Home / โรแมนติก / เกมรักวิศวะร้าย / ตอนที่ 6: พันธะร้ายใต้รอยบาป (NC++)

Share

ตอนที่ 6: พันธะร้ายใต้รอยบาป (NC++)

last update publish date: 2026-03-13 11:34:51

เสียงสะอื้นที่เคยดังระงมจนตัวโยนค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงความเงียบหนักอึ้งที่ปกคลุมห้องเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด นลินนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำสนิท ขาทั้งสองข้างพับเก็บแนบอกในท่าคุดคู้ ราวกับพยายามทำให้ร่างกายที่บอบช้ำนี้เล็กลงจนไม่มีใครสังเกตเห็น ดวงตาคู่สวยบวมช้ำแดงก่ำ หยาดน้ำตาใสยังคงเอ่อล้นออกมาเป็นระยะยามที่ภาพใบหน้าของบิดาผุดขึ้นมาในมโนสำนึก

ความจริงที่เพิ่งเปิดเผย—‘พ่อ’ ที่เธอเคยเทิดทูนและกตัญญูมาตลอดชีวิต กลับมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือชำระหนี้การพนันก้อนโต—มันกรีดลึกจนหัวใจแทบหยุดเต้น ศักดิ์ศรีของคุณหนูตระกูลดังพังทลายลงกลายเป็นเพียงเศษธุลีในพริบตา

เตโชยืนหันหลังให้เธออยู่ที่ระเบียงกว้าง ลมแรงพัดผ่านร่างกำยำในชุดเชิ้ตที่ถูกปลดกระดุมออกจนเผยแผงอกกว้าง กลิ่นเหล้ารัมเข้มข้นจากแก้วในมือลอยมาปะทะจมูกเธอเป็นระยะ เขาไม่ได้หันกลับมามอง ไม่มีคำปลอบโยนที่สวยหรู ไม่มีสัมผัสปลอบประโลมที่อ่อนหวาน มีเพียงออร่าความดุดัน พลังแห่งการครอบครอง และความเย็นชาที่แผ่ออกมาปกคลุมทั้งห้องราวกับประกาศกร้าวว่าต่อจากนี้ไป... เธอคือสมบัติส่วนตัวของเขาเพียงคนเดียว

[POV: นลิน – แสงสว่างในนรกที่มืดมิด]

นลินเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างนั้นผ่านม่านน้ำตา ความเจ็บปวดจากการถูกสายเลือดเดียวกันหักหลังยังคงกัดกินใจจนชาหนึบ แต่ท่ามกลางความมืดมิดที่มองไม่เห็นทางออก เธอกลับมองเห็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้... ความจริงที่ว่าหากไม่ใช่เตโชที่จ่ายเงินก้อนโตเพื่อ ‘ซื้อ’ เธอไว้ในคืนนั้น เธออาจถูกส่งไปยังที่ที่เลวร้ายกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า เธออาจต้องไปนอนทอดกายอยู่ใต้ร่างของเสี่ยตัณหากลับหรือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่ไหนสักแห่งในบ่อนมืดนั่น

‘ขอบคุณนะคะพี่เต… ที่อย่างน้อยก็เป็นพี่’ ความรู้สึกขอบคุณที่แสนประหลาดแล่นผ่านหัวใจที่ว่างเปล่า อย่างน้อยเตโชก็คือคนที่เธอรู้จัก คือรุ่นพี่วิศวะที่แม้จะร้ายกาจแต่เธอก็เคยแอบชื่นชมในความเก่งกาจของเขาอยู่ห่าง ๆ นลินหลับตาลงช้า ๆ หายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมเศษเสี้ยวของสติที่เหลืออยู่ เธอตัดสินใจแล้ว... ในเมื่อพ่อแท้ ๆ ยังเห็นเธอเป็นเพียง 'หลักประกัน' เธอก็จะทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุดเท่าที่สินค้าชิ้นหนึ่งจะทำได้ เธอจะอดทน จะไม่ขัดขืน และจะภักดีต่อชายคนนี้ด้วยชีวิต เพื่อชดใช้หนี้ที่เธอไม่ได้ก่อ แต่มันคือพันธะที่เธอต้องรับผิดชอบ

เตโชหมุนตัวกลับมาช้า ๆ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องตรงมาที่เธอ ความนิ่งสงบและความสง่างามที่เธอยังคงรักษาไว้แม้ในยามที่โลกถล่มทลายมันจุดประกายเพลิงบางอย่างในกายเขาให้ลุกโชน เขาเดินเข้าหาเธอด้วยย่างก้าวที่หนักแน่น ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ถูกบิดเบือนเป็นความต้องการครอบครอง

“เงียบทำไม?” เสียงเขาห้าวต่ำดุดัน “คิดว่าทำตัวน่าสงสาร วางมาดคุณหนูผู้ถูกรังแกแล้วพี่จะใจอ่อนปล่อยเธอไปงั้นเหรอ?”

เขากระชากข้อมือเล็กบางให้ลุกขึ้น แรงบีบมหาศาลทำให้ผิวขาวนวลขึ้นรอยแดงจาง ๆ ในทันที แต่นลินกลับไม่ได้ดิ้นรนหรือตัดพ้อ เธอเงยหน้าสบตาเขานิ่ง แววตาที่เคยสั่นไหวบัดนี้เต็มไปด้วยความยอมจำนนที่นิ่งสงบจนน่าประหลาดใจ

“ลินทราบค่ะพี่เต…” เสียงเธอแผ่วเบาทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ “ลินเป็นของพี่แล้ว พี่ซื้อลินมาด้วยราคาที่แพงที่สุด พี่จะให้ลินทำอะไร ลินก็จะทำ พี่จะใช้ลินให้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปแค่ไหน… ลินก็ยอมพี่ทั้งหมดค่ะ”

คำพูดที่ดูเหมือนจะเป็นการยอมแพ้อย่างราบคาบทำเอาเตโชชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเขากระตุกวูบด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับ—มันคือความสงสารที่ปนมากับความคลั่งไคล้ แต่เขาเลือกจะปิดบังมันไว้ด้วยการกระทำที่รุนแรง เขาเหวี่ยงร่างบางไปยังเตียงกว้างสีเทาเข้ม ก่อนจะตามลงมาทาบทับ กักขังเธอไว้ใต้ร่างกายแกร่งที่ร้อนผ่าวราวกับจะหลอมละลายเธอให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน

NC++

เตโชก้มลงบดขยี้ริมฝีปากอิ่มอย่างหิวกระหาย รสชาติเหล้ารัมขมปร่าผสมกับความหวานล้ำจากโพรงปากของนลินทำเอาสมองของเตโชมึนงงยิ่งกว่าตอนดื่มเหล้าเพียว ๆ นลินเผยอปากตอบรับโดยสัญชาตญาณ เธอเลือกที่จะไม่ขัดขืนตามคำสัตย์ที่ให้ไว้ มือบางเลื่อนขึ้นโอบรอบคอแกร่ง ลูบไล้กลุ่มผมสีดำสนิทของเขาเบา ๆ ราวกับการปลอบประโลมพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ

เสียงครางแผ่วเบาที่เจือไปด้วยความหวั่นไหวหลุดออกมาจากลำคอเธอ “อื้อ… พี่เต…”

เตโชถอนจูบออกช้า ๆ เพื่อมองใบหน้าที่แดงระเรื่อ แววตาที่มองเขาด้วยความยินยอมนั้นทำให้เขายิ่งต้องการครอบครองมากขึ้น เขาก้มลงจูบซอกคอระหง สูดดมกลิ่นหอมสะอาดที่ทำให้หัวใจเต้นแรง ขบเม้มเบา ๆ จนเกิดรอยแดงจาง ๆ สีกุหลาบหวาน เขาเลื่อนจูบลงต่ำ ตามไหปลาร้า ลงไปที่ยอดอกสีชมพูอ่อน ใช้ลิ้นวนรอบช้า ๆ จนมันแข็งชูชัน นลินสะดุ้ง ตัวเกร็ง ครางแผ่วในลำคอ มือจิกผ้าปูแน่น

ชุดราตรีสีมุกค่อย ๆ เลื่อนหลุด มือใหญ่ของเขาลูบไล้ตามแนวหลัง ปลดตะขอทีละเม็ดช้า ๆ ราวกับกำลังแกะของที่เป็นสมบัติ เขาพรมจูบลงไปทุกจุด หน้าท้องแบนราบ สะโพกโค้งมน จนถึงจุดอ่อนไหวที่สุด เขาใช้ความเชี่ยวชาญสลับกับการรุกรานที่หนักแน่น จนร่างของนลินบิดเร้าด้วยความซ่านสยิวที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน เขาใช้ลิ้นสัมผัสอย่างนุ่มนวล วนเลีย ดูดเบา ๆ จนเธอเปียกชุ่ม หอบถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เอวยกขึ้นตามจังหวะโดยไม่รู้ตัว

“พี่เต…” เสียงเธอสั่น แต่ไม่มีการขอร้องหรืออ้อนวอน เธอเพียงยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น เตโชเงยหน้าขึ้นมองเธอครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ สอดใส่เข้าไปช้า ๆ มองหน้าเธอตลอดเวลา ราวกับตรวจสอบว่าเธอจะรับได้หรือไม่ นลินกัดริมฝีปากแน่น แต่ไม่ผลักไส ไม่ดิ้นรน เธอหลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้ร่างกายปรับตัวกับความแน่นหนาที่แทรกซึมเข้ามา

เขาเริ่มขยับสะโพก เนิบนาบแต่ลึกทุกครั้ง ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยพลังครอบครอง เขาก้มลงจูบคอเธอ ขบเม้มเบา ๆ ที่จุดลับที่สุด จนเธอครางดังขึ้นเล็กน้อย ร่างกายตอบสนองตามธรรมชาติ ขาเกี่ยวเอวเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เสียงหอบ เสียงครางแผ่วเบา เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังแผ่ว ๆ แต่ร้อนแรงจนอากาศในห้องร้อนระอุ

เตโชเร่งจังหวะขึ้นทีละน้อย แรงขึ้น ลึกขึ้น มือใหญ่จับสะโพกเธอแน่นเพื่อควบคุมจังหวะ นลินตัวสั่นระริก มือจิกแผ่นหลังกว้างแน่นขึ้น ครางชื่อเขาด้วยเสียงที่แหบพร่า แต่ไม่มีคำหวานหรือคำสารภาพใด ๆ หลุดออกมา เธอเพียงปล่อยตัวตามกระแสที่เขานำพาไป

เตโชจ้องหน้าเธอตลอดเวลา เขาเห็นความเจ็บปวดที่แฝงมากับความรุ่มร้อน เขาเริ่มขยับสะโพกในจังหวะที่เนิบนาบแต่ลึกซึ้ง ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยพลังแห่งการครอบครอง นลินจิกผ้าปูเตียงแน่น ขาเรียวเกี่ยวเอวเขาไว้โดยอัตโนมัติ เสียงหอบหายใจและเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องในความเงียบ เตโชเร่งจังหวะขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง นำพาเธอไปสู่จุดสูงสุดครั้งแล้วครั้งเล่า จนร่างกายของทั้งคู่สั่นสะท้านและปลดปล่อยความอัดอั้นออกมาพร้อมกัน

[Aftercare – ความอาทรภายใต้ความเฉยเมย]

เมื่อเพลิงรักมอดลง เตโชยังคงกอดร่างบางที่สั่นเทาไว้ในอ้อมแขนแน่น เขาซบหน้าลงกับซอกคอเธอครู่หนึ่ง สูดดมกลิ่นกายที่ชุ่มเหงื่อโดยไม่พูดอะไรสักคำ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นจากตัวเธอช้า ๆ เขาไม่ได้ทิ้งเธอไว้กลางทาง แต่กลับใช้มือใหญ่ประคองหลังเธอให้ลุกนั่งพิงหัวเตียงอย่างระมัดระวัง

สายตาของเขาเย็นชาแต่กลับกวาดมองร่างกายเธอที่เต็มไปด้วยรอยนิ้วและรอยรักสีกุหลาบที่เขาเป็นคนฝากไว้ เขาหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาซับตามผิวเนียนของเธออย่างเบามือ เริ่มจากใบหน้าที่บอบช้ำ ไล่ลงมาตามลำคอและหน้าอก ท่าทางนั้นไม่ได้อ่อนหวานแบบคนรัก แต่มันคือการดูแลสมบัติชิ้นโปรดที่เขาจะไม่ยอมให้มีตำหนิไปมากกว่านี้

“อย่าขยับ” เขาเอ่ยสั้น ๆ เมื่อเห็นเธอทำท่าจะขวยเขิน

เขาลุกไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีดำตัวใหญ่ของตัวเองมาโยนให้เธอ “ใส่ซะ” คำสั่งสั้นกระชับแต่แฝงด้วยความห่วงใยที่ถูกปกปิดไว้อย่างมิดชิด นลินรับมาสวมช้า ๆ กลิ่นกายของเตโชที่ติดมากับผ้าทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด

เตโชเดินไปเปิดขวดน้ำแล้วยื่นให้เธอ “ดื่ม”

นลินจิบน้ำช้า ๆ มือสั่นเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าและอารมณ์ที่เพิ่งผ่านพ้น เธอวางแก้วลง แล้วนั่งนิ่ง มองออกไปนอกหน้าต่างที่แสงจันทร์ยังสาดส่องอยู่

เตโชลุกขึ้นอีกครั้ง หยิบผ้าห่มผืนบางมาคลุมให้เธอ คลุมจนถึงไหล่ แล้วดึงให้แนบตัวเธอให้อุ่นขึ้น เขาไม่ได้พูดอะไรเพิ่ม แค่ยืนมองเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปที่โซฟา หยิบบุหรี่มวนหนึ่งจุดไฟ แล้วสูบเงียบ ๆ โดยหันหลังให้เธอ แต่ไม่เคยห่างจากสายตาเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว

ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด มันคือความเงียบของการยอมรับ และของการดูแลที่เย็นชาแต่แน่วแน่ เตโชอาจไม่เคยพูดคำอ่อนโยน แต่การกระทำของเขาในคืนนี้บอกชัดเจนว่า เขาจะไม่ปล่อยให้ร่างกายหรือหัวใจของเธอต้องเจ็บปวดจากใครอีก… ยกเว้นจากเขาเอง

นลินหลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าครอบงำ ร่างกายยังคงอบอุ่นจากไออุ่นที่เขาทิ้งไว้ให้ เธอรู้ดีว่านี่คือชีวิตใหม่ของเธอ และเธอจะยอมรับมัน… อย่างเงียบงัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 29: ว่าที่คู่หมั้นและกำแพงที่สั่นคลอน

    ท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางการเงินที่ถาโถมเข้าใส่ตระกูลของเตโชราวกับพายุบ้า บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่เคยรุ่งเรืองกลับสั่นคลอนจนถึงรากฐานเมื่อถูกอำนาจของตระกูล วรโชติโภคิน สั่งระงับธุรกรรมทุกอย่าง ภายในห้องทำงานของพ่อเตโช บัดนี้เหลือเพียงควันบุหรี่จางๆ และความเงียบงันที่น่าอึดอัด แต่ความเงียบนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยการปรากฏตัวของหญิงสาวที่ดูเพียบพร้อมไปทุกระเบียดนิ้วพิมมาดา หรือ พิม ทายาทเพียงคนเดียวของ เจ้าสัวชูชัย เดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่สง่างามราวกับนางพญา เธอคือไพ่ใบสุดท้ายที่พ่อของเตโชดึงมาเพื่อกอบกู้สถานะที่กำลังจะล่มสลาย โดยมีข้อตกลงลับๆ คือ "การเกี่ยวดองของสองตระกูล"[POV: นลิน – ความนิ่งเฉยที่ซ่อนความบ้าคลั่ง]บ่ายวันนั้นที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ แสงแดดรำไรส่องกระทบโถงทางเดินกว้าง นลินในชุดนักศึกษาที่เนี้ยบกริบเดินเคียงข้างมากับมีนา ทั้งคู่กำลังคุยเรื่องโปรเจกต์ที่ต้องส่งในสัปดาห์หน้า แต่แล้วฝีเท้าของนลินก็ต้องชะงักลงเมื่อสายตาปะทะเข้ากับภาพที่อยู่เบื้องหน้าที่ม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นจามจุรีใหญ่ เตโช กำลังยืนอยู่กับผู้หญิงสาวสวยแปลกหน้าคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นดู "แพง" ตั้งแต่หัวจดเท้า ชุดเดรสแบรนด

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 28: จิ้งจอกในคราบสุภาพบุรุษ

    บรรยากาศภายในโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ช่วงพักเที่ยงเต็มไปด้วยเสียงจอแจ แต่ทว่าโต๊ะหินอ่อนที่นลินและมีนานั่งอยู่กลับดูเป็นจุดสนใจเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพียงเพราะความสวยระดับดาวคณะของทั้งคู่ แต่เป็นเพราะการปรากฏตัวของ "เอก" รุ่นพี่ปี 4 ภาคเครื่องกลที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้และโปรไฟล์ที่เพอร์เฟกต์จนน่าสงสัยเอกเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ ในมือถือถุงขนมราคาแพงและเอกสารสรุปบทเรียนที่ดูเป็นระเบียบ เขาจงใจวางมันลงตรงหน้าหญิงสาวทั้งสองคนด้วยท่าทางที่ดูเป็นสุภาพบุรุษที่สุด"พี่เห็นว่าช่วงนี้ทั้งนลินและมีนาเรียนหนัก เลยเอาของอร่อยมาบำรุงครับ" เอกเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาจดจ้องที่ใบหน้าสวยของนลินอย่างสื่อความหมาย "โดยเฉพาะนลิน... ถ้าติดขัดเรื่องโครงสร้างเครื่องกลส่วนไหน ปรึกษาพี่ได้ตลอดนะ พี่เต็มใจช่วยเสมอ""ขอบคุณค่ะพี่เอก แต่ลินมีคนช่วยดูให้แล้วค่ะ" นลินตอบสั้นๆ ตัดบทอย่างเย็นชาตามสไตล์คุณหนูวรโชติโภคินที่เริ่มวางตัวสูงส่งเอกไม่ได้ดูสลด เขายังคงยิ้มรับก่อนจะหันไปทางมีนาที่นั่งอยู่ข้างๆ "ส่วนน้องมีนา... เรื่องโปรเจกต์โยธาที่ติดขัดอยู่ พี่มีตัวอย่างงานวิจัยที่หาอ่านยากมากอยู่ที่ห้อง... เอ้ย อยู่ที่โน

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 27: เดทแรกที่เกือบจะหวาน...

    เย็นวันศุกร์ที่ห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง บรรยากาศอบอวลไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ผู้คนพลุกพล่านตามประสาเลิกงาน แต่สำหรับ ภีม วันนี้คือวันที่สำคัญกว่าการปิดโปรเจกต์ใดๆ เขาเดินวนเวียนอยู่หน้าร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นอย่างลามกใจ กางเกงสแล็คสีดำเนี้ยบกริบ แววตาคมคายคอยชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือราคาแพงทุกๆ สองนาทีภีมพรูลมหายใจออกมาเบาๆ เขาไม่เคยรู้สึกประหม่าขนาดนี้มาก่อน แม้แต่ตอนพรีเซนต์งานหน้าคณบดีเขายังนิ่งได้มากกว่านี้ มือหนาแอบลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ เพราะความรู้สึก "มวนท้อง" ที่แปลกประหลาด"แค่เดทกับมีนา... ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนี้วะภีม" เขาตำหนิตัวเองในใจ แต่ภาพใบหน้าหวานของรุ่นน้องที่เริ่มวางตัวห่างเหินจากเขาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลับทำให้เขาอยากจะทำทุกอย่างให้เธอกลับมาส่งยิ้มกว้างๆ ให้เขาเหมือนเดิม"พี่ภีมคะ... รอนานไหม?" เสียงใสๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลังภีมหันกลับไปมองและแทบจะหยุดหายใจ มีนาในชุดมินิเดรสสีพาสเทลน่ารัก ผมม้าที่เคยปรกหน้าถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะเผยใบหน้าจิ้มลิ้มที่แต่งแต้มเครื่องสำอางบางๆ ดูสะอาดตาและมีเสน่ห์จนเขาไม่อาจละสายตาได้"ไม่

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 26: เมื่อ "ของตาย" กลายเป็น "ของหวง"

    บรรยากาศยามเย็นหลังเลิกเรียนที่ห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์เงียบสงบ มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ มีนานั่งจดสรุปวิชาการคำนวณโครงสร้างอยู่ที่โต๊ะมุมอับสายตา เธอพยายามจดจ่อกับเนื้อหาตรงหน้าเพื่อไม่ให้ความคิดฟุ้งซ่านลอยไปหา "ใครบางคน" ที่เธอเพิ่งประกาศตัดใจไปเมื่อวาน[POV: มีนา – ท้องฟ้าที่เริ่มสดใสด้วยตัวเอง]มีนาวางปากกาลงแล้วบิดขี้เกียจเบาๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในอกที่เคยแบกไว้ตลอดสี่ปีเริ่มเบาบางลงอย่างน่าประหลาด เมื่อเธอไม่ต้องคอยชะเง้อคอมองว่าพี่ภีมจะเดินผ่านไปทางไหน หรือไม่ต้องคอยปั้นหน้ายิ้มเพื่อให้เขาหันมามอง"มันก็ไม่ได้แย่นี่นา... การอยู่แบบไม่มีพี่น่ะ" เธอคิดพลางอมยิ้มบางๆแต่แล้วกลิ่นน้ำหอมแนว Woody ที่แสนคุ้นเคยก็ลอยมาแตะจมูก พร้อมกับเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่ถูกเลื่อนออกช้าๆ มีนาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนมาใหม่ภีม ในชุดนักศึกษาที่พับแขนเสื้อขึ้นอย่างลามกใจ จ้องมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก บนโต๊ะของเขามีแก้วชานมไข่มุกเจ้าดังที่เธอเคยบ่นว่าอยากกินแต่ไม่เคยได้กินเพราะเขาไม่เคยพาไปภีมพยายามทำสีหน้าให้ปกติที่สุด ทั้งที่ข้างในใจสั่นรัวอย่างกั

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 25: แรงเหวี่ยงของความเฉยชา

    บรรยากาศที่ลานเกียร์ในบ่ายวันอังคารดูจะระอุไปด้วยไอร้อนของแดดเมืองไทย ทว่าความร้อนนั้นกลับเทียบไม่ได้กับความอึดอัดที่แผ่ซ่านอยู่รอบโต๊ะหินอ่อนประจำกลุ่มวิศวะโยธา นลินในลุคคุณหนูที่ดูสะอาดสะอ้านนั่งทบทวนบทเรียนอยู่ข้างๆ มีนา โดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์ยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ พอประมาณเพื่อไม่ให้รบกวนความเป็นส่วนตัว แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ใครบางคนไม่สามารถบุกจู่โจมเข้ามาได้ง่ายๆมีนาก้มหน้าจดเลคเชอร์ด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ เธอไม่ได้เหลือบมองนาฬิกาเพื่อรอเวลาที่ ภีม จะเดินผ่านเหมือนที่เคยทำมาตลอดมา ความเจ็บปวดจากการถูกปัดมือทิ้งในวันนั้น และความละอายใจที่เกือบจะทำลายเพื่อนรักเพราะความหลงผิด มันกลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่ซึมลึกเข้าสู่กระดูกดำ'ถ้าการรักพี่มันทำให้ฉันกลายเป็นคนเลว... ฉันก็ควรเลิกรัก' มีนาคิดพลางเม้มปากแน่น เธอรู้สึกได้ถึงสายตาของใครบางคนที่จ้องมองมาจากทางเดินตึก แต่เธอก็เลือกที่จะไม่เงยหน้าขึ้นไปมอง เพราะรู้ดีว่าถ้าสบตาเพียงนิด กำแพงความเข้มแข็งที่พยายามสร้างขึ้นอาจพังทลายลง[POV: ภีม – ช่องว่างที่ตะโกนก้อง]ภีมยืนกำสายกระเป๋าเป้อยู่ตรงหัวมุมตึก สายตาของเขาจดจ้องไปที่ร่างเล็กของมีนาที่

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 24: รัศมีที่เอื้อมไม่ถึง

    แสงแดดจัดจ้าในยามเช้าสาดส่องลงบนพื้นถนนยางมะตอยหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศที่เคยดูธรรมดาในทุกวันจันทร์กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อขบวนรถยุโรปคันหรูสีดำขลับประทับตราโลโก้สีทองอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล วรโชติโภคิน เลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งสนิทหน้าอาคารเรียน นิสิตหลายร้อยคนที่กำลังเดินเข้าตึกต่างหยุดชะงัก สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายฉกรรจ์ในชุดสูทสากลสีดำสี่คนที่ก้าวลงมาประจำตำแหน่งรอบตัวรถอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออก ร่างระหงของ นลิน ก้าวลงมาพร้อมกับ ภีม พี่ชายที่แต่งกายด้วยชุดนักศึกษาเนี้ยบกริบทว่าแผ่ซ่านไปด้วยรังสีความดุดันและปกป้อง นลินในวันนี้ดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวบัดนี้ดูผุดผ่องไร้ที่ติภายใต้การดูแลอย่างดี เธอสวมชุดนักศึกษาที่ตัดเย็บด้วยเนื้อผ้าชั้นดี เครื่องประดับเพชรเม็ดเล็กบนใบหูส่งประกายวับวาวล้อแสงแดด และที่สำคัญที่สุดคือ "แววตา" ของเธอที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือเศร้าสร้อยหลงเหลืออยู่เลย[POV: เตโช]ห่างออกไปหลังเสาต้นใหญ่หน้าคณะ เตโช ยืนกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ สภาพของอดีตเฮดว้ากปี 4 ผู้ยิ่งใหญ่ในตอนนี้ดูทรุดโทรมลงอย่างเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status