เข้าสู่ระบบค่ำคืนแห่งการก่อกบฏเลือดไหลนองทั่วเมืองหลวง องค์ชายทั้งสองพระองค์และฮองเฮาที่อยากโค่นล้มราชบัลลังก์กลับถูกจับกุม ผู้ที่เกี่ยวข้องถูกตัดสินประหารอย่างไร้ปรานี ไม่เว้นแม้แต่คนตระกูลเซี่ยและ...ตัวนางเอง
ขณะนั่งรอความตายอย่างสิ้นหวัง มีเพียงสายตาของคนผู้หนึ่งที่มองนางอย่างเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ เฉิงเหยียน...รองเจ้ากรมสำนักตรวจการผู้หล่อเหลาล้ำเลิศ
ลานประหารที่ผู้คนก่นด่าสาปแช่ง เขาเป็นคนเดียวที่เดินเข้ามาหานาง ทั้งยังเอ่ยถามถึงความปรารถนาสุดท้าย
เซี่ยหยวนเล่อเงยหน้าขึ้นมองเขา อยู่ๆ นางก็รู้สึกขบขันกับโชคชะตาของตัวเอง ‘ความปรารถนาสุดท้ายของข้า...ก็คือชาติหน้าขอมีชีวิตเรียบง่าย’
เขาถอนหายใจออกมาและมองนางอย่างจนใจ ‘พระชายา...ข้าหมายถึงมีเรื่องใดที่ท่านปรารถนาจะให้ข้าทำให้เป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ เรื่องที่ท่านยังห่วงกังวล’
‘ข้าไม่ใช่พระชายาแล้ว เป็นเพียงนักโทษประหาร’ นางละสายตาจากใบหน้าของเขามองบิดา มารดา พี่สาว น้องสาว พี่ชาย น้องชาย คนตระกูลเซี่ยที่ล้วนต้องรับโทษประหาร ยังไม่ทันได้เอ่ยปากเขาก็พูดขึ้น
‘ที่ข้าทำได้ตอนนี้คือช่วยฝังพวกท่าน...อย่างถูกต้อง’
‘ขอบคุณท่านมาก’ นางกระซิบบอกเขาเสียงเบา ด้วยรอยยิ้ม
ตอนนั้นเองนึกไม่ถึงว่าเขาจะนั่งลงตรงหน้านาง มองประคำหยกในมือของเขา สายตาของนางเต็มไปด้วยความสงสัย เฉิงเหยียนเอี้ยวตัวไปด้านหลังนาง ค่อยๆ สวมประคำหยกพวงนั้นที่ข้อมือพร้อมอวยพรให้นาง
‘หากชาติหน้ามีจริง เช่นนั้นข้าขอให้เจ้ามีชีวิตที่ราบรื่นปลอดภัยไร้กังวล’
เซี่ยหยวนเล่อเงยหน้ามองเขาด้วยท่าทางงุนงง ปลายนิ้วของนางลูบประคำหยกนั้นเพราะมือทั้งสองข้างถูกมัดไขว้หลัง ‘เพราะอะไรท่านจึง...’
‘ได้เวลาแล้วใต้เท้า’ มีคนก้าวเข้ามาจากนั้นก็กระซิบบอกเฉิงเหยียน ดูเหมือนการประหารกำลังจะเริ่มต้นขึ้น เขาลุกขึ้นจากนั้นก้มลงมองนางด้วยสายตาที่นางไม่อาจคาดเดา
ดูเหมือนเขากำลังเศร้า... ‘ลาก่อน’ เขากล่าวอำลา
นางได้แต่มองเขาค่อยๆ หมุนตัวแล้วเดินจากไป แผ่นหลังของเขายิ่งทำให้นางสงสัย เขา...เศร้าใจที่นางกำลังจะตายหรือ??
เพราะอะไรเล่า? นางกับเขาเคยพบกันหรือ …ไม่มีทาง นางจำไม่ได้ว่าเคยรู้จักกับเขา ยิ่งไม่มีทางที่เขากับนางจะมีเรื่องใดให้พานพบ
ก่อนหน้านี้แม้รู้จักเขา ก็เป็นเพราะเคยพบเขาที่ขี่ม้าผ่านหน้าจวน เดินสวนกัน หรือไม่ก็บังเอิญเห็นเขาตอนกำลังสืบคดี ไม่มีใครไม่รู้จักใต้เท้าเฉิงเหยียนแห่งสำนักตรวจการ และในทางเดียวกันก็ไม่มีใครกล้าพาตัวเข้าไปใกล้เขา ดังนั้น...ไม่ว่าบุรุษหรือสตรีล้วนไม่มีใครคุ้นเคยกับเขา
เสียงก่นด่าสาปแช่งยังคงดังขึ้นไม่หยุด ชีวิตคนมากมายที่สูญสิ้นเพราะความมักใหญ่ใฝ่สูง ตอนนี้ชาวบ้านล้วนโยนความโกรธมายังคนที่ถูกตัดสินยังลานประหาร ขณะที่ตัวต้นเหตุเพียงถูกกักขังในตำหนัก ด้วยฐานะสูงส่งที่แม้แต่ฮ่องเต้เองก็ไม่อาจปลิดชีพโอรสของตน ผู้ที่รับโทษจึงมีเพียงผู้ที่รับคำสั่งจากองค์ชายสองพระองค์และฮองเฮา...
ไม่ยุติธรรม!!! ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!!! เซี่ยหยวนเล่อก่นด่าในใจทว่าก็ได้แต่หลับตาลงรอรับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาช้าๆ
เสียงคมดาบของเพชฌฆาตฟาดฟันลงไป เสียงตุ้บ! ดังขึ้น ศีรษะของบิดากลิ้งหลุนๆ ไปด้านหน้าเล็กน้อย นางสะดุ้งเบิกตามองด้วยความหวาดหวั่น
‘เซี่ยหยวนเล่อ’ เสียงหนึ่งเรียกนาง
เซี่ยหยวนเล่อหันไปช้าๆ ท่ามกลางคนมากมาย เสียงก่นด่าดังระงมแต่นางกลับได้ยินเสียงของเขา ‘หลับตาลงเสีย ไม่ต้องกลัว’ ที่แท้ประโยคถัดมาเขาเพียงขยับปากไม่ได้ส่งเสียง
น้ำตาของนางหลั่งริน...ความกลัวก่อเกิดแต่ก็ได้แต่ยอมรับมันโดยดี ค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ ภาพสุดท้ายก็คือดวงตาเศร้าโศกจนใจของเขา...
‘หากชาติหน้ามีจริง...’
ทุกอย่างดับวูบสติเลือนหาย ความตายแท้ที่จริงไม่ได้ทรมานและน่ากลัวอย่างที่นางคิด...
“คุณหนู!!! ตื่นเถิดเจ้าค่ะจะไม่ทันการณ์แล้ว!!”
เสียงสาวใช้ทำให้ม่านหน้าเตียงพลิ้วไหว ประตูถูกเปิดออกเงาที่วูบไหวยังฉากกั้นหน้าเตียง เซี่ยหยวนเล่อลืมตาขึ้นด้วยความงุนงง นางดีดตัวขึ้นจากเตียงนอนหนานุ่ม ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลง
“คุณหนูวันนี้เป็นวันสำคัญท่านตื่นสายได้อย่างไรเจ้าคะ” เสี่ยวเถารีบเก็บม่านหน้าเตียงมัดกับเสาทั้งสองข้าง
“เสี่ยวเถา??”
“ก็ใช่น่ะสิเจ้าคะ”
“เสี่ยวเถา!!” เซี่ยหยวนเล่อโผเข้าไปกอดสาวใช้ที่เติบโตมาด้วยกันกับนาง ตอนแต่งเป็นชายาของเฉินหลี่ มารดาแอบขายเสี่ยวเถาไป นางตามหาอีกฝ่ายแทบตายสุดท้ายพบว่าเสี่ยวเถาถูกสังหารที่นอกกำแพงเมือง
“เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย!”
“ก็ต้องเป็นข้าอยู่แล้ว คุณหนูท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ”
เซี่ยหยวนเล่อน้ำตาหลั่งริน เห็นหน้าตาที่แสนคุ้นเคยคิดถึง นางยังคงคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป “เจ้ามาหาข้าแล้ว มารับข้าหรือ”
เสี่ยวเถาขมวดคิ้วยกมือขึ้นวางทาบหน้าผาก “ท่าน...ไม่สบายหรือเจ้าคะ? ทำอย่างไรดี ข้าไปตามท่านหมอดีหรือไม่เจ้าคะ วันสำคัญที่ทั้งท่าน นายท่าน และฮูหยินรอคอย ท่านกลับไม่สบายเอาเสียนี่ ข้าไปเรียนฮูหยินก่อนดีกว่า หาไม่พิธีปักปิ่นคงล่าช้า...”
ใบหน้าของเซี่ยหยวนเล่อร้อนวูบ รู้สึกขัดเขินที่มารดาต้องมาได้ยินอะไรเช่นนี้ “รีบเข้าไปด้านในเถิดเจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่รอนานหรือไม่”มารดาของนางอมยิ้มตบหลังมือของเซี่ยหยวนเล่อ ด้านหน้าเฉิงเหยียนประคองบิดาเดินนำหน้า ส่วนหญิงสาวประคองมารดาออกเดินตาม“หยวนหย่วน”“เจ้าคะท่านแม่”“แม่เกือบทำพลาดไปแล้ว ขอบใจเจ้าที่ช่วยหยุดการกระทำของแม่ ขอบใจเจ้าที่ช่วยชีวิตอิ๋งเอ๋อร์พี่สาวของเจ้าเอาไว้ แม่ขอโทษเจ้าด้วย”“ไม่มีสิ่งใดต้องขอโทษเจ้าค่ะ นับจากนี้เพียงเริ่มใหม่ให้ดีก็พอ” นางกอดแขนมารดา เห็นอีกฝ่ายมองตรงไปยังบุตรเขยด้วยรอยยิ้ม“เขาเป็นคนดีมาก แม่เห็นแล้วว่าเขาไม่เพียงดีต่อเจ้ามาก แต่ยังดีต่อท่านพ่อของเจ้า ดีต่อข้า ทั้งยังดีต่อบ่าวไพร่ บุรุษเช่นนี้หายากยิ่ง เจ้าโชคดีแล้วที่ได้แต่งกับเขา แม่ดีใจกับเจ้าด้วยและขอให้เจ้ามีความสุขเช่นนี้ตลอดไป”“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”ด้านหน้าบิดาของนางหันกลับมา “ฮูหยิน วันนี้บุตรเขยของเราจะเข้าครัวทำมื้อเย็น เจ้าเห็นเป็นอย่างไร”มารดาของนางยิ้มกว้าง “เช่นนั้นเพิ่มเป็ดตุ๋นเห็ดหอมด้วยดีหรือไม่ ครั้งก่อนเจ้าทำอร่อยมาก”“ได้ขอรับท่านแม่ยาย” เฉิงเหยียนหันมายิ้มให้นางจากนั้นปร
หากเป็นเมื่อก่อนนางเองก็สงสัย พานพบอีกครานางคือบุตรีอัครมหาเสนาบดี เขาเป็นเพียงหัวหน้าหน่วยของสำนักตรวจการ ขุนนางน้อยใหญ่ล้วนหลีกเลี่ยงเขาไม่เข้าใกล้ เขาเองก็ไม่ให้ความสนิทสนมกับผู้ใดเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากวุ่นวายนางถามตัวเอง... หากนางไม่ได้แต่งให้เฉินหลี่ จากนั้นก็บังเอิญพบเขาที่ไหนสักแห่ง เช่นนี้แล้วนางจะสนใจในตัวเขาหรือไม่ จะรักเขาดังเช่นที่ตอนนี้นางรักหรือไม่“คิดอะไรอยู่หรือ” เขาถามพร้อมวางเนื้อผัดหน่อไม้ลงบนโต๊ะเซี่ยหยวนเล่อมองเขาจัดโต๊ะโดยไม่ยอมให้นางหยิบจับสิ่งใด “กำลังคิดว่าหากก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้แต่งให้เฉินหลี่ ข้าบังเอิญเจอกับท่าน ไม่ได้ย้อนกลับมาจากลานประหาร หากข้ายังเป็นเพียงบุตรสาวอัครมหาเสนาบดีที่ไม่ได้มีเรื่องราวการแก่งแย่ง ข้ากับท่านจะลงเอยในรูปแบบใด”เขาชะงัก... “ตอนที่เจ้าช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ข้ามีถุงปักของเจ้าที่มีประคำหยก ข้ากำลังให้คนช่วยตามหาเจ้าของ ประคำหยกล้ำค่าหาเจ้าของไม่ยาก บางที...” เขามองนางด้วยรอยยิ้ม “บางทีหากข้าพบเจ้าและรู้ว่าเจ้ามิใช่ชายาขององค์ชาย ข้าอาจลองเสี่ยงชีวิตเข้าหาเจ้าสักครั้ง”นางเลิกคิ้วตาโต “จริงหรือ” เขาพูดความจริง... เฉิงเหยียนกุมมือ
ตอนทหารองครักษ์กำลังจะส่งตัวองค์ชายทั้งสาม เหล่าชายา รวมไปถึงฮองเฮาไปคุมขังยังวังเย็น เซี่ยหยวนเล่อเตรียมของมาทั้งหมดสี่ห่อในนั้นมีเสื้อคลุม ยาแก้ไข้ ยาทา ยาสมานแผล อาหารแห้ง เงินอีกเล็กน้อย แบ่งออกเป็นสี่ส่วน นางมอบของเหล่านั้นให้นางกำนัลติดตามที่เข้าไปอยู่รับใช้ผู้เป็นนายทั้งสี่เรือนเหล่าชายาที่เป็นเพียงหุ่นเชิด นางช่วยชีวิตมาได้หลายคน หนึ่งในนั้นก็คือพี่สาวของนางเอง รอดตายจากโทษประหารแต่โทษเป็นยังคงมีอยู่ นางมองส่งพี่สาวที่ไม่หยุดสนทนา ทว่าในดวงตาของอีกฝ่ายก็เต็มไปด้วยประกายซาบซึ้ง โอรสในอ้อมแขนส่งเสียงร้อง เด็กบริสุทธิ์ที่ต้องรับโทษจากการกระทำของบิดา...มองเฉินหลี่ที่ใบหน้าเคร่งเครียดเดินเข้ามาหา นางคิดเสียว่านี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่นางสามารถทำให้อีกฝ่าย...อย่างน้อยเห็นแก่ที่ชาติหนึ่งเคยเป็นสามีภรรยากัน นางขออโหสิกรรมกับเรื่องราวทั้งหมด ทั้งในอดีต ปัจจุบัน หรือว่าในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ขอชาติหน้าหรือชาติไหนอย่าได้มาพานพบกันอีก ไม่ติดค้าง ไม่คั่งแค้น ไม่เกลียดชัง“ข้าขอถามเจ้าประโยคสุดท้าย” เฉินหลี่มองนางด้วยสายตาหลากหลาย ทั้งสงสัย สับสน ไม่เข้าใจในตัวนาง“เชิญกล่าว”“เพราะเหตุใดเจ้
เซี่ยหยวนเล่อที่นั่งอยู่ในห้องหอร้อนอกร้อนใจให้จื่อฉิงออกไปสืบ นางกลับมาด้วยท่าทีตื่นเต้น “ท่านพูดถูก ในวังหลวงดูเหมือนจะเกิดเรื่องจริงๆ ฮองเฮาทรงเสด็จกลับไม่นานในวังก็เกิดเรื่อง เกรงว่าองค์ชายรองทรงดำเนินการแล้ว”ยังไม่ถึงสี่ปีก็ก่อกบฏแล้ว?? เร็วกว่าที่คาด...หญิงสาวให้คนอารักขาเรือนรับรองที่มีไทเฮาทรงประทับอยู่ ให้จื่อฉิงเป็นหัวหน้าองครักษ์ดูแลความปลอดภัยของจวน ร่วมกับองครักษ์ที่ติดตามไทเฮามาด้วยด้านนอกเกิดความวุ่นวาย ขุนนางที่มาร่วมงานล้วนรีบออกไปจากจวนเพื่อกลับไปประจำหน้าที่ เมืองหลวงวุ่นวายหนักหน่วง เจ้าบ่าวเองก็ต้องรีบตามเสด็จฮ่องเต้ ทางด้านเจ้าสาวนั้นนางขมวดคิ้ววางแผนบางอย่างอยู่ในใจ...จวนตระกูลเฉิงยังนับว่าใหม่มากหากต้องรับมือกับการจู่โจม คนกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้ามาท่ามกลางความวุ่นวาย ทหารเหล่านั้นล้วนเป็นคนของฮองเฮา!!!ประตูถูกกระแทกเปิด ยามเฝ้าประตูถูกสังหาร กลุ่มคนที่มาใหม่บุกเข้าไปในจวนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความเป็นมงคล สายรุ้งสีแดงอาบย้อมด้วยเลือดแดงฉาน กลิ่นเลือดคาวคลุ้งทั้งที่ที่นี่เพิ่งมีงานมงคลและเต็มไปด้วยความยินดีถึงอย่างนั้น...ด้านในเรือนกลับไร้ซึ่งผู้เป็นนาย!!“ไท
เขาตัดหน้าไปก้าวหนึ่งได้คนมาหลายคน ที่เหลือบางคนยังหาไม่พบ บางคนเฉินเซียวเห็นว่าเขาเองก็อยากได้ เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ก็กำจัดทิ้ง เรื่องน้ำให้เฉินฮ่าวมั่นใจว่าพี่ชายของตนกำลังคิดการณ์ใหญ่จริงๆ“ต้องไม่ใช่ชายแดนทางใต้ หากให้ดีก็...ย้ายไปทั้งตระกูล”“หรือเจ้าจะบอกว่าทางที่ดีอย่าให้นางแต่งให้...น้องหก??” เฉินฮ่าวมองหงเหลียนฮวา “นางล่วงเกินเจ้าละสิ ได้ๆ ในเมื่อเจ้าเป็นฮูหยินของเฉิงเหยียน ข้าไม่เคยทำเรื่องผิดศีลธรรมแต่จะยอมทำเพื่อเจ้า”“เห็นชัดๆ ว่าท่านทำเพื่อตัวเอง ทำผิดศีลธรรมเพื่อข้าอะไรเล่า”เฉินฮ่าวหัวเราะเดินโบกมือจากไป “ทำบาปแล้วๆ เพื่อน้องสะใภ้ข้าทำได้ๆ”เซี่ยหยวนเล่อถลึงตาให้เขา “ไม่ใช่เพื่อข้าเสียหน่อย!”เฉิงเหยียนหัวเราะคว้ามือของนาง “พวกนางมองมาแล้ว มาเถิดข้าส่งเจ้ากลับจวน”สตรีชนชั้นสูงมองมาที่นางกับชายหนุ่มจริงๆ แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความอิจฉา เซี่ยหยวนเล่อคร้านจะอารมณ์เสีย นางเงยหน้าขึ้นพยักหน้าให้เขา “วันนี้ท่านพ่อให้ข้าบอกท่าน เย็นนี้กินมื้อเย็นค่อยกลับ”“ได้สิ”ทั้งสองออกเดินด้านหลังมีสตรีกลุ่มนั้นเดินตามมาห่างๆ ไม่ได้ยินบทสนทนาแต่กลับมองเห็นชัดถึงความสนิทสนม สายตาอ่อนโยนของเ
“นั่นมิใช่...กังขาในราชโองการของฝ่าบาทหรอกหรือ??” ตกลงไปในกับดักของนางครานี้ ทุกคนในตำหนักเฟิ่งหวงถึงกับ...เงียบกริบฮองเฮาถึงกับแย้มพระสรวล “ข้ามองคนไม่ผิดจริงๆ เจ้าเป็นคนฉลาดช่างพูด แต่น่าเสียดายนัก...” โบกมือคราหนึ่งขันทีและนางกำนัลคนสนิทก็รีบนำบางอย่างเข้ามา “นี่เป็นบันทึกสินเดิมที่ข้าและไทเฮาจะส่งไปจวนตระกูลเซี่ย ข้ารับราชโองการจากฝ่าบาทให้รับผิดชอบเรื่องนี้ ได้ยินมาว่ามารดาของเจ้าล้มป่วย...”เรื่องมารดาถูกกักบริเวณมีน้อยคนที่จะล่วงรู้ ดังนั้นทุกคนจึงเข้าใจว่ามารดาของนางล้มป่วย แต่หญิงสาวไม่เชื่อว่าฮองเฮาจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงต้องประกาศว่ามารดาของนางล้มป่วย!เซี่ยหยวนเล่อมองบันทึกสามเล่มปราดหนึ่งจากนั้นจื่อฉิงก็มารับไป “ขอบพระทัยไทเฮา ขอบพระทัยฮองเฮาที่ทรงเมตตาเพคะ”“เอาละไทเฮามีพระเสาวนีย์ให้เจ้าไปเข้าเฝ้า ตอนกลับก็ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา หลังพิธีเสกสมรสข้าจะให้นางกำนัลอาวุโสและขันทีไปแจ้งกำหนดการ ชุดที่จะใช้ทางตำหนักเฟิ่งหวงจะส่งไปให้ เรือนหอไทเฮาทรงพระราชทานให้ อยู่ไม่ไกลจากจวนตระกูลเซี่ย เจ้าไปเถิด”“หม่อมฉันทูลลา” ก่อนเดินออกมานางเดินสวนกับองค์หญิงซย่าอิ๋ง อีกฝ่ายแอบยกนิ้วโป้
นี่เป็นประคำหยกอันเดียวกันกับที่เฉิงเหยียนมอบให้นางที่ลานประหาร เซี่ยหยวนเล่อนิ่งงันจ้องมองประคำหยกนั้นนิ่งนานด้วยความสับสน“ครั้งนั้นข้าได้ยินเพียงเสียงตะโกนบอก ดังนั้นคนร้ายจึงลอบทำร้ายข้าไม่สำเร็จ ตอนที่ทุกอย่างสงบข้าก็หาท่านไม่พบแล้ว พบเพียงถุงใบนี้ดังนั้นประคำหยกนี้คืนให้ท่าน ท่านช่วยชีวิตข้าเ
เสี่ยวหมานเช็ดน้ำตาแล้วลุกขึ้น เขาคุกเข่าลงโขกศีรษะให้นาง “ข้าน้อยเสี่ยวหมานนับจากนี้จะติดตามคุณหนู รับใช้ ดูแล ทำตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง”เซี่ยหยวนเล่อถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าใจสงสาร นางประคองเขาลุกขึ้นจากนั้นเขาก็ยอมหยิบตะเกียบกินข้าวโดยดีตอนเดินทางออกจากโรงเตี๊ยมเสี่ยวหมานเอาแต่มองไปยังถนนสายห
ผู้เป็นมารดาตวาดแหว “ข้าเลี้ยงเจ้ามาจนเติบโต หมดเงินหมดข้าวไปไม่น้อย ตอนนี้ข้าตั้งครรภ์น้องเจ้า ข้าวสารจะกรอกหม้อก็ไม่มี ได้เวลาที่เจ้าต้องทดแทนบุญคุณของข้าแล้ว!!”นางเงื้อมือขึ้นฟาดฝ่ามือไปตามแขนขาและแผ่นหลังของบุตรชาย น้ำเสียงและท่าทางไม่ได้แสดงถึงความมีเมตตา แม้ว่านั่นจะเป็นบุตรชายของนางเองเซี่
มารดาชวนนางกับพี่สาวและน้องสาวอีกสี่คนไปไหว้พระที่อารามนอกเมือง??เซี่ยหยวนเล่อครุ่นคิดอย่างหนักเพื่อหาทางหลบเลี่ยง นางตัดสินใจแกล้งป่วย แม้แต่ท่านหมอที่มาตรวจอาการก็ไม่รู้ถึงสาเหตุที่นางปวดศีรษะกระทั่งทรมานอยู่บนเตียงบิดาออกไปประชุมเช้ายังไม่กลับ มารดาหรือก็วางแผนพาบุตรสาวออกนอกจวน ให้อย่างไรนางท







