Share

1.2 อดีตที่ปวดร้าว

last update Last Updated: 2026-02-05 21:35:24

1.2

อดีตที่ปวดร้าว

ร่างของหรูเยียนนั่งเงียบอยู่ริมหน้าต่าง ห้องส่วนตัวในอารามอบอุ่นด้วยแสงเทียนที่สะท้อนเงาของนางบนผนังไม้

ดวงตาคู่สวยส่องประกายเยือกเย็น แต่ลึกลงไปมีความเจ็บปวดที่เก็บไว้เพียงลำพัง หรูเยียนหลับตาลง 

ลมหายใจสม่ำเสมอค่อยๆ ดึงความทรงจำที่เคยเก็บงำในอดีตชาติกลับมา

ครั้งหนึ่งนางเคยเป็นสตรีที่ได้รับความไว้วางใจจากคนในตระกูลและผู้คนรอบข้าง ทุกรอยยิ้ม ทุกคำพูดของพวกเขาดูเหมือนอบอุ่นและจริงใจ แต่ความจริงกลับโหดร้ายเกินคาดคิด

หรูเยียนนึกถึงค่ำคืนที่หิมะโปรยปรายจนปกคลุมพื้นดิน แสงเดือนสะท้อนบนยอดซุ้มดอกเหมยอย่างอ่อนละมุน แต่หัวใจนางกลับหนาวเหน็บ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยน้ำตาที่ไหลออกมาโดยไม่อาจยับยั้ง เสียงหัวเราะลวงหลอก เสียงคำพูดปลอมของผู้คนที่เคยนับถือ ทำให้นางแทบสิ้นสติ

“ทุกคน…ทุกคำที่ข้าคิดว่าเป็นมิตร…ล้วนเป็นกับดัก…” นางบอกตนเอง น้ำเสียงเยือกเย็นและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เส้นผมดำเงาสะบัดตามแรงลมหนาว ดวงตาที่ส่องประกายเมื่อครั้งเป็นคนมีชีวิตกลับทอแสงเจิดจ้าด้วยไฟแค้น

ร่างของหรูเยียนยังคงนั่งอยู่ริมหน้าต่างในห้องส่วนตัว แสงเทียนส่องกระทบผนังไม้ เกิดเงาละมุนราวภาพฝัน แต่หัวใจของนางกลับไม่สงบ

ดวงตาสวยเรียบเย็น มองออกไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนที่หิมะโปรยปราย นางหลับตาลง ลมหายใจค่อยๆ สม่ำเสมอ และความทรงจำที่ถูกฝังลึกในอดีตชาติไหลย้อนกลับเข้ามาอย่างไม่อาจต้านอีกครั้ง

ในชาติก่อนหญิงสาวมองทุกสิ่งรอบกายว่างดงามราวกับภาพวาด แต่แล้ววันหนึ่งหัวใจนางกลับพังทลาย เพราะความทรยศที่เกิดขึ้นคมชัดจนนางแทบรับไม่ไหว

สามีที่แสนดี...ผู้ที่นางเคยไว้ใจที่สุด เสียงหัวเราะอ่อนหวานและรอยยิ้มอบอุ่นในวันวาน กลับกลายเป็นคำโกหกและหอกแทงใจ

นางจำได้ดีถึงค่ำคืนที่เขาเอ่ยคำสั่งให้จับนางลงโทษ ทั้งๆ ที่รู้ดีว่านางมิได้กระทำสิ่งใดผิด

หลี่เจี้ยน เขาเป็นผู้วางแผนและร้อยเรื่องราวให้ทุกสายตาหันมาสงสัยนาง และท้ายที่สุดก็ทำให้นางกลายเป็นกบฏ

แล้วไหนจะน้องสาวสายเลือดเดียวกัน ผู้ที่นางเคยรักและไว้ใจ กลับยืนยิ้มเย็นชาราวกับรอชมความทุกข์ของพี่สาวที่แสนดีอย่างมีความสุข ดวงตาของสตรีนางนั้นซ่อนเร้นความโลภและความทะเยอทะยาน น้ำเสียงอ่อนหวานเมื่อเอ่ยว่า

“พี่หญิง ท่านต้องเสียสละเพื่อครอบครัวของเรานะเจ้าคะ” คำพูดนั้นอ่อนโยนอย่างยิ่ง แต่ความจริงแล้วมันคือการหักหลังที่เจ็บปวดที่สุดเช่นกัน

ส่วนหลี่เจี้ยน…เขาเคยยิ้มให้ด้วยแววตาอบอุ่น แต่กลับใช้ความหล่อเหลาและเสน่ห์ลวงโลกนั้น ล่อให้ทุกคนเชื่อคำโกหกของเขา นางจำได้ดีถึงวันที่เขากล่าวคำพูดเย็นชาว่า

“เยียนเอ๋อร์ เจ้าคงไม่อยากให้ตระกูลของเจ้าต้องล้มสลายไปกันหมดเพราะข้อหากบฏหรอกจริงหรือไม่”

“ทะ...ท่านเป็นกบฏ หวังล้มล้างฮ่องเต้ แต่กลับจะให้ข้ารับผิดคนเดียวหรือ”

“เจ้าอย่ากล่าวเช่นนั้นสิ แล้วครอบครัวของเจ้าเล่า ท่านพ่อตาเองก็รู้เห็นเรื่องนี้ด้วย เพราะเขาก็อยู่ในทำเนียบรายชื่อขุนนางที่ต้องการปลดฝ่าบาทออกจากตำแหน่ง หากเรื่องนี้ถึงราชสำนัก เจ้าคิดว่าครอบครัวหลายร้อยชีวิตที่บ้านเจ้าจะรอดตายหรือ มิสู้เจ้ายอมรับผิดฝ่ายเดียวว่าร่วมมือกับองค์ชายรองหวังตั้งตนเป็นฮองเฮาคัยงคู่กับเขา เช่นนี้ย่อมน่าเชื่อถือกว่า”

“ข้ากับองค์ชายรองเดิมทีเป็นเพียงสหายกัน ข้ากับเขาไม่ได้มีเรื่องผิดศีลธรรมเช่นนั้น อีกอย่างข้าก็มั่นใจว่าเขาไม่มีทางทรยศต่อราชสำนักแน่” หรูเยี่ยนเอ่ยออกมาอย่างไม่ยินยอม แค่สามีให้นางรับผิดเรื่องกบฏก็ว่าแย่แล้ว นี่จะให้ใส่ร้ายคนดีอย่างองค์ชายรองอีกหรือ

“แต่ถึงเจ้าจะไม่ยอมรับฟัง ข้าก็ยังมีวิธีทำให้เจ้ากับ

องค์ชายรองหนีความผิดครั้งนี้ไม่พ้น!” หลี่เจี้ยน สามีของนางเอ่ยออกมา ก่อนจะส่งสายตาให้องครักษ์ของเขามาจับตัวนางเอาไว้ จากนั้นก็จับนางกรอกยาบางอย่าง

“หลี้เจี้ยน! เจ้าทำอะไรข้า!”

“ข้าก็กำลังจะส่งเจ้าไปมีความสุขกับองค์ชายรองอย่างไรเล่า” หลี่เจี้ยนหัวเราะอย่างสะใจ ก่อนจะส่งสายตาให้คนพาภรรยาของตนออกไป

หลังจากนั้นนางก็หมดสติไป แล้วมาได้สติอีกครั้งก็เป็นนอนที่นอนอยู่ในอ้อมแขนขององค์ชายรองที่กำลังนอนมองนางอยู่ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเสน่หา

“องค์ชาย...”

“รู้หรือไม่ว่าสามีของเจ้าส่งเจ้ามาให้ข้า เพื่อแลกกับการไม่ให้ข้าเอาผิดเขารวมถึงเจ้าและครอบครัวของเจ้าในข้อหาก่อการกยฏ”

“เรื่องนี้หม่อมฉันไม่รู้เรื่องนะเพคะ องค์ชายต้องฟังหม่อมฉันก่อน”

“ข้าใช้เวลาหลายปีเพื่อสืบหาหลักฐาน เจ้ายังจะปิดข้าอีกหรือ” องค์ชายรองเอ่ยกับนาง แววตาของเขาที่มองมาเปี่ยมไปด้วยความผิดหวัง แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาจึงไม่อาจอยู่ห่างจากร่างนุ่มหอมในอ้อมแขนได้เลย

“แต่ก็เพราะว่าเป็นเจ้าข้าจึงตัดสินใจลงมือไม่ได้”

หรูเยียนไม่มีเรี่ยวแรงมากที่จะเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาอีกแล้ว เพราะเวลานี้ฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดกำลังทำให้นางเร่าร้อนไปทั่วทั้งกาย

เดิมทีหรูเยียนกับสามีก็มิค่อยได้อุ่นเตียงกันอยู่แล้ว เนื่องจากหลี่เจี้ยนมักจะกล่าวว่างานในราชสำนักยุ่งมาก และมันก็ทำให้เขาเหน็ดเหนื่อยจนไม่อาจร่วมเตียงกับภรรยาได้ ก่อนที่หรูเยียนจะได้มารู้ในตอนที่ตนเองถูกจับในข้อหากบฏว่า ความจริงเขามักเอาเวลาไปร่วมสวาทกับน้องสาวของนาง เพราะทั้งสองนั้นมีความรักให้แก่กัน

แต่ที่หลี่เจี้ยนต้องมาแต่งงานกับนางแทนก็เพราะพวกเขาวางแผนกันไว้แต่ต้น ว่าจะใช่นางเป็นแพะรับบาปหากการคิดก่อการกบฏของตระกูลหลี่ล้มเหลว

ด้วยเหตุนี้การที่นางถูกส่งมาให้องค์ชายรองและได้ดื่มยาปลุกกำหนัดไปก็ทำให้หรูเยียนไม่อาจห้ามความต้องการได้ จนสุดท้ายนางก็ตกเป็นเหยื่อตามแผนการของ

หลี่เจี้ยนในที่สุด และแม้แต่องค์ชายรองเองก็ต้องพลอยมีชะตากรรมเลวร้ายไม่ต่างจากนาง เพราะเขาเองก็ถูกใส่ร้ายด้วยข้อหาเดียวกัน

ยิ่งคิดทบทวนถึงเรื่องราวในอดีตหัวใจของนางก็ยิ่งแตกสลาย ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาไหลราวธารน้ำแข็งที่แตกตัว ความเจ็บปวดแหลมคมราวกับมีดที่กระหน่ำแทงลงมาในในจนแทบสิ้นสติ แต่ลึกลงไปกลับมีความโกรธและความแค้นที่ค่อยๆ ลุกเป็นเปลวไฟที่ลุกโชน

หรูเยียนจำได้ทุกคำพูด ทุกสายตา ทุกรอยยิ้มที่ลวงให้เชื่อ ทุกหยาดน้ำตาที่เสียไป รวมถึงทุกหยดเลือดที่

ร่วงหล่น

ทุกสิ่งนั้นถูกจดจำในใจนางอย่างแม่นยำ ชาตินี้ภพนี้นางกลับมาแล้ว และจะไม่ใช่หรูเยียนคนเดิมที่บูชารักอย่างโง่งมอีกต่อไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   7 เรียกคืนหนี้แค้นครั้งที่หนึ่ง

    7เรียกคืนหนี้แค้นครั้งที่หนึ่งลมอ่อนพัดกลิ่นกำยานจากในโถงด้านหน้าอารามลอยอ้อยอิ่งผ่านลานหินขาว เวลานี้ผู้คนเริ่มทยอยออกจากศาลาใหญ่ บ้างสนทนา บ้างพักสายตาชมสวนหินและสระบัวที่บานสะพรั่งกลางแดดอ่อนเซี่ยหรูเยียนก้าวเดินอย่างสงบ ท่วงท่าเรียบง่าย อาภรณ์ผ้าแพรสีขาวไร้ลวดลายหรูหรา แต่กลับทำให้นางดูสง่างามในความเรียบง่ายนั้น ความอ่อนโยนของแววตาคล้ายสายน้ำที่ไหลเย็นจนยากจะหยั่งลึก วงหน้าของนางงามละมุนจนแม้แต่แสงแดดยามบ่ายยังทอดตัวอ่อนโยนเมื่อส่องกระทบวันนี้พิธีทำบุญสิ้นสุดลงโดยมีองค์หญิงสามเป็นผู้แทนของฮองเฮา พระองค์มีพระเมตตาต่อผู้มาร่วมงานไม่น้อย โดยเฉพาะต่อหรูเยียนที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าและถวายชา จนได้รับรอยยิ้มโปรดปรานและคำชื่นชมตอบกลับ ซึ่งภาพนั้นยังติดตาใครหลายคน“พี่หญิง...พี่หญิง!”เสียงเรียกที่แฝงแววดื้อรั้นดังขึ้นจากด้านหลัง หรูเยียนหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับ พลันเห็นร่างหนึ่งเดินเร็วเข้ามาหาเซี่ยเหมยหรง น้องสาวต่างมารดาของนาง หญิงสาวผู้นี้งามในแบบที่ฉูดฉาดกว่าหรูเยียน ใบหน้าขาวจัดแต่งแต้มสีปากแดงสด อาภรณ์ไหมแวววาวจนสะดุดตา เครื่องประดับหยกและทองคำระยิบระยับจนเมื่อเผลอมองแล้วแทบจะลืมตาไ

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   6 เซี่ยเหมยหรง

    6เซี่ยเหมยหรงเสียงสวดมนต์ในอารามดังแผ่วเป็นระลอก เคล้าไปกับกลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่ทั่วลานกว้างดวงอาทิตย์ยามสายเริ่มสาดแสงอุ่นส่องกระทบกลีบดอกเหมยที่บานสะพรั่งอยู่ริมทางเดินกรวดขาว เสียงระฆังดังขึ้นสามครั้งบ่งบอกถึงการเริ่มพิธีองค์หญิงสามนั่งอยู่ตรงศาลาใหญ่ด้านหน้าสวมชุดผ้าไหมสีเขียวอ่อนปักลายเมฆมงคล งามสง่าแต่ไม่ฉูดฉาด รายล้อมด้วยเหล่าสกุลขุนนางฝ่ายในที่มาร่วมงานเพื่อถวายของทำบุญและประจบเอาใจองค์หญิงผู้เป็นตัวแทนของฮองเฮาหรูเยียนยืนอยู่ทางด้านข้างในชุดเรียบง่ายสีขาวที่ทางเจ้าอาวาสจัดให้ซึ่งดูแล้วสบายตา นางอยู่เคียงข้างองค์หญิงสามในฐานะผู้ดูแลของทางอารามด้วยท่าทางสำรวม ซึ่งได้รับสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจจากองค์หญิงในยามที่มองมาเป็นระยะพิธีการทางศาสนาดำเนินมาเรื่อยจนถึงช่วงสุดท้าย ทุกคนต่างเตรียมตัวที่จะเดินทางกลับ แต่ก็ยังอยู่ดูรอท่าทีขององค์หญิงก่อน เพราะทุกคนต่างอยากจะมาเอาอกเอาใจองค์หญิงสามก่อนกลับกันทั้งนั้น เพราะอยากจะอยู่ในสายตาขององค์หญิงให้มากเข้าไว้ เนื่องจากองค์หญิงสามเป็นธิดาองค์โปรดของฮองเฮา หากว่าวันหน้าสนิทสนมกันเอาไว้ก็ย่อมมิใช่เรื่องเสียหายแต่แล้

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   5.2 หมากทองคำของหรูเยียน

    5.2หมากทองคำของหรูเยียนลานสวนในอารามชั้นในอาบแสงอาทิตย์ยามสายจนเกิดประกายสีทองจางๆ ลงบนกลีบดอกเหมยที่ร่วงหล่นเกลื่อนพื้นกลิ่นชาชั้นดีลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นดอกไม้ไปทั่ว เสียงสายลมพัดผิวไม้ไผ่สั่นกรุ๊งกริ๊งแผ่วเบา ข้างศาลาพักกลางสวนมีขบวนขันทีและนางกำนัลจำนวนหนึ่งยืนเรียงรายอยู่ด้วยความสงบ จากนั้นไม่นานก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น“องค์หญิงสามเสด็จแล้ว”เซี่ยหรูเยียนที่เพิ่งถูกเรียกมาช่วยงานถวายชาให้แขกจากวังหลวง ค่อยๆ หลุบตาต่ำ หัวใจเต้นแรงจังหวะหนึ่ง นางมาแล้ว...องค์หญิงสาม ‘จ้าวอวี้หง’ ธิดาองค์น้อยของฮองเฮา ก้าวเข้ามาในศาลาด้วยอิริยาบถอ่อนช้อยแต่แฝงด้วยความเย่อหยิ่งตามสายเลือดสูงศักดิ์ ผิวของพระนางขาวราวหยก ดวงตาเรียวยาวแต้มสีชมพูจางด้วยเครื่องประทินโฉมชั้นดี ทุกก้าวที่ก้าวเข้ามา เหล่านางกำนัลต่างหลบตาและกลั้นหายใจด้วยความเกรงกลัว“พวกเจ้าชงชากันชักช้าเสียจริง” เสียงเรียบๆ ขององค์หญิงสามเอ่ยขึ้น พลางทอดสายตาไปรอบๆ “ที่นี่เป็นอารามหลวงมิใช่หรือ เหตุใดถึงขาดระเบียบเช่นนี้”หรูเยียนยังคงยืนนิ่ง รู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังทดสอบบางอย่าง สีหน้าพวกนางชีและคนงานในวัดต่างหวาดกลัวหรูเยียนจึงค่อย ๆ เงยหน้

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   5.1 หมากทองคำของหรูเยียน

    5.1หมากทองคำของหรูเยียนในที่สุดวันที่นางเคยมีความสุขก็มาถึง...หรูเยียนตื่นแต่เช้าเพื่อทำงานที่เจ้าอาวาสมอบหมายเฉกเช่นทุกวัน แต่วันนี้นางตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่มีทางปล่อยให้เรื่องราวต่างๆ ดำเนินตามเส้นเรื่องในชาติก่อนวันนี้ในชาติก่อนเป็นวันที่ทางราชสำนักจัดงานทำบุญครั้งใหญ่ ขุนนางน้อยใหญ่ต่างมาร่วมงาน เพราะงานนี้เป็นงานที่ฮองเฮาโปรดให้จัดขึ้น โดยส่งตัวแทนอย่างองค์หญิงสามที่เป็นทายาทสายตรงของพระนางมาเป็นประธานในพิธีดังนั้นจึงมีขุนนางน้อยใหญ่และบรรดาบุตรและบุตรีของขุนนางมาร่วมงานเพื่อเอาหน้ากันไม่น้อย ซึ่งในงานนี้ หรูเยียนก็ได้พบหลี่เจี้ยนเป็นครั้งแรกวันนั้นนางบังเอิญซุ่มซ่ามและมีเรื่องกับน้องสาวต่างมารดาจนตกน้ำ และอีกฝ่ายก็มาช่วยนางเอาไว้ ความประทับใจแรกในครั้งนั้นทำให้หรูเยียนที่ไม่ประสาเรื่องรักใคร่หลงรักอีกฝ่ายในทันทีต่อมาเมื่อนางกลับจวนตระกูลเซี่ยและได้พบหน้าเขาบ่อยครั้งเข้าความสนิทสนมก็เกิดขึ้นมาจนนำพามาสู่การแต่งงานในเวลาต่อมาทว่าคราวนี้นางมิใช่หรูเยียนผู้โง่งมอีกแล้ว ดังนั้นนางจะไม่มีวันยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นแน่นอน และตอนนี้เหตุการณ์ทุกอย่างก็ช่างเป็นใจยิ่งนัก เนื่องจากคน

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   4.2 เรื่องราวที่แปรเปลี่ยน

    4.2เรื่องราวที่แปรเปลี่ยนมือของนางสั่นเทาเมื่อรับปิ่นหยกจากมือของเขาในชาตินี้ ความเย็นของหยกแผ่ซ่านไปทั่วฝ่ามือ แต่สักพักกลับอบอุ่นแปลกประหลาดในใจ“ขอบพระทัยเพคะ...” เสียงของนางเบาแทบเป็นกระซิบ “หม่อมฉันจะเก็บมันไว้อย่างดี”“อืม” จ้าวอี้หลันยิ้ม ดวงตาเขาเปล่งประกายดั่งแสงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำในยามนั้นหรูเยียนเงยหน้ามองเขา นางเห็นใบหน้าเขายังคงอ่อนโยนเหมือนเดิมทุกครั้งที่พบเจอกันทั้งในชาตินี้และชาติก่อนโลกนี้อาจมีคนมากมายที่ต้องการใช้ประโยชน์จากการมีอยู่ของนาง แต่สำหรับหรูเยียนแล้วมีเพียงคนผู้นี้เท่านั้นที่คอยอยู่เคียงข้างกันอย่างไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆหัวใจของนางเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอบอุ่นที่เคยสูญหายในชาติที่แล้วกลับมาท่วมท้นอีกครั้ง‘ชาติที่แล้ว ข้าไม่รับมันไว้เพราะห่วงความรู้สึกของหลี่เจี้ยน และสุดท้ายก็ทำให้เขาต้องเผชิญชะตากรรมอันเลวร้ายเพราะข้า แต่ชาติใหม่นี้ ข้าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าก็จะปกป้องเขาให้ได้ แม้ว่าจะเป็นการต้องระวังไม่ให้ตนเองอยู่ใกล้เขาจนเกินไปก็ตาม’นางกล่าวคำมั่นกับตนเองในใจ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายแน่วแน่ขึ้นมา ทว่าเพียงพร

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   4.1 เรื่องราวที่แปรเปลี่ยน

    4.1เรื่องราวที่แปรเปลี่ยนความทรงจำเรื่องราวในอดีตต่างๆ นั้นยังคงชัดเจนเจ็ดปีผ่านไปความผูกพันของเขากับนางกลับยิ่งแน่นแฟ้นลึกซึ้งหรูเยียนมองขนมไร้กังวลในมือ น้ำตาเอ่อขึ้นโดยไม่รู้ตัวกลิ่นหอมหวานของถั่วแดงและเก๊กฮวยทำให้หัวใจปวดหนึบในชาติที่แล้วเป็นนางเองที่ละทิ้งความปรารถนาดีของสหาย ละทิ้งคำเตือนของเขาว่าหลี่เจี้ยนมิใช่คนดีพร้อมและไปแต่งงานด้วย ทั้งยังผลักไสเขาไปด้วยคำพูดที่เย็นชาและห่างเหินต่อมาก็เป็นนางอีกเช่นกันที่นำเภทภัยมาให้เขา ทำให้เขาต้องตกที่นั่งลำบากไปพร้อมกับตนเอง ตอนที่นางถูกประหารก็ได้ทราบข่าวว่า องค์ชายเองก็ถูกราชสำนักตัดสินโทษเช่นกัน เพราะฝ่าบาทหลงเชื่อในหลักฐานที่หลี่เจี้ยนและพรรคพวกนำไปรายงานนางไม่อาจได้เห็นจุดสิ้นสุดในชะตาชีวิตครั้งนั้นขององค์ชายรอง แต่ก็คาดเดาได้ไม่ยากว่าคงไม่ต่างกันจากนางหรูเยียนทอดถอนใจ แววตาแฝงรอยยิ้มปนเศร้า“องค์ชายรอง...ข้าไม่รู้ว่าชาตินี้ข้าจะกล้ารับน้ำใจทั้งหมดจากท่านอีกหรือไม่”จ้าวอี้หลันหันมามองอย่างไม่เข้าใจ เนื่องจากเมื่อครู่ได้ยินไม่ชัด“เจ้าว่าอะไรนะ”หรูเยียนส่ายหน้าเบาๆ “ไม่มีอันใดเพคะ แค่รู้สึกว่าวันนี้ขนมชิ้นนี้หวานมาก” นางเอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status