Home / โรแมนติก / เกมรักวิศวะร้าย / ตอนที่ 5: ภายใต้ปีกปีศาจ

Share

ตอนที่ 5: ภายใต้ปีกปีศาจ

last update publish date: 2026-03-11 23:42:13

เสียงล้อรถบดกับพื้นถนนคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองดังแสบแก้วหูพอๆ กับเสียงหัวใจของนลินที่เต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ แม้ใบหน้าสวยจะยังคงเรียบเฉยราวน้ำนิ่ง แต่สัมผัสจาบจ้วงดุดันบนรถเมื่อครู่ยังคงทิ้งร่องรอยความร้อนผ่าวไว้บนริมฝีปากและซอกคอ เตโชดับเครื่องยนต์ด้วยแรงอารมณ์ที่ยังไม่มอดดับ เขาไม่ได้หันมามองเธอ แต่รังสีคุกคามที่แผ่ออกมากลับบีบคั้นอากาศในรถจนอึดอัด

"ลงมา อย่าให้พี่ต้องใช้กำลังลากเธอขึ้นไป" เสียงทุ้มต่ำนั้นเย็นเยียบ

นลินก้าวลงจากรถด้วยท่าทางสง่างาม ขาเรียวภายใต้กระโปรงพลีทก้าวเดินอย่างมั่นคงแม้จะรู้สึกอ่อนแรงจากการถูกพันธนาการด้วยสายตาของเขามาตลอดทาง ทันทีที่ประตูลิฟต์ส่วนตัวปิดลง ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวก็ปกคลุมคนทั้งคู่ เตโชยืนซ้อนหลังเธอ กลิ่นเหล้ารัมจางๆ ผสมกับน้ำหอมราคาแพงมอมเมาโสตประสาทของนลินจนเธอต้องเม้มปากแน่น

"พี่รู้ว่าเธอกำลังด่าพี่อยู่ในใจนลิน" เขาเอ่ยขึ้นขณะที่สายตาจ้องมองเงาสะท้อนของเธอในกระจกนิรภัย "ด่าว่าพี่ดิบเถื่อน ด่าว่าพี่ไร้วุฒิภาวะ... แต่เธอก็หนี 'ความจริง' ไม่พ้นหรอกว่าตอนนี้เธอเป็นของใคร"

"ลินทราบดีค่ะว่าลินอยู่ในสถานะไหน" นลินตอบกลับโดยไม่หันไปมอง "แต่พี่เตเองก็น่าจะทราบนะคะว่า การใช้อำนาจกดขี่คนที่ไม่มีทางสู้ มันไม่ได้ทำให้พี่ดูเป็น 'ผู้ชนะ' เลยสักนิด แต่มันยิ่งแสดงให้เห็นว่าพี่กลัว... กลัวว่าถ้าไม่ทำแบบนี้ ลินจะไม่มีวันมองคนอย่างพี่ด้วยความรู้สึกอื่นนอกจากความสมเพช"

คำว่า 'สมเพช' เหมือนแส้ที่ฟาดลงบนหน้าเตโช ลิฟต์เปิดออกที่ชั้นเพนต์เฮาส์ส่วนตัว เขากระชากข้อมือเล็กให้เดินตามเข้าไปในห้องโถงกว้างที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำเทาดูเคร่งขรึมและอ้างว้าง

"สมเพชงั้นเหรอ?" เตโชเหวี่ยงร่างบางลงบนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท เขาตามลงมาโน้มตัวค่อมเธอไว้ กดข้อมือทั้งสองข้างของเธอแนบกับพนักพิง "เธอมีสิทธิ์อะไรมาสมเพชฉัน! ในเมื่อคนที่ทำให้เธอต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้คือพ่อที่เธอเทิดทูนนั่นต่างหาก!"

นลินจ้องมองคนตรงหน้าด้วยดวงตาที่เริ่มสั่นคลอน "คุณพ่อท่านแค่ทำธุรกิจผิดพลาด..."

"ผิดพลาด?" เตโชแค่นยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับที่เธอไม่รู้ "เธอนี่มันช่างไร้เดียงสาอย่างที่เขาว่าจริงๆ นลิน เธอรู้ไหมว่าถ้า 'หลักประกัน' อย่างเธอไม่มาตกอยู่ในมือพี่ ป่านนี้พ่อเธอจะส่งเธอไปให้เสี่ยคนไหนที่บ่อนพนันนั่นไปแล้วบ้าง!"

คำพูดของเขาทำให้นลินชะงักกึก ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทันที เตโชกัดฟันแน่น เขาเผลอพูดในสิ่งที่ตั้งใจจะปิดบังไว้ แววตาที่เคยกรุ่นโกรธกลับไหววูบด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้ง

[POV: เตโช]

เตโชจ้องมองใบหน้าสวยที่บัดนี้ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด หัวใจของเขาเจ็บแปลบเมื่อเห็นหยดน้ำตาใสๆ เริ่มคลอที่หน่วยตาของนลิน เขาเกลียดตัวเองที่ต้องเป็นคนพูดความจริงที่ทำร้ายเธอ และเกลียด 'ธนา' พ่อของนลินที่ใช้ลูกสาวเป็นเครื่องมือใช้หนี้การพนันก้อนโตในคืนนั้น

‘คุณเตโชครับ... ผมไม่มีเงินคืนจริงๆ แต่ผมมีลูกสาว และลูกสาวผมสวยนะ คุณก็รู้... รับข้อเสนอของผมเถอะ’

คำพูดน่ารังเกียจของธนายังดังก้องในหัว เตโชรู้ดีว่าถ้าเขาไม่รับข้อเสนอนี้ ธนาก็จะพานลินไปเร่ขายให้คนอื่นที่มีอำนาจเงินมากกว่าเขา เขาจึงต้องสวมบทปีศาจ ลากเธอมาไว้ในกรงขังหรูหราแห่งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะปลอดภัยจากพ่อแท้ๆ ของตัวเองและโลกที่เน่าเฟะภายนอก

เขาหึง... ใช่ เขาหึงแทบคลั่งที่เห็นใครมองเธอ เพราะเขารู้ว่า 'สินค้า' ล้ำค่าชิ้นนี้มีแต่คนจ้องจะขย้ำ เขาจึงต้องตีตราเธอไว้ ให้ทุกคนรู้ว่าเธอมีเจ้าของที่ดุร้ายที่สุด เพื่อไม่ให้ใครกล้าเข้าใกล้เธอ

นลินมองเห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในแววตาคมปลาบของเตโช แม้เขาจะแสดงออกอย่างดิบเถื่อน แต่มือที่บีบข้อมือเธอไว้กลับเริ่มสั่นจางๆ สัญชาตญาณความฉลาดของเธอบอกว่าสิ่งที่เขาพูดมีมูลความจริงที่เธอยังเข้าไม่ถึง

"พี่เตหมายความว่ายังไงคะ... บ่อนพนัน?" นลินถามเสียงเครือ

เตโชเมินหน้าหนี เขาผละออกจากตัวเธอแล้วเดินไปรินเหล้ารัมใส่แก้ว ยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด กลิ่นรัมที่แรงจัดกระจายไปทั่วห้อง "ลืมมันซะ... หน้าที่ของเธอคืออยู่ห้องนี้ ทำตามคำสั่งของพี่ และอย่าไปเสนอหน้าให้ไอ้ผู้ชายหน้าไหนเห็นอีก"

นลินลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้จะสะเทือนใจกับสิ่งที่ได้ยิน แต่เธอก็ยังไม่เสียหลักความสง่างาม "ถ้าพี่บอกว่าลินเป็นสินค้าที่พี่ซื้อมา... งั้นช่วยบอกลินหน่อยได้ไหมคะ ว่าพี่ซื้อลินมาเพื่อ 'ทำลาย' หรือซื้อมาเพื่อ 'ครอบครอง' กันแน่?"

เตโชชะงักแก้วในมือ เขาหันกลับมามองร่างระหงที่ยืนเด่นอยู่กลางห้อง แสงจันทร์ที่เริ่มส่องผ่านหน้าต่างบานยักษ์เข้ามาทาบทับลงบนร่างของเธอ ส่งให้เธอดูสง่างามและเปราะบางในเวลาเดียวกัน

เขาวางแก้วลงแล้วเดินเข้าหาเธออย่างช้าๆ แต่ละย่างก้าวเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกบิดเบือนด้วยทิฐิ เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ โน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งรั้นชนกับหน้าผากมน

"พี่ซื้อเธอมา... เพื่อไม่ให้เธอต้องถูกส่งต่อไปให้ใคร เหมือนที่พ่อเธอมายื่นข้อเสนอให้พี่" เขาพึมพำเสียงพร่า มือหนาเอื้อมไปลูบไล้รอยสีกุหลาบที่คอเธออย่างอ่อนโยนผิดกับเมื่อครู่ "และพี่จะไม่มีวันปล่อยเธอไป แม้เธอจะเกลียดพี่ไปตลอดชีวิตก็ตาม นลิน"

เขากดจูบลงบนหน้าผากเธออย่างหนักแน่น เป็นจูบที่ไม่มีความจาบจ้วง แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นจนนลินสัมผัสได้ถึง 'ความรัก' ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความร้ายกาจ

นลินน้ำตาคลอ เธอรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังถูกบีบอัดด้วยแรงมหาศาล คำว่า ‘บ่อนพนัน’ ยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาท พังทลายภาพลักษณ์ของคุณพ่อผู้แสนดีที่เธอเคยเทิดทูนจนหมดสิ้น

เธอเอื้อมมือสัมผัสรอยที่คอตัวเอง ความรู้สึกเกลียดชังในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกขอบคุณและความหวั่นไหวที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ภายใต้หน้ากากวิศวะร้ายคนนี้...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 29: ว่าที่คู่หมั้นและกำแพงที่สั่นคลอน

    ท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางการเงินที่ถาโถมเข้าใส่ตระกูลของเตโชราวกับพายุบ้า บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่เคยรุ่งเรืองกลับสั่นคลอนจนถึงรากฐานเมื่อถูกอำนาจของตระกูล วรโชติโภคิน สั่งระงับธุรกรรมทุกอย่าง ภายในห้องทำงานของพ่อเตโช บัดนี้เหลือเพียงควันบุหรี่จางๆ และความเงียบงันที่น่าอึดอัด แต่ความเงียบนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยการปรากฏตัวของหญิงสาวที่ดูเพียบพร้อมไปทุกระเบียดนิ้วพิมมาดา หรือ พิม ทายาทเพียงคนเดียวของ เจ้าสัวชูชัย เดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่สง่างามราวกับนางพญา เธอคือไพ่ใบสุดท้ายที่พ่อของเตโชดึงมาเพื่อกอบกู้สถานะที่กำลังจะล่มสลาย โดยมีข้อตกลงลับๆ คือ "การเกี่ยวดองของสองตระกูล"[POV: นลิน – ความนิ่งเฉยที่ซ่อนความบ้าคลั่ง]บ่ายวันนั้นที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ แสงแดดรำไรส่องกระทบโถงทางเดินกว้าง นลินในชุดนักศึกษาที่เนี้ยบกริบเดินเคียงข้างมากับมีนา ทั้งคู่กำลังคุยเรื่องโปรเจกต์ที่ต้องส่งในสัปดาห์หน้า แต่แล้วฝีเท้าของนลินก็ต้องชะงักลงเมื่อสายตาปะทะเข้ากับภาพที่อยู่เบื้องหน้าที่ม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นจามจุรีใหญ่ เตโช กำลังยืนอยู่กับผู้หญิงสาวสวยแปลกหน้าคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นดู "แพง" ตั้งแต่หัวจดเท้า ชุดเดรสแบรนด

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 28: จิ้งจอกในคราบสุภาพบุรุษ

    บรรยากาศภายในโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ช่วงพักเที่ยงเต็มไปด้วยเสียงจอแจ แต่ทว่าโต๊ะหินอ่อนที่นลินและมีนานั่งอยู่กลับดูเป็นจุดสนใจเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพียงเพราะความสวยระดับดาวคณะของทั้งคู่ แต่เป็นเพราะการปรากฏตัวของ "เอก" รุ่นพี่ปี 4 ภาคเครื่องกลที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้และโปรไฟล์ที่เพอร์เฟกต์จนน่าสงสัยเอกเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ ในมือถือถุงขนมราคาแพงและเอกสารสรุปบทเรียนที่ดูเป็นระเบียบ เขาจงใจวางมันลงตรงหน้าหญิงสาวทั้งสองคนด้วยท่าทางที่ดูเป็นสุภาพบุรุษที่สุด"พี่เห็นว่าช่วงนี้ทั้งนลินและมีนาเรียนหนัก เลยเอาของอร่อยมาบำรุงครับ" เอกเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาจดจ้องที่ใบหน้าสวยของนลินอย่างสื่อความหมาย "โดยเฉพาะนลิน... ถ้าติดขัดเรื่องโครงสร้างเครื่องกลส่วนไหน ปรึกษาพี่ได้ตลอดนะ พี่เต็มใจช่วยเสมอ""ขอบคุณค่ะพี่เอก แต่ลินมีคนช่วยดูให้แล้วค่ะ" นลินตอบสั้นๆ ตัดบทอย่างเย็นชาตามสไตล์คุณหนูวรโชติโภคินที่เริ่มวางตัวสูงส่งเอกไม่ได้ดูสลด เขายังคงยิ้มรับก่อนจะหันไปทางมีนาที่นั่งอยู่ข้างๆ "ส่วนน้องมีนา... เรื่องโปรเจกต์โยธาที่ติดขัดอยู่ พี่มีตัวอย่างงานวิจัยที่หาอ่านยากมากอยู่ที่ห้อง... เอ้ย อยู่ที่โน

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 27: เดทแรกที่เกือบจะหวาน...

    เย็นวันศุกร์ที่ห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง บรรยากาศอบอวลไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ผู้คนพลุกพล่านตามประสาเลิกงาน แต่สำหรับ ภีม วันนี้คือวันที่สำคัญกว่าการปิดโปรเจกต์ใดๆ เขาเดินวนเวียนอยู่หน้าร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นอย่างลามกใจ กางเกงสแล็คสีดำเนี้ยบกริบ แววตาคมคายคอยชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือราคาแพงทุกๆ สองนาทีภีมพรูลมหายใจออกมาเบาๆ เขาไม่เคยรู้สึกประหม่าขนาดนี้มาก่อน แม้แต่ตอนพรีเซนต์งานหน้าคณบดีเขายังนิ่งได้มากกว่านี้ มือหนาแอบลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ เพราะความรู้สึก "มวนท้อง" ที่แปลกประหลาด"แค่เดทกับมีนา... ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนี้วะภีม" เขาตำหนิตัวเองในใจ แต่ภาพใบหน้าหวานของรุ่นน้องที่เริ่มวางตัวห่างเหินจากเขาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลับทำให้เขาอยากจะทำทุกอย่างให้เธอกลับมาส่งยิ้มกว้างๆ ให้เขาเหมือนเดิม"พี่ภีมคะ... รอนานไหม?" เสียงใสๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลังภีมหันกลับไปมองและแทบจะหยุดหายใจ มีนาในชุดมินิเดรสสีพาสเทลน่ารัก ผมม้าที่เคยปรกหน้าถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะเผยใบหน้าจิ้มลิ้มที่แต่งแต้มเครื่องสำอางบางๆ ดูสะอาดตาและมีเสน่ห์จนเขาไม่อาจละสายตาได้"ไม่

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 26: เมื่อ "ของตาย" กลายเป็น "ของหวง"

    บรรยากาศยามเย็นหลังเลิกเรียนที่ห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์เงียบสงบ มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ มีนานั่งจดสรุปวิชาการคำนวณโครงสร้างอยู่ที่โต๊ะมุมอับสายตา เธอพยายามจดจ่อกับเนื้อหาตรงหน้าเพื่อไม่ให้ความคิดฟุ้งซ่านลอยไปหา "ใครบางคน" ที่เธอเพิ่งประกาศตัดใจไปเมื่อวาน[POV: มีนา – ท้องฟ้าที่เริ่มสดใสด้วยตัวเอง]มีนาวางปากกาลงแล้วบิดขี้เกียจเบาๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในอกที่เคยแบกไว้ตลอดสี่ปีเริ่มเบาบางลงอย่างน่าประหลาด เมื่อเธอไม่ต้องคอยชะเง้อคอมองว่าพี่ภีมจะเดินผ่านไปทางไหน หรือไม่ต้องคอยปั้นหน้ายิ้มเพื่อให้เขาหันมามอง"มันก็ไม่ได้แย่นี่นา... การอยู่แบบไม่มีพี่น่ะ" เธอคิดพลางอมยิ้มบางๆแต่แล้วกลิ่นน้ำหอมแนว Woody ที่แสนคุ้นเคยก็ลอยมาแตะจมูก พร้อมกับเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่ถูกเลื่อนออกช้าๆ มีนาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนมาใหม่ภีม ในชุดนักศึกษาที่พับแขนเสื้อขึ้นอย่างลามกใจ จ้องมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก บนโต๊ะของเขามีแก้วชานมไข่มุกเจ้าดังที่เธอเคยบ่นว่าอยากกินแต่ไม่เคยได้กินเพราะเขาไม่เคยพาไปภีมพยายามทำสีหน้าให้ปกติที่สุด ทั้งที่ข้างในใจสั่นรัวอย่างกั

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 25: แรงเหวี่ยงของความเฉยชา

    บรรยากาศที่ลานเกียร์ในบ่ายวันอังคารดูจะระอุไปด้วยไอร้อนของแดดเมืองไทย ทว่าความร้อนนั้นกลับเทียบไม่ได้กับความอึดอัดที่แผ่ซ่านอยู่รอบโต๊ะหินอ่อนประจำกลุ่มวิศวะโยธา นลินในลุคคุณหนูที่ดูสะอาดสะอ้านนั่งทบทวนบทเรียนอยู่ข้างๆ มีนา โดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์ยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ พอประมาณเพื่อไม่ให้รบกวนความเป็นส่วนตัว แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ใครบางคนไม่สามารถบุกจู่โจมเข้ามาได้ง่ายๆมีนาก้มหน้าจดเลคเชอร์ด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ เธอไม่ได้เหลือบมองนาฬิกาเพื่อรอเวลาที่ ภีม จะเดินผ่านเหมือนที่เคยทำมาตลอดมา ความเจ็บปวดจากการถูกปัดมือทิ้งในวันนั้น และความละอายใจที่เกือบจะทำลายเพื่อนรักเพราะความหลงผิด มันกลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่ซึมลึกเข้าสู่กระดูกดำ'ถ้าการรักพี่มันทำให้ฉันกลายเป็นคนเลว... ฉันก็ควรเลิกรัก' มีนาคิดพลางเม้มปากแน่น เธอรู้สึกได้ถึงสายตาของใครบางคนที่จ้องมองมาจากทางเดินตึก แต่เธอก็เลือกที่จะไม่เงยหน้าขึ้นไปมอง เพราะรู้ดีว่าถ้าสบตาเพียงนิด กำแพงความเข้มแข็งที่พยายามสร้างขึ้นอาจพังทลายลง[POV: ภีม – ช่องว่างที่ตะโกนก้อง]ภีมยืนกำสายกระเป๋าเป้อยู่ตรงหัวมุมตึก สายตาของเขาจดจ้องไปที่ร่างเล็กของมีนาที่

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 24: รัศมีที่เอื้อมไม่ถึง

    แสงแดดจัดจ้าในยามเช้าสาดส่องลงบนพื้นถนนยางมะตอยหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศที่เคยดูธรรมดาในทุกวันจันทร์กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อขบวนรถยุโรปคันหรูสีดำขลับประทับตราโลโก้สีทองอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล วรโชติโภคิน เลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งสนิทหน้าอาคารเรียน นิสิตหลายร้อยคนที่กำลังเดินเข้าตึกต่างหยุดชะงัก สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายฉกรรจ์ในชุดสูทสากลสีดำสี่คนที่ก้าวลงมาประจำตำแหน่งรอบตัวรถอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออก ร่างระหงของ นลิน ก้าวลงมาพร้อมกับ ภีม พี่ชายที่แต่งกายด้วยชุดนักศึกษาเนี้ยบกริบทว่าแผ่ซ่านไปด้วยรังสีความดุดันและปกป้อง นลินในวันนี้ดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวบัดนี้ดูผุดผ่องไร้ที่ติภายใต้การดูแลอย่างดี เธอสวมชุดนักศึกษาที่ตัดเย็บด้วยเนื้อผ้าชั้นดี เครื่องประดับเพชรเม็ดเล็กบนใบหูส่งประกายวับวาวล้อแสงแดด และที่สำคัญที่สุดคือ "แววตา" ของเธอที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือเศร้าสร้อยหลงเหลืออยู่เลย[POV: เตโช]ห่างออกไปหลังเสาต้นใหญ่หน้าคณะ เตโช ยืนกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ สภาพของอดีตเฮดว้ากปี 4 ผู้ยิ่งใหญ่ในตอนนี้ดูทรุดโทรมลงอย่างเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status