เข้าสู่ระบบก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เหย้าหลีรีบเปิดประตูรับ ลี่เทียนเป่าประคองร่างที่ซวนเซของจีหลุนเข้ามาในห้อง พลันชายหนุ่มที่ดูเมาแอ๋อยู่ จู่ๆ ก็ยืนตัวตรงมองไปยังเจ้าสาวที่ปลดเครื่องประดับบนหัวออกหมดแล้ว นั่งสยายผมอยู่บนเตียงนอน
“พวกเจ้าออกไปให้หมด” เจ้าบ่าวยืดตัวตรง
ลี่เทียนเป่าหันไปมองสาวใช้ทั้งสองของกัวเอินถง พวกนางยอบกายลา ปล่อยให้กุนซือหนุ่มเป็นคนปิดประตูห้องหอ
จีหลุนมองเจ้าสาวคนงามจากศีรษะจรดปลายเท้า รถเข็นไม้ของนางตั้งอยู่ปลายเตียง ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมประโคมบนผิวหน้า แต่กัวเอินถงกลับงดงามยิ่งกว่าตอนที่เขาเปิดผ้าคลุมนั่นเสียอีก เขาเดินเข้ามาหาคนงามที่นั่งหย่อนเท้าที่ปลายเตียง
“ธรรมเนียมของแคว้นหมิง ภรรยาต้องนอนด้านนอกเพื่อจะได้ตื่นแต่เช้าและเข้านอนที่หลังสามี รวมถึงการปูเตียงและพับผ้าห่มด้วย แต่ร่างกายของเจ้าไม่ปกติ เรื่องพวกนี้ไม่สำคัญ ข้าจะนอนด้านนอกเอง ส่วนเจ้านอนด้านใน”
กัวเอินถงอ้าปากค้าง “แม่ทัพจี เราสองคนไม่แยกห้องนอนกันหรือ?”
“ในเมื่อเจ้าอยากแต่งงานกับข้า เราสองคนก็ควรจะใช้ชีวิตอย่างสามีภรรยาคู่อื่นๆ จะแยกห้องนอนกันทำไม?”
“ในวังจีนี่ มิใช่ว่ามีคนของฮ่องเต้คอยจับตามองอยู่หรอกนะ?”
“ไม่มี” ชายหนุ่มยังคงทำหน้านิ่ง
“ในเมื่อไม่มีคนจับตามองและสภาพร่างกายของข้าก็เป็นแบบนี้ เหตุใดเราต้องร่วมเตียงกันด้วยเจ้าคะ?” กัวเอินถงขมวดคิ้ว
“เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือแสร้งไม่รู้?” ชายหนุ่มเสียงเข้มขึ้น จ้องหน้านางด้วยความเดือดดาล
กัวเอินถงใจหายวาบ “ขะ ข้า ข้าหรืออันใดหรือ?”
จีหลุนย่างสามขุมเข้ามาหาเจ้าสาวของตน “เกือบสี่ปีก่อน ข้ากับพี่ชายของเจ้าต่อสู้กัน คนผู้นั้นทำให้ข้าบาดเจ็บ บาดเจ็บจนไม่อาจจะมีชีวิตอย่างบุรุษทั่วไปได้”
เจ้าสาวถึงกับผงะ “นี่ นี่ท่านยังรักษาไม่หายอีกหรือ?”
จีหลุนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เขายื่นมือไปบีบคอนาง
“เสแสร้ง! พี่ชายเจ้ารู้อยู่แล้วว่าข้ายังอยู่ในนรกขุมนี้ แล้วยังกล้าส่งให้เจ้ามาแต่งงานกับข้าอีก”
กัวเอินถงหน้าหงายต้องใช้สองมือค้ำพื้นฟูกด้านหลังเอาไว้ ในขณะที่จีหลุนยื่นหน้าเข้ามาใกล้ พลันความร้อนวูบวาบก็แล่นพล่านไปทั่วร่างกายของคนทั้งสอง
หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอเบาๆ นางไม่อาจจะโกหกเขาว่าไม่รู้เรื่องการบาดเจ็บนี้ แต่ต้องหาทางทำให้เขาลดความโมโหลงเสียก่อนที่จะบีบคอนางตาย
“พะ พี่ชายข้าเองก็เสียใจเรื่องนั้น เขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ”
การสู้รบในครั้งนั้นเป็นการท้าประลองระหว่างกัวเยี่ยนสือผู้นำทัพห้าเผ่ากับแม่ทัพจีแห่งแคว้นหมิง เพื่อไม่ให้เสียเลือดเสียเนื้อ แม่ทัพทั้งสองจึงตัดสินใจสู้กันตัวต่อตัว หากฝ่ายใดแพ้จะต้องถอนทัพกลับ
กัวเยี่ยนสือใช้ทวนในขณะที่จีหลุนใช้ง้าว ระหว่างการต่อสู้เกิดพายุทะเลทรายขึ้น จีหลุนที่รู้ล่วงหน้าจากการทำนายของลี่เทียนเป่าได้เตรียมพร้อมจะถอยในจังหวะนั้น แต่คิดไม่ถึงว่ากัวเยี่ยนสือจะไม่กลัวตายพุ่งตามเข้ามา
“ข้าช่วยชีวิตเขาไว้แท้ๆ แต่เขากลับตอบแทนด้วยการทำให้ข้าเป็นบุรุษที่ตายทั้งเป็น!” น้ำเสียงของจีหลุนเกรี้ยวกราด ดวงตาฉายแววเจ็บปวด
พายุทะเลทรายพัดเอาคนทั้งสองหลุดเข้าไปในพายุหมุนวงใหญ่ จีหลุนพยายามคว้าเอาแขนของกัวเยี่ยนสือไว้ แต่อีกฝ่ายกลับแทงปลายทวนมาถูกจุดสำคัญของเขาเข้าพอดี ปลายง้าวของจีหลุนเสียบเข้าไปในซอกโขดหินใหญ่
แม้ในขณะที่เขาเจ็บปวด จีหลุนยังร้องบอกกัวเยี่ยนสือท่ามกลางฝุ่นทรายที่โหมกระหน่ำ จนแทบมองหน้าอีกฝ่ายไม่เห็น
‘เจ้าจับมือข้าไว้ให้แน่นๆ’
อีกมือของจีหลุนยึดส่วนปลายของง้าวไว้แน่น เขาเกร็งลมปราณจนเส้นเอ็นปูดโปด พายุหมุนนั้นรุนแรงยิ่ง กัวเยี่ยนสือเองก็ฮึดกุมข้อมือเขาไว้แน่น ทวนของบุตรชายผู้นำห้าเผ่าปลิววนอยู่ในพายุหมุนเฉียดฟาดร่างกายของเขาไปสองวงรอบ
‘ระวังทวนของเจ้า! มันวนมาอีกแล้ว!’
จีหลุนร้องบอกเป็นครั้งที่สอง เขามิได้ห่วงใยในศัตรูแต่เจ็บใจว่ายังต่อสู้ไม่รู้แพ้รู้ชนะ ฝีมือของกัวเยี่ยนสือนับได้ว่ายอดเยี่ยม แม่ทัพจีจึงอยากจะประมือกับคนผู้นี้ให้กระจ่างใจ เขาอยากจะได้ชื่อว่าผู้ชนะที่แท้จริงสมรภูมิตะวันตก
พายุหมุนยาวนานจนจีหลุนคิดว่าตนเองจะทนไม่ไหวแล้ว จู่ๆ มันก็หยุดลง ร่างกายของเขากับกัวเยี่ยนสือหล่นลงสู่พื้นทรายอย่างรุนแรง เป็นคนผู้นั้นที่ลุกขึ้นแล้วมาช่วยประคองร่างของเขาที่ยังกำง้าวไว้แน่น เดินไปโขดหินใหญ่
ไม่นานจิ่งอี้กับพญายมคู่อิ่นเฉิงก็ตามมาพบและพาเขากลับไปรักษาที่ค่าย ดีที่ลี่เทียนเป่าเก็บอาการบาดเจ็บของเขาไว้เป็นความลับ บาดแผลที่หน้าท้องส่วนล่างนั้น มีผลให้ตัวเขากลายเป็นบุรุษไร้สมรรถภาพ
“พี่ข้าคิดว่าท่านรักษาหายแล้วเสียอีก” น้ำเสียงของนางอึกอัก
“หายหรือ? พี่ชายเจ้า ทำให้ข้าต้องปฏิเสธการแต่งงานตลอดสี่ปี ข้าไม่กล้าตอบรับทาบทามจากสตรีอื่นก็เพราะเขา! เขายังกล้า...กล้าส่งเจ้ามาขอสมรสพระราชทานกับข้าอีก!”
ยิ่งเขาโมโห ความร้อนนั้นก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นและกลายเป็นความ วูบวาบที่ไปทั่วร่างกาย ลมหายใจของชายหนุ่มเริ่มติดขัด ขาดห้วง มือที่บีบคอกัวเอินถงค่อยๆ คลายออก
จีหลุนรู้สึกถึงความผิดปกติที่ร่างกายของตน เขารีบปล่อยมือจากนางแล้วกุมเป้ากางเกงของตน ส่วนลับของเขาค่อยๆ แข็งขึ้นมาอย่างน่าตกใจ เขาก้มลงมองด้วยสายตาตกตะลึง
กัวเอินถงเองก็กำลังรู้สึกว่าหน้าอกของนางขยายขึ้น หญิงสาวหอบใจถี่ ผิวหน้าร้อนผ่าวแดงก่ำ นางรู้สึกอยากจะผวาเข้าหาร่างของจีหลุน ทว่าเขากลับถอยออกแล้วใช้สองมือกุมเป้ากางเกง
“นี่ท่าน!”
จีหลุนได้สติรีบวิ่งเข้าไปหลังฉาก ครู่เดียวร่างกายเขาก็กลับคืนสู่ภาวะปกติ ชายหนุ่มลองลูบคลำดูแล้ว ส่วนลับของเขายังคงแน่นิ่งราวเรื่องเมื่อครู่เป็นเพียงอุปาทาน เขาถอนหายใจด้วยความเสียดาย
‘นึกว่าจะหายแล้ว ข้าคิดไปเองหรอกหรือ?’
ชายหนุ่มหันไปตักน้ำร้อนเพิ่มในอ่างไม้สำหรับอาบน้ำแล้วหย่อนกายลงด้วยความหงุดหงิด ในใจนึกแช่งชักหักกระดูกกัวเยี่ยนสือ สาปแช่งให้อีกฝ่ายสิ้นลูกสิ้นหลานที่ทำกับตนเช่นนี้
อาการของเขาเมื่อครู่เกิดขึ้นชัดเจนกว่าครั้งการต่อสู้กับกัวเยี่ยนสือ คราวนั้นเพียงรู้สึกถึงความร้อนแต่ครั้งนี้ส่วนลับของเขาจู่ๆ ก็แข็งขึ้นมา บางทีสิ่งที่ ลี่เทียนเป่าพูด อาจจะเป็นจริง กัวเยี่ยนสือกับกัวเอินถงเป็นพี่น้องฝาแฝด ในเมื่อร่างกายเขามีอาการประหลาดเมื่อได้สัมผัสกับกัวเยี่ยนสือก็ย่อมจะมีอาการเมื่อสัมผัสกับกัวเอินถงด้วย
...ถ้าอย่างนั้น น้องสาวอย่างนางต้องช่วยเขารักษาอาการที่พี่ชายทำ
กัวเอินถงที่ตกใจกับอาการของตนเองรีบใช้มือลูบหน้าอกแล้วเลื่อนเข้าไปนอนด้านในเตียง นอนฟังเสียงจีหลุนอาบน้ำ กระทั่งเสียงฝีเท้าของเขามาชิดเตียง ใจของนางก็เต้นตึกตักขึ้นมาอีกครั้ง
“เจ้ายังไม่เปลี่ยนชุดเจ้าสาว เดี๋ยวข้าทำให้เอง”
กัวเอินถงหันขวับ ในมือของจีหลุนมีชุดนอนของนางอยู่
“ทะ ท่านหมายถึง?”
“ฮูหยิน ข้าเป็นสามี ข้าจะเปลี่ยนชุดให้เจ้าเอง”
หญิงสาวถึงกับตะลึง “มะ ไม่ได้ ให้ข้าเปลี่ยนเองก็แล้วกัน” นางประคองร่างลุกขึ้นนั่ง แล้วยื่นมือออกไป
จีหลุนยิ้มเจ้าเล่ห์ “กัวเอินถง เจ้าแต่งให้ข้าแล้ว ร่างกายของเจ้าก็เท่ากับเป็นของข้า”
กัวเอินถงใช้สองมือถัดพื้นไปจนหลังพิงฝาแต่ก็ไม่อาจหนีพ้นจีหลุนที่คุกเข่าขึ้นมาบนเตียง นางพยายามยุดข้อมือของเขา ชายหนุ่มจ้องเขม็ง
“เจ้าเป็นภรรยาของข้า เรื่องแบบนี้อย่าคิดปฏิเสธ”
หญิงสาวหน้าแดงก่ำ แม้จะลดแรงในการจับข้อมือแต่ไม่ยอมปล่อยให้เขาทำกับร่างกายของนางตามใจ จีหลุนค่อยๆ ถอดชุดเจ้าสาวทีละชิ้น กัวเอินถงได้แต่หลับตาแล้วเบือนหน้าไปอีกทาง เจ้าบ่าวมือไม้สั่นเมื่อปลายนิ้วของเขาแตะโดนร่างกายของนางทั้งแผ่นหลังและบ่าตอนที่ถอดเสื้อตัวในของนางออก
“ตะ แต่ว่าข้า...ข้าพิการนะ” นางเอ่ยขึ้นด้วยแหบพร่าปลายนิ้วของจีหลุนช่างร้อนเสียจริง แม้ร่างกายท่อนล่างของนางไร้ความรู้สึกแต่ร่างกายส่วนบนกลับรู้สึกอย่างแจ่มชัด
เมื่อย้อนกลับมายังเผ่าเหลียนซาอีกครั้ง จีหลุนรีบถือโอกาสตอนที่พ่อตายังนอนอยู่บนเตียงขอลาแม่ยายกลับไปยังแคว้นหมิง ผู้เฒ่าโอสถเห็นดีเห็นงามจึงได้มอบยาเม็ดพลังม้าศึกให้กัวเอินถงอีกแปดเม็ด “เจ้ากินเดือนละเม็ดก็พอ ร่างกายและลูกน้อยของเจ้าจะได้แข็งแรง เดินทางไกลก็ไม่กระทบกระเทือนครรภ์ เอาไว้เจ้าคลอดลูกแล้ว ข้าจะไปเยี่ยมที่แคว้นหมิงก็แล้วกัน” จีหลุนได้ยินเช่นนั้นก็รีบพาภรรยาออกเดินทาง เขาอ้างว่าไม่อาจจะรอให้กัวเฉิงลุกขึ้นเดินได้สะดวก “หากว่ารอจนท่านพ่อของเจ้าหายดี เห็นทีเราคงไม่ได้กลับแคว้นหมิง คราวนี้ข้าต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ จากนั้นก็เดินทางกลับไปอยู่ที่ค่ายพยัคฆ์เหิน ข้าจะเอาเจ้าไปด้วย จะให้ข้าทิ้งเจ้าไว้ที่วังจีก็ไม่วางใจ” กัวเอินถงยิ้มกว้าง ยกสองมือขึ้นลูบแก้มสามีแล้วยื่นหน้าไปจูบที่ริมฝีปากเขาติดๆ กันสองสามที “ข้ารู้ ท่านพี่ไม่ยอมทิ้งข้ากับลูกเด็ดขาด ข้าเองก็ไม่ยอมให้ผู้อื่นมาแยกเราจากกันหรอกเจ้าค่ะ” สายตาของแม่ทัพหนุ่มวิบวับขึ้นมาทันที “เจ้าทำแบบนี้ไม่ถูกนะเสี่ยวถง ข้าเป็นคนอ่อนไหวกับการสัมผัสตัวเจ้า ตอนนี้ร่างกายข้าเริ่มร้อนข
กัวเฉิงรู้สึกตัวในวันต่อมา เขาลุกขึ้นได้ก็โวยวายด่าทอลูกเขยเสียงดังลั่น “จีหลุน เจ้าช่วยข้าไว้ทำไม? ข้าจะฆ่าเซียงเชินด้วยมือของข้าเอง เจ้าทำเช่นนี้ก็เท่ากับไม่เคารพข้า” กัวเอินถงที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นบิดาประณามสามีก็รู้สึกทนไม่ได้ “ท่านพ่อ ข้าเป็นคนสั่งให้ท่านพี่ทำเช่นนั้นเอง มันควรหรือที่ท่านจะไปแลกชีวิตกับคนเลวอย่างหัวหน้าเซียง ท่านเป็นถึงผู้นำห้าเผ่า ควรรักษาชีวิตเอาไว้ปกปักษ์ผู้คนในแดนเซี่ยงซาวานจะดีกว่านะเจ้าคะ ในตอนนี้เผ่าฝูซากับเผ่าเซียนซาก็สิ้นผู้นำแล้ว ยังมีเรื่องที่ท่านต้องจัดการอีกมาก พี่เยี่ยนสือเองก็เพิ่งหายป่วย หากไม่ใช่ท่านแล้วจะเป็นผู้ใด?” พอถูกบุตรสาวขึ้นเสียงใส่เช่นนั้น หัวหน้าเผ่าเหลียนซาก็หุบปากลงฉับ “จริงด้วยขอรับท่านพ่อ เสี่ยวถงพูดถูก ท่านไม่จำเป็นต้องเสี่ยงชีวิต ตอนนี้หัวหน้าเซียงก็ตายไปแล้ว เป็นผู้เฒ่าโอสถที่เอาแมงมุมยัดใส่ปากเขาตอนที่ตกลงมาจากหลังคา” กัวเยี่ยนสือบรรยายสภาพการตายของเซียงเชินจนบิดาต้องกำหมัด “สภาพเช่นนั้นไม่ต่างจากตอนที่เจ้าสองคนถูกแมงมุมกัด นับว่าเป็นการตอบแทนที่สาสมแล้ว เห็นทีข้าคงต้องมอบรางวัลแด่ผู้
เซียงเชินกับกัวเฉิงกระโจนตามกันขึ้นไปบนหลังคา กระบวนท่าที่ทั้งสองใช้ล้วนเป็นสุดยอดท่าไม้ตายที่หมายจะปลิดชีวิตของศัตรู กัวเอินถงนึกเป็นห่วงบิดาแต่วิถีของจอมยุทธ์ย่อมต้องดำรงไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรี นี่เป็นการต่อสู้เพื่อสะสางหนี้แค้นที่นางไม่ควรเข้าไปยุ่ง หญิงสาวสะดุ้งเมื่อเห็นว่าบิดาถูกกระบี่ของฝ่ายตรงข้ามฟันเข้าที่แขน แต่ในเวลาไม่นานกัวเฉิงก็สามารถเอาคืนได้สำเร็จ “ไม่เลวเลยจริงๆ หลังจากอาการของพ่อเจ้าดีขึ้น วรยุทธ์ของเขาก็ฟื้นฟูขึ้นมามาก แม้จะไม่เท่าเดิม แต่ก็นับว่าน่าพอใจแล้ว” ผู้เฒ่าโอสถพยักหน้า “นับว่ายาที่ข้าไปเสาะหามาไม่สูญเปล่า” หญิงสาวพยักหน้า “ยาบำรุงพวกนั้นดีที่สุดเท่าที่มีขายในแคว้นหมิง ข้าให้คนออกไปกว้านซื้อมาจากทุกมุมเมืองตามที่ท่านแนะนำไว้” กัวเยี่ยนสือผู้ไร้วรยุทธ์ถอยไปอยู่ด้านหลังเหล่าองครักษ์ เขามองดู อิ่นเหว่ยถิงกับเฉินอี้ชิงต่อสู้ด้วยความเลื่อมใส และยิ่งได้เห็นน้องเขยที่เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งค่ายพยัคฆ์ไฟแสดงฝีมือแล้วก็ยิ่งอยากจะฝึกวิทยายุทธ์ให้สำเร็จ วันหน้าในยามที่กัวเอินถงกลับไปแคว้นหมิงแล้ว แม่ทัพกัวตัวจริงอย่าง
“เสี่ยวถง เจ้าไหวหรือไม่? ให้ข้าพาไปเข้านอนดีไหม?” จีหลุนสีหน้าเป็นกังวล สามชีวิตในร่างของกัวเอินถงนี้เขาต้องดูแลไม่ให้คลาดสายตา “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ให้ท่านพ่อกล่าวปิดงานก่อนก็แล้วกัน” หัวหน้ากัวลุกขึ้นกล่าวขอบคุณทหารทุกคนที่เดินทางไปสู้รบจนปราบเผ่าฝูซาได้สำเร็จและขอบคุณที่ช่วยปกป้องจวนสกุลกัวให้ปลอดภัยจากคนเลว พอกล่าวจบทุกคนก็ยกจอกสุราขึ้นดื่มพร้อมกัน พลันเสียงตวาดก็ดังขึ้นมาจากหลังคาเรือนใหญ่ “จะรีบไปไหนเล่ากัวเฉิง? คืนนี้ข้ามาเพื่อส่งพวกเจ้าคนสกุลกัวไปเลี้ยงสังสรรค์กันต่อในนรก” สายตาทุกคู่หันไปยังร่างในชุดสีน้ำเงินขลิบทองที่ยืนจังก้าอยู่ข้างบน “หัวหน้าเซียง!” “ใช่! ข้าเอง ข้ามาทวงแค้นแทนบุตรชายของข้า!” “เชอะ! แค้นของบุตรชายเจ้า แล้วแค้นของลูกข้าเล่า? เจ้าใช้แมงมุมพิษมาทำร้ายลูกของข้าก่อน แต่พอถูกทำคืนกลับแค้นเคือง เรื่องนี้ไม่ยุติธรรมกระมัง?” หัวหน้ากัวตะโกนตอบ พร้อมยื่นมือข้างหนึ่งไปด้านข้าง องครักษ์คนสนิทจึงส่งกระบี่ให้ “ข้าดื่มสุรารอเจ้ามาตั้งนาน ในที่สุดก็โผล่หัวมา ความแค้นระหว่างเราค
เซียงเจียสวี่ที่หมดสติไปนาน ร่างกายร้อนผ่าวราวกับคนหลงทางอยู่กลางทะเลทราย บิดาของเขาเอายาพิทักษ์ร่างมาค่อยๆ ป้อนให้ ทว่าร่างกายที่ถูกพิษแมงมุมกัดกร่อนภายในจนเสียหายไม่อาจฟื้นได้ทัน ทำให้คุณชายสกุล เซียงตกอยู่ในสภาพเดียวกับกัวเยี่ยนสือไม่มีผิด หัวหน้ามือสังหารเล่าความลับที่เซียงเจียสวี่ได้เห็นในถ้ำหินให้กับเซียงเชินฟัง หัวหน้าเผ่าเซียนซากำหมัดด้วยความโมโห “ที่แท้แม่ทัพกัวก็คือกัวเอินถง ส่วนกัวเยี่ยนสือนอนเป็นผักอยู่ในถ้ำ มิน่า...นางจึงคลุมผ้าทุกครั้งที่ออกมาต้อนรับแขก นี่ข้าถูกตบตามานานตั้งหลายปีหรือนี่?” “วรยุทธ์ของกัวเอินถงร้ายกาจยิ่งนัก พวกข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง ซ้ำยามนี้นางยังมีแม่ทัพใหญ่แคว้นหมิงคอยช่วยเหลือ สองสามีภรรยาใจเป็นหนึ่ง ยากนักจะทำลายได้ ดีที่พาคุณชายหลบหนีออกมาได้ขอรับ” หัวหน้าเผ่าเซียนซากำหมัดแน่น “แค้นนี้ ข้าจะต้องชำระแน่” ผู้เฒ่าโอสถยืนยันกับทุกคนเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าอีกไม่นานคนเผ่า เซียนซาจะต้องกลับมาชิงศิลาหิมะอีกครั้งอย่างแน่นอน ลี่เทียนเป่าได้ยินก็หัวเราะออกมาเบาๆ “ตาเฒ่า ท่านพูดเพ้อเจ้อไปเรื่อย
คนทั้งหมดจึงพากันเดินออกไปยังเรือนใหญ่ สองพี่น้องฝาแฝด กุมมือกันเดินนำหน้าด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข บ่าวรับใช้ สาวใช้ และองครักษ์ทั้งหลายเห็นสองพี่น้องต่างพากันตื่นตะลึง พวกเขาเพิ่งได้เห็นใบหน้าตอนโตของคุณชายกัว สองพี่น้องมีใบหน้าเหมือนกันอย่างมาก ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าสองพี่น้องสกุลกัวช่างงดงามยิ่ง ทว่ามีหลายคนรู้สึกแปลกใจที่จู่ๆ กัวเยี่ยนสือก็สูงขึ้นอย่างมาก “คุณหนู เดินได้แล้วหรือขอรับ?” พ่อบ้านยิ้มปลื้มที่ผ่านมาเขาก็เหมือนคนอื่นๆ ที่เข้าใจว่ากัวเอินถงคือสตรีพิการ ในตอนที่นางกลับจากแคว้นหมิงได้ยินว่านางได้กินยาวิเศษจากท่านฝู่กั๋วกงผู้เป็นบิดาของสามี ไม่คิดเลยว่าผ่านไปไม่นานนางจะเดินได้เป็นปกติ “ใช่ ข้าเดินได้แล้ว เป็นเพราะไข่มุกสวรรค์ของท่านพี่แท้ๆ” หญิงสาวหันไปยิ้มให้กับจีหลุน นางกล่าวด้วยเสียงอันดังเพื่อหวังให้บิดาคลายความแค้นเคืองในตัวสามี “เจ้านั่งเสียก่อนเถิด ลืมแล้วหรือไรว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์ เพิ่งจะเข้าเดือนที่สามเองนะเสี่ยวถง” เสียงแม่ทัพหนุ่มเอ่ยขึ้น คำพูดของเขาเหมือนจะบอกกล่าวภรรยาด้วยความห่วงใย แท้จริงเขาอยากจะให้ท่านพ่อตาได้ยินเรื่อ







