LOGINยามไฮ่ (ประมาณ 22.00 น.) บนรถม้าพระราชทาน มุ่งหน้ากลับสู่วังชินอ๋อง
ความเงียบสงัดอันแสนอบอุ่นและโรแมนติกยังคงอบอวลอยู่ภายในรถม้าไม้ชิงชัน...
กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อแกะย่างคลุกพริกยี่หร่าที่ตลบอบอวล ผสมผสานเข้ากับแสงสลัวสีส้มจากโคมไฟดวงน้อยที่แกว่งไกวตามจังหวะการเคลื่อนตัวของล้อรถม้า
มือหนาอันอบอุ่นของ ‘เวินเชียนฟาน’ ยังคงกุมมือเรียวสวยของมะลิไว้แน่นหนา ไม่ยอมปล่อยแม้เพียงเสี้ยววินาที
แววตาคมกริบที่เคยเย็นเยียบดุจพญามัจจุราชผู้สังหารศัตรูนับหมื่น บัดนี้กลับอ่อนยวบยาบ หวานเชื่อม และทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยความเว้าวอนจริงใจจากก้นบึ้งหัวใจ น้ำเสียงทุ้มต่ำสะท้อนก้องกังวานในพื้นที่แคบๆ
“ข้าอยากให้เจ้า... อยู่เคียงข้างกายข้าตลอดไป ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ใดๆ แต่ในฐานะ ‘สตรีเพียงหนึ่งเดียวในดวงใจ’ ของข้า... เจ้าจะยินดีหรือไม่?”
เวินเชียนฟานหลับตาพริ้มลงเล็กน้อย หัวใจของชินอ๋องเต้นระทึกรัวเร็วปานเสียงกลองศึกในสมรภูมิ
ในหัวของอ๋องหนุ่มเริ่มจินตนาการไปไกล... นางจะก้มหน้าเอียงอายจนแก้มแดงก่ำ? นางจะหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้งในความรักอันบริสุทธิ์? หรือนางจะโผเข้าซบอกกว้างของเขาด้วยความสะเทิ้นอายตามจริตกุลสตรีในวังหลวง?
ทว่า...
ตัดสลับมาที่สัญญาณคลื่นสมองของ ‘มะลิ’ สาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายถอดสมองยุค 2026!
วูบ!
ดวงตากลมโตของมะลิเบิ่งกว้าง ขยายโตเท่าไข่ห่านสองฟองวางซ้อนกัน! ประกายตาสีน้ำตาลสุกใสสว่างวาบ เปล่งประกายวาววับเป็นรูปสัญลักษณ์ดอลลาร์ $100$ ผสมบัตรสมาชิกพรีเมียมบุฟเฟต์ตลอดชีพทันที!
สมองของสาววัยทำงานยุคใหม่ทำการประมวลผลคำสารภาพรักเมื่อครู่ด้วยความเร็วแสงระดับ 5G!
‘เชี่ยเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!’
มะลิตะโกนกรีดร้องในหัวจนเซลล์สมองแทบระเบิดเป็นละอองทอง!
‘นี่มัน... นี่มันคือข้อเสนอในฝันของพนักงานออฟฟิศชัดๆ ว้อย! ประธานบริษัทหมื่นล้านสายเปย์มายื่นสัญญาจ้างงานแบบ Uncapped Bonus ตลอดชีพ! มีพูลวิลล่าเรือนท้ายสวนให้อยู่ฟรี มีหมูหัน เป็ดปักกิ่ง กุ้งมังกรให้กินฟรีวันละหกมื้อ มีป้ายทองคำการันตีของฮ่องเต้คุ้มกะลาหัว แถมตัวเจ้าของบริษัทยังหล่อลากดินระดับดาราเกาหลีผสมพระเอกซีรีส์ย้อนยุค มายื่นหน้าขอเซ็นสัญญาเป็น ‘สปอนเซอร์ VIP ส่วนตัว’ เลี้ยงดูปูเสื่อกูตลอดชาติ!’
มะลิกลืนน้ำลายลงคอดัง เอื้อก! จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังหลับตาพริ้มรอคำตอบด้วยความตื่นเต้นระดับสิบริกเตอร์
‘ปฏิเสธก็โง่ดักดานเป็นควายเผือกแล้วว้อยยยย!’
หมับ!
มะลิไม่รอช้า นางดึงมือออกจากอุ้งมืออุ่นของชินอ๋องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจนปากแทบฉีกถึงรูหู
และในจังหวะที่เวินเชียนฟานกำลังเอียงหน้ารอคอยอ้อมกอดอันอ่อนช้อยนั้นเอง...
ปังงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!
ฝ่ามือพิฆาตของมะลิฟาดกระแทกลงบนแผ่นหลังกว้างของชินอ๋องเต็มแรงดุจพ่อค้าเขียงหมูตบไหล่เพื่อนร่วมรุ่น!
“อั่กกกกกกก—!!”
เวินเชียนฟานสะดุ้งสุดตัว หลังแอ่นโค้งไปข้างหน้า ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาคมกริบเบิกโพลงแทบถลนหลุดจากเบ้า! อาการจุกเสียดแล่นพล่านตั้งแต่กระดูกสันหลังลามไปถึงกระบังลมจนแทบจะกระอักลมหายใจออกมาเป็นไอควัน!
ยังไม่ทันที่ชินอ๋องจะได้สูดลมหายใจเข้าปอด มะลิก็เอื้อมสองมือไปจับไหล่หนาของเขาเขย่ารัวๆ ตะโกนลั่นรถม้าด้วยน้ำเสียงมั่นหน้าเกินร้อยระดับร้อยเดซิเบล!
“ดีลค่ะท่านอ๋อง! สัญญาสปอนเซอร์ VIP เหมาจ่ายเลี้ยงดูตลอดชีพแบบนี้ ใครปฏิเสธก็โง่ดักดานแล้วค่ะ!”
มะลิชี้หน้าตัวเองอย่างภาคภูมิใจ พลางหัวเราะร่าเสียงใสกังวาน
“ไม่ต้องกังวลเลยนะคะท่านอ๋อง! นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันจะอยู่เป็นดาวเด่นผลาญบุฟเฟต์ข้างกายท่านตลอดไปเลยค่ะ! เลี้ยงง่าย ไม่ดื้อ ไม่ซน ขอแค่มีหมูหันกับเนื้อแกะย่างให้แทะทุกมื้อ รับรองว่าฉันจะยืนหยัดเคียงข้างท่านอ๋องจนกว่าจะแก่ตายไปข้างหนึ่งเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆ!”
กริบ...
รถม้าทั้งคันตกอยู่ในความเงียบงัน... มีเพียงเสียงหอบหายใจดัง ฮั่ก... ฮั่ก... ของเวินเชียนฟานที่กำลังเอามือข้างหนึ่งยันพนักพิง อีกมือหนึ่งลูบแผ่นหลังที่ยังแสบร้อนจากฝ่ามือของนาง
ชินอ๋องนั่งนิ่งค้างไปห้าวินาทีเต็มๆ... ดวงตาคมกริบกะพริบปริบๆ มองรอยยิ้มแป้นแล้นและแววตาจริงใจไร้สิ่งเจือปนของมะลิ
และแล้ว... สมองระดับมหาอัจฉริยะของพญามัจจุราชแห่งต้าซิง ก็เริ่มหมุนวนถอดรหัส ‘หมัดฮุกช็อตฟีล’ เมื่อครู่นี้อย่างบ้าคลั่ง!
‘ตบหลังข้าอย่างหนักแน่น... สัมผัสรุนแรงที่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว...’
เวินเชียนฟานค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งตรง ความเจ็บปวดที่แผ่นหลังพลันแปรเปลี่ยนเป็นกระแสความอบอุ่นซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย! รอยยิ้มละมุนละไมที่ไม่เคยมีผู้ใดได้เห็น ค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากคมคาย
หัวใจของชินอ๋องเต้นรัวแรงจนแทบจะระเบิดออกมาด้วยความสุขล้นพ้น!
‘สวรรค์ชั้นฟ้า... ช่างเป็นการตอบรับรักที่เปิดเผย จริงใจ และไร้ซึ่งจริตมารยาเสแสร้งดุจสตรีในวังหลวง!’
เวินเชียนฟานลอบมองมะลิด้วยแววตาคลั่งรักระดับเก้าสิบเก้าชั้นฟ้า
‘นางมิได้เขินอายแกล้งทำเป็นบิดกาย... แต่นางฟาดฝ่ามือลงบนหลังข้า เพื่อแสดงให้เห็นถึงพันธะสัญญาอันหนักแน่นดุจขุนเขา! คำว่า ‘ดีล’ ย่อมเป็นรหัสลับแห่งความภักดีอันเป็นนิรันดร์! และคำว่า ‘ดาวเด่นข้างกายตลอดไป’ ของนาง... ช่างไพเราะและจับขั้วหัวใจข้ายิ่งนัก!’
“ดี...” เวินเชียนฟานเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลและอ่อนโยนจนหยดย้อย เขายกมือขึ้นลูบศีรษะมะลิเบาๆ “ในเมื่อเจ้าตกลง... สัญญานี้จะผูกมัดเจ้าไว้ข้างกายข้าชั่วชีวิต ใครหน้าไหนก็ไม่มีวันพรากเจ้าไปได้!”
มะลิ: “สบายมากค่ะท่านอ๋อง! สัญญาซื้อขาย เอ๊ย สัญญาเลี้ยงดูนี้ ฉันจะกอดไว้แน่นยิ่งกว่าทองคำแท่งเลยค่ะ!”
ยามไฮ่ปลายๆ (ประมาณ 22.45 น.) ณ เรือนท้ายสวน วังชินอ๋อง
กึก... ตึง...
รถม้าพระราชทานเทียบจอดสนิทหน้าประตูด้านข้างของวังอ๋อง
มะลิก้าวลงจากรถม้าด้วยความทุลักทุเลสุดขีด... ยามนี้นางจำต้องเดินกางขาเตาะแตะอุ้ยอ้ายดุจเพนกวินยักษ์แบกสัมภาระ เพราะ ‘กระเป๋าซ่อนใต้กระโปรงและแขนเสื้อขยาย 4 เท่า’ อัดแน่นไปด้วยห่อเนื้อแกะย่างเสียบไม้พันไม้ที่ทยอยขนมาตามหลัง หมูหันครึ่งตัว และขนมเปี๊ยะเสวยปิดทองคำแท้ จนร่างกลมพองแทบจะกลิ้งแทนเดิน!
“ท่านอ๋องคะ! ฝันดีนะคะ พรุ่งนี้เช้าเจอกันที่สมรภูมิอาหารเช้าค่ะ!” มะลิโบกมือหยอยๆ ล่ำลาพระเอก
เวินเชียนฟานยืนกอดอก ยิ้มส่งนางด้วยสายตาเปี่ยมรัก “พักผ่อนเถิด ยอดดวงใจของข้า...”
เมื่อประตูด้านข้างปิดลง มะลิก็รีบสาวเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งเตาะแตะตรงดิ่งเข้าสู่ห้องพักเรือนท้ายสวนทันที!
ปัง!
บานประตูห้องนอนถูกผลักเปิดออกอย่างแรง!
“คุณหนูสามกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ— ว้ายยยยยยยยยยยยยยยยยย!”
‘อาชู’ สาวใช้คนสนิทที่กำลังนั่งสวดมนต์รออยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ถึงกับกรีดร้องเสียงหลง ตาค้าง อ้าปากกว้างจนแมลงวันบินเข้าไปวางไข่ได้สามตลบ!
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือ มะลิกำลังถลกชายกระโปรงขึ้น ปลดเชือกมัดกระเป๋าซ่อนลับ และเทสัมภาระทั้งหมดลงบนโต๊ะไม้กลางห้องดัง...
ตึง! ตึง! โครมมมมมมมมมมมมม! พรวดดดดดดดดดด!
กองทัพห่อใบบัวและกล่องไม้บรรจุ ‘เนื้อแกะย่างเสียบไม้คลุกผงยี่หร่าหม่าล่า’ นับร้อยๆ ไม้... ชิ้นส่วนหมูหันหนังกรอบสีทองอร่าม... และขนมมงคลวังหลวง หลั่งไหลทะลักออกมาพูนสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็น ‘ภูเขาขนาดย่อม’ อยู่กลางโต๊ะไม้!
กลิ่นหอมฉุยของเนื้อย่างเตาถ่าน ผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศยี่หร่าและพริกหม่าล่าเผ็ดร้อน ฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องพักจนแสบจมูกด้วยความฟิน!
ตุบ!
เสียงหัวเข่ากระแทกพื้นไม้ดังสนั่น!
อาชูเข่าอ่อนยวบ ทรุดกายลงกราบแทบเท้าโต๊ะเสบียง สองมือประสานกันแน่น น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม ร้องไห้โฮออกมาด้วยความซาบซึ้งและศรัทธาสุดขีดในชีวิต!
“คุณหนูสาม... ฮือออออออออออออออ!” อาชูปาดน้ำตาร้องไห้สะอึกสะอื้น “ท่าน... ท่านมิใช่แค่อนุภรรยาธรรมดาแล้วเจ้าค่ะ! แต่ท่านคือ ‘เทพธิดาแห่งคลังเสบียงสวรรค์’ โดยแท้จริง! เนื้อแกะย่างของเป่ยเยี่ยน... ขนมมงคลของฮ่องเต้... ข้าไม่เคยคิดฝันเลยว่าในชีวิตนี้ บ่าวต่ำต้อยอย่างข้าจะได้เห็นอาหารบรรณาการกองสูงท่วมหัวขนาดนี้เจ้าค่ะ!”
“โอ๊ยยย อาชูเอ๋ย เลิกร้องไห้ดราม่าเป็นละครน้ำเน่าได้แล้วยะ!” มะลิหัวเราะร่า เดินไปตบไหล่สาวใช้เบาๆ “มาช่วยกันแกะไม้แกะห่อเร็ว! คืนนี้เปิดตี้สตรีทฟู้ดแดนเหนือกันว้อยยยย!”
มะลิคว้าเนื้อแกะย่างไม้อวบขึ้นมาหนึ่งไม้ ยัดเข้าปากแล้วเคี้ยว กรวบ! กรวบ! รสสัมผัสเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ ละมุนลิ้น ผงยี่หร่าหอมฉุนตัดเลี่ยนด้วยพริกหม่าล่าชาลิ้นเบาๆ ทำเอามะลิถึงกับหลับตาพริ้ม โยกหัวตามจังหวะเคี้ยวอย่างมีความสุข
“ง่ำๆๆ! อื้มมมมม! โคตรเด็ด! อาชู กินนี่เร็ว เนื้อแกะติดมันเน้นๆ!”
“ขอบพระคุณเจ้าค่ะคุณหนูสาม! ฮือออ อร่อยจนลิ้นจะละลายแล้วเจ้าค่ะ!” สองนายบ่าวนั่งแทะเนื้อแกะย่างกันอย่างเมามัน
ระหว่างที่เคี้ยวเนื้อแกะตุ้ยๆ มะลิก็เอื้อมมือไปหยิบ ‘แผนผังเมืองหลวงและร้านอาหารชื่อดัง’ ที่กางทิ้งไว้บนเตียงขึ้นมาดู
นิ้วเรียวสวยจิ้มลงไปบนจุดสีแดงขนาดใหญ่ใจกลางเมืองหลวง แววตามะลิตาลุกวาวเป็นประกายเงินดอลลาร์ $100$ อีกครั้ง
“อาชู... พรุ่งนี้เช้า เตรียมชุดฮั่นฝูขยาย 4 เท่าตัวเก่งไว้ให้พร้อมนะ!” มะลิเคี้ยวเนื้อแกะพลางสั่งการเสียงแจ๋ว
“จะไปไหนหรือเจ้าคะคุณหนูสาม?” อาชูถามทั้งที่เนื้อแกะยังเต็มปาก
มะลิเชิดหน้าขึ้น ยิ้มแป้นอย่างมีเลศนัย
“เราจะเปิดทริป ‘ทัวร์กินฟรีวันที่สอง’ สู่ ‘ภัตตาคารหมื่นเมฆา’ เหลาอาหารอันดับหนึ่งของเมืองหลวง! พรุ่งนี้ฉันจะใช้ป้ายทองคำแท้ ไปสั่งเป็ดตุ๋นยาจีนกับเกี๊ยวน้ำกุ้งยักษ์มากินให้พุงกางไปเลยคอยดู!”
ยามจื่อ (ประมาณ 23.30 น.) ณ ห้องทำงานชินอ๋อง
ตัดภาพมาที่ห้องทำงานใหญ่ของเวินเชียนฟาน...
บรรยากาศภายในห้องทำงานเงียบสงัด แสงเทียนบนเชิงหงส์ส่องสว่างวูบวาบ ลมราตรีพัดโชยเข้ามาทางบานหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้
เวินเชียนฟานนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี... ทว่า ท่าทางของพญามัจจุราชในยามนี้กลับแปลกประหลาดไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง!
อ๋องหนุ่มนั่งเท้าคาง อมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียวใต้แสงเทียนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ต้าซิง! มือขวาของเขายกขึ้นลูบแผ่นหลังที่ยังคงปวดระบมจากฝ่ามือของมะลิเบาๆ พลางพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงละมุนละไม
“ดีลค่ะท่านอ๋อง... ดาวเด่นข้างกายตลอดไปรึ... หึๆ ช่างเป็นสตรีที่น่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก...”
ฟิ้วววววววววววววว—!
ทันใดนั้นเอง! กระแสลมกรรโชกแรงพลันพัดกระหน่ำเข้ามาทางหน้าต่างอย่างบ้าคลั่ง!
เปลวเทียนดับวูบลงเหลือเพียงควันสีขาวสลัว!
ตึง!
เงาร่างสีดำสนิทของ ‘โม่เฟิง’ องครักษ์เงามือหนึ่ง พุ่งทะยานผ่านหน้าต่างเข้ามา ทรุดกายลงคุกเข่ากระแทกพื้นหินอย่างรุนแรง!
“ท่านอ๋องพะยะค่ะ!”
เสียงของโม่เฟิงสั่นเครือ แหบพร่า และเต็มไปด้วยความตระหนกตกใจถึงขีดสุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน! ใบหน้าใต้ผ้าคลุมสีดำซีดเผือดจนกลายเป็นสีเทา เหงื่อกาฬไหลทะลักเปียกชุ่มขมับ ร่างกายสั่นสะท้านดุจคนจับไข้หัวลม!
เวินเชียนฟานหุบรอยยิ้มลงทันควัน แววตาอ่อนโยนพลันแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจกระบี่กล้าในพริบตาเดียว
“โม่เฟิง... มีเรื่องอันใด? เหตุใดจึงเสียมารยาทเช่นนี้!” ชินอ๋องเอ่ยเสียงต่ำเย็นเยียบ
โม่เฟิงสองมือสั่นระริก ค่อยๆ ชู ‘กระบอกไม้ไผ่ทองคำแท้’ ขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นเหนือศีรษะ
สิ่งที่ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานเย็นเฉียบดั่งตกสู่ก้นบึ้งน้ำแข็ง... คือตราประทับครั่งสีแดงสดดุจโลหิตที่ปิดผนึกปากกระบอกไม้ไผ่ไว้อย่างแน่นหนา!
บนตราครั่งสีเลือดนั้น... ปรากฏลวดลายสลักอันทรงอำนาจสูงสุดในใต้หล้า ลวดลาย “มังกรทองห้าเล็บขดหงส์เพลิง”!!
“เรียน... เรียนท่านอ๋อง!” โม่เฟิงละล่ำละลักรายงานด้วยน้ำเสียงสยองขวัญ “เมื่อครู่นี้... หน่วยองครักษ์เวหาดักจับ ‘เหยี่ยวเวหาข้ามทวีป’ ที่บินข้ามแนวเทือกเขาหมื่นลี้มาจากแดนไกลได้พะยะค่ะ! ที่ขานกเหยี่ยว... มีกระบอกไม้ไผ่ทองคำประทับตราครั่งสีเลือดนี้ผูกติดมาด้วย!”
เวินเชียนฟานขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม ลมหายใจสะดุดกึก
‘ตรามังกรทองห้าเล็บขดหงส์เพลิง... ตราสัญลักษณ์สูงสุดของราชวงศ์แห่ง ‘มหาจักรวรรดิตะวันออก’ มหาอำนาจอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่กว่าต้าซิงและเป่ยเยี่ยนรวมกันนับสิบเท่า!’
หมับ!
เวินเชียนฟานเอื้อมมือไปคว้ากระบอกไม้ไผ่มาเปิดออก ดึงเอาม้วนผ้าไหมสีทองอร่ามที่ซ่อนอยู่ข้างในออกมากางอ่านใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา
สายตาคมกริบสแกนผ่านตัวอักษรสีเลือดในม้วนผ้าไหม...
พริบตานั้นเอง!
ร่างกายของเวินเชียนฟานพลันแข็งทื่อดุจถูกสาปเป็นหิน! ลมหายใจขาดห้วง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีดจนแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง!
ข้อความในสาส์นลับระบุไว้อย่างชัดเจนและสะเทือนเลื่อนลั่น:
‘ถึง... หน่วยสืบราชการลับแดนบูรพา
ยืนยันเบาะแสแน่ชัดแล้ว... สตรีผู้มีนามว่า ‘ซูเหมย’ ในแคว้นต้าซิง มิใช่บุตรสาวที่แท้จริงของตระกูลซูขุนนางตกอับแต่อย่างใด! ทว่านางคือ “องค์หญิงเก้าผู้หายสาบสูญแห่งมหาจักรวรรดิตะวันออก” ผู้มีสายเลือดมังกรบรรพกาลศักดิ์สิทธิ์ที่พลัดพรากไปเมื่อสิบแปดปีก่อน!
บัดนี้ มหาจักรพรรดิทรงมีพระราชโองการสูงสุด สั่งการให้ ‘หน่วยองครักษ์เงาอันดับหนึ่งแห่งมหาจักรวรรดิ’ นำโดย ‘เยี่ยหาน’ แฝงตัวข้ามพรมแดนเข้าสู่ต้าซิง เพื่อตามหาตัวองค์หญิงเก้าและนำเสด็จกลับคืนสู่บัลลังก์บูรพาเดี๋ยวนี้!’
กร๊อบบบบ!
เสียงม้วนผ้าไหมและกระบอกไม้ไผ่ทองคำในมือของเวินเชียนฟาน ถูกบดขยี้ด้วยพลังปราณโทสะจนแหลกละเอียดเป็นผงร่วงกราวลงสู่พื้นโต๊ะ!
บรรยากาศทั่วทั้งห้องทำงานพลันลดฮวบลงสู่จุดเยือกแข็ง รังสีสังหารอันมหาศาลและจิตสังหารอันดำมืดระเบิดพวยพุ่งออกมาจากร่างของชินอ๋องจนโต๊ะทำงานสั่นสะเทือน!
“องค์หญิงเก้าแห่งมหาจักรวรรดิตะวันออกรึ...”
เวินเชียนฟานเค้นเสียงต่ำลึกออกมาจากลำคอ ดวงตาคมกริบที่เคยอ่อนโยน บัดนี้ลุกโชนไปด้วยประกายเพลิงสีชาดและแววตาอำมหิตดุจพญามัจจุราชคลั่งรัก!
ชินอ๋องกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เอ่ยเสียงกร้าวสะท้านราตรี
“ต่อให้เป็นมหาจักรวรรดิตะวันออก... ต่อให้ต้องยกทัพทำลายล้างทั้งแผ่นดิน... ใครหน้าไหนก็อย่าหวังจะมาพรากนางไปจากข้า!”
ทว่า... ตัดภาพกลับไปที่เรือนท้ายสวนยามดึกสงัด...
“คร่อกกกกกกก... ฟี้... ง่ำๆ...”
มะลินอนอ้าปากหวอ ขาก่ายหมอนข้างอยู่บนเตียงนุ่มๆ น้ำลายยืดหยดแหมะลงบนหมอน มือขวายังคงกำไม้เสียบเนื้อแกะย่างเปล่าๆ ไว้แน่นหนา ละเมอยิ้มหวานออกมาอย่างมีความสุขสุดขีด
“แฮะๆ... เป็ดตุ๋น... เกี๊ยวน้ำกุ้งยักษ์... บุฟเฟต์ฟรี... อร่อยจังว้อยยยย...”
ยามเว่ย (ประมาณ 14.00 น.) ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองหยกขาว มหานครเทียนหยวนครืนนนนนน... ตึง! ตึง!ล้อเหล็กของรถม้าพระราชทานเสริมเกราะทองคำแท้แห่งแคว้นต้าซิง บดขยี้ลงบนแผ่นศิลาหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ เสียงฝีเท้าม้าศึกเกราะทองคำนับร้อยนายก้าวเดินอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางสายลมหอบใหญ่ที่พัดพาเอากลิ่นอายความยิ่งใหญ่โอ่อ่าของศูนย์กลางมหาทวีปมาปะทะขบวนเสด็จเบื้องหน้าของพวกเขา... คือกำแพงศิลาหยกขาวสูงตระหง่านเสียดฟ้า ปราการธรรมชาติที่ตั้งตระหง่านแบ่งแยกศูนย์กลางโลก ธงทิวหลากสีสันปักตราสัญลักษณ์แห่ง ‘ร้อยแคว้น’ โบกสะบัดต้านลมหนาวอย่างอหังการทว่า บรรยากาศ ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองในยามนี้ กลับมิได้มีความรื่นเริงสมกับเป็นงานเทศกาลระดับมหาทวีปแม้แต่น้อย!ลานหินอ่อนกว้างใหญ่คลาคล่ำไปด้วยขบวนราชทูต แม่ทัพใหญ่ และเชื้อพระวงศ์จากแคว้นมหาอำนาจต่างๆ ที่เดินทางมาถึงก่อนหน้า ทว่าสายตานับพันคู่กลับจับจ้องมายังขบวนรถม้าต้าซิงเป็นจุดเดียว... ด้วยแววตาคมกริบ ระแวดระวัง และเปี่ยมไปด้วยเจตนาลองดี!“นั่นหรือ... ขบวนของพญามัจจุราชแห่งต้าซิง เวินเชียนฟาน?
ยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหินใต้หน้าผา ป่าไผ่ท้ายหุบเขาเพลิงบรรลัยกัลป์อีกด้านหนึ่งหลังโขดหินใหญ่เบื้องบน!ยมทูตหมายเลข 7 ทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นดิน สองมือยกขึ้นทบอก ปาดเหงื่อกาฬที่เปียกชุ่มหน้าผากขาวซีดอย่างโล่งอก“เฮ้อออออออออ! รอดตายหวุดหวิดไปอีกหนึ่งวัน!” ยมทูตหอบหายใจรัวๆ รีบเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอวอย่างลนลานทว่า พริบตานั้นเอง... สัมผัสวิญญาณของยมทูตพลันสะดุ้งวาบ เมื่อคลื่นรังสีสังหารระดับเก้าชั้นฟ้าและจิตคุกคามอันบ้าคลั่งของชินอ๋องกำลังควบม้าศึกทะลวงป่าใกล้เข้ามาทุกขณะ!‘เชี่ยแล้วววววว! จิตคุกคามของพญามัจจุราชเมืองมนุษย์มาโน่นแล้ว!’ ยมทูตหมายเลข 7 ขนหัวลุกชันชี้ฟ้า หน้าซีดยิ่งกว่ากระดาษไหว้เจ้า ‘ขืนมัวอยู่ต่อให้ลมปราณอ๋องซัดกระเจิง หรือโดนจับได้ว่ายมทูตนรกแอบแทรกแซงชะตามนุษย์ ข้าโดนท่านพญายมถีบลงกระทะทองแดงรอบสองแน่! แม่หนูมะลิเอ๋ย... เจ้าปลอดภัยแล้ว ข้าขอชิ่งกลับไปนอนตีพุงที่นรกก่อนละเว้ย!’พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดมิติหายวับกลับสู่นรกภูมิอย่างรวดเร็วปานฟ้าแลบ! ทิ้งไว้เพียงเสียงฝ
ยามเหม่า (ประมาณ 06.00 น.) ณ ลานหน้าประตูพระราชวังหลวงต้าซิง สู่ประตูเมืองหลวงแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์สาดส่องลงมากระทบธงรบสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายพยัคฆ์เหินที่โบกสะบัดต้านลมหนาวกองทัพทหารม้าเกราะทองคำนับร้อยนายตั้งแถวหน้ากระดานตระหง่าน แผ่รังสีพลังยุทธ์เข้มข้นน่าเกรงขาม รถม้าพระราชทานเสริมแผ่นเกราะทองคำแท้ทั้งคันจอดเทียบอย่างโอ่อ่าสง่างามฮ่องเต้ต้าซิงในชุดมังกรเต็มยศเสด็จมาส่งขบวนด้วยพระพักตร์ซาบซึ้งระคนวิตกกังวลทว่า... พริบตาที่ประตูด้านข้างเปิดออก!ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ก้าวอุ้ยอ้ายออกมาสู่สายตาของธารกำนัล...กึก... ตึง... ตึง...เสียงฝีเท้าหนักแน่นแปลกประหลาด ทำเอาพื้นหินขัดเงาหน้าประตูวังแทบสะเทือน!มะลิปรากฏตัวในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว ‘รุ่นมหากระสอบเสบียง ขยายพอง 6 เท่า’!ชายกระโปรงและซับในถูกยัดช่องกระเป๋าสิบช่อง แขนเสื้อสี่ช่อง และรอบเอวอีกหกช่อง ส่งผลให้ร่างบางของนางพองฟูฟ่องแน่นเอี๊ยดจนดูกลมดุจซาลาเปายักษ์เดินได้! นางจำต้องเดินกางขาเตาะแตะ ส่ายไปส่ายมาดุจเพนกวินยักษ์หลงฝูง
ยามสายแก่ๆ ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมอุ่นพัดเอื่อยๆ พัดพาเอาชายเสื้อคลุมสีดำของ ‘เวินเชียนฟาน’ พลิ้วไหวเบาๆมือหนาอันอบอุ่นของชินอ๋องยังคงกุมมือเรียวของมะลิไว้แน่นหนาราวกับจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แววตาคมกริบเปี่ยมล้นไปด้วยความเว้าวอน จริงจัง และลึกซึ้งดุจห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้งเขากลั้นลมหายใจ รอคอยการตอบสนองของสตรีตรงหน้า... รอคอยหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัว หรือการโผเข้าซบอกกว้างของเขาเพื่อแสวงหาที่พึ่งพิงอันปลอดภัยในยามที่มรสุมสงครามระดับมหาทวีปกำลังจะพัดถล่มทว่า...ตัดภาพมาที่สัญญาณคลื่นสมองระดับ 5G ของ ‘มะลิ’ สาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026!มะลิไม่ได้ฟังคำสาบานพร้อมเอาชีวิตเข้าแลกของเขาเลยแม้แต่ครึ่งคำ!สายตาอันเฉียบไวของนักล่าโปรโมชัน มองทะลุตัวอักษรราชโองการสีทองและตราประทับมังกรห้าเล็บ... ดิ่งตรงลงไปสะดุดกึกเข้ากับ ‘บันทึกรายการพระกระยาหารรับรองร้อยแคว้น’ ที่สลักด้วยอักษรตัวจิ๋วไว้ท้ายเทียบเชิญทองคำอย่างพอดิบพอดี!‘หมูหันจักรพรรดิบูรพา...’&ls
ตัดกลับมาในห้องนอน...ยมทูตหมายเลข 7 เห็นเงาร่างชุดเทานอกหน้าต่างล่าถอยหนีไป ก็ถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่จนพุงยุบ ปาดเหงื่อกาฬที่ท่วมหน้าผาก“เฮ้ออออออ! รอดตายหวุดหวิด!” ยมทูตเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอว “นักฆ่ากระจอกแท้ พอเห็นเวทมนตร์นรกของข้าถึงกับตกใจวิ่งหนีป่าราบ! สบายใจละ ข้ากลับไปนอนตีพุงที่นรกดีกว่า!”พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดกลับเข้าตู้เสื้อผ้าหายวับไป ทิ้งไว้เพียงคราบซอสหม่าล่าบนคอมะลิที่ค่อยๆ ดับแสงลง กลับมาเป็นคราบน้ำมันพริกสีแดงธรรมดาๆ ตามเดิมยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมราตรีพัดกรรโชกหวีดหวิว พัดพาเอาใบไม้แห้งหมุนวนเป็นเกลียว...แม้ผืนฟ้าจะมืดมิดไร้ดวงดาว ทว่าบรรยากาศรอบเรือนท้ายสวนกลับคุกรุ่นไปด้วยรังสีอำมหิตอันเยียบเย็นดุจก้นบึ้งนรกภูมิ!กึก... กึก...ร่างสูงโปร่งสง่างามของ ‘เวินเชียนฟาน’ ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิท ก้าวเดินตรวจตรารอบแนวกำแพงเรือนท้ายสวนด้วยตนเอง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองขึ้นไปยังกิ่งไม้ใหญ่ข้างหน้าต่างห้อ
ยามซวี (ประมาณ 19.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องกลิ่นหอมกรุ่นของควันเตาถ่าน เครื่องเทศหม่าล่า และน้ำกะทิหวานมัน ฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วลานเรือนท้ายสวนจนแทบแยกไม่ออกว่านี่คือตำหนักอ๋องหรือถนนคนเดินเยาวราชโบราณ!ผลพวงจากการระดมพลบอดี้การ์ดสายเปย์เมื่อบ่ายแก่ๆ...บัดนี้ ขบวนทัพนักรบเกราะทองคำนับสิบนายที่เพิ่งเดินกลับมาจากตลาดเมืองหลวง ต่างพากันวาง ‘ตะกร้าสานใบยักษ์’ ลงบนลานหินดัง ตึง! ตึง! ในตะกร้าอัดแน่นไปด้วยหมูสะเต๊ะร้อนๆ น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง เกาลัดคั่วหอมฉุย และเนื้อแกะย่างเสียบไม้อีกนับร้อยๆ ไม้!“ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนมากนะคะ!” มะลิในชุดฮั่นฝูสีชมพูทรงหลวม นั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งไม้หน้าเรือน โบกมือทักทายเหล่าทหารอย่างร่าเริง “วางไว้ตรงนั้นแหละค่ะ! ใครหิวก็หยิบไปแทะคนละสิบไม้ยี่สิบไม้ได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ!”“มิกล้าพะยะค่ะพระชายาเอก! พวกเราขอถวายการอารักขาอยู่รอบนอกพะยะค่ะ!”เหล่านักรบเกราะทองคำคุกเข่าประสานมืออย่างพร้อมเพรียง แววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความจงรักภักดี ก่อนจะล่าถอยออกไปยืนค







