ANMELDEN“อะ...อะไรนะ พิธีปักปิ่น??” นางรั้งแขนของเสี่ยวเถาเอาไว้
“ก็ใช่น่ะสิเจ้าคะ พิธีปักปิ่น”
“ของใคร” เซี่ยหยวนเล่อมองมือของตนที่คว้าข้อมือของเสี่ยวเถา
“ของ...ท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ ไม่ได้การแล้ว...ข้าต้องรีบไปตามท่านหมอ คุณหนูของข้าคงไม่ได้ป่วยจนสติฟั่นเฟือน? วันสำคัญขนาดนี้ยังลืม...”
เซี่ยหยวนเล่อได้ยินก็ลุกพรวดพุ่งปราดไปยังหน้าคันฉ่องที่วางอยู่บนโต๊ะไม่ไกลนัก นางมองไรผมข้างหางคิ้ว ใช้ปลายนิ้วจิ้มลงไปบนแผลเล็กๆ ที่ยังคงไม่หายสนิทและก็รู้สึก...เจ็บ!!!
เสี่ยวเถาเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งตกใจนางสะบัดมือของเซี่ยหยวนเล่อ วิ่งออกไปด้วยความตื่นตระหนก “คุณหนูไม่สบายหนักแล้ว แย่แล้ว!!!”
แม้ได้ยินแต่หญิงสาวก็ยังคงนิ่งเงียบ นั่งนิ่งมองตัวเองที่ดู...อ่อนเยาว์
เซี่ยหยวนเล่อมองแผลที่ไรผม จำได้ว่านางแอบออกไปส่งแม่นมขึ้นเรือเพื่อออกจากเมืองหลวงจึงได้แผลนี้มา เกิดเรื่องบนเรือเพราะมีโจรปล้นเรือ โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่ของทางการอยู่ด้วย ตอนที่เขากำลังรับมือกับกลุ่มโจรก็เกือบเพลี่ยงพล้ำ
นางที่ไม่ได้คิดอะไรมากคว้าอะไรได้ก็ขว้างไปที่เจ้าโจรชุดดำ ช่วยคนไว้ได้แต่นางเองก็โดนเล่นงาน ได้แผลมาแต่ก็ช่วยเจ้าหน้าที่จับโจรเอาไว้ได้ครบ
นางรีบลงจากเรือไม่กล้าพูดถึงเรื่องนี้ แม้ทางการปิดประกาศตามหาเพื่อให้รางวัล แต่ให้ตายนางก็ไม่มีทางกล้าไปรับรางวัล หาไม่คงโดนบิดามารดากักบริเวณไม่ให้ออกไปไหนเป็นแน่!!!
ความหวาดกลัวยังคงชัดเจน กลิ่นเลือดคล้ายยังคงติดอยู่ปลายจมูก ภาพของศีรษะบิดากลิ้งลงไปกับพื้นยังคงตราตรึงในความรู้สึก เซี่ยหยวนเล่อตัวสั่นเทาน้ำตาหลั่งริน
“ข้ากลับมา!!! กลับมาจากเรื่องเลวร้ายเหล่านั้น!!” อยู่ๆ นางก็หัวเราะออกมาทั้งน้ำตา “ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณที่เมตตาให้ข้ากลับมาแก้ไขเรื่องราวเหล่านี้ ข้าสาบานจะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง!!”
หญิงสาวรีบสวมชุดคลุมลวกๆ สิ่งแรกที่นางอยากจะทำตอนนี้คือขอพบบิดา เล่าเรื่องที่นางเคยเผชิญก่อนหน้านี้ บอกเขาว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยๆ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ตระกูลเซี่ยถูกหลอกใช้
ทว่า...ตอนที่นางกำลังเดินผ่านสวนข้างเรือนหลัก นางกลับเห็นมารดากำลังยืนสนทนาอยู่กับใครบางคน...บุรุษหล่อเหลาสง่างาม สวามีผู้เจ้าเล่ห์โหดเหี้ยมผู้นั้น...เฉินหลี่!!!
“นับเป็นวาสนาของบุตรสาวหม่อมฉันที่ทรงพึงพระทัยในตัวนาง ทว่าหากจะกล่าววันนี้นางเพิ่งปักปิ่น อายุยังเยาว์วัยนัก หากทรงรอสักปีหม่อมฉันจะกล่อมเกลาจนนางพร้อมที่จะเป็นชายาที่เชิดหน้าชูตาสมฐานะขององค์ชายหก เช่นนี้ทรงเห็นเป็นอย่างไรเพคะ”
“ข้าล้วนไม่ขัดข้อง เวลาเพียงปีเดียวข้ารอได้ จะอย่างไรก็สมควรเหลือทางเลือกให้นาง หากพบนางแล้วนางไม่ชอบข้า เช่นนั้นข้าย่อมไม่มีทางบีบบังคับ ท่านเห็นเป็นอย่างไร”
“ทรงมีน้ำพระทัยต่อตระกูลเซี่ยและบุตรสาวของหม่อมฉันยิ่งนัก หยวนเล่อนั้นตั้งแต่เล็กก็ไม่เคยทำอะไรให้มารดาเช่นหม่อมฉันกังวล บุตรสาวคนนี้ท่านพี่เองก็รักใคร่ทนุถนอมยิ่ง จะเข้าหานางสมควรให้เวลานางตัดสินใจจริงๆ”
“เช่นนั้นท่านเห็นเป็นอย่างไรหากวันนี้ข้าอยากลองพบนางสักครั้ง ดูว่านางพบข้าแล้วจะหลีกหนีหรือยอมรับข้า”
เซี่ยฮูหยินยิ้ม “หากทรงประสงค์เช่นนั้น หม่อมฉันจะให้คนเตรียมการ ก่อนจะออกไปยังโถงพิธีหยวนเล่อต้องผ่านสวนนี้ ถ้าอย่างไรก็ทำเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญ หาไม่นางอาจตกใจได้”
“เช่นนั้นก็ดียิ่ง ขอบคุณเซี่ยฮูหยินที่ให้โอกาส ข้ารับรองว่าหากข้าได้แต่งนางเป็นชายา ข้าย่อมยกย่องดูแลนางด้วยชีวิต”
เซี่ยหยวนเล่อตัวแข็งทื่อ นางหลบเข้าไปยังหลังพุ่มจื่อจิง หายใจเข้าลึกเพื่อระงับโทสะในใจ “ที่แท้...ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เป็นท่านแม่ของข้าที่...”
นางไม่เคยรู้ว่ามารดาได้ลอบวางแผนนี้ขึ้น ไม่เคยรู้ว่าลับหลังนางมารดากับเฉินหลี่เคยพบกันมาก่อน และดูจากท่าทีกับบทสนทนาในวันนี้แล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งสองพบกัน
“หากข้าตื่นนอนในวันปักปิ่น อาบน้ำเตรียมตัวแล้วเดินผ่านสวนไปยังโถงพิธีก็จะพบเขา...หลังจากนั้นก็แต่งให้เขา เป็นชายาเขาแล้วก็...ถูกประหาร” นางรีบยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตื่นตระหนก ภาพศีรษะของบิดากลิ้งบนพื้น ยังคงสร้างความสะพรึงให้นางทุกครั้งที่นึกถึง
วันนี้เพราะนางผ่านเรื่องราวเหล่านั้นมาแล้ว เห็นจุดจบของคนตระกูลเซี่ยมากับตา ดังนั้นนางจึงอยากไปหาบิดาเพื่อพยายามเปลี่ยนเรื่องราว แม้รู้ว่ายากยิ่งที่บิดาจะเชื่อแต่นางก็มาแล้ว และก็ได้รู้ความจริงที่ว่าแท้ที่จริงมารดาของนางเองที่เริ่มต้นเรื่องราวทั้งหมด
เซี่ยหยวนเล่อนั่งลงอย่างหมดแรง นางก้มลงกอดเข่าตัวเองด้วยความสิ้นหวัง ล้มเลิกความคิดที่จะไปหาบิดาโดยสิ้นเชิง
...หากนางไปหาบิดา และพบว่าเขาเองก็รู้เรื่องนี้และยอมให้มารดาลงมือกระทำการทั้งหมดเล่า??
ในเรือนเล่ออวี้เต็มไปด้วยสตรีสูงศักดิ์ที่เข้ามาช่วยดูแลการแต่งตัวของเซี่ยหยวนเล่อ มารดาของหญิงสาวเองก็มีสีหน้ารักใคร่ภูมิอกภูมิใจที่บุตรสาวกำลังจะปักปิ่น บรรดาฮูหยินตราตั้งล้วนอวยพรให้นางมีสุขภาพแข็งแรง มีคู่ครองที่ประเสริฐ มีฐานะสูงส่ง ช่วยให้คนตระกูลเซี่ยได้เชิดหน้าชูตา
นาง...รับฟังด้วยหัวใจเย็นเยียบ
ทุกอย่างถูกจัดฉากเอาไว้แล้ว ในขณะที่มารดาของนางกล่าวอย่างถ่อมตนว่าปรารถนาให้บุตรสาวเลือกคู่ครองด้วยตัวเอง ไม่อยากให้บุตรสาวที่ดื้อรั้นไม่รู้ความแต่งเข้าจวนใหญ่ กังวลเหลือเกินว่าสักวันบุตรสาวจะถูกสามีรังแกโดยที่นางไม่อาจยื่นมือเข้าช่วย
อยู่ๆ เฉิงเหยียนก็รู้สึกว่าตนไม่ควรรับมันมาเลย...เสียงสวบสาบดังขึ้นด้านหน้า เงาร่างหนึ่งล้มลงยังพุ่มไม้ข้างกำแพง ชายหนุ่มก้าวเดินเข้าไปทันที “นั่นใคร!”“ใต้เท้าเฉิงเหยียน??” เสียงนั้นแผ่วเบาและอ่อนแรง เขาขมวดคิ้วเพราะจำได้ว่านั่นเป็นเสียงของ...เซี่ยหยวนเล่อ คุณหนูสิบตระกูลเซี่ย!!ชายหนุ่มปราดเข้าไปประคองนางขึ้น นางมีท่าทีอ่อนแรงและหายใจเร็วมาก เหงื่อของนางเปียกชุ่มทว่าสองมือกลับกุมเสื้อของเขาราวได้รับการตื่นตระหนก“เร็วเข้าพาข้าไปจากที่นี่ ยิ่งไกลยิ่งดี”“เกิดอะไรขึ้น เจ้า...กำลังหนีผู้ใด”“ไม่มีเวลาอธิบาย พาข้าไปจากที่นี่ก่อน”“ข้าพาเจ้ากลับไปส่งที่จวน”“ไม่...ไม่กลับเข้าจวน ข้าเพิ่งหนีออกมาจากที่นั่น”“อะไรนะ”เสียงฝีเท้าคนหลายคนกำลังวิ่งมาด้านนี้ หญิงสาวหายใจหอบสติกำลังเลือนลาง “ได้โปรด พาข้าไปจากที่นี่ก่อน อย่าให้ผู้ใดหาข้าพบแม้แต่คนตระกูลเซี่ย”เฉิงเหยียนได้แต่สงสัย อะไรกันที่ทำให้นางรู้สึกว่าจวนของตนไม่ปลอดภัย เป็นใครกันที่ทำให้นางไม่ไว้วางใจแม้แต่คนในตระกูลของตัวเอง?!เมื่อนางขอร้องอย่างสิ้นหวังเขาเองก็ได้แต่ทำตาม ทั้งที่ลึกๆ ก็ก่นด่าตัวเองว่าเรื่องนี้อาจเป็นการล่วงเกินท่านอัค
ชายหนุ่มมองอีกฝ่าย “แล้วนี่ทรง...” แต่งกายเช่นนี้คงมิใช่ออกจากวังมาเที่ยวเล่น“โดนเจ้าจับได้แล้ว? ข้าได้รับเทียบเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงในจวนอัครมหาเสนาบดี ชายาของพี่รองมีข่าวดีแล้ว”“ตั้งครรภ์?”“ใช่ หมอหลวงยืนยันแล้ว พี่รองเพิ่งเข้าวังไปทูลเสด็จพ่อและไทเฮา วันนี้ท่านอัครเสนาบดีกับฮูหยินจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ขึ้น ผู้ที่มีเทียบเชิญเท่านั้นจึงจะเข้าร่วมได้”เฉิงเหยียนถอนหายใจ “เข้าใจแล้ว ขอบพระทัยที่ทรงมาแจ้งกระหม่อมด้วยพระองค์เอง”เฉินฮ่าวมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจริงจังเป็นครั้งแรก “เจ้าต้องทำท่าทางเหินห่างกับข้าเช่นนี้ให้ได้? แม้แต่กับไทเฮาเจ้าก็มีท่าทีเช่นนี้? มิน่าเล่าพูดถึงเจ้าทีไรไทเฮาก็ทักทรงมีท่าทีไม่สบายพระทัย เจ้านี่นะ รู้ทั้งรู้ว่าไทเฮาทรงเหลือเจ้าเป็นเครือญาติที่สนิทเพียงคนเดียว จะเข้าเฝ้าพระองค์ให้บ่อยครั้งหน่อยก็ไม่ได้ ไม่ได้บังคับให้เจ้าเข้ารับตำแหน่งจากเส้นสายเสียหน่อย”“องค์ชาย ตระกูลของข้าหากไม่โดนประหารก็ตายตก ข่าวลือมากมายอาจทำให้ไทเฮาทรงเสื่อมพระเกียรติ แม้เหลือน้อยนิดแต่ก็ไม่ควรทำให้พระองค์แปดเปื้อน”“แปดเปื้อนอะไรกัน เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด เจ้าไม่ใช่คนที่โง่งมโดนหลอกโดยง่าย
“ใช่ ดังนั้นมากับข้าเถิด ช่วงนี้เจ้าก็อยู่กับข้าไปก่อน ข้าจะหาทางให้เจ้าได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาหลวง”“ขอรับ”นับจากวันนั้นเขาให้สงสัยไม่คลายจึงลอบสืบเรื่องของเซี่ยหยวนเล่อเงียบๆ เขาพบว่านางออกจากเมืองก็เพราะแม่นมเฉาจริงๆ นางไม่มีสหายจากจวนอื่นเพราะน้อยครั้งที่ใต้เท้าเซี่ยและฮูหยินจะอนุญาตให้บุตรสาวออกจากจวนถึงอย่างนั้นการที่นางหนีออกไปครั้งล่าสุด นางกลับตรงไปยังหมู่บ้านซุนสือที่ไม่ได้ใกล้กับบ้านของแม่นมเฉา“ใช้เงินหนึ่งหมื่นตำลึงซื้อเด็กคนนี้มา ไม่ใช่คนของจวนอัครมหาเสนาบดีคงทำไม่ได้” ต้าสือพึมพำเฉิงเหยียนเหลือบมองอีกฝ่าย “นางถูกกักบริเวณหรือไม่”“ใช่ขอรับ...หนึ่งเดือน เห็นว่าเพราะนางแอบหนีออกมาจากจวน ครั้งนี้เซี่ยฮูหยินโกรธมาก ยังมี...”“อะไร” เฉิงเหยียนเห็นท่าทีของคนสนิทก็เลิกคิ้ว“ข้าบังเอิญรู้มาว่าเซี่ยฮูหยินเคยนัดพบกับองค์ชายหก”“องค์ชายหก??”“วันที่คุณหนูสิบหนีออกจากจวน เซี่ยฮูหยินออกจากจวนไปไหว้พระที่อาราม บังเอิญจริงๆ ที่วันนั้นองค์ชายหกเองก็ไปที่นั่น ยิ่งบังเอิญกว่าเพราะคุณหนูหกแกล้งป่วยวันนั้นพอดี เป็นไปได้หรือไม่ที่นางไม่อยากไปยังอารามกับมารดา และอาจเป็นไปได้เช่นกันที่นาง
นี่เป็นประคำหยกอันเดียวกันกับที่เฉิงเหยียนมอบให้นางที่ลานประหาร เซี่ยหยวนเล่อนิ่งงันจ้องมองประคำหยกนั้นนิ่งนานด้วยความสับสน“ครั้งนั้นข้าได้ยินเพียงเสียงตะโกนบอก ดังนั้นคนร้ายจึงลอบทำร้ายข้าไม่สำเร็จ ตอนที่ทุกอย่างสงบข้าก็หาท่านไม่พบแล้ว พบเพียงถุงใบนี้ดังนั้นประคำหยกนี้คืนให้ท่าน ท่านช่วยชีวิตข้าเอาไว้ถึงสองครั้งหากวันหน้ามีเรื่องใดที่ข้าสามารถตอบแทน...”หญิงสาวมองเสี่ยวหมานและเสี่ยวเถาที่เดินตรงเข้ามาหา “มี! ข้ามี!”เขาเลิกคิ้วมองนางด้วยความประหลาดใจ “คุณหนูสิบเชิญกล่าว”“ข้า...อยากฝากคนคนหนึ่งเอาไว้กับท่าน”“คน?”นางคว้าไหล่ของเสี่ยวหมานด้วยรอยยิ้ม หมุนตัวเด็กชายให้เฉิงเหยียนดู “นี่คือเสี่ยวหมาน ข้าซื้อเขามาจากมารดาที่ต้องการเขาให้เป็นทาสเมื่อเช้า หากข้าพาเขากลับจวนด้วยเขาจะกลายเป็นบ่าวในจวนตระกูลเซี่ย ข้าไม่อยากให้เขาเป็นบ่าวหรือตกเป็นทาส ข้า...อยากให้เขาได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาหลวง ท่านช่วยส่งเสริมได้หรือไม่”เฉิงเหยียนมองเด็กชายตรงหน้า เขาค่อนข้างงุนงงกับการกระทำของนาง“ยังมี...นี่เป็นสัญญาซื้อขาย ข้าฝากเอาไว้ที่ท่านชั่วคราว ข้าไม่อยากให้ผู้ใดล่วงรู้เรื่องนี้”ชายหนุ่มมองนางสลับ
เสี่ยวหมานเช็ดน้ำตาแล้วลุกขึ้น เขาคุกเข่าลงโขกศีรษะให้นาง “ข้าน้อยเสี่ยวหมานนับจากนี้จะติดตามคุณหนู รับใช้ ดูแล ทำตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง”เซี่ยหยวนเล่อถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าใจสงสาร นางประคองเขาลุกขึ้นจากนั้นเขาก็ยอมหยิบตะเกียบกินข้าวโดยดีตอนเดินทางออกจากโรงเตี๊ยมเสี่ยวหมานเอาแต่มองไปยังถนนสายหนึ่ง เดาว่านั่นเป็นถนนที่ตรงไปยังบ้านเดิมของเขา เมื่อพ้นหมู่บ้านสีหน้าเศร้าสร้อยของเขายังคงอยู่ แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้พูด ไม่ร้องไห้ ไม่แสดงท่าทีใดนอกจากรอฟังคำสั่งของเซี่ยหยวนเล่อรถม้าแล่นมาจอดยังท่าเรือข้ามฟาก แต่เรือที่ใช้สำหรับพารถม้าข้ามฟากกลับรั่วรอซ่อมแซม คนขับรถม้าจนใจจึงได้แต่ส่งหญิงสาวกับสาวใช้ไปขึ้นเรือโดยสารที่ท่าเรืออีกแห่งเรือทวนน้ำแล่นตรงไปยังเมืองหลวงแต่ก็อ้อมอยู่บ้าง ถึงอย่างนั้นหญิงสาวไม่ได้รีบร้อนอะไรจึงยอมไปขึ้นเรือโดยสารบนเรือมีชาวบ้านมากมายโดยสารมาจากต่างเมือง ทุกคนหาที่นั่งเพราะเรือต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองชั่วยาม[1]จึงจะถึงเมืองหลวงเสี่ยวเถากังวลเพราะทั้งสองแอบหนีมา แม้เซี่ยหยวนเล่อเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้ว่าคิดถึงแม่นมเฉาจึงแอบหนีมา แต่นางก็ยังกังวลว่าจะถูกลงโทษเพร
ผู้เป็นมารดาตวาดแหว “ข้าเลี้ยงเจ้ามาจนเติบโต หมดเงินหมดข้าวไปไม่น้อย ตอนนี้ข้าตั้งครรภ์น้องเจ้า ข้าวสารจะกรอกหม้อก็ไม่มี ได้เวลาที่เจ้าต้องทดแทนบุญคุณของข้าแล้ว!!”นางเงื้อมือขึ้นฟาดฝ่ามือไปตามแขนขาและแผ่นหลังของบุตรชาย น้ำเสียงและท่าทางไม่ได้แสดงถึงความมีเมตตา แม้ว่านั่นจะเป็นบุตรชายของนางเองเซี่ยหยวนเล่อโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ นางลุกพรวดก้าวฉับๆ ไปยังสองแม่ลูก ดึงเด็กชายคนนั้นออกมาจากเงื้อมมือของอีกฝ่าย “หยุดเดี๋ยวนี้!!”“เจ้า...เจ้าเป็นใครยุ่งอะไรด้วย ข้าเป็นมารดาของเขา”“เจ้าจะขายเขามิใช่หรือ ข้าจะซื้อ เสี่ยวเถา”“เจ้าคะคุณหนู”“ตั๋วเงินสามพันตำลึง”“สะ...สามพันตำลึง” สตรีผู้นั้นตาโต ทว่าดวงตาเจ้าเล่ห์มองไปยังพ่อค้าทาส “ไม่ขาย พ่อค้าทาสผู้นั้นตกลงกับข้าที่ห้าพันตำลึง”เซี่ยหยวนเล่อแค่นหัวเราะจ้องอีกฝ่ายนิ่งไม่พูดอะไร นางกุมข้อมือของเด็กชายที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ถึงตอนนี้ก็ยังร้องขอความเมตตาจากมารดาที่ไร้ซึ่งความปรานี“เจ้ามีนามว่าอะไร”“ข้า...ข้าน้อยเรียกขานว่าเสี่ยวหมาน”เซี่ยหยวนเล่อลูบศีรษะเขาเบาๆ...ถูกคนแล้ว นี่เป็นน้องชายต่างมารดาที่จื่อฉิงต้องออกมาตามหา นางจำได้ว่าเพื่อให้ได้







