากำลังพูดถึงอะไร ข้าดูเหมือนหมอหรือไง ถึงจะได้รู้วิธีการปรุงยา” เซาโลพูดด้ว







