Home / โรแมนติก / เกมรักวิศวะร้าย / บทที่ 4: สงครามใต้แสงตะวัน

Share

บทที่ 4: สงครามใต้แสงตะวัน

last update publish date: 2026-03-10 00:23:28

บรรยากาศหลังเลิกเชียร์ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์เต็มไปด้วยความอึดอัด นลินเดินแยกออกมาจากกลุ่มเพื่อนด้วยท่วงท่าที่ยังคงความสง่างาม แม้รอยสีกุหลาบใต้ปกเสื้อจะยังคงเป็นหัวข้อซุบซิบของคนทั้งลานเกียร์ แต่เธอกลับไม่ยอมก้มหน้ายอมรับชะตากรรมเหมือนหมากที่ไร้ค่า นลินใช้ความนิ่งสงบเป็นเกราะกำบัง ดวงตาคู่สวยที่เคยสั่นไหวบัดนี้กลับเรียบเฉยและเปี่ยมไปด้วยสติปัญญา สมกับที่เธอถูกฟูมฟักมาในตระกูลที่มั่งคั่ง

เธอยืนรออยู่หลังตึกคณะจุดเดิมตามคำสั่งของ ‘เจ้าชีวิต’ แสงอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังจะลับขอบฟ้าทาบทับลงบนร่างระหง ส่งให้รัศมีของเธอดูสว่างไสวอย่างน่าประหลาด จนกระทั่งรถซูเปอร์คาร์คันเดิมแล่นเข้ามาจอด

เตโชก้าวลงจากรถพร้อมกับความร้อนแรงที่แผ่ออกมาสะกดทุกสายตา เขาจงใจเดินเข้ามาหานลินช้าๆ มุมปากหยักยกยิ้มเหยียดเมื่อเห็นว่าเธอยังคงยืนรอเขาอยู่ตรงนั้น

“นึกว่าจะหนีกลับไปฟ้องพ่อซะอีก... ที่โดนพี่ ‘ประจาน’ กลางลานเกียร์” เสียงทุ้มต่ำระคนหยันดังขึ้น กลิ่นเหล้ารัมที่ติดกายเขามาเริ่มจู่โจมโสตประสาทของนลินทันที

นลินไม่ได้หลบสายตา เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเทพพระอาทิตย์จอมเอาแต่ใจด้วยรอยยิ้มละมุนที่คาดเดาความหมายไม่ได้ “ลินไม่ใช่เด็กน้อยที่จะวิ่งไปฟ้องใครหรอกค่ะพี่เต... และลินก็ไม่ได้มองว่าการที่พี่ทำแบบนั้นคือการประจาน แต่มันคือการประกาศให้ลินรู้ว่า ‘วุฒิภาวะ’ ของเฮดว้ากปีสี่... มีอยู่แค่นี้เอง”

คำพูดที่ไพเราะทว่าเชือดเฉือนทำเอาเตโชชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาคมปลาบวาวโรจน์ขึ้นด้วยความกรุ่นโกรธ เขาขยับเข้าประชิดตัวจนนลินสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายเขา

“ปากเก่งขึ้นนี่นลิน... คิดว่าใช้คำพูดสวยๆ แล้วจะทำให้เธอดูสูงส่งกว่าเดิมงั้นเหรอ? อย่าลืมนะว่าตอนนี้เธอคือสินค้าที่ฉันซื้อมา”

“สินค้าที่มีมูลค่ามหาศาล... พี่เตก็น่าจะดูแลให้ดีกว่านี้หน่อยนะคะ” นลินตอบกลับอย่างไม่ลดละ เธอใช้นิ้วเรียวงามลูบไล้ไปที่ปกเสื้อนักศึกษาเบาๆ “การทำให้สินค้ามีรอยตำหนิกลางที่สาธารณะ มันแสดงถึงรสนิยมของ ‘เจ้าของ’ นะคะ ว่าดิบเถื่อนและขาดความยั้งคิดแค่ไหน”

เตโชบีบข้อมือเล็กแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ความขี้หึงและเอาแต่ใจเริ่มทำงานเมื่อเห็นว่านลินไม่ยอมจำนนต่อเขาเหมือนคืนก่อน “รสนิยมของพี่... เธอคนเดียวเท่านั้นที่ต้องรับผิดชอบนลิน และถ้าเธอยังไม่หยุดใช้ปากเก่งๆ นั่นย้อนถามพี่... พี่จะเปลี่ยนที่ ‘ตีตรา’ จากคอ ไปเป็นที่อื่นที่เธอไม่มีวันปกปิดมันได้ด้วยเสื้อผ้า!”

กลิ่นรัมที่หอมหวานทว่าอันตรายโอบล้อมทั้งคู่ไว้ท่ามกลางแสงตะวันสุดท้ายของวัน นลินรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวของคนตรงหน้า มันไม่ได้เต้นด้วยความแค้นเพียงอย่างเดียว แต่มันมีความ ‘คลั่งรัก’ ที่ถูกบิดเบือนด้วยทิฐิซ่อนอยู่ลึกๆ

“เชิญค่ะ... ถ้าพี่คิดว่าการข่มขู่คือทางเดียวที่พี่จะเอาชนะลินได้” นลินพึมพำ น้ำเสียงยังคงนุ่มนวลแต่หนักแน่น “แต่จำไว้นะคะพี่เต... ร่างกายลินพี่อาจจะขังไว้ได้ แต่ ‘หัวใจ’ ของลิน... พี่ไม่มีวันได้มันไปด้วยวิธีสกปรกแบบนี้”

เตโชจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่สะท้อนความสง่างามของเธอเขย่าหัวใจที่แข็งกระด้างของเขาอย่างรุนแรง เขาอยากจะขยี้เธอให้แหลกคามือ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็อยากจะกอดเธอไว้ไม่ให้ใครหน้าไหนได้เห็นความงดงามนี้

“งั้นเรามาดูกัน... ว่าหัวใจของเธอ มันจะทนได้นานแค่ไหนเมื่อต้องเจอกับเกมถัดไปของพี่”

เขากระชากร่างบางให้ขึ้นรถอย่างแรง ก่อนจะพุ่งทะยานออกไปสู่กรงขังหรูหราที่รอคอยการเริ่มต้นของบทเรียนถัดไป...

ภายในพื้นที่แคบของรถซูเปอร์คาร์ที่พุ่งทะยานไปบนถนนสายหลัก ความเงียบกลับเสียงดังกว่าเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามกึกก้อง นลินนั่งนิ่งขรึม แผ่นหลังบางเหยียดตรงอย่างสง่างาม สายตาของเธอจ้องมองไปข้างหน้าด้วยความสงบที่น่าประหลาด จนคนข้างกายอย่างเตโชเริ่มรู้สึก ‘รุ่มร้อน’ ขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้

เขาลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเธอ... ความนิ่งเฉยของนลินมันช่างท้าทายอำนาจของเขาเหลือเกิน

“เงียบทำไม? หรือว่าคำพูดเก่งๆ เมื่อกี้มันหมดคลังแล้ว” เตโชเอ่ยทำลายความเงียบ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่เขากำลังกดทับไว้

“ลินแค่กำลังคิดค่ะว่า... การที่พี่ขับรถเร็วขนาดนี้ มันคือการระบายอารมณ์หึง หรือแค่ต้องการเอาชนะความรู้สึกผิดในใจตัวเองกันแน่” นลินตอบโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง น้ำเสียงของเธอยังคงไพเราะและกังวานใส ราวกับกำลังสนทนาเรื่องสัพเพเหระทั่วไป

“หึง? เธอคิดว่าคนอย่างเตโชต้องหึงผู้หญิงที่เอาตัวมาแลกเป็น ‘หลักประกัน’ อย่างเธองั้นเหรอ!” เขาแค่นยิ้มเยาะ พลางเหยียบคันเร่งให้จมลงไปอีก บรรยากาศในรถเริ่มเข้มข้นขึ้นตามอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้น

“ถ้าไม่หึง... พี่คงไม่จงใจตีตรารอยพวกนี้ในที่ที่คนอื่นต้องเห็นหรอกค่ะ” นลินหันไปสบตาเขา แววตาของเธอนิ่งลึกและเฉลียวฉลาดจนเขารู้สึกเหมือนกำลังถูกมองทะลุถึงก้นบึ้ง “พี่แค่อยากจะบอกให้คนอื่น ๆ รู้ว่าลินเป็นผู้หญิงมีตำหนิ ให้ลินได้อับอาย เพราะพี่กลัวว่าถ้าลินมีทางเลือก ลินหาคนอื่นมาช่วยเหลือคุณพ่อได้ พี่จะคุมเกมนี้ไม่อยู่”

เตโชหักพวงมาลัยเข้าข้างทางแล้วเหยียบเบรกจนตัวโก่ง นลินเซไปข้างหน้าตามแรงเหวี่ยงแต่เธอกลับพยุงตัวกลับมานั่งตรงได้อย่างรวดเร็ว

ชายหนุ่มขยับกายเข้าหาเธออย่างคุกคาม มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นคอระหง นิ้วโป้งของเขาจงใจลากผ่านรอยสีกุหลาบที่เขาประทับไว้เมื่อคืนอย่างหนักมือ

“มั่นใจเหลือเกินนะนลิน... ว่าฉัน ‘หึง’ เธอขนาดนั้น” เขาพึมพำชิดริมฝีปาก แววตาคมปลาบวาวโรจน์ด้วยความคลั่งรักที่ถูกห่อหุ้มด้วยความโกรธเกลียด “จำเอาไว้นะว่าเธอเป็น "หลักประกัน" หนี้สินของพ่อเธอ ทำหน้าที่ลูกยอดกตัญญูของเธอให้ดี อย่าทำให้พ่อเธอต้องเดือดร้อน”

“ค่ะ ลินจะทำหน้าที่ของลินให้ดีที่สุด แม้ไม่เต็มใจก็ตาม” นลินไม่ได้หลบตา เธอเอื้อมมือไปแตะที่อกซ้ายของเขาเบาๆ สัมผัสที่นุ่มนวลแต่กลับทำให้เตโชสะท้านไปทั้งร่าง “...ร่างกายลินเป็นหลักประกันของพี่ แต่หัวใจลินไม่ใช่ พี่บังคับไม่ได้”

คำพูดของเธอเหมือนน้ำเย็นที่ราดลงบนกองเพลิง เตโชนิ่งอั้นไปชั่วขณะ เขาโกรธที่เธอไม่ยอมอ่อนแอให้เขา เขาต้องการจะเอาชนะเธอ 

เตโชกระชากเธอเข้ามารับจูบที่ดุดันและเอาแต่ใจ รสชาติของเหล้ารัมขมปร่าผสมปนเปไปกับความหอมละมุนของกลิ่นดอกบัวจางๆ จากผิวของเธอ มันคือสงครามประสาทที่ไม่มีใครยอมใคร

นลินไม่ได้ดิ้นรนฟูมฟาย แต่เธอตอบโต้ด้วยการนิ่งสงบจนเขาเป็นฝ่ายที่คลั่งตายไปเอง...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 29: ว่าที่คู่หมั้นและกำแพงที่สั่นคลอน

    ท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางการเงินที่ถาโถมเข้าใส่ตระกูลของเตโชราวกับพายุบ้า บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่เคยรุ่งเรืองกลับสั่นคลอนจนถึงรากฐานเมื่อถูกอำนาจของตระกูล วรโชติโภคิน สั่งระงับธุรกรรมทุกอย่าง ภายในห้องทำงานของพ่อเตโช บัดนี้เหลือเพียงควันบุหรี่จางๆ และความเงียบงันที่น่าอึดอัด แต่ความเงียบนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยการปรากฏตัวของหญิงสาวที่ดูเพียบพร้อมไปทุกระเบียดนิ้วพิมมาดา หรือ พิม ทายาทเพียงคนเดียวของ เจ้าสัวชูชัย เดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่สง่างามราวกับนางพญา เธอคือไพ่ใบสุดท้ายที่พ่อของเตโชดึงมาเพื่อกอบกู้สถานะที่กำลังจะล่มสลาย โดยมีข้อตกลงลับๆ คือ "การเกี่ยวดองของสองตระกูล"[POV: นลิน – ความนิ่งเฉยที่ซ่อนความบ้าคลั่ง]บ่ายวันนั้นที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ แสงแดดรำไรส่องกระทบโถงทางเดินกว้าง นลินในชุดนักศึกษาที่เนี้ยบกริบเดินเคียงข้างมากับมีนา ทั้งคู่กำลังคุยเรื่องโปรเจกต์ที่ต้องส่งในสัปดาห์หน้า แต่แล้วฝีเท้าของนลินก็ต้องชะงักลงเมื่อสายตาปะทะเข้ากับภาพที่อยู่เบื้องหน้าที่ม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นจามจุรีใหญ่ เตโช กำลังยืนอยู่กับผู้หญิงสาวสวยแปลกหน้าคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นดู "แพง" ตั้งแต่หัวจดเท้า ชุดเดรสแบรนด

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 28: จิ้งจอกในคราบสุภาพบุรุษ

    บรรยากาศภายในโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ช่วงพักเที่ยงเต็มไปด้วยเสียงจอแจ แต่ทว่าโต๊ะหินอ่อนที่นลินและมีนานั่งอยู่กลับดูเป็นจุดสนใจเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพียงเพราะความสวยระดับดาวคณะของทั้งคู่ แต่เป็นเพราะการปรากฏตัวของ "เอก" รุ่นพี่ปี 4 ภาคเครื่องกลที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้และโปรไฟล์ที่เพอร์เฟกต์จนน่าสงสัยเอกเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ ในมือถือถุงขนมราคาแพงและเอกสารสรุปบทเรียนที่ดูเป็นระเบียบ เขาจงใจวางมันลงตรงหน้าหญิงสาวทั้งสองคนด้วยท่าทางที่ดูเป็นสุภาพบุรุษที่สุด"พี่เห็นว่าช่วงนี้ทั้งนลินและมีนาเรียนหนัก เลยเอาของอร่อยมาบำรุงครับ" เอกเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาจดจ้องที่ใบหน้าสวยของนลินอย่างสื่อความหมาย "โดยเฉพาะนลิน... ถ้าติดขัดเรื่องโครงสร้างเครื่องกลส่วนไหน ปรึกษาพี่ได้ตลอดนะ พี่เต็มใจช่วยเสมอ""ขอบคุณค่ะพี่เอก แต่ลินมีคนช่วยดูให้แล้วค่ะ" นลินตอบสั้นๆ ตัดบทอย่างเย็นชาตามสไตล์คุณหนูวรโชติโภคินที่เริ่มวางตัวสูงส่งเอกไม่ได้ดูสลด เขายังคงยิ้มรับก่อนจะหันไปทางมีนาที่นั่งอยู่ข้างๆ "ส่วนน้องมีนา... เรื่องโปรเจกต์โยธาที่ติดขัดอยู่ พี่มีตัวอย่างงานวิจัยที่หาอ่านยากมากอยู่ที่ห้อง... เอ้ย อยู่ที่โน

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 27: เดทแรกที่เกือบจะหวาน...

    เย็นวันศุกร์ที่ห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง บรรยากาศอบอวลไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ผู้คนพลุกพล่านตามประสาเลิกงาน แต่สำหรับ ภีม วันนี้คือวันที่สำคัญกว่าการปิดโปรเจกต์ใดๆ เขาเดินวนเวียนอยู่หน้าร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นอย่างลามกใจ กางเกงสแล็คสีดำเนี้ยบกริบ แววตาคมคายคอยชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือราคาแพงทุกๆ สองนาทีภีมพรูลมหายใจออกมาเบาๆ เขาไม่เคยรู้สึกประหม่าขนาดนี้มาก่อน แม้แต่ตอนพรีเซนต์งานหน้าคณบดีเขายังนิ่งได้มากกว่านี้ มือหนาแอบลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ เพราะความรู้สึก "มวนท้อง" ที่แปลกประหลาด"แค่เดทกับมีนา... ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนี้วะภีม" เขาตำหนิตัวเองในใจ แต่ภาพใบหน้าหวานของรุ่นน้องที่เริ่มวางตัวห่างเหินจากเขาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลับทำให้เขาอยากจะทำทุกอย่างให้เธอกลับมาส่งยิ้มกว้างๆ ให้เขาเหมือนเดิม"พี่ภีมคะ... รอนานไหม?" เสียงใสๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลังภีมหันกลับไปมองและแทบจะหยุดหายใจ มีนาในชุดมินิเดรสสีพาสเทลน่ารัก ผมม้าที่เคยปรกหน้าถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะเผยใบหน้าจิ้มลิ้มที่แต่งแต้มเครื่องสำอางบางๆ ดูสะอาดตาและมีเสน่ห์จนเขาไม่อาจละสายตาได้"ไม่

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 26: เมื่อ "ของตาย" กลายเป็น "ของหวง"

    บรรยากาศยามเย็นหลังเลิกเรียนที่ห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์เงียบสงบ มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ มีนานั่งจดสรุปวิชาการคำนวณโครงสร้างอยู่ที่โต๊ะมุมอับสายตา เธอพยายามจดจ่อกับเนื้อหาตรงหน้าเพื่อไม่ให้ความคิดฟุ้งซ่านลอยไปหา "ใครบางคน" ที่เธอเพิ่งประกาศตัดใจไปเมื่อวาน[POV: มีนา – ท้องฟ้าที่เริ่มสดใสด้วยตัวเอง]มีนาวางปากกาลงแล้วบิดขี้เกียจเบาๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในอกที่เคยแบกไว้ตลอดสี่ปีเริ่มเบาบางลงอย่างน่าประหลาด เมื่อเธอไม่ต้องคอยชะเง้อคอมองว่าพี่ภีมจะเดินผ่านไปทางไหน หรือไม่ต้องคอยปั้นหน้ายิ้มเพื่อให้เขาหันมามอง"มันก็ไม่ได้แย่นี่นา... การอยู่แบบไม่มีพี่น่ะ" เธอคิดพลางอมยิ้มบางๆแต่แล้วกลิ่นน้ำหอมแนว Woody ที่แสนคุ้นเคยก็ลอยมาแตะจมูก พร้อมกับเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่ถูกเลื่อนออกช้าๆ มีนาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนมาใหม่ภีม ในชุดนักศึกษาที่พับแขนเสื้อขึ้นอย่างลามกใจ จ้องมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก บนโต๊ะของเขามีแก้วชานมไข่มุกเจ้าดังที่เธอเคยบ่นว่าอยากกินแต่ไม่เคยได้กินเพราะเขาไม่เคยพาไปภีมพยายามทำสีหน้าให้ปกติที่สุด ทั้งที่ข้างในใจสั่นรัวอย่างกั

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 25: แรงเหวี่ยงของความเฉยชา

    บรรยากาศที่ลานเกียร์ในบ่ายวันอังคารดูจะระอุไปด้วยไอร้อนของแดดเมืองไทย ทว่าความร้อนนั้นกลับเทียบไม่ได้กับความอึดอัดที่แผ่ซ่านอยู่รอบโต๊ะหินอ่อนประจำกลุ่มวิศวะโยธา นลินในลุคคุณหนูที่ดูสะอาดสะอ้านนั่งทบทวนบทเรียนอยู่ข้างๆ มีนา โดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์ยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ พอประมาณเพื่อไม่ให้รบกวนความเป็นส่วนตัว แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ใครบางคนไม่สามารถบุกจู่โจมเข้ามาได้ง่ายๆมีนาก้มหน้าจดเลคเชอร์ด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ เธอไม่ได้เหลือบมองนาฬิกาเพื่อรอเวลาที่ ภีม จะเดินผ่านเหมือนที่เคยทำมาตลอดมา ความเจ็บปวดจากการถูกปัดมือทิ้งในวันนั้น และความละอายใจที่เกือบจะทำลายเพื่อนรักเพราะความหลงผิด มันกลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่ซึมลึกเข้าสู่กระดูกดำ'ถ้าการรักพี่มันทำให้ฉันกลายเป็นคนเลว... ฉันก็ควรเลิกรัก' มีนาคิดพลางเม้มปากแน่น เธอรู้สึกได้ถึงสายตาของใครบางคนที่จ้องมองมาจากทางเดินตึก แต่เธอก็เลือกที่จะไม่เงยหน้าขึ้นไปมอง เพราะรู้ดีว่าถ้าสบตาเพียงนิด กำแพงความเข้มแข็งที่พยายามสร้างขึ้นอาจพังทลายลง[POV: ภีม – ช่องว่างที่ตะโกนก้อง]ภีมยืนกำสายกระเป๋าเป้อยู่ตรงหัวมุมตึก สายตาของเขาจดจ้องไปที่ร่างเล็กของมีนาที่

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 24: รัศมีที่เอื้อมไม่ถึง

    แสงแดดจัดจ้าในยามเช้าสาดส่องลงบนพื้นถนนยางมะตอยหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศที่เคยดูธรรมดาในทุกวันจันทร์กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อขบวนรถยุโรปคันหรูสีดำขลับประทับตราโลโก้สีทองอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล วรโชติโภคิน เลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งสนิทหน้าอาคารเรียน นิสิตหลายร้อยคนที่กำลังเดินเข้าตึกต่างหยุดชะงัก สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายฉกรรจ์ในชุดสูทสากลสีดำสี่คนที่ก้าวลงมาประจำตำแหน่งรอบตัวรถอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออก ร่างระหงของ นลิน ก้าวลงมาพร้อมกับ ภีม พี่ชายที่แต่งกายด้วยชุดนักศึกษาเนี้ยบกริบทว่าแผ่ซ่านไปด้วยรังสีความดุดันและปกป้อง นลินในวันนี้ดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวบัดนี้ดูผุดผ่องไร้ที่ติภายใต้การดูแลอย่างดี เธอสวมชุดนักศึกษาที่ตัดเย็บด้วยเนื้อผ้าชั้นดี เครื่องประดับเพชรเม็ดเล็กบนใบหูส่งประกายวับวาวล้อแสงแดด และที่สำคัญที่สุดคือ "แววตา" ของเธอที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือเศร้าสร้อยหลงเหลืออยู่เลย[POV: เตโช]ห่างออกไปหลังเสาต้นใหญ่หน้าคณะ เตโช ยืนกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ สภาพของอดีตเฮดว้ากปี 4 ผู้ยิ่งใหญ่ในตอนนี้ดูทรุดโทรมลงอย่างเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status