แชร์

จางจือเสวียน 1

ผู้เขียน: พิมพ์สีทอง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-02-27 20:00:54

 "รบกวนแล้วเจ้าค่ะ" 

 หม่าเยี่ยนถิงโค้งลงให้ผู้อาวุโสอย่างขอบคุณ แม้จะไม่รู้จักบุรุษผู้นั้น แต่ไม่อาจปล่อยทิ้งไม่ใยดีก็ไม่ได้ เพราะหัวใจดวงนี้ของนางเหมือนไม่ใช่นาง มันกระวนกระวายและรู้สึกทุกข์ใจ ซึ่งนางรู้ดีว่ามันเป็นความรู้สึกของร่างเดิม เพราะหากเป็นตัวนางต่อให้นอนตายต่อหน้าก็คงไม่สนใจ

 "ไม่เป็นไร ๆ เรื่องเล็กน้อย อย่าเบี้ยวค่ายาข้าก็พอ ๆ" ท่านหมออาวุโสเอ่ยทีเล่นทีจริง

 "คนเจ็บจะจ่ายเองเจ้าค่ะ" นางตัดบทสวนคืนเสียงชืดชา คำตอบของนางทำให้ท่านหมอหัวเราะร่วน

 "สามีแม่นางหม่าหน้าตาไม่เบา มิน่า ลูก ๆ ถึงได้น่ารักน่าชังนัก"

 "นางยังไม่ได้พูดแบบนั้นเลยนะยายแก่"

 "ตาแก่อย่างเจ้าไม่แก่บ้างก็แล้วไป แล้วสามีนางก็รูปงามจริง ๆ นี่" สองสามีภรรยาโต้เถียงกันอย่างไม่จริงจังนัก พวกเขาต่อประโยคกันจนหม่าเยี่ยนถิงไม่มีโอกาสเอ่ยแทรกหรือแก้ตัว ท่านหมอที่ฟังอยู่ก็เข้าใจไปด้วยว่าบุรุษผู้นั้นเป็นสามีของนาง

 หลิงฮูหยินจากสกุลหลี่คิดว่าคงไม่มีสตรีใดพาคนที่ไม่สนิทมารักษาด้วยท่าทางร้อนรนขนาดนั้น หม่าเยี่ยนถิงกังวลจนออกนอกหน้า หลิงซือจึงคิดว่าคงเป็นสามีของนางที่หายหน้าหายตาไปหลายปี

 หลังจากเรื่องเร่งด่วนจบไปแล้ว สองสามีภรรยาคู่นั้นก็กล่าวลานางแล้วขึ้นเขาไปอีกครั้ง วันนี้พวกนางเก็บป่ามาได้เพียงครึ่งตะกร้าเท่านั้น แต่หม่าเยี่ยนถิงก็ตัดสินใจพาลูก ๆ กลับบ้านไปทำอาหารเย็นง่าย ๆ กินแทน เพราะของเท่านี้ ขายไปก็ไม่ได้กำไรอะไรเลย สู้เอาไปเป็นวัตถุดิบยังดีเสียกว่า

 "คนคนนั้นจะตายหรือไม่เจ้า เขานอนนิ่งเหมือนท่านแม่เมื่อหลายวันก่อนเลย" หนี่เหวินถามเสียงเจื้อยแจ้ว

 "ไม่หรอก ถึงมือหมอแล้วคงไม่อันตรายถึงชีวิต" หม่าเยี่ยนถิงตอบลูกสาวตัวน้อยที่พูดไม่หยุด ใบหน้าเล็กๆ ขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย

 "พรุ่งนี้เราไปเยี่ยมหรือไม่เจ้าคะ"

 "ไปสิ"

 ไม่ว่าอย่างไรนางก็รู้สึกว่าทิ้งคนผู้นั้นเอาไว้แล้วปล่อยไปเฉย ๆ ไม่ได้ บางทีอาจเกี่ยวข้องกับหม่าเยี่ยนถิงจริง ๆ เพราะรู้สึกคุ้นเคยถึงขนาดนั้น เพียงแต่นางยังนึกไม่ออกว่าคนผู้นั้นเป็นใคร

 สามแม่ลูกจูงมือกันกลับบ้าน โดยจื่อเหวินไม่พูดอะไรเลยสักคำจนนางสงสัย เด็กชายทำหน้าเหมือนอยากถามแต่ไม่กล้า เก็บเงียบจนมาถึงบ้าน หม่าเยี่ยนถิงทำอาหารไปตามปกติและรอให้ลูกชายเป็นฝ่ายถามเอง มื้อเย็นวันนั้นมีเสียงสดใสของหนี่เหวินเป็นมหรสพเพียงหนึ่งเดียว

 กระทั่งเล่านิทานจบ เป็นหม่าเยี่ยนถิงที่นอนแทบไม่หลับเพราะคาใจกับท่าทีอมพะนำของบุตรชาย นางคิดความเป็นไปได้ร้อยแปดเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ แต่ก็มีเรื่องเดียวที่ผิดแผกไปจากชีวิตประจำวันคือมีชายผู้นั้นเข้ามา

 และแล้วคืนนั้นหญิงสาวอดีตมือสังหารก็นอนแทบไม่หลับ...

ขณะที่เรือนของสามแม่ลูกสกุลหม่ามีแต่ความสงบเงียบ โรงหมอประจำเมืองก็กำลังวุ่นวายเพราะคนไข้อาละวาด

 ชายหนุ่มที่แม่นางหม่าพามาเมื่อกลางไข้ขึ้นสูงจนน่าตกใจ อีกทั้งยังพูดอะไรไม่รู้ความราวกับเป็นคนต่างถิ่น ทั้งที่เสื้อผ้าก็สวมตามระเบียบแคว้นเซี่ย

 "ต้าอู๋ เซียวค่าย! หายหัวไปไหนกันหมด!"

 "ไม่ทราบขอรับ!" ลูกศิษย์คนหนึ่งตะโกนตอบ

 "ไม่รู้แล้วตอบทำไม! นี่นายเป็นหน้าใหม่งั้นเหรอ ไปตามลูกพี่นายมาเดี๋ยวนี้!"

 "ข้าเป็นลูกคนเดียวขอรับ"

 "ไม่ได้อยากรู้เรื่องนั้น แล้วนี่มันเรื่องบ้าอะไร ที่นี่ที่ไหน"

 "คุณชายโปรดสงบสติอารมณ์ก่อน เดี๋ยวปากแผลจะเปิดเอาได้..."

 ท่านหมออาวุโสพูดยังไม่ทันจบดี ถาดจอกชาก็ปลิวเฉียดแก้มไป หมอชรานับหนึ่งถึงพันในใจ ห้ามตัวเองไม่ให้เอาเข็มจิ้มลิ้นที่กำลังกล่าวคำผรุสวาทนั่น

 ซ่านหยางรู้สึกวิงเวียนเหมือนในหัวกำลังมีการฉายภาพยนตร์ซ้ำ ๆ เวียนวนเป็นเวลาหลายชั่วโมง ในไม่กี่นาทีสมองเหมือนถูกฟาดอย่างแรงด้วยของแข็งจนมึน

 เขาคลื่นไส้จนอาเจียนออกมา ทั้งที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ดีก็ถูกจำมัดไว้กับเตียง เพราะพิษไข้เขาจึงสลบไปอีกครั้งในเวลาไม่นาน

 คืนนั้นเขาฝันประหลาด คล้ายว่าได้สวมรอยเป็นใครคนอื่นที่ไม่มีอะไรเหมือนกัน ทั้งนิสัยใจคอ หน้าตา หรือแม้แต่ชื่อแซ่...

เช้าตรู่วันต่อมา หม่าเยี่ยนถิงก็ตื่นมาด้วยความอ่อนเพลียเล็กน้อย เพราะติดใจเรื่องเมื่อวานจนนอนไม่หลับ แต่เพราะต้องทำกิจวัตรประจำวันของคนเป็นแม่ นางจึงลืมเรื่องนั้นไปในเวลาไม่นาน

 เพราะรายได้ยังไม่พอให้ซื้อเมล็ดพันธุ์เพิ่ม ผักที่ปลูกไว้ก็ต้องรออีกหน่อย วันนี้หม่าเยี่ยนถิงจึงยังต้องขึ้นเขาไปกับลูก ๆ แต่ก่อนนั้นต้องแวะไปดูคนที่โรงหมอเสียหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง 

 หม่าเยี่ยนถิงพาลูก ๆ เดินมาได้ครึ่งทางก็พบพรานหนุ่มผู้หนึ่งที่นางคุ้นหน้าดียามขึ้นเขาไปเก็บของป่า

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   บทส่งท้าย ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ 2

    "ถ้าลูกรับตำแหน่งจะลาออกจริงหรือ?""แน่นอน""ท่านคิดไว้หรือยังว่าอยากไปไหน""ต่างแคว้น"ในแคว้นนี้จางจื่อเสวียนไปเที่ยวชมมาทุกเมืองตลอดสิบปีนี้หลายครั้งแล้ว ถึงเวลาต้องเปิดหูเปิดตาข้างนอกแดนเกิดของตนบ้าง"ข้าเชื่อว่าอยู่กับเจ้าข้าจะปลอดภัย" บุรุษข้างกายยิ้มเผล่จนนางอดกลอกตาใส่ไม่ได้ จะมีใครภูมิใจในตัวภรรยาได้เท่าเขาอีก"ท่านก็วางใจเกินไป หากเกิดศึกไม่พ้นเรียกตัวท่านกลับมาอยู่ดี""แคว้นนี้สงบสุขมาเป็นสิบปี ไม่เคยมีใครกล้าบุกนับแต่ข้าได้ชัย อย่าห่วงเลย""ทุกครั้งที่มีไอ้บ้าคนหนึ่งคิดแบบนี้จะต้องมีหายนะเกิดขึ้นทุกทีสิน่า"หม่าเยี่ยนถิงไม่ได้เชื่อเรื่องโชคชะตาอะไรนั่น มันก็แค่ค่าเฉลี่ยของผู้วางบทที่ไม่มีทฤษฎีด้วยซ้ำ แต่ต้องยอมรับเลยว่านางเริ่มเอนเอียงจากนิสัยเดิมตัวเองไปไม่น้อย อาจเพราะอายุที่มากขึ้นทำให้นางกังวลไปหมดทั้งที่เมื่อไม่เป็นบ่อยเท่านี้จางจื่อเสวียนประคองภรรยาเดินมาตลอดทาง บ่าวไพร่เห็นกันตั้งแต่หน้าจวนยันท้ายจวน หลังพวกเขาเดินผ่านก็รีบจับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องรักๆ ของเ

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   บทส่งท้าย ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ 1

    ทว่าพอจะหันกลับมาแล้วออกไปจากช่องว่างที่นอนตรงนั้นนางก็หลุดเสียงกรี๊ดดังขึ้น เพราะได้สบตาเข้ากับมารดาที่มองอยู่"ท่านแม่! ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่เจ้าคะ!" คนพึ่งถูกปลุกจากเสียงรบกวนนัยน์ตาหลุกหลิกคิดข้ออ้างไม่ทัน"พวกเจ้าเสียงดัง" เด็กสองคนมองหน้ากันงง ๆ มั่นใจว่าเมื่อครู่พวกตนคุยกันเสียงเบายิ่งกว่าเสียงยุง ขนาดท่านพ่อยังไม่ตื่นเลยแล้วมารดารู้สึกตัวได้อย่างไรเสียงกรี๊ดก่อนหน้านี้ของคุณหนูน้อยทำให้เวรยามมากรูกันที่หน้ากระโจม"นายท่าน ฮูหยิน เกิดอะไรขึ้นด้านในหรือไม่ขอรับ!?""ไม่ ไม่มีอะไร ลูกสาวข้าตกใจเท่านั้น พวกท่านทำงานต่อเถอะ""เช่นนั้นไม่รบกวนแล้วขอรับ" เงาที่ยืนมุงอยู่ด้านนอกห่างออกไปเรื่อย ๆ กระจายกันไปประจำจุดเฝ้ายามเหมือนเดิม มือสังหารสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ คืนนี้นางไม่ได้นอนแน่แล้ว..."ข้าไม่นึกว่าระดับเซียนผู้หยั่งรู้อย่างท่านแม่จะทายผิดได้จริงๆ""ข้าหวังว่าตัวเองจะทายผิดบ้าง และอีกอย่างนะลูกรัก ข้ายังไม่ได้ทายอะไรทั้งนั้น" หม่าเยี่ยนถิงสุดจะเอือมระอา ฝากลูกไว้กับแม่ย่าทุกหน้าร้อนมาสิบปี นางพลาด

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง... 2

    "เรื่องเช่นนี้เหตุใดต้องมาถามข้า เจ้าทูลแก่ฝ่าบาทเลยจะไม่เร็วกว่าหรือ""หม่อมฉันคิดว่าแรงสนับสนุนจากฮองเฮาก็เป็นสิ่งจำเป็นเพคะ"มารดาแผ่นดินไม่เข้าใจเจตนาของนางชัดเจน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคำพูดเมื่อครู่นั้นสะกิดใจนางอยู่ อยากรู้ว่าสตรีผู้นี้จะมาไม้ไหนกันแน่ ฮองเฮาโบกมือไล่นางกำนันทั้งหมดออกไปจากตรงนั้น เหลือเพียงแต่นางและแขกผู้มาเยือนในห้องปิดมิดชิด"เจ้าอยากให้ข้าทำอะไร""พิจารณาวันพักผ่อนของข้าราชการชั้นขุนนางเพคะ""เจ้าว่าอะไรนะ" นางไม่เคยได้ยินความคิดอะไรประหลาดแบบนี้มาก่อนเลย"ฮองเฮาฟังหม่อมฉันก่อนจึงค่อยตัดสินพระทัยก็ได้เพคะ…"หม่าเยี่ยนถิงปราศรัยความคิดของนางให้มารดาแผ่นดินฟัง จากในใจคิดต่อต้านและคัดค้านเพราะฟังดูเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่แรก ฮองเฮาปักใจไปส่วนหนึ่งอีกด้วยว่านางช่างสามหาวนักถึงกล้ามาพูดเรื่องนี้ แต่พอได้ฟังสิ่งที่นางคิดจริง ๆ แล้วมารดาแผ่นดินก็เปลี่ยนใจ..."ต้องทำให้ข้าประหลาดใจอีกกี่ครั้งถึงจะพอนะ""เรื่องปกติแท้ๆ" หม่าเยี่ยนถิงไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าสาม

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง... 1

    เวลาอาหารของครอบครัวผ่านพ้นไป ก็ได้เวลาเข้านอน หน้าห้องมีเงาร่างที่เห็นชัดเจนว่าเป็นสตรียืนขวางอยู่ จางจื่อเสวียนไม่ได้เรียกใช้ใครจึงงุนงงร้องถามออกไป"ใคร""ข้าเอง"เสียงของภรรยาใครจะกล้าลืมลง แม่ทัพแดนเหนือรีบมาเปิดประตูให้ทันทีก่อนจะพบเข้ากับหญิงสาวในชุดเรียบ ๆ และไร้เครื่องประดับผม"เอ่อ...""ถอยสิ ข้าจะเข้าไปด้านใน"จางจื่อเสวียนเบี่ยงตัวหลบทันทีแล้วค่อย ๆ แง้มประตูปิดไว้ดังเดิม เขาหันไปมองอีกคนที่นั่งไขว่ห้ารออยู่บนเตียงด้วยอาการเก้อเขิน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะเขินอายไปทำไมเช่นกัน ทั้งที่ไม่ใช่ครั้งแรกนี่จริง ๆ แล้วข้าเป็นคนแบบนี้หรอกหรือคิดไปก็เม้มปากไป แต่มุมปากดันยกค้างไม่หยุดเสียอย่างนั้น"ถวายพระพรพระพันปีเพคะ""นั่งสิ ไม่ได้พบกันเสียนาน ชีวิตสาวชาวไร่เป็นอย่างไรบ้าง"อุทยานหลวงมีผู้มาเยี่ยมเยียนอีกครั้ง ที่แห่งนี้ยังคงเป็นสถานที่โปรดของพระพันปี สิ่งที่ต่างไปหลังจากเหตุการณ์นั้นคือพระนางสามารถมาที่นี่ได้บ่อยครั้งขึ้น"สงบสุขดีดังท

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   เยี่ยมสัตว์อสูรอีกครั้ง 2

    หม่าเยี่ยนถิงยิ้มให้มันก่อนจะผละออกไป จอมยุทธ์หญิงมาส่งนางที่ตีนเขากว่าจะกลับมาถึงจวนของผู้เป็นสามีก็เย็นแล้ว พอเห็นผู้เป็นแม่มา สองฝาแฝดก็โดดเข้าใส่นางจนแทบหงาย รู้สึกได้ถึงความต่างของน้ำหนักตัวก่อนหน้านี้ได้เลยว่าเด็กๆ โตขึ้นมาก และโตเร็วด้วย"ท่านแม่หายไปทั้งวันเลยนะเจ้าคะ" จางหนี่เหวินคลอเคลียอยู่กับขาก็เป็นมารดา"แม่ไปเยี่ยมคนรู้จักน่ะ พวกเจ้าล่ะไปหาท่านย่ามาเป็นอย่างไร""ท่านย่าพาไปกินของอร่อยในเมืองขอรับ"วันนี้เด็ก ๆ อยู่กับแม่สามีทั้งวัน พรุ่งนี้หม่าเยี่ยนถิงต้องไปเยี่ยมและขอบคุณนางเสียหน่อย หญิงสาวจูงมือลูกคนละข้างแล้วเดินไปด้วยกัน เด็กสองคนที่นางรับมาเป็นพี่เลี้ยงเพิ่มเดินตามหลังโดยเว้นระยะห่างออกไปราวสามถึงห้าก้าวพวกเขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าคุณหนูคุณชายที่ตนมาทำงานด้วยมีฐานะสูงส่งเพียงนี้ ทำให้เด็กชาวบ้านทั้งสองคนอดเกร็งไม่ได้ พวกเขาค่อนข้างจะสงบปากสงบคำมากกว่าเดิม เรียกได้ว่าไม่พูดเลยด้วยซ้ำ"เหรินอี้ เจียเหยา ไม่ต้องเกร็งไปหรอก ทำตัวสบาย ๆ เหมือนอยู่บ้านสวนก็ได้""ไม่ได้

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   เยี่ยมสัตว์อสูรอีกครั้ง 1

    ทิวเขาป่าไผ่เบื้องหน้า คือทิวทัศน์อัศจรรย์ที่นางได้เห็นเป็นครั้งที่สอง การมาถึงของบุคคลธรรมดาไม่เป็นที่สนใจของบรรดาผู้ฝึกตนนัก แต่เจ้าสำนักย่อมรู้ว่านางมา สตรีหนึ่งในกลุ่มที่เคยติดต่อกันเป็นผู้นำทางและคุ้มกันในครั้งนี้แม้สัตว์อสูรตนนั้นจะไม่ทำร้ายนางแต่สัตว์อสูรเฝ้ายามตัวเดิมของสำนักใช่ว่าจะไม่ทำร้ายนางไปด้วย พวกมันสองตัวถูกจับแยกกันไปอยู่คนละฝั่งขอบหุบเขา หากพวกมันปะทะกันขึ้นมาหุบเขาคงสะเทือน"หลังมันคลอดลูกแล้วจะเป็นอย่างไรต่อ""ในฤดูรักปีถัดไปมันอาจจะจับคู่กับตัวที่เคยอยู่เดิมหรือเลือกที่จะไม่จับคู่เลยก็ได้ ส่วนลูก ๆ ของมัน เมื่อโตพอจะจัดให้อยู่เขตหุบเขาชั้นนอก"ทำอย่างกับเลี้ยงสัตว์ทั่วไปเลยนะ สำนักนี้ก็น่ากลัวใช่ย่อยตอนนั้นหม่าเยี่ยนถิงแค่เฉียดถูกมันจะตะปบยังเสียวสันหลังวาบไม่หาย เวลานึกถึงก็ยังขนลุกอยู่เลยบันไดหินทอดยาว มีทางแยกแตกออกไป หม่าเยี่ยนถิงไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหนแต่ร่างกายกลับเดินไปตามทางเหมือนมีอะไรเรียกหา สัญชาตญาณดึงดูดให้ไปเส้นทางนั้นต้นไผ่สูงยาวโค้งงอลงมาให้ร่มเงาเหมือนซุ้มประต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status