Masuk“อะ...อะไรนะ พิธีปักปิ่น??” นางรั้งแขนของเสี่ยวเถาเอาไว้
“ก็ใช่น่ะสิเจ้าคะ พิธีปักปิ่น”
“ของใคร” เซี่ยหยวนเล่อมองมือของตนที่คว้าข้อมือของเสี่ยวเถา
“ของ...ท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ ไม่ได้การแล้ว...ข้าต้องรีบไปตามท่านหมอ คุณหนูของข้าคงไม่ได้ป่วยจนสติฟั่นเฟือน? วันสำคัญขนาดนี้ยังลืม...”
เซี่ยหยวนเล่อได้ยินก็ลุกพรวดพุ่งปราดไปยังหน้าคันฉ่องที่วางอยู่บนโต๊ะไม่ไกลนัก นางมองไรผมข้างหางคิ้ว ใช้ปลายนิ้วจิ้มลงไปบนแผลเล็กๆ ที่ยังคงไม่หายสนิทและก็รู้สึก...เจ็บ!!!
เสี่ยวเถาเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งตกใจนางสะบัดมือของเซี่ยหยวนเล่อ วิ่งออกไปด้วยความตื่นตระหนก “คุณหนูไม่สบายหนักแล้ว แย่แล้ว!!!”
แม้ได้ยินแต่หญิงสาวก็ยังคงนิ่งเงียบ นั่งนิ่งมองตัวเองที่ดู...อ่อนเยาว์
เซี่ยหยวนเล่อมองแผลที่ไรผม จำได้ว่านางแอบออกไปส่งแม่นมขึ้นเรือเพื่อออกจากเมืองหลวงจึงได้แผลนี้มา เกิดเรื่องบนเรือเพราะมีโจรปล้นเรือ โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่ของทางการอยู่ด้วย ตอนที่เขากำลังรับมือกับกลุ่มโจรก็เกือบเพลี่ยงพล้ำ
นางที่ไม่ได้คิดอะไรมากคว้าอะไรได้ก็ขว้างไปที่เจ้าโจรชุดดำ ช่วยคนไว้ได้แต่นางเองก็โดนเล่นงาน ได้แผลมาแต่ก็ช่วยเจ้าหน้าที่จับโจรเอาไว้ได้ครบ
นางรีบลงจากเรือไม่กล้าพูดถึงเรื่องนี้ แม้ทางการปิดประกาศตามหาเพื่อให้รางวัล แต่ให้ตายนางก็ไม่มีทางกล้าไปรับรางวัล หาไม่คงโดนบิดามารดากักบริเวณไม่ให้ออกไปไหนเป็นแน่!!!
ความหวาดกลัวยังคงชัดเจน กลิ่นเลือดคล้ายยังคงติดอยู่ปลายจมูก ภาพของศีรษะบิดากลิ้งลงไปกับพื้นยังคงตราตรึงในความรู้สึก เซี่ยหยวนเล่อตัวสั่นเทาน้ำตาหลั่งริน
“ข้ากลับมา!!! กลับมาจากเรื่องเลวร้ายเหล่านั้น!!” อยู่ๆ นางก็หัวเราะออกมาทั้งน้ำตา “ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณที่เมตตาให้ข้ากลับมาแก้ไขเรื่องราวเหล่านี้ ข้าสาบานจะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง!!”
หญิงสาวรีบสวมชุดคลุมลวกๆ สิ่งแรกที่นางอยากจะทำตอนนี้คือขอพบบิดา เล่าเรื่องที่นางเคยเผชิญก่อนหน้านี้ บอกเขาว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยๆ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ตระกูลเซี่ยถูกหลอกใช้
ทว่า...ตอนที่นางกำลังเดินผ่านสวนข้างเรือนหลัก นางกลับเห็นมารดากำลังยืนสนทนาอยู่กับใครบางคน...บุรุษหล่อเหลาสง่างาม สวามีผู้เจ้าเล่ห์โหดเหี้ยมผู้นั้น...เฉินหลี่!!!
“นับเป็นวาสนาของบุตรสาวหม่อมฉันที่ทรงพึงพระทัยในตัวนาง ทว่าหากจะกล่าววันนี้นางเพิ่งปักปิ่น อายุยังเยาว์วัยนัก หากทรงรอสักปีหม่อมฉันจะกล่อมเกลาจนนางพร้อมที่จะเป็นชายาที่เชิดหน้าชูตาสมฐานะขององค์ชายหก เช่นนี้ทรงเห็นเป็นอย่างไรเพคะ”
“ข้าล้วนไม่ขัดข้อง เวลาเพียงปีเดียวข้ารอได้ จะอย่างไรก็สมควรเหลือทางเลือกให้นาง หากพบนางแล้วนางไม่ชอบข้า เช่นนั้นข้าย่อมไม่มีทางบีบบังคับ ท่านเห็นเป็นอย่างไร”
“ทรงมีน้ำพระทัยต่อตระกูลเซี่ยและบุตรสาวของหม่อมฉันยิ่งนัก หยวนเล่อนั้นตั้งแต่เล็กก็ไม่เคยทำอะไรให้มารดาเช่นหม่อมฉันกังวล บุตรสาวคนนี้ท่านพี่เองก็รักใคร่ทนุถนอมยิ่ง จะเข้าหานางสมควรให้เวลานางตัดสินใจจริงๆ”
“เช่นนั้นท่านเห็นเป็นอย่างไรหากวันนี้ข้าอยากลองพบนางสักครั้ง ดูว่านางพบข้าแล้วจะหลีกหนีหรือยอมรับข้า”
เซี่ยฮูหยินยิ้ม “หากทรงประสงค์เช่นนั้น หม่อมฉันจะให้คนเตรียมการ ก่อนจะออกไปยังโถงพิธีหยวนเล่อต้องผ่านสวนนี้ ถ้าอย่างไรก็ทำเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญ หาไม่นางอาจตกใจได้”
“เช่นนั้นก็ดียิ่ง ขอบคุณเซี่ยฮูหยินที่ให้โอกาส ข้ารับรองว่าหากข้าได้แต่งนางเป็นชายา ข้าย่อมยกย่องดูแลนางด้วยชีวิต”
เซี่ยหยวนเล่อตัวแข็งทื่อ นางหลบเข้าไปยังหลังพุ่มจื่อจิง หายใจเข้าลึกเพื่อระงับโทสะในใจ “ที่แท้...ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เป็นท่านแม่ของข้าที่...”
นางไม่เคยรู้ว่ามารดาได้ลอบวางแผนนี้ขึ้น ไม่เคยรู้ว่าลับหลังนางมารดากับเฉินหลี่เคยพบกันมาก่อน และดูจากท่าทีกับบทสนทนาในวันนี้แล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งสองพบกัน
“หากข้าตื่นนอนในวันปักปิ่น อาบน้ำเตรียมตัวแล้วเดินผ่านสวนไปยังโถงพิธีก็จะพบเขา...หลังจากนั้นก็แต่งให้เขา เป็นชายาเขาแล้วก็...ถูกประหาร” นางรีบยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตื่นตระหนก ภาพศีรษะของบิดากลิ้งบนพื้น ยังคงสร้างความสะพรึงให้นางทุกครั้งที่นึกถึง
วันนี้เพราะนางผ่านเรื่องราวเหล่านั้นมาแล้ว เห็นจุดจบของคนตระกูลเซี่ยมากับตา ดังนั้นนางจึงอยากไปหาบิดาเพื่อพยายามเปลี่ยนเรื่องราว แม้รู้ว่ายากยิ่งที่บิดาจะเชื่อแต่นางก็มาแล้ว และก็ได้รู้ความจริงที่ว่าแท้ที่จริงมารดาของนางเองที่เริ่มต้นเรื่องราวทั้งหมด
เซี่ยหยวนเล่อนั่งลงอย่างหมดแรง นางก้มลงกอดเข่าตัวเองด้วยความสิ้นหวัง ล้มเลิกความคิดที่จะไปหาบิดาโดยสิ้นเชิง
...หากนางไปหาบิดา และพบว่าเขาเองก็รู้เรื่องนี้และยอมให้มารดาลงมือกระทำการทั้งหมดเล่า??
ในเรือนเล่ออวี้เต็มไปด้วยสตรีสูงศักดิ์ที่เข้ามาช่วยดูแลการแต่งตัวของเซี่ยหยวนเล่อ มารดาของหญิงสาวเองก็มีสีหน้ารักใคร่ภูมิอกภูมิใจที่บุตรสาวกำลังจะปักปิ่น บรรดาฮูหยินตราตั้งล้วนอวยพรให้นางมีสุขภาพแข็งแรง มีคู่ครองที่ประเสริฐ มีฐานะสูงส่ง ช่วยให้คนตระกูลเซี่ยได้เชิดหน้าชูตา
นาง...รับฟังด้วยหัวใจเย็นเยียบ
ทุกอย่างถูกจัดฉากเอาไว้แล้ว ในขณะที่มารดาของนางกล่าวอย่างถ่อมตนว่าปรารถนาให้บุตรสาวเลือกคู่ครองด้วยตัวเอง ไม่อยากให้บุตรสาวที่ดื้อรั้นไม่รู้ความแต่งเข้าจวนใหญ่ กังวลเหลือเกินว่าสักวันบุตรสาวจะถูกสามีรังแกโดยที่นางไม่อาจยื่นมือเข้าช่วย
ใบหน้าของเซี่ยหยวนเล่อร้อนวูบ รู้สึกขัดเขินที่มารดาต้องมาได้ยินอะไรเช่นนี้ “รีบเข้าไปด้านในเถิดเจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่รอนานหรือไม่”มารดาของนางอมยิ้มตบหลังมือของเซี่ยหยวนเล่อ ด้านหน้าเฉิงเหยียนประคองบิดาเดินนำหน้า ส่วนหญิงสาวประคองมารดาออกเดินตาม“หยวนหย่วน”“เจ้าคะท่านแม่”“แม่เกือบทำพลาดไปแล้ว ขอบใจเจ้าที่ช่วยหยุดการกระทำของแม่ ขอบใจเจ้าที่ช่วยชีวิตอิ๋งเอ๋อร์พี่สาวของเจ้าเอาไว้ แม่ขอโทษเจ้าด้วย”“ไม่มีสิ่งใดต้องขอโทษเจ้าค่ะ นับจากนี้เพียงเริ่มใหม่ให้ดีก็พอ” นางกอดแขนมารดา เห็นอีกฝ่ายมองตรงไปยังบุตรเขยด้วยรอยยิ้ม“เขาเป็นคนดีมาก แม่เห็นแล้วว่าเขาไม่เพียงดีต่อเจ้ามาก แต่ยังดีต่อท่านพ่อของเจ้า ดีต่อข้า ทั้งยังดีต่อบ่าวไพร่ บุรุษเช่นนี้หายากยิ่ง เจ้าโชคดีแล้วที่ได้แต่งกับเขา แม่ดีใจกับเจ้าด้วยและขอให้เจ้ามีความสุขเช่นนี้ตลอดไป”“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”ด้านหน้าบิดาของนางหันกลับมา “ฮูหยิน วันนี้บุตรเขยของเราจะเข้าครัวทำมื้อเย็น เจ้าเห็นเป็นอย่างไร”มารดาของนางยิ้มกว้าง “เช่นนั้นเพิ่มเป็ดตุ๋นเห็ดหอมด้วยดีหรือไม่ ครั้งก่อนเจ้าทำอร่อยมาก”“ได้ขอรับท่านแม่ยาย” เฉิงเหยียนหันมายิ้มให้นางจากนั้นปร
หากเป็นเมื่อก่อนนางเองก็สงสัย พานพบอีกครานางคือบุตรีอัครมหาเสนาบดี เขาเป็นเพียงหัวหน้าหน่วยของสำนักตรวจการ ขุนนางน้อยใหญ่ล้วนหลีกเลี่ยงเขาไม่เข้าใกล้ เขาเองก็ไม่ให้ความสนิทสนมกับผู้ใดเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากวุ่นวายนางถามตัวเอง... หากนางไม่ได้แต่งให้เฉินหลี่ จากนั้นก็บังเอิญพบเขาที่ไหนสักแห่ง เช่นนี้แล้วนางจะสนใจในตัวเขาหรือไม่ จะรักเขาดังเช่นที่ตอนนี้นางรักหรือไม่“คิดอะไรอยู่หรือ” เขาถามพร้อมวางเนื้อผัดหน่อไม้ลงบนโต๊ะเซี่ยหยวนเล่อมองเขาจัดโต๊ะโดยไม่ยอมให้นางหยิบจับสิ่งใด “กำลังคิดว่าหากก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้แต่งให้เฉินหลี่ ข้าบังเอิญเจอกับท่าน ไม่ได้ย้อนกลับมาจากลานประหาร หากข้ายังเป็นเพียงบุตรสาวอัครมหาเสนาบดีที่ไม่ได้มีเรื่องราวการแก่งแย่ง ข้ากับท่านจะลงเอยในรูปแบบใด”เขาชะงัก... “ตอนที่เจ้าช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ข้ามีถุงปักของเจ้าที่มีประคำหยก ข้ากำลังให้คนช่วยตามหาเจ้าของ ประคำหยกล้ำค่าหาเจ้าของไม่ยาก บางที...” เขามองนางด้วยรอยยิ้ม “บางทีหากข้าพบเจ้าและรู้ว่าเจ้ามิใช่ชายาขององค์ชาย ข้าอาจลองเสี่ยงชีวิตเข้าหาเจ้าสักครั้ง”นางเลิกคิ้วตาโต “จริงหรือ” เขาพูดความจริง... เฉิงเหยียนกุมมือ
ตอนทหารองครักษ์กำลังจะส่งตัวองค์ชายทั้งสาม เหล่าชายา รวมไปถึงฮองเฮาไปคุมขังยังวังเย็น เซี่ยหยวนเล่อเตรียมของมาทั้งหมดสี่ห่อในนั้นมีเสื้อคลุม ยาแก้ไข้ ยาทา ยาสมานแผล อาหารแห้ง เงินอีกเล็กน้อย แบ่งออกเป็นสี่ส่วน นางมอบของเหล่านั้นให้นางกำนัลติดตามที่เข้าไปอยู่รับใช้ผู้เป็นนายทั้งสี่เรือนเหล่าชายาที่เป็นเพียงหุ่นเชิด นางช่วยชีวิตมาได้หลายคน หนึ่งในนั้นก็คือพี่สาวของนางเอง รอดตายจากโทษประหารแต่โทษเป็นยังคงมีอยู่ นางมองส่งพี่สาวที่ไม่หยุดสนทนา ทว่าในดวงตาของอีกฝ่ายก็เต็มไปด้วยประกายซาบซึ้ง โอรสในอ้อมแขนส่งเสียงร้อง เด็กบริสุทธิ์ที่ต้องรับโทษจากการกระทำของบิดา...มองเฉินหลี่ที่ใบหน้าเคร่งเครียดเดินเข้ามาหา นางคิดเสียว่านี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่นางสามารถทำให้อีกฝ่าย...อย่างน้อยเห็นแก่ที่ชาติหนึ่งเคยเป็นสามีภรรยากัน นางขออโหสิกรรมกับเรื่องราวทั้งหมด ทั้งในอดีต ปัจจุบัน หรือว่าในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ขอชาติหน้าหรือชาติไหนอย่าได้มาพานพบกันอีก ไม่ติดค้าง ไม่คั่งแค้น ไม่เกลียดชัง“ข้าขอถามเจ้าประโยคสุดท้าย” เฉินหลี่มองนางด้วยสายตาหลากหลาย ทั้งสงสัย สับสน ไม่เข้าใจในตัวนาง“เชิญกล่าว”“เพราะเหตุใดเจ้
เซี่ยหยวนเล่อที่นั่งอยู่ในห้องหอร้อนอกร้อนใจให้จื่อฉิงออกไปสืบ นางกลับมาด้วยท่าทีตื่นเต้น “ท่านพูดถูก ในวังหลวงดูเหมือนจะเกิดเรื่องจริงๆ ฮองเฮาทรงเสด็จกลับไม่นานในวังก็เกิดเรื่อง เกรงว่าองค์ชายรองทรงดำเนินการแล้ว”ยังไม่ถึงสี่ปีก็ก่อกบฏแล้ว?? เร็วกว่าที่คาด...หญิงสาวให้คนอารักขาเรือนรับรองที่มีไทเฮาทรงประทับอยู่ ให้จื่อฉิงเป็นหัวหน้าองครักษ์ดูแลความปลอดภัยของจวน ร่วมกับองครักษ์ที่ติดตามไทเฮามาด้วยด้านนอกเกิดความวุ่นวาย ขุนนางที่มาร่วมงานล้วนรีบออกไปจากจวนเพื่อกลับไปประจำหน้าที่ เมืองหลวงวุ่นวายหนักหน่วง เจ้าบ่าวเองก็ต้องรีบตามเสด็จฮ่องเต้ ทางด้านเจ้าสาวนั้นนางขมวดคิ้ววางแผนบางอย่างอยู่ในใจ...จวนตระกูลเฉิงยังนับว่าใหม่มากหากต้องรับมือกับการจู่โจม คนกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้ามาท่ามกลางความวุ่นวาย ทหารเหล่านั้นล้วนเป็นคนของฮองเฮา!!!ประตูถูกกระแทกเปิด ยามเฝ้าประตูถูกสังหาร กลุ่มคนที่มาใหม่บุกเข้าไปในจวนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความเป็นมงคล สายรุ้งสีแดงอาบย้อมด้วยเลือดแดงฉาน กลิ่นเลือดคาวคลุ้งทั้งที่ที่นี่เพิ่งมีงานมงคลและเต็มไปด้วยความยินดีถึงอย่างนั้น...ด้านในเรือนกลับไร้ซึ่งผู้เป็นนาย!!“ไท
เขาตัดหน้าไปก้าวหนึ่งได้คนมาหลายคน ที่เหลือบางคนยังหาไม่พบ บางคนเฉินเซียวเห็นว่าเขาเองก็อยากได้ เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ก็กำจัดทิ้ง เรื่องน้ำให้เฉินฮ่าวมั่นใจว่าพี่ชายของตนกำลังคิดการณ์ใหญ่จริงๆ“ต้องไม่ใช่ชายแดนทางใต้ หากให้ดีก็...ย้ายไปทั้งตระกูล”“หรือเจ้าจะบอกว่าทางที่ดีอย่าให้นางแต่งให้...น้องหก??” เฉินฮ่าวมองหงเหลียนฮวา “นางล่วงเกินเจ้าละสิ ได้ๆ ในเมื่อเจ้าเป็นฮูหยินของเฉิงเหยียน ข้าไม่เคยทำเรื่องผิดศีลธรรมแต่จะยอมทำเพื่อเจ้า”“เห็นชัดๆ ว่าท่านทำเพื่อตัวเอง ทำผิดศีลธรรมเพื่อข้าอะไรเล่า”เฉินฮ่าวหัวเราะเดินโบกมือจากไป “ทำบาปแล้วๆ เพื่อน้องสะใภ้ข้าทำได้ๆ”เซี่ยหยวนเล่อถลึงตาให้เขา “ไม่ใช่เพื่อข้าเสียหน่อย!”เฉิงเหยียนหัวเราะคว้ามือของนาง “พวกนางมองมาแล้ว มาเถิดข้าส่งเจ้ากลับจวน”สตรีชนชั้นสูงมองมาที่นางกับชายหนุ่มจริงๆ แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความอิจฉา เซี่ยหยวนเล่อคร้านจะอารมณ์เสีย นางเงยหน้าขึ้นพยักหน้าให้เขา “วันนี้ท่านพ่อให้ข้าบอกท่าน เย็นนี้กินมื้อเย็นค่อยกลับ”“ได้สิ”ทั้งสองออกเดินด้านหลังมีสตรีกลุ่มนั้นเดินตามมาห่างๆ ไม่ได้ยินบทสนทนาแต่กลับมองเห็นชัดถึงความสนิทสนม สายตาอ่อนโยนของเ
“นั่นมิใช่...กังขาในราชโองการของฝ่าบาทหรอกหรือ??” ตกลงไปในกับดักของนางครานี้ ทุกคนในตำหนักเฟิ่งหวงถึงกับ...เงียบกริบฮองเฮาถึงกับแย้มพระสรวล “ข้ามองคนไม่ผิดจริงๆ เจ้าเป็นคนฉลาดช่างพูด แต่น่าเสียดายนัก...” โบกมือคราหนึ่งขันทีและนางกำนัลคนสนิทก็รีบนำบางอย่างเข้ามา “นี่เป็นบันทึกสินเดิมที่ข้าและไทเฮาจะส่งไปจวนตระกูลเซี่ย ข้ารับราชโองการจากฝ่าบาทให้รับผิดชอบเรื่องนี้ ได้ยินมาว่ามารดาของเจ้าล้มป่วย...”เรื่องมารดาถูกกักบริเวณมีน้อยคนที่จะล่วงรู้ ดังนั้นทุกคนจึงเข้าใจว่ามารดาของนางล้มป่วย แต่หญิงสาวไม่เชื่อว่าฮองเฮาจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงต้องประกาศว่ามารดาของนางล้มป่วย!เซี่ยหยวนเล่อมองบันทึกสามเล่มปราดหนึ่งจากนั้นจื่อฉิงก็มารับไป “ขอบพระทัยไทเฮา ขอบพระทัยฮองเฮาที่ทรงเมตตาเพคะ”“เอาละไทเฮามีพระเสาวนีย์ให้เจ้าไปเข้าเฝ้า ตอนกลับก็ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา หลังพิธีเสกสมรสข้าจะให้นางกำนัลอาวุโสและขันทีไปแจ้งกำหนดการ ชุดที่จะใช้ทางตำหนักเฟิ่งหวงจะส่งไปให้ เรือนหอไทเฮาทรงพระราชทานให้ อยู่ไม่ไกลจากจวนตระกูลเซี่ย เจ้าไปเถิด”“หม่อมฉันทูลลา” ก่อนเดินออกมานางเดินสวนกับองค์หญิงซย่าอิ๋ง อีกฝ่ายแอบยกนิ้วโป้
นี่เป็นประคำหยกอันเดียวกันกับที่เฉิงเหยียนมอบให้นางที่ลานประหาร เซี่ยหยวนเล่อนิ่งงันจ้องมองประคำหยกนั้นนิ่งนานด้วยความสับสน“ครั้งนั้นข้าได้ยินเพียงเสียงตะโกนบอก ดังนั้นคนร้ายจึงลอบทำร้ายข้าไม่สำเร็จ ตอนที่ทุกอย่างสงบข้าก็หาท่านไม่พบแล้ว พบเพียงถุงใบนี้ดังนั้นประคำหยกนี้คืนให้ท่าน ท่านช่วยชีวิตข้าเ
เสี่ยวหมานเช็ดน้ำตาแล้วลุกขึ้น เขาคุกเข่าลงโขกศีรษะให้นาง “ข้าน้อยเสี่ยวหมานนับจากนี้จะติดตามคุณหนู รับใช้ ดูแล ทำตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง”เซี่ยหยวนเล่อถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าใจสงสาร นางประคองเขาลุกขึ้นจากนั้นเขาก็ยอมหยิบตะเกียบกินข้าวโดยดีตอนเดินทางออกจากโรงเตี๊ยมเสี่ยวหมานเอาแต่มองไปยังถนนสายห
ผู้เป็นมารดาตวาดแหว “ข้าเลี้ยงเจ้ามาจนเติบโต หมดเงินหมดข้าวไปไม่น้อย ตอนนี้ข้าตั้งครรภ์น้องเจ้า ข้าวสารจะกรอกหม้อก็ไม่มี ได้เวลาที่เจ้าต้องทดแทนบุญคุณของข้าแล้ว!!”นางเงื้อมือขึ้นฟาดฝ่ามือไปตามแขนขาและแผ่นหลังของบุตรชาย น้ำเสียงและท่าทางไม่ได้แสดงถึงความมีเมตตา แม้ว่านั่นจะเป็นบุตรชายของนางเองเซี่
มารดาชวนนางกับพี่สาวและน้องสาวอีกสี่คนไปไหว้พระที่อารามนอกเมือง??เซี่ยหยวนเล่อครุ่นคิดอย่างหนักเพื่อหาทางหลบเลี่ยง นางตัดสินใจแกล้งป่วย แม้แต่ท่านหมอที่มาตรวจอาการก็ไม่รู้ถึงสาเหตุที่นางปวดศีรษะกระทั่งทรมานอยู่บนเตียงบิดาออกไปประชุมเช้ายังไม่กลับ มารดาหรือก็วางแผนพาบุตรสาวออกนอกจวน ให้อย่างไรนางท







