เข้าสู่ระบบตวนมู่น่าหลัง บุตรสาวคนโตของเผ่าตวนมู่ นางนั้นใบหน้าสวยเกินคำบรรยาย ด้วยกลิ่นกายของนางช่างหอมหวานราวกับกลิ่นโบตั๋น โดยเพราะกลีบร่องของนางที่หอมเป็นพิเศษ เป็นที่หมายปองของเหล่าชายหนุ่มมากมาย แต่นางต้องมาเป็นตัวประกันของแม่ทัพแคว้นไป๋ และมีผัวถึงสองคนในคราวเดียวกัน
ดูเพิ่มเติมชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผิวขาวดุจหิมะในฤดูเหมันต์ ใบหน้าของเขานั้นงดงามราวกับหยกชิ้นงาม จมูกช่างโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหนาได้รูปอมชมพูนัยน์ตาสีดำที่ปิดสนิทนอนทอดกายเปลือยเปล่าไร้ซึ่งอาภรณ์ใดๆ ข้างกายของเขานั้นมีหญิงสาวใบหน้างดงามสองคนที่เปลือยเปล่าเช่นเดียวกัน พวกเขาทั้งสามคนดื่มสุราจนเมามาย และร่วมเสพสังวาสตั้งแต่ค่ำคืนวานที่ผ่านมาจนรุ่งสางของอีกวัน
บัดนี้ยามซื่อเค่อสุดท้ายแล้ว พวกเขายังคงนอนหลับอยู่เช่นเดิม (ยามซื่อ คือ 09.00-10.59 น.) ชายหนุ่มรู้สึกตื่นตัวแต่ยังไม่ลืมตา อีกทั้งยังหันไปกอดหญิงสาวเรือนร่างเปลือยเปล่าที่นอนด้วยข้าง แต่เสียงเอะอะดังเข้ามาในห้องนอน เขากลับไม่สนใจเสียงเหล่านั้น “ท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพตื่นเถิด ฝ่าบาทเรียกเข้าเฝ้า เรื่องศึกเผ่าตวนมู่” พ่อบ้านและคนคนสนิทของเขา มีนามว่าเหลียงเยว่เอ่ยบอก เขาอยู่นอกม่านกัน เพราะล่วงรู้ว่าเจ้านายของเขายังคงทอดกายนอนกับผู้หญิงทั้งสองคนที่นำมาจากหอคณิกาไห่ถัง หญิงเหล่านี้เขาได้ประมูลด้วยจำนวนเงินสิบชั่ง ซึ่งเป็นเงินที่เขาได้จากการไปทำศึกหลายครั้งให้กับต้าหวางพระองค์ก่อน “ตวนมู่เป็นเผ่าเล็กๆ ทำไมต้องลากข้าไปรบด้วย แม่ทัพคนอื่นในแคว้นไป๋ไม่มีแล้วหรืออย่างไง” เสียงของชายหนุ่มที่ทอดกายนอนอยู่เอ่ยถาม ขณะที่เขามองหญิงสาวคนหนึ่งใช้ริมฝีปากโลมเลียดุ้น ส่งสายตายั่วยวนมองมายังเขา ส่วนหญิงสาวอีกคนโลมเลียที่หัวนมอย่างเอาใจ “จากการรายงานของแม่ทัพเผิง ทหารของเราหมื่นนาย ตายไปแล้วสามพันที่ด่านหานชาน ท่านจะนิ่งเฉยดูดายได้หรือ” เสียงของชายหนุ่มอีกคนดังขึ้น เป็นเพื่อนร่วมสาบานกับเขาในสำนักเดียวกันนามว่า ‘จูม่ง’ เขานั่งอยู่บนตั่งและดื่มเหล้ากุ้ยฮวาที่หอมหวานและร้อนกรุ่น เขาทำตัวราวกับที่นี่คือจวนของตัวเอง และมองสหายที่กำลังสมสู่กับหญิงสาวสองคนราวกับว่าเป็นเรื่องชินชา เพราะเขาเห็นเป็นประจำ ถ้ามาบ้านของสหายผู้นี้ “ทำไมต้องเป็นข้า แม่ทัพมีตั้งมากมายทำไมต้องให้ข้าไปด้วย” หลี่เจิ้นเอ่ยถาม ขณะที่หญิงสาวหนึ่งในสองกำลังกระแทกลงบนดุ้น เขาใช้มือจับสะโพกของนางให้ขย่มแรงขึ้น เสียงของนางที่ดังกระเส่าออกมาทำให้เขารู้สึกคึกคะนองจับนางนอนลงบนเตียง และคร่อมบนตัวนางสอดดุ้นกระแทกลงไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน “เจ้าสร้างผลงานให้ประจักษ์แก่ใต้หล้า ทั้งตีแคว้นถัง แคว้นจือตัน เผ่าอวี้ฉี เผ่าเยียนอู่ ต้าหวางและใต้หล้ากำลังรอเจ้าอยู่นะ หลี่เจิ้น” จู่ม่งเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ท่านแม่ทัพ...เบาหน่อยเจ้าค่ะ แม่ทัพ...อร๊าย...” หญิงสาวร้องด้วยความเจ็บปวดที่เขากระแทกลงมาด้วยความเร็วและแรง น้ำเสียงของเขาหอบกระเส่าและรุนแรง กระแทกนางราวกับไปโกรธผู้ใดมา ร่างบางใต้ร่างหนาแทบรับเขาไม่ไหว “โอ้ว...โอ้...อ๊า...” หลี่จิ้นร้องครางกระเส่าดังลั่นและปล่อยน้ำใส่นางทันที ดันนางผลักนางให้ไปนอนด้านข้าง ขณะที่หญิงสาวอีกคนมาโลมเลียดุ้นของเขาที่มีน้ำขาวขุ่นที่ไหลออกมาจากดุ้น “เจ้าจะไปหรือไม่ ถ้าไม่ไป ข้าจะทูลต้าหวางให้มาคุยกับเจ้า” จู่ม่งเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ออกไปให้หมด” หลี่เจิ้นเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบ และมองไปยังหญิงสาวสองด้วยสายตาว่างเปล่า พวกนางจึงหอบเสื้อผ้าก้าวเดินออกไปยังห้องด้านข้างเพื่อแต่งตัว หลี่เจิ้นก้าวเดินไปที่ประตูและปิดลงทันที “เจ้าไปเตรียมทัพห้าพัน อีกสองชั่วยามข้าจะไปที่หน้าประตูเมือง อีกอย่างหนึ่งเจ้าอย่าให้ใครรู้เป็นอันขาด ข้าไม่อยากให้หม่าเฉินรู้ว่าข้าไปตามคำสั่งของเขา” หลี่เจิ้นเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบ ก้าวเดินจากเตียงนอนในสภาพเปลือยเปล่าไปยังสระน้ำที่ร้อนกรุ่นที่สาวใช้ได้เตรียมไว้ให้เขาเมื่อครึ่งชั่วยามที่แล้ว เขานั่งลงในสระ และหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย “ข้าเข้าใจความรู้สึกเจ้า และข้าดีใจที่เจ้าเป็นห่วงบ้านเมือง” จู่ม่งเอ่ยบอกและถอนหายใจยาวๆ หลังจากจู่ม่งพูดจบ ความเงียบเข้ามาปกคลุมโดยรอบ ไม่มีการสนทนาใดๆ เกิดขึ้นอีกเลย มีเพียงเสียงรินเหล้าจากกาลงจอก และเสียงนกกาที่ขับขานอยู่ด้านนอกเรือน ......................... ตอนแรกมาแล้ว!!! สนุกไหมคะ ไรท์ได้พาพระเอกสองคนมาส่ง ตอนหน้าจะได้เจอกับตวนมู่น่าหลัง นางสุดแซ่บนางเอกของเราแน่นอน นางจะมาในสภาพแบบไหนฝากติดตามด้วยนะคะ ทุกคนนิยายเรื่องนี้มีตัวละครหลักๆ มีประมาณสองตัวละคร คือ ตวนมู่น่าหลัง / หลี่เจิ้น และ จู่ม่ง อาจมีตัวละครออกมาเรื่อยๆ และเนื้อหาเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ไปตามบริบทของตัวละคร ความแซ่บจะปะทุทุกบทแน่นอน ขอย้ำอีกที เรื่องนี้ไม่เน้นเนื้อหา เน้นกระแทกนะสาว 555 ไรท์ชอบอ่านคอมเม้นท์ของทุกๆ ท่าน อย่าลืมคอมเม้นท์ด้วยนะคะ เม้นท์แล้ว อย่าลืมกดหัวใจให้ด้วยนะ“น่าหลัง”เสียงของหลี่เจิ้นดังขึ้นพร้อมกับเสื้อคลุมหนังหมีดำไหล่ทั้งสองข้างให้อบอุ่นยิ่งขึ้น น่าหลังจึงหันกลับมามองเขาด้วยรอยยิ้ม ทอดสายตามองหน้าอันหล่อเหลาที่โรยราไปตามกาลเพลา ถึงจะโรยราแต่ยังคงความหล่อเหลา แบบฉบับของเขา บนใบหน้ายังหนวดเคลาขึ้นบนโหนกคางรวมไปถึงเหนือริมฝีปากตาม“น่าหลัง ขอบใจเจ้านะ ที่บุตรชายให้ข้าถึงสามคน พวกเขายังเป็นขุนนางที่โปรดปรานของต้าหวาง และยังมีบุตรสาวอีกหนึ่งคน ในใจของข้าเจ้าเป็นฟูเหรินที่ดีที่สุด เป็นเหนียงชินที่ดีที่สุด” หลี่เจิ้นเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลโอบกอดร่างอวบอิ่มของนาง นางก็โอบกอดเขาเช่นกัน รับไออุ่นจากร่างหนาที่แผ่เข้ามาในใจของนาง หลายปีมานี่นางได้รับความรักของฟูจวินอย่างเอ่อล้นยิ่งนัก“ข้าดีใจที่มีเจ้า และเป็นเหนียงชินของลูกๆ ของข้า ข้าไม่เสียดายเลยที่มีเจ้าอยู่ร่วมชีวิต” จู่ม่งเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยน และงดงามยิ่งนัก“ข้าดีใจที่พวกท่านรักและเอ็นดูข้าเช่นนี้”หลี่เจิ้นก้าวเดินเข้ามาในห้องนอน ทอดสายตามองตวนมู่น่าหลังที่นอนตะแคงข้างทอดกายหันหลังบนตั่งเตียงกว้าง นางเปลื้องผ้าลงมาถึงกลางหลังที่ขาวผ่อง ทำให้เห็นว่าแผ่นหลังทางด้านขวาของนางมีภ
นางร้องครางอย่างไม่อายผู้ใดอีกต่อไป มือหนาของจู่ม่งจับเรียวขานางขึ้นทั้งสองข้างพาดที่ไหล่ของเขาไว้ มือหนาของหลี่เจิ้นขยำอกอวบอิ่มทั้งสองข้างราวกับเป็นหน้าอกของตนเอง ริมฝีปากของหลี่เจิ้นยังจูบที่ซอกคอระหงด้วยความรักที่มีต่อนางไม่เคยเสื่อมคลาย “โอ้ว...โอ้ว...น่าหลัง...อา...ซี๊ด...โอ้ว...โอ้...” จู่ม่งร้องครางกระเส่าด้วยความเสียวกระสัน ขณะที่กลีบร่องของนางกางหุบ อีกทั้งน้ำขาวขุ่นของนางไหลออกมาหล่อลื่นให้เขาเสียวขึ้นไปอีก “อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ...อร๊าย...จู่ม่ง...ข้าไม่ไหวแล้ว...” น่าหลังร้องครางกระเส่าดังลั่น พร้อมกับเสียงครางของจู่ม่งที่ดังออกมาไม่แพ้กัน จู่ม่งเอาดุ้นออกอย่างรวดเร็ว เมื่อน้ำพวยพุ่งออกมาจากกลีบร่อง จู่ม่งใช้มือตีกลีบร่องหนักๆ ทำให้น้ำพวยพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง และกระเซ็นใส่หน้าท้องแกร่งของเขา จู่ม่งรอน้ำหมดสิ้นจึงใส่ดุ้นเข้าไปใหม่ “โอ้ว...โอ้ว...โอ้...อา...” จู่ม่งปล่อยน้ำออกมาใส่นางทันที นางจึงขมิบกลีบร่องรับน้ำจากเขาที่ไหลออกมาจนเอ่อล้น จู่ม่งจูบริมฝีปากของนางอย่างอ่อนหวานและดูดดื่ม ไม่ช้าจู่ม่งก็ถอนริมฝีปากออกมา และถอยให้หลี่เจิ้นบรรเลงเพลงรักกับนางบ้าง หลี่เจิ้นผลักน
ตวนมู่น่าหลังก้าวเดินท่าทางสง่างามเข้าไปในจวนหมิงตู ซึ่งเป็นจวนพระราชทานจากทำศึกในครั้งนี้ อีกทั้งหลี่เจิ้นมีบรรดาศักดิ์เป็นไท่ฟูที่พึ่งเสียชีวิตไป ทั้งนี้ต้าหวางยังให้บรรดาศักดิ์เป็นไท่จื่อ เพราะด้วยต้าหวางไม่มีหวางเย่ที่เกิดจากผิงเฟยแม้แต่คนเดียว มีเพียงหม่าอวี้เฟยกงจู่วัยแปดปีเพียงผู้เดียวเท่านั้น เผื่อว่าถ้าต้าหวางสวรรคตยามที่กงจู่ยังไม่ได้เติบใหญ่ จึงให้หลี่เจิ้นเป็นผู้ดูแลนางแต่เพียงผู้เดียว (ไท่ฟู คือ ราชครู / ไท่จื่อ แปลว่า รัชทายาท)ส่วนจู่ม่งมีบรรดาศักดิ์เป็นต้าซือหม่าแทนหลี่เจิ้น การที่ต้าหวางให้หลี่เจิ้นเป็นไท่จื่อและจู่ม่งเป็นต้าซือหม่า ทำให้ทั้งสองแม่ทัพเป็นผู้สูงศักดิ์ในเมืองหลวง อีกทั้งตวนมู่น่าหลังก็พลอยได้เป็นทั้งไท่จื่อเฟย โดยมีคำกล่าวขาน คือ ‘สองผู้สูงศักดิ์ หนึ่งมากด้วยบารมี’ทำให้หญิงสาวและผู้ดีตระกูลสูงศักดิ์ชั้นขุนนางทั้งน้อยใหญ่เข้าหานางเพื่อให้นางส่งเสริม น่าหลังเป็นคนไม่สุงสิงกับผู้ใดอยู่แล้วจึงไม่ได้สนใจพวกเขาเท่าที่ควรตวนมู่น่าหลังสวมเสื้อแขนยาว ลักษณะขวาทับซ้ายสีเขียวอ่อน ถือว่าเป็นเสื้อตัวแรก เสื้อตัวกลางเป็นเสื้อแขนยาว ลักษณะขวาทับซ้ายเช่นเดียวกันสีทอง
งานเลี้ยงจัดขึ้นภายในวังหลวงของฉางชิวกง ต้าหวางนั่งอยู่บนตั่งคู่กับหวางโฮ่ว ต้าหวางมีรับสั่งให้เหล่าแม่ทัพและนายกองทั้งหมดยี่สิบห้าคน ด้านนอกวังหลวงจัดงานเลี้ยงตามรับสั่ง โดยจัดเลี้ยงสามวันสามคืน ทำให้หลี่เจิ้นและจู่ม่งต้องรั้งอยู่ในวังหลวงทางน่าหลังกลับมาที่เรือนเพื่อรอสองเขาทั้งสองคนกลับมาที่จวน เหล่าสาวใช้พานางอาบน้ำร้อนกรุ่นจนควันขึ้น อีกทั้งในน้ำยังมีกลิ่นไม่จันทน์ขาวที่หลี่เจิ้นชอบยิ่งนัก สาวใช้โปรยกลีบกุหลาบลงไปในอ่างด้วยเช่นกันเมื่ออาบน้ำเสร็จสิ้น น่าหลังเดินขึ้นมาจากสระในสภาพเปลือยเปล่า นางกำนัลสาวอีกสองคนนำผ้ามาเช็ดบนเรือนร่างของนางให้เหือดแห้ง และพาน่าหลังมาสวมใส่ชุดสีขาวสะอาดตา แต่ช่างบางจนเห็นเรือนร่างบางลงไปมาก ถ้าตรงอกอวบอิ่มและก้นงอนยังคงใหญ่และเต่งตึงเหมือนเดิมมือหนาหยาบกระด้างจากการทำศึกมาหลายปีโอบกอดนางจากด้านหลัง อีกทั้งลมหายใจของเขาหอบกระเส่าลดที่ต้นคอ ทำให้ได้กลิ่นเหล้าที่เขาได้ดื่มกิน ริมฝีปากจูบนางที่แก้มนวลเนียนแผ่วเบา นางจำสัมผัสนี้ได้ดีว่าเป็นสัมผัสของใคร นางเผยรอยยิ้มกว้างจับแขนแกร่งที่โอบกอดนางเอาไว้ นางค่อยๆ หันหน้ามามองเขา แต่เขากลับจับใบหน้านางกลับไป


















ความคิดเห็น