Se connecterเสียงล้อรถบดกับพื้นถนนคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองดังแสบแก้วหูพอๆ กับเสียงหัวใจของนลินที่เต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ แม้ใบหน้าสวยจะยังคงเรียบเฉยราวน้ำนิ่ง แต่สัมผัสจาบจ้วงดุดันบนรถเมื่อครู่ยังคงทิ้งร่องรอยความร้อนผ่าวไว้บนริมฝีปากและซอกคอ เตโชดับเครื่องยนต์ด้วยแรงอารมณ์ที่ยังไม่มอดดับ เขาไม่ได้หันมามองเธอ แต่รังสีคุกคามที่แผ่ออกมากลับบีบคั้นอากาศในรถจนอึดอัด
"ลงมา อย่าให้พี่ต้องใช้กำลังลากเธอขึ้นไป" เสียงทุ้มต่ำนั้นเย็นเยียบ
นลินก้าวลงจากรถด้วยท่าทางสง่างาม ขาเรียวภายใต้กระโปรงพลีทก้าวเดินอย่างมั่นคงแม้จะรู้สึกอ่อนแรงจากการถูกพันธนาการด้วยสายตาของเขามาตลอดทาง ทันทีที่ประตูลิฟต์ส่วนตัวปิดลง ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวก็ปกคลุมคนทั้งคู่ เตโชยืนซ้อนหลังเธอ กลิ่นเหล้ารัมจางๆ ผสมกับน้ำหอมราคาแพงมอมเมาโสตประสาทของนลินจนเธอต้องเม้มปากแน่น
"พี่รู้ว่าเธอกำลังด่าพี่อยู่ในใจนลิน" เขาเอ่ยขึ้นขณะที่สายตาจ้องมองเงาสะท้อนของเธอในกระจกนิรภัย "ด่าว่าพี่ดิบเถื่อน ด่าว่าพี่ไร้วุฒิภาวะ... แต่เธอก็หนี 'ความจริง' ไม่พ้นหรอกว่าตอนนี้เธอเป็นของใคร"
"ลินทราบดีค่ะว่าลินอยู่ในสถานะไหน" นลินตอบกลับโดยไม่หันไปมอง "แต่พี่เตเองก็น่าจะทราบนะคะว่า การใช้อำนาจกดขี่คนที่ไม่มีทางสู้ มันไม่ได้ทำให้พี่ดูเป็น 'ผู้ชนะ' เลยสักนิด แต่มันยิ่งแสดงให้เห็นว่าพี่กลัว... กลัวว่าถ้าไม่ทำแบบนี้ ลินจะไม่มีวันมองคนอย่างพี่ด้วยความรู้สึกอื่นนอกจากความสมเพช"
คำว่า 'สมเพช' เหมือนแส้ที่ฟาดลงบนหน้าเตโช ลิฟต์เปิดออกที่ชั้นเพนต์เฮาส์ส่วนตัว เขากระชากข้อมือเล็กให้เดินตามเข้าไปในห้องโถงกว้างที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำเทาดูเคร่งขรึมและอ้างว้าง
"สมเพชงั้นเหรอ?" เตโชเหวี่ยงร่างบางลงบนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท เขาตามลงมาโน้มตัวค่อมเธอไว้ กดข้อมือทั้งสองข้างของเธอแนบกับพนักพิง "เธอมีสิทธิ์อะไรมาสมเพชฉัน! ในเมื่อคนที่ทำให้เธอต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้คือพ่อที่เธอเทิดทูนนั่นต่างหาก!"
นลินจ้องมองคนตรงหน้าด้วยดวงตาที่เริ่มสั่นคลอน "คุณพ่อท่านแค่ทำธุรกิจผิดพลาด..."
"ผิดพลาด?" เตโชแค่นยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับที่เธอไม่รู้ "เธอนี่มันช่างไร้เดียงสาอย่างที่เขาว่าจริงๆ นลิน เธอรู้ไหมว่าถ้า 'หลักประกัน' อย่างเธอไม่มาตกอยู่ในมือพี่ ป่านนี้พ่อเธอจะส่งเธอไปให้เสี่ยคนไหนที่บ่อนพนันนั่นไปแล้วบ้าง!"
คำพูดของเขาทำให้นลินชะงักกึก ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทันที เตโชกัดฟันแน่น เขาเผลอพูดในสิ่งที่ตั้งใจจะปิดบังไว้ แววตาที่เคยกรุ่นโกรธกลับไหววูบด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้ง
[POV: เตโช]
เตโชจ้องมองใบหน้าสวยที่บัดนี้ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด หัวใจของเขาเจ็บแปลบเมื่อเห็นหยดน้ำตาใสๆ เริ่มคลอที่หน่วยตาของนลิน เขาเกลียดตัวเองที่ต้องเป็นคนพูดความจริงที่ทำร้ายเธอ และเกลียด 'ธนา' พ่อของนลินที่ใช้ลูกสาวเป็นเครื่องมือใช้หนี้การพนันก้อนโตในคืนนั้น
‘คุณเตโชครับ... ผมไม่มีเงินคืนจริงๆ แต่ผมมีลูกสาว และลูกสาวผมสวยนะ คุณก็รู้... รับข้อเสนอของผมเถอะ’
คำพูดน่ารังเกียจของธนายังดังก้องในหัว เตโชรู้ดีว่าถ้าเขาไม่รับข้อเสนอนี้ ธนาก็จะพานลินไปเร่ขายให้คนอื่นที่มีอำนาจเงินมากกว่าเขา เขาจึงต้องสวมบทปีศาจ ลากเธอมาไว้ในกรงขังหรูหราแห่งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะปลอดภัยจากพ่อแท้ๆ ของตัวเองและโลกที่เน่าเฟะภายนอก
เขาหึง... ใช่ เขาหึงแทบคลั่งที่เห็นใครมองเธอ เพราะเขารู้ว่า 'สินค้า' ล้ำค่าชิ้นนี้มีแต่คนจ้องจะขย้ำ เขาจึงต้องตีตราเธอไว้ ให้ทุกคนรู้ว่าเธอมีเจ้าของที่ดุร้ายที่สุด เพื่อไม่ให้ใครกล้าเข้าใกล้เธอ
นลินมองเห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในแววตาคมปลาบของเตโช แม้เขาจะแสดงออกอย่างดิบเถื่อน แต่มือที่บีบข้อมือเธอไว้กลับเริ่มสั่นจางๆ สัญชาตญาณความฉลาดของเธอบอกว่าสิ่งที่เขาพูดมีมูลความจริงที่เธอยังเข้าไม่ถึง
"พี่เตหมายความว่ายังไงคะ... บ่อนพนัน?" นลินถามเสียงเครือ
เตโชเมินหน้าหนี เขาผละออกจากตัวเธอแล้วเดินไปรินเหล้ารัมใส่แก้ว ยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด กลิ่นรัมที่แรงจัดกระจายไปทั่วห้อง "ลืมมันซะ... หน้าที่ของเธอคืออยู่ห้องนี้ ทำตามคำสั่งของพี่ และอย่าไปเสนอหน้าให้ไอ้ผู้ชายหน้าไหนเห็นอีก"
นลินลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้จะสะเทือนใจกับสิ่งที่ได้ยิน แต่เธอก็ยังไม่เสียหลักความสง่างาม "ถ้าพี่บอกว่าลินเป็นสินค้าที่พี่ซื้อมา... งั้นช่วยบอกลินหน่อยได้ไหมคะ ว่าพี่ซื้อลินมาเพื่อ 'ทำลาย' หรือซื้อมาเพื่อ 'ครอบครอง' กันแน่?"
เตโชชะงักแก้วในมือ เขาหันกลับมามองร่างระหงที่ยืนเด่นอยู่กลางห้อง แสงจันทร์ที่เริ่มส่องผ่านหน้าต่างบานยักษ์เข้ามาทาบทับลงบนร่างของเธอ ส่งให้เธอดูสง่างามและเปราะบางในเวลาเดียวกัน
เขาวางแก้วลงแล้วเดินเข้าหาเธออย่างช้าๆ แต่ละย่างก้าวเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกบิดเบือนด้วยทิฐิ เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ โน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งรั้นชนกับหน้าผากมน
"พี่ซื้อเธอมา... เพื่อไม่ให้เธอต้องถูกส่งต่อไปให้ใคร เหมือนที่พ่อเธอมายื่นข้อเสนอให้พี่" เขาพึมพำเสียงพร่า มือหนาเอื้อมไปลูบไล้รอยสีกุหลาบที่คอเธออย่างอ่อนโยนผิดกับเมื่อครู่ "และพี่จะไม่มีวันปล่อยเธอไป แม้เธอจะเกลียดพี่ไปตลอดชีวิตก็ตาม นลิน"
เขากดจูบลงบนหน้าผากเธออย่างหนักแน่น เป็นจูบที่ไม่มีความจาบจ้วง แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นจนนลินสัมผัสได้ถึง 'ความรัก' ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความร้ายกาจ
นลินน้ำตาคลอ เธอรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังถูกบีบอัดด้วยแรงมหาศาล คำว่า ‘บ่อนพนัน’ ยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาท พังทลายภาพลักษณ์ของคุณพ่อผู้แสนดีที่เธอเคยเทิดทูนจนหมดสิ้น
เธอเอื้อมมือสัมผัสรอยที่คอตัวเอง ความรู้สึกเกลียดชังในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกขอบคุณและความหวั่นไหวที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ภายใต้หน้ากากวิศวะร้ายคนนี้...
แสงทองยามเช้าทอประกายอาบไล้ไปทั่วคฤหาสน์วรโชติโภคิน บรรยากาศในวันนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกกุหลาบสีขาวนับหมื่นดอกที่ถูกส่งตรงมาจากเนเธอร์แลนด์ ประดับประดาเรียงร้อยไปตามราวบันไดวนและโถงจัดเลี้ยงอย่างวิจิตรบรรจง วันนี้คือวันที่ "ฟันเฟืองสองดวง" ที่ผ่านการขบเคี้ยวและบททดสอบจากพายุลมแรงมาอย่างโชกโชน จะถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบในฐานะคู่ชีวิต[POV: นลิน – รัศมีแห่งหงส์ขาวผู้สง่างาม]ภายในห้องแต่งตัวชั้นบน นลิน นั่งนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ทรงซูเปอร์โมเดลที่สั่งตัดพิเศษจากปารีส ลูกไม้ปักมืออย่างประณีตเน้นส่วนโค้งเว้าของร่างกายที่ดูสะพรั่งขึ้นตามวัยสาว ผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบขึ้นอย่างสง่างามเผยให้เห็นต้นคอระหงที่สวม 'เกียร์ทองคำขาวล้อมเพชร' แทนสร้อยคอเจ้าสาวทั่วไป สัญลักษณ์แห่งความรักที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง"ลิน... สวยมากๆ เลย" มีนา เดินเข้ามาสะกิดไหล่เพื่อนสาวเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความตื้นตัน "พี่เตโชเห็นแล้วต้องหัวใจหยุดเต้นแน่ๆ"นลินอมยิ้มบางๆ ทว่าแววตาซ่อนความประหม่าไว้เล็กน้อย "ลินตื่นเต้นจังมีนา... ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาถึงเร็วแบบนี้""นั่นเพราะเกีย
ท่ามกลางบรรยากาศการเตรียมงานวิวาห์ที่ถูกยกย่องว่าเป็น "งานแห่งทศวรรษ" ของแวดวงสังคมชั้นสูงและวงการวิศวกรรมระดับประเทศ นลิน ในวัย 21 ปีที่กำลังจะก้าวข้ามสถานะจากนิสิตชั้นปีสุดท้ายสู่บทบาทภรรยาอย่างเต็มตัว กลับต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหม่ที่มาในคราบของ "ความโด่งดัง" และ "อำนาจ" ของว่าที่สามี เตโช ในฐานะประธานบริหารหนุ่มเนื้อหอมที่นิตยสารธุรกิจทุกฉบับต้องจองตัวไปขึ้นปก ยิ่งวันสำคัญใกล้เข้ามาเท่าไหร่ กระแสความอิจฉาและพฤติกรรมพยายาม "ลองดี" จากผู้หญิงที่ยังไม่ยอมถอดใจจากชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบคนนี้ก็ยิ่งรุนแรงขึ้น[ห้องเสื้อแบรนด์หรู: รัศมีที่ไม่อาจถูกบดบัง]ภายในห้องเสื้อแบรนด์ดังใจกลางสุขุมวิท กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลิลลี่สีขาวอบอวลไปทั่วพื้นที่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีครีมและทอง นลินยืนนิ่งอยู่บนแท่นไม้โอ๊คเพื่อให้ช่างทำชุดเจ้าสาวบรรจงปักลูกไม้ฝรั่งเศสลงบนโครงชุดราตรีทรงหางปลาสีขาวออฟไวท์ ชุดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อขับเน้นทรวดทรงระหงของเธอให้ดูสง่างามทว่าเย้ายวนในที แสงไฟวอร์มไวท์ตกกระทบลงบนผิวขาวเนียนละเอียดของเธอจนดูราวกับหงส์ขาวที่กำลังจะสยายปีก"คุณนลินคะ... ชุดนี้ส่งเสริมคุณมากจริงๆ ค่ะ สวยจนดิฉันแทบ
เช้าวันจันทร์ที่กรุงเทพมหานครเริ่มต้นด้วยความวุ่นวายของการจราจรที่หนาแน่นและแสงแดดที่เริ่มแผดเผาพื้นถนน ทว่าภายในรถ Range Rover สีดำด้านที่มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมืองกลับมีบรรยากาศที่เงียบสงัดทว่าอุ่นซ่านอย่างประหลาด เตโช นั่งกุมพวงมาลัยด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างกุมมือเรียวบางของ นลิน ไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะโผบินหนีไปอีกครั้ง ใบหน้าคมคายของเขาดูสดใสขึ้นแม้จะยังมีร่องรอยของพิษไข้จางๆ จากการตากฝนที่บ้านสวน แต่แววตาที่เขามองนลินนั้นเต็มไปด้วยความเทิดทูนและ "ความยำเกรง" ในกฎเหล็กที่เธอประกาศกร้าวไว้นลินมองออกไปนอกหน้าต่างรถ เห็นตึกสูงระฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เธอรู้ดีว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกลับมาอยู่ด้วยกัน แต่คือการกลับมาเพื่อสะสางรอยร้าวที่ค้างคาให้จบสิ้นลงเสียที[POV: เตโช – การคืนถิ่นเพื่อสะสางบัญชีอดีต]ทันทีที่รถเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถของอาคาร วรโชติ คอนสตรัคชั่น เตโชก้าวลงจากรถด้วยมาดประธานบริหารหนุ่มที่น่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม เขาเดินโอบเอวนลินก้าวเข้าสู่โถงล็อบบี้อย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาพนักงานนับร้อยที่พากันหยุดนิ่งมอง "ว่าที่นายหญิง" ของบริษัทที่กลับมาเคียงข้
แสงแดดอ่อนยามเช้าที่สาดส่องผ่านรอยแยกของบานเฟี้ยมไม้สักเก่าแก่ภายในบ้านสวนริมน้ำ จังหวัดราชบุรี ดูจะนวลตาและอบอุ่นผิดกับพายุฝนที่โหมกระหน่ำเมื่อคืนวาน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกแก้วและดอกมะลิที่บานสะพรั่งหลังได้รับหยาดฝนโชยมาตามลมเย็นๆ พัดเอาความอับชื้นออกไป ทว่าบรรยากาศภายในห้องนอนไม้ที่ เตโช นอนซมอยู่นั้นกลับอบอวลไปด้วยความตึงเครียดที่มองไม่เห็นร่างสูงใหญ่ของท่านประธานบริหารหนุ่มที่เคยน่าเกรงขาม บัดนี้กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนฟูกหนาที่ปูอยู่บนพื้นไม้ขัดมัน ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบตึงดูซูบเซียวลงไปถนัดตา ริมฝีปากที่เคยออกคำสั่งเฉียบขาดบัดนี้แห้งผากและซีดจางเพราะพิษไข้ที่รุมเร้าจากการนั่งตากฝนข้ามคืนเพื่อพิสูจน์ความสัตย์จริง[POV: นลิน – การกลับมาเป็นผู้คุมเกม]นลิน นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ข้างฟูก มือบางถือถ้วยยาข้าวต้มอุ่นๆ และผ้าชุบน้ำเย็นผืนเล็กที่เธอใช้เช็ดตัวให้เขาตลอดทั้งคืน ดวงตาคู่สวยที่เคยบวมช้ำบัดนี้กลับมานิ่งสงบและเย็นชาจนน่าใจหาย เธอจ้องมองชายหนุ่มที่เพิ่งปรือตาตื่นขึ้นมาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก"ฟื้นแล้วเหรอคะ... พี่เตโช" เสียงของนลินเรียบเนียนแต่บาดลึกเตโชพยายามจะหยัดกายลุกขึ้นนั่ง แต่ควา
สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายที่จังหวัดราชบุรี บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยกลิ่นดินชื้นแฉะและเสียงใบไม้ที่ลู่ไปตามลมพัดแรง แสงสลัวยามเย็นที่ลอดผ่านหมู่เมฆทึบทำให้ทางเข้าบ้านสวนริมน้ำดูเงียบเหงาและอ้างว้างกว่าที่เคย ทว่าความเงียบสงัดนั้นกลับถูกฉีกกระชากด้วยเสียงคำรามของเครื่องยนต์รถ Range Rover สีดำด้านที่พุ่งทะยานผ่านถนนลูกรังเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เตโช กำพวงมาลัยไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาพยัคฆ์ที่เคยนิ่งสงบบัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยความร้อนรนและหยาดน้ำตาที่เขาพยายามสะกดกลั้นเอาไว้เขารู้ดีว่าความผิดของเขาครั้งนี้มันใหญ่หลวงนัก ใหญ่หลวงจน "เกียร์" ที่เขาเคยภาคภูมิใจอาจจะไม่สามารถหมุนกลับมาขบกับ "หัวใจ" ของนลินได้อีกต่อไป[POV: เตโช – เมื่อพยัคฆ์ก้าวเท้าเข้าสู่รังลับของหงส์ขาว]เตโชเหยียบเบรกจนตัวรถสะบัดหยุดกึกอยู่ที่หน้าประตูไม้สักบานใหญ่ของบ้านสวน เขาไม่ได้สนใจร่มที่วางอยู่เบาะหลัง เขาเปิดประตูรถแล้ววิ่งฝ่าสายฝนที่สาดซัดลงมาอย่างหนักมุ่งหน้าสู่ชานเรือนไม้ริมน้ำทันที ร่างกายที่เปียกโชกพยุงความเจ็บช้ำในใจก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น ทว่า... ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้พยัคฆ์หนุ่มหยุดชะงักกึก ราวกับถู
แสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องผ่านบานกระจกสูงระฟ้าของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางสุขุมวิทไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องดูอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย กลับกันมันกลับทำหน้าที่เป็นพยานวัตถุที่ส่องสว่างให้เห็นร่องรอยความแตกสลายที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้อย่างชัดเจน เตโช ก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยสภาพที่ดูแทบไม่ได้ ชุดสูทราคาสูงลิ่วที่เขาสวมใส่ไปงานเลี้ยงความสำเร็จของโครงการบัดนี้ยับยู่ยี่ เนคไทถูกปลดออกและห้อยรั้งอยู่ที่คออย่างหมิ่นเหม่ ใบหน้าคมคายที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจบัดนี้กลับซีดเซียวและมีรอยหมองคล้ำใต้ตาจากการไม่ได้นอนทั้งคืนเขารู้สึกผิด... ผิดจนไม่อาจหาคำบรรยายใดมาลบล้างความรู้สึกติดค้างในใจได้ ความผิดพลาดที่เขาปล่อยให้อดีตอย่างพิมพ์ดาวเข้ามามีบทบาทในปัจจุบันนานเกินไป ความผิดพลาดที่เขาเลือกจะประคอง "มารยา" ของผู้หญิงคนหนึ่งจนลืมนึกถึง "หัวใจ" ของผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิต และที่ร้ายกาจที่สุด... คือเขาโกหกเธอในวินาทีที่เธอกำลังสงสัย โกหกเพื่อตัดรำคาญ ทั้งที่ความจริงมันคือการกรีดแทงซ้ำลงบนรอยร้าวที่เขาสร้างขึ้นเอง"ลินครับ... พี่กลับมาแล้ว พี่ซื้อโจ๊กเจ้าอร่อยที่ลินชอบมาฝากด้วยนะ"เตโชส่งเสียงเรียกพลา
เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของตึกหรูยังคงเงียบสงัดราวกับถูกแช่แข็งในน้ำแข็งดำสนิท แสงไฟนีออนสีน้ำเงินเย็นเฉียบสาดส่องลงมาเพียงพอให้เห็นเงาของร่างบางที่คุกเข่าอยู่บนพื้นหินอ่อนเย็นยะเยือก นลินก้มหน้าต่ำ มือเรียวที่เคยสั่นเมื่อต้องเขียนเช็คชำระหนี้พ่อ ตอนนี้กำแน่นจนเล็บจิกเนื้อฝ่ามือแดงฉ่ำ หยาดน้ำตาไหลรินไม่ห
เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในเพนต์เฮาส์กลับมาเงียบเชียบอีกครั้งหลังจากพายุเสน่หาที่แสนดุดันผ่านพ้นไป เตโชออกไปตั้งแต่เช้ามืด ทิ้งให้นลินนอนจมอยู่บนเตียงกว้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเอาแต่ใจ เธอขยับตัวลุกขึ้นด้วยความอ่อนเพลีย เสื้อเชิ้ตสีดำของเตโชที่สวมทับกายไว้ดูจะตัวใหญ่กว่าเดิมเมื่อเทียบกับความบอ
เสียงปิดประตูเพนต์เฮาส์ดังสนั่นหวั่นไหวพอๆ กับแรงอารมณ์ของคนที่ลากนลินเข้ามา เตโชเหวี่ยงร่างระหงไปที่โซฟากลางห้องอย่างไร้ความปราณี แรงเหวี่ยงทำให้นลินถลาลงไปกองกับพื้นนุ่ม เธอไม่ได้ร้องออกมาสักคำ มีเพียงดวงตาคู่สวยที่สั่นระริกมองดูชายหนุ่มที่กำลังเดินพล่านอยู่กลางห้องราวกับเสือร้ายที่ติดจารีตเตโชกร
แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านหน้าต่างบานยักษ์ของเพนต์เฮาส์ไม่ได้ทำให้ใจของนลินอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ร่างระหงขยับกายอย่างยากลำบากใต้ผ้าห่มผืนหนา ความปวดร้าวแล่นปราดไปทั่วร่างราวกับจะตอกย้ำเหตุการณ์เมื่อคืนที่ยังคงตราตรึงอยู่ในทุกสัมผัส เธอลุกขึ้นนั่งช้าๆ เสื้อเชิ้ตสีดำตัวโคร่งของเตโชเลื่อนหลุดจากไหล่มน เ







