เข้าสู่ระบบเสียงสะอื้นที่เคยดังระงมจนตัวโยนค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงความเงียบหนักอึ้งที่ปกคลุมห้องเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด นลินนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำสนิท ขาทั้งสองข้างพับเก็บแนบอกในท่าคุดคู้ ราวกับพยายามทำให้ร่างกายที่บอบช้ำนี้เล็กลงจนไม่มีใครสังเกตเห็น ดวงตาคู่สวยบวมช้ำแดงก่ำ หยาดน้ำตาใสยังคงเอ่อล้นออกมาเป็นระยะยามที่ภาพใบหน้าของบิดาผุดขึ้นมาในมโนสำนึก
ความจริงที่เพิ่งเปิดเผย—‘พ่อ’ ที่เธอเคยเทิดทูนและกตัญญูมาตลอดชีวิต กลับมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือชำระหนี้การพนันก้อนโต—มันกรีดลึกจนหัวใจแทบหยุดเต้น ศักดิ์ศรีของคุณหนูตระกูลดังพังทลายลงกลายเป็นเพียงเศษธุลีในพริบตา
เตโชยืนหันหลังให้เธออยู่ที่ระเบียงกว้าง ลมแรงพัดผ่านร่างกำยำในชุดเชิ้ตที่ถูกปลดกระดุมออกจนเผยแผงอกกว้าง กลิ่นเหล้ารัมเข้มข้นจากแก้วในมือลอยมาปะทะจมูกเธอเป็นระยะ เขาไม่ได้หันกลับมามอง ไม่มีคำปลอบโยนที่สวยหรู ไม่มีสัมผัสปลอบประโลมที่อ่อนหวาน มีเพียงออร่าความดุดัน พลังแห่งการครอบครอง และความเย็นชาที่แผ่ออกมาปกคลุมทั้งห้องราวกับประกาศกร้าวว่าต่อจากนี้ไป... เธอคือสมบัติส่วนตัวของเขาเพียงคนเดียว
[POV: นลิน – แสงสว่างในนรกที่มืดมิด]
นลินเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างนั้นผ่านม่านน้ำตา ความเจ็บปวดจากการถูกสายเลือดเดียวกันหักหลังยังคงกัดกินใจจนชาหนึบ แต่ท่ามกลางความมืดมิดที่มองไม่เห็นทางออก เธอกลับมองเห็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้... ความจริงที่ว่าหากไม่ใช่เตโชที่จ่ายเงินก้อนโตเพื่อ ‘ซื้อ’ เธอไว้ในคืนนั้น เธออาจถูกส่งไปยังที่ที่เลวร้ายกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า เธออาจต้องไปนอนทอดกายอยู่ใต้ร่างของเสี่ยตัณหากลับหรือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่ไหนสักแห่งในบ่อนมืดนั่น‘ขอบคุณนะคะพี่เต… ที่อย่างน้อยก็เป็นพี่’ ความรู้สึกขอบคุณที่แสนประหลาดแล่นผ่านหัวใจที่ว่างเปล่า อย่างน้อยเตโชก็คือคนที่เธอรู้จัก คือรุ่นพี่วิศวะที่แม้จะร้ายกาจแต่เธอก็เคยแอบชื่นชมในความเก่งกาจของเขาอยู่ห่าง ๆ นลินหลับตาลงช้า ๆ หายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมเศษเสี้ยวของสติที่เหลืออยู่ เธอตัดสินใจแล้ว... ในเมื่อพ่อแท้ ๆ ยังเห็นเธอเป็นเพียง 'หลักประกัน' เธอก็จะทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุดเท่าที่สินค้าชิ้นหนึ่งจะทำได้ เธอจะอดทน จะไม่ขัดขืน และจะภักดีต่อชายคนนี้ด้วยชีวิต เพื่อชดใช้หนี้ที่เธอไม่ได้ก่อ แต่มันคือพันธะที่เธอต้องรับผิดชอบ
เตโชหมุนตัวกลับมาช้า ๆ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องตรงมาที่เธอ ความนิ่งสงบและความสง่างามที่เธอยังคงรักษาไว้แม้ในยามที่โลกถล่มทลายมันจุดประกายเพลิงบางอย่างในกายเขาให้ลุกโชน เขาเดินเข้าหาเธอด้วยย่างก้าวที่หนักแน่น ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ถูกบิดเบือนเป็นความต้องการครอบครอง
“เงียบทำไม?” เสียงเขาห้าวต่ำดุดัน “คิดว่าทำตัวน่าสงสาร วางมาดคุณหนูผู้ถูกรังแกแล้วพี่จะใจอ่อนปล่อยเธอไปงั้นเหรอ?”
เขากระชากข้อมือเล็กบางให้ลุกขึ้น แรงบีบมหาศาลทำให้ผิวขาวนวลขึ้นรอยแดงจาง ๆ ในทันที แต่นลินกลับไม่ได้ดิ้นรนหรือตัดพ้อ เธอเงยหน้าสบตาเขานิ่ง แววตาที่เคยสั่นไหวบัดนี้เต็มไปด้วยความยอมจำนนที่นิ่งสงบจนน่าประหลาดใจ
“ลินทราบค่ะพี่เต…” เสียงเธอแผ่วเบาทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ “ลินเป็นของพี่แล้ว พี่ซื้อลินมาด้วยราคาที่แพงที่สุด พี่จะให้ลินทำอะไร ลินก็จะทำ พี่จะใช้ลินให้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปแค่ไหน… ลินก็ยอมพี่ทั้งหมดค่ะ”
คำพูดที่ดูเหมือนจะเป็นการยอมแพ้อย่างราบคาบทำเอาเตโชชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเขากระตุกวูบด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับ—มันคือความสงสารที่ปนมากับความคลั่งไคล้ แต่เขาเลือกจะปิดบังมันไว้ด้วยการกระทำที่รุนแรง เขาเหวี่ยงร่างบางไปยังเตียงกว้างสีเทาเข้ม ก่อนจะตามลงมาทาบทับ กักขังเธอไว้ใต้ร่างกายแกร่งที่ร้อนผ่าวราวกับจะหลอมละลายเธอให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน
NC++
เตโชก้มลงบดขยี้ริมฝีปากอิ่มอย่างหิวกระหาย รสชาติเหล้ารัมขมปร่าผสมกับความหวานล้ำจากโพรงปากของนลินทำเอาสมองของเตโชมึนงงยิ่งกว่าตอนดื่มเหล้าเพียว ๆ นลินเผยอปากตอบรับโดยสัญชาตญาณ เธอเลือกที่จะไม่ขัดขืนตามคำสัตย์ที่ให้ไว้ มือบางเลื่อนขึ้นโอบรอบคอแกร่ง ลูบไล้กลุ่มผมสีดำสนิทของเขาเบา ๆ ราวกับการปลอบประโลมพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ
เสียงครางแผ่วเบาที่เจือไปด้วยความหวั่นไหวหลุดออกมาจากลำคอเธอ “อื้อ… พี่เต…”
เตโชถอนจูบออกช้า ๆ เพื่อมองใบหน้าที่แดงระเรื่อ แววตาที่มองเขาด้วยความยินยอมนั้นทำให้เขายิ่งต้องการครอบครองมากขึ้น เขาก้มลงจูบซอกคอระหง สูดดมกลิ่นหอมสะอาดที่ทำให้หัวใจเต้นแรง ขบเม้มเบา ๆ จนเกิดรอยแดงจาง ๆ สีกุหลาบหวาน เขาเลื่อนจูบลงต่ำ ตามไหปลาร้า ลงไปที่ยอดอกสีชมพูอ่อน ใช้ลิ้นวนรอบช้า ๆ จนมันแข็งชูชัน นลินสะดุ้ง ตัวเกร็ง ครางแผ่วในลำคอ มือจิกผ้าปูแน่น
ชุดราตรีสีมุกค่อย ๆ เลื่อนหลุด มือใหญ่ของเขาลูบไล้ตามแนวหลัง ปลดตะขอทีละเม็ดช้า ๆ ราวกับกำลังแกะของที่เป็นสมบัติ เขาพรมจูบลงไปทุกจุด หน้าท้องแบนราบ สะโพกโค้งมน จนถึงจุดอ่อนไหวที่สุด เขาใช้ความเชี่ยวชาญสลับกับการรุกรานที่หนักแน่น จนร่างของนลินบิดเร้าด้วยความซ่านสยิวที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน เขาใช้ลิ้นสัมผัสอย่างนุ่มนวล วนเลีย ดูดเบา ๆ จนเธอเปียกชุ่ม หอบถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เอวยกขึ้นตามจังหวะโดยไม่รู้ตัว
“พี่เต…” เสียงเธอสั่น แต่ไม่มีการขอร้องหรืออ้อนวอน เธอเพียงยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น เตโชเงยหน้าขึ้นมองเธอครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ สอดใส่เข้าไปช้า ๆ มองหน้าเธอตลอดเวลา ราวกับตรวจสอบว่าเธอจะรับได้หรือไม่ นลินกัดริมฝีปากแน่น แต่ไม่ผลักไส ไม่ดิ้นรน เธอหลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้ร่างกายปรับตัวกับความแน่นหนาที่แทรกซึมเข้ามา
เขาเริ่มขยับสะโพก เนิบนาบแต่ลึกทุกครั้ง ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยพลังครอบครอง เขาก้มลงจูบคอเธอ ขบเม้มเบา ๆ ที่จุดลับที่สุด จนเธอครางดังขึ้นเล็กน้อย ร่างกายตอบสนองตามธรรมชาติ ขาเกี่ยวเอวเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เสียงหอบ เสียงครางแผ่วเบา เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังแผ่ว ๆ แต่ร้อนแรงจนอากาศในห้องร้อนระอุ
เตโชเร่งจังหวะขึ้นทีละน้อย แรงขึ้น ลึกขึ้น มือใหญ่จับสะโพกเธอแน่นเพื่อควบคุมจังหวะ นลินตัวสั่นระริก มือจิกแผ่นหลังกว้างแน่นขึ้น ครางชื่อเขาด้วยเสียงที่แหบพร่า แต่ไม่มีคำหวานหรือคำสารภาพใด ๆ หลุดออกมา เธอเพียงปล่อยตัวตามกระแสที่เขานำพาไป
เตโชจ้องหน้าเธอตลอดเวลา เขาเห็นความเจ็บปวดที่แฝงมากับความรุ่มร้อน เขาเริ่มขยับสะโพกในจังหวะที่เนิบนาบแต่ลึกซึ้ง ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยพลังแห่งการครอบครอง นลินจิกผ้าปูเตียงแน่น ขาเรียวเกี่ยวเอวเขาไว้โดยอัตโนมัติ เสียงหอบหายใจและเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องในความเงียบ เตโชเร่งจังหวะขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง นำพาเธอไปสู่จุดสูงสุดครั้งแล้วครั้งเล่า จนร่างกายของทั้งคู่สั่นสะท้านและปลดปล่อยความอัดอั้นออกมาพร้อมกัน
[Aftercare – ความอาทรภายใต้ความเฉยเมย]
เมื่อเพลิงรักมอดลง เตโชยังคงกอดร่างบางที่สั่นเทาไว้ในอ้อมแขนแน่น เขาซบหน้าลงกับซอกคอเธอครู่หนึ่ง สูดดมกลิ่นกายที่ชุ่มเหงื่อโดยไม่พูดอะไรสักคำ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นจากตัวเธอช้า ๆ เขาไม่ได้ทิ้งเธอไว้กลางทาง แต่กลับใช้มือใหญ่ประคองหลังเธอให้ลุกนั่งพิงหัวเตียงอย่างระมัดระวังสายตาของเขาเย็นชาแต่กลับกวาดมองร่างกายเธอที่เต็มไปด้วยรอยนิ้วและรอยรักสีกุหลาบที่เขาเป็นคนฝากไว้ เขาหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาซับตามผิวเนียนของเธออย่างเบามือ เริ่มจากใบหน้าที่บอบช้ำ ไล่ลงมาตามลำคอและหน้าอก ท่าทางนั้นไม่ได้อ่อนหวานแบบคนรัก แต่มันคือการดูแลสมบัติชิ้นโปรดที่เขาจะไม่ยอมให้มีตำหนิไปมากกว่านี้
“อย่าขยับ” เขาเอ่ยสั้น ๆ เมื่อเห็นเธอทำท่าจะขวยเขิน
เขาลุกไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีดำตัวใหญ่ของตัวเองมาโยนให้เธอ “ใส่ซะ” คำสั่งสั้นกระชับแต่แฝงด้วยความห่วงใยที่ถูกปกปิดไว้อย่างมิดชิด นลินรับมาสวมช้า ๆ กลิ่นกายของเตโชที่ติดมากับผ้าทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
เตโชเดินไปเปิดขวดน้ำแล้วยื่นให้เธอ “ดื่ม”
นลินจิบน้ำช้า ๆ มือสั่นเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าและอารมณ์ที่เพิ่งผ่านพ้น เธอวางแก้วลง แล้วนั่งนิ่ง มองออกไปนอกหน้าต่างที่แสงจันทร์ยังสาดส่องอยู่
เตโชลุกขึ้นอีกครั้ง หยิบผ้าห่มผืนบางมาคลุมให้เธอ คลุมจนถึงไหล่ แล้วดึงให้แนบตัวเธอให้อุ่นขึ้น เขาไม่ได้พูดอะไรเพิ่ม แค่ยืนมองเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปที่โซฟา หยิบบุหรี่มวนหนึ่งจุดไฟ แล้วสูบเงียบ ๆ โดยหันหลังให้เธอ แต่ไม่เคยห่างจากสายตาเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว
ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด มันคือความเงียบของการยอมรับ และของการดูแลที่เย็นชาแต่แน่วแน่ เตโชอาจไม่เคยพูดคำอ่อนโยน แต่การกระทำของเขาในคืนนี้บอกชัดเจนว่า เขาจะไม่ปล่อยให้ร่างกายหรือหัวใจของเธอต้องเจ็บปวดจากใครอีก… ยกเว้นจากเขาเอง
นลินหลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าครอบงำ ร่างกายยังคงอบอุ่นจากไออุ่นที่เขาทิ้งไว้ให้ เธอรู้ดีว่านี่คือชีวิตใหม่ของเธอ และเธอจะยอมรับมัน… อย่างเงียบงัน
แสงทองยามเช้าทอประกายอาบไล้ไปทั่วคฤหาสน์วรโชติโภคิน บรรยากาศในวันนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกกุหลาบสีขาวนับหมื่นดอกที่ถูกส่งตรงมาจากเนเธอร์แลนด์ ประดับประดาเรียงร้อยไปตามราวบันไดวนและโถงจัดเลี้ยงอย่างวิจิตรบรรจง วันนี้คือวันที่ "ฟันเฟืองสองดวง" ที่ผ่านการขบเคี้ยวและบททดสอบจากพายุลมแรงมาอย่างโชกโชน จะถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบในฐานะคู่ชีวิต[POV: นลิน – รัศมีแห่งหงส์ขาวผู้สง่างาม]ภายในห้องแต่งตัวชั้นบน นลิน นั่งนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ทรงซูเปอร์โมเดลที่สั่งตัดพิเศษจากปารีส ลูกไม้ปักมืออย่างประณีตเน้นส่วนโค้งเว้าของร่างกายที่ดูสะพรั่งขึ้นตามวัยสาว ผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบขึ้นอย่างสง่างามเผยให้เห็นต้นคอระหงที่สวม 'เกียร์ทองคำขาวล้อมเพชร' แทนสร้อยคอเจ้าสาวทั่วไป สัญลักษณ์แห่งความรักที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง"ลิน... สวยมากๆ เลย" มีนา เดินเข้ามาสะกิดไหล่เพื่อนสาวเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความตื้นตัน "พี่เตโชเห็นแล้วต้องหัวใจหยุดเต้นแน่ๆ"นลินอมยิ้มบางๆ ทว่าแววตาซ่อนความประหม่าไว้เล็กน้อย "ลินตื่นเต้นจังมีนา... ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาถึงเร็วแบบนี้""นั่นเพราะเกีย
ท่ามกลางบรรยากาศการเตรียมงานวิวาห์ที่ถูกยกย่องว่าเป็น "งานแห่งทศวรรษ" ของแวดวงสังคมชั้นสูงและวงการวิศวกรรมระดับประเทศ นลิน ในวัย 21 ปีที่กำลังจะก้าวข้ามสถานะจากนิสิตชั้นปีสุดท้ายสู่บทบาทภรรยาอย่างเต็มตัว กลับต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหม่ที่มาในคราบของ "ความโด่งดัง" และ "อำนาจ" ของว่าที่สามี เตโช ในฐานะประธานบริหารหนุ่มเนื้อหอมที่นิตยสารธุรกิจทุกฉบับต้องจองตัวไปขึ้นปก ยิ่งวันสำคัญใกล้เข้ามาเท่าไหร่ กระแสความอิจฉาและพฤติกรรมพยายาม "ลองดี" จากผู้หญิงที่ยังไม่ยอมถอดใจจากชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบคนนี้ก็ยิ่งรุนแรงขึ้น[ห้องเสื้อแบรนด์หรู: รัศมีที่ไม่อาจถูกบดบัง]ภายในห้องเสื้อแบรนด์ดังใจกลางสุขุมวิท กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลิลลี่สีขาวอบอวลไปทั่วพื้นที่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีครีมและทอง นลินยืนนิ่งอยู่บนแท่นไม้โอ๊คเพื่อให้ช่างทำชุดเจ้าสาวบรรจงปักลูกไม้ฝรั่งเศสลงบนโครงชุดราตรีทรงหางปลาสีขาวออฟไวท์ ชุดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อขับเน้นทรวดทรงระหงของเธอให้ดูสง่างามทว่าเย้ายวนในที แสงไฟวอร์มไวท์ตกกระทบลงบนผิวขาวเนียนละเอียดของเธอจนดูราวกับหงส์ขาวที่กำลังจะสยายปีก"คุณนลินคะ... ชุดนี้ส่งเสริมคุณมากจริงๆ ค่ะ สวยจนดิฉันแทบ
เช้าวันจันทร์ที่กรุงเทพมหานครเริ่มต้นด้วยความวุ่นวายของการจราจรที่หนาแน่นและแสงแดดที่เริ่มแผดเผาพื้นถนน ทว่าภายในรถ Range Rover สีดำด้านที่มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมืองกลับมีบรรยากาศที่เงียบสงัดทว่าอุ่นซ่านอย่างประหลาด เตโช นั่งกุมพวงมาลัยด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างกุมมือเรียวบางของ นลิน ไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะโผบินหนีไปอีกครั้ง ใบหน้าคมคายของเขาดูสดใสขึ้นแม้จะยังมีร่องรอยของพิษไข้จางๆ จากการตากฝนที่บ้านสวน แต่แววตาที่เขามองนลินนั้นเต็มไปด้วยความเทิดทูนและ "ความยำเกรง" ในกฎเหล็กที่เธอประกาศกร้าวไว้นลินมองออกไปนอกหน้าต่างรถ เห็นตึกสูงระฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เธอรู้ดีว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกลับมาอยู่ด้วยกัน แต่คือการกลับมาเพื่อสะสางรอยร้าวที่ค้างคาให้จบสิ้นลงเสียที[POV: เตโช – การคืนถิ่นเพื่อสะสางบัญชีอดีต]ทันทีที่รถเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถของอาคาร วรโชติ คอนสตรัคชั่น เตโชก้าวลงจากรถด้วยมาดประธานบริหารหนุ่มที่น่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม เขาเดินโอบเอวนลินก้าวเข้าสู่โถงล็อบบี้อย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาพนักงานนับร้อยที่พากันหยุดนิ่งมอง "ว่าที่นายหญิง" ของบริษัทที่กลับมาเคียงข้
แสงแดดอ่อนยามเช้าที่สาดส่องผ่านรอยแยกของบานเฟี้ยมไม้สักเก่าแก่ภายในบ้านสวนริมน้ำ จังหวัดราชบุรี ดูจะนวลตาและอบอุ่นผิดกับพายุฝนที่โหมกระหน่ำเมื่อคืนวาน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกแก้วและดอกมะลิที่บานสะพรั่งหลังได้รับหยาดฝนโชยมาตามลมเย็นๆ พัดเอาความอับชื้นออกไป ทว่าบรรยากาศภายในห้องนอนไม้ที่ เตโช นอนซมอยู่นั้นกลับอบอวลไปด้วยความตึงเครียดที่มองไม่เห็นร่างสูงใหญ่ของท่านประธานบริหารหนุ่มที่เคยน่าเกรงขาม บัดนี้กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนฟูกหนาที่ปูอยู่บนพื้นไม้ขัดมัน ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบตึงดูซูบเซียวลงไปถนัดตา ริมฝีปากที่เคยออกคำสั่งเฉียบขาดบัดนี้แห้งผากและซีดจางเพราะพิษไข้ที่รุมเร้าจากการนั่งตากฝนข้ามคืนเพื่อพิสูจน์ความสัตย์จริง[POV: นลิน – การกลับมาเป็นผู้คุมเกม]นลิน นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ข้างฟูก มือบางถือถ้วยยาข้าวต้มอุ่นๆ และผ้าชุบน้ำเย็นผืนเล็กที่เธอใช้เช็ดตัวให้เขาตลอดทั้งคืน ดวงตาคู่สวยที่เคยบวมช้ำบัดนี้กลับมานิ่งสงบและเย็นชาจนน่าใจหาย เธอจ้องมองชายหนุ่มที่เพิ่งปรือตาตื่นขึ้นมาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก"ฟื้นแล้วเหรอคะ... พี่เตโช" เสียงของนลินเรียบเนียนแต่บาดลึกเตโชพยายามจะหยัดกายลุกขึ้นนั่ง แต่ควา
สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายที่จังหวัดราชบุรี บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยกลิ่นดินชื้นแฉะและเสียงใบไม้ที่ลู่ไปตามลมพัดแรง แสงสลัวยามเย็นที่ลอดผ่านหมู่เมฆทึบทำให้ทางเข้าบ้านสวนริมน้ำดูเงียบเหงาและอ้างว้างกว่าที่เคย ทว่าความเงียบสงัดนั้นกลับถูกฉีกกระชากด้วยเสียงคำรามของเครื่องยนต์รถ Range Rover สีดำด้านที่พุ่งทะยานผ่านถนนลูกรังเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เตโช กำพวงมาลัยไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาพยัคฆ์ที่เคยนิ่งสงบบัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยความร้อนรนและหยาดน้ำตาที่เขาพยายามสะกดกลั้นเอาไว้เขารู้ดีว่าความผิดของเขาครั้งนี้มันใหญ่หลวงนัก ใหญ่หลวงจน "เกียร์" ที่เขาเคยภาคภูมิใจอาจจะไม่สามารถหมุนกลับมาขบกับ "หัวใจ" ของนลินได้อีกต่อไป[POV: เตโช – เมื่อพยัคฆ์ก้าวเท้าเข้าสู่รังลับของหงส์ขาว]เตโชเหยียบเบรกจนตัวรถสะบัดหยุดกึกอยู่ที่หน้าประตูไม้สักบานใหญ่ของบ้านสวน เขาไม่ได้สนใจร่มที่วางอยู่เบาะหลัง เขาเปิดประตูรถแล้ววิ่งฝ่าสายฝนที่สาดซัดลงมาอย่างหนักมุ่งหน้าสู่ชานเรือนไม้ริมน้ำทันที ร่างกายที่เปียกโชกพยุงความเจ็บช้ำในใจก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น ทว่า... ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้พยัคฆ์หนุ่มหยุดชะงักกึก ราวกับถู
แสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องผ่านบานกระจกสูงระฟ้าของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางสุขุมวิทไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องดูอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย กลับกันมันกลับทำหน้าที่เป็นพยานวัตถุที่ส่องสว่างให้เห็นร่องรอยความแตกสลายที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้อย่างชัดเจน เตโช ก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยสภาพที่ดูแทบไม่ได้ ชุดสูทราคาสูงลิ่วที่เขาสวมใส่ไปงานเลี้ยงความสำเร็จของโครงการบัดนี้ยับยู่ยี่ เนคไทถูกปลดออกและห้อยรั้งอยู่ที่คออย่างหมิ่นเหม่ ใบหน้าคมคายที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจบัดนี้กลับซีดเซียวและมีรอยหมองคล้ำใต้ตาจากการไม่ได้นอนทั้งคืนเขารู้สึกผิด... ผิดจนไม่อาจหาคำบรรยายใดมาลบล้างความรู้สึกติดค้างในใจได้ ความผิดพลาดที่เขาปล่อยให้อดีตอย่างพิมพ์ดาวเข้ามามีบทบาทในปัจจุบันนานเกินไป ความผิดพลาดที่เขาเลือกจะประคอง "มารยา" ของผู้หญิงคนหนึ่งจนลืมนึกถึง "หัวใจ" ของผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิต และที่ร้ายกาจที่สุด... คือเขาโกหกเธอในวินาทีที่เธอกำลังสงสัย โกหกเพื่อตัดรำคาญ ทั้งที่ความจริงมันคือการกรีดแทงซ้ำลงบนรอยร้าวที่เขาสร้างขึ้นเอง"ลินครับ... พี่กลับมาแล้ว พี่ซื้อโจ๊กเจ้าอร่อยที่ลินชอบมาฝากด้วยนะ"เตโชส่งเสียงเรียกพลา
แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านหน้าต่างบานยักษ์ของเพนต์เฮาส์ไม่ได้ทำให้ใจของนลินอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ร่างระหงขยับกายอย่างยากลำบากใต้ผ้าห่มผืนหนา ความปวดร้าวแล่นปราดไปทั่วร่างราวกับจะตอกย้ำเหตุการณ์เมื่อคืนที่ยังคงตราตรึงอยู่ในทุกสัมผัส เธอลุกขึ้นนั่งช้าๆ เสื้อเชิ้ตสีดำตัวโคร่งของเตโชเลื่อนหลุดจากไหล่มน เ
เสียงล้อรถบดกับพื้นถนนคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองดังแสบแก้วหูพอๆ กับเสียงหัวใจของนลินที่เต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ แม้ใบหน้าสวยจะยังคงเรียบเฉยราวน้ำนิ่ง แต่สัมผัสจาบจ้วงดุดันบนรถเมื่อครู่ยังคงทิ้งร่องรอยความร้อนผ่าวไว้บนริมฝีปากและซอกคอ เตโชดับเครื่องยนต์ด้วยแรงอารมณ์ที่ยังไม่มอดดับ เขาไม่ได้หันมามอ
บรรยากาศหลังเลิกเชียร์ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์เต็มไปด้วยความอึดอัด นลินเดินแยกออกมาจากกลุ่มเพื่อนด้วยท่วงท่าที่ยังคงความสง่างาม แม้รอยสีกุหลาบใต้ปกเสื้อจะยังคงเป็นหัวข้อซุบซิบของคนทั้งลานเกียร์ แต่เธอกลับไม่ยอมก้มหน้ายอมรับชะตากรรมเหมือนหมากที่ไร้ค่า นลินใช้ความนิ่งสงบเป็นเกราะกำบัง ดวงตาคู่สวยที่เคยสั่
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านราคาแพงเข้ามาทาบทับเปลือกตาที่บวมช้ำของนลิน เธอขยับกายอย่างยากลำบาก ความรู้สึกปวดร้าวแล่นปราดไปทั่วร่างราวกับถูกรถบรรทุกทับ แผ่นหลังบางสัมผัสกับที่นอนนุ่มที่ยังคงอุ่นจัดด้วยอุณหภูมิร่างกายของคนที่เพิ่งลุกออกไปไม่นานนลินค่อยๆ ยันตัวขึ้นพิงหัวเตียง พลันสายตาก็ปะทะเข้ากับร่







