แชร์

บทที่ 8 สมรสพระราชทาน

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-27 10:54:47

ขบวนรับเจ้าสาวยาวเหยียดจนชาวบ้านต่างพากันออกมารอดูด้วยความตื่นเต้น วังจีที่กว้างขวางใหญ่โตและดูลึกลับกำลังจะมีงานมงคลครั้งที่สอง ชนชั้นสูงในเมืองหลวงต่างพากันถือโอกาสนี้เข้าร่วมงาน พวกเขาอยากเห็นว่าในวังจียามนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

ห้วงปัจจุบันในสี่สกุลหลักของแคว้นหมิง มีเพียงสกุลจีที่ไม่ค่อยสุงสิงกับผู้อื่น ฝู่กั๋วกงในฐานะเสาหลักไม่มีอนุภรรยาและยังให้น้องชายต่างมารดาที่เกิดจากอนุภรรยาแยกออกไปตั้งจวนของตนเอง วังจีจึงไม่ค่อยมีคนไปมาหาสู่ มีเพียงท่านหญิงจีลี่อิงที่พาลูกๆ มาเยี่ยมบิดามารดา

งานเลี้ยงสังสรรค์ในเมืองหลวง สกุลจีจะทำเพียงรับบัตรเชิญเอาไว้และส่งของขวัญตอบแทนน้ำใจแต่ไม่เคยเดินทางไปร่วมงาน

“ถึงบ้านเจ้าสาวแล้ว!” เสียงตะโกนของคนหน้าขบวนดังขึ้น

เรือนพักรับรองของราชทูตถูกกำหนดให้เป็นบ้านเจ้าสาว เกี้ยวแปดคนหาบและขบวนรับเจ้าสาวของจีหลุนจึงต้องเดินทางมารับกัวเอินถงใกล้วังหลวง

            จีหลุนในชุดแดงปักดิ้นสีทองทั้งตัว งามสง่าผึ่งผาย ร่างของเขาสูงเด่น ไม่บางและไม่หนาจนเกินไป คิ้วกระบี่ จมูกโด่งได้รูป นัยน์ตาหงส์ ยามนั่งอยู่บนหลังม้าก็ดึงดูดสายตาทุกผู้คน พอลงจากหลังม้าก็ยิ่งดูองอาจ

            สายตาของแม่ทัพหนุ่มเคร่งเครียดเมื่อมองเห็นร่างในชุดเจ้าสาวงดงามนั่งรถเข็นมาถึงหน้าประตูใหญ่ เขาไม่อยากเชื่อว่าตนเองต้องแต่งงานกับสตรีที่ไม่ได้พึงใจ ทั้งต่อไปยังต้องระวังทุกย่างก้าวที่อยู่ร่วมกับนาง

            “รับตัวเจ้าสาวขึ้นเกี้ยว!” ขันทีผู้หนึ่งร้องขาน

            หลูกงกงยืนยิ้มอยู่ข้างๆ กัวเอินถง “ท่านชายจี ยินดีด้วยนะขอรับ”

            จีหลุนเหลือบมองด้วยความเคือง ขันทีใหญ่หัวเราะหึๆ ในลำคอ

            “เชิญรับตัวเจ้าสาวขึ้นเกี้ยวเถิด ประเดี๋ยวจะเสียฤกษ์ ฝ่าบาททรงกำชับให้ข้าดูแลงานสมรสของท่านชายจีให้ดีที่สุดขอรับ”

            เจ้าบ่าวยื่นมือออกไปใกล้ร่างของเจ้าสาว กัวเอินถงวางมือเรียวขาวลงมือมือของแม่ทัพหนุ่ม พลันความร้อนก็วูบไปทั่วมือของจีหลุนแล่นพล่านไปทั่วร่างกาย ชายหนุ่มรู้สึกถึงความวาบหวามที่เกิดขึ้น

‘ความรู้สึกนี้ เหมือนกับที่เกิดขึ้นในตอนข้าบีบคอกัวเยี่ยนสือไม่มีผิด’

จีหลุนรู้สึกถึงร่างกายส่วนลับที่ตอบสนอง เขารีบช้อนร่างของนางขึ้นอุ้มก่อนที่จะเกิดความผิดปกติยิ่งไปกว่านี้ ทว่าพออุ้มนางขึ้นร่างกายก็ร้อนรุ่ม

“ท่านชาย ช้าๆ หน่อยเจ้าค่ะ” นางส่งเสียงเบาๆ ลอดออกมาจากผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ขณะแม่ทัพหนุ่มสาวเท้าเร็วไปยังเกี้ยว

“เข้าไปเร็วเข้า” ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ดันร่างของนางเข้าข้างใน

กัวเอินถงเองก็รู้สึกวูบวาบเช่นเดียวกับจีหลุน นางจึงรีบใช้มือค้ำที่นั่ง     ในเกี้ยวแล้วกระถดร่างเข้าไปนั่ง

ครั้นเจ้าสาวเข้าเกี้ยวแล้ว เจ้าบ่าวก็หันไปหาหลูกงกง “ขอบคุณท่านกงกงที่เป็นธุระ ข้าเองก็หวังว่านางจะไม่สร้างปัญหาให้ข้า”

            ในใจของจีหลุนนึกเสียดาย หากวันนี้เจ้าสาวเป็นสตรีที่เขาพึงใจ เขาคงจะมีความสุขไม่น้อย งานสมรสพระราชทานที่ยิ่งใหญ่ สินเจ้าสาวเป็นสิ่งที่ทาง    วังหลวงจัดมาให้ไม่น้อยหน้ากับที่วังจีเตรียมสินสอด

            หญิงสาวทั่วเมืองหลวงล้วนแล้วแต่มาเมียงมองอยู่ข้างทาง ชื่อเสียงของท่านชายจีมีมานาน เขาติดอันดับหนึ่งในห้าสิบบุรุษโสดในฝันที่ดูเหมือนจะครองโสดยาวนานกว่าผู้อื่น

ในช่วงที่จีลี่อิงผู้เป็นน้องสาวคนกลางได้รับสมรสพระราชทานกับ    ฟ่านหลี่เจี๋ย จีหลุนก็ผ่านพิธีสวมกวานไปแล้ว หลายตระกูลพยายามมาเลียบๆ เคียงๆ อยากจะดองญาติ ทว่าฝู่กั๋วกงกลับไม่ต้อนรับโดยอ้างว่าบุตรชายยังทำศึกติดพันที่ชายแดน ยังไม่เหมาะจะแต่งงาน

ความสง่างามของเจ้าบ่าวทำเอาสตรีทั้งหลายต่างพากันยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปากเพื่อแอบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ลี่เทียนเป่าที่ขี่ม้าอยู่ด้านหลังพยายามยิ้มและเชิดหน้าเพราะมีแม่นางหลายคนมองมาที่เขา

“เหล่าจี เจ้าดูแม่นางพวกนี้สิ ดูเหมือนนางจะเล็งข้านะ”

จีหลุนไม่หันกลับไปมอง เขาส่ายหน้าเบาๆ แล้วหัวเราะออกมาด้วยความขำกับความคิดของสหาย ดูเหมือนลี่เทียนเป่าจะทนไม่ได้ที่สตรีเหล่านั้นจ้องจีหลุนตาเป็นมัน

เสียงหัวเราะของเจ้าบ่าวดังขึ้น ใบหน้าที่เคร่งเครียดของเขาผ่อนคลาย ทำให้หญิงสาวที่ยืนมองอยู่รายรอบถึงกับต้องยกมือขึ้นกุมหัวใจไม่ให้มันเต้น    กระเด็กกระดอนออกมา พลันก็มีเสียงหญิงสาวผู้หนึ่งตะโกนขึ้น

“ท่านชายจีหล่อจริง! ข้าจะหัวใจวายตายไหมนี่?”

            กัวเอินถงที่นั่งอยู่ในเกี้ยวได้ยินประโยคนั้น นางนึกถึงใบหน้าของ  จีหลุนที่ได้พบครั้งแรก เขารูปร่างสูงกว่าพี่ชายของนางครึ่งฝ่ามือ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายจนไม่อาจละสายตา หญิงสาวเผลอยิ้มออกมา

         ...หากว่านางกับเขามิใช่ศัตรูกันก็คงดี...

            เสียงหญิงสาวที่ร้องเรียกชื่อเขาไปตลอดทางทำให้ธิดาของผู้นำห้าเผ่าหุบยิ้มยากเย็น ดีที่มีผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวอยู่ ทำให้นางซ่อนหน้าได้ไม่ยาก

            “น้ำกับของกินซ่อนอยู่ใต้ที่นั่งนะเจ้าคะ” เสียงของเหย้าหลีดังขึ้นข้างเกี้ยว

            กัวเอินถงค่อยๆ เลื่อนก้นไปอีกทาง ข้างที่นั่งในเกี้ยวมีช่องเปิดเข้าไปได้ ในนั้นมีกล่องไม้ใส่ซาลาเปากับถุงหนังใส่น้ำซ่อนอยู่ กว่าจะถึงวังจีคงอีกพักใหญ่ นางรีบดึงผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออกแล้วลงมือกินซาลาเปาสามลูกแล้วดื่มน้ำ ขณะพยายามฟังเสียงข้างนอก

            “ถึงแล้วเจ้าค่ะ” เสียงหยวนจู้ดังขึ้น “วังจีใหญ่มากๆ เลยนะเจ้าคะ”

            ประโยคหลังของสาวใช้กัวเอินถงคล้ายจะรำพึงกับตนเองมากกว่าจะบอกให้คุณหนูของนางได้รับรู้

            มือเรียวใหญ่ของชายหนุ่มเปิดผ้าม่านหน้าประตูเกี้ยวออก น้ำเสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยของเขาดังขึ้น “ลงมาเถอะ ถึงวังจีแล้ว”

            เจ้าสาวจำเป็นยื่นมือออกไปวางบนเขาอีกคราหนึ่ง เข้าอุ้มนางเข้าไปข้างในเพื่อทำพิธี ชายหนุ่มวางนางลงบนรถเข็นอีกคราหนึ่งในห้องโถงพิธี เพื่อทำการกราบไหว้ฟ้าดิน

            ชั่วขณะนั้นทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต่างพากันชะงักเล็กน้อย กัวเอินถงนึกเสียใจที่นางใช้วิธีการแต่งงานเพื่อเข้ามาในวังจี แต่วิธีการอื่นก็ไม่มีแล้ว หลังจากแต่งงานในครั้งนี้แล้ว นางไม่มีวันจะแต่งงานกับบุรุษใดได้อีก

         ...เผ่าเหลียนซายึดมั่นเรื่องการแต่งงานเพียงครั้งเดียวในชีวิต...

“ไหว้บิดามารดา” รองหัวหน้าขันทีประจำวังหลวงรับหน้าที่ขานลำดับพิธี

กว่าจีหลุนจะหลุดออกจากภวังค์อีกที ตัวเขาก็ทำตามขั้นตอนพิธีแต่งงานในห้องโถงจนเสร็จสิ้นแล้ว

หลูกงกงยังคงตามมาถึงที่นี่เพื่อดูแลทุกสิ่งให้เรียบร้อย ในงานครั้งนี้มีทั้งครอบครัวของชินอ๋อง ท่านอ๋องเก้า และท่านอ๋องสิบสอง ดังนั้นการรักษาความปลอดภัยจึงเป็นไปอย่างเข้มงวด

ขุนนางผู้ใหญ่ในราชสำนักทั้งหกกรมเข้าร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมเพรียง รองเสนาบดีฟ่านเป็นน้องเขยของแม่ทัพจี และชินอ๋องเป็นน้องเขยของเสนาบดีฟ่าน นับไปนับว่าก็เท่ากับจีหลุนเป็นญาติของชินอ๋อง

 ความเกี่ยวพันแน่นแฟ้นระหว่างสกุลจี สกุลฟ่าน และสกุลหมิง ยิ่งทำให้ฐานอำนาจของหมิงฮ่องเต้หนักแน่นขึ้น พวกขุนนางคนสำคัญๆ จึงไม่กล้าละเลยที่จะเข้าร่วมงานแต่งงานครั้งนี้

            แขกทั้งหลายเดินตามกันไปยังเรือนหอเพื่อรอให้เจ้าบ่าวเปิด       ผ้าคลุมหน้า คันชั่งถูกยื่นไปดันให้ชายผ้าคลุมหน้าเปิดขึ้น ทันทีที่ผ้าแดงนั้นเปิดเผยใบหน้าจริงของนางให้จีหลุนได้เห็นเป็นครั้งแรก

            ชายหนุ่มรู้สึกราวลมหายใจของตนเองขาดห้วงไปชั่วขณะ

            “งดงามมาก! เจ้าสาวงดงามเหลือเกิน” เสียงชมดังจากมาจากข้างหลัง ตามด้วยฮือฮาที่ดังกระหึ่ม

            จีหลุนถูกกลุ่มสหายที่ได้มาร่วมงานลากออกไปดื่มสุราข้างนอก สหายเก่าของเขาส่วนใหญ่แต่งงานไปแล้วและเป็นขุนนางขั้นต้นในหลายกรมด้วยกัน พวกเขาเพิ่งมีโอกาสได้สังสรรค์กันเต็มที่ก็ครั้งนี้

            “เสี่ยวหลุน เจ้าไปเป็นแม่ทัพเสียนาน กลับมาอีกทีก็มาแต่งงานแล้ว”

            “เจ้าสาวของเจ้างดงามมากจริงๆ”

            สหายทั้งหลายกลัวว่าเขาจะเสียใจที่ได้ภรรยาพิการ ทุกคนจึงหันไปชมเรื่องความงามของนางแทน

แม้ว่าลีเทียนเป่าเพิ่งจะพบเจอกับสหายทั้งหลายของจีหลุนครั้งแรกแต่กลับปรับตัวเขากับคนทั้งหมดได้ไม่ยาก เขาพยายามพูดคุยกับสหายของจีหลุนเพื่อหาข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ในแต่ละกรม รวมทั้งเล่าเหตุการณ์ที่ชายแดนให้กับขุนนางเล็กๆ เหล่านั้นได้ฟัง

การดื่มสุราแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นไปอย่างออกรส เจ้าบ่าวถูกดื่มแสดงความยินดีจนยืนแทบไม่ไหว

“ข้าไปส่งเอง พวกเจ้าดื่มกันต่อตามสบาย ตอนที่อยู่ในค่ายก็เป็นเช่นนี้ล่ะ เขาเมาก่อนทุกคนและข้าก็ต้องไปส่งเขาอยู่บ่อยๆ สบายใจได้ ครั้งนี้ข้าจะส่งเขาเข้าหออย่างปลอดภัย” กุนซือหนุ่มยืนยันขันแข็ง

ไม่มีผู้ใดคิดจะไปแอบดูเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวร่วมห้องกัน พวกเขารู้ดีว่าร่างกายของเจ้าสาวช่วงล่างไร้ความรู้สึก จะว่าไปจีหลุนนับว่าเป็นเจ้าบ่าวที่เคราะห์ร้ายที่สุดแล้ว...แม้แต่จะร้องเย้าแหย่พวกเขาก็ยังไม่กล้า

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 107 เด็กๆ ตั้งหลายคน (ตอนจบ)

    เมื่อย้อนกลับมายังเผ่าเหลียนซาอีกครั้ง จีหลุนรีบถือโอกาสตอนที่พ่อตายังนอนอยู่บนเตียงขอลาแม่ยายกลับไปยังแคว้นหมิง ผู้เฒ่าโอสถเห็นดีเห็นงามจึงได้มอบยาเม็ดพลังม้าศึกให้กัวเอินถงอีกแปดเม็ด “เจ้ากินเดือนละเม็ดก็พอ ร่างกายและลูกน้อยของเจ้าจะได้แข็งแรง เดินทางไกลก็ไม่กระทบกระเทือนครรภ์ เอาไว้เจ้าคลอดลูกแล้ว ข้าจะไปเยี่ยมที่แคว้นหมิงก็แล้วกัน” จีหลุนได้ยินเช่นนั้นก็รีบพาภรรยาออกเดินทาง เขาอ้างว่าไม่อาจจะรอให้กัวเฉิงลุกขึ้นเดินได้สะดวก “หากว่ารอจนท่านพ่อของเจ้าหายดี เห็นทีเราคงไม่ได้กลับแคว้นหมิง คราวนี้ข้าต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ จากนั้นก็เดินทางกลับไปอยู่ที่ค่ายพยัคฆ์เหิน ข้าจะเอาเจ้าไปด้วย จะให้ข้าทิ้งเจ้าไว้ที่วังจีก็ไม่วางใจ” กัวเอินถงยิ้มกว้าง ยกสองมือขึ้นลูบแก้มสามีแล้วยื่นหน้าไปจูบที่ริมฝีปากเขาติดๆ กันสองสามที “ข้ารู้ ท่านพี่ไม่ยอมทิ้งข้ากับลูกเด็ดขาด ข้าเองก็ไม่ยอมให้ผู้อื่นมาแยกเราจากกันหรอกเจ้าค่ะ” สายตาของแม่ทัพหนุ่มวิบวับขึ้นมาทันที “เจ้าทำแบบนี้ไม่ถูกนะเสี่ยวถง ข้าเป็นคนอ่อนไหวกับการสัมผัสตัวเจ้า ตอนนี้ร่างกายข้าเริ่มร้อนข

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 106 แผนระยะยาว

    กัวเฉิงรู้สึกตัวในวันต่อมา เขาลุกขึ้นได้ก็โวยวายด่าทอลูกเขยเสียงดังลั่น “จีหลุน เจ้าช่วยข้าไว้ทำไม? ข้าจะฆ่าเซียงเชินด้วยมือของข้าเอง เจ้าทำเช่นนี้ก็เท่ากับไม่เคารพข้า” กัวเอินถงที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นบิดาประณามสามีก็รู้สึกทนไม่ได้ “ท่านพ่อ ข้าเป็นคนสั่งให้ท่านพี่ทำเช่นนั้นเอง มันควรหรือที่ท่านจะไปแลกชีวิตกับคนเลวอย่างหัวหน้าเซียง ท่านเป็นถึงผู้นำห้าเผ่า ควรรักษาชีวิตเอาไว้ปกปักษ์ผู้คนในแดนเซี่ยงซาวานจะดีกว่านะเจ้าคะ ในตอนนี้เผ่าฝูซากับเผ่าเซียนซาก็สิ้นผู้นำแล้ว ยังมีเรื่องที่ท่านต้องจัดการอีกมาก พี่เยี่ยนสือเองก็เพิ่งหายป่วย หากไม่ใช่ท่านแล้วจะเป็นผู้ใด?” พอถูกบุตรสาวขึ้นเสียงใส่เช่นนั้น หัวหน้าเผ่าเหลียนซาก็หุบปากลงฉับ “จริงด้วยขอรับท่านพ่อ เสี่ยวถงพูดถูก ท่านไม่จำเป็นต้องเสี่ยงชีวิต ตอนนี้หัวหน้าเซียงก็ตายไปแล้ว เป็นผู้เฒ่าโอสถที่เอาแมงมุมยัดใส่ปากเขาตอนที่ตกลงมาจากหลังคา” กัวเยี่ยนสือบรรยายสภาพการตายของเซียงเชินจนบิดาต้องกำหมัด “สภาพเช่นนั้นไม่ต่างจากตอนที่เจ้าสองคนถูกแมงมุมกัด นับว่าเป็นการตอบแทนที่สาสมแล้ว เห็นทีข้าคงต้องมอบรางวัลแด่ผู้

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 105 ทำตามที่เจ้าบอก

    เซียงเชินกับกัวเฉิงกระโจนตามกันขึ้นไปบนหลังคา กระบวนท่าที่ทั้งสองใช้ล้วนเป็นสุดยอดท่าไม้ตายที่หมายจะปลิดชีวิตของศัตรู กัวเอินถงนึกเป็นห่วงบิดาแต่วิถีของจอมยุทธ์ย่อมต้องดำรงไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรี นี่เป็นการต่อสู้เพื่อสะสางหนี้แค้นที่นางไม่ควรเข้าไปยุ่ง หญิงสาวสะดุ้งเมื่อเห็นว่าบิดาถูกกระบี่ของฝ่ายตรงข้ามฟันเข้าที่แขน แต่ในเวลาไม่นานกัวเฉิงก็สามารถเอาคืนได้สำเร็จ “ไม่เลวเลยจริงๆ หลังจากอาการของพ่อเจ้าดีขึ้น วรยุทธ์ของเขาก็ฟื้นฟูขึ้นมามาก แม้จะไม่เท่าเดิม แต่ก็นับว่าน่าพอใจแล้ว” ผู้เฒ่าโอสถพยักหน้า “นับว่ายาที่ข้าไปเสาะหามาไม่สูญเปล่า” หญิงสาวพยักหน้า “ยาบำรุงพวกนั้นดีที่สุดเท่าที่มีขายในแคว้นหมิง ข้าให้คนออกไปกว้านซื้อมาจากทุกมุมเมืองตามที่ท่านแนะนำไว้” กัวเยี่ยนสือผู้ไร้วรยุทธ์ถอยไปอยู่ด้านหลังเหล่าองครักษ์ เขามองดู อิ่นเหว่ยถิงกับเฉินอี้ชิงต่อสู้ด้วยความเลื่อมใส และยิ่งได้เห็นน้องเขยที่เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งค่ายพยัคฆ์ไฟแสดงฝีมือแล้วก็ยิ่งอยากจะฝึกวิทยายุทธ์ให้สำเร็จ วันหน้าในยามที่กัวเอินถงกลับไปแคว้นหมิงแล้ว แม่ทัพกัวตัวจริงอย่าง

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 104 ทวงแค้น

    “เสี่ยวถง เจ้าไหวหรือไม่? ให้ข้าพาไปเข้านอนดีไหม?” จีหลุนสีหน้าเป็นกังวล สามชีวิตในร่างของกัวเอินถงนี้เขาต้องดูแลไม่ให้คลาดสายตา “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ให้ท่านพ่อกล่าวปิดงานก่อนก็แล้วกัน” หัวหน้ากัวลุกขึ้นกล่าวขอบคุณทหารทุกคนที่เดินทางไปสู้รบจนปราบเผ่าฝูซาได้สำเร็จและขอบคุณที่ช่วยปกป้องจวนสกุลกัวให้ปลอดภัยจากคนเลว พอกล่าวจบทุกคนก็ยกจอกสุราขึ้นดื่มพร้อมกัน พลันเสียงตวาดก็ดังขึ้นมาจากหลังคาเรือนใหญ่ “จะรีบไปไหนเล่ากัวเฉิง? คืนนี้ข้ามาเพื่อส่งพวกเจ้าคนสกุลกัวไปเลี้ยงสังสรรค์กันต่อในนรก” สายตาทุกคู่หันไปยังร่างในชุดสีน้ำเงินขลิบทองที่ยืนจังก้าอยู่ข้างบน “หัวหน้าเซียง!” “ใช่! ข้าเอง ข้ามาทวงแค้นแทนบุตรชายของข้า!” “เชอะ! แค้นของบุตรชายเจ้า แล้วแค้นของลูกข้าเล่า? เจ้าใช้แมงมุมพิษมาทำร้ายลูกของข้าก่อน แต่พอถูกทำคืนกลับแค้นเคือง เรื่องนี้ไม่ยุติธรรมกระมัง?”​ หัวหน้ากัวตะโกนตอบ พร้อมยื่นมือข้างหนึ่งไปด้านข้าง องครักษ์คนสนิทจึงส่งกระบี่ให้ “ข้าดื่มสุรารอเจ้ามาตั้งนาน ในที่สุดก็โผล่หัวมา ความแค้นระหว่างเราค

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 103 นอนเป็นผัก

    เซียงเจียสวี่ที่หมดสติไปนาน ร่างกายร้อนผ่าวราวกับคนหลงทางอยู่กลางทะเลทราย บิดาของเขาเอายาพิทักษ์ร่างมาค่อยๆ ป้อนให้ ทว่าร่างกายที่ถูกพิษแมงมุมกัดกร่อนภายในจนเสียหายไม่อาจฟื้นได้ทัน ทำให้คุณชายสกุล เซียงตกอยู่ในสภาพเดียวกับกัวเยี่ยนสือไม่มีผิด หัวหน้ามือสังหารเล่าความลับที่เซียงเจียสวี่ได้เห็นในถ้ำหินให้กับเซียงเชินฟัง หัวหน้าเผ่าเซียนซากำหมัดด้วยความโมโห “ที่แท้แม่ทัพกัวก็คือกัวเอินถง ส่วนกัวเยี่ยนสือนอนเป็นผักอยู่ในถ้ำ มิน่า...นางจึงคลุมผ้าทุกครั้งที่ออกมาต้อนรับแขก นี่ข้าถูกตบตามานานตั้งหลายปีหรือนี่?” “วรยุทธ์ของกัวเอินถงร้ายกาจยิ่งนัก พวกข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง ซ้ำยามนี้นางยังมีแม่ทัพใหญ่แคว้นหมิงคอยช่วยเหลือ สองสามีภรรยาใจเป็นหนึ่ง ยากนักจะทำลายได้ ดีที่พาคุณชายหลบหนีออกมาได้ขอรับ” หัวหน้าเผ่าเซียนซากำหมัดแน่น “แค้นนี้ ข้าจะต้องชำระแน่” ผู้เฒ่าโอสถยืนยันกับทุกคนเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าอีกไม่นานคนเผ่า เซียนซาจะต้องกลับมาชิงศิลาหิมะอีกครั้งอย่างแน่นอน ลี่เทียนเป่าได้ยินก็หัวเราะออกมาเบาๆ “ตาเฒ่า ท่านพูดเพ้อเจ้อไปเรื่อย

  • ฮูหยินของแม่ทัพจี   บทที่ 102 พิษแมงมุม

    คนทั้งหมดจึงพากันเดินออกไปยังเรือนใหญ่ สองพี่น้องฝาแฝด กุมมือกันเดินนำหน้าด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข บ่าวรับใช้ สาวใช้ และองครักษ์ทั้งหลายเห็นสองพี่น้องต่างพากันตื่นตะลึง พวกเขาเพิ่งได้เห็นใบหน้าตอนโตของคุณชายกัว สองพี่น้องมีใบหน้าเหมือนกันอย่างมาก ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าสองพี่น้องสกุลกัวช่างงดงามยิ่ง ทว่ามีหลายคนรู้สึกแปลกใจที่จู่ๆ กัวเยี่ยนสือก็สูงขึ้นอย่างมาก “คุณหนู เดินได้แล้วหรือขอรับ?” พ่อบ้านยิ้มปลื้มที่ผ่านมาเขาก็เหมือนคนอื่นๆ ที่เข้าใจว่ากัวเอินถงคือสตรีพิการ ในตอนที่นางกลับจากแคว้นหมิงได้ยินว่านางได้กินยาวิเศษจากท่านฝู่กั๋วกงผู้เป็นบิดาของสามี ไม่คิดเลยว่าผ่านไปไม่นานนางจะเดินได้เป็นปกติ “ใช่ ข้าเดินได้แล้ว เป็นเพราะไข่มุกสวรรค์ของท่านพี่แท้ๆ” หญิงสาวหันไปยิ้มให้กับจีหลุน นางกล่าวด้วยเสียงอันดังเพื่อหวังให้บิดาคลายความแค้นเคืองในตัวสามี “เจ้านั่งเสียก่อนเถิด ลืมแล้วหรือไรว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์ เพิ่งจะเข้าเดือนที่สามเองนะเสี่ยวถง” เสียงแม่ทัพหนุ่มเอ่ยขึ้น คำพูดของเขาเหมือนจะบอกกล่าวภรรยาด้วยความห่วงใย แท้จริงเขาอยากจะให้ท่านพ่อตาได้ยินเรื่อ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status