เข้าสู่ระบบตกกลางคืน เผยชวนก็กลับมาเขาเมามาย ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง ร่างทั้งร่างก็โถมเข้าใส่ จนฉันกับเขาล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมกัน“คุณเมาแล้ว เดี๋ยวฉันไปต้มซุปแก้เมาให้นะคะ”ฉันพยายามออกแรงผลักเขา แต่เขากลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อยมิหนำซ้ำมือของเขายังคอยปลดกระดุมเสื้อตัวเอง สายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการครอบครองคู่นั้นจ้องมองฉันเขม็งฉันรู้สึกตัวได้ในทันทีว่า เขามีสติครบถ้วน“เผยชวน คุณตั้งสติคิดให้ดีนะว่ากำลังทำอะไรอยู่ พวกเราเป็นแค่พาร์ตเนอร์กัน คุณห้ามแตะต้องตัวฉันนะ!”เขาเอามือปิดปากฉันไว้ แล้วกระซิบที่ข้างหูว่า “ไม่ว่าจะยังไง คุณก็เป็นเมียผม ผมจะแตะต้อง”ฉันผลักเขาออกเต็มแรง“ไม่ได้ค่ะ ฉันกำลังจะหย่ากับคุณแล้ว คุณแตะต้องตัวฉันไม่ได้”สิ้นคำพูดนี้ ทั่วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันสีหน้าของเผยชวนดูทะมึนลงทันตา“ผมรู้อยู่แล้วว่าคุณจะทิ้งผมไป”เขาพูดประโยคนี้ในขณะที่ปล่อยมือออกจากตัวฉัน ท่าทางดูผิดหวังและท้อแท้“ซูเนี่ยน คุณมันเป็นผู้หญิงใจร้าย คุณลืมผมไปตั้งนานแล้วใช่ไหม”“หมายความว่ายังไงคะ”ฉันมองเขาด้วยความสงสัย“คุณยังจำชวนชวนได้ไหม”คำพูดของเขาดึงความทรงจำของฉันกล
“ผมบอกแม่ไปนานแล้ว ให้ติดกล้องวงจรปิดให้ทั่วบ้าน พอเจอว่าเผยอวี่วางยาในเหล้าก็เลยสั่งให้คนเก็บเหล้าพิษพวกนั้นออกไป แล้วเปลี่ยนเหล้าของพวกเขาสองคนเป็นยาสลบแทน”ตอนนั้นเอง จู่ ๆ เสียงของเขาก็เบาลง“แต่ดูเหมือนคุณจะกลัวผมตายมากเลยนะ คุณคงไม่ได้หลงรักผมเข้าแล้วใช่ไหม”ไม่รู้ทำไม พอเขาพูดแบบนี้ หัวใจฉันก็เต้นแรงขึ้นมา“เปล่านะคะ ฉันแค่กลัวว่าถ้าคุณตาย ก็จะไม่มีใครให้ฉันพึ่งพาต่างหาก”เขายิ้มร่า “งั้นเหรอครับ”หลังจากพี่สาวกับเผยอวี่ถูกขังคุกใต้ดิน ฉันก็โล่งอกสองคนที่ฉันกลัวที่สุดถือว่าถูกกำจัดไปแล้วตอนนี้ฉันหาเงินได้มากพอแล้ว ก้าวต่อไปคือการขอหย่ากับเผยชวนฉันหาโอกาสอยู่ตลอด แต่ช่วงนี้เผยชวนยุ่งมาก ไม่ค่อยกลับบ้านฉันเลยได้แต่รอจังหวะวันนี้ ฉันได้ยินคนรับใช้บอกว่า เผยอวี่กับพี่สาวเรียกร้องอยากเจอฉันไม่หยุดฉันเลยไปหาพี่สาวก่อนผมเผ้าเธอยุ่งเหยิง ดูแก่ลงไปถนัดตา แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บใจ“ทำไมแกถึงรู้ว่าฉันจะฆ่าพวกแก”“ทำไมแกถึงรู้ได้”วินาทีถัดมา เธอก็เข้าใจแจ่มแจ้ง “ฉันรู้แล้ว แกก็ย้อนกลับมาเหมือนกันใช่ไหม!”ฉันยิ้มมองเธอ “พี่คะ เพิ่งจะมารู้สึกตัวเอาตอนนี้เหรอ”พอได้ยิ
พอเผยอวี่ได้ยินฉันพูดแบบนี้ เขาก็ปักใจเชื่อฉันทันทีเพราะเรื่องความวิปริตของเขา นอกจากเขากับพี่สาว ก็ไม่มีใครรู้อีกแล้วเขาพูดว่า “คอยดูนะ ผมจะไปจัดการนังนั่นสักที”“พี่สะใภ้ รอผมนะครับ ถึงตอนนั้นพอผมจัดการเผยชวนกับยัยนั่นตายแล้ว พี่ก็มาเป็นภรรยาของผม ผมจะเลี้ยงดูพี่เอง”พูดจบ เขาก็เดินจากไปเหอะ ๆ คิดว่าฉันโง่จริง ๆ งั้นเหรอฉันไม่มีทางไปอยู่กับเขาหรอก!ฉันรีบกลับไปหาเผยชวนทันทีถึงแม้ความเป็นความตายของเขาจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับฉันมากนัก แต่อย่างน้อยชาตินี้เขาก็ช่วยเหลือฉัน ทำให้ฉันหาเงินได้แถมยังคอยแบ่งปันประสบการณ์การทำงานให้ฉันอย่างใส่ใจภายในห้องทำงาน พอเขาได้ยินสิ่งที่ฉันเล่าก็ดูประหลาดใจเล็กน้อย“คุณมีหลักฐานอะไรมายืนยันว่าเผยอวี่คิดจะทำร้ายผม”ฉันหยิบปากกาบันทึกเสียงออกมา แล้วกดเล่นบทสนทนาระหว่างฉันกับเผยอวี่เมื่อสักครู่ช่วงต้นมีท่อนที่ฉันจงใจยั่วยวนเขา ฉันฟังเองยังรู้สึกขนลุกรีบอธิบายพัลวันว่า “ฉันทำไปเพื่อให้เชื่อค่ะ แค่แกล้งน่ะค่ะ”เผยชวนไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แต่สีหน้าดูทะมึนลงเล็กน้อยฉันเลยทำได้แค่สงบปากสงบคำวินาทีถัดมา เขาก็รวบตัวฉันเข้าไปกอดไว้แน่นกลิ่
ฉันได้สติขึ้นมาทันทีว่าคำพูดของตัวเองทำให้เขาเข้าใจผิด จึงรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน “ไม่ ๆ ๆ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ ฉันแค่จะบอกคุณว่าทำไมถึงมีปากเสียงกันเท่านั้นเอง”“ซูเนี่ยน คุณเคยคิดที่จะทำเรื่องอย่างว่ากับผมบ้างไหม”เขาจ้องมองฉันเขม็ง“แน่นอนว่าไม่ค่ะ”ฉันตอบกลับทันควัน “ฉันบอกแล้วไงคะว่าแค่อยากพึ่งพาคุณให้มีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต”“แค่เรื่องนี้เหรอ”ฉันพยักหน้าอย่างหนักแน่น เขาไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแต่ปิดประตูปังแล้วเดินจากไปทันทีฉันไม่รู้ว่าประโยคไหนของฉันที่ทำให้เขาไม่พอใจและฉันก็ไม่อยากจะรู้ด้วยฉันขอแค่ทำสิ่งที่ตัวเองต้องการให้สำเร็จก็พอแล้ววันรุ่งขึ้น เผยชวนไม่ได้พาฉันไปที่บริษัท แต่ให้ฉันไปบริษัทย่อยเองดังนั้นฉันจึงเริ่มตั้งใจบริหารงานที่บริษัทย่อยฉันกะว่าหาเงินให้ได้สักห้าสิบล้านก็จะวางมือฉันออกไปดูโปรเจกต์ทุกวัน เจรจาธุรกิจ สร้างกำไรให้กับบริษัทได้มากมาย คุณนายผู้เฒ่าเผยจึงอนุญาตให้ฉันหักส่วนแบ่งเป็นค่าตอบแทนของตัวเองได้เลยในขณะที่ฉันกำลังสนุกกับการหาเงิน พี่สาวก็ออกมาจากคุกใต้ดินแล้ววันนั้น ฉันเลิกงานกลับมาถึงบ้านพอดีเห็นว่าเธอผอมลงไปมาก แต่ก็ย
ตลอดหลายวันถัดมา ฉันติดตามเผยชวนไปเรียนรู้งานที่บริษัทฉันได้เรียนรู้ทั้งการวางตัวในสังคมและเทคนิคการทำธุรกิจมากมายและวันนี้ เขาถึงกับเป็นฝ่ายพาฉันออกไปทานข้าวด้วยตัวเองแถมยังเป็นร้านอาหารตะวันตกที่หรูหราที่สุดร้านนั้นด้วยนึกไม่ถึงว่าที่นี่ จะบังเอิญเจอกับพี่สาวและเผยอวี่เดิมทีพี่สาวกำลังหั่นสเต๊กให้เขาอยู่ แต่พอเห็นฉันกับเผยชวน เธอก็รีบวางมีดและส้อมลงทันที แล้วมองมาที่ฉันด้วยความประหลาดใจ“น้องพี่ เธอก็มาที่นี่เหมือนกันเหรอ”พอรู้ตัวว่าเรียกผิด เธอก็รีบแก้คำพูดใหม่ “พี่ชาย พี่สะใภ้ พวกคุณก็มาทานข้าวเหมือนกันเหรอคะ”วินาทีถัดมา เสียงในใจของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง[ซวยชะมัด ดันมาเจอเธอในเวลาแบบนี้ ห้ามขายหน้าเด็ดขาดเชียว!]“ใช่ค่ะ ฉันมาทานข้าวกับอาชวน”ฉันเป็นฝ่ายคล้องแขนเผยชวนก่อน ซึ่งเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใดเผยอวี่เองก็รีบเดินเข้ามาทักทายเช่นกัน“พี่ชาย พี่สะใภ้”เผยชวนไม่ได้สนใจพวกเขา เขาจูงมือฉันไปนั่งที่โต๊ะทันทีฉันเห็นพี่สาวที่อยู่ด้านหลังโกรธจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเธอคงจะสงสัยมากว่าทำไมเผยชวนถึงไม่ตบตีฉัน ซ้ำยังเป็นฝ่ายพาฉันมาทานข้าวอีกต่างหากตอนที่ฉันไปเข้าห
ขณะที่เผยชวนกำลังจะตอบตกลง ฉันก็ผลักประตูเดินเข้าไปฉันเอ่ยทักทายชาวอังกฤษคนนั้นเป็นภาษาอังกฤษจากนั้นฉันก็หยิบขวดเอสเซนส์บำรุงผิวที่เขาคิดค้นขึ้นมาดู“ฉันเป็นผู้หญิง ฉันเข้าใจเรื่องเครื่องสำอางดีกว่าค่ะ ในนี้มีแค่ส่วนผสมช่วยเรื่องความขาว ไม่ได้ช่วยลดเลือนริ้วรอยหรือชะลอวัย แถมคุณเป็นวิศวกร ย่อมรู้ดีกว่าฉันว่าเรื่องความขาวมันก็แค่จุดขายทางการตลาด ผลลัพธ์จริง ๆ มันแทบไม่เห็นผล เพราะงั้นฉันอยากถามหน่อยค่ะว่า สูตรของคุณเนี่ย เอาอะไรมาวัดว่ามีค่าถึงสิบห้าล้านคะ” ชาวอังกฤษคนนั้นนิ่งอึ้งไปทันทีเผยชวนมองมาที่ฉันด้วยความสนใจ และไม่ได้พูดขัดจังหวะฉันรู้ว่าเขาอนุญาตให้ฉันเจรจากับอีกฝ่ายแบบนี้ได้ฉันจึงพูดต่อด้วยความกล้าที่มากขึ้นว่า “แต่ว่านี่เป็นสินค้าจากต่างประเทศ บวกกับคุณโปรโมตผ่านโซเชียลมีเดียมาแล้ว ทำให้คนทั่วไปคุ้นเคยและเชื่อถือสินค้าของคุณ”“เพราะฉะนั้น ฉันให้ราคาคุณได้เท่านี้ค่ะ”ฉันชูนิ้วส่งให้เขาหนึ่งนิ้ว“ห้าล้านเหรอครับ”ชายคนนั้นเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ“แจ็ค ห้าล้านก็ถือว่าดีมากแล้วนะครับ คุณลองเก็บไปพิจารณาดู”เผยชวนจ้องมองเขาเขม็งแล้วพูดขึ้น“ไม่ ๆ ๆ”ฉันพูดแทร