Partager

พิธีปักปิ่น

last update Date de publication: 2025-02-12 17:24:49

มิใช่แค่ขันที แม้แต่เหล่าราชทูตและองค์ชายจากแคว้นต่างๆ ก็ล้วนตกตะลึง ในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีฮ่องเต้พระองค์ใดเสด็จมาร่วมงานปักปิ่นขององค์หญิงต่างแคว้น!

มังกรนั้นสูงส่งเกินไป... จะมาเฝ้าดูการเติบโตของลูกหงส์น้อยได้อย่างไร?

นั่นคือสิ่งที่ทุกคนคิด แต่สำหรับฮ่องเต้หวังเฟิ่งแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

"คารวะฝ่าบาท"

เสียงทุ้มของ “ฮ่องเต้มู่หรงกวง” แห่งเจียงหนานดังขึ้น ดวงเนตรลึกล้ำมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ยากจะประเมิน

"ข้าขออภัยที่มิอาจจัดเตรียมการต้อนรับให้สมพระเกียรติ ด้วยไม่คาดคิดว่าฝ่าบาทจะเสด็จมางานปักปิ่นของบุตรสาวข้าด้วยพระองค์เอง"

ถ้อยคำแฝงความหมายลึกซึ้ง ทั้งประหลาดใจและคาดการณ์มิถึง

ทว่า หวังเฟิ่ง เพียงโค้งศีรษะเล็กน้อย สุรเสียงราบเรียบไร้เยื่อใย ทว่าแฝงนัยยะอันลึกซึ้ง

"มิเป็นไร เพื่อบุตรสาวของท่าน ข้าหาได้ลำบากไม่"

เขามิได้ลำบากจริงๆ เพราะครั้งนี้เขามิได้มาเพียงเพื่อมิตรภาพระหว่างแคว้น แต่มาเพื่อ 'บางสิ่ง' ที่เขาต้องการจากจักรพรรดิผู้นี้ และ 'บางคน' ที่เขาต้องการทวงคืน

จากนั้นขันทีของแคว้นเจียงหนานนำเสด็จหวังเฟิ่งไปยังพระที่นั่งที่จัดเตรียมไว้ให้ ข้างกายมีบุรุษในอาภรณ์สีเขียวอ่อนติดตามมา

ดวงตาคมกริบของบุรุษข้างกันลอบสำรวจงานตรงหน้า ก่อนจะเอนกายเข้าไปใกล้พระเชษฐา พลางเอ่ยกลั้วหัวเราะ

"ข้าไม่ยักรู้ว่าเสด็จพี่โปรดปรานงานปักปิ่นของสตรีเช่นนี้"

หวังเฟิ่งมิได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงปรายเนตรมองน้องชายของตน ส่วนหวังหย่งนั้นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะลดเสียงลง

"เสด็จพี่ไม่ต้องกังวล ข้าไม่แตะต้องของๆ ท่านหรอก"

ดวงตาสีทองของหวังหย่งทอประกายเจ้าเล่ห์

"ข้าเพียงแค่อยากรู้ว่า... ว่าที่พี่สะใภ้ของข้านั้นเป็นเช่นไรก็เท่านั้น"

หวังเฟิ่งชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที! เพียงเท่านั้น หวังหย่งก็แสยะยิ้ม นัยน์ตาฉายแววรู้ทัน ถึงจะปิดบังไว้ลึกเพียงใดแต่เขาคือพระอนุชาที่เติบโตเคียงข้างพระเชษฐา ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่เขามองไม่ออก

ไม่นานนักพิธีปักปิ่นก็ได้เริ่มต้นขึ้น ท้องพระโรงถูกประดับประดาด้วยผ้าไหมสีมงคล บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสวยงาม

ร่างระหงของมู่หรงเซียวได้ปรากฏขึ้นท่ามกลางสายตานับร้อย นางอยู่ในอาภรณ์สีม่วงเข้มแซมริ้วทอง ลวดลายดอกโบตั๋นอันวิจิตรงดงาม สีที่แสดงถึงศักดิ์ศรีและความสูงศักดิ์แห่งราชวงศ์ เคียงข้างนางคือฮองเฮาหวงจินเหลียน พระมารดาผู้เลอโฉมของนาง

สตรีสองนางก้าวเดินออกมาราวกับเทพธิดาจุติลงมาเดินบนโลกมนุษย์ เหล่าองค์ชายจากแคว้นต่างๆ จับจ้องไปที่องค์หญิงน้อยเจ้าของพิธีด้วยสายตาหลงใหล ไม่อาจละไปจากรูปโฉมที่งามล่มเมืองนั้นได้

ทว่า... ในหมู่ข้าราชบริพารของแคว้นต้าชิง กลับเต็มไปด้วยสีหน้าที่ชวนอึดอัด มิใช่เพราะนางงามเกินไป แต่มันเป็นเพราะใบหน้าขององค์หญิงมู่หรงเซียวนั้น ดูคล้ายกับใครบางคนมากเกินไป

หากมองเพียงผิวเผิน คงไม่อาจแยกออก ทว่าสำหรับคนที่รู้จักสตรีผู้นั้นดี พวกเขามั่นใจว่า... มันเหมือนกันมากเสียจนขนลุก

เพียงแต่สตรีผู้นั้นควรจะอยู่ในวัยกลางคนแล้ว และสตรีผู้นั้นได้จากโลกนี้ไปนานแล้ว!

มู่หรงเซียวรับรู้ถึงสายตานับร้อยที่จับจ้องมายังนาง แต่กลับมีเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่ตรึงนางไว้ไม่อาจละสายตาได้

ดวงตาสีทอง... ดั่งแสงแห่งอรุณรุ่ง ดวงตาที่เย็นเยียบแต่เต็มไปด้วยพลังอำนาจ แฝงไว้ด้วยบางสิ่งที่นางอ่านไม่ออก

นางค่อยๆ ไล่สายตาขึ้นมองบุรุษในอาภรณ์สีทองลายมังกรห้าเล็บ สง่างาม ประหนึ่งราชันย์เหนือราชันย์ ใบหน้าหล่อเหลาประดุจหยกสลัก ดวงตาดุจเหยี่ยวที่จับจ้องมาที่นางราวกับพญามังกรที่กำลังเพ่งมองสิ่งที่เป็นของตน

เพียงแค่สบตา ลมหายใจของนางพลันสะดุด บุรุษผู้นั้นที่เจอกันที่โรงน้ำชามาทำอะไรที่นี่กัน อย่าบอกนะว่า...

"มังกรห้าเล็บ..."

ในใต้หล้า มีเพียง "จักรพรรดิ" เท่านั้นที่สามารถสวมใส่อาภรณ์ลายนี้ได้!

"ฮ่องเต้ต้าชิงเสด็จมางานปักปิ่นของข้า... ด้วยพระองค์เองหรือ?"

มู่หรงเซียวกำมือแน่นอย่างไม่เข้าใจ เหตุใดมังกรผู้สูงส่งเช่นพระองค์ จึงต้องมาเฝ้าดูการเติบโตของหงส์น้อยอย่างนาง?

พิธีปักปิ่นเริ่มต้นขึ้นภายใต้สายตาของเหล่าผู้ร่วมงาน

องค์หญิงมู่หรงเซียว คุกเข่าลงต่อแท่นบูชา กราบไหว้ฟ้าดินและดวงวิญญาณของบรรพบุรุษ ขอพรให้ชีวิตในวัยผู้ใหญ่เปี่ยมด้วยความสุข ความเจริญ และได้รับการปกป้องจากเคราะห์ภัยทั้งปวง

จากนั้นฮองเฮาหวงจินเหลียน พระมารดาผู้สูงศักดิ์ได้ก้าวเข้ามาประคองพระธิดาไว้ด้วยแววตาอ่อนโยน

พระนางหยิบปิ่นหยกขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ก่อนจะใช้มันปักลงบนเรือนผมขององค์หญิงอย่างแผ่วเบา เครื่องประดับหยกล้ำค่าถูกสวมใส่ให้นางในฐานะสตรีผู้เติบโตแล้ว

"บัดนี้ องค์หญิงได้เข้าสู่วัยผู้ใหญ่ และพร้อมสำหรับการรับผิดชอบชีวิตของตนเองแล้ว"

สุรเสียงของหวงจินเหลียนนั้นอ่อนโยนทว่าแฝงไปด้วยความตื้นตัน

"เจ้าเป็นคนสำคัญของแคว้น ขอให้วันข้างหน้าของเจ้าราบรื่น"

ดวงตาของพระมารดาคลอไปด้วยหยาดน้ำใส เด็กซุกซนของนางกำลังเติบโตขึ้นเป็นสตรีเต็มตัวแล้ว

แต่สิ่งที่ทำให้นางหนักใจคือ หลังจากวันนี้ คงมีบุรุษมากมายเข้าหาบุตรสาวของนาง

เพียงแค่คิด หัวใจก็พลันสลาย...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เกิดใหม่ครานี้ ไม่ขออยู่เคียงข้างท่านอีก   ชดเชยให้สมบูรณ์ 2/2

    “โปรดอย่าหยุด...หวังเฟิ่ง” “ได้ ข้าให้ตามคำที่เจ้าขอ” หวังเฟิ่งประคองสะโพกของหญิงสาวขึ้นมา แล้วแทรกตัวเข้าไปจนสุดทาง ทั้งสองร้องครางออกมาพร้อมกันทันที “เซียวเอ๋อร์...ข้า” “ทำตามที่ใจท่านปรารถนาเถิด หวังเฟิ่ง” ชายหนุ่มโยนความอดกลั้นทั้งหมดทิ้งไป แล้วสะบัดเอวเข้าไปทันที แรกเริ่มเขาเพียงต้องการให้นางปรับตัวได้ แต่ยิ่งสอดใส่มากขึ้นเท่าใด ความเสียวซ่านก็ยิ่งทวีขึ้นทุกขณะ ชายหนุ่มมองร่างอวบอิ่มที่นอนอยู่เบื้องล่าง ตอนนี้ทรวงอกคู่งามกำลังสั่นไหวตามจังหวะรักที่เขากำลังกระแทกเข้าไปไม่หยุด มู่หรงเซียวปรือตามองเขา ขณะที่สองมือกำลังจิกหมอนจนแน่น สองแก้มของนางแดงก่ำราวกับผลผิงกั่ว “เซียวเอ๋อร์...เจ้าช่างดียิ่ง” หวังเฟิ่งกัดริมฝีปากขณะที่กระแทกเอวเข้าไปถี่ๆ เขาเงยหน้าขึ้นสูดลมหายใจ ขณะที่แก่นกายแกร่งสัมผัสกับกลีบดอกไม้งามของภรรยา มู่หรงเซียวทำได้เพียงส่ายหน้าไปมาบนหมอน แล้วปล่อยให้ร่างกายและจิตใจถูกหวังเฟิ่งชักนำไปตามที่เขาต้องการ ขณะที่ความร้อนตรงจุดเชื่อมประสานยิ่งทวีขึ้นเรื่อยๆ นางใช้สองขาเกี่ยวเอวของเขาไว้

  • เกิดใหม่ครานี้ ไม่ขออยู่เคียงข้างท่านอีก   ชดเชยให้สมบูรณ์ 1/2

    ขบวนเสด็จของมู่หรงเซียวเดินทางเข้าสู่ต้าชิงอย่างสมพระเกียรติ นางมิใช่เพียงองค์หญิงแห่งเจียงหนานอีกต่อไป แต่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นหงส์เคียงข้างมังกรพิธีอภิเษกถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ทั่วทั้งเมืองหลวงต้าชิงเต็มไปด้วยสีแดงแห่งความมงคล ประชาชนต่างพากันเฉลิมฉลองทว่าภายในใจของผู้เป็นเจ้าของบัลลังก์มังกรนั้นกลับสงบนิ่ง ไม่ใช่เพราะไร้ความรู้สึก หากแต่เป็นเพราะรอคอยวันนี้มานานจนมิอาจกล่าวเป็นคำพูดได้ยามราตรี หวังเฟิ่งและมู่หรงเซียวทอดพระเนตรไปยังท้องฟ้ากว้าง ราวกับต้องการให้แสงจันทร์เป็นพยานแห่งโชคชะตา ครั้งหนึ่งเคยพลาดพลั้ง คำสัญญาที่เคยล่มสลาย บัดนี้ทุกสิ่งกำลังจะถูกชดเชยให้สมบูรณ์“ข้าเคยคิดว่าข้าจะไม่มีวันได้รับโอกาสแก้ไขอดีต”หวังเฟิ่งเอื้อนเอ่ยเสียงแผ่ว พลางกุมมือนางไว้แน่น“แต่แล้วโชคชะตาก็พาเจ้ากลับมา”มู่หรงเซียวยิ้มบาง ทว่าดวงตากลับสะท้อนความรู้สึกที่ลึกซึ้ง“ข้าเองก็เคยคิดว่า ข้าจะไม่มีวันให้อภัยท่านอีก”หวังเฟิ่งชะงักไปชั่วขณะ มือที่กุมมือนางไว้ยังคงมั่นคง แต่ดวงตากลับแฝงไว้ด้วยความลังเล“แล้วตอนนี้เล่า?”มู่หรงเซียวมองสบดวงตาสีทองนั้นอย่างแน่วแน่ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความอบอุ่น“ข

  • เกิดใหม่ครานี้ ไม่ขออยู่เคียงข้างท่านอีก   ทำตามสัญญา

    ณ ประตูเมืองต้าชิง ขบวนราชทูตจากแคว้นเจียงหนานยืนเรียงรายอยู่เบื้องหลังของมู่หรงเซียว รถม้าและกองทหารพร้อมเดินทางกลับแคว้น แต่ถึงแม้ทุกอย่างจะพร้อม นางกลับยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเบื้องหน้าของนางคือหวังเฟิ่ง ฮ่องเต้ผู้ทรงอำนาจของแคว้นต้าชิง ดวงตาสีทองของเขาจับจ้องมู่หรงเซียวแน่วแน่ ราวกับต้องการจดจำนางให้ลึกลงไปในหัวใจ"เจ้าต้องกลับไปจริงๆ หรือ?""ข้ามีหน้าที่ของข้าที่ต้องทำ เสด็จพ่อและเสด็จแม่รอข้าอยู่"หวังเฟิ่งถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพยักหน้า ด้วยตัวเขานั้นยังมีภารกิจที่จะต้องเร่งฟื้นฟูบ้านเมือง ทำให้เขาจำต้องยมปล่อยมือนางไปชั่วคราว"ข้าเข้าใจ... เจ้าควรกลับไป""หน้าที่ของข้าสิ้นสุดลงแล้ว... แต่หากวันหนึ่งท่านต้องการให้ข้ากลับมา"หวังเฟิ่งนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะคลี่ยิ้มบาง"ข้าจะไปหาเจ้า แต่เจ้าต้องรอข้า""ข้ารอท่านได้... แต่ท่านต้องไม่มาช้าจนข้าแต่งออกเรือนไปเสียก่อน"ดวงตาของหวังเฟิ่งทอแสงอันตรายขึ้นทันที"เจ้ากล้าหรือ?"มู่หรงเซียวยกยิ้มบาง"หากท่านช้าไปจริงๆ ข้าก็อาจต้องพิจารณา""อย่าหวังเลย"หวังเฟิ่งก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาของเขาฉายแววมุ่งมั่นและจริงจัง"ข้าจะไม่ยอมให้

  • เกิดใหม่ครานี้ ไม่ขออยู่เคียงข้างท่านอีก   กลับบ้าน

    ไทเฮามองภาพตรงหน้า นางกัดฟันแน่น"น่าขยะแขยง! ความรักของพวกเจ้าเป็นเรื่องงี่เง่า ความเชื่อใจเป็นเพียงคำโกหก เจ้าไม่สมควรได้รับความสุข! เจ้าต้องเจ็บปวดเหมือนที่ข้าเคยเจ็บปวด!"ภายในตำหนักเย็นที่ถูกปกคลุมด้วยความหนาวเหน็บ แสงจากตะเกียงริบหรี่สะท้อนเงาของหญิงผู้เคยครอบครองอำนาจสูงสุดของแผ่นดินไทเฮา... บัดนี้มิใช่ "มารดาแห่งแผ่นดิน" อีกต่อไปหลังจากที่ความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย นางถูกปลดจากฐานะไทเฮา ถูกกักบริเวณให้ใช้ชีวิตที่เหลือไปกับความอ้างว้าง ไม่มีอำนาจ ไม่มีผู้คนให้ความเคารพ ไม่มีสิ่งใดหลงเหลือให้นางยึดเหนี่ยวเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นหน้าตำหนัก บานประตูถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของบุรุษที่เคยเรียกนางว่า ‘มารดา’"เสด็จแม่...""หึ... ตอนนี้เจ้ายังกล้าเรียกข้าว่าเสด็จแม่อยู่อีกหรือ?"ไทเฮาหัวเราะเย้ยหยัน แม้น้ำเสียงจะเต็มไปด้วยความขมขื่น"ข้าเป็นเพียงสตรีเฒ่าที่ถูกกักขังอยู่ที่นี่ รอวันหมดลมหายใจ ไยต้องแสร้งทำเป็นเมตตาข้า?"หวังเฟิ่งมองนางอย่างไม่แสดงอารมณ์ใดๆข้ามิได้มาเพื่อแสร้งเมตตา แต่ข้ามาเพื่อให้ท่านยอมรับผิดและข้าจะให้โอกาสสุดท้าย หากท่านสำนึกผิด ข้ายังอาจให้ท่านได้อยู่อ

  • เกิดใหม่ครานี้ ไม่ขออยู่เคียงข้างท่านอีก   ให้อภัย

    "ว่าอย่างไรนะ!?"มู่หรงเซียวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ"ข้าขโมยเขามาจากสนมคนหนึ่ง สนมที่อดีตฮ่องเต้โปรดปรานที่สุด""...""แต่เจ้ารู้หรือไม่ ว่าข้าไม่ได้ขโมยเขามาเพราะรัก ข้าแค่ต้องการอำนาจ แต่เด็กคนนั้นโตขึ้นมาและปฏิเสธที่จะมอบอำนาจให้แก่ข้า"มู่หรงเซียวยังคงนิ่งเงียบ นางเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้ว"ข้าสนับสนุนเขาขึ้นเป็นไท่จื่อ ตั้งแต่ยังเยาว์วัย ข้าอบรมเขา ให้เขาทำตามที่ข้าต้องการ แต่เขากลับทรยศข้า! เขาปฏิเสธตระกูลหลิวและอีกหลายตระกูลที่อยู่ฝั่งของข้า ไม่มอบอำนาจให้ญาติฝ่ายข้า แม้กระทั่งหลังจากขึ้นครองราชย์ เขาก็ไม่ยอมให้ข้าแตะต้องอำนาจของเขาแม้แต่น้อย"ความเคียดแค้นฉายชัดในแววตาของไทเฮา"และเพราะเหตุนี้ ข้าจึงต้องการทำให้เขาเจ็บปวดที่สุด สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บปวดได้มากที่สุด...ก็คือเจ้า เซียวหยางมี่"แต่ก่อนที่ไทเฮาจะได้เอ่ยเอื้อนประโยคต่อไป เสียงฝีเท้าหนักแน่นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าตำหนัก"เสด็จแม่!"ประตูถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของหวังเฟิ่งที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับองครักษ์คู่ใจ พระเนตรสีทองของเขาเต็มไปด้วยโทสะ นัยน์ตาแดงก่ำ ราวกับถูกโหมด้วยเพลิงไฟจากภายในเขาได้ย

  • เกิดใหม่ครานี้ ไม่ขออยู่เคียงข้างท่านอีก   ถูกยั่วยุ

    หลังจากการต่อสู้อันดุเดือดกินเวลานานกว่าครึ่งคืน ศัตรูที่บุกเข้ามาถูกสังหารและขับไล่ออกไปจนหมด ศึกกบฏจบลง ชาวบ้านต้าชิงรอดพ้นจากภัยพิบัติครั้งใหญ่แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับคืนสู่ความสงบ องค์หญิงมู่หรงเซียวกลับหายตัวไป ร่างของนางถูกลักพาตัวไปในยามวิกาล โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้เมื่อมู่หรงเซียวได้สติ นางพบว่าตัวเองถูกกักขังอยู่ในตำหนักลับที่ไม่คุ้นเคยแสงไฟในห้องสลัว กลิ่นกำยานหอมกรุ่นลอยฟุ้งปะปนไปกับกลิ่นสมุนไพรจางๆ อากาศภายในตำหนักชวนให้อึดอัด ราวกับมีเงาของสิ่งชั่วร้ายแฝงตัวอยู่เบื้องหน้าของนางคือสตรีวัยกลางคนผู้เปี่ยมไปด้วยอำนาจ อาภรณ์ของนางปักลวดลายมังกรหงส์อย่างวิจิตร“ไทเฮา!”มู่หรงเซียวเม้มปากแน่น แม้นางจะถูกจับมาโดยไม่รู้ตัว แต่นางยังคงรักษาความสงบนิ่งของตนเองเอาไว้สตรีผู้นั้นมองนางนิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา"เจ้าช่างเหมือนนางเหลือเกิน"แม้มู่หรงเซียวจะไม่ได้เอ่ยคำใด แต่ภายในใจของนางรู้ดีว่า ไทเฮาหมายถึงผู้ใด"อย่ามาแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ข้ารู้แล้วว่าเจ้าคือเซียวหยางมี่ ที่มาเกิดใหม่ด้วยอาคมของหวังเฟิ่ง!"เสียงของไทเฮาดังขึ้นเรื่องๆ น้ำเสียงของหญิงวัยกลางคนนั้นแฝงไปด

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status