Share

ตอนที่ 25

last update publish date: 2026-09-13 12:00:34

ยามซวีแก่ๆ ผันผ่านสู่ยามไฮ่ (ประมาณ 20.30 น.) ณ โถงจัดเลี้ยงใหญ่ พระราชวังหลวง

ความเงียบสงัดหลังศึกกระดานหมากฮอสพุทราจีนยังคงปกคลุมทั่วทั้งโถงจัดเลี้ยง...

‘เซียนหมากไร้พ่ายแห่งแดนเหนือ’ ถูกขันทีสองนายหิ้วปีกพยุงร่างที่หมดสติเลือดกบปากออกไปนอนพักด้านหลัง ทิ้งไว้เพียงกระดานหินที่เต็มไปด้วยเม็ดพุทราจีนเชื่อมและลูกบ๊วยเค็มวางเกลื่อนกลาด เป็นประจักษ์พยานแห่งความพ่ายแพ้อันน่าอัปยศ!

ตึง!

เสียงหัวเข่ากระแทกพื้นหินขัดเงาดังสะท้อนก้องกังวาน!

องค์ชายสามแห่งเป่ยเยี่ยนทรุดกายลงคุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ต้าซิง ร่างกายสั่นสะท้านดุจลูกนกต้องพายุ ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความพ่ายแพ้ราบคาบอย่างไม่อาจกอบกู้ได้อีก!

“ต้าซิง... ข้า องค์ชายสามแห่งเป่ยเยี่ยน ขอยอมรับความพ่ายแพ้ยับเยินทั้งสามด่านแต่โดยดี!”

องค์ชายสามเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ละล่ำละลักกล่าวต่อหน้าธารกำนัล “เป่ยเยี่ยนขอยกเลิกการทวงคืนห้าเมืองชายแดนทันที! และยินยอมทำสนธิสัญญาสงบศึกสิบปี... ขอยอมส่งม้าศึกแดนเหนือสามร้อยตัว ทองคำแท่งสองพันตำลึง และไข่มุกราตรีเป็นเครื่องบรรณาการแก่ต้าซิงทุกปีพะยะค่ะ!”

“ฮ่าๆๆๆๆๆ!”

ฮ่องเต้ต้าซิงทรงพระสรวลร่าลั่นโถงด้วยความสะพระทัยอย่างยิ่งยวด พระพักตร์เปี่ยมล้นไปด้วยบารมี “ดี! องค์ชายสามรักษาวาจาเยี่ยงบุรุษ! ต้าซิงของเรายินดีรับไมตรีสงบศึกนี้!”

ทว่า... องค์ชายสามกลับยังมิได้ลุกขึ้น

เขากลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ หันขวับไปมองร่างกลมพองของ ‘มะลิ’ ที่ยืนแคะฟันลูบท้องอยู่ข้างโต๊ะหมากด้วยสายตาหวาดผวาสุดขีด ร่างกายสั่นงันงกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับพญามัจจุราชจากขุมนรก!

“ท... ท่านจอมมารซูเหมย...” องค์ชายสามละล่ำละลักถามเสียงละห้อย “ในการทำสนธิสัญญาสงบศึกครานี้... ท่านยังมี ‘เงื่อนไขพิเศษ’ อันใดอีกหรือไม่? เป่ยเยี่ยนต้องชดใช้อันใดเพิ่ม จึงจะรอดพ้นจากเพลิงพิโรธของท่าน?!”

มะลิที่กำลังใช้ลิ้นดุนเศษพุทราจีนออกจากซอกฟัน สะดุ้งเล็กน้อย หันมามององค์ชายสามตาปริบๆ

‘อ้าว... ถามกูเหรอ?’ มะลิคิดในใจ พลางลูบท้องที่ตึงเปรี๊ยะจากหมูหันและเนื้อตุ๋นหม่าล่า

สมองของสาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ยุค 2026 เริ่มประมวลผลทันที... แคว้นเป่ยเยี่ยนคือดินแดนทุ่งหญ้าทางเหนือ อากาศหนาว ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ เลี้ยงสัตว์เป็นล่ำเป็นสัน... และสิ่งที่ขึ้นชื่อที่สุดของแดนเหนือก็คือ ‘สตรีทฟู้ดปิ้งย่าง’!

มะลิเลิกคิ้ว เชิดหน้าขึ้น เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงฉะฉานและจริงใจสุดขีด

“แคว้นพวกพี่เลี้ยงแกะเยอะใช่ไหมคะ?”

องค์ชายสามสะดุ้งตัวโยน รีบพยักหน้ารัวๆ “ถ... ถูกต้องแล้ว ท่านจอมมาร! ทุ่งหญ้าเป่ยเยี่ยนมีฝูงแกะนับแสนตัว!”

มะลิยิ้มแป้น ดวงตาวาววับเป็นประกาย

“งั้นพวกพี่มี ‘เนื้อแกะย่างเสียบไม้คลุกผงยี่หร่าหม่าล่า’ ไหมคะ? แบบที่ย่างเตาถ่านไฟแรงๆ เนื้อติดมันกรอบนอกนุ่มใน โรยพริกหม่าล่ากับผงยี่หร่าหอมๆ ฉุนๆ น่ะค่ะ!”

“ม... มีพะยะค่ะ!” องค์ชายสามตอบเสียงสั่น “นั่นคืออาหารพื้นถิ่นของทหารและชาวทุ่งหญ้าเป่ยเยี่ยน...”

มะลิตบมือดังเพียะ! ชี้นิ้วสั่งการหน้าตาเฉย

“ดีเลยค่ะ! ถ้าอยากสงบศึกแบบไร้ปัญหาคาใจ... ส่ง ‘เนื้อแกะย่างเสียบไม้คลุกผงยี่หร่า’ มาส่งส่วยให้ฉันกินสัก ‘หนึ่งพันไม้’ สิคะ! เอาแบบย่างร้อนๆ ติดมันเน้นๆ นะคะ แล้วฉันจะไม่ติดใจเอาความพวกพี่อีกเลยแม้แต่นิดเดียว!”

กริบ...

ความเงียบสงัดระดับหยุดเวลาเข้าครอบงำโถงจัดเลี้ยงใหญ่อีกครั้ง!

องค์ชายสามแห่งเป่ยเยี่ยน: “...!!” (ตาค้าง อ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าไปวางไข่ได้สามรอบ!)

สมองขององค์ชายสามเกิดการลัดวงจรระดับเก้าสิบเก้าชั้นฟ้าทันที!

‘น... เนื้อแกะย่างเสียบไม้หนึ่งพันไม้?!’ องค์ชายสามหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลทะลักเปียกโชกแผ่นหลัง สมองประมวลผลยุทธศาสตร์อย่างสะพรึงกลัวขั้นสูงสุด!

‘โหดเหี้ยม... โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว! แกะคือหัวใจหลักของเสบียงทหารเป่ยเยี่ยน! การที่นางเรียกร้องเนื้อแกะย่างหนึ่งพันไม้ มิใช่เพียงความต้องการลิ้มรสอาหาร... แต่นางกำลังส่งสัญญาณเตือนข้าว่า เป่ยเยี่ยนทั้งแคว้นเป็นเพียง ‘ลูกแกะบนเตาย่าง’ ในกำมือของนาง!’

องค์ชายสามน้ำตาคลอเบ้า มือสั่นระริกขณะคิดต่อไป

‘ซ้ำยังเป็นการข่มขู่เชิงสัญลักษณ์ว่า หากเป่ยเยี่ยนคิดก่อสงครามอีก แคว้นของข้าจะถูกนางจับย่างเสียบไม้กินจนสูญพันธุ์! ช่างเป็นกุศโลบายทางการทูตที่เหี้ยมโหดและบดขยี้เกียรติยศของเป่ยเยี่ยนจนแหลกละเอียด!’

“ด... ได้พะยะค่ะ!” องค์ชายสามโขกศีรษะลงกับพื้นหินดังปัง! ร้องไห้โฮออกมาด้วยความขวัญผวา “เป่ยเยี่ยนขอน้อมรับเงื่อนไข! ข้าจะสั่งให้พ่อครัวหลวงแห่งเป่ยเยี่ยนคัดเลือกแกะพันธุ์ดีที่สุด ย่างคลุกผงยี่หร่าหนึ่งพันไม้... บรรทุกใส่เกวียนเก็บความร้อนมาถวายท่านจอมมารซูเหมยเดี๋ยวนี้พะยะค่ะ! บันทึก... รีบบันทึกข้อตกลงนี้ลงในสัญญาสงบศึกเดี๋ยวนี้!”

มะลิ: “...หืม?” (ยืนกะพริบตาปริบๆ เกาหัวแกรกๆ)

‘เอ้า... แค่สั่งสตรีทฟู้ดพันไม้ ถึงกับร้องไห้โฮกราบตีนกูเลยเหรอวะ? แคว้นนี้ขี้เหนียวเนื้อแกะขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย?’

ทว่า... ตัดสลับมาที่ฝั่งของ ‘เวินเชียนฟาน’ และ ‘ฮ่องเต้ต้าซิง’!

ชินอ๋องเวินเชียนฟานยืนกอดอกแน่น เหงื่อซึมฝ่ามือจนชื้น ดวงตาคมกริบจ้องมองมะลิด้วยความเทิดทูนบูชาดุจเทพธิดาแห่งสงคราม!

‘เนื้อแกะย่างพันไม้...’ เวินเชียนฟานลอบสูดลมหายใจเข้าลึก หัวใจเต้นระทึกด้วยความยำเกรง

‘นางมิได้ต้องการเครื่องบรรณาการทองคำหรือที่ดิน... แต่นางเลือกบั่นทอนเสบียงรบหลักของศัตรูอย่างเลือดเย็น! การบังคับให้เป่ยเยี่ยนต้องส่งเนื้อแกะย่างพันไม้ คือการตอกย้ำสถานะผู้พ่ายแพ้ให้ตราตรึงในจิตใจของชาวเป่ยเยี่ยนไปชั่วลูกชั่วหลาน! สติปัญญาด้านการทูตของจอมมารซูเหมย... ล้ำลึกจนสั่นสะเทือนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า!’

ฮ่องเต้ทรงลงพระปรมาภิไธยในสัญญาสงบศึกด้วยรอยแย้มพระโอษฐ์กว้างขวาง ทรงหันมามองมะลิด้วยความปลาบปลื้มสูงสุด

“ยอดเยี่ยม! ต้าซิงชนะศึกการทูตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบร้อยปี โดยมิต้องสูญเสียเลือดเนื้อของทหารแม้แต่นายเดียว!” ฮ่องเต้ทรงลุกขึ้นยืน ตรัสเสียงดังกึกก้อง “พระราชทานทองคำแท่งหนึ่งพันตำลึงแก่อนุซูเหมย! และสั่งการห้องเครื่องหลวง... จงยก ‘เนื้อแกะย่างบรรณาการ หมูหัน และขนมมงคลทั้งหมดในงานเลี้ยงคืนนี้’ ห่อใส่กล่องมอบให้นางนำกลับวังอ๋องแต่เพียงผู้เดียว!”

พริบตาที่คำว่า ‘ห่อกลับบ้าน’ หลุดออกมาจากพระโอษฐ์...

วูบ!

ดวงตาของมะลิเบิ่งกว้าง ขยายโตเท่าไข่ห่าน! เปล่งประกายวาววับเป็นรูปสัญลักษณ์ดอลลาร์ $100$ ผสมรูปเนื้อแกะย่างเสียบไม้ทันที!

มะลิรีบย่อกายถวายบังคมเสียงใสแจ๋วระดับร้อยเดซิเบล

“ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ! ขอให้ฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นๆ ปี สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยเงินทองเพคะ!”

ยามไฮ่ (ประมาณ 21.30 น.)

ก่อนจะก้าวขาออกจากโถงจัดเลี้ยงวังหลวง... มะลิเปิดปฏิบัติการ ‘กวาดเรียบสมรภูมิ’!

นางกวักมือเรียกขันทีและนางกำนัล ให้นำใบบัวและกล่องไม้มาห่อเนื้อแกะย่าง หมูหันที่เหลือ ขนมเปี๊ยะเสวย และผลไม้มงคลทั้งหมด ยัดพรวดๆ เข้าไปใน ‘กระเป๋าซ่อนใต้กระโปรงและแขนเสื้อขยาย 4 เท่า’ อย่างช่ำชอง!

ร่างของมะลิพองหนาแน่นเอี๊ยดจนแทบจะกลิ้งได้ ยามที่นางเดินก้าวออกจากวังหลวง นางจำต้องเดินอ้าขาเตาะแตะอุ้ยอ้ายดุจลูกชิ้นยักษ์เคลื่อนที่ขึ้นสู่รถม้าพระราชทาน!

กึก... ตึง...

รถม้าไม้ชิงชันเคลื่อนตัวออกจากประตูวังหลวง มุ่งหน้ากลับสู่วังชินอ๋องอย่างเงียบสงบ...

บรรยากาศภายในรถม้าอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมฟุ้งของเนื้อแกะย่างคลุกพริกยี่หร่าและเครื่องเทศนานาชนิด กลิ่นหอมฉุยตลบอบอวลจนแทบไม่มีที่ว่างให้อากาศบริสุทธิ์เล็ดลอด!

มะลินั่งพิงเบาะนุ่มๆ ถอนหายใจยาวอย่างผ่อนคลาย มือเรียวสวยล้วงเข้าไปในชายเสื้อ ดึงเอา ‘เนื้อแกะย่างเสียบไม้ไม้อวบๆ’ ที่ยังคงอุ่นกรุ่นออกมาถือไว้ในมือ ก่อนจะยัดเข้าปากแทะอย่างสบายอารมณ์

“ง่ำ! กรวบๆ... อื้มมม! เนื้อแกะเป่ยเยี่ยนนี่มันนุ่มชุ่มฉ่ำจริงๆ ว้อย! ยี่หร่าแน่นๆ พริกหม่าล่าชาลิ้นเบาๆ ฟินสุดยอด!”

มะลิเคี้ยวตุ้ยๆ พลันเหลือบสายตาไปเห็น ‘เวินเชียนฟาน’ ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

ชินอ๋องนั่งหลังตรงสง่างาม ใบหน้าคมสันเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับจับจ้องมองมาที่นางนิ่งสนิท ใต้แสงโคมไฟสลัวในรถม้า แววตาของเขาดูอ่อนโยนและลึกล้ำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...

มะลิเลิกคิ้ว ‘มองหน้ากูทำไมวะ? อ๋อ... อยากกินล่ะสิ!’

ด้วยความใจกว้าง มะลิจึงหยิบเนื้อแกะย่างไม้อวบอีกไม้ออกมา ยื่นตรงไปจ่อที่ริมฝีปากของชินอ๋องหน้าตาเฉย!

“กินไหมคะท่านอ๋อง? อร่อยมากนะ เนื้อนุ่มไม่คาวเลย ยี่หร่าเน้นๆ อะ... อ้าปากสิคะ อ้ามมม!”

เวินเชียนฟานชะงักกึก!

ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย จ้องมองเนื้อแกะย่างที่อยู่ห่างจากริมฝีปากเพียงครึ่งคืบ สลับกับมองใบหน้าน่ารักยิ้มแป้นไร้เดียงสาของมะลิ...

กลิ่นหอมของเนื้อย่าง ผสมผสานกับกลิ่นกายหอมละมุนดุจดอกมะลิแรกแย้มของสตรีตรงหน้า ทำเอาหัวใจของพญามัจจุราชแห่งต้าซิงกระตุกวูบ!

ตลอดชีวิตของเวินเชียนฟาน เขาเติบโตมาในสมรภูมิการเมืองที่เต็มไปด้วยยาพิษและการลอบสังหาร เขาไม่เคยไว้ใจใคร และไม่เคยยอมรับอาหารจากมือของผู้ใดโดยไม่ผ่านการทดสอบพิษ...

ทว่า ยามที่มองสตรีร่างกลมพองตรงหน้า... สตรีที่กระโดดเข้ามารับพิษแทนเขา สตรีที่ใช้เพียงพุทราจีนกอบกู้แผ่นดิน และสตรีที่ยื่นเนื้อย่างมาให้เขาด้วยรอยยิ้มจริงใจไร้การเสแสร้ง...

กำแพงความระแวงที่ก่อตัวมานับสิบปี พลันพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง!

เวินเชียนฟานค่อยๆ โน้มตัวไปข้างหน้า อ้าปากกัดเนื้อแกะย่างชิ้นโตจากมือของมะลิอย่างช้าๆ...

รสสัมผัสอันอบอุ่น ความหอมกรุ่นของเนื้อแกะ และรสชาติจัดจ้านแผ่ซ่านในปาก ทว่าสิ่งที่อบอุ่นยิ่งกว่า คือกระแสความรู้สึกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วหัวใจของชินอ๋อง!

ตึก... ตัก... ตึก... ตัก...

หัวใจที่เคยด้านชาเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก! ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหูใต้แสงโคมไฟสลัว!

“อร่อยใช่ไหมล่ะคะท่านอ๋อง!” มะลิหัวเราะร่า เคี้ยวเนื้อแกะในปากตุ้ยๆ

หมับ...

จู่ๆ มือหนาอันอบอุ่นของเวินเชียนฟาน ก็เอื้อมมาจับกุมมือเรียวสวยของมะลิที่กำลังถือไม้เสียบเนื้อไว้อย่างแผ่วเบา...

มะลิสะดุ้งเล็กน้อย ชะงักเคี้ยว หันมาสบตาชินอ๋องตาโต

เวินเชียนฟานจ้องลึกลงไปในดวงตาสดใสของมะลิ แววตาคู่นั้นเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกจากก้นบึ้งหัวใจ น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้น นุ่มนวลและจริงจังยิ่งกว่าครั้งใดในชีวิต

“ซูเหมย...”

“ค... คะ?” มะลิเริ่มกระพริบตาปริบๆ

“ศึกครานี้... เจ้าช่วยข้า ช่วยฝ่าบาท และกอบกู้แผ่นดินต้าซิงไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า” เวินเชียนฟานกุมมือของนางแน่นขึ้น สูดลมหายใจเข้าลึก “ข้าไม่เคยพบสตรีใดที่กล้าหาญ ฉลาดหลักแหลม และบริสุทธิ์ใจเช่นเจ้ามาก่อน... ข้าไม่อยากให้เจ้าเป็นเพียงพันธมิตร หรืออนุภรรยาในนามอีกต่อไปแล้ว”

เวินเชียนฟานสบตานางด้วยความเว้าวอนระคนจริงใจ

“ข้าอยากให้เจ้า... อยู่เคียงข้างกายข้าตลอดไป ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ใดๆ แต่ในฐานะ ‘สตรีเพียงหนึ่งเดียวในดวงใจ’ ของข้า... เจ้าจะยินดีหรือไม่?”

บรรยากาศในรถม้าพลันหวานซึ้งและโรแมนติกราวกับฉากจบในซีรีส์รักพันล้าน!

เวินเชียนฟานรอคอยคำตอบด้วยหัวใจที่เต้นระทึก เขารอคอยว่านางจะเอียงอาย หรือหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้ง...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 34

    ยามเว่ย (ประมาณ 14.00 น.) ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองหยกขาว มหานครเทียนหยวนครืนนนนนน... ตึง! ตึง!ล้อเหล็กของรถม้าพระราชทานเสริมเกราะทองคำแท้แห่งแคว้นต้าซิง บดขยี้ลงบนแผ่นศิลาหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ เสียงฝีเท้าม้าศึกเกราะทองคำนับร้อยนายก้าวเดินอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางสายลมหอบใหญ่ที่พัดพาเอากลิ่นอายความยิ่งใหญ่โอ่อ่าของศูนย์กลางมหาทวีปมาปะทะขบวนเสด็จเบื้องหน้าของพวกเขา... คือกำแพงศิลาหยกขาวสูงตระหง่านเสียดฟ้า ปราการธรรมชาติที่ตั้งตระหง่านแบ่งแยกศูนย์กลางโลก ธงทิวหลากสีสันปักตราสัญลักษณ์แห่ง ‘ร้อยแคว้น’ โบกสะบัดต้านลมหนาวอย่างอหังการทว่า บรรยากาศ ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองในยามนี้ กลับมิได้มีความรื่นเริงสมกับเป็นงานเทศกาลระดับมหาทวีปแม้แต่น้อย!ลานหินอ่อนกว้างใหญ่คลาคล่ำไปด้วยขบวนราชทูต แม่ทัพใหญ่ และเชื้อพระวงศ์จากแคว้นมหาอำนาจต่างๆ ที่เดินทางมาถึงก่อนหน้า ทว่าสายตานับพันคู่กลับจับจ้องมายังขบวนรถม้าต้าซิงเป็นจุดเดียว... ด้วยแววตาคมกริบ ระแวดระวัง และเปี่ยมไปด้วยเจตนาลองดี!“นั่นหรือ... ขบวนของพญามัจจุราชแห่งต้าซิง เวินเชียนฟาน?

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 33

    ยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหินใต้หน้าผา ป่าไผ่ท้ายหุบเขาเพลิงบรรลัยกัลป์อีกด้านหนึ่งหลังโขดหินใหญ่เบื้องบน!ยมทูตหมายเลข 7 ทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นดิน สองมือยกขึ้นทบอก ปาดเหงื่อกาฬที่เปียกชุ่มหน้าผากขาวซีดอย่างโล่งอก“เฮ้อออออออออ! รอดตายหวุดหวิดไปอีกหนึ่งวัน!” ยมทูตหอบหายใจรัวๆ รีบเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอวอย่างลนลานทว่า พริบตานั้นเอง... สัมผัสวิญญาณของยมทูตพลันสะดุ้งวาบ เมื่อคลื่นรังสีสังหารระดับเก้าชั้นฟ้าและจิตคุกคามอันบ้าคลั่งของชินอ๋องกำลังควบม้าศึกทะลวงป่าใกล้เข้ามาทุกขณะ!‘เชี่ยแล้วววววว! จิตคุกคามของพญามัจจุราชเมืองมนุษย์มาโน่นแล้ว!’ ยมทูตหมายเลข 7 ขนหัวลุกชันชี้ฟ้า หน้าซีดยิ่งกว่ากระดาษไหว้เจ้า ‘ขืนมัวอยู่ต่อให้ลมปราณอ๋องซัดกระเจิง หรือโดนจับได้ว่ายมทูตนรกแอบแทรกแซงชะตามนุษย์ ข้าโดนท่านพญายมถีบลงกระทะทองแดงรอบสองแน่! แม่หนูมะลิเอ๋ย... เจ้าปลอดภัยแล้ว ข้าขอชิ่งกลับไปนอนตีพุงที่นรกก่อนละเว้ย!’พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดมิติหายวับกลับสู่นรกภูมิอย่างรวดเร็วปานฟ้าแลบ! ทิ้งไว้เพียงเสียงฝ

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 32

    ยามเหม่า (ประมาณ 06.00 น.) ณ ลานหน้าประตูพระราชวังหลวงต้าซิง สู่ประตูเมืองหลวงแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์สาดส่องลงมากระทบธงรบสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายพยัคฆ์เหินที่โบกสะบัดต้านลมหนาวกองทัพทหารม้าเกราะทองคำนับร้อยนายตั้งแถวหน้ากระดานตระหง่าน แผ่รังสีพลังยุทธ์เข้มข้นน่าเกรงขาม รถม้าพระราชทานเสริมแผ่นเกราะทองคำแท้ทั้งคันจอดเทียบอย่างโอ่อ่าสง่างามฮ่องเต้ต้าซิงในชุดมังกรเต็มยศเสด็จมาส่งขบวนด้วยพระพักตร์ซาบซึ้งระคนวิตกกังวลทว่า... พริบตาที่ประตูด้านข้างเปิดออก!ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ก้าวอุ้ยอ้ายออกมาสู่สายตาของธารกำนัล...กึก... ตึง... ตึง...เสียงฝีเท้าหนักแน่นแปลกประหลาด ทำเอาพื้นหินขัดเงาหน้าประตูวังแทบสะเทือน!มะลิปรากฏตัวในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว ‘รุ่นมหากระสอบเสบียง ขยายพอง 6 เท่า’!ชายกระโปรงและซับในถูกยัดช่องกระเป๋าสิบช่อง แขนเสื้อสี่ช่อง และรอบเอวอีกหกช่อง ส่งผลให้ร่างบางของนางพองฟูฟ่องแน่นเอี๊ยดจนดูกลมดุจซาลาเปายักษ์เดินได้! นางจำต้องเดินกางขาเตาะแตะ ส่ายไปส่ายมาดุจเพนกวินยักษ์หลงฝูง

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 31

    ยามสายแก่ๆ ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมอุ่นพัดเอื่อยๆ พัดพาเอาชายเสื้อคลุมสีดำของ ‘เวินเชียนฟาน’ พลิ้วไหวเบาๆมือหนาอันอบอุ่นของชินอ๋องยังคงกุมมือเรียวของมะลิไว้แน่นหนาราวกับจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แววตาคมกริบเปี่ยมล้นไปด้วยความเว้าวอน จริงจัง และลึกซึ้งดุจห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้งเขากลั้นลมหายใจ รอคอยการตอบสนองของสตรีตรงหน้า... รอคอยหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัว หรือการโผเข้าซบอกกว้างของเขาเพื่อแสวงหาที่พึ่งพิงอันปลอดภัยในยามที่มรสุมสงครามระดับมหาทวีปกำลังจะพัดถล่มทว่า...ตัดภาพมาที่สัญญาณคลื่นสมองระดับ 5G ของ ‘มะลิ’ สาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026!มะลิไม่ได้ฟังคำสาบานพร้อมเอาชีวิตเข้าแลกของเขาเลยแม้แต่ครึ่งคำ!สายตาอันเฉียบไวของนักล่าโปรโมชัน มองทะลุตัวอักษรราชโองการสีทองและตราประทับมังกรห้าเล็บ... ดิ่งตรงลงไปสะดุดกึกเข้ากับ ‘บันทึกรายการพระกระยาหารรับรองร้อยแคว้น’ ที่สลักด้วยอักษรตัวจิ๋วไว้ท้ายเทียบเชิญทองคำอย่างพอดิบพอดี!‘หมูหันจักรพรรดิบูรพา...’&ls

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 30

    ตัดกลับมาในห้องนอน...ยมทูตหมายเลข 7 เห็นเงาร่างชุดเทานอกหน้าต่างล่าถอยหนีไป ก็ถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่จนพุงยุบ ปาดเหงื่อกาฬที่ท่วมหน้าผาก“เฮ้ออออออ! รอดตายหวุดหวิด!” ยมทูตเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอว “นักฆ่ากระจอกแท้ พอเห็นเวทมนตร์นรกของข้าถึงกับตกใจวิ่งหนีป่าราบ! สบายใจละ ข้ากลับไปนอนตีพุงที่นรกดีกว่า!”พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดกลับเข้าตู้เสื้อผ้าหายวับไป ทิ้งไว้เพียงคราบซอสหม่าล่าบนคอมะลิที่ค่อยๆ ดับแสงลง กลับมาเป็นคราบน้ำมันพริกสีแดงธรรมดาๆ ตามเดิมยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมราตรีพัดกรรโชกหวีดหวิว พัดพาเอาใบไม้แห้งหมุนวนเป็นเกลียว...แม้ผืนฟ้าจะมืดมิดไร้ดวงดาว ทว่าบรรยากาศรอบเรือนท้ายสวนกลับคุกรุ่นไปด้วยรังสีอำมหิตอันเยียบเย็นดุจก้นบึ้งนรกภูมิ!กึก... กึก...ร่างสูงโปร่งสง่างามของ ‘เวินเชียนฟาน’ ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิท ก้าวเดินตรวจตรารอบแนวกำแพงเรือนท้ายสวนด้วยตนเอง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองขึ้นไปยังกิ่งไม้ใหญ่ข้างหน้าต่างห้อ

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 29

    ยามซวี (ประมาณ 19.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องกลิ่นหอมกรุ่นของควันเตาถ่าน เครื่องเทศหม่าล่า และน้ำกะทิหวานมัน ฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วลานเรือนท้ายสวนจนแทบแยกไม่ออกว่านี่คือตำหนักอ๋องหรือถนนคนเดินเยาวราชโบราณ!ผลพวงจากการระดมพลบอดี้การ์ดสายเปย์เมื่อบ่ายแก่ๆ...บัดนี้ ขบวนทัพนักรบเกราะทองคำนับสิบนายที่เพิ่งเดินกลับมาจากตลาดเมืองหลวง ต่างพากันวาง ‘ตะกร้าสานใบยักษ์’ ลงบนลานหินดัง ตึง! ตึง! ในตะกร้าอัดแน่นไปด้วยหมูสะเต๊ะร้อนๆ น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง เกาลัดคั่วหอมฉุย และเนื้อแกะย่างเสียบไม้อีกนับร้อยๆ ไม้!“ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนมากนะคะ!” มะลิในชุดฮั่นฝูสีชมพูทรงหลวม นั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งไม้หน้าเรือน โบกมือทักทายเหล่าทหารอย่างร่าเริง “วางไว้ตรงนั้นแหละค่ะ! ใครหิวก็หยิบไปแทะคนละสิบไม้ยี่สิบไม้ได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ!”“มิกล้าพะยะค่ะพระชายาเอก! พวกเราขอถวายการอารักขาอยู่รอบนอกพะยะค่ะ!”เหล่านักรบเกราะทองคำคุกเข่าประสานมืออย่างพร้อมเพรียง แววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความจงรักภักดี ก่อนจะล่าถอยออกไปยืนค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status