แชร์

บทที่ 30 บทส่งท้าย

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-01 20:58:57

เมื่อจัดการเสี้ยนหนามตำใจของมารดาไป๋หลานไป จากนั้นขบวนรับเสด็จฮองเฮาของแคว้นหนิงโจวในรัชศกชิงเยียน และถือปีใหม่นี้เป็นการเริ่มรัชศกใหม่สิ้นสุดรัชศกเก่า ทำให้ประชาชนในแคว้นออกมาเฉลิมฉลองกันมากหน้าหลายตา

ไป๋หลานที่ถูกจับแต่งองค์ทรงเครื่องและนั่งเคียงคู่กับหลัวอวิ๋นไปรอบเมือง ให้เหล่าชาวบ้านชมบารมี และถือว่าการกราบไหว้ศาลบรรพชนของทหารกล้าจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ กว่าจะมีวันนี้ได้ต้องเสียเลือดเนื้อของเหล่าทหารกล้าไปมากเท่าไหร่นับไม่ถ้วน

ลานประลองถือเป็นแท่นปะรำพิธีในการบูชาธงกองทัพ บูชาดวงวิญญาณเหล่านักรบผู้กล้าหาญ ที่ต้องสูญสิ้นไปเมื่อหลายปีก่อนจากทรราชเหวินเทา

ครั้งนั้นนอกจากเสด็จปู่ เสด็จพ่อ และเสด็จแม่แล้ว ญาติพี่น้องตระกูลหลัวก็ถูกฆ่าในตอนนั้นไปหลายคน ที่หลบหนีอยู่ก็ไม่กล้าออกมา ใช้ชีวิตดั่งคนธรรมดาทั่วไปเลือกหันหลังให้ราชวงศ์โดยสิ้นเชิง

“บัดนี้...ข้าหลัวอวิ๋น ฝ่าบาทองค์ใหม่แห่งราชวงศ์หลัวขอปฏิญาณต่อเหล่าทหารกล้า ข้าจะครองแผ่นดินโดยความเป็นธรรม นึกถึงความทุกข์ยากของประชาชนเป็นหลัก ไม่กระหายสงคราม แต่ก็ไม่ยอมให้แคว้นใดมารุกราน”

สุรเสียงก้องกังว
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก

บทล่าสุด

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 10 สองพี่น้องแสดงฝีมือ

    ในตำหนักรับรองราชทูตต่างแคว้น แม้ว่าองค์ชายใหญ่ของแคว้นไห่หยางที่มีตำแหน่งเป็นถึงไท่จื่อหรือองค์รัชทายาทคนต่อไป แต่ทว่ายังไม่ได้อภิเษกกับผู้ใดจึงสนอกสนใจเป่ยหนิงเป็นพิเศษ แต่เท่าที่รู้ข่าวคือเขารับรู้ว่าองค์หญิงของแคว้นเป่ยหนิงแทบสิ้นไปเมื่อครั้งอดีตฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ไปแล้ว จึงได้แต่เศร้าใจที่ไม่อาจคิดเชื่อมสัมพันธไมตรีด้วยการแต่งงานได้ จึงยกเรื่องการค้าขึ้นมาถก ส่วนองค์หญิงสามน้องสาวของเขานั้นชื่นชอบขนมและได้ยินขนมร้านหลานฉีมาช้านานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ลิ้มรส จึงขอร้องผ่านจดหมายว่าอยากให้เถ้าแก่ของร้านเป็นผู้ทำให้จึงรีบเข้าไปในวังโดยไม่แวะเที่ยวเล่นในเมืองหลวงเลยสักนิดเดียว และทำให้องค์ชายใหญ่ระอาใจกับอาการเห็นแก่กินของน้องสาวผู้นี้นัก “เฝิงผิง เจ้าสำรวมกิริยาหน่อยรู้หรือไม่ อับอายขายหน้าแคว้นไห่หยางหมดแล้ว” เฝิงเหล่ยองค์ชายใหญ่แห่งไห่หยางปรามน้องสาว “ข้ามองหาองค์ชายรองจี้เฟิงแห่งเป่ยเหลียงต่างหากพี่ใหญ่ ท่านไม่สงสัยบ้างหรือ เขาให้พวกเราเข้ามาก่อน แต่ทว่าขบวนขององค์ชายรองเงียบเชียบราวกับไม่มีคน” เฝิงผิงเดิมก็ไม่อยากรออยู่หน้าประตูเมือง เมื่อรับรู้ว่าอ

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 9 ดังไกลถึงสามแคว้น

    หลังจากเดาได้ราง ๆ ว่าพี่ไป๋หลานยืมมือเขาเพื่อกระตุ้นให้เหล่าขุนนางที่มีอันจะกินออกมาบริจาคทานบ้าง แจกของบ้าง แจกอาหารบ้างเพื่อช่วยเหลือเหล่าคนยากไร้ที่กำลังจะถูกจัดระเบียบในอีกไม่ช้า และด้วยการดำเนินการที่ต้องมีหลายขั้นตอนทำให้ไม่อาจรีรอได้ เพราะท้องของคนเหล่านี้ยังคงหิวอยู่ทุกวัน และไม่แปลกที่ระยะนี้จะมีป้ายชื่นชมเหล่าขุนนางแต่ละจวนไปติดประกาศ และนั่นก็ยิ่งทำให้เหล่าขุนนางทำดีแข่งกัน เพื่อหวังให้อยู่ในสายพระเนตรฝ่าบาท และนำมาซึ่งความขุ่นเคืองใจ เพราะทำให้หลงฉีเดือดร้อนหิวข้าวเป็นวัน จนหลงฉีงอนทั้งพี่สาวและพี่เขยไม่ยอมเข้าวังไปเล่นด้วย และเขาก็เดินทางออกนอกเมืองหลวงเป็นว่าเล่น เพราะต้องไปเสาะหาวัตถุดิบใหม่ ๆ มาทำขนม และหาของขึ้นชื่อแต่ละท้องถิ่นทั่วหนิงโจวมาทำเป็นขนมในร้านของหลงฉี แต่เขานั้นไม่รู้เลยว่าร้านขนมของเขาที่มีจุดเริ่มต้นจากการชอบกินขนมที่ชายแดน จะนำพามาซึ่งความมีชื่อเสียงจนราชทูตต่างแคว้นที่มาเยี่ยมเยือนล้วนอยากลิ้มลอง และคนเหล่านั้นก็เป็นถึงเหล่าองค์หญิงองค์ชายอีกด้วย ระหว่างทางที่กลับเมืองหลวงของหลงฉีกับกู่เจิ้งฮวาที่ออกไปรับลูกท้อจักรพรรดิของเมืองข้าง

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 8 เถ้าแก่ใหญ่ใจดีมาก

    ร้านเปิดได้สองวันก็เป็นที่นิยม ไม่แม้แต่คนชนชั้นสูง กระทั่งชาวบ้านทั่วไปก็มาต่อแถวซื้อขนมของร้านหลานฉี ขนมที่กระทั่งฝ่าบาทและฮองเฮายังโปรดเสวย แน่นอนว่ามันย่อมมีรสชาติดีทั้งหอมและหวานเป็นอย่างยิ่ง และข่าวลือนั้นก็มาพร้อมกับอีกข่าวลือของเถ้าแก่ใหญ่ร้านขนมหลานฉี “เถ้าแก่ใหญ่มีน้ำใจจริง ๆ เด็กตัวเล็ก ๆ อยากกินขนมก็ไม่คิดสักอีแปะ ขนมนี่ใช้น้ำตาลน้อยเมื่อไหร่ และของดีราคาแพงทั้งนั้น แต่ขายให้พวกเราราคาถูกเหลือเกิน เช่นนั้นต้องอุดหนุนเถ้าแก่ใหญ่กันให้มาก ๆ” เสียงเล่าลือของชาวบ้านจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่และทบทวีไปเรื่อย ๆ จนทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว โดยที่เถ้าแก่ใหญ่ตัวน้อยไม่รู้เลยสักนิดว่าตนเองมีชื่อเสียงแล้ว “กู่เจิ้งฮวานั่นเจ้าทำอะไร” “ช่วยยกน้ำชาเจ้าค่ะ” กู่เจิ้งฮวาหันมาตอบด้วยสีหน้าเรียบ แต่ทว่าสีหน้าของคุณชายน้อยฉีกลับทำให้นางแปลกใจ “มีอะไรหรือไม่เจ้าคะ เหตุใดคุณชายสีหน้าเช่นนั้น” “ไม่มีอะไรข้าแค่อยากปรึกษาเจ้า จะเอาขนมไปให้ขอทานในอารามหย่งเล่อ” หลงฉีเมื่อได้ให้ขนมแก่เด็กวันก่อนภายในใจเขามีความสุขมาก ทำให้เขาอยากแจกขนมอีกครั้ง และครั้ง

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 7 ฟื้นฟูร้านกับเมนูขนมใหม่

    ผ่านไปเจ็ดวันร้านขนมของเถ้าแก่ใหญ่หลงฉีก็กลับมาสวยงามดังเดิม พร้อมกับสาขาเซิ่งตูที่กำลังจะเปิดอีกไม่นานสำหรับนั่งรับประทานด้านในร้านอีกด้วย แน่นอนว่าต้องมีน้ำชาตำรับในวังหลวงด้วย แต่ทว่าสูตรลับนี้มาจากพี่ไป๋หลานนั่นเอง “ชาพุทธาแดงบำรุงโลหิต, ชาลำไยแห้งบำรุงกำลังและหัวใจ , ชากุหลาบบำรุงลมปราณช่วยใจสงบ” หลงฉีจดตามที่พี่ไป๋หลานบอกแล้วก็จะจ้างคนที่ลายมืองดงามเขียนพร้อมกับวาดรูปชาตกแต่งไว้ในร้าน คนที่มาจะได้อ่านข้อความจนเกิดการอยากสั่งชามาชิม “นั่นเจ้าเขียนถึงไหนล่ะ” ไป๋หลานที่วันนี้หนีออกจากวังมาร้านหลานฉี เพื่อจะตรวจดูด้วยตนเองว่าเพิ่มเติมในส่วนไหนได้บ้าง “ก็เขียนถึงชากุหลาบขอรับ” หลงฉีกล่าว “เจ้าคิดว่าเพิ่มชาอื่นอีกดีหรือไม่” หลงฉีครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่ามี ‘ชาโม่ลี่ฮวา’ กลิ่นหอมเด่นชัดช่วยในร่างกายสดชื่นอีกหนึ่งอย่าง เขาเคยดื่มที่ร้านในโรงเตี๊ยมเส้นทางมาเมืองหลวง “ชาโม่ลี่ฮวาขอรับ” ไป๋หลานเห็นด้วยทันที ชานี้ขึ้นชื่อเรื่องหอมยิ่งนักคู่กับชาหอมหมื่นลี้ทีเดียว ตอนนี้ขนมก็พร้อมแล้วชาก็พร้อมแล้วเช่นกันเหล

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 6 ร้านถูกวางเพลิง

    ฝีเท้าที่เร่งตึกตักพร้อมกับหัวใจดวงน้อยที่สั่นระรัวส่งผลให้เท้าของเขาก้าวอย่างรวดเร็วเพื่อไปให้ถึงต้นตอของเหตุเพลิงไหม้ และเมื่อถึงด้านหน้ามองอาคารที่หลงฉีเคยยืนมองอย่างภาคภูมิใจโหมด้วยเพลิงไฟเข่าแทบทรุด “คุณชาย...คุณชายน้อย” กู่เจิ้งฮวาซอยเท้าเล็ก ๆ ตามมาจนถึงตัวคุณชาย เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้าทำให้นางตกใจยิ่งนัก ไม่คิดว่ามันจะเกิดเรื่องกับร้านขนมหลานฉีของคุณชายน้อย “ระร้าน...ร้านขนมของข้า!!” หลงฉีแทบใจสลาย นี่เป็นร้านแรกในเมืองหลวงที่เขาปั้นมาเองกับมือ และเป็นร้านที่ขายดีที่สุดไม่นึกว่าวันนี้จะเกิดเรื่องขึ้นได้ เขารีบลุกขึ้นแล้วไปคว้าถังน้ำไปช่วยชาวบ้านดับไฟ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างขะมักเขม้นเร่งดับไฟ จนเมื่อคนของทางการมาถึงแล้วกำลังทหารที่แข็งแรงกว่าดับไฟกันอย่างรวดเร็วทำให้เพลิงสงบลง แต่ใจของหลงฉีร้อนยิ่งกว่าไฟที่มอดไหม้ร้านของเขาในตอนนี้นัก “ใต้เท้า...ใต้เท้า...เป็นการวางเพลิงขอรับ ถังน้ำมันนี่คือหลักฐาน” หลงฉีคิดว่าไม่มีผู้ใดทำได้นอกเสียจากโกวเต๋อจื้ออีกแล้ว การที่เขาไปจัดการมันจนอยู่หมัดในวันนี้ไม่นึกว่ามันจะตลบหลังเขาอย่างเจ็บแสบแม้อย

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 5 เถ้าแก่เท้าพิฆาต

    เสียงนั้นทำให้เหล่าทหารเข้ามาเพื่อปกป้องฝ่าบาท เพราะไม่รู้ว่าชาวบ้านเหล่านี้มาก่อกวนหวังปองร้ายฝ่าบาทหรือไม่จึงเข้ามาขวางเอาไว้ “นี่พวกเจ้า!” หลงฉีเปิดหน้าต่างมองไปยังคนเหล่านั้น และมักเป็นคนที่เขาเห็นว่าเป็นชาวบ้านริมชายแดน แต่ไม่ใช่หมู่บ้านของพวกเขาแต่เขาจำหน้าได้เพราะเคยไปวิ่งเล่นหมู่บ้านข้าง ๆ บ้างตอนที่ยังไม่โดนรังแก “หลงฉีรู้จักพวกเขารึ” ไป๋หลานไม่แน่ใจว่าคนพวกนี้คือใคร ปกตินางอยู่ชายแดนก็ไม่ค่อยสมาคมกับผู้ใดนัก กระทั่งสหายสักคนยังไม่มี ไม่แปลกที่จะไม่รู้จัก “พี่ไป๋หลานคนในหมู่บ้านข้าง ๆ ที่เราไปขึ้นเกวียนวัวไปตลาดม่อยวนอย่างไรขอรับ” หลงฉีพูดแล้วก็เจ็บใจ เหตุใดคนเหล่านี้ถึงมาด่าว่าพี่เขยของเขาเป็นทรราช ทั้ง ๆ ที่พี่เขยของเขาออกจะใจดีมีเมตตาไม่พอ ยังเห็นแก่ประชาเป็นหลัก ฮ่องเต้มากคุณธรรมเช่นนี้จะหาจากที่ใดได้อีก “ข้าว่าแปลกประหลาด ฝ่าบาทจับชาวบ้านเหล่านี้ไปสอบสวนเถิด แต่ข้าจะสอบสวนเอง” ไป๋หลานไม่ไว้ใจคนของทางการ ไม่รู้ว่าปิดหูปิดตาพวกนางบ้างหรือไม่ และเขาก็ราชกิจมากมาย อาจดูแลไม่ทั่วถึงดังนั้นนางจะจัดการเอง หลงฉีเห็นด้วย คนชาย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status