เกิดใหม่ครานี้ ไม่ขออยู่เคียงข้างท่านอีก

เกิดใหม่ครานี้ ไม่ขออยู่เคียงข้างท่านอีก

last updateآخر تحديث : 2025-02-17
بواسطة:  อิ่น เยว่مكتمل
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 تصنيف. 1 review
48فصول
12.1Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

"เซียวหยางมี่...เจ้าเคยรักข้าหรือไม่?" "หวังเฟิ่ง...ข้ามิอาจตอบท่านได้ เพราะแม้แต่ตัวข้าเอง ก็ยังไม่แน่ใจ" เซียวหยางมี่ เคยเป็นพระชายาขององค์ไท่จื่อแห่งแคว้นต้าชิง นางมอบทั้งชีวิตและหัวใจให้กับบุรุษที่เป็นดั่งดวงตะวันของนาง แต่สุดท้ายกลับต้องตายลงด้วยความสิ้นหวัง ถูกตราหน้าว่าเป็นสตรีใจร้ายที่สังหารลูกในครรภ์ของตนเอง ชาติภพใหม่ นางกลับมาในฐานะ มู่หรงเซียว องค์หญิงแห่งแคว้นเจียงหนาน ราชทูตผู้มีภารกิจสำคัญ ทว่าโชคชะตากลับพานางมาพบกับ หวังเฟิ่ง อีกครั้ง จักรพรรดิแห่งต้าชิง ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยทอดทิ้งนางอย่างไม่ไยดี เมื่ออดีตถูกเปิดเผย ความจริงถูกเปิดโปง หัวใจที่เคยแหลกสลายจะสามารถกลับมาประสานกันได้หรือไม่? ความรักที่เต็มไปด้วยรอยแผล และพันธสัญญาที่ถูกผูกมัดด้วยโชคชะตา... สุดท้ายแล้ว พวกเขาจะสามารถเอ่ยคำว่า ‘เราจะไม่ปล่อยมือกันอีก’ ได้จริงหรือไม่?

عرض المزيد

الفصل الأول

บทนำ

“เจ็บ”

เสียงของสตรีเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาจากตำหนักเย็นที่อยู่ด้านท้ายสุดของวังหลวง ร่างอ่อนแอของ “เซียวหยางมี่” สั่นเทาด้วยความเจ็บปวด

ร่างกายและจิตใจที่ได้รับจากการสูญเสียบุตรในครรภ์เปรียบดั่งคมมีดที่กรีดลึกลงในใจ ชีวิตของนางอับแสงลงทุกขณะ สำนึกเดียวที่ยังหลงเหลือ คือภาพอดีตอันขมขื่นที่ฉุดนางให้ร่วงหล่นสู่จุดต่ำสุดของโชคชะตา

"องค์ไท่จื่อ ท่านให้คำมั่นกับข้าได้หรือไม่ หากข้ายอมแต่งงานกับท่าน ท่านจะดีกับข้า จะดูแลข้าเพียงผู้เดียว จะไม่มีผู้ใดมาแทนที่ข้าได้"

เซียวหยางมี่รู้อยู่แก่ใจว่าการแต่งงานกับเชื้อพระวงศนั้นย่อมมิอาจครอบครองสวามีไว้เพียงลำพัง ยิ่งเป็นองค์ไท่จื่อแห่งแคว้นต้าชิง นางยิ่งไม่อาจหวังถึงความมั่นคง

แต่ถึงกระนั้นเซียวหยางมี่ก็ยังอยากยึดถือสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้เป็นหลักประกัน ด้วยนางเป็นถึงบุตรีของราชครู นางมีทั้งศักดิ์และศรี หากเขาให้คำตอบที่นางมิอาจยอมรับได้ เช่นนั้นนางก็จะปฏิเสธการแต่งงานนี้

"ข้ารับปากเจ้า... ในฐานะบุรุษที่ชื่อหวังเฟิ่ง หาใช่องค์ไท่จื่อแห่งแคว้นต้าชิง"

ด้วยคำมั่นในวันนั้นขององค์ไท่จื่อ นางจึงต้องมาจมอยู่กับความทุกข์ระทมเช่นวันนี้...

ตอนแรกหวังเฟิ่งทำตามคำมั่นสัญญา ดูแลนางเป็นอย่างดีดังที่สัญญาไว้ แต่เมื่อกาลเวลาผันผ่าน การเข้ามาของพระสนมคนใหม่ “หลิวหงหลัน” กลับเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งไปอย่างสิ้นเชิง ความโปรดปรานที่เคยมีก็แปรเปลี่ยน สายตาผู้คนรอบกายก็แปรผัน โดยเฉพาะองค์ไท่จื่อ

สุดท้าย เซียวหยางมี่ ถูกใส่ร้ายจนถูกขับไสสู่ตำหนักเย็น แม้ว่าจะเคยตั้งครรภ์และได้สูญเสียบุตรขององค์ไท่จื่อไป ตั้งแต่นั้นมา นางก็ไม่เคยได้รับแม้แต่เศษเสี้ยวความเหลียวแลอีกเลย

ครั้งสุดท้ายที่สบตากัน สายตาของหวังเฟิ่งนั้นดูเย็นชาและห่างเหิน เขาเดินผ่านนางไป โดยมีหลิวหงหลันอยู่เคียงข้าง อิงแอบแนบชิดราวกับภาพในวันวาน...ที่ตรงนั้นเคยเป็นของเซียวหยางมี่มาก่อน

"หากท่านสิ้นรัก ลืมเลือนทุกความสัมพันธ์ เช่นนั้นตัวข้าก็จักลืมทุกสิ่งเช่นกัน ไม่ว่าชาติภพใด... ขออย่าได้พบพานกันอีก"

ผ้าแพรเนื้อละเอียดถูกพาดไว้บนขื่อ เงาแห่งความเงียบงันปกคลุมทั่วตำหนัก และเมื่อลมหายใจสุดท้ายดับสิ้น ทุกคนในตำหนักก็ได้รับรู้ถึงการจากไปของ “เซียวหยางมี่” อดีตพระชายาแห่งองค์ไท่จื่อแห่งแคว้นต้าชิง

นางจากไปแล้ว... จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

หน้าที่และความจงรักภักดีต่อราชวงศ์ถูกนางละทิ้งไปอย่างไม่ใยดี เหลือไว้เพียงคำสัตย์ปฏิญาณที่ไม่มีวันเป็นจริงอีกต่อไป

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

Ploy Panyapat
Ploy Panyapat
เรื่องนี้ไม่สมกับชื่อเรื่องเลย สุดท้ายแล้วก็..รักเค้า พอ รักเดียวด็จริงแต่ไม่สามารถทำตามคำสัญญาที่จะดูแลนออย่างดีเพียงคนเดียวได้ นอ ขอพรก่อนตายไม่ขอพบเจอพออีกทุกภพทุกชาติก็ไม่สมหวังอีก ชาติเดียวก็ดลับมาเจอกันละ อ่านไปแบบอึดอัด แต่ทนอ่านจนจบแค่อยากรู้ว่าจะลงเอยยังไง
2025-09-14 16:26:12
2
0
48 فصول
บทนำ
“เจ็บ”เสียงของสตรีเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาจากตำหนักเย็นที่อยู่ด้านท้ายสุดของวังหลวง ร่างอ่อนแอของ “เซียวหยางมี่” สั่นเทาด้วยความเจ็บปวดร่างกายและจิตใจที่ได้รับจากการสูญเสียบุตรในครรภ์เปรียบดั่งคมมีดที่กรีดลึกลงในใจ ชีวิตของนางอับแสงลงทุกขณะ สำนึกเดียวที่ยังหลงเหลือ คือภาพอดีตอันขมขื่นที่ฉุดนางให้ร่วงหล่นสู่จุดต่ำสุดของโชคชะตา"องค์ไท่จื่อ ท่านให้คำมั่นกับข้าได้หรือไม่ หากข้ายอมแต่งงานกับท่าน ท่านจะดีกับข้า จะดูแลข้าเพียงผู้เดียว จะไม่มีผู้ใดมาแทนที่ข้าได้"เซียวหยางมี่รู้อยู่แก่ใจว่าการแต่งงานกับเชื้อพระวงศนั้นย่อมมิอาจครอบครองสวามีไว้เพียงลำพัง ยิ่งเป็นองค์ไท่จื่อแห่งแคว้นต้าชิง นางยิ่งไม่อาจหวังถึงความมั่นคงแต่ถึงกระนั้นเซียวหยางมี่ก็ยังอยากยึดถือสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้เป็นหลักประกัน ด้วยนางเป็นถึงบุตรีของราชครู นางมีทั้งศักดิ์และศรี หากเขาให้คำตอบที่นางมิอาจยอมรับได้ เช่นนั้นนางก็จะปฏิเสธการแต่งงานนี้"ข้ารับปากเจ้า... ในฐานะบุรุษที่ชื่อหวังเฟิ่ง หาใช่องค์ไท่จื่อแห่งแคว้นต้าชิง"ด้วยคำมั่นในวันนั้นขององค์ไท่จื่อ นางจึงต้องมาจมอยู่กับความทุกข์ระทมเช่นวันนี้...ตอนแรกหวังเฟิ่งทำตามคำมั่นส
اقرأ المزيد
หนีเที่ยว
รัชศกหวังเฟิ่งที่สิบห้า ณ แคว้นเจียงหนาน..."องค์หญิง! ท่านจะเสด็จออกไปนอกวังไม่ได้เพคะ อีกถึงเดือนก็จะถึงพิธีปักปิ่นแล้ว ตอนนี้ท่านควรอยู่เตรียมพร้อมที่ในวังหลวง!""ชิงหลิง เจ้าจะวิตกไปไยกับพิธีปักปิ่น ข้าเพียงแค่ออกไปเที่ยวเล่นสักประเดี๋ยว หากเจ้าไม่แพร่งพราย เสด็จพ่อเสด็จแม่ย่อมไม่ล่วงรู้หรอก"องค์หญิงน้อยในอาภรณ์ของบุรุษถกเถียงกับข้ารับใช้ แม้จะแต่งกายเยี่ยงบุรุษ แต่ดวงตาสีเขียวนิลทอประกายเจิดจ้าและเรือนเกศาดำขลับกลับไม่อาจกลบรัศมีความงามที่เป็นเอกลักษณ์ของสตรีไปได้"องค์หญิง...!""ข้าไปล่ะ สัญญาว่าจะกลับก่อนตะวันตกดิน"ยังไม่ทันให้ข้ารับใช้ได้เอ่ยทัดทาน องค์หญิงน้อยก็พลันพุ่งตัวกระโดดข้ามกำแพงหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและลมหายใจติดขัดของชิงหลิงที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากทอดถอนใจ...ณ ตลาดคนเดิน ใจกลางเมืองหลวงแห่งแคว้นเจียงหนาน ถนนหนทางกว้างขวาง เปิดโอกาสให้ทั้งผู้สัญจรและรถม้าเดินทางได้อย่างสะดวก แม้สองข้างทางจะเรียงรายไปด้วยแผงลอยนานาชนิด แต่บรรยากาศกลับไม่แออัด มีเพียงความคึกคักที่แฝงไว้ด้วยความเป็นระเบียบ แคว้นเจียงหนานดูสงบ มิได้วุ่นวายเช่นแคว้นอื่น“มู่หรงเซียว” ผู้ลงทุนปลอมต
اقرأ المزيد
พบตัวนางแล้ว
ทันทีที่ได้ยินชื่อแคว้น มู่หรงเซียวพลันขมวดคิ้ว"คุณชายน้อย ไม่ทราบว่าเคยเดินทางไปแคว้นต้าชิงหรือไม่?"ศิลปินรูปงามเอ่ยถามด้วยความสนใจใคร่รู้"แน่นอนว่าย่อมไม่เคยไป"มู่หรงเซียวตอบอย่างตรงไปตรงมา มิได้โกหกแต่อย่างใด นางไม่เคยออกจากเมืองหลวงของแคว้นเจียงหนานด้วยซ้ำ สำหรับพระธิดาองค์เดียวที่ประสูติจากฮ่องเต้และฮองเฮา แล้ว แค่ได้เดินเล่นในตลาดก็นับว่ามากเกินพอแล้ว...หลังจากเป็นแบบวาดภาพเหมือนเสร็จ ทั้งสองก็แยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตนมู่หรงเซียว ใช้ความว่องไวปีนรั้วกลับเข้าวังอย่างคล่องแคล่วโดยไร้ผู้ใดล่วงรู้ นางยืดตัวขึ้นปัดฝุ่นบนอาภรณ์ พลางยิ้มอย่างภาคภูมิใจที่แผนการลอบออกจากวังสำเร็จไปได้ด้วยดี"องค์หญิง!"เสียงหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่ ชิงหลิง ข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์จะก้าวเข้ามาประชิดตัว ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด"เพคะ! หากผู้ใดล่วงรู้ขึ้นมาว่าท่านหนีออกไปนอกวัง จะให้หม่อมฉันทำอย่างไรเพคะ!"มู่หรงเซียวหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยักไหล่"ข้ากลับมาแล้วมิใช่หรือ? อีกอย่าง ข้าสัญญาแล้วว่าจะไม่ให้ใครจับได้"แม้จะเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ แต่ก็ต้องทนฟังชิงหลิงบ่นเป็นระยะเวลาหนึ่งเค่อเต็มๆ ก่อนที่นา
اقرأ المزيد
ไม่อยากแต่งงาน
วันนี้ฮองเฮา “หวงจินเหลียน” ได้แวะมาเยี่ยมเยียน “องค์หญิงมู่หรงเซียว” บุตรสาวของตนถึงตำหนักด้วยความรักใคร่พระนางทรงฉลองพระองค์สีแดงเหลือบทอง งดงามสูงศักดิ์ ปิ่นปักผมหงส์ทองประดับบนมวยผมอย่างวิจิตร ทุกย่างก้าวสง่างามสมตำแหน่งสตรีผู้เป็นศูนย์กลางแห่งวังหลังแม้จะทรงเป็นสตรีวัยกลางคนแล้ว แต่หวงจินเหลียนยังคงความงามอ่อนช้อยตามแบบฉบับสตรีแห่งเจียงหนาน ดวงพักตร์อ่อนโยนแต่เปี่ยมด้วยอำนาจ นัยน์ตาสีดำขลับลึกล้ำ ทว่าแฝงไว้ด้วยเสี้ยวหนึ่งของเชื้อสายแคว้นต้าชิงมู่หรงเซียวได้รับรู้อยู่เสมอว่าพระมารดาของตนนั้นมีสายเลือดต้าชิงอยู่ในกายเสี้ยวหนึ่ง แม้จะมิได้เอ่ยถึงบ่อยครั้งก็ตามหากกล่าวว่าสตรีที่งดงามที่สุดในแคว้นเจียงหนานคือฮองเฮา เช่นนั้นคงไม่ใช่เรื่องแปลกที่องค์หญิงจะทรงได้รับสิริโฉมอันโดดเด่นมาจากพระนาง"คารวะเสด็จแม่"เสียงหวานดังขึ้น มู่หรงเซียวก้าวออกมาต้อนรับพระมารดาด้วยท่าทีอ่อนช้อย แม้จะเพิ่งกลับจากการหนีเที่ยวมาไม่กี่วัน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าพระมารดา นางกลับวางกิริยาได้อย่างสมบูรณ์แบบ"เซียวเซียวของแม่ เจ้าเตรียมพร้อมสำหรับพิธีปักปิ่นแล้วหรือยัง?"น้ำเสียงอ่อนโยนของ ฮองเฮาหวงจินเหลียน เอื
اقرأ المزيد
มู่หรงเยวี่ยน
เสียงหวานอุทานออกมาอย่างตกใจ คนที่ยืนกอดอกมองนางด้วยสายตาดุกร้าว มิใช่ใครอื่น แต่เป็นองค์ชายมู่หรงเยวี่ยน พระเชษฐาผู้เถรตรงยิ่งกว่าไม้บรรทัดของขุนนางเสียอีก ครั้งนี้นางคงมิรอดถูกลากกลับวังเป็นแน่!หมดกัน อิสรภาพของวันนี้...แต่มู่หรงเซียวยังไม่ยอมแพ้หรอกนะ"ละเว้นข้าสักวันได้หรือไม่เพคะ เสด็จพี่?"มู่หรงเซียวเปลี่ยนน้ำเสียงออดอ้อน ดวงตากลมโตฉายแววอาลัยอาวรณ์"พรุ่งนี้ข้าต้องเข้าพิธีปักปิ่นแล้ว อาจถูกจับแต่งงานเมื่อใดก็ไม่รู้... ข้าอยากชมทิวทัศน์ของเจียงหนานให้เต็มตาสักครั้งเถิด""ไม่ได้!"แม้คำปฏิเสธของพระเชษฐาจะดูไร้ซึ่งเยื่อใย แต่เจ้าตัวไม่ยอมแพ้ง่ายๆ มู่หรงเซียวเบี่ยงกายเข้าใกล้ ก่อนจะคว้าหมับเข้าที่แขนเสด็จพี่ ของนาง"ถือว่าข้าขอเถอะเพคะ! หากท่านระแวง เช่นนั้นก็ไปกับข้าก็ได้"มู่หรงเยวี่ยนขมวดคิ้วมุ่น ดวงเนตรคมกริบฉายแววครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจอย่างจำนน"ก็ได้..." เสียงทุ้มต่ำตอบรับ"แต่ห้ามทำตัวซุกซน ไม่เช่นนั้นข้าจะพากลับวังทันที""ย่อมได้!"องค์หญิงตัวแสบยิ้มกว้าง ก่อนจะคล้องแขนพี่ชายแน่นราวกับกลัวเขาจะเปลี่ยนใจค่ำคืนนี้ มู่หรงเซียวได้ลากมู่หรงเยวี่ยนมายังโรงน้ำชาแห
اقرأ المزيد
สบตามังกร
แต่เป็นกลิ่นของสิ่งใดกัน? คล้ายกำยานจันทน์หอม ทว่ามีความเย็นเยียบเจือปนบางเบา ราวกับไอหมอกในยามรุ่งสาง"อึก!"มัวแต่เหม่อจนไม่ทันระวัง เท้าบางก้าวพลาดไปเบื้องหน้า และก่อนที่ร่างของนางจะร่วงลงสู่พื้น"หมับ!"ฝ่ามือใหญ่ของใครบางคนได้คว้าแขนของนางไว้แน่ สัมผัสอบอุ่นประคองร่างนางไว้อย่างมั่นคง และกลิ่นหอมประหลาดที่นางเพิ่งสูดเข้าจมูกเมื่อครู่ ก็ลอยอวลอยู่ตรงนี้จากตัวบุรุษผู้นี้"ขอบคุณท่านมาก"มู่หรงเซียวเงยหน้าขึ้น เสียงของนางแม้จะมั่นคงดี แต่หัวใจกลับเต้นแรงผิดจังหวะภาพที่ปรากฏในสายตาคือบุรุษผู้หนึ่งที่มีรูปร่างสูงใหญ่ สง่างาม ดวงตาสีทองลึกล้ำราวกับพญาเหยี่ยว จ้องมองลงมาด้วยแววตายากจะหยั่งถึงราวกับสายลมอันเยียบเย็นปะทะเข้ากับผิวกาย ดวงตาคู่นั้นแม้จะสว่างไสว ทว่าแฝงไว้ด้วยความหนักแน่นและอำนาจอันน่าหวาดหวั่นสายตาที่จับจ้องราวกับ... นางเคยทำสิ่งใดให้เขาโกรธเคืองมาก่อน"เอ่อ... คุณชาย ปล่อยข้าได้แล้วขอรับ"บุรุษนิรนามยังคงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปล่อยมือนางไปในที่สุด"อาเซียว มีอันใดหรือ ทำไมสีหน้าของเจ้าดูไม่ดีเลย?"เสียงของมู่หรงเยวี่ยนดังขึ้น พร้อมกับร่างของพระเชษฐาที่ก้าวมาหานาง"ข้า..
اقرأ المزيد
พิธีปักปิ่น
มิใช่แค่ขันที แม้แต่เหล่าราชทูตและองค์ชายจากแคว้นต่างๆ ก็ล้วนตกตะลึง ในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีฮ่องเต้พระองค์ใดเสด็จมาร่วมงานปักปิ่นขององค์หญิงต่างแคว้น!มังกรนั้นสูงส่งเกินไป... จะมาเฝ้าดูการเติบโตของลูกหงส์น้อยได้อย่างไร?นั่นคือสิ่งที่ทุกคนคิด แต่สำหรับฮ่องเต้หวังเฟิ่งแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่"คารวะฝ่าบาท"เสียงทุ้มของ “ฮ่องเต้มู่หรงกวง” แห่งเจียงหนานดังขึ้น ดวงเนตรลึกล้ำมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ยากจะประเมิน"ข้าขออภัยที่มิอาจจัดเตรียมการต้อนรับให้สมพระเกียรติ ด้วยไม่คาดคิดว่าฝ่าบาทจะเสด็จมางานปักปิ่นของบุตรสาวข้าด้วยพระองค์เอง"ถ้อยคำแฝงความหมายลึกซึ้ง ทั้งประหลาดใจและคาดการณ์มิถึงทว่า หวังเฟิ่ง เพียงโค้งศีรษะเล็กน้อย สุรเสียงราบเรียบไร้เยื่อใย ทว่าแฝงนัยยะอันลึกซึ้ง"มิเป็นไร เพื่อบุตรสาวของท่าน ข้าหาได้ลำบากไม่"เขามิได้ลำบากจริงๆ เพราะครั้งนี้เขามิได้มาเพียงเพื่อมิตรภาพระหว่างแคว้น แต่มาเพื่อ 'บางสิ่ง' ที่เขาต้องการจากจักรพรรดิผู้นี้ และ 'บางคน' ที่เขาต้องการทวงคืนจากนั้นขันทีของแคว้นเจียงหนานนำเสด็จหวังเฟิ่งไปยังพระที่นั่งที่จัดเตรียมไว้ให้ ข้างกายมีบุรุษในอาภรณ์สีเขียวอ่อ
اقرأ المزيد
จำคนผิด
หลังจากพิธีเสร็จสิ้นฮ่องเต้มู่หรงกวงและฮองเฮาทำการออกมากล่าวต้อนรับแขกที่มาร่วมงานตามธรรมเนียมของชาวเจียงหนานพิธีปักปิ่นในวันนี้สมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก และทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดี แต่ไม่ใช่สำหรับมู่หรงเซียว"อาเซียว กลับตำหนักได้แล้ว"ก่อนที่นางจะได้ใช้เวลาฉลองวันสำคัญของตนเองให้คุ้มค่า มู่หรงเยวี่ยน พระเชษฐาแสนหวงน้องก็ลากตัวนางกลับไปอย่างรวดเร็วทั้งที่พิธีเพิ่งจะจบแท้ๆ!"ข้าโกรธท่านแล้ว!" นางโอดครวญอย่างขัดใจ"ทำไมต้องพาข้ามากักขังด้วย วันนี้เป็นวันของข้านะ!""ข้าก็แค่ไม่ชอบให้ใครจ้องมองเจ้า ข้าหวงน้องสาวมันผิดตรงไหนกัน?"มู่หรงเยวี่ยนตอบอย่างหนักแน่น โดยเฉพาะสายตาของฮ่องเต้ของแคว้นต้าชิงที่เอาแต่จับจ้องน้องสาวของเขาไม่วางตา!ตั้งแต่ต้นจนจบพิธี สายตาคู่นั้นไม่เคยละไปจากมู่หรงเซียวเลย จะให้เขาวางใจได้อย่างไร!?แม้ว่ามู่หรงเซียวจะโอดครวญเพียงใด แต่มู่หรงเยวี่ยนกลับไม่ใจอ่อนแม้แต่น้อยหลังจากก้าวเข้าสู่ตำหนัก มู่หรงเซียวพลันสะดุดสายตาเข้ากับ กระดาษแผ่นหนึ่ง ที่วางอยู่บนพื้นหน้าประตูห้องบรรทมนางขมวดคิ้ว ก่อนจะก้มลงหยิบขึ้นมาดู มันคือจดหมายฉบับหนึ่ง"นอกวังหลวง ทางทิศเหนือ ใต้ต้นเ
اقرأ المزيد
หวงของ
"ข้าสังเกตเห็นคณะทูตจากต้าชิงแล้ว สายตาของพวกเขาที่มองข้า... ไม่ใช่เพียงความชื่นชม แต่มันคล้ายกับว่าพวกเขาเห็นผี เห็นใครบางคนที่ไม่ควรจะได้พบเห็นอีกต่อไป""องค์หญิงอย่าได้ใส่พระทัย"เจิ้งซวนรีบกล่าวทันที"ไม่มีสิ่งใดเช่นนั้นในต้าชิงพ่ะย่ะค่ะ"แต่คำพูดของเขาฉับพลันและดูเร่งรีบเกินไปเขากำลังโกหก..มู่หรงเซียวจ้องมององครักษ์หนุ่มตรงหน้า ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ และการที่เขาต้องโกหกนาง หมายความว่านางต้องคล้ายใครบางคนในต้าชิงอย่างแน่นอนขณะที่ หวังเฟิ่ง กำลังก้าวไปยังตำหนักรับรองอาคันตุกะ ใครบางคนกลับยืนดักรออยู่ก่อนแล้วดวงเนตรคมกริบขององค์ชายมู่หรงเยวี่ยนจับจ้องบุรุษตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ นับตั้งแต่ที่มังกรจากต้าชิงก้าวเข้าสู่แผ่นดินเจียงหนาน พระองค์ก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติโดยเฉพาะสายตาที่อีกฝ่ายใช้มองมู่หรงเซียว มันมิใช่สายตาของผู้สูงศักดิ์ที่มองสตรีต่างแคว้น แต่มันเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ยากจะอ่านออก และนั่น... ทำให้มู่หรงเยวี่ยนไม่อาจวางใจได้เลย"ไม่ทราบว่าพระองค์ได้รับการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติหรือไม่?"มู่หรงเยวี่ยนเอ่ยขึ้นเรียบๆ แม้ในใจจะรู้อยู่แล้วว่าผู้เป็นฮ่องเต้ต้าชิงไม่มีวันถูก
اقرأ المزيد
ฝันประหลาด
มู่หรงเซียวได้ยินข่าวลือนี้จากเหล่านางกำนัลที่แอบพูดคุยกันอยู่ตามตำหนัก หลังจากนั้นนางก็ลอบไต่ถามจากผู้คนรอบตัว"ว่ากันว่า ฮ่องเต้ต้าชิงรีบเสด็จกลับ เพราะแคว้นต้าชิงยังไม่มีหงส์เคียงบัลลังก์""เขาทรงเก็บตำแหน่งนี้ไว้ให้คนตาย อดีตพระชายาที่สิ้นพระชนม์ไปเมื่อหลายสิบปีก่อน"ยิ่งฟัง หัวใจของนางก็ยิ่งหนักอึ้ง จะเป็นไปได้อย่างไร?เขาไม่มีทางชอบข้าแน่นอน บุรุษเช่นเขาเป็นดั่งหินผาที่ไม่อาจสั่นคลอน ตำแหน่งหงส์เคียงบัลลังก์นั้น ย่อมไม่ใช่ที่ของข้า ไม่มีวันเป็นไปได้หลังจากวันที่ได้พบหวังเฟิ่งที่ศาลเจ้าได้เก้าราตรี มู่หรงเซียวก็เริ่มมีอาการฝันร้ายมาโดยตลอด นางฝันประหลาดว่าตัวเองคือสตรีที่มีนามว่า “เซียวหยางมี่” ฝันนั้นเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า..."มี่เอ๋อร์ เจ้าจงตั้งใจฟังพ่อ วันนี้จะเป็นวันแรกที่เจ้าจะได้เข้าเรียนในสำนักศึกษา จงจำไว้ให้ดีว่าเจ้าต้องสำรวมวาจาและกิริยา เพื่อนร่วมชั้นของเจ้าล้วนเป็นเชื้อพระวงศ์ องค์หญิง องค์ชาย เจ้าอย่าได้ทำให้พ่อหนักใจ""ลูกทราบแล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อ""หากมีปัญหา ท่านอาของเจ้าที่อยู่ในสำนักศึกษาจะช่วยชี้แนะเจ้าเอง""ลูกทราบแล้ว ข้าสัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่อง"บิดาของนางมอง
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status