เข้าสู่ระบบ“ฉันขอโทษจริงๆ เลยนะเว้ย...ฉันมันปากไม่ดีเอง แกอย่าถือสาฉันเลยนะเดียร์ ถ้าเจอนายคนนั้นอีกเมื่อไหร่ ฉันจะเป็นคนเอาคืนให้แกเลยเดียร์ ผ่านมาแปดปีแล้วนะ ไอ่บ้าคนนั้นมันคงตายไปแล้วแหละ แกอย่าทำร้ายตัวเองโดยไม่มีแฟนเลย ฉันว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยนะเดียร์ สมัยนี้ใครเขาแคร์เรื่องผู้หญิงบริสุทธิ์ไม่บริสุทธิ์กัน...แกเลิกคิดได้แล้วนะ...เออ...วันนี้มีบาร์เปิดใหม่อยู่ไม่ไกลจากอพาร์ทเม้นท์เราอ่ะ ไปเปล่าฉันเลี้ยงแก...โอเค...มั้ยเดียร์”
“แกพูดแล้วนะ...ว่าแกจะเลี้ยงฉัน ห้ามคืนคำล่ะ”
“เออ...ไม่คืนคำหรอก ถ้าเลี้ยงแกแล้วทำให้แกอารมณ์ดีได้ฉันยอมว่ะเดียร์...”
ธนวันต์เห็นเพื่อนรักยิ้มออกมาได้เขาก็เบาใจ วันไหนที่เปมิกาเศร้าวันนั้นโลกทั้งโลกดูอับเฉาไปทันที
“ว่าแต่ชวนปอนด์ไปด้วยมั้ย พักนี้มันดูเงียบๆ ไปนะ”
เปมิกาเอ่ยถึง ‘ชนาธิป’ หรือ ‘ปอนด์’ เพื่อนร่วมงานวัยเดียวกัน และความใฝ่ฝันออกจะคล้ายกันอีกด้วย
“ฉันอยากไปกับแกสองคนมากกว่าว่ะเดียร์”
“แกเลิกเป็นแบบนี้ได้มั้ยท็อป แกจะทำให้ปอนด์มันอึดอัดนะที่แกทำตัวแบบนี้ แกไม่ชอบในสิ่งที่ปอนด์มันเป็น แต่แกก็ไม่น่าที่จะทิ้งความเป็นเพื่อนกับมันนะเว้ย...”
ชนาธิปชอบธนวันต์ ใช่! ชนาธิปเป็นประเภทชายรักชาย แต่ธนวันต์ไม่ใช่! เลยทำให้เพื่อนรักของเธอไม่ชอบที่ชนาธิปแสดง ออกกับตัวเองแบบนั้น
“ฉันจะพยายามทำใจ แกก็บอกปอนด์มันมั่งสิ ว่าฉันชอบผู้หญิง! ฉันไม่ได้ชอบผู้ชาย! เข้าใจมั้ย!”
“แต่จริงๆ แล้วไอ่ปอนด์มันก็หล่อไม่เบาเลยนะ ถ้ามันไม่พูดออกมาเป็นภาษาไทย ฉันยังคิดว่ามันเป็นหนุ่มเกาหลีซะอีก หล่อ ขาว สูงด้วย ริมฝีปากก็ชมพูอ่ะแก...ฉันเป็นผู้หญิงยังเคลิ้มเลย”
“แกก็จีบมันไปซะสิ...”
“ก็มันไม่ได้ชอบผู้หญิงนี่...มันชอบแกไงท็อป”
“เลิกพูดเถอะ เดี๋ยวเจ้ามังกรใหญ่ของฉันจะน้อยใจเอา...”
“แหม...ใหญ่จริงหรือโม้กันแน่ ชอบพูดหลายครั้งแล้ว เอาไว้หลอกล่อสาวๆ มาติดกับหรือไงท็อป...พ่อนักรัก”
“เออ...ฉันเอาไว้สวบ...สาวๆ ในดวงใจฉันโว้ย อย่างแกไม่ได้แอ้มฉันหรอก...”
“สาวในดวงใจ...ไหนก่อน? แกมีแล้วหรือวะท็อป”
“ยัง! ยังไม่มี แต่เร็วๆ นี้แหละ เจ้ามังกรลูกชายฉันกระตุกเตือนฉันมาหลายครั้งแล้ว...”
“บ้าไปแล้ว แกนี่มันเพี้ยนสุดเลยว่ะท็อป”
“เออ...ก็พอกับแกแหละเดียร์...สรุปชวนไอ่ปอนด์ไปด้วยก็ได้ฉันอนุญาต ฉันก็ว่าจะชวนเจ้เอมไปด้วย เลี้ยงขอโทษเรื่องวันนี้”
“เอางั้นเหรอ...อืม...ดีๆ ไม่ได้ไปนานแล้ว...”
....................
@ ห้องทำงาน...โรงแรมอินเตอร์ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์
เสียงบทสนทนาของชายหญิงคู่หนึ่งดังออกมา
“คุณอาถือหุ้นของโรงแรมและภัตตาคารในเครือของบริษัทแค่ 10 เปอร์เซ็นต์นะคะ ส่วนประธานบริษัทนั้น เดิมทีคุณพ่อท่านก็ดำรงตำแหน่งอยู่ แต่ท่านเสียไปและคุณพ่อได้เขียนพินัยกรรมให้ลูกชายคนเล็กเป็นประธานคนต่อไปนะคะ”
“แล้วไหนล่ะลูกชายคนเล็กของท่านประธาน ตอนนี้อาก็เห็นก็มีแต่เธอ...อติญา...และตัวเธอเองก็ไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะอยู่ในตำแหน่งนี้ด้วยซ้ำ เป็นเพียงแค่คนรักษาการในตำแหน่งเท่านั้น จะว่าไปเธอเองก็เป็นได้แค่ลูกเลี้ยงของพี่เมฆี ตอนนี้แทบจะไม่มีสิทธิ์จะบริหารงานและตัดสินใจอะไรได้เลย”
“ตาอินทัชจะกลับจากออสเตรเลียเร็วๆ นี้ค่ะ ดังนั้นคุณอาไม่ต้องห่วงนะคะ อินทัชมาทันงานเปิดตัวประธานคนใหม่ของเราแน่นอนค่ะ...”
“อาว่าไม่น่าจะกลับมาแล้วนะ ตั้งแต่หมั้นหมายกับยัยรินรดา ลูกเลี้ยงของอา ตาอินทัชก็ไม่สนใจที่กลับมา นี่ก็สี่ปีแล้วสงสัยคงมีเมียฝรั่งไปแล้วมั้ง”
“อินทัชไม่ทำอย่างนั้นแน่นอนค่ะคุณอา อาจจะเป็นเพราะถูกบังคับให้หมั้นรินรดาหรือเปล่าคะ ที่ทำให้อินทัชไม่ยอมกลับมา”
“เธอพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง! ที่อาหมั้นยัยรินรดากับตาอินทัชนั่นก็เป็นเพราะสร้างความมั่นใจให้หุ้นส่วนของบริษัท อาถือหุ้น 10 อินทัชถือหุ้น 60 ส่วน 30 เปอร์เซ็นต์หุ้นส่วนคนอื่นๆ อาทำเพราะให้ทุกคนเกิดความมั่นใจ ทั้งที่ลูกชายของพี่เมฆีไม่รู้ว่าจะบริหารงานได้หรือเปล่า หรือดีแต่เที่ยวสนุกไปวันวัน!”
“ดูคุณอาจะห่วงใยพวกเราจังเลยนะคะ หนูต้องขอบคุณคุณอาอีกครั้งนะคะที่ดูแลพวกเรามาตลอดตั้งแต่คุณพ่อกับคุณแม่เสียไปจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น!”
“ทำไมเธอถึง เอาเรื่องนี้มาพูดอีก! อติญา...นี่เธอยังไม่ล้มเลิกที่จะตามสืบคดีอุบัติเหตุของพี่เมฆีอีกหรือไง ตำรวจสรุปสำนวนทุกอย่างไปแล้ว ผ่านมาสี่ปีเธอยังติดใจอะไรอีก!”
“ก็ไม่ได้ติดใจอะไรหรอกค่ะคุณอา แค่สงสัยค่ะ ว่าอุบัติเหตุแบบนั้นคุณพ่อกับคุณแม่ไม่น่าจะเสียชีวิตได้ก็แค่นั้นเองค่ะ และคุณอาเองไม่สงสัยเหรอคะ?”
“อาไม่สงสัยหรอก อาเชื่อตำรวจและอีกอย่าง เธอเอาเวลาที่ตามสืบคดีพี่เมฆีไปตามน้องชายของเธอกลับให้ได้ก่อน หวังว่าคงทันเปิดตัวเดือนหน้านะ...อติญา! หลานรัก!”
“แน่นอนค่ะ...ทันอย่างแน่นอน!”
ปึ่ง! เสียงประตูถูกปิดดังสนั่น! บ่งบอกถึงอารมณ์ของคนที่เดินออกไปเป็นอย่างดี
หญิงสาวกุมขมับทันที ‘เธอจะทำอย่างไรดี ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างรุมเร้าเธอไปหมด’ ‘อติญา’ หรือ ‘แพร’ หญิงสาววัย 34 ปีทำหน้าที่รักษาการตำแหน่งประธานโรงแรมและภัตตาคารอาหารสุดหรู อติญาคือลูกที่ถูกนำมาเลี้ยง ก่อนที่อินทัชจะคลอดออกมา เธอเป็นเพียงลูกเลี้ยงที่พ่อของเธอแบ่งหุ้นให้เธอเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น แต่อติญาไม่ได้สนใจหรือน้อยใจอะไรเลย เธอรู้ตัวดีว่าเธอไม่ใช่สายเลือดโดยตรง แต่เธอก็รักน้องชายของเธอเหมือนกับพี่น้องที่คลานตามกันมา
‘ชนัศชัย’ หรือคุณอาที่เธอกับอินทัชมักเรียกขาน เป็นน้องชายของพ่อเธอ ชนัศชัยเป็นชายวัย 50 ปีที่ไม่มีลูกเพราะเป็นหมัน มีเพียงลูกติดภรรยาเท่านั้น สิ่งที่ชนัศชัยต้องการคือ หุ้นทั้งหมด เรื่องนี้จึงมีเบื้องลึกอยู่เป็นจำนวนมาก การตายของพ่อและแม่ของเธอก็ยังไม่เป็นที่ประจักษ์ชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้อติญาปวดหัวอยู่พอสมควร อติญาจะทำอย่างไรดี เธอยังติดต่อน้องชายของเธอไม่ได้ ‘อินทัช’ น้องมัวทำอะไรอยู่
......................
“ห๊ะ! นายหมายความว่ายังไงวะอินทัช” “อย่าบอกนะ ว่านายจะทำชั่วๆ แบบที่กันต์มันเคยทำให้นายอีก...อินทัช” “อืม...” “นายจะบ้าเหรอวะ...อินทัช เธอไม่ใช่เด็กมอ-ปลายคนนั้นแล้วนะโว้ย...นายจะไปฉุดเธอและข่มขืนเธอแบบเดิมไม่ได้แล้ว นายชักจะเป็นเอามากนะ” “นั่นสิ...ถูกอย่างที่เวย์มันพูดนะอินทัช ฉันว่านายหาสาวคนใหม่เถอะ อีกอย่างนายก็มีคู่หมั้นแล้ว นายควรคิดให้ดีนะโว้ย” “ฉันชอบเธอ...หาคนอื่นแทนไม่ได้ ไม่ว่าใครก็ไม่ได้ทั้งนั้น ฉันไม่คิดจะบอกให้นายทำหรอกกันต์ ครั้งที่แล้วฉันปล่อยเธอไป แต่ครั้งนี้ฉันไม่ปล่อยเธอแน่นอน อยากจะรู้นักว่าถ้าเธอเป็นเมียฉันแล้ว เธอยังจะมีสิทธิ์ไปคบใครได้อีก”สายตาคมจับจ้องไปที่เธอด้วยเพลิงโทสะร้อนแรงและเจิดจ้าในนัยน์ตาคู่นั้น “เวรล่ะ...นายบ้าไปแล้วหรือไงอินทัช นี่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะโว้ย นายไม่ใช่เด็กหนุ่มอายุ 21 เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ นายจะ 30 แล้ว และอีกอย่างนายเป็นถึงประธานใหญ่เจ้าของโรงแรมและภัตตาคารเชียวนะโว้ย...” “เธอเป็นลูกน้องนายด้วยนะอินทัช”ธีรุตม์พยายามเตือนสติเพื่อน “แล้วไง...ถ้าฉันอยากไ
อีกด้านหนึ่งของเหตุการณ์ “เดียร์...”กิตติพัทธ์จ้องไปที่ใบหน้าสวยอย่างชั่งใจ ยังไงวันนี้เขาก็ต้องสารภาพกับเธอให้จงได้ ผลจะออกมาเป็นเช่นไรเขาเตรียมใจมาแล้ว “คะ? พี่ธาม”เปมิกาเงยหน้าขึ้นประจวบเหมาะกับสายตาของเธอนั้นกวาดไปเห็นใครคนหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ ชายหนุ่มคุ้นตาเปมิกาเป็นอย่างดี ‘วันนี้เธอพึ่งจะเจอเขากับคู่หมั้น’ “เดียร์รู้มั้ยว่าวันนี้ ทำไมพี่ถึงพาเดียร์มาที่นี่” “...” ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อเธอเห็นใครบางคนที่อยู่ไม่ไกลมองมาที่เธอด้วยสายตาที่ไม่ค่อยจะปกตินัก เขาจ้องเธอเขม็งราวกับว่าเปมิกานั้นไปทำอะไรให้กับเขางั้นแหละ “เดียร์” “คะ?? พี่ธาม”หัวใจของเธอกระตุกวาบด้วยความตื่นเต้นตกใจจนแทบจะกระโดดออกมากองนอกอก ตอนนี้สติของเธอไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัวมากนัก ไม่ว่าจะหันไปครั้งใด เปมิกาก็พบกับสายตาที่ชวนขนลุกอยู่ตลอดเวลา “พี่คิดว่า...พี่เองอยากจะบอก...เอ่อ...”เอาเข้าจริงๆ กิตติพัทธ์กลับพูดไม่ออก ทั้งที่เขาเตรียมคำสารภาพทุกอย่างมาเรียบร้อยแล้ว ‘ถ้าเธอไม่ได้รู้สึกแบบที่เขารู้สึก...เขาอาจต้องเสียเธอไปก็ได้...หร
“แล้วนี่พี่ธามได้เจอยัยครีมบ้างหรือยังคะ เรื่องงานเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ เดียร์ไม่ได้แชทถามเลยค่ะ ช่วงนี้ก็ยังยุ่งอยู่เหมือนเดิม” “เห็นบอกว่าจะทำงานเข้าอาทิตย์ที่สองแล้ว ครีมบอกจะพยายามทำงานที่นี่ให้ได้” “อืม...ยัยครีมคงจะต้องอดทนแหละค่ะครั้งนี้” “เย็นนี้เดียร์ว่างมั้ย พี่จะชวนเราไปทานข้าวเย็น”กิตติพัทธ์พยายามที่จะรุกมากขึ้น โดยเรื่องนี้เขาได้ปรึกษากับเพื่อนเขาแล้ว ถ้าเขาไม่ยอมที่จะเปิดใจ น้องสาวต่างสายเลือดของเขาก็ไม่รู้ตัวสักที ว่าเขาคิดยังไงกับเธอ “ว่างค่ะ...พี่ธามจะเลี้ยงเดียร์หรือคะ ดีจังสบายกระเป๋าไปอีกมื้อ” “งั้นเดี๋ยวสักประมาณทุ่มนึงพี่มารับเดียร์นะครับ” “เดี๋ยวเดียร์ไปเจอพี่ธามดีกว่าค่ะ ไม่ต้องมารับหรอกค่ะ” “...” บุคคลที่สามมองหนุ่มสาวสองคนสลับไปมา ในหัวของเธอตอนนี้มีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด “งั้นพี่ขอตัวก่อนนะครับ แล้วเจอกันครับ” “ค่ะ”“แล้วเจอกันใหม่นะคะพี่ธาม สวัสดีค่ะ”เด็กสาวล่ำลาแบบออกอาการเศร้าแบบปัจจุบันทันด่วน สงสัยเธอต้องกิน*แห้วซะแล้ว “สวัสดีครับ” “เอ่อ...
“หล่อนก็รู้เรื่องกับเขาด้วยเหรอยะยัยไหมแก้ว มาอยู่ไม่กี่วัน แหม...รู้ไปถึงนู่นเลยนะ แต่ช่วยรู้ให้ลึกหน่อยย่ะ จริงๆ แล้วนางเป็นลูกเลี้ยงของคุณชนัศชัยจ้า...ที่หมั้นกันได้ก็น่าจะเป็นเพราะคุณคนนี้หรอกมั้ง...อย่าสนใจเลย วันนี้เจ้รู้สึก ว่าเจ้อารมณ์ดีมากจ้า” “ผู้หญิงนี่ร้ายทุกคนเลยนะ...”เสียงทุ้มอันแหบแห้งของธนวันต์เอ่ยขึ้นครั้งแรก เขาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่เพราะว่าตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์ที่จะรับรู้อะไรสักอย่าง เลยได้แต่รับฟังอยู่เงียบๆ “แกเป็นอะไรของแกวะท็อป อยู่ดีๆ ก็พูดแบบนี้ขึ้นมา เจ้เริ่มสงสัยแล้วสิ...คืนนั้นแกหายไป แล้ววันนี้มาทำงานแบบคนไร้วิญญาณ เจ้ว่ามันแปลกไปนะ” “นั่นสิ...เดียร์ก็สงสัยเหมือนกันเจ้...แกเป็นอะไรไปท็อป” “ไม่มีอะไร...เมื่อคืนฉันนอนน้อยไปหน่อยแค่นั้นเอง” “นี่คืออาการของคนนอนน้อยจริงๆ ใช่มั้ย แกไม่ได้โกหกฉันใช่ไหมท็อป”เปมิกาสังเกตอาการของเพื่อนเธอ ตั้งแต่เช้าแล้ว แต่ก็เก็บความสงสัยเอาไว้ เดี๋ยวค่อยถามเวลาเลิกงาน “ไม่มีอะไรจริงๆ” @ บริษัทเอนเตอร์ไพรส์ ชนกันต์... “จะให้ดิฉันเซ็นโดยไม่ตรวจสอบเอ
“งั้นรดายืนรออยู่ตรงนี้ เดี๋ยวพี่จะเดินดูเอง” “เอ่อ พี่อินทัชทำไมต้องไปด้วยคะ งั้นรดาไปด้วยก็ได้ค่ะ” “เชิญค่ะ”พรลภัสเบะปากมองบนตอนหันหลังเดินนำคนทั้งสองไป ‘นิสัยผู้หญิงคนนี้แย่ชะมัด ไม่รู้คุณอินทัชไปถูกใจได้ยังไง’ หัวหน้าเชฟอธิบายแต่ละแผนกของห้องครัว โดยมีประธานหนุ่ม และคู่หมั้นสาวที่เดินตามอย่างไม่เต็มใจมากนัก “พี่เดียร์คะ...ท่านประธานหล่อจังเลยนะคะ”วาริศาเด็กฝึกงานเอ่ยขึ้น พร้อมกับจ้องมองไปที่ชายหนุ่มรูปงาม ที่ดูสง่าผ่าเผยเป็นอย่างมาก “อือ”เปมิกาก้มหน้าก้มตาทำอาหาร โดยไม่สนใจในสิ่งที่เด็กฝึกงานพูดเลยสักนิด ‘เพราะเธอไม่อยากจำเรื่องราวของเขาอีกต่อไป...ไม่ว่าจะยังไงเปมิกาจะต้อง*มูฟออนเรื่องนี้ให้ได้’ “นั่นคงจะเป็นคู่หมั้นเค้านะคะพี่เดียร์ ดูสวย แต่ไหมว่าเธอน่าจะเปรี้ยวจนเข็ดฟันเลยแหละ พี่เดียร์ดูสิคะ...ท่าทางเธอ*ยี้ตลอดที่เดินผ่านพนักงานแต่ละคน”วาริศายังคงพรรณนาต่อไม่หยุด “ไหมแก้ว...พี่ว่าหยุดดูเขาได้แล้ว มาช่วยพี่จัดจานเมนูนี้หน่อยค่ะ...”เปมิกาตัดบท ‘เธอไม่ต้องการได้ยินเรื่องราวของเขาเลยสักนิด’ “ค่ะพี
“โอเค...ครับ ผมเข้าใจแล้ว เอาเป็นว่าเรื่องทุกอย่างจบลงแค่นี้นะครับ ผมขอบคุณมากนะครับ ที่คุณอุตส่าห์เรียกใช้บริการจากผม จริงๆ แล้วผมไม่ได้ไปทำงานที่บาร์นั่นหรอกครับ ผมตั้งใจที่จะไปดักรอพบคุณแค่นั้นเองครับ ที่ทำงานผมก็คือการเป็นเชฟในโรงแรมของคุณ และเป็นลูกน้องหรือเด็กในสังกัดของคุณครับ...ผมจะไม่พูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง คุณสบายใจได้ครับ...คุณอติญา”ธนวันต์พูดจบก็ลุกขึ้นก้าวลงจากเตียง พร้อมกับสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว และเดินออกจากห้องไป โดยไม่คิดที่จะหันกลับไปมองเธออีกเลย... “ดะ-เดี๋ยวก่อน...”อติญาร้องเรียกเด็กหนุ่ม แต่ทว่าก็ไม่ทันเสียแล้ว ‘นี่เธอพูดอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือ’ ดูเหมือนเด็กหนุ่มนั่นจะไม่พอใจ ตอนนี้อติญากำลังสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง เธอชอบบทรักนั่น และเธอเองก็มีความสุข แต่ทว่าอีกทางหนึ่งนั้น มันไม่ถูกต้องเอาเสียเลยที่เธอมีอะไรกับเด็กในสังกัดของตัวเอง พูดง่ายๆ ก็คือ สมภารกับไก่วัดนั่นเอง!@ เช้าวันจันทร์ “เจ้ว่าบรรยากาศวันนี้มันดูแปลกๆ มั้ยปอนด์”หัวหน้าสาวเอ่ยขึ้นเมื่อเธอรู้สึกไม่คุ้นกับสถานการณ์เงียบๆ แบบนี้เลย “ปกติครับเจ้...มาทำงานครบ”ชนาธิปเหลือบมองเพื