Share

บทที่ 1.2

last update Last Updated: 04.03.2026 08:29:10

ค่ำคืนแห่งการก่อกบฏเลือดไหลนองทั่วเมืองหลวง องค์ชายทั้งสองพระองค์และฮองเฮาที่อยากโค่นล้มราชบัลลังก์กลับถูกจับกุม ผู้ที่เกี่ยวข้องถูกตัดสินประหารอย่างไร้ปรานี ไม่เว้นแม้แต่คนตระกูลเซี่ยและ...ตัวนางเอง

ขณะนั่งรอความตายอย่างสิ้นหวัง มีเพียงสายตาของคนผู้หนึ่งที่มองนางอย่างเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ เฉิงเหยียน...รองเจ้ากรมสำนักตรวจการผู้หล่อเหลาล้ำเลิศ

ลานประหารที่ผู้คนก่นด่าสาปแช่ง เขาเป็นคนเดียวที่เดินเข้ามาหานาง ทั้งยังเอ่ยถามถึงความปรารถนาสุดท้าย

เซี่ยหยวนเล่อเงยหน้าขึ้นมองเขา อยู่ๆ นางก็รู้สึกขบขันกับโชคชะตาของตัวเอง ‘ความปรารถนาสุดท้ายของข้า...ก็คือชาติหน้าขอมีชีวิตเรียบง่าย’

เขาถอนหายใจออกมาและมองนางอย่างจนใจ ‘พระชายา...ข้าหมายถึงมีเรื่องใดที่ท่านปรารถนาจะให้ข้าทำให้เป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ เรื่องที่ท่านยังห่วงกังวล’

‘ข้าไม่ใช่พระชายาแล้ว เป็นเพียงนักโทษประหาร’ นางละสายตาจากใบหน้าของเขามองบิดา มารดา พี่สาว น้องสาว พี่ชาย น้องชาย คนตระกูลเซี่ยที่ล้วนต้องรับโทษประหาร ยังไม่ทันได้เอ่ยปากเขาก็พูดขึ้น

‘ที่ข้าทำได้ตอนนี้คือช่วยฝังพวกท่าน...อย่างถูกต้อง’

‘ขอบคุณท่านมาก’ นางกระซิบบอกเขาเสียงเบา ด้วยรอยยิ้ม

ตอนนั้นเองนึกไม่ถึงว่าเขาจะนั่งลงตรงหน้านาง มองประคำหยกในมือของเขา สายตาของนางเต็มไปด้วยความสงสัย เฉิงเหยียนเอี้ยวตัวไปด้านหลังนาง ค่อยๆ สวมประคำหยกพวงนั้นที่ข้อมือพร้อมอวยพรให้นาง

‘หากชาติหน้ามีจริง เช่นนั้นข้าขอให้เจ้ามีชีวิตที่ราบรื่นปลอดภัยไร้กังวล’

เซี่ยหยวนเล่อเงยหน้ามองเขาด้วยท่าทางงุนงง ปลายนิ้วของนางลูบประคำหยกนั้นเพราะมือทั้งสองข้างถูกมัดไขว้หลัง ‘เพราะอะไรท่านจึง...’

‘ได้เวลาแล้วใต้เท้า’ มีคนก้าวเข้ามาจากนั้นก็กระซิบบอกเฉิงเหยียน ดูเหมือนการประหารกำลังจะเริ่มต้นขึ้น เขาลุกขึ้นจากนั้นก้มลงมองนางด้วยสายตาที่นางไม่อาจคาดเดา

ดูเหมือนเขากำลังเศร้า... ‘ลาก่อน’ เขากล่าวอำลา

นางได้แต่มองเขาค่อยๆ หมุนตัวแล้วเดินจากไป แผ่นหลังของเขายิ่งทำให้นางสงสัย เขา...เศร้าใจที่นางกำลังจะตายหรือ??

เพราะอะไรเล่า? นางกับเขาเคยพบกันหรือ …ไม่มีทาง นางจำไม่ได้ว่าเคยรู้จักกับเขา ยิ่งไม่มีทางที่เขากับนางจะมีเรื่องใดให้พานพบ

ก่อนหน้านี้แม้รู้จักเขา ก็เป็นเพราะเคยพบเขาที่ขี่ม้าผ่านหน้าจวน เดินสวนกัน หรือไม่ก็บังเอิญเห็นเขาตอนกำลังสืบคดี ไม่มีใครไม่รู้จักใต้เท้าเฉิงเหยียนแห่งสำนักตรวจการ และในทางเดียวกันก็ไม่มีใครกล้าพาตัวเข้าไปใกล้เขา ดังนั้น...ไม่ว่าบุรุษหรือสตรีล้วนไม่มีใครคุ้นเคยกับเขา

เสียงก่นด่าสาปแช่งยังคงดังขึ้นไม่หยุด ชีวิตคนมากมายที่สูญสิ้นเพราะความมักใหญ่ใฝ่สูง ตอนนี้ชาวบ้านล้วนโยนความโกรธมายังคนที่ถูกตัดสินยังลานประหาร ขณะที่ตัวต้นเหตุเพียงถูกกักขังในตำหนัก ด้วยฐานะสูงส่งที่แม้แต่ฮ่องเต้เองก็ไม่อาจปลิดชีพโอรสของตน ผู้ที่รับโทษจึงมีเพียงผู้ที่รับคำสั่งจากองค์ชายสองพระองค์และฮองเฮา...

ไม่ยุติธรรม!!! ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!!! เซี่ยหยวนเล่อก่นด่าในใจทว่าก็ได้แต่หลับตาลงรอรับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาช้าๆ

เสียงคมดาบของเพชฌฆาตฟาดฟันลงไป เสียงตุ้บ! ดังขึ้น ศีรษะของบิดากลิ้งหลุนๆ ไปด้านหน้าเล็กน้อย นางสะดุ้งเบิกตามองด้วยความหวาดหวั่น

‘เซี่ยหยวนเล่อ’ เสียงหนึ่งเรียกนาง

เซี่ยหยวนเล่อหันไปช้าๆ ท่ามกลางคนมากมาย เสียงก่นด่าดังระงมแต่นางกลับได้ยินเสียงของเขา ‘หลับตาลงเสีย ไม่ต้องกลัว’ ที่แท้ประโยคถัดมาเขาเพียงขยับปากไม่ได้ส่งเสียง

น้ำตาของนางหลั่งริน...ความกลัวก่อเกิดแต่ก็ได้แต่ยอมรับมันโดยดี ค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ ภาพสุดท้ายก็คือดวงตาเศร้าโศกจนใจของเขา...

‘หากชาติหน้ามีจริง...’

ทุกอย่างดับวูบสติเลือนหาย ความตายแท้ที่จริงไม่ได้ทรมานและน่ากลัวอย่างที่นางคิด...

“คุณหนู!!! ตื่นเถิดเจ้าค่ะจะไม่ทันการณ์แล้ว!!”

เสียงสาวใช้ทำให้ม่านหน้าเตียงพลิ้วไหว ประตูถูกเปิดออกเงาที่วูบไหวยังฉากกั้นหน้าเตียง เซี่ยหยวนเล่อลืมตาขึ้นด้วยความงุนงง นางดีดตัวขึ้นจากเตียงนอนหนานุ่ม ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลง

“คุณหนูวันนี้เป็นวันสำคัญท่านตื่นสายได้อย่างไรเจ้าคะ” เสี่ยวเถารีบเก็บม่านหน้าเตียงมัดกับเสาทั้งสองข้าง

“เสี่ยวเถา??”

“ก็ใช่น่ะสิเจ้าคะ”

“เสี่ยวเถา!!” เซี่ยหยวนเล่อโผเข้าไปกอดสาวใช้ที่เติบโตมาด้วยกันกับนาง ตอนแต่งเป็นชายาของเฉินหลี่ มารดาแอบขายเสี่ยวเถาไป นางตามหาอีกฝ่ายแทบตายสุดท้ายพบว่าเสี่ยวเถาถูกสังหารที่นอกกำแพงเมือง

“เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย!”

“ก็ต้องเป็นข้าอยู่แล้ว คุณหนูท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ”

เซี่ยหยวนเล่อน้ำตาหลั่งริน เห็นหน้าตาที่แสนคุ้นเคยคิดถึง นางยังคงคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป “เจ้ามาหาข้าแล้ว มารับข้าหรือ”

เสี่ยวเถาขมวดคิ้วยกมือขึ้นวางทาบหน้าผาก “ท่าน...ไม่สบายหรือเจ้าคะ? ทำอย่างไรดี ข้าไปตามท่านหมอดีหรือไม่เจ้าคะ วันสำคัญที่ทั้งท่าน นายท่าน และฮูหยินรอคอย ท่านกลับไม่สบายเอาเสียนี่ ข้าไปเรียนฮูหยินก่อนดีกว่า หาไม่พิธีปักปิ่นคงล่าช้า...”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 3.3

    อยู่ๆ เฉิงเหยียนก็รู้สึกว่าตนไม่ควรรับมันมาเลย...เสียงสวบสาบดังขึ้นด้านหน้า เงาร่างหนึ่งล้มลงยังพุ่มไม้ข้างกำแพง ชายหนุ่มก้าวเดินเข้าไปทันที “นั่นใคร!”“ใต้เท้าเฉิงเหยียน??” เสียงนั้นแผ่วเบาและอ่อนแรง เขาขมวดคิ้วเพราะจำได้ว่านั่นเป็นเสียงของ...เซี่ยหยวนเล่อ คุณหนูสิบตระกูลเซี่ย!!ชายหนุ่มปราดเข้าไปประคองนางขึ้น นางมีท่าทีอ่อนแรงและหายใจเร็วมาก เหงื่อของนางเปียกชุ่มทว่าสองมือกลับกุมเสื้อของเขาราวได้รับการตื่นตระหนก“เร็วเข้าพาข้าไปจากที่นี่ ยิ่งไกลยิ่งดี”“เกิดอะไรขึ้น เจ้า...กำลังหนีผู้ใด”“ไม่มีเวลาอธิบาย พาข้าไปจากที่นี่ก่อน”“ข้าพาเจ้ากลับไปส่งที่จวน”“ไม่...ไม่กลับเข้าจวน ข้าเพิ่งหนีออกมาจากที่นั่น”“อะไรนะ”เสียงฝีเท้าคนหลายคนกำลังวิ่งมาด้านนี้ หญิงสาวหายใจหอบสติกำลังเลือนลาง “ได้โปรด พาข้าไปจากที่นี่ก่อน อย่าให้ผู้ใดหาข้าพบแม้แต่คนตระกูลเซี่ย”เฉิงเหยียนได้แต่สงสัย อะไรกันที่ทำให้นางรู้สึกว่าจวนของตนไม่ปลอดภัย เป็นใครกันที่ทำให้นางไม่ไว้วางใจแม้แต่คนในตระกูลของตัวเอง?!เมื่อนางขอร้องอย่างสิ้นหวังเขาเองก็ได้แต่ทำตาม ทั้งที่ลึกๆ ก็ก่นด่าตัวเองว่าเรื่องนี้อาจเป็นการล่วงเกินท่านอัค

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 3.2

    ชายหนุ่มมองอีกฝ่าย “แล้วนี่ทรง...” แต่งกายเช่นนี้คงมิใช่ออกจากวังมาเที่ยวเล่น“โดนเจ้าจับได้แล้ว? ข้าได้รับเทียบเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงในจวนอัครมหาเสนาบดี ชายาของพี่รองมีข่าวดีแล้ว”“ตั้งครรภ์?”“ใช่ หมอหลวงยืนยันแล้ว พี่รองเพิ่งเข้าวังไปทูลเสด็จพ่อและไทเฮา วันนี้ท่านอัครเสนาบดีกับฮูหยินจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ขึ้น ผู้ที่มีเทียบเชิญเท่านั้นจึงจะเข้าร่วมได้”เฉิงเหยียนถอนหายใจ “เข้าใจแล้ว ขอบพระทัยที่ทรงมาแจ้งกระหม่อมด้วยพระองค์เอง”เฉินฮ่าวมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจริงจังเป็นครั้งแรก “เจ้าต้องทำท่าทางเหินห่างกับข้าเช่นนี้ให้ได้? แม้แต่กับไทเฮาเจ้าก็มีท่าทีเช่นนี้? มิน่าเล่าพูดถึงเจ้าทีไรไทเฮาก็ทักทรงมีท่าทีไม่สบายพระทัย เจ้านี่นะ รู้ทั้งรู้ว่าไทเฮาทรงเหลือเจ้าเป็นเครือญาติที่สนิทเพียงคนเดียว จะเข้าเฝ้าพระองค์ให้บ่อยครั้งหน่อยก็ไม่ได้ ไม่ได้บังคับให้เจ้าเข้ารับตำแหน่งจากเส้นสายเสียหน่อย”“องค์ชาย ตระกูลของข้าหากไม่โดนประหารก็ตายตก ข่าวลือมากมายอาจทำให้ไทเฮาทรงเสื่อมพระเกียรติ แม้เหลือน้อยนิดแต่ก็ไม่ควรทำให้พระองค์แปดเปื้อน”“แปดเปื้อนอะไรกัน เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด เจ้าไม่ใช่คนที่โง่งมโดนหลอกโดยง่าย

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 3.1

    “ใช่ ดังนั้นมากับข้าเถิด ช่วงนี้เจ้าก็อยู่กับข้าไปก่อน ข้าจะหาทางให้เจ้าได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาหลวง”“ขอรับ”นับจากวันนั้นเขาให้สงสัยไม่คลายจึงลอบสืบเรื่องของเซี่ยหยวนเล่อเงียบๆ เขาพบว่านางออกจากเมืองก็เพราะแม่นมเฉาจริงๆ นางไม่มีสหายจากจวนอื่นเพราะน้อยครั้งที่ใต้เท้าเซี่ยและฮูหยินจะอนุญาตให้บุตรสาวออกจากจวนถึงอย่างนั้นการที่นางหนีออกไปครั้งล่าสุด นางกลับตรงไปยังหมู่บ้านซุนสือที่ไม่ได้ใกล้กับบ้านของแม่นมเฉา“ใช้เงินหนึ่งหมื่นตำลึงซื้อเด็กคนนี้มา ไม่ใช่คนของจวนอัครมหาเสนาบดีคงทำไม่ได้” ต้าสือพึมพำเฉิงเหยียนเหลือบมองอีกฝ่าย “นางถูกกักบริเวณหรือไม่”“ใช่ขอรับ...หนึ่งเดือน เห็นว่าเพราะนางแอบหนีออกมาจากจวน ครั้งนี้เซี่ยฮูหยินโกรธมาก ยังมี...”“อะไร” เฉิงเหยียนเห็นท่าทีของคนสนิทก็เลิกคิ้ว“ข้าบังเอิญรู้มาว่าเซี่ยฮูหยินเคยนัดพบกับองค์ชายหก”“องค์ชายหก??”“วันที่คุณหนูสิบหนีออกจากจวน เซี่ยฮูหยินออกจากจวนไปไหว้พระที่อาราม บังเอิญจริงๆ ที่วันนั้นองค์ชายหกเองก็ไปที่นั่น ยิ่งบังเอิญกว่าเพราะคุณหนูหกแกล้งป่วยวันนั้นพอดี เป็นไปได้หรือไม่ที่นางไม่อยากไปยังอารามกับมารดา และอาจเป็นไปได้เช่นกันที่นาง

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 2.4

    นี่เป็นประคำหยกอันเดียวกันกับที่เฉิงเหยียนมอบให้นางที่ลานประหาร เซี่ยหยวนเล่อนิ่งงันจ้องมองประคำหยกนั้นนิ่งนานด้วยความสับสน“ครั้งนั้นข้าได้ยินเพียงเสียงตะโกนบอก ดังนั้นคนร้ายจึงลอบทำร้ายข้าไม่สำเร็จ ตอนที่ทุกอย่างสงบข้าก็หาท่านไม่พบแล้ว พบเพียงถุงใบนี้ดังนั้นประคำหยกนี้คืนให้ท่าน ท่านช่วยชีวิตข้าเอาไว้ถึงสองครั้งหากวันหน้ามีเรื่องใดที่ข้าสามารถตอบแทน...”หญิงสาวมองเสี่ยวหมานและเสี่ยวเถาที่เดินตรงเข้ามาหา “มี! ข้ามี!”เขาเลิกคิ้วมองนางด้วยความประหลาดใจ “คุณหนูสิบเชิญกล่าว”“ข้า...อยากฝากคนคนหนึ่งเอาไว้กับท่าน”“คน?”นางคว้าไหล่ของเสี่ยวหมานด้วยรอยยิ้ม หมุนตัวเด็กชายให้เฉิงเหยียนดู “นี่คือเสี่ยวหมาน ข้าซื้อเขามาจากมารดาที่ต้องการเขาให้เป็นทาสเมื่อเช้า หากข้าพาเขากลับจวนด้วยเขาจะกลายเป็นบ่าวในจวนตระกูลเซี่ย ข้าไม่อยากให้เขาเป็นบ่าวหรือตกเป็นทาส ข้า...อยากให้เขาได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาหลวง ท่านช่วยส่งเสริมได้หรือไม่”เฉิงเหยียนมองเด็กชายตรงหน้า เขาค่อนข้างงุนงงกับการกระทำของนาง“ยังมี...นี่เป็นสัญญาซื้อขาย ข้าฝากเอาไว้ที่ท่านชั่วคราว ข้าไม่อยากให้ผู้ใดล่วงรู้เรื่องนี้”ชายหนุ่มมองนางสลับ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 2.3

    เสี่ยวหมานเช็ดน้ำตาแล้วลุกขึ้น เขาคุกเข่าลงโขกศีรษะให้นาง “ข้าน้อยเสี่ยวหมานนับจากนี้จะติดตามคุณหนู รับใช้ ดูแล ทำตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง”เซี่ยหยวนเล่อถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าใจสงสาร นางประคองเขาลุกขึ้นจากนั้นเขาก็ยอมหยิบตะเกียบกินข้าวโดยดีตอนเดินทางออกจากโรงเตี๊ยมเสี่ยวหมานเอาแต่มองไปยังถนนสายหนึ่ง เดาว่านั่นเป็นถนนที่ตรงไปยังบ้านเดิมของเขา เมื่อพ้นหมู่บ้านสีหน้าเศร้าสร้อยของเขายังคงอยู่ แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้พูด ไม่ร้องไห้ ไม่แสดงท่าทีใดนอกจากรอฟังคำสั่งของเซี่ยหยวนเล่อรถม้าแล่นมาจอดยังท่าเรือข้ามฟาก แต่เรือที่ใช้สำหรับพารถม้าข้ามฟากกลับรั่วรอซ่อมแซม คนขับรถม้าจนใจจึงได้แต่ส่งหญิงสาวกับสาวใช้ไปขึ้นเรือโดยสารที่ท่าเรืออีกแห่งเรือทวนน้ำแล่นตรงไปยังเมืองหลวงแต่ก็อ้อมอยู่บ้าง ถึงอย่างนั้นหญิงสาวไม่ได้รีบร้อนอะไรจึงยอมไปขึ้นเรือโดยสารบนเรือมีชาวบ้านมากมายโดยสารมาจากต่างเมือง ทุกคนหาที่นั่งเพราะเรือต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองชั่วยาม[1]จึงจะถึงเมืองหลวงเสี่ยวเถากังวลเพราะทั้งสองแอบหนีมา แม้เซี่ยหยวนเล่อเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้ว่าคิดถึงแม่นมเฉาจึงแอบหนีมา แต่นางก็ยังกังวลว่าจะถูกลงโทษเพร

  • เกิดใหม่ทั้งที...ไม่เป็นแล้วพระชายา!!   บทที่ 2.2

    ผู้เป็นมารดาตวาดแหว “ข้าเลี้ยงเจ้ามาจนเติบโต หมดเงินหมดข้าวไปไม่น้อย ตอนนี้ข้าตั้งครรภ์น้องเจ้า ข้าวสารจะกรอกหม้อก็ไม่มี ได้เวลาที่เจ้าต้องทดแทนบุญคุณของข้าแล้ว!!”นางเงื้อมือขึ้นฟาดฝ่ามือไปตามแขนขาและแผ่นหลังของบุตรชาย น้ำเสียงและท่าทางไม่ได้แสดงถึงความมีเมตตา แม้ว่านั่นจะเป็นบุตรชายของนางเองเซี่ยหยวนเล่อโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ นางลุกพรวดก้าวฉับๆ ไปยังสองแม่ลูก ดึงเด็กชายคนนั้นออกมาจากเงื้อมมือของอีกฝ่าย “หยุดเดี๋ยวนี้!!”“เจ้า...เจ้าเป็นใครยุ่งอะไรด้วย ข้าเป็นมารดาของเขา”“เจ้าจะขายเขามิใช่หรือ ข้าจะซื้อ เสี่ยวเถา”“เจ้าคะคุณหนู”“ตั๋วเงินสามพันตำลึง”“สะ...สามพันตำลึง” สตรีผู้นั้นตาโต ทว่าดวงตาเจ้าเล่ห์มองไปยังพ่อค้าทาส “ไม่ขาย พ่อค้าทาสผู้นั้นตกลงกับข้าที่ห้าพันตำลึง”เซี่ยหยวนเล่อแค่นหัวเราะจ้องอีกฝ่ายนิ่งไม่พูดอะไร นางกุมข้อมือของเด็กชายที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ถึงตอนนี้ก็ยังร้องขอความเมตตาจากมารดาที่ไร้ซึ่งความปรานี“เจ้ามีนามว่าอะไร”“ข้า...ข้าน้อยเรียกขานว่าเสี่ยวหมาน”เซี่ยหยวนเล่อลูบศีรษะเขาเบาๆ...ถูกคนแล้ว นี่เป็นน้องชายต่างมารดาที่จื่อฉิงต้องออกมาตามหา นางจำได้ว่าเพื่อให้ได้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status