Share

พบสหายรักอีกครา

Penulis: zuey
last update Tanggal publikasi: 2026-02-26 18:23:45

“ขอบคุณท่านอาจารย์เจ้าค่ะ ทั้งหมดเป็นเพราะท่านที่สั่งสอนและเข้มงวด แต่ฝีมืออ่อนด้อยของศิษย์ ยังต้องเรียนรู้จากท่านอาจารย์อีกมาก ไหนเลยจะกล้ารับคำชม”

หญิงสาวยอบกายลงอย่างอ่อนน้อม ท่าทีถ่อมตนของนาง ทำอาจารย์อวี๋ซินนึกชื่นชมในใจ

“นี่! เจ้ายังเป็นเซี่ยหรงเหยาอยู่หรือไม่ เหตุใดเล่นกู่ฉินได้ไพเราะเพียงนั้น” ว่านหนิงอวิ๋นเขย่าร่างเซี่ยหรงเหยาไปมาด้วยความตื่นเต้น

“เจ้าโง่...คนที่เคยคลั่งรักราวกับคนบ้า เมื่อใดที่ตาสว่างก็มักเก่งกาจขึ้นเสมอ” หญิงสาวเชิดปลายคางขึ้น พร้อมเอ่ยด้วยท่าทีโอ้อวด ทว่าว่านหนิงอวิ๋นกลับมองมาด้วยสีหน้างุนงง

“เจ้าพูดอันใด! ข้าฟังไม่รู้เรื่อง”

“เปล่าไม่มีอะไร ต่อไปเป็นทีของเจ้าแล้ว” หญิงสาวพยักพเยิดไปยังอาจารย์อวี๋ที่ชี้ไม้เรียวมาที่นาง

“ข้าหรือ! ...ไม่นะ! สหายทรยศ! ข้าขอประณามเจ้า” หญิงสาวที่ถูกเลือกไปทดสอบฝีมือเป็นคนต่อไปคือ ว่านหนิงอวิ๋น และเป็นเซี่ยหรงเหยาที่ดันนางให้เดินออกไปยังด้านหน้าห้อง

ทุกคนต่างหัวเราะสตรีทั้งสองที่กำลังยื้อยุดกันไปมา และเป็นไปตามคาด ว่านหนิงอวิ๋นถูกตีมือไปหนึ่งครั้ง เพราะนางเล่นได้ห่วยจริงๆ

“เจ้าสหายทรยศ! ฝากไว้ก่อนเถอะ! ฮื่ออ! มือน้อยๆ ของข้า บวมหมดแล้ว” หญิงสาวคร่ำครวญ พร้อมกับเป่ามือของตนที่มีรอยแดงที่เกิดจากไม้เรียวของอาจารย์อวี๋

“โอ๋! โอ๋! น้องน้อยของข้า มานี่มา...พี่สาวเป่าให้” เซี่ยหรงเหยาดึงมืออีกฝ่ายมาตรงหน้า พร้อมกับทายาและเป่าเบาๆ ไปที่มือของนาง

“ไม่พอ...เจ้าต้องเลี้ยงข้าวกลางวันข้าด้วย”

“ได้ๆ บ่าวทำตามที่นายหญิงสั่งเจ้าค่ะ” การหยอกล้อของพวกนาง ถือเป็นสีสันของห้องเรียนในสำนักศึกษาสตรี และในเมืองหลวงแห่งนี้ ไม่มีใครที่ไม่รู้จักหลานสาวของเซี่ยโสวฝู่และบุตรสาวของแม่ทัพว่าน

อีกทั้งพวกนางยังโด่งดังเรื่องความเกเร เป็นอันธพาลอันดับหนึ่งประจำสำนักศึกษา แต่เพราะมีอำนาจหนุนหลัง จึงไม่มีใครกล้าหาเรื่องหรือเอาผิดคนทั้งสอง

ยามนี้...สิ่งที่พวกนางกำลังพูดคุย ได้ตกอยู่ในสายตาของใครบางคนแล้ว ชายหนุ่มในชุดสีทมิฬ ปักดิ้นทองลายเมฆมงคล กำลังหยุดฟังเสียงกู่ฉินด้านนอกห้อง เมื่อยามที่เซี่ยหรงเหยาเริ่มบรรเลง

“นางเป็นใคร...”

ชายหนุ่มหันไปถามองครักษ์ข้างกาย เมื่อเสียงกู่ฉินหยุดลง

“คนไหนหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“คนที่พึ่งเล่นกู่ฉินจบไปเมื่อสักครู่”

“อ๋อ...นางคือเซี่ยหรงเหยา หลานสาวคนเล็กของเซี่ยโสวฝู่พ่ะย่ะค่ะ ยามนี้อายุสิบหกปี อีกทั้งในเมืองหลวง...ยังเป็นสตรีที่มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องความเกเร ยามนี้มีข่าวลือว่านางหลงรักตวนอ๋องจนโงหัวไม่ขึ้น ไม่ว่าตวนอ๋องไปที่ใดก็มักเห็นนางวิ่งตามเสมอ เป็นคนที่ดื้อรั้นและทำให้ครอบครัวต้องอับอาย”

“เช่นนั้น...นางก็คือหลานสาวจากตระกูลเดิมของไทเฮา”

“เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายมิได้กลับมาเมืองหลวงนับสิบปี จึงยังไม่รู้ข่าวคราวภายใน แม้นางจะพึงใจต่อตวนอ๋อง ทว่าก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับบุตรีของเสนาบดีหลิน หญิงสาวที่ทั้งงดงามและกิริยาอ่อนหวาน อีกทั้งยังมีความสามารถเหนือสตรีอื่นใดในเมืองหลวง”

“คนไหนรึ”

“คนที่กำลังบรรเลงกู่ฉินในตอนนี้พ่ะย่ะค่ะ” ชายหนุ่มเหลือบมองเข้าไปยังห้องเรียนสตรีอีกครั้ง ยามนี้หลินเสวี่ยถงกำลังบรรเลงกู่ฉินเพื่อรับการทดสอบ

เมื่อบทเพลงจบลง...หญิงสาวก็ได้รับคำชื่นชมจากอาจารย์อวี๋เช่นเดียวกัน ทว่า...การบรรเลงของนางก็มิได้ทำให้ทุกคนตื่นตาตื่นใจเท่ากับฝีมือของเซี่ยหรงเหยา

“ก็แค่เล่นกู่ฉินได้นิดหน่อยเท่านั้น ไม่คิดว่าไม่พบหน้ากันสิบปี สายตาน้องชายของเราจะแย่ถึงเพียงนี้” ชายหนุ่มหยุดไปเล็กน้อย พร้อมกับเบือนสายตาไปยังหญิงสาวที่กำลังหยอกล้อกับสหายในห้องเรียน

“ต่างจากนาง...ตั้งแต่กลับมาเมืองหลวง เซี่ยหรงเหยาเป็นสตรีคนแรกที่ทำให้รู้สึกสนใจ เช่นนั้น...นางย่อมต้องไม่ใช้คนธรรมดาเป็นแน่ ไป...ไปสืบเรื่องของนางมาให้เรา อยากรู้นัก สตรีผู้นี้จะยังมีสิ่งใดให้น่าค้นหาอีก”

“แต่ชื่อเสียงของนาง...” องครักษ์หนุ่มนามสืออี คิดเอ่ยทัดทาน ทว่าสายตาคมกริบกลับตวัดมองมา

“สืออี! ตั้งแต่เมื่อใดที่เจ้าใช้ข่าวลือตัดสินผู้อื่น” น้ำเสียงเยือกเย็นเอ่ยเตือนเบาๆ

“กระหม่อมทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ชายหนุ่มประสานมือคารวะ ก่อนถอยออกจากจุดนั้น และเพียงไม่นาน เหล่าสรีทั้งหลายต่างก็ทยอยออกจากห้องเรียน

วันนี้เซี่ยหรงเหยาได้สัญญากับว่านหนิงอวิ๋นเอาไว้แล้วว่า นางจะเลี้ยงอาหารกลางวันที่หอว่านเซียง เหลาอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง ทว่า...ยามนี้ กลับถูกขวางเอาไว้ที่หน้าประตูสำนักศึกษา

“เดี๋ยวก่อน!...”

หลินเสวี่ยถงก้าวออกมาขวางสตรีทั้งสอง ที่กำลังก้าวออกจากสำนักศึกษาหมิงเยวี่ย ทั้งที่พวกนางไม่กินเส้นกันมาก่อน การมาของนางครั้งนี้ คล้ายมีจุดประสงค์บางอย่าง

“มีอะไร...”

เซี่ยหรงเยาเอ่ยถามเสียงห้วน เพราะไม่ว่าชาติก่อนหรือตอนนี้ สตรีทั้งสองก็เป็นดั่งศัตรู มิอาจปรองดอง และชีวิตนี้...นางต้องการหลบเลี่ยงไม่คิดคบหา ประหนึ่งน้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง

“บทเพลงที่เจ้าเล่นก่อนหน้านี้...มีชื่อว่าอันใด เจ้าแต่งเองหรือไม่ เช่นนั้น...ช่วยเขียนเนื้อเพลงให้ข้า...ยืม เพื่อบรรเลงในงานชมดอกเหมยได้ไหม”

หลินเสวี่ยถงเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา ท่าทางมั่นใจของนางทำว่านหนิงอวิ๋นไม่ชอบใจ ทั้งที่เมื่อก่อน...นางมักแสดงท่าทีเย่อหยิ่งไม่เห็นพวกตนอยู่ในสายตา แต่วันนี้กลับเข้ามาขอหน้าด้านๆ คล้ายกับว่าพวกตนเคยติดหนี้นางมาก่อน

“หน้าไม่อาย เพลงที่ซูเหยาแต่งด้วยตนเอง เกี่ยวอันใดกับเจ้า ขนาดท่านอาจารย์อวี๋ยังไม่เข้ามายุ่ง ถึงทีศิษย์ดีเด่นเช่นเจ้าเข้ามาวุ่นวายแล้วหรือ” หญิงสาวสะบัดเสียงไม่พอใจ

“ข้าถามนางมิได้ถามเจ้า” หลินเสวี่ยถงตอบโต้ไม่ยอมแพ้

“เจ้า!...”

“เอาล่ะ...ไม่ต้องทะเลาะกัน เพลงที่ข้าบรรเลงก่อนหน้านี้ เป็นบทเพลงที่ข้าแต่งขึ้นมาด้วยตนเองจริง และชื่อของมันคือ...คิดถึงสายลม” หญิงสาวห้ามทัพก่อนจะเกิดเรื่อง พร้อมตอบคำถามของนาง

“เหตุใดถึงได้ตั้งชื่อเช่นนั้น...” หลินเสวี่ยถงถามด้วยสีหน้างุนงง

“นั่นมันเรื่องของข้า...ไปเถอะหนิงอวิ๋น ข้าหิวแล้ว” สตรีทั้งสองทำท่าจากไป ทว่ากลับถูกอีกฝ่ายขวางเอาไว้อีกครั้ง

“เดี๋ยวก่อน! เจ้ายังไม่ได้เขียนเนื้อเพลงให้ข้า” เซี่ยหรงเหยามองหลินเสวี่ยถงด้วยสีหน้างุนงง

“ข้าบอกเมื่อใดว่าจะเขียนเนื้อเพลงคิดถึงสายลมให้เจ้า”

“แต่ก่อนหน้านี้เจ้า...”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 7

    “ยอมรับซะ! ท่านหึงหวงข้า” เฟยหยางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ“ใช่ ข้ายอมรับว่าหึงหวง ข้ากลัวว่าเจ้าจะเลือกคนอื่นที่ดีกว่าข้า คนที่ไม่ได้ทอดทิ้งเจ้า คนที่สามารถดูแลเจ้าได้ดีกว่า” หลินหลันเยียนกอดชายหนุ่มเอาไว้“โง่จริง...ในใจข้ามีเพียงท่านคนเดียว ไม่มีใครอื่น”“และท่านไม่ได้ทอดทิ้งข้า ท่านเพียงแค่หลงทาง แต่ตอนนี้ท่านกลับมาแล้ว นั่นก็เพียงพอมิใช่หรือ” เฟยหยางกอดนางแน่นขึ้น และครั้งนี้...เขาได้พบกับความสุขของตนเองโดยไม่ต้องแย่งชิงแล้วหลังทั้งสองพูดคุยเปิดใจ ชายหนุ่มก็ไปพบบุตรชายทั้งสองที่เรือนของเอ้อโก่ว พร้อมแนะนำตนเองว่าเป็นบิดาแท้ๆ ของพวกเขาเด็กสองคนที่รู้ความ ต่างคาดเดาเอาไว้แล้วว่า พวกเขาอาจมีความสัมพันธ์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เช่นนั้นเฟยหยางคงไม่ดูแลพวกเขาดีขนาดนี้“ท่านพ่อ” เด็กทั้งสองยอมรับบิดาแท้ๆ ผู้นี้ได้อย่างง่ายดาย“พ่อขอโทษที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเจ้า แต่จากนี้ไป พ่อจะดูแลลูกทั้งสองและมารดาของเจ้าอย่างดีที่สุด” เด็กสองคนพยักหน้า ดวงตาเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตางานแต่งของพวกเขาถูกจัดขึ้นที่หมู่บ้านหลีฮวา หลินหลันเยียนขายเรือนที่หมู่บ้านเหมยฮวาที่ชอบดูถูกนาง มาซื้อเ

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 6

    หนึ่งเดือนที่เขาไม่มาที่เรือนของนาง แต่ข้าวของกลับยังคงถูกส่งมาโดยเอ้อโก่ว นางทนไม่ไหวแล้ว จึงได้พาลูกทั้งสอง นั่งเกวียนลาตามเอ้อโก่วไปที่หมู่บ้านหลีฮวาเมื่อเห็นที่อยู่อันซอมซ่อของเขา เมื่อเทียบกับเรือนของนางแล้ว เขาใช้ชีวิตค่อนข้างลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นกลับมอบทุกอย่างให้นางและลูกทั้งสอง หลายเดือนที่พวกเขาพบกัน นับแต่ครั้งแรกที่เขาช่วยนางเอาไว้ นางไม่เข้าใจเจตนาของเฟยหยาง ทำไมต้องดีกับพวกนางแม่ลูก แต่กลับไม่เอ่ยขอสถานะใดๆเมื่อพบว่าในเรือนของเขามีบิดาที่นอนติดเตียง นางก็เข้าใจได้ทันที เขาคงไม่ต้องการให้นางต้องลำบากไปกับเขา จึงได้แยกตัวมาใช้ชีวิตเงียบๆ กันสองคนวันนี้เฟยหยางเข้าเมือง ที่เรือนจึงมีเอ้อโก่วคอยดูแล หญิงสาวขอร้องให้เอ้อโก่วพาลูกๆ ของนางไปที่เรือนของเขา ส่วนตนเองรอชายหนุ่มเงียบๆ ภายในเรือน กระทั่งแสงสุดท้ายของวันลับหายไป ร่างสูงใหญ่เป็นเงาตะคุ่มเดินโซเซขึ้นเขามาเมื่อก้าวเข้ามาในเรือน กลิ่นสุราลอยคลุ้งในอากาศ ทำให้นางรู้ว่าชายหนุ่มกำลังมึนเมา“เจ้าเป็นใคร!”ด้วยสัญชาตญาณ ชายหนุ่มพลันใช้มือกำรอบคอของอีกฝ่าย ดันเข้าผนังดินทันที ทว่าเมื่อเห็นใบหน้างามชัดๆ ความมึนเมาพลันหายเป็น

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 5

    ได้ยินเช่นนั้น...กลิ่นอายความตายพลันแผ่ออกจากร่างของชายหนุ่ม อากาศรอบตัวเขาเย็นยะเยือกลงทันตา ดวงตาสองข้างเย็นชาจนน่ากลัวชายหนุ่มใช้วิชาตัวเบาทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าอำเภอถงอันทันที ร่างของเขาพุ่งทะยานรวดเร็วจนเกือบมองไม่เห็น ในหัวมีเพียงความคิดเดียว ต้องสังหารคนเหล่านั้นให้สิ้นเพียงไม่ถึงชั่วยาม...ร่างสูงใหญ่พลันหยุดยืนที่หน้าศาลาว่าการอำเภอถงอัน เจ้าหน้าที่นับสิบยืนรออยู่ก่อนแล้ว ราวกับรู้ว่า...ชายหนุ่มจะต้องตามมาแน่ พวกเขาตะโกนด่าทอออกไป“เฟยหยาง! เจ้าคือคนร้ายในประกาศจับ! ยอมจำนนซะ!ไม่อย่างนั้นเราจะสังหารบิดาของเจ้าเสีย!” เฟยหยางยังคงนิ่งเงียบ เขาเหลือบมองคนเหล่านั้นทีละคน สายตาเยือกเย็นจนอ่านไม่ออกว่าคิดสิ่งใดคำขู่ใช้ไม่ได้ผลกับเขา อันที่จริงตัวเขาและบิดาก็มิได้มีความสัมพันธ์อันดีเพียงนั้น ที่ยังดูแลก็เพราะต้องการบางสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หากบิดาต้องตายด้วยน้ำมือของคนเหล่านี้ ตนเองก็จักทำหลุมศพให้อย่างดี และแก้แค้นเพื่อให้บิดาจากไปอย่างสงบเสมียนซูก้าวออกมาเบื้องหน้า พร้อมกับชี้ไปยังชายหนุ่ม“นี่คือผลลัพธ์ที่เจ้าบังอาจล่วงเกินข้า! วันนี้เจ้าต้องคุกเข่าขออภัยโทษ ยอมตัดขาสองข

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 4

    ตลอดหลายปีทำแต่เรื่องเหลวไหล พลอยทำให้สามแม่ลูกต้องลำบาก แบกรับชื่อเสียงที่ไม่ดี เมื่อนอนไม่หลับ...จึงคว้าธนูขึ้นเขา หวังหาเงินให้มากเพื่อให้พวกเขาแม่ลูกไม่ต้องทนลำบากวันต่อมา...เฟยหยางเข้าเมืองอีกครั้ง ครั้งนี้ชายหนุ่มได้ยืมเกวียนเทียมลาของหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อบรรทุกกวางหนุ่มสองตัว และไก่ป่ากระต่ายป่าอีกมากมาย หัวหน้าหมู่บ้านที่ได้ทานเนื้อเพราะชายหนุ่ม จึงยินยอมให้หยิบยืมอย่างยินดีหลังขายสัตว์ป่าได้เงินมากกว่าร้อยตำลึง ชายหนุ่มจึงเลือกซื้อเสบียงสำหรับสามแม่ลูก เพื่อส่งไปยังหมู่บ้านเหมยฮวา แต่ในระหว่างทาง กลับถูกชายฉกรรจ์จำนวนสิบคนขวางเอาไว้“หยุดเดี๋ยวนี้! วันนี้เจ้าจะไปไหนไม่ได้!” ตัวหัวหน้าตะโกนเสียงดัง คล้ายกำลังข่มขู่ให้อีกฝ่ายหวาดกลัว“เจ้าควรรู้ตัวว่าได้ไปล่วงเกินใครเอาไว้ หลังจากวันนี้ไปก็จงจำใส่หัว อย่าได้คิดกร่างทั้งที่ตนไร้อำนาจ” คนเหล่านั้นหัวเราะออกมาราวกับตนเองจัดการเฟยหยางไปแล้ว“หลีกไป!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ไม่นำพาต่อเสียงหัวเราะของคนเหล่านั้น“นี่! ลูกพี่...เจ้านี่มันกำลังดูถูกพวกเราอยู่” ลูกน้องร่างผอมแห้งเดินเข้ามากระซิบกับหัวหน้าของตน แต่กลับถูกตบหน้าไปหนึ่งฉาด

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 3

    ชายขายหมูเงื้อมือหวังจะทุบไปที่หลินหลันเยียน ทว่า...เฟยหยางกลับยื่นมือออกไปหยุดชายขายหมูเอาไว้ รอบๆ บริเวณเงียบลงทันที“เจ้า! เจ้ากล้าขัดขวางเรื่องดีๆ ของข้าหรือ!” ชายขายหมูตะโกนลั่น เฟยหยางเหลือบมองแขนที่มีไขมันของเขา ก่อนจะบีบมันแรงๆ เสียงกร๊อบพลันดังขึ้น เพียงครั้งเดียวแขนก็หักงอไม่เป็นรูปชาวบ้านที่กำลังมุงดูเรื่องสนุกของผู้อื่น ต่างถอยห่างออกจากพวกเขา คนเราไม่พูดพร่ำทำเพลง บทจะตีก็ตีเลย ช่างน่าหวาดกลัวนัก ชาวบ้านเหล่านั้นคิดในใจเสียงชายขายหมูร้องโหยหวน ไม่ต่างจากหมูที่เขาเชือด ร่างอ้วนกลมล้มลงกับพื้นพร้อมกอดแขนที่บิดงอ แม้จะเป็นเช่นนั้น...สีหน้าของเฟยหยางก็มิได้แปรเปลี่ยนตั้งแต่ต้นจนจบ เย็นชาและไร้อารมณ์เหมือนเดิม“ไสหัวไปซะ!!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ชายขายหมูที่กลิ้งไปมาบนพื้นมองเขาด้วยสายตาอาฆาต“ได้! เรื่องในครั้งนี้ข้าไม่จบง่ายๆ แน่” เขาเอ่ยอาฆาต รีบลุกขึ้นด้วยแขนข้างหนึ่ง จากไปพร้อมสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธหลินหลันเยียนถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่แล้วใบหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าโศกอีกครั้ง วันนี้รอดไปได้ แล้วพรุ่งนี้ล่ะ วันต่อๆ ไปล่ะ ตนเองจะหลบเลี่ยงภัยร้ายครั้งนี้ได้อย่า

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 2

    ทุกเส้นประสาทในร่างกายตึงเครียด แม้จะเจ็บปวดจากบาดแผล แต่พวกเขาก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องเพื่อทำลายบรรยากาศ น้ำตาของคนเหล่านั้นไหลพราก ในใจคิดว่า...วันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิตทว่า...เฟยหยางกลับไม่สนใจพวกเขา ชายหนุ่มหยิบของขึ้นแบกบนหลังอีกครั้ง มองคนเหล่านั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจากไปยังทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้“ถ้าพบกันครั้งหน้า จะไม่จบที่แค่ถูกหักขา” นั่นมิใช่เพียงคำขู่ หากแต่กลุ่มโจรรู้ว่า...ชายผู้นี้เอาจริง เฟยหยางเดินจากไป ทิ้งเสียงร้องโหยหวนไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้ากลับบ้านท่ามกลางความมืดชายหนุ่มลับถึงกระท่อมเชิงเขาในยามดึก แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเล็ก ทำให้มองเห็นเอ้อโก่วห่มผ้าห่มเก่าขาด นั่งหลับที่ข้างเตียงเขามิได้จุดตะเกียงหรือปลุกเด็กหนุ่มให้ตื่น แต่กลับทำทุกอย่างท่ามกลางความมืด เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบด้วยความชำนาญ เก็บของที่ซื้อมาให้เข้าที่ จากนั้นจึงหยิบธนูแบกขึ้นบ่าเดินกลับขึ้นเขาไปอีกครั้งเฟยหยางเป็นนายพรานที่เก่งกาจ แต่ชายหนุ่มไม่เคยจากบ้านไปเกินหนึ่งวันอย่างเช่นนายพรานคนอื่น นั่นเพราะยังมีบิดาที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม้จะจ่ายเงินให้เอ้อโก่วคอยดูแล แต่ก็ยังรู้สึกไม่วาง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   พวกเขาช่างมีใบหน้าที่เหมือนกัน

    สายลมพัดผ่าน นำพาเสียงหัวเราะของเด็กน้อยทั้งสองลอยหายไปในอากาศ ทิ้งไว้เพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่าน แต่ลึกซึ้งในใจของทุกคนที่ได้เห็นหลังก่อเรื่องในเมือง มู่หรงจื่ออิงได้พาเด็กขอทานน้อยที่ร่างกายสกปรกมอมแมมเดินเข้าไปภายในจวนรับรอง กลิ่นหอมของดอกเหมยที่ปลูกเรียงรายสองข้างทาง ให้ความรู้สึกสงบยิ่งนักยามน

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   เจ้าคือองค์หญิง

    หลังคิดพาขอทานน้อยกลับไปที่จวนรับรองของตน เด็กทั้งสองก็เตรียมออกจากวัดร้าง ทว่าในตอนนั้น ทั้งสองกลับถูกขอทานกลุ่มเดิมที่เคยรังแกมู่หรงจ้านขวางทางเอาไว้ สีหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความเคียดแค้น“ส่งของมีค่ามาซะ! ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าจะได้รู้รสของความเจ็บปวด!” ชายร่างใหญ่ที่สุดในกลุ่มตะโกนเสียงกร้าว มู่ห

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   เพื่อนคนแรก

    ณ ประตูเมืองหลวงของแคว้นจ้าว ขบวนรถม้าจากแคว้นเจาแล่นเข้ามาอย่างช้าๆ ภายในรถม้าคือ เซี่ยหรงเหยาและมู่หรงฉางชิง พร้อมด้วยบุตรสาววัยห้าขวบของนาง องค์หญิงใหญ่ มู่หรงจื่ออิง เด็กหญิงตัวน้อยผู้มีดวงตากลมโตและรอยยิ้มสดใส“ท่านแม่! ท่านพ่อ! ข้าจะได้เจอฮ่องเต้หญิงแล้วใช่หรือไม่!”จื่ออิงน้อยส่งเสียงเจื้อยแ

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ลักพาตัว

    “มิจำเป็นต้องต่อปากกับนาง สตรีอย่างไรก็คือสตรี มองการสั้นมิสามารถทำการใหญ่ได้เยี่ยงบุรุษ เฉกเช่นสหายรักของเจ้า...อีกไม่นาน นางก็จะถูกเหล่าขุนนางชักจูง และกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น”“มั่นใจเสียเหลือเกินนะ...ตนเองไร้สามารถ มิได้หมายความว่า หนิงอวิ๋นจะเป็นเช่นเจ้า” เซี่ยหรงเหยามิได้มีสีหน้าหวั่นเก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status