Share

บทที่ 1.2

last update publish date: 2026-03-04 08:29:10

ค่ำคืนแห่งการก่อกบฏเลือดไหลนองทั่วเมืองหลวง องค์ชายทั้งสองพระองค์และฮองเฮาที่อยากโค่นล้มราชบัลลังก์กลับถูกจับกุม ผู้ที่เกี่ยวข้องถูกตัดสินประหารอย่างไร้ปรานี ไม่เว้นแม้แต่คนตระกูลเซี่ยและ...ตัวนางเอง

ขณะนั่งรอความตายอย่างสิ้นหวัง มีเพียงสายตาของคนผู้หนึ่งที่มองนางอย่างเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ เฉิงเหยียน...รองเจ้ากรมสำนักตรวจการผู้หล่อเหลาล้ำเลิศ

ลานประหารที่ผู้คนก่นด่าสาปแช่ง เขาเป็นคนเดียวที่เดินเข้ามาหานาง ทั้งยังเอ่ยถามถึงความปรารถนาสุดท้าย

เซี่ยหยวนเล่อเงยหน้าขึ้นมองเขา อยู่ๆ นางก็รู้สึกขบขันกับโชคชะตาของตัวเอง ‘ความปรารถนาสุดท้ายของข้า...ก็คือชาติหน้าขอมีชีวิตเรียบง่าย’

เขาถอนหายใจออกมาและมองนางอย่างจนใจ ‘พระชายา...ข้าหมายถึงมีเรื่องใดที่ท่านปรารถนาจะให้ข้าทำให้เป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ เรื่องที่ท่านยังห่วงกังวล’

‘ข้าไม่ใช่พระชายาแล้ว เป็นเพียงนักโทษประหาร’ นางละสายตาจากใบหน้าของเขามองบิดา มารดา พี่สาว น้องสาว พี่ชาย น้องชาย คนตระกูลเซี่ยที่ล้วนต้องรับโทษประหาร ยังไม่ทันได้เอ่ยปากเขาก็พูดขึ้น

‘ที่ข้าทำได้ตอนนี้คือช่วยฝังพวกท่าน...อย่างถูกต้อง’

‘ขอบคุณท่านมาก’ นางกระซิบบอกเขาเสียงเบา ด้วยรอยยิ้ม

ตอนนั้นเองนึกไม่ถึงว่าเขาจะนั่งลงตรงหน้านาง มองประคำหยกในมือของเขา สายตาของนางเต็มไปด้วยความสงสัย เฉิงเหยียนเอี้ยวตัวไปด้านหลังนาง ค่อยๆ สวมประคำหยกพวงนั้นที่ข้อมือพร้อมอวยพรให้นาง

‘หากชาติหน้ามีจริง เช่นนั้นข้าขอให้เจ้ามีชีวิตที่ราบรื่นปลอดภัยไร้กังวล’

เซี่ยหยวนเล่อเงยหน้ามองเขาด้วยท่าทางงุนงง ปลายนิ้วของนางลูบประคำหยกนั้นเพราะมือทั้งสองข้างถูกมัดไขว้หลัง ‘เพราะอะไรท่านจึง...’

‘ได้เวลาแล้วใต้เท้า’ มีคนก้าวเข้ามาจากนั้นก็กระซิบบอกเฉิงเหยียน ดูเหมือนการประหารกำลังจะเริ่มต้นขึ้น เขาลุกขึ้นจากนั้นก้มลงมองนางด้วยสายตาที่นางไม่อาจคาดเดา

ดูเหมือนเขากำลังเศร้า... ‘ลาก่อน’ เขากล่าวอำลา

นางได้แต่มองเขาค่อยๆ หมุนตัวแล้วเดินจากไป แผ่นหลังของเขายิ่งทำให้นางสงสัย เขา...เศร้าใจที่นางกำลังจะตายหรือ??

เพราะอะไรเล่า? นางกับเขาเคยพบกันหรือ …ไม่มีทาง นางจำไม่ได้ว่าเคยรู้จักกับเขา ยิ่งไม่มีทางที่เขากับนางจะมีเรื่องใดให้พานพบ

ก่อนหน้านี้แม้รู้จักเขา ก็เป็นเพราะเคยพบเขาที่ขี่ม้าผ่านหน้าจวน เดินสวนกัน หรือไม่ก็บังเอิญเห็นเขาตอนกำลังสืบคดี ไม่มีใครไม่รู้จักใต้เท้าเฉิงเหยียนแห่งสำนักตรวจการ และในทางเดียวกันก็ไม่มีใครกล้าพาตัวเข้าไปใกล้เขา ดังนั้น...ไม่ว่าบุรุษหรือสตรีล้วนไม่มีใครคุ้นเคยกับเขา

เสียงก่นด่าสาปแช่งยังคงดังขึ้นไม่หยุด ชีวิตคนมากมายที่สูญสิ้นเพราะความมักใหญ่ใฝ่สูง ตอนนี้ชาวบ้านล้วนโยนความโกรธมายังคนที่ถูกตัดสินยังลานประหาร ขณะที่ตัวต้นเหตุเพียงถูกกักขังในตำหนัก ด้วยฐานะสูงส่งที่แม้แต่ฮ่องเต้เองก็ไม่อาจปลิดชีพโอรสของตน ผู้ที่รับโทษจึงมีเพียงผู้ที่รับคำสั่งจากองค์ชายสองพระองค์และฮองเฮา...

ไม่ยุติธรรม!!! ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!!! เซี่ยหยวนเล่อก่นด่าในใจทว่าก็ได้แต่หลับตาลงรอรับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาช้าๆ

เสียงคมดาบของเพชฌฆาตฟาดฟันลงไป เสียงตุ้บ! ดังขึ้น ศีรษะของบิดากลิ้งหลุนๆ ไปด้านหน้าเล็กน้อย นางสะดุ้งเบิกตามองด้วยความหวาดหวั่น

‘เซี่ยหยวนเล่อ’ เสียงหนึ่งเรียกนาง

เซี่ยหยวนเล่อหันไปช้าๆ ท่ามกลางคนมากมาย เสียงก่นด่าดังระงมแต่นางกลับได้ยินเสียงของเขา ‘หลับตาลงเสีย ไม่ต้องกลัว’ ที่แท้ประโยคถัดมาเขาเพียงขยับปากไม่ได้ส่งเสียง

น้ำตาของนางหลั่งริน...ความกลัวก่อเกิดแต่ก็ได้แต่ยอมรับมันโดยดี ค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ ภาพสุดท้ายก็คือดวงตาเศร้าโศกจนใจของเขา...

‘หากชาติหน้ามีจริง...’

ทุกอย่างดับวูบสติเลือนหาย ความตายแท้ที่จริงไม่ได้ทรมานและน่ากลัวอย่างที่นางคิด...

“คุณหนู!!! ตื่นเถิดเจ้าค่ะจะไม่ทันการณ์แล้ว!!”

เสียงสาวใช้ทำให้ม่านหน้าเตียงพลิ้วไหว ประตูถูกเปิดออกเงาที่วูบไหวยังฉากกั้นหน้าเตียง เซี่ยหยวนเล่อลืมตาขึ้นด้วยความงุนงง นางดีดตัวขึ้นจากเตียงนอนหนานุ่ม ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลง

“คุณหนูวันนี้เป็นวันสำคัญท่านตื่นสายได้อย่างไรเจ้าคะ” เสี่ยวเถารีบเก็บม่านหน้าเตียงมัดกับเสาทั้งสองข้าง

“เสี่ยวเถา??”

“ก็ใช่น่ะสิเจ้าคะ”

“เสี่ยวเถา!!” เซี่ยหยวนเล่อโผเข้าไปกอดสาวใช้ที่เติบโตมาด้วยกันกับนาง ตอนแต่งเป็นชายาของเฉินหลี่ มารดาแอบขายเสี่ยวเถาไป นางตามหาอีกฝ่ายแทบตายสุดท้ายพบว่าเสี่ยวเถาถูกสังหารที่นอกกำแพงเมือง

“เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย!”

“ก็ต้องเป็นข้าอยู่แล้ว คุณหนูท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ”

เซี่ยหยวนเล่อน้ำตาหลั่งริน เห็นหน้าตาที่แสนคุ้นเคยคิดถึง นางยังคงคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป “เจ้ามาหาข้าแล้ว มารับข้าหรือ”

เสี่ยวเถาขมวดคิ้วยกมือขึ้นวางทาบหน้าผาก “ท่าน...ไม่สบายหรือเจ้าคะ? ทำอย่างไรดี ข้าไปตามท่านหมอดีหรือไม่เจ้าคะ วันสำคัญที่ทั้งท่าน นายท่าน และฮูหยินรอคอย ท่านกลับไม่สบายเอาเสียนี่ ข้าไปเรียนฮูหยินก่อนดีกว่า หาไม่พิธีปักปิ่นคงล่าช้า...”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 9.5 จบ

    ใบหน้าของเซี่ยหยวนเล่อร้อนวูบ รู้สึกขัดเขินที่มารดาต้องมาได้ยินอะไรเช่นนี้ “รีบเข้าไปด้านในเถิดเจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่รอนานหรือไม่”มารดาของนางอมยิ้มตบหลังมือของเซี่ยหยวนเล่อ ด้านหน้าเฉิงเหยียนประคองบิดาเดินนำหน้า ส่วนหญิงสาวประคองมารดาออกเดินตาม“หยวนหย่วน”“เจ้าคะท่านแม่”“แม่เกือบทำพลาดไปแล้ว ขอบใจเจ้าที่ช่วยหยุดการกระทำของแม่ ขอบใจเจ้าที่ช่วยชีวิตอิ๋งเอ๋อร์พี่สาวของเจ้าเอาไว้ แม่ขอโทษเจ้าด้วย”“ไม่มีสิ่งใดต้องขอโทษเจ้าค่ะ นับจากนี้เพียงเริ่มใหม่ให้ดีก็พอ” นางกอดแขนมารดา เห็นอีกฝ่ายมองตรงไปยังบุตรเขยด้วยรอยยิ้ม“เขาเป็นคนดีมาก แม่เห็นแล้วว่าเขาไม่เพียงดีต่อเจ้ามาก แต่ยังดีต่อท่านพ่อของเจ้า ดีต่อข้า ทั้งยังดีต่อบ่าวไพร่ บุรุษเช่นนี้หายากยิ่ง เจ้าโชคดีแล้วที่ได้แต่งกับเขา แม่ดีใจกับเจ้าด้วยและขอให้เจ้ามีความสุขเช่นนี้ตลอดไป”“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”ด้านหน้าบิดาของนางหันกลับมา “ฮูหยิน วันนี้บุตรเขยของเราจะเข้าครัวทำมื้อเย็น เจ้าเห็นเป็นอย่างไร”มารดาของนางยิ้มกว้าง “เช่นนั้นเพิ่มเป็ดตุ๋นเห็ดหอมด้วยดีหรือไม่ ครั้งก่อนเจ้าทำอร่อยมาก”“ได้ขอรับท่านแม่ยาย” เฉิงเหยียนหันมายิ้มให้นางจากนั้นปร

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 9.4

    หากเป็นเมื่อก่อนนางเองก็สงสัย พานพบอีกครานางคือบุตรีอัครมหาเสนาบดี เขาเป็นเพียงหัวหน้าหน่วยของสำนักตรวจการ ขุนนางน้อยใหญ่ล้วนหลีกเลี่ยงเขาไม่เข้าใกล้ เขาเองก็ไม่ให้ความสนิทสนมกับผู้ใดเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากวุ่นวายนางถามตัวเอง... หากนางไม่ได้แต่งให้เฉินหลี่ จากนั้นก็บังเอิญพบเขาที่ไหนสักแห่ง เช่นนี้แล้วนางจะสนใจในตัวเขาหรือไม่ จะรักเขาดังเช่นที่ตอนนี้นางรักหรือไม่“คิดอะไรอยู่หรือ” เขาถามพร้อมวางเนื้อผัดหน่อไม้ลงบนโต๊ะเซี่ยหยวนเล่อมองเขาจัดโต๊ะโดยไม่ยอมให้นางหยิบจับสิ่งใด “กำลังคิดว่าหากก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้แต่งให้เฉินหลี่ ข้าบังเอิญเจอกับท่าน ไม่ได้ย้อนกลับมาจากลานประหาร หากข้ายังเป็นเพียงบุตรสาวอัครมหาเสนาบดีที่ไม่ได้มีเรื่องราวการแก่งแย่ง ข้ากับท่านจะลงเอยในรูปแบบใด”เขาชะงัก... “ตอนที่เจ้าช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ข้ามีถุงปักของเจ้าที่มีประคำหยก ข้ากำลังให้คนช่วยตามหาเจ้าของ ประคำหยกล้ำค่าหาเจ้าของไม่ยาก บางที...” เขามองนางด้วยรอยยิ้ม “บางทีหากข้าพบเจ้าและรู้ว่าเจ้ามิใช่ชายาขององค์ชาย ข้าอาจลองเสี่ยงชีวิตเข้าหาเจ้าสักครั้ง”นางเลิกคิ้วตาโต “จริงหรือ” เขาพูดความจริง... เฉิงเหยียนกุมมือ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 9.3

    ตอนทหารองครักษ์กำลังจะส่งตัวองค์ชายทั้งสาม เหล่าชายา รวมไปถึงฮองเฮาไปคุมขังยังวังเย็น เซี่ยหยวนเล่อเตรียมของมาทั้งหมดสี่ห่อในนั้นมีเสื้อคลุม ยาแก้ไข้ ยาทา ยาสมานแผล อาหารแห้ง เงินอีกเล็กน้อย แบ่งออกเป็นสี่ส่วน นางมอบของเหล่านั้นให้นางกำนัลติดตามที่เข้าไปอยู่รับใช้ผู้เป็นนายทั้งสี่เรือนเหล่าชายาที่เป็นเพียงหุ่นเชิด นางช่วยชีวิตมาได้หลายคน หนึ่งในนั้นก็คือพี่สาวของนางเอง รอดตายจากโทษประหารแต่โทษเป็นยังคงมีอยู่ นางมองส่งพี่สาวที่ไม่หยุดสนทนา ทว่าในดวงตาของอีกฝ่ายก็เต็มไปด้วยประกายซาบซึ้ง โอรสในอ้อมแขนส่งเสียงร้อง เด็กบริสุทธิ์ที่ต้องรับโทษจากการกระทำของบิดา...มองเฉินหลี่ที่ใบหน้าเคร่งเครียดเดินเข้ามาหา นางคิดเสียว่านี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่นางสามารถทำให้อีกฝ่าย...อย่างน้อยเห็นแก่ที่ชาติหนึ่งเคยเป็นสามีภรรยากัน นางขออโหสิกรรมกับเรื่องราวทั้งหมด ทั้งในอดีต ปัจจุบัน หรือว่าในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ขอชาติหน้าหรือชาติไหนอย่าได้มาพานพบกันอีก ไม่ติดค้าง ไม่คั่งแค้น ไม่เกลียดชัง“ข้าขอถามเจ้าประโยคสุดท้าย” เฉินหลี่มองนางด้วยสายตาหลากหลาย ทั้งสงสัย สับสน ไม่เข้าใจในตัวนาง“เชิญกล่าว”“เพราะเหตุใดเจ้

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 9.2

    เซี่ยหยวนเล่อที่นั่งอยู่ในห้องหอร้อนอกร้อนใจให้จื่อฉิงออกไปสืบ นางกลับมาด้วยท่าทีตื่นเต้น “ท่านพูดถูก ในวังหลวงดูเหมือนจะเกิดเรื่องจริงๆ ฮองเฮาทรงเสด็จกลับไม่นานในวังก็เกิดเรื่อง เกรงว่าองค์ชายรองทรงดำเนินการแล้ว”ยังไม่ถึงสี่ปีก็ก่อกบฏแล้ว?? เร็วกว่าที่คาด...หญิงสาวให้คนอารักขาเรือนรับรองที่มีไทเฮาทรงประทับอยู่ ให้จื่อฉิงเป็นหัวหน้าองครักษ์ดูแลความปลอดภัยของจวน ร่วมกับองครักษ์ที่ติดตามไทเฮามาด้วยด้านนอกเกิดความวุ่นวาย ขุนนางที่มาร่วมงานล้วนรีบออกไปจากจวนเพื่อกลับไปประจำหน้าที่ เมืองหลวงวุ่นวายหนักหน่วง เจ้าบ่าวเองก็ต้องรีบตามเสด็จฮ่องเต้ ทางด้านเจ้าสาวนั้นนางขมวดคิ้ววางแผนบางอย่างอยู่ในใจ...จวนตระกูลเฉิงยังนับว่าใหม่มากหากต้องรับมือกับการจู่โจม คนกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้ามาท่ามกลางความวุ่นวาย ทหารเหล่านั้นล้วนเป็นคนของฮองเฮา!!!ประตูถูกกระแทกเปิด ยามเฝ้าประตูถูกสังหาร กลุ่มคนที่มาใหม่บุกเข้าไปในจวนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความเป็นมงคล สายรุ้งสีแดงอาบย้อมด้วยเลือดแดงฉาน กลิ่นเลือดคาวคลุ้งทั้งที่ที่นี่เพิ่งมีงานมงคลและเต็มไปด้วยความยินดีถึงอย่างนั้น...ด้านในเรือนกลับไร้ซึ่งผู้เป็นนาย!!“ไท

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 9.1

    เขาตัดหน้าไปก้าวหนึ่งได้คนมาหลายคน ที่เหลือบางคนยังหาไม่พบ บางคนเฉินเซียวเห็นว่าเขาเองก็อยากได้ เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ก็กำจัดทิ้ง เรื่องน้ำให้เฉินฮ่าวมั่นใจว่าพี่ชายของตนกำลังคิดการณ์ใหญ่จริงๆ“ต้องไม่ใช่ชายแดนทางใต้ หากให้ดีก็...ย้ายไปทั้งตระกูล”“หรือเจ้าจะบอกว่าทางที่ดีอย่าให้นางแต่งให้...น้องหก??” เฉินฮ่าวมองหงเหลียนฮวา “นางล่วงเกินเจ้าละสิ ได้ๆ ในเมื่อเจ้าเป็นฮูหยินของเฉิงเหยียน ข้าไม่เคยทำเรื่องผิดศีลธรรมแต่จะยอมทำเพื่อเจ้า”“เห็นชัดๆ ว่าท่านทำเพื่อตัวเอง ทำผิดศีลธรรมเพื่อข้าอะไรเล่า”เฉินฮ่าวหัวเราะเดินโบกมือจากไป “ทำบาปแล้วๆ เพื่อน้องสะใภ้ข้าทำได้ๆ”เซี่ยหยวนเล่อถลึงตาให้เขา “ไม่ใช่เพื่อข้าเสียหน่อย!”เฉิงเหยียนหัวเราะคว้ามือของนาง “พวกนางมองมาแล้ว มาเถิดข้าส่งเจ้ากลับจวน”สตรีชนชั้นสูงมองมาที่นางกับชายหนุ่มจริงๆ แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความอิจฉา เซี่ยหยวนเล่อคร้านจะอารมณ์เสีย นางเงยหน้าขึ้นพยักหน้าให้เขา “วันนี้ท่านพ่อให้ข้าบอกท่าน เย็นนี้กินมื้อเย็นค่อยกลับ”“ได้สิ”ทั้งสองออกเดินด้านหลังมีสตรีกลุ่มนั้นเดินตามมาห่างๆ ไม่ได้ยินบทสนทนาแต่กลับมองเห็นชัดถึงความสนิทสนม สายตาอ่อนโยนของเ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 8.4

    “นั่นมิใช่...กังขาในราชโองการของฝ่าบาทหรอกหรือ??” ตกลงไปในกับดักของนางครานี้ ทุกคนในตำหนักเฟิ่งหวงถึงกับ...เงียบกริบฮองเฮาถึงกับแย้มพระสรวล “ข้ามองคนไม่ผิดจริงๆ เจ้าเป็นคนฉลาดช่างพูด แต่น่าเสียดายนัก...” โบกมือคราหนึ่งขันทีและนางกำนัลคนสนิทก็รีบนำบางอย่างเข้ามา “นี่เป็นบันทึกสินเดิมที่ข้าและไทเฮาจะส่งไปจวนตระกูลเซี่ย ข้ารับราชโองการจากฝ่าบาทให้รับผิดชอบเรื่องนี้ ได้ยินมาว่ามารดาของเจ้าล้มป่วย...”เรื่องมารดาถูกกักบริเวณมีน้อยคนที่จะล่วงรู้ ดังนั้นทุกคนจึงเข้าใจว่ามารดาของนางล้มป่วย แต่หญิงสาวไม่เชื่อว่าฮองเฮาจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงต้องประกาศว่ามารดาของนางล้มป่วย!เซี่ยหยวนเล่อมองบันทึกสามเล่มปราดหนึ่งจากนั้นจื่อฉิงก็มารับไป “ขอบพระทัยไทเฮา ขอบพระทัยฮองเฮาที่ทรงเมตตาเพคะ”“เอาละไทเฮามีพระเสาวนีย์ให้เจ้าไปเข้าเฝ้า ตอนกลับก็ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา หลังพิธีเสกสมรสข้าจะให้นางกำนัลอาวุโสและขันทีไปแจ้งกำหนดการ ชุดที่จะใช้ทางตำหนักเฟิ่งหวงจะส่งไปให้ เรือนหอไทเฮาทรงพระราชทานให้ อยู่ไม่ไกลจากจวนตระกูลเซี่ย เจ้าไปเถิด”“หม่อมฉันทูลลา” ก่อนเดินออกมานางเดินสวนกับองค์หญิงซย่าอิ๋ง อีกฝ่ายแอบยกนิ้วโป้

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 2.4

    นี่เป็นประคำหยกอันเดียวกันกับที่เฉิงเหยียนมอบให้นางที่ลานประหาร เซี่ยหยวนเล่อนิ่งงันจ้องมองประคำหยกนั้นนิ่งนานด้วยความสับสน“ครั้งนั้นข้าได้ยินเพียงเสียงตะโกนบอก ดังนั้นคนร้ายจึงลอบทำร้ายข้าไม่สำเร็จ ตอนที่ทุกอย่างสงบข้าก็หาท่านไม่พบแล้ว พบเพียงถุงใบนี้ดังนั้นประคำหยกนี้คืนให้ท่าน ท่านช่วยชีวิตข้าเ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 2.3

    เสี่ยวหมานเช็ดน้ำตาแล้วลุกขึ้น เขาคุกเข่าลงโขกศีรษะให้นาง “ข้าน้อยเสี่ยวหมานนับจากนี้จะติดตามคุณหนู รับใช้ ดูแล ทำตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง”เซี่ยหยวนเล่อถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าใจสงสาร นางประคองเขาลุกขึ้นจากนั้นเขาก็ยอมหยิบตะเกียบกินข้าวโดยดีตอนเดินทางออกจากโรงเตี๊ยมเสี่ยวหมานเอาแต่มองไปยังถนนสายห

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 2.2

    ผู้เป็นมารดาตวาดแหว “ข้าเลี้ยงเจ้ามาจนเติบโต หมดเงินหมดข้าวไปไม่น้อย ตอนนี้ข้าตั้งครรภ์น้องเจ้า ข้าวสารจะกรอกหม้อก็ไม่มี ได้เวลาที่เจ้าต้องทดแทนบุญคุณของข้าแล้ว!!”นางเงื้อมือขึ้นฟาดฝ่ามือไปตามแขนขาและแผ่นหลังของบุตรชาย น้ำเสียงและท่าทางไม่ได้แสดงถึงความมีเมตตา แม้ว่านั่นจะเป็นบุตรชายของนางเองเซี่

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 2.1

    มารดาชวนนางกับพี่สาวและน้องสาวอีกสี่คนไปไหว้พระที่อารามนอกเมือง??เซี่ยหยวนเล่อครุ่นคิดอย่างหนักเพื่อหาทางหลบเลี่ยง นางตัดสินใจแกล้งป่วย แม้แต่ท่านหมอที่มาตรวจอาการก็ไม่รู้ถึงสาเหตุที่นางปวดศีรษะกระทั่งทรมานอยู่บนเตียงบิดาออกไปประชุมเช้ายังไม่กลับ มารดาหรือก็วางแผนพาบุตรสาวออกนอกจวน ให้อย่างไรนางท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status