Home / โรแมนติก / เกมรักวิศวะร้าย / ตอนที่ 7: ภายใต้ร่มเงาเกียร์

Share

ตอนที่ 7: ภายใต้ร่มเงาเกียร์

last update publish date: 2026-03-15 22:01:21

แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านหน้าต่างบานยักษ์ของเพนต์เฮาส์ไม่ได้ทำให้ใจของนลินอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ร่างระหงขยับกายอย่างยากลำบากใต้ผ้าห่มผืนหนา ความปวดร้าวแล่นปราดไปทั่วร่างราวกับจะตอกย้ำเหตุการณ์เมื่อคืนที่ยังคงตราตรึงอยู่ในทุกสัมผัส เธอลุกขึ้นนั่งช้าๆ เสื้อเชิ้ตสีดำตัวโคร่งของเตโชเลื่อนหลุดจากไหล่มน เผยให้เห็นรอยสีกุหลาบเข้มที่กระจายตัวอยู่ตามไหปลาร้าและลาดไหล่

รอยพวกนี้... คือตราประทับที่บอกว่าเธอไม่ใช่ ‘คุณหนูนลิน’ ผู้สูงส่งอีกต่อไป แต่เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในมือวิศวะร้ายอย่างเตโช

แกรก...

ประตูห้องนอนเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของเตโชที่ก้าวเข้ามา เขาอยู่ในชุดนักศึกษาครึ่งท่อนที่ดูเนี้ยบกริบ กางเกงยีนส์สีเข้มและเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถูกพับแขนขึ้นเผยให้เห็นลำแขนแกร่งที่มีเส้นเลือดปูดนูนดูอันตราย กลิ่นสบู่อ่อนๆ ผสมกับกลิ่นเหล้ารัมจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวเขาลอยมาปะทะจมูก

"ตื่นแล้วก็รีบไปจัดการตัวเองซะ พี่ให้เวลา 15 นาที ถ้าช้าแม้แต่วินาทีเดียว พี่จะถือว่าเธออยาก ‘ต่อ’ บทเรียนจากเมื่อคืนที่นี่ แทนที่จะไปมหาวิทยาลัย" เสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่เต็มไปด้วยอำนาจสั่งการ

นลินไม่ได้โต้ตอบ เธอเพียงแต่ก้มหน้านิดๆ แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างว่าง่าย ท่าทางยอมจำนนนั้นทำให้เตโชขมวดคิ้ว เขาคาดหวังจะเห็นความพยศ หรือคำพูดเชือดเฉือนเหมือนอย่างเคย แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นความเงียบสงบที่น่าใจหาย

[POV: เตโช – ความคลั่งรักใต้หน้ากากจอมบงการ]

เตโชจ้องมองแผ่นหลังบางที่หายลับเข้าไปในห้องน้ำ หัวใจของเขากระตุกวูบด้วยความรู้สึกขัดแย้ง เขาชอบที่นลินยอมเชื่อฟัง แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังรังแกตุ๊กตาแก้วที่ไม่มีชีวิตจิตใจ ความคิดที่ว่าเธอทำไปเพียงเพื่อ ‘ชดใช้หนี้ให้พ่อ’ มันทำให้เขารุ่มร้อนอย่างบอกไม่ถูก

เขาอยากให้เธอมองเขาด้วยสายตาอื่นที่ไม่ใช่ความกตัญญูที่ปนไปด้วยความสมเพชตัวเอง เขาอยากจะกระชากเธอเข้ามาจูบให้หายบ้า แต่อีโก้ที่แบกไว้ทำให้เขาทำได้เพียงวางมาดขรึมและออกคำสั่งเถื่อนๆ เพื่อปกปิดความสั่นไหวในใจ

‘ต่อให้เธอจะมองว่าพี่ร้ายแค่ไหน พี่ก็จะไม่ปล่อยเธอไปให้ใครหน้าไหนทั้งนั้นนลิน... โดยเฉพาะในที่ที่มีคนจ้องจะขย้ำเธออย่างมหาวิทยาลัยนั่น’

รถซูเปอร์คาร์แล่นเข้าจอดที่หน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ในเวลาที่เหล่านักศึกษากำลังหนาตา นลินนั่งเกร็งอยู่บนเบาะข้างคนขับ เธอพยายามดึงปกเสื้อนักศึกษาขึ้นให้สูงที่สุด พลางจัดผมยาวสลวยให้ปิดบังรอยแดงที่คอไว้มิดชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้

"ลงไปได้แล้ว และจำไว้..." เตโชเอื้อมมือมาบีบคางมนให้หันมาสบตา แววตาของเขาดุดันและเอาแต่ใจจนนลินลมหายใจสะดุด "ห้ามคุยกับผู้ชายหน้าไหนเกินสามคำ โดยเฉพาะไอ้รุ่นพี่ที่ชื่อภีม ถ้าพี่เห็นเธอรนหาที่... กลับมาที่ห้อง พี่จะลงโทษเธอให้เดินไม่ได้ไปทั้งอาทิตย์!"

"ลินทราบค่ะพี่เต ลินจะทำหน้าที่ของลินให้ดีที่สุด" นลินตอบเสียงแผ่ว พลางค่อยๆ แกะมือเขาออก

เธอก้าวลงจากรถท่ามกลางสายตาซุบซิบของคนทั้งคณะ เสียงกระซิบกระซาบดังแว่วเข้าหูไม่ขาดสายเกี่ยวกับเรื่องที่เธอหายไปกับเตโชเมื่อวาน นลินเดินก้มหน้ามุ่งตรงไปยังกลุ่มเพื่อน แต่ทันทีที่ถึงม้านั่งหินอ่อน เพื่อนสนิทอย่างมีนาก็คว้าแขนเธอไว้ทันที

"ลิน! แกหายไปไหนมาทั้งคืน? แล้วนี่ทำไมต้องใส่เสื้อคลุมหนาขนาดนี้ แดดเมืองไทยร้อนจะตาย" มีนาถามด้วยความเป็นห่วง พลางเอื้อมมือจะมาดึงปกเสื้อของนลินออก

"อย่า!" นลินเผลออุทานเสียงดังจนเพื่อนชะงัก

"มีอะไรเหรอลิน? หรือว่า..." สายตาของมีนาหรี่ลงด้วยความสงสัย ก่อนจะเหลือบไปเห็นเงาร่างสูงของเตโชที่ยืนกอดอกจ้องมองมาจากไกลๆ รังสีความหวงของเขารุนแรงเสียจนคนแถวนั้นไม่กล้าเข้าใกล้นลินเกินรัศมีสามเมตร

[POV: นลิน – การชดใช้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด]

นลินรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงไปตามผิวหนัง ทุกก้าวที่เดินในมหาวิทยาลัยคือการแบกรับความอัปยศที่เธอไม่ได้ก่อ แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกขอบคุณเตโชก็ยังคงทำงานอยู่ลึกๆ เมื่อเห็นสายตาคุกคามของพวกรุ่นพี่ผู้ชายบางคนที่มองมาที่เธออย่างจาบจ้วง แต่กลับต้องหลบวูบทันทีเมื่อปะทะกับสายตาอำมหิตของเตโช

เขาร้าย... เขารังแกเธอ... แต่เขาก็เป็นเกราะกำบังเดียวที่เธอมีในตอนนี้

นลินกำหมัดแน่นใต้โต๊ะเรียน เธอจะอดทน จะยอมเป็น ‘ของ’ ของเขาตามที่เขาต้องการ เพราะนี่คือวิธีเดียวที่จะรักษาเศษเสี้ยวชีวิตที่เหลืออยู่ไว้ได้ แม้ว่าสัมผัสจากเขามันจะทำให้หัวใจของเธอเริ่มถลำลึกจนกู่ไม่กลับแล้วก็ตาม

บ่ายในวันเดียวกัน

บรรยากาศในห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ช่วงบ่ายช่างเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง นลินเลือกมุมที่อับสายตาที่สุดใกล้ชั้นหนังสือด้านในสุดเพื่อหลบเลี่ยงสายตาซุบซิบ เธอพยายามจดจ่ออยู่กับตำราตรงหน้า แต่ในหัวกลับมีแต่ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนและความรู้สึกอุ่นวาบที่เตโชทิ้งไว้ก่อนจากกันเมื่อเช้า

ตึก... ตึก...

เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาหยุดลงตรงหน้าทำให้นลินสะดุ้งสุดตัว เธอกระชับเสื้อคลุมไหมพรมสีเข้มที่สวมทับชุดนักศึกษาไว้แน่นโดยอัตโนมัติ เมื่อเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ

“พี่ภีม...”

“ลิน... พี่ตามหาเราตั้งนาน ไปหาที่คณะเพื่อนเขาก็บอกว่าลินออกมาแล้ว” ภีม รุ่นพี่สายอบอุ่นคนเดิมนั่งลงตรงข้ามเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด “เมื่อคืน... มันเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า? ทำไมลินถึงไปกับผู้ชายคนนั้น แล้วทำไมวันนี้ลินดู... ดูไม่สดใสเลย”

นลินเม้มปากแน่น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก เธออยากจะบอกพี่ภีมให้หนีไปเสีย เพราะรู้ดีว่าเพลิงอาทิตย์ของเตโชนั้นพร้อมจะแผดเผาทุกคนที่เข้าใกล้เธอ “พี่ภีมคะ... ลินสบายดีค่ะ พี่อย่ามายุ่งกับลินเลยจะดีกว่า ลินไม่อยากให้พี่เดือดร้อน”

“เดือดร้อนอะไรลิน? พี่เห็นรอยที่คอเรา... พี่รู้ว่ามันไม่ใช่รอยแมลงกัด” ภีมเอื้อมมือมาหมายจะแตะที่ปกเสื้อของเธอด้วยความห่วงใย “บอกพี่มาเถอะลิน พี่ช่วยเราได้นะ เรื่องเงินหนี้สินของพ่อเรา พี่ก็พอจะ...”

“อย่าค่ะ!” นลินเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว หัวใจเธอเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว “พี่ภีมฟังลินนะคะ ลินขอบคุณในความหวังดีของพี่มาก แต่ลินตัดสินใจแล้ว ลินจะชดใช้หนี้ก้อนนี้ด้วยตัวเอง และคนเดียวที่จะช่วยลินได้... คือเขาค่ะ”

[POV: นลิน – ความเจ็บปวดที่ต้องผลักไส]

นลินมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียใจของภีมด้วยหัวใจที่บีบคั้น เธอรู้ว่าภีมคือทางออกที่แสนอ่อนโยนและปลอดภัย แต่ศักดิ์ศรีและความกตัญญูที่ค้ำคอทำให้เธอเลือกที่จะไม่เห็นแก่ตัว เธอไม่อาจลากภีมลงมาเกลือกกลั้วกับกองเพลิงที่พ่อของเธอก่อไว้ และที่สำคัญ... เธอยอมรับกับตัวเองอย่างน่าอายว่าลึกๆ แล้ว เธอเต็มใจที่จะติดอยู่ในกรงขังของเตโชมากกว่าที่จะไปรับความช่วยเหลือจากใครอื่น

‘ขอโทษนะคะพี่ภีม... ลินเป็นสินค้าที่มีเจ้าของแล้ว และเจ้าของของลิน... เขาไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องลินได้’

[POV: เตโช – พายุหึงที่กำลังก่อตัว]

เตโชยืนหลบมุมอยู่หลังชั้นหนังสือถัดไปเพียงไม่กี่ก้าว มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน แววตาคมปลาบวาวโรจน์ด้วยความคลั่งรักที่ผสมปนเปไปกับโทสะ เขาแอบตามเธอมาตั้งแต่พักเที่ยง เพราะสัญชาตญาณวิศวะร้ายมันบอกว่าไอ้หน้าจืดนั่นต้องหาโอกาสเข้าหา ‘ของรัก’ ของเขาแน่ๆ

และมันก็เป็นอย่างที่คิด! ภาพภีมที่พยายามจะแตะต้องตัวนลินทำให้เตโชแทบจะพุ่งออกไปกระชากคอมันมาซัดให้จมดิน แต่เสียงหวานของนลินที่ยืนยันว่า ‘คนเดียวที่จะช่วยลินได้คือเขา’ กลับทำให้หัวใจที่กระด้างของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง

เธอยอมรับเขา... เธอยอมเป็นของเขาแม้จะเพื่อหนี้สินก็ตาม

แต่นั่นยังไม่พอ! ความขี้หึงและเอาแต่ใจในกมลสันดานสั่งให้เขาต้อง ‘ประกาศศักดา’ ให้ไอ้รุ่นพี่นั่นรู้ซึ้งว่ามันกำลังเล่นอยู่กับไฟระดับไหน!

เตโชก้าวออกมาจากมุมมืด ย่างก้าวหนักแน่นและคุกคามจนบรรยากาศในห้องสมุดเย็นเยือกขึ้นทันที เขาเดินตรงเข้าไปโอบไหล่นลินไว้จากด้านหลังอย่างแรงจนเธอแทบจะจมหายไปในแผงอกเขา

“คุยอะไรกันอยู่เหรอครับ? ดูท่าทางสนิทสนมกันเหลือเกินนะ” เสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่แฝงด้วยความอำมหิตดังขึ้นชิดใบหูนลิน เขากดจูบลงบนขมับของเธออย่างจงใจต่อหน้าภีม “บอกพี่ภีมของเธอไปสิครับนลิน... ว่าเมื่อคืน ‘เจ้าชีวิต’ ของเธอปรนนิบัติเธอดีแค่ไหน จนเธอไม่มีแรงจะไปขอความช่วยเหลือจากใครคนอื่นแล้ว”

“พี่เต! หยุดนะคะ” นลินหน้าแดงซ่านด้วยความอับอาย เธอพยายามจะผละออกแต่กลับถูกวงแขนแกร่งรัดรึงไว้แน่นกว่าเดิม

ภีมลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ “เตโช! ลินไม่ใช่สิ่งของที่คุณจะมาพูดจาดูถูกแบบนี้ได้นะ!”

“สิ่งของหรือเปล่าไม่รู้... แต่ที่แน่ๆ ผมซื้อมาแล้ว และผมก็ใช้ ‘คุ้ม’ ซะด้วย” เตโชแค่นยิ้มหยัน แววตาเย้ยหยันส่งไปให้ภีมอย่างผู้ชนะ “ถ้ายังอยากเรียนจบแบบสงบสุข... เลิกยุ่งกับเมียคนอื่นซะ เพราะผมเป็นคนขี้หวง และสิ่งที่ผมหวงที่สุด... ผมก็พร้อมจะทำลายทุกคนที่กล้ามาแตะ!”

เตโชกระชากแขนนลินให้ลุกขึ้นทันที “กลับ! พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าพี่เห็นเธอคุยกับมันเกินสามคำ... เธอจะต้องเจออะไร!”

นลินก้มหน้ายอมรับชะตากรรม เธอหันไปสบตาภีมเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่บอกให้เขาถอยไปเสีย ก่อนจะถูกพายุร้อนอย่างเตโชลากออกไปจากห้องสมุด ทิ้งไว้เพียงรอยร้าวที่บาดลึกในใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกมรักวิศวะร้าย   ตอนที่ 70: เกียร์นิรันดร์

    แสงทองยามเช้าทอประกายอาบไล้ไปทั่วคฤหาสน์วรโชติโภคิน บรรยากาศในวันนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกกุหลาบสีขาวนับหมื่นดอกที่ถูกส่งตรงมาจากเนเธอร์แลนด์ ประดับประดาเรียงร้อยไปตามราวบันไดวนและโถงจัดเลี้ยงอย่างวิจิตรบรรจง วันนี้คือวันที่ "ฟันเฟืองสองดวง" ที่ผ่านการขบเคี้ยวและบททดสอบจากพายุลมแรงมาอย่างโชกโชน จะถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบในฐานะคู่ชีวิต[POV: นลิน – รัศมีแห่งหงส์ขาวผู้สง่างาม]ภายในห้องแต่งตัวชั้นบน นลิน นั่งนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ทรงซูเปอร์โมเดลที่สั่งตัดพิเศษจากปารีส ลูกไม้ปักมืออย่างประณีตเน้นส่วนโค้งเว้าของร่างกายที่ดูสะพรั่งขึ้นตามวัยสาว ผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบขึ้นอย่างสง่างามเผยให้เห็นต้นคอระหงที่สวม 'เกียร์ทองคำขาวล้อมเพชร' แทนสร้อยคอเจ้าสาวทั่วไป สัญลักษณ์แห่งความรักที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง"ลิน... สวยมากๆ เลย" มีนา เดินเข้ามาสะกิดไหล่เพื่อนสาวเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความตื้นตัน "พี่เตโชเห็นแล้วต้องหัวใจหยุดเต้นแน่ๆ"นลินอมยิ้มบางๆ ทว่าแววตาซ่อนความประหม่าไว้เล็กน้อย "ลินตื่นเต้นจังมีนา... ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาถึงเร็วแบบนี้""นั่นเพราะเกีย

  • เกมรักวิศวะร้าย   ตอนที่ 69: หงส์เตรียมสยายปีก

    ท่ามกลางบรรยากาศการเตรียมงานวิวาห์ที่ถูกยกย่องว่าเป็น "งานแห่งทศวรรษ" ของแวดวงสังคมชั้นสูงและวงการวิศวกรรมระดับประเทศ นลิน ในวัย 21 ปีที่กำลังจะก้าวข้ามสถานะจากนิสิตชั้นปีสุดท้ายสู่บทบาทภรรยาอย่างเต็มตัว กลับต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหม่ที่มาในคราบของ "ความโด่งดัง" และ "อำนาจ" ของว่าที่สามี เตโช ในฐานะประธานบริหารหนุ่มเนื้อหอมที่นิตยสารธุรกิจทุกฉบับต้องจองตัวไปขึ้นปก ยิ่งวันสำคัญใกล้เข้ามาเท่าไหร่ กระแสความอิจฉาและพฤติกรรมพยายาม "ลองดี" จากผู้หญิงที่ยังไม่ยอมถอดใจจากชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบคนนี้ก็ยิ่งรุนแรงขึ้น[ห้องเสื้อแบรนด์หรู: รัศมีที่ไม่อาจถูกบดบัง]ภายในห้องเสื้อแบรนด์ดังใจกลางสุขุมวิท กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลิลลี่สีขาวอบอวลไปทั่วพื้นที่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีครีมและทอง นลินยืนนิ่งอยู่บนแท่นไม้โอ๊คเพื่อให้ช่างทำชุดเจ้าสาวบรรจงปักลูกไม้ฝรั่งเศสลงบนโครงชุดราตรีทรงหางปลาสีขาวออฟไวท์ ชุดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อขับเน้นทรวดทรงระหงของเธอให้ดูสง่างามทว่าเย้ายวนในที แสงไฟวอร์มไวท์ตกกระทบลงบนผิวขาวเนียนละเอียดของเธอจนดูราวกับหงส์ขาวที่กำลังจะสยายปีก"คุณนลินคะ... ชุดนี้ส่งเสริมคุณมากจริงๆ ค่ะ สวยจนดิฉันแทบ

  • เกมรักวิศวะร้าย   ตอนที่ 68: คำสัญญาที่ลานเกียร์

    เช้าวันจันทร์ที่กรุงเทพมหานครเริ่มต้นด้วยความวุ่นวายของการจราจรที่หนาแน่นและแสงแดดที่เริ่มแผดเผาพื้นถนน ทว่าภายในรถ Range Rover สีดำด้านที่มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมืองกลับมีบรรยากาศที่เงียบสงัดทว่าอุ่นซ่านอย่างประหลาด เตโช นั่งกุมพวงมาลัยด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างกุมมือเรียวบางของ นลิน ไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะโผบินหนีไปอีกครั้ง ใบหน้าคมคายของเขาดูสดใสขึ้นแม้จะยังมีร่องรอยของพิษไข้จางๆ จากการตากฝนที่บ้านสวน แต่แววตาที่เขามองนลินนั้นเต็มไปด้วยความเทิดทูนและ "ความยำเกรง" ในกฎเหล็กที่เธอประกาศกร้าวไว้นลินมองออกไปนอกหน้าต่างรถ เห็นตึกสูงระฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เธอรู้ดีว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกลับมาอยู่ด้วยกัน แต่คือการกลับมาเพื่อสะสางรอยร้าวที่ค้างคาให้จบสิ้นลงเสียที[POV: เตโช – การคืนถิ่นเพื่อสะสางบัญชีอดีต]ทันทีที่รถเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถของอาคาร วรโชติ คอนสตรัคชั่น เตโชก้าวลงจากรถด้วยมาดประธานบริหารหนุ่มที่น่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม เขาเดินโอบเอวนลินก้าวเข้าสู่โถงล็อบบี้อย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาพนักงานนับร้อยที่พากันหยุดนิ่งมอง "ว่าที่นายหญิง" ของบริษัทที่กลับมาเคียงข้

  • เกมรักวิศวะร้าย   ตอนที่ 67: กฎเหล็กและบทลงโทษ

    แสงแดดอ่อนยามเช้าที่สาดส่องผ่านรอยแยกของบานเฟี้ยมไม้สักเก่าแก่ภายในบ้านสวนริมน้ำ จังหวัดราชบุรี ดูจะนวลตาและอบอุ่นผิดกับพายุฝนที่โหมกระหน่ำเมื่อคืนวาน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกแก้วและดอกมะลิที่บานสะพรั่งหลังได้รับหยาดฝนโชยมาตามลมเย็นๆ พัดเอาความอับชื้นออกไป ทว่าบรรยากาศภายในห้องนอนไม้ที่ เตโช นอนซมอยู่นั้นกลับอบอวลไปด้วยความตึงเครียดที่มองไม่เห็นร่างสูงใหญ่ของท่านประธานบริหารหนุ่มที่เคยน่าเกรงขาม บัดนี้กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนฟูกหนาที่ปูอยู่บนพื้นไม้ขัดมัน ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบตึงดูซูบเซียวลงไปถนัดตา ริมฝีปากที่เคยออกคำสั่งเฉียบขาดบัดนี้แห้งผากและซีดจางเพราะพิษไข้ที่รุมเร้าจากการนั่งตากฝนข้ามคืนเพื่อพิสูจน์ความสัตย์จริง[POV: นลิน – การกลับมาเป็นผู้คุมเกม]นลิน นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ข้างฟูก มือบางถือถ้วยยาข้าวต้มอุ่นๆ และผ้าชุบน้ำเย็นผืนเล็กที่เธอใช้เช็ดตัวให้เขาตลอดทั้งคืน ดวงตาคู่สวยที่เคยบวมช้ำบัดนี้กลับมานิ่งสงบและเย็นชาจนน่าใจหาย เธอจ้องมองชายหนุ่มที่เพิ่งปรือตาตื่นขึ้นมาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก"ฟื้นแล้วเหรอคะ... พี่เตโช" เสียงของนลินเรียบเนียนแต่บาดลึกเตโชพยายามจะหยัดกายลุกขึ้นนั่ง แต่ควา

  • เกมรักวิศวะร้าย   ตอนที่ 66: ศัตรูหัวใจคนใหม่

    สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายที่จังหวัดราชบุรี บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยกลิ่นดินชื้นแฉะและเสียงใบไม้ที่ลู่ไปตามลมพัดแรง แสงสลัวยามเย็นที่ลอดผ่านหมู่เมฆทึบทำให้ทางเข้าบ้านสวนริมน้ำดูเงียบเหงาและอ้างว้างกว่าที่เคย ทว่าความเงียบสงัดนั้นกลับถูกฉีกกระชากด้วยเสียงคำรามของเครื่องยนต์รถ Range Rover สีดำด้านที่พุ่งทะยานผ่านถนนลูกรังเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เตโช กำพวงมาลัยไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาพยัคฆ์ที่เคยนิ่งสงบบัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยความร้อนรนและหยาดน้ำตาที่เขาพยายามสะกดกลั้นเอาไว้เขารู้ดีว่าความผิดของเขาครั้งนี้มันใหญ่หลวงนัก ใหญ่หลวงจน "เกียร์" ที่เขาเคยภาคภูมิใจอาจจะไม่สามารถหมุนกลับมาขบกับ "หัวใจ" ของนลินได้อีกต่อไป[POV: เตโช – เมื่อพยัคฆ์ก้าวเท้าเข้าสู่รังลับของหงส์ขาว]เตโชเหยียบเบรกจนตัวรถสะบัดหยุดกึกอยู่ที่หน้าประตูไม้สักบานใหญ่ของบ้านสวน เขาไม่ได้สนใจร่มที่วางอยู่เบาะหลัง เขาเปิดประตูรถแล้ววิ่งฝ่าสายฝนที่สาดซัดลงมาอย่างหนักมุ่งหน้าสู่ชานเรือนไม้ริมน้ำทันที ร่างกายที่เปียกโชกพยุงความเจ็บช้ำในใจก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น ทว่า... ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้พยัคฆ์หนุ่มหยุดชะงักกึก ราวกับถู

  • เกมรักวิศวะร้าย   ตอนที่ 65: รังรักที่ว่างเปล่า

    แสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องผ่านบานกระจกสูงระฟ้าของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางสุขุมวิทไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องดูอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย กลับกันมันกลับทำหน้าที่เป็นพยานวัตถุที่ส่องสว่างให้เห็นร่องรอยความแตกสลายที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้อย่างชัดเจน เตโช ก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยสภาพที่ดูแทบไม่ได้ ชุดสูทราคาสูงลิ่วที่เขาสวมใส่ไปงานเลี้ยงความสำเร็จของโครงการบัดนี้ยับยู่ยี่ เนคไทถูกปลดออกและห้อยรั้งอยู่ที่คออย่างหมิ่นเหม่ ใบหน้าคมคายที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจบัดนี้กลับซีดเซียวและมีรอยหมองคล้ำใต้ตาจากการไม่ได้นอนทั้งคืนเขารู้สึกผิด... ผิดจนไม่อาจหาคำบรรยายใดมาลบล้างความรู้สึกติดค้างในใจได้ ความผิดพลาดที่เขาปล่อยให้อดีตอย่างพิมพ์ดาวเข้ามามีบทบาทในปัจจุบันนานเกินไป ความผิดพลาดที่เขาเลือกจะประคอง "มารยา" ของผู้หญิงคนหนึ่งจนลืมนึกถึง "หัวใจ" ของผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิต และที่ร้ายกาจที่สุด... คือเขาโกหกเธอในวินาทีที่เธอกำลังสงสัย โกหกเพื่อตัดรำคาญ ทั้งที่ความจริงมันคือการกรีดแทงซ้ำลงบนรอยร้าวที่เขาสร้างขึ้นเอง"ลินครับ... พี่กลับมาแล้ว พี่ซื้อโจ๊กเจ้าอร่อยที่ลินชอบมาฝากด้วยนะ"เตโชส่งเสียงเรียกพลา

  • เกมรักวิศวะร้าย   ตอนที่ 10: พันธะทาสที่หยิบยื่น

    เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของตึกหรูยังคงเงียบสงัดราวกับถูกแช่แข็งในน้ำแข็งดำสนิท แสงไฟนีออนสีน้ำเงินเย็นเฉียบสาดส่องลงมาเพียงพอให้เห็นเงาของร่างบางที่คุกเข่าอยู่บนพื้นหินอ่อนเย็นยะเยือก นลินก้มหน้าต่ำ มือเรียวที่เคยสั่นเมื่อต้องเขียนเช็คชำระหนี้พ่อ ตอนนี้กำแน่นจนเล็บจิกเนื้อฝ่ามือแดงฉ่ำ หยาดน้ำตาไหลรินไม่ห

  • เกมรักวิศวะร้าย   ตอนที่ 9: บ่วงกรรมที่ไม่มีวันจบสิ้น

    เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในเพนต์เฮาส์กลับมาเงียบเชียบอีกครั้งหลังจากพายุเสน่หาที่แสนดุดันผ่านพ้นไป เตโชออกไปตั้งแต่เช้ามืด ทิ้งให้นลินนอนจมอยู่บนเตียงกว้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเอาแต่ใจ เธอขยับตัวลุกขึ้นด้วยความอ่อนเพลีย เสื้อเชิ้ตสีดำของเตโชที่สวมทับกายไว้ดูจะตัวใหญ่กว่าเดิมเมื่อเทียบกับความบอ

  • เกมรักวิศวะร้าย   ตอนที่ 8: กรงขังแห่งพันธนาการ

    เสียงปิดประตูเพนต์เฮาส์ดังสนั่นหวั่นไหวพอๆ กับแรงอารมณ์ของคนที่ลากนลินเข้ามา เตโชเหวี่ยงร่างระหงไปที่โซฟากลางห้องอย่างไร้ความปราณี แรงเหวี่ยงทำให้นลินถลาลงไปกองกับพื้นนุ่ม เธอไม่ได้ร้องออกมาสักคำ มีเพียงดวงตาคู่สวยที่สั่นระริกมองดูชายหนุ่มที่กำลังเดินพล่านอยู่กลางห้องราวกับเสือร้ายที่ติดจารีตเตโชกร

  • เกมรักวิศวะร้าย   ตอนที่ 6: พันธะร้ายใต้รอยบาป (NC++)

    เสียงสะอื้นที่เคยดังระงมจนตัวโยนค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงความเงียบหนักอึ้งที่ปกคลุมห้องเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด นลินนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำสนิท ขาทั้งสองข้างพับเก็บแนบอกในท่าคุดคู้ ราวกับพยายามทำให้ร่างกายที่บอบช้ำนี้เล็กลงจนไม่มีใครสังเกตเห็น ดวงตาคู่สวยบวมช้ำแดงก่ำ หยาดน้ำตาใสยังคงเอ่อล้นออกมาเป็น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status