LOGIN"เซียวหยางมี่...เจ้าเคยรักข้าหรือไม่?" "หวังเฟิ่ง...ข้ามิอาจตอบท่านได้ เพราะแม้แต่ตัวข้าเอง ก็ยังไม่แน่ใจ" เซียวหยางมี่ เคยเป็นพระชายาขององค์ไท่จื่อแห่งแคว้นต้าชิง นางมอบทั้งชีวิตและหัวใจให้กับบุรุษที่เป็นดั่งดวงตะวันของนาง แต่สุดท้ายกลับต้องตายลงด้วยความสิ้นหวัง ถูกตราหน้าว่าเป็นสตรีใจร้ายที่สังหารลูกในครรภ์ของตนเอง ชาติภพใหม่ นางกลับมาในฐานะ มู่หรงเซียว องค์หญิงแห่งแคว้นเจียงหนาน ราชทูตผู้มีภารกิจสำคัญ ทว่าโชคชะตากลับพานางมาพบกับ หวังเฟิ่ง อีกครั้ง จักรพรรดิแห่งต้าชิง ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยทอดทิ้งนางอย่างไม่ไยดี เมื่ออดีตถูกเปิดเผย ความจริงถูกเปิดโปง หัวใจที่เคยแหลกสลายจะสามารถกลับมาประสานกันได้หรือไม่? ความรักที่เต็มไปด้วยรอยแผล และพันธสัญญาที่ถูกผูกมัดด้วยโชคชะตา... สุดท้ายแล้ว พวกเขาจะสามารถเอ่ยคำว่า ‘เราจะไม่ปล่อยมือกันอีก’ ได้จริงหรือไม่?
View More“Ugh, panas ....”
Sosok gadis bergaun one piece bersandar lemas di dinding hotel, merasakan sensasi panas membakar tubuhnya. Wajahnya memerah tidak wajar, dia bergerak tidak nyaman dan merasa gerah, serasa ingin membuka pakaiannya.
Namun dia masih punya rasa malu dan menahan dirinya.
Aria bingung apa yang terjadi pada dirinya. Dia jelas tidak mabuk. Dia tidak meminum alkohol. Satu-satunya yang dia minum adalah jus pemberian Melissa Crowen di pesta ulang tahun Kevin.
Sambil mempertahankan kesadarannya, gadis itu berjalan tergesa-gesa di lorong hotel.
Sekelompok laki-laki yang mengejar Aria terdengar tertawa cabul di ujung lorong.
“Ayo cari putri tertua keluarga Crowen. Nona Melissa sudah mengatakan akan memberikan hadiah besar kalau kita berhasil meniduri kakaknya yang cantik bersama-sama.”
Melissa?
Aria gemetar ketakutan mendengar ucapan mereka. Dia tidak menyangka adik tirinya akan begitu kejam menyuruh para lelaki itu memperkosanya.
Dia menyesal sudah menerima minuman dari Melissa yang rupanya sudah dibubuhi obat perangsang. Seharusnya dia menyadari adik tiri yang selalu membenci dan menindasnya setiap saat, tidak mungkin akan sebaik itu memberinya minuman.
“Aku lihat di foto putri tertua keluarga Crowen sangat cantik. Kita beruntung bisa menidurinya sekaligus mendapatkan uang dari Nona Melissa. Hahahaha ....”
Suara para pria itu semakin kurang ajar melontarkan kata-kata kotor tentang Aria.
Aria mulai panik mendengar suara para laki-laki itu hampir mendekatinya. Menggunakan sisa kesadarannya dia menggedor pintu kamar hotel satu persatu dengan putus asa.
Saat dia hendak mengedor kamar terakhir dia tersandung masuk ke dalam kamar saat pintu itu tiba-tiba terbuka.
Aria terjatuh pada sebuah pelukan hangat.
“Apa yang kau lakukan di kamarku?!” Suara dingin seorang lelaki itu terdengar familier di telinganya.
Aria mendongak dengan napas terengah-engah. Pandangannya menjadi sayu menatap laki-laki itu. Dia bergerak tidak nyaman merasakan sensasi aneh di tubuhnya.
Kehangatan dan aroma dari tubuh lelaki itu entan mengapa membuat haus oleh hasrat.
“Aria Crowen?” Lelaki itu bertanya dingin mencengkeram pinggangnya. Dia menyentuh lengannya
menjauh.
Suara maskulin nan berat lelaki itu justru merangsang Aria. Dia merinding di sekujur tubuhnya merasakan sentuhan pria itu kulit lengannya yang telanjang. Dia merasa haus akan sentuhan itu.
Dalam pandangan buram, dia tidak memperhatikan wajah pria itu saat melemparkan dirinya ke pelukannya lelaki itu.
Dia memegang lehernya dan berbisik dengan suara memohon, “Tuan, tolong selamatkan aku. Aku ....” Aria tidak melanjutkan kalimatnya, napas terengah-engah menatap sayu lelaki di depannya.
Dia menempel semakin erat ke tubuh laki-laki itu dan tanpa sadar mengerang. Itu terdengar sensual.
Pria itu mengangkat sebelah alisnya heran.
“Aria Crowen, kamu mabuk?”
Namun Aria tidak memperhatikannya. Pikirannya jadi kabur hingga dia tidak bisa berpikir apa-apa dan sensasi di tubuhnya semakin menjadi-jadi.
“Tuan, tolong ... sentuh aku ... Aku mohon.” Dia memohon dengan lembut sambil terus menempelkan tubuhnya ke lelaki itu. Suara erangan lepas dari mulutnya.
“โปรดอย่าหยุด...หวังเฟิ่ง” “ได้ ข้าให้ตามคำที่เจ้าขอ” หวังเฟิ่งประคองสะโพกของหญิงสาวขึ้นมา แล้วแทรกตัวเข้าไปจนสุดทาง ทั้งสองร้องครางออกมาพร้อมกันทันที “เซียวเอ๋อร์...ข้า” “ทำตามที่ใจท่านปรารถนาเถิด หวังเฟิ่ง” ชายหนุ่มโยนความอดกลั้นทั้งหมดทิ้งไป แล้วสะบัดเอวเข้าไปทันที แรกเริ่มเขาเพียงต้องการให้นางปรับตัวได้ แต่ยิ่งสอดใส่มากขึ้นเท่าใด ความเสียวซ่านก็ยิ่งทวีขึ้นทุกขณะ ชายหนุ่มมองร่างอวบอิ่มที่นอนอยู่เบื้องล่าง ตอนนี้ทรวงอกคู่งามกำลังสั่นไหวตามจังหวะรักที่เขากำลังกระแทกเข้าไปไม่หยุด มู่หรงเซียวปรือตามองเขา ขณะที่สองมือกำลังจิกหมอนจนแน่น สองแก้มของนางแดงก่ำราวกับผลผิงกั่ว “เซียวเอ๋อร์...เจ้าช่างดียิ่ง” หวังเฟิ่งกัดริมฝีปากขณะที่กระแทกเอวเข้าไปถี่ๆ เขาเงยหน้าขึ้นสูดลมหายใจ ขณะที่แก่นกายแกร่งสัมผัสกับกลีบดอกไม้งามของภรรยา มู่หรงเซียวทำได้เพียงส่ายหน้าไปมาบนหมอน แล้วปล่อยให้ร่างกายและจิตใจถูกหวังเฟิ่งชักนำไปตามที่เขาต้องการ ขณะที่ความร้อนตรงจุดเชื่อมประสานยิ่งทวีขึ้นเรื่อยๆ นางใช้สองขาเกี่ยวเอวของเขาไว้
ขบวนเสด็จของมู่หรงเซียวเดินทางเข้าสู่ต้าชิงอย่างสมพระเกียรติ นางมิใช่เพียงองค์หญิงแห่งเจียงหนานอีกต่อไป แต่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นหงส์เคียงข้างมังกรพิธีอภิเษกถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ทั่วทั้งเมืองหลวงต้าชิงเต็มไปด้วยสีแดงแห่งความมงคล ประชาชนต่างพากันเฉลิมฉลองทว่าภายในใจของผู้เป็นเจ้าของบัลลังก์มังกรนั้นกลับสงบนิ่ง ไม่ใช่เพราะไร้ความรู้สึก หากแต่เป็นเพราะรอคอยวันนี้มานานจนมิอาจกล่าวเป็นคำพูดได้ยามราตรี หวังเฟิ่งและมู่หรงเซียวทอดพระเนตรไปยังท้องฟ้ากว้าง ราวกับต้องการให้แสงจันทร์เป็นพยานแห่งโชคชะตา ครั้งหนึ่งเคยพลาดพลั้ง คำสัญญาที่เคยล่มสลาย บัดนี้ทุกสิ่งกำลังจะถูกชดเชยให้สมบูรณ์“ข้าเคยคิดว่าข้าจะไม่มีวันได้รับโอกาสแก้ไขอดีต”หวังเฟิ่งเอื้อนเอ่ยเสียงแผ่ว พลางกุมมือนางไว้แน่น“แต่แล้วโชคชะตาก็พาเจ้ากลับมา”มู่หรงเซียวยิ้มบาง ทว่าดวงตากลับสะท้อนความรู้สึกที่ลึกซึ้ง“ข้าเองก็เคยคิดว่า ข้าจะไม่มีวันให้อภัยท่านอีก”หวังเฟิ่งชะงักไปชั่วขณะ มือที่กุมมือนางไว้ยังคงมั่นคง แต่ดวงตากลับแฝงไว้ด้วยความลังเล“แล้วตอนนี้เล่า?”มู่หรงเซียวมองสบดวงตาสีทองนั้นอย่างแน่วแน่ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความอบอุ่น“ข
ณ ประตูเมืองต้าชิง ขบวนราชทูตจากแคว้นเจียงหนานยืนเรียงรายอยู่เบื้องหลังของมู่หรงเซียว รถม้าและกองทหารพร้อมเดินทางกลับแคว้น แต่ถึงแม้ทุกอย่างจะพร้อม นางกลับยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเบื้องหน้าของนางคือหวังเฟิ่ง ฮ่องเต้ผู้ทรงอำนาจของแคว้นต้าชิง ดวงตาสีทองของเขาจับจ้องมู่หรงเซียวแน่วแน่ ราวกับต้องการจดจำนางให้ลึกลงไปในหัวใจ"เจ้าต้องกลับไปจริงๆ หรือ?""ข้ามีหน้าที่ของข้าที่ต้องทำ เสด็จพ่อและเสด็จแม่รอข้าอยู่"หวังเฟิ่งถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพยักหน้า ด้วยตัวเขานั้นยังมีภารกิจที่จะต้องเร่งฟื้นฟูบ้านเมือง ทำให้เขาจำต้องยมปล่อยมือนางไปชั่วคราว"ข้าเข้าใจ... เจ้าควรกลับไป""หน้าที่ของข้าสิ้นสุดลงแล้ว... แต่หากวันหนึ่งท่านต้องการให้ข้ากลับมา"หวังเฟิ่งนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะคลี่ยิ้มบาง"ข้าจะไปหาเจ้า แต่เจ้าต้องรอข้า""ข้ารอท่านได้... แต่ท่านต้องไม่มาช้าจนข้าแต่งออกเรือนไปเสียก่อน"ดวงตาของหวังเฟิ่งทอแสงอันตรายขึ้นทันที"เจ้ากล้าหรือ?"มู่หรงเซียวยกยิ้มบาง"หากท่านช้าไปจริงๆ ข้าก็อาจต้องพิจารณา""อย่าหวังเลย"หวังเฟิ่งก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาของเขาฉายแววมุ่งมั่นและจริงจัง"ข้าจะไม่ยอมให้
ไทเฮามองภาพตรงหน้า นางกัดฟันแน่น"น่าขยะแขยง! ความรักของพวกเจ้าเป็นเรื่องงี่เง่า ความเชื่อใจเป็นเพียงคำโกหก เจ้าไม่สมควรได้รับความสุข! เจ้าต้องเจ็บปวดเหมือนที่ข้าเคยเจ็บปวด!"ภายในตำหนักเย็นที่ถูกปกคลุมด้วยความหนาวเหน็บ แสงจากตะเกียงริบหรี่สะท้อนเงาของหญิงผู้เคยครอบครองอำนาจสูงสุดของแผ่นดินไทเฮา... บัดนี้มิใช่ "มารดาแห่งแผ่นดิน" อีกต่อไปหลังจากที่ความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย นางถูกปลดจากฐานะไทเฮา ถูกกักบริเวณให้ใช้ชีวิตที่เหลือไปกับความอ้างว้าง ไม่มีอำนาจ ไม่มีผู้คนให้ความเคารพ ไม่มีสิ่งใดหลงเหลือให้นางยึดเหนี่ยวเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นหน้าตำหนัก บานประตูถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของบุรุษที่เคยเรียกนางว่า ‘มารดา’"เสด็จแม่...""หึ... ตอนนี้เจ้ายังกล้าเรียกข้าว่าเสด็จแม่อยู่อีกหรือ?"ไทเฮาหัวเราะเย้ยหยัน แม้น้ำเสียงจะเต็มไปด้วยความขมขื่น"ข้าเป็นเพียงสตรีเฒ่าที่ถูกกักขังอยู่ที่นี่ รอวันหมดลมหายใจ ไยต้องแสร้งทำเป็นเมตตาข้า?"หวังเฟิ่งมองนางอย่างไม่แสดงอารมณ์ใดๆข้ามิได้มาเพื่อแสร้งเมตตา แต่ข้ามาเพื่อให้ท่านยอมรับผิดและข้าจะให้โอกาสสุดท้าย หากท่านสำนึกผิด ข้ายังอาจให้ท่านได้อยู่อ
"ว่าอย่างไรนะ!?"มู่หรงเซียวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ"ข้าขโมยเขามาจากสนมคนหนึ่ง สนมที่อดีตฮ่องเต้โปรดปรานที่สุด""...""แต่เจ้ารู้หรือไม่ ว่าข้าไม่ได้ขโมยเขามาเพราะรัก ข้าแค่ต้องการอำนาจ แต่เด็กคนนั้นโตขึ้นมาและปฏิเสธที่จะมอบอำนาจให้แก่ข้า"มู่หรงเซียวยังคงนิ่งเงียบ นางเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้
มู่หรงเซียวสังเกตเห็นว่าในช่วงหลัง มีคนลึกลับผู้หนึ่งคอยช่วยเหลืออยู่ตลอด คนผู้นี้เงียบขรึม ไม่พูดไม่จา แต่มักปรากฏตัวในยามที่นางต้องการความช่วยเหลือนางรู้สึกคุ้นเคยกับท่าทางของเขาเป็นอย่างมาก และที่แปลกที่สุดคือหากมีบุรุษคนใดพยายามเข้าใกล้นาง คนผู้นี้ก็มักจะแสดงท่าทีไม่พอใจอย่างชัดเจน"ผู้ช่วยนิร
หวังเฟิ่งเหลือบมองเอกสารเหล่านั้น ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เขาวางฎีกาลงกับโต๊ะไม้จันทน์ ก่อนจะตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย ทว่ากลับทำให้ทุกคนในท้องพระโรงเงียบกริบ"แล้วถ้าเจิ้นอยากให้องค์หญิงต่างแคว้นมาเป็นหงส์แห่งต้าชิงเล่า?"บรรยากาศเงียบงันไปชั่วขณะ ขุนนางทั้งหลายต่างอยากจะคัดค้าน แต่ไม่อาจเอ่ยอะไ
บัดนี้ มู่หรงเซียวกำลังชั่งใจว่าควรทำตามคำขอที่น่าอายของคนตรงหน้าดีหรือไม่ นางกำลังกัดริมฝีปากอย่างแน่นสายตาของหวังเฟิ่งเต็มไปด้วยความเว้าวอนที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน บุรุษผู้สูงศักดิ์ องค์จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ กลับลดตัวลงร้องขอสิ่งนี้จากนาง มันช่างน่าขัน... และน่าหงุดหงิดในเวลาเดียวกันนางควรปฏิเสธ ค


















reviews