แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: มังกรเครา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-23 13:10:56

6

          ขณะที่รู้สึกปวดหัวอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงใครบางคนดังกึกก้องในหัว ซินหยางปวดหัวราวกับหัวจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ กระจายแหลกเป็นผุยผง

          “ใครกัน ออกไปจากหัวของฉันนะ โอ๊ย”

          ถึงจะพูดออกไปก็ไม่มีคำตอบออกมาให้ได้ยิน

          “ท่าทางคุณจะปวดหัวมากสินะครับ มันก็ไม่แปลกหรอก เพราะผมถ่ายโอนพลังให้กับคุณ”

          “พลังเหรอ แล้วคุณเป็นใครคะ”

          “ผมเป็นใครคุณไม่ต้องรู้หรอกครับ แต่ผมเป็นพวกเดียวกับคุณ”

          “พวกเดียวกัน”

          “ถูกต้องครับ พวกเดียวกัน”

          สิ่งที่ซินหยางกำลังสนทนาอยู่นี้มันเสียงของใครก็ไม่รู้ แต่เสียงที่ได้ยินภายในหัวนั้นกลับสามารถสื่อสารหรือพูดคุยกับเธอได้

          “สิ่งที่คุณณาดา ไม่สิ คุณซินหยาง สิ่งที่คุณจะได้รับต่อจากนี้เป็นพลังที่เรียกว่ามิติ หลังจากนี้อีกไม่กี่นาทีคุณจะได้รับพลังมิติ มิติสามารถทำให้คุณได้รับในสิ่งที่คุณต้องการได้ ถ้าคุณได้อยากได้เนื้อสักกิโลกรัม คุณก็สามารถทำได้โดยที่เรียกมันออกมาแค่นั้น การใช้พลังคุณเพียงแค่พูดว่า เปิด แล้วขอในที่สิ่งคุณต้องการ ถ้าหากว่าคุณจะไม่ใช่พลังแล้ว คุณแค่พูดว่า ปิด มิติก็จะหายไป”

          “เดี๋ยวก่อนสิ นี่คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ฉันไม่เข้าใจ”

          “อีกเดี๋ยวคุณจะได้รับพลังมิติพร้อมกับข้อมูลการใช้พลังเบื้องต้น ขอให้คุณโชคดี”

          หลังจากสิ้นเสียงของบุคคลปริศนา อาการปวดหัวเมื่อครู่ก็หายเป็นปริดทิ้งพร้อมกับได้รับข้อมูลการใช้งานพลังเบื้องต้นจนไปถึงขั้นสูง

          ซินหยางไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ อยู่ดีๆ ก็มีเสียงใครก็ไม่รู้มาบอกว่าตนเองนั้นได้รับพลังพิเศษที่เรียกว่า มิติ แล้วมิติที่ว่านี้มันจะเป็นอย่างไร

          “พลัง มิติ”

          ซินหยางรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเอง ร่างกายของเธอแข็งแรงดูมีพละกำลัง แต่ทว่า ขาข้างซ้ายของเธอที่ไร้ความรู้สึกกลับยังคงเป็นเหมือนเดิม ไม่สามารถเดินได้เหมือนคนทั่วไป

          ในเมื่อได้รับพลังมามีเหรอที่ซินหยางจะไม่ลองใช้มัน

          “เปิด”

          มิติถูกเรียกออกมาราวกับประตูมิติที่อยู่ในหนังแฟนตาซี ซินหยางลองคิดว่าตนเองอยากได้เนื้อสักชิ้น เธอจึงเอามือเข้าไปข้างในมิติแล้วหยิบมันออกมา ผลที่ออกมาคือเธอหยิบเนื้อออกมาได้ตามความคิดความต้องการของเธอ นี่อะไรมันกัน ทำไมมันถึงวิเศษอะไรเช่นนี้กันนะ

          “ปิด”

          เนื้อที่อยู่ในมือของซินหยางนี้สามารถนำไปทำอาหารได้หลายอย่าง อาทิเช่น ทอดเนื้อ ย่างเนื้อ อะไรประมาณนี้ พอคิดถึงเรื่องกินมันก็ทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเหมือนกับตอนที่เธอเป็นเด็กแล้วได้ของเล่นใหม่ แต่พลังที่สามารถเสกอะไรก็ได้แบบนี้จะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด ยกเว้นสามีของเธอ

          .

          .

          .

          หลังจากเหอไท๋กลับบ้าน ซินหยางก็ได้เตรียมอาหารมื้อเย็นเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็รอให้เขาไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวให้สะอาดแล้วมานั่งกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน

          “คุณทำกับข้าวเตรียมเอาไว้แล้วเหรอครับ”

          “ใช่ค่ะ”

          “คุณทำอะไรครับ”

          “ไม่บอก เดี๋ยวคุณไปอาบน้ำก่อนแล้วเดี๋ยวฉันจะบอกคุณทีหลัง”

          “ก็ได้ครับ”

          สามีว่านอนสอนง่ายแบบนี้หาที่ไหนได้อีกไหม

          หลังจากสามีอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองก็มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมกันที่โต๊ะอาหาร

          อาหารที่เตรียมเอาไว้บนโต๊ะนั้นถูกจานครอบเอาไว้เพื่อไม่ให้เห็นว่าภรรยาตนเองทำอะไรให้กิน เธออยากให้เหอไท๋ที่รักลุ้นว่ามันคืออะไร

          “ถึงคุณจะปิดมันเอาไว้ แต่ผมก็ได้กลิ่นนะครับ”

          “คุณลองทายสิ”

          เหอไท๋สูดกลิ่นเล็กน้อยพร้อมกับใช้ความคิดครุ่นคิดว่าภายใต้จานที่ครอบเอาไว้นั้นมันคืออะไรกันแน่

          “กลิ่นนี้ ไม่ผิดแน่ เนื้อทอดใช่ไหมครับ”

          “ถูกต้องค่ะ ที่รักเก่งจังเลย”

          สามีทายถูกต้องแบบนี้ คนเป็นภรรยาก็ต้องให้รางวัลกันสักหน่อยแล้วโดยการหอมแก้มไปทีหนึ่ง

          บรรยากาศและอารมณ์แบบนี้สามีอย่างเหอไท๋ยังไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ทำให้เขารู้สึกเขินแก้มแดงขึ้นมาทันที เห็นแล้วรู้สึกเหม็นความรัก

          มันก็อย่างว่าแหละนะ สามีภรรยาอยู่ด้วยกันมันก็ต้องมีอะไรแบบนี้กันบ้าง ไม่ใช่ว่าจะต่างคนต่างอยู่ไม่พูดคุยอะไรกันเลย แบบนั้นชีวิตคู่จะมีรสชาติได้อย่างไรกัน

          นอกจากเนื้อทอดแล้วยังมีตุ๋นเนื้อที่ซินหยางทำเอาไว้อีกด้วย

          “ซินหยาง คุณไปเอาเนื้อมาจากไหนครับ”

          ซินหยางรู้อยู่แล้วว่าเหอไท๋จะต้องถามถึงเรื่องนี้ มันก็ไม่แปลกหรอกที่เขาจะถาม เพราะว่าเนื้อที่นี่มีราคาแพงเอาเรื่อง เพียงแค่ซื้อเนื้อไปครึ่งกิโลกรัมก็ทำเอากระเป๋าเงินเหี่ยวแห้งไปได้เลย

          “กินข้าวเสร็จแล้วเดี๋ยวฉันบอกนะคะ มาค่ะ กินข้าวกัน เดี๋ยวมันเย็นแล้วจะไม่อร่อย”

          “ครับ”

          หลังจากกินข้าวเสร็จเรียบร้อย เหอไท๋ก็ช่วยซินหยางเก็บจานเช็ดโต๊ะทำความสะอาดก่อนจะเข้าห้องนอนพร้อมกัน แล้วก่อนจะนอนซินหยางจะต้องพูดคุยเรื่องสำคัญกับเหอไท๋เสียก่อน

          “กลับมาเข้าเรื่องก่อนหน้านี้ที่คุณถามฉันนะคะว่าฉันเอาเนื้อมาจากไหน คุณดูนี่นะ”

          ซินหยางเอาผลส้มออกมาจากมิติให้เหอไท๋ได้เห็นกับตาตนเอง เหอไท๋ที่เห็นอย่างนั้นเขาก็ประหลาดใจที่ได้เห็นอะไรที่แปลกประหลาดแบบนี้

          “สิ่งนี้แหละค่ะที่ทำให้ฉันได้เนื้อมาทำกับข้าวให้คุณกิน”

          “น่าประหลาดใจมากเลยครับ ที่คุณทำแบบนี้ได้ แต่ว่านะครับ คุณห้ามบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอันตรายกับตัวคุณก็ได้นะครับ ผมเป็นห่วง”

          ใบหน้าของสามีที่เป็นห่วงภรรยาสื่อให้เห็นว่าเข้ารู้สึกอย่างไร

          มือหยาบกระด้างได้กุมมืออันบอบบางของซินหยางเอาไว้ ดวงตาที่จ้องมองมาที่เธอนั้นทำให้เธอเข้าใจได้ทันทีว่าเขาเป็นห่วงมากแค่ไหน

          “เข้าใจแล้วค่ะ คุณสามีที่รัก”

          พูดจบก็หอมแก้มสามีไปทีหนึ่งเพื่อให้เขาสบายใจขึ้น อย่างน้อยเขาจะได้ไม่ต้องคิดมากและเป็นห่วงมากจนเกินไป

          ...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 43 จบ

    43 “ถ้ามาแล้วไม่พูดอะไรก็กลับกันไปได้แล้ว ฉันจะได้พักผ่อน” ภายในห้องผู้ป่วยส่วนตัวนี้มีอยู่ด้วยกันเท่านี้ เหอไท๋ ซินหยาง ลุงฉาง ป้าลี่หลิน แต่ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาสักคำ ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปตามกาลเวลา ถึงมันจะเป็นอย่างนั้น แต่ก็มีอยู่คนหนึ่งที่อยากพูดออกมาตามความรู้สึกของเขา แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะพูดขึ้นให้ทุกคนได้รับรู้กัน แล้วคนที่ว่านี้ก็คือเหอไท๋ “เรื่องเมื่อตอนนั้น ผมขอบคุณมากนะครับ ถ้าแม่ไม่ปกป้องผม ป่านนี้ผมคงจะ” “หยุดพูดเรื่องนี้จะได้ไหมฉันไม่อยากฟัง ที่จริงฉันไม่อยากช่วยแกหรอก แต่ร่างกายมันขยับไปเอง” ถึงจะพูดไม่สนใจไยดีสักนิดเดียว แต่เหอไท๋กลับรู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอพูดเลย เขารู้สึกว่าตอนนั้นเธอเข้ามาช่วย

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 42

    42 “แม่ ทำใจดีๆ เอาไว้นะครับ ดื่มน้ำนี้ก่อน” เหอไท๋พยุงร่างของป้าลี่หลินเพื่อให้เธอดื่มน้ำที่ซินหยางเตรียมเอาไว้ให้ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน แต่น้ำที่ได้รับมาจากซินหยางมันต้องไม่ใช่น้ำธรรมทั่วไปที่เห็น ป้าลี่หลินดื่มน้ำจนหมดขวด ร่างกายของเธอมีการตอบสนองต่อน้ำที่เธอดื่ม เลือดที่ไหลออกมาไม่หยุดก็ได้หยุดลง บาดแผลที่เกิดจากมีดปลายแหลมมันก็ได้สมานแผลเข้ากันจนหายสนิท ป้าลี่หลินพ้นขีดอันตรายทั้งอย่างนั้น แต่ถึงมันจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ เธอก็ยังหายใจอ่อนเพลียอยู่ แล้วน้ำที่ดื่มเข้าไปนั้นมันอาจจะกำลังออกฤทธิ์ก็เป็นได้ แต่โดยรวมแล้วร่างกายของเธอดีขึ้นมาก “ทำไมกัน ผมไม่เข้าใจ แม่ที่เกลียดผมขนาดนี้ถึงได้เข้ามาปกป้องผม” “นั่นสิ

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 41

    41 เบื้องหน้าของเหอกุ๋ยที่กำลังตัวสั่นและหวาดกลัวหลังจากถูกจับได้ว่าเป็นหัวขโมยย่องเบา นอกจากเหอไท๋และซินหยางแล้ว ก็มีป้าลี่หลิน ลุงฉาง เปา ฟางอี้ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ของทางการด้วย พวกเขาที่ว่ามาทั้งหมดนี้ยืนอยู่ต่อหน้าเหอกุ๋ยในตอนนี้ แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมากนั้นก็คือพ่อและแม่ที่อยู่กับพวกเหอไท๋นั่นแหละ “พ่อ แม่ ทำไมถึงได้มาอยู่กับมันได้” “เหอไท๋เป็นคนบอกฉันเองน่ะ” “งั้นเหรอ สุดท้ายก็ทิ้งผมไปแล้วเข้าข้างมันน่ะเหรอ ทั้งที่ผมเป็นลูกแท้ๆ ของแม่นะ” “หุบปากเน่าๆ ของแกไปเลย ไอ้ลูกชั่ว” คำด่าของคนเป็นแม่ถึงกับทำให้เหอกุ๋ยทำตัวไม่ถูก ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 40

    40 ทำไมเหอไท๋ถึงเรียกโจรย่องเบาว่า ไอ้น้องชายโง่ มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่ เขารู้อะไรเกี่ยวกับโจรคนนี้ แล้วสิ่งที่เหอไท๋พูดออกมา ซินหยางที่ยืนอยู่ข้างหลังของเขาก็รู้อยู่แล้วด้วย การเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าของบ้านกับหัวขโมยกระจอกจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ “น้องชาย พูดบ้าอะไรของแกวะ” ถึงแม้จะสวนกลับด้วยคำพูดที่ข่มอีกฝ่ายด้วยเสียงสั่นเครือ แต่มันก็ไม่ได้ผล เพราะอีกฝ่ายอย่างเหอไท๋นั้นรู้อยู่แล้วว่าโจรกระจอกตรงหน้าเป็นใคร หัวขโมยที่ถูกจับได้คาหนังคาเขานี้เกิดความกังวลและกลัว ไม่ว่าจะพูดอะไรมาก็รู้ได้ทันทีว่ากำลังสั่นและกลัวอย่างสุดขีด “แกยังพูดแบบนี้อยู่อีกนะ เหอกุ๋ย ปิดบังใบหน้าไปก็ไม่มีปร

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 39

    39 “เหอไท๋ นายได้ยินเรื่องโจรงัดบ้านของผู้สำเร็จราชการหรือเปล่า” “อ่า ฉันได้ยินมาจากพวกชาวบ้านที่มาซื้อกับข้าวเมื่อเช้าน่ะ เห็นว่ามันเอาเงินและของมีค่าไปหมดเลย ให้ตายสิ ทำไมมันชั่วอะไรอย่างนี้” “พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ที่ผ่านมาแถวนี้ก็ไม่เคยเกิดเรื่องนี้มาก่อน ฉันคิดว่าคงเป็นชาวบ้านแถวนี้แหละ” “นั่นสินะ ฉันเองก็คิดแบบนี้เหมือนกัน เพราะมันรู้ว่าไม่มีใครอยู่บ้าน อีกอย่างหนึ่ง มันสามารถงัดประตูหลังบ้านเข้าไปได้โดยที่ไม่มีใครได้ยินอีกด้วย มันจะเก่งเกินไปแล้ว” เหอไท๋และเปา ทั้งสองคนกำลังทำงานอยู่ในสวน แล้วก็ได้พูดถึงเรื่องหัวขโมยงัดบ้านแล้วเอาทรัพย์สินเงินทองไปจนหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ ถึงมันจะไม่ใช่เรื่องที่ทั้งสองต้องเข้าไป

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 38

    38 “เปา นายช่วยเอาผักและปลาดุกไปส่งให้ลุงโจวที่ตลาดทีนะ” “ได้เลยเพื่อน” เหอไท๋ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนคนสำคัญของเปาและเป็นนายจ้างก็ได้แบ่งหน้าที่การงานให้เปาโดยการขนส่งวัตถุดิบไปให้พ่อค้าแม่ค้าที่สั่งวัตถุดิบเป็นประจำทุกวัน ส่วนทางด้านซินหยางก็ดูจะสนิทกับฟางอี้มากขึ้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เปิดร้านเป็นกิจจะลักษณะ แต่ตอนเช้าฟางอี้ก็จะมาช่วยซินหยางขายกับข้าว ซึ่งก็เป็นหนึ่งในหน้าที่ของเธอ เรียกได้ว่าพวกเธอทั้งสองดูจะเข้าขากันมากกว่าที่คิดเอาไว้ “ซินหยาง วันนี้จะทำเมนูอะไรเพิ่มอีกไหม” “วันนี้เหรอ ฉันคิดว่าจะทำแกงกะทิปลาดุกน่ะ แต่ฉันยังไม่เคยทำด้วยสิ” “เดี๋ยวฉั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status