LOGINบรรยากาศช่วงพักเที่ยงที่คณะวิศวกรรมศาสตร์เต็มไปด้วยความคึกคัก นลินเดินแยกออกมาจากตึกเรียนเพียงลำพังเพื่อไปหาที่นั่งสงบ ๆ รอเวลาเข้าเรียนช่วงบ่าย หัวใจของเธอวันนี้ดูจะเบาสบายขึ้นกว่าทุกวัน เพราะคำสัญญาที่เตโชมอบให้เมื่อคืนมันเหมือนน้ำทิพย์ที่ชโลมลงบนแผลเหวอะหวะในใจเธอ
ทว่า... ความสุขมักจะอยู่กับเธอได้ไม่นานนัก
"นลิน! ลินลูก!"
เสียงที่คุ้นเคยแต่กลับชวนให้สันหลังวาบดังขึ้นจากมุมมืดหลังต้นจามจุรีใหญ่ นลินชะงักกึก ร่างระหงสั่นเทาขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นสภาพของ ธนา ที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาดูซูบผอมกว่าเดิม เสื้อผ้าหลุดลุ่ย แววตาลนลานเหมือนคนหนีตาย
"คุณพ่อ... มาที่นี่ทำไมคะ?" นลินกระซิบเสียงเครือ พลางกวาดสายตามองรอบข้างด้วยความหวาดระแวง กลัวว่า 'ใครบางคน' จะมาเห็นเข้า
"ลิน พ่อขอโทษที่ตบลูกวันนั้น พ่อขาดสติจริงๆ" ธนาโผเข้ามากอดแขนลูกสาวไว้แน่น "แต่ตอนนี้พ่อไม่มีที่ไปแล้วลูก พวกมันตามฆ่าพ่อถึงบ้าน พ่อเข้าบ้านไม่ได้เลย พ่อต้องการเงินอีกแค่ห้าแสน... ห้าแสนเท่านั้นลิน แล้วพ่อจะหนีไปอยู่ต่างจังหวัด จะไม่กลับมาให้ลูกเห็นหน้าอีกเลย"
"ห้าแสน? ลินจะไปเอามาจากไหนคะพ่อ พี่เตเพิ่งให้มาสามแสนเมื่อวานนี้เองนะ!" นลินพยายามสะบัดแขนออก น้ำตาเริ่มคลอหน่วย "พ่อสัญญากับลินแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าครั้งนั้นคือครั้งสุดท้าย!"
"ก็ตอนนั้นพ่อคิดว่ามันจะพอไง! แต่ไอ้พวกนั้นมันคิดดอกเบี้ยโหด ลิน... ลูกไปขอคุณเตโชอีกครั้งนะ แค่ห้าแสนสำหรับเขามันเศษเงินชัด ๆ หรือไม่... ลูกก็เอาสร้อยมุกของแม่ที่ลูกเก็บไว้ไปขายสิ!"
คำพูดนั้นเหมือนตบหน้าซ้ำลงบนแผลเดิม นลินมองชายตรงหน้าด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรง เขากล้าแม้กระทั่งจะให้เธอขายของดูต่างหน้าชิ้นสุดท้ายของแม่เพื่อไปถมหลุมพนันที่ไม่รู้จักเต็ม
นลินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ความกตัญญูที่เธอเคยมีมันกำลังถูกความเห็นแก่ตัวของธนากัดกินจนเหลือเพียงความว่างเปล่า เธอนึกถึงคำพูดของเตโชที่ว่า ‘อย่าเอาตัวเข้าแลกเพื่อใครคนอื่นอีก’ และความอ่อนโยนที่เขาพยายามมอบให้เมื่อคืน
'ลินขอโทษนะคะพ่อ... แต่ลินทำตามที่พ่อขอไม่ได้อีกแล้ว' นลินเม้มปากแน่น ความสงบนิ่งที่เตโชเคยสอนเริ่มทำงาน "ลินให้ไม่ได้ค่ะพ่อ และลินจะไม่ขอพี่เตเพื่อพ่ออีกแล้ว พ่อกลับไปเถอะค่ะ"
"อีลิน! มึงกล้าดียังไงฮะ! ลืมไปแล้วเหรอว่าใครเลี้ยงมึงมา!" ธนาที่เห็นว่าลูกสาวไม่ยอมตามใจเหมือนทุกครั้งก็เริ่มเปลี่ยนสีหน้า แววตาละโมบเปลี่ยนเป็นอาฆาต เขาเงื้อมือขึ้นอีกครั้งด้วยความเคยชิน
เตโชยืนกอดอกอยู่หลังเสาตึกคณะไม่ไกลนัก แววตาคมปลาบวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่รุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ เขาแอบตามเธอมาเพราะสังหรณ์ใจแปลก ๆ และสิ่งที่เขาเห็นมันทำให้เขาอยากจะหักคอไอ้แก่ตรงหน้าทิ้งเสียเดี๋ยวนี้
ภาพนลินที่ยืนตัวสั่นแต่พยายามเข้มแข็งเพื่อปฏิเสธคนเลวอย่างธนามันทำให้เขาภูมิใจ... แต่ภาพธนาที่กำลังจะลงมือกับเธออีกครั้งมันทำให้เขาฟิวส์ขาด!
เตโชก้าวออกมาจากเงามืด ย่างก้าวของเฮดว้ากปี 4 หนักแน่นและทรงพลังจนนักศึกษาที่เดินผ่านไปมาถึงกับต้องหยุดมอง กลิ่นอายความตายแผ่ออกมารอบกายเขา
"ถ้ามือสกปรกของมึงแตะต้องเธออีกแม้แต่นิดเดียว... กูรับรองว่ามึงจะไม่มีโอกาสได้ใช้มือนั้นนับเงินอีกต่อไป!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องไปทั่วลานจอดรถ นลินหันขวับมามอง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความตกใจและหวาดกลัว ทว่าเมื่อเห็นว่าเป็นเตโช เธอกลับโผเข้าหาเขาโดยอัตโนมัติ เตโชวาดวงแขนแกร่งโอบรัดเอวบางไว้แน่น แสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผยต่อหน้าทุกคน
"คุณเตโช... คือผม..." ธนาหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาราวกับลูกนก
"กูเตือนมึงแล้วใช่ไหมธนา... ว่าอย่ามาวุ่นวายกับ 'คนของกู' อีก" เตโชสืบเท้าเข้าหาธนาช้า ๆ สายตาคมดุจใบมีดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ขลาดกลัว "เงินสามแสนเมื่อวานถือว่าเป็นค่าเลี้ยงดูที่มึงเคยให้เธอ แต่นับจากวินาทีนี้... มึงกับนลินไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก และถ้ากูเห็นมึงมาป้วนเปี้ยนแถวนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว... กูจะให้ลูกน้องกูส่งมึงไปอยู่กับเจ้าหนี้ในนรกเอง!"
เตโชคว้าคอเสื้อธนาแล้วเหวี่ยงออกไปอย่างแรงจนชายแก่ล้มกลิ้งลงบนพื้นคอนกรีต ก่อนจะหันมามองนลินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันคือความโกรธที่ระคนไปด้วยความห่วงใยจนแทบกระอัก
"กลับคอนโดกับพี่เดี๋ยวนี้ นลิน!"
(หลังจากเตโชเหวี่ยงธนาล้มลงและพานลินเดินออกมา)
ในขณะที่เตโชกำลังจะลากนลินกลับไปที่รถสปอร์ตสีดำของเขา ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มอีกคนก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้ แววตาที่ดูนิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยความกังวลนั้นจ้องตรงมาที่นลิน
“ลิน! เป็นอะไรหรือเปล่า พี่เห็นเหตุการณ์เมื่อกี้หมดแล้ว” ภีม นั่นเอง เขาเดินเข้ามาใกล้ด้วยความเป็นห่วง ท่าทีของเขาทำให้เตโชบดกรามแน่นและกระชับอ้อมกอดที่เอวนลินให้แน่นขึ้นไปอีก
“ไม่ต้องยุ่ง... นี่เรื่องของฉันกับนลิน” เตโชคำรามเสียงต่ำ แววตาของเฮดว้ากปี 4 พร้อมจะปะทะกับทุกคนที่เข้าใกล้คนของเขา
“พี่ภีม...” นลินพึมพำเสียงแผ่ว “ลินไม่เป็นไรค่ะ พี่ภีมอย่ามีเรื่องกับพี่เตเลยนะคะ”
ภีมมองนลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร เขารู้ดีว่านลินกำลังแบกรับอะไรอยู่ และเขาก็อยากจะช่วยเธอให้หลุดพ้นจากพันธนาการของเตโช
แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองสว่างไสวเหนือผืนน้ำอันดามันที่ดูสงบเงียบจนน่าประหลาด เสียงนกนางนวลร้องระงมคลอไปกับเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหากราบเรือยอร์ชลำหรูอย่างแผ่วเบา ภายในห้องสวีทส่วนตัวที่เพิ่งผ่านพายุรักอันเร่าร้อนมาตลอดทั้งคืน บรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเทียนหอมที่มอดดับไปแล้ว และกลิ่นอายความเสน่หาที่ยังไม่จางหายนลิน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งที่ช่วงเอวทำให้เธอรู้ว่ายังคงอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของ เตโช เธอขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็ต้องครางออกมาเบาๆ เมื่อความเจ็บแปลบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่องรอยสีกุหลาบจางๆ ที่ประดับอยู่ตามลาดไหล่และเนินอกที่โผล่พ้นขอบผ้าห่ม เป็นหลักฐานชั้นดีถึง "บทลงโทษ" ที่พยัคฆ์หนุ่มมอบให้เธออย่างดุดันเมื่อคืนนี้[POV: นลิน – ความหวานที่ปนความเข็ดหลาบ]นลินลอบมองใบหน้าคมคายของเตโชยามหลับใหล ยามนี้เขาดูไม่มีพิษสงเหมือนเฮดว้ากจอมโหดหรือพยัคฆ์ขี้หึงคนเมื่อคืนเลย ขนตาหนาเป็นแพและลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอทำให้เขามีเสน่ห์จนเธอเผลอเอื้อมมือไปลูบแก้มสากระคายของเขาเบาๆ"พี่เตนะพี่เต... หวงโหดขนาดนี้ ลินจะกล้าใส่ชุดทูพีชอีกได้ยังไง" นลินคิดพลางอมยิ้มแก้
เสียงประตูห้องสวีทบนเรือยอร์ชถูกปิดลงพร้อมเสียงล็อกที่ดังคลิกทว่าหนักแน่นราวกับเสียงปิดกรงขัง เตโช ยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากต้นแขนเรียวบางของ นลิน เขาจูง (หรือแทบจะลาก) เธอเข้ามากลางห้องด้วยใบหน้าที่ถมึงทึง รังสีความโกรธและความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องที่เปิดแอร์ฉ่ำกลับดูร้อนระอุขึ้นมาในพริบตา"พี่เต... ลินเจ็บนะคะ ปล่อยก่อน" นลินอุทานเบาๆ พยายามแกะมือหนาที่กำรอบแขนเธอออก แต่ทว่ายิ่งเธอดิ้น เขากลับยิ่งกระชับแรงบีบมากขึ้น[POV: เตโช – เมื่อพยัคฆ์หนุ่มตบะแตกเพราะความหวง]เตโชหยุดกะทันหันแล้วหันมาจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนราวกับมีไฟสุมอยู่ข้างใน ภาพร่างบางในชุดทูพีชสีขาวที่อวดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนกลางหาดทราย ท่ามกลางสายตาโลมเลียของพวกผู้ชายแถวนั้นยังคงติดตาเขาจนสติแทบขาดผึ่ง"เจ็บเหรอ? แล้วลินรู้ไหมว่าพี่ 'เจ็บ' กว่าที่ต้องยืนดูเมียตัวเองโชว์เนื้อหนังให้ไอ้พวกหน้าหม้อพวกนั้นดู!" เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดไรฟัน "ลินคิดอะไรอยู่? อยากลองใจพี่ หรืออยากจะประกาศให้โลกรู้ว่านลิน วรโชติโภคิน มีของดีแค่ไหน!"นลินเม้มปากแน่น แววตาซุกซนในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความประหม่าเมื่อเห็นว่าพยัค
แสงแดดจ้าของเช้าวันใหม่สาดส่องลงบนพื้นผิวน้ำทะเลอันดามันจนดูเหมือนเศษกระจกที่แตกกระจายระยิบระยับ แม้บรรยากาศจะดูผ่อนคลายในสายตานักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ที่ไซต์งาน "Phuket Smart City" กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด เตโช ยืนกอดอกมองกลุ่มคนงานที่ยังคงยืนกรานประท้วงเรื่องระบบความปลอดภัยและค่าแรงที่ยังไม่โปร่งใสจากกลุ่มอิทธิพลเก่า"ถ้าวันนี้ปั้นจั่นไม่เดินเครื่อง เราจะเสียเวลาไปอีกอาทิตย์หนึ่งเต็มๆ" เตโชสบถเบาๆ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ"เอาน่าไอ้เต... มึงลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้มึงมี 'ตัวช่วย' ระดับพระกาฬ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวลงจากรถโฟร์วีล ภีมอยู่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะแขนสั้นสีน้ำเงินเข้มที่ดูทะมัดทะแมง ผิดกับมาดนักธุรกิจจอมวางแผนที่กรุงเทพฯ[POV: ภีม – เมื่อพยัคฆ์พี่ชายลงสนาม]ภีมกวาดสายตามองไปรอบไซต์งานด้วยสัญชาตญาณของวิศวกรและนักบริหารที่เจนโลก เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาเดินเล่น แต่เขามาเพื่อ "จบเกม" ที่เจ้าสัวประจักษ์ทิ้งปมไว้ให้รุ่นน้องอย่างเตโช"เต... มึงไปจัดการเรื่องเอกสารตรวจสอบบัญชีที่มึงเจอมา ส่วนเรื่อง 'คน' และ 'หน้างาน' ตรงนี้... กูจัด
แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วผืนน้ำอันดามันที่ทอประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดเพชร เรือยอร์ชหรูลำมหึมาทอดสมออยู่นิ่งท่ามกลางสายลมเฉื่อยฉิว บนดาดฟ้าเรือที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชื่นมื่นของ ภีม และ มีนา บัดนี้เหลือเพียงความเงียบสงัดที่แฝงไปด้วยความเร้าอารมณ์ เมื่อ เตโช และ นลิน นั่งเคียงข้างกันอยู่บนโซฟาบุนวมตัวยาวเตโชกุมมือนลินไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างบอบบางตรงหน้าจะสลายกลายเป็นฟองคลื่น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ไม่ได้เห็นมานานหลายสัปดาห์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา[POV: เตโช – พยัคฆ์หนุ่มผู้พ่ายแพ้ต่อความรัก]"ลินครับ... พี่ขอโทษจริงๆ นะเรื่องรูปถ่ายนั่น พี่ไม่คิดเลยว่าลดาจะกล้าทำขนาดนี้" เตโชเอ่ยเสียงพร่าพลางยกมือนลินขึ้นมาจูบที่หลังมือเบาๆ "พี่สาบานได้ว่าพี่ไม่เคยแตะต้องตัวผู้หญิงคนนั้นเลยแม้แต่ปลายนิ้ว... ใจพี่มีไว้ให้ลินคนเดียว"นลินมองสบตาคมกริบที่บัดนี้ดูอ่อนโยนจนเธอใจละลาย เธอเห็นรอยคล้ำใต้ตาและผิวที่เข้มขึ้นจากการตรากตรำทำงานหนักที่ภูเก็ตแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ "ลินรู้แล้วค่ะพี่เต... ถ้าลินไม่เชื่อใจพี่เต ลินคงไม่บินลงมาหาพี่ถึงที่นี่หรอก"เธอขยับตัวเข้าไปซบที่อกแกร่ง สูดดมกลิ่นก
หยาดฝนโปรยปรายเหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯ ดูเหมือนจะตอกย้ำความหม่นหมองในหัวใจของ นลิน หลังจากที่เธอได้รับรูปถ่ายปริศนาจากภูเก็ต รูปที่ทำลายความเชื่อใจของเธอจนเกือบพังทลาย แต่ทว่า... หงส์ขาวอย่างเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้ต่อแผนการตื้นๆ ของใคร"ลิน... เก็บของเสร็จหรือยัง? เครื่องจะออกในอีกสองชั่วโมงนะ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับร่างสูงในชุดลำลองกางเกงขาสั้นเสื้อเชิ้ตลายฮาวายที่ดูผ่อนคลายทว่าแววตากลับคมกริบนลินเงยหน้าขึ้นจากกระเป๋าเดินทาง "พี่ภีม... พี่ภีมจะไปจริงๆ เหรอคะ? ลินเกรงใจพี่จังเลย""เกรงใจอะไรกันจ๊ะลิน มีนาต่างหากที่ต้องขอบคุณลินที่หาเรื่องให้ได้ไปเที่ยวทะเลกับพี่ภีมแบบนี้" มีนา เดินเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มสดใส เธอช่วยนลินปิดกระเป๋าเดินทาง "งานนี้มีนาไม่ยอมให้ยัยเลขานั่นมาคาบพี่เตโชไปหรอกนะ ทีมเมียหลวงต้องรวมตัวกันค่ะ!"[POV: ภีม – พี่ชายจอมวางแผนและองครักษ์จำเป็น]ภีมมองน้องสาวด้วยความเอ็นดูผสมความห่วงใย เขาได้รับรายงานเรื่องพฤติกรรมของ 'ลดา' มาจากสายสืบที่ภูเก็ตแล้ว และเขาก็รู้ดีว่าเจ้าสัวประจักษ์ (พ่อของเขาเอง) กำลังเล่นสนุกกับความอดทนของเตโช"ไอ้เตโช.
แสงแดดแผดเผายามเที่ยงวันของจังหวัดภูเก็ตดูจะร้อนแรงกว่าที่กรุงเทพฯ หลายเท่าตัว ไอร้อนระอุพุ่งขึ้นจากพื้นถนนลูกรังภายในไซต์งาน "Phuket Smart City" จนมองเห็นภาพสั่นไหวระยิบระยับ เตโช ยืนอยู่บนเนินดินสูง มือหนึ่งถือแบบแปลนแผ่นใหญ่ที่กางออกสู้กับลมทะเลที่พัดกรรโชก ใบหน้าคมคายที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้เริ่มมีรอยคล้ำแดดและหยดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมลงมาถึงคางเขาขมวดคิ้วแน่นเมื่อจ้องมองไปยังหลุมฐานรากอาคาร A ที่ถูกทิ้งร้างไว้ตั้งแต่วันที่เขามาถึง เครื่องจักรราคาแพงหลายเครื่องจอดสงบนิ่งราวกับเศษเหล็กไร้ค่า ท่ามกลางเสียงบ่นพึมพำของคนงานที่ยังคงจับกลุ่มประท้วงอยู่ลึกๆ แม้เขาจะสำรองจ่ายค่าแรงไปแล้วบางส่วนก็ตาม[พยัคฆ์หนุ่มกลางสมรภูมิวิศวะ]เตโชพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหืด เขาไม่ได้นอนมาเกือบสองคืนเต็มเพื่อไล่ตรวจเช็ครายการพัสดุที่ถูกเบิกออกไปแต่ไม่เคยมาถึงไซต์งานจริง เขาพบรอยรั่วขนาดใหญ่ในระบบจัดซื้อที่เจ้าสัวประจักษ์ "จงใจ" ทิ้งไว้ให้เขาแก้ปัญหา"คุณลุงไม่ได้แค่ทดสอบความรู้... แต่ท่านกำลังทดสอบว่าผมจะทนแรงกดดันจากคนเลวรอบข้างได้แค่ไหน" เตโชกระชับ 'เกียร์สีทอง' ของนลินที่คล้องอยู่ที่คอผ่านเนื้อผ้







