LOGINก้าวแรกที่นางเข้ามาในร้านสะดวกซื้อ
กลิ่นหอมของขนมปังเนยที่คุ้นเคย ก็ลอยเข้ามาแตะจมูกจนนางน้ำลายสอ ทำให้ในท้องเกิดเสียงดังจ๊อกๆทันที ขาเรียวยาวของนางไม่รอช้า ที่จะเดินตามกลิ่นเข้าไปหาโดยไว เบื้องหน้าคือโซนแผงขายขนมปังอบสดใหม่ ที่วางเรียงบนชั้นดูน่ากินไปเสียทุกชิ้น และทางร้านได้เสียบป้ายราคาเอาไว้ให้แล้ว โดยที่นางสามารถตัดสินใจเลือกซื้อตามราคาที่ต้องการได้เลย "เชิญคุณลูกค้าตามสบายเลยนะครับ ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมก็สามารถเรียกผมได้ทันทีนะครับ" พนักงานซูฉีกล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินกลับไปที่จุดแคชเชียร์หน้าร้าน โดยไม่รบกวนนางอีก เหยาซูหนี่ว์เดินไปที่ชั้นขนมปัง แล้วหยิบถาดกับที่คีบ ก่อนจะเลือกคีบขนมปังใส่ถาดมาสามชิ้น นางเลือกแบบที่มีโปรโมชั่น ขายสามชิ้นในราคาเพียงสิบเหรียญ แล้วเดินเอาไปวางไว้ที่จุดชำระเงิน พนักงานซูฉียิ้มแป้น แล้วจัดการเอาขนมปังใส่ห่อกระดาษให้อย่างเรียบร้อยก่อนจะยื่นให้นาง "ขอบคุณ คุณลูกค้าที่มาอุดหนุนทางร้านนะครับ" พอนางรับมา ก็เห็นยอดเงินที่ใช้จ่ายออกไปขึ้นโชว์ในสมองว่า * - 10 เหรียญ * ระบบได้ตัดเหรียญออกไปโดยอัตโนมัติ ตอนนี้นางได้ลองซื้อของในร้านสะดวกซื้อครั้งแรกแล้วว่าเป็นยังไง ทำให้รู้สึกว่าง่ายดายและเริ่มจะติดใจเสียแล้ว การซื้อของที่ไม่ต้องใช้เงินจริง มันทำให้ไม่รู้สึกกดดัน คล้ายๆกับตอนที่นางยังอยู่ในโลกเดิม ที่เวลาจะจ่ายเงินก็ใช้บัตรเครดิตไม่ต้องใช้เงินสด นางเดินออกไปจากร้าน แล้วหาที่นั่งเพื่อที่จะได้กินขนมปังก่อนเลย นางไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันจนมือไม้สั่นไปหมดแล้ว สุดท้ายนางก็เลือกที่จะนั่งลงบนธรณีประตูของโถงกลางเรือน ที่เป็นประตูคู่แต่หักไปเหลือแค่เพียงบานเดียว เพื่อที่จะได้มองกลับเข้าไปในร้านได้อย่างชัดเจน นางยังมีสิ่งที่ต้องการจะซื้ออีกหลายอย่าง แต่ต้องค่อยๆลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องใช้ก่อนหลัง เพราะนางมีเหรียญในระบบไม่มากนัก และการที่นางจะต้องไปทำชั่วเพื่อเพิ่มเงินเข้าระบบอีก ก็คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว นางปลดผ้าคลุมหน้าออก ก่อนจะแกะขนมปังเนยจากห่อแล้วยกขึ้นกัด แค่เพียงปลายลิ้นของนางแตะโดนความนุ่มหอมของขนมปังเนย นางก็ต้องหลับตาพริ้มลง เพื่อซึมซับความอร่อยที่แสนคิดถึงมานาน โลกจีนโบราณที่กินแต่หมั่นโถวจืดๆ กับซาลาเปายัดไส้ ไหนเลยจะอร่อยเท่าขนมปังอบร้อนๆแบบนี้ได้ "อืมม..อร่อยจริงๆ" นางกินอย่างเอร็ดอร่อย จนถึงชิ้นที่สาม ก็ได้ยินเสียงครางเบาๆอย่างเจ็บปวดดังมาถึงหู "โอยย...หัวของข้า" นางแตกตื่นทันทีที่หันไปเห็นบุรุษที่คิดว่าตายแล้ว กลับขยับตัวลุกขึ้นมานั่ง อั้ยหย๋า ! นางร้องในใจแล้วลุกขึ้นยืนทันที แต่อารามที่ตกใจเกินไปทำให้ลืมไปว่า ตรงพื้นที่นางนั่งมันคือธรณีประตู พอนางถอยหลังไปชนก็เลยเสียหลักล้มหงายหลังไปในทันที หว๋าาาา ! นางร้องเสียงหลง ขนมปังหลุดออกจากมือ ก่อนที่ตัวนางจะล้มก้นจ้ำเบ้าอย่างแรง ตุ้บ ! โอ๊ยยย ! ถ้าก้นของนางเป็นแก้ว ป่านนี้ก็คงจะแตกละเอียดไปแล้ว เหยาซูหนี่ว์คลำก้นของตัวเองป้อยๆ เจ็บจนต้องยู่หน้ายับย่นของตัวเองลง เช้ง ! เสียงดาบยาวที่ถูกดึงออกจากฝักทันใด พร้อมกับเสียงทุ้มห้าวดุดันร้องมาจนนางต้องรีบเบิกตาโตขึ้นจ้องมอง "เจ้าผีร้าย !" บุรุษที่นางคิดว่าตายไปแล้ว บัดนี้ขึ้นมายืนโงนเงนไปมา แต่สามารถชักดาบยาวคมกริบออกมาชี้หน้านางอย่างข่มขวัญได้ ร่างสูงใหญ่ของบุรุษที่สวมชุดดำทั้งตัว แม้จะดูบาดเจ็บมากอยู่ แต่ทั้งตัวได้แผ่กลิ่นอายสังหารเข้มข้นออกมา จนนางหนาวเยือกไปทั้งหัวใจ ไม่ต้องให้เขาเดินเข้ามาเอาดาบฟันนางหรอก แต่เขาเขวี้ยงดาบที่คมกริบขนาดนั้นเข้าใส่นาง ก็อาจจะทำให้นางตายได้ทันทีโดยที่เขาไม่ต้องเปลืองแรงอะไรเลย ความฉลาดว่องไวในการที่นางค้าขายในโลกโซเชี่ยลมานาน ทำให้นางรู้ว่า.. ถ้าลูกค้าเกิดเข้าใจผิด หรือมีอคติที่ไม่ดีต่อตัวนาง วิธีแก้ก็คือ.. นางต้องห้ามแก้ตัวเด็ดขาด และรีบเยียวยาสินค้าชิ้นใหม่ให้โดยทันที อุปมาเปรียบเทียบกับเรื่องนี้ ที่นางถูกบุรุษผู้นี้เข้าใจผิด คิดว่านางเป็นผีเพราะหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวเกินไป นางห้ามแก้ตัว แล้วบอกว่านางไม่ใช่ผีอย่างเด็ดขาด ! เพราะนอกจากเขาจะไม่เชื่อแล้ว คงจะเอาดาบมาฟันนางให้ตายทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย "นายท่าน.. ข้ามาดี ไม่ได้มาร้ายนะเจ้าคะ" นางกล่าวตอบอย่างสุภาพที่สุด แล้วรีบเอาผ้าคลุมปิดหน้าตาน่าเกลียดของตัวเองเอาไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้น "หยุดอยู่ตรงนั้นนะ เจ้าผีร้าย !" เสียงเข้มเครียดที่กล่าวเตือน ทำให้นางไม่กล้าขยับตัวอีก ได้แค่ค้างตัวเองอยู่ในท่ากึ่งยืนกึ่งยองอยู่อย่างนั้น และท่างอเข่าโดยใช้ลำแข้งทั้งหมดรับน้ำหนักตัวเอาไว้ มันไม่สามารถที่จะทนอยู่ในท่านี้ได้นานเกินไป เพราะมันฝืนกฎแรงโน้มถ่วงของโลก มันจะเมื่อยมาก ถึงมากที่สุด ! โอย... ช่างน่าสงสารขาของตัวนางจริงๆ นี่ถ้านางเผลอขยับตัวเพียงนิด ก็อาจจะไปเยือนยมโลกได้เลยทีเดียว ดาบยาวคมกริบที่ชี้ตรงมา ยังไม่คมบาดเท่ากับดวงตาของบุรุษตรงหน้านี้เลย แม้เขาจะบาดเจ็บ แต่ก็ยังมีดวงตาคู่คมที่เหมือนมีแสงพิฆาตฟาดฟันออกมาได้อย่างอำมหิต เขาปิดหน้าด้วยผ้าดำเหมือนกับชุดที่สวมอยู่ ดูทรงแล้วคงจะไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป ท่าทางแบบนี้ ถ้าไม่ใช่พวกโจร ก็ต้องเป็นนักฆ่าแน่ๆ เหยาซูหนี่ว์ถึงกับเหงื่อแตก ในใจคิดเพียงว่า.. เมื่อครู่นี้ที่นางเผลอตีหัวเขาจนแตกเลือดไหลนอง แต่เขาก็ยังไม่ตาย ช่างน่าเสียดายจริงๆ.. ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ นางน่าจะออกแรงตีเขาให้หนักมือมากกว่านี้อีกซักหน่อย เขาจะได้ตายจริงๆ แล้วไม่สามารถลุกขึ้นมาทำให้นางหวาดกลัวได้อีก มิคาด..แค่นางคิดจะฆ่าเขา ในหัวก็ได้ยินเสียงเหรียญหล่นลงก้นกระปุกดัง กริ๊ง ! แล้วก็มียอดเงินขึ้นให้เห็น * +10 เหรียญ * อุต๊ะ ! แค่คิดจะฆ่าคน นางก็ได้เหรียญเพิ่มแล้วหรือนี่ หนอย.. ไอ้ระบบเส็งเคร็ง คิดจะล่อลวงนางให้ทำชั่วแม้แต่ทางความคิดก็ไม่ละเว้น แต่ในเวลาความเป็นความตายแบบนี้ แค่คิดชั่วแล้วได้เงิน มันจะทำให้นางมีชีวิตรอดไปได้ยังไงกัน "......!?" ********** จะดีจะชั่ว ทุกอย่างเริ่มจากความคิด คิดดีได้ดี คิดชั่วได้ชั่ว.. มันจะจริงเสมอไปหรือเปล่าล่ะ อิอิ By ไรริลแสงจันทร์สีเลือดด้านนอกพลันเปล่งประกายเจิดจ้า สาดแสงส่องลงอาบย้อมสองร่างเปลือยเปล่าที่กำลังดื่มด่ำอยู่ในรสเสน่หาเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นท่ามกลางความเย็นเยือกของเตียงหยกขาว เริ่มแผ่ขยายความร้อนระอุจนบรรยากาศรอบกายแทบจะหลอมละลายจอมปีศาจไม่ได้รีบร้อนทว่ากลับเต็มไปด้วยความโหยหา ฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียด ดึงรั้งร่างบางให้แนบชิดกับแผงอกแกร่งของเขาจนไร้ช่องว่าง สัมผัสจากผิวเนื้อเปลือยเปล่าที่เสียดสีกันสั่นคลอนสติอันเลือนรางของเทพธิดาน้อยจนนางครางแผ่วในลำคอ“หนี่เอ๋อ.. มองข้า”น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบสั่งอย่างเอาแต่ใจ ยามที่เขาถอนริมฝีปากออกชั่วครู่ ดวงตากลมโตที่ส่องประกายฉ่ำปรือดุจหยาดน้ำค้างช้อนขึ้นมองบุรุษใต้แสงจันทร์นัยน์ตาดุดันของเขาบัดนี้เข้มขึ้นจนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งเปลวไฟ ลุกโชนไปด้วยประกายไฟรักที่พร้อมจะแผดเผานางให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน“เหยียน.. เหยียนจวิ้น..”นางเรียกชื่อเขาเสียงสั่นเครือ ลมหายใจอุ่นๆของทั้งคู่รินรดผสานกันจนแยกไม่ออกจอมปีศาจยิ้มเยือนอย่างเสน่หา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาบดจูบเรียวปากอิ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างละโมบ ตักตวงความหวานล้ำอย่างไม่รู
หยาดน้ำตาเม็ดโตพลันร่วงเผาะลงมาอาบแก้มเนียน ฉายชัดถึงความรู้สึกสลดใจและอัปยศอดสูจนถึงที่สุดร่างเล็กสั่นสะท้านก่อนจะสะอื้นไห้ออกมาเสียงแผ่ว พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ละล่ำละลักเรียกชื่อบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว“เหยียนจวิ้น.. ข้าขอโทษ.. ”เมื่อได้เห็นน้ำตาที่ร่วงหล่นราวกระจกแก้วที่แตกสลายของนางฟ้าน้อย และรับรู้ได้ว่านางกำลังจะใจสลายเพราะคิดว่าตนเองถูกชายอื่นแตะต้อง หัวใจของจอมปีศาจที่เคยแกร่งดั่งหินผาก็พลันอ่อนยวบลงด้วยความสงสารและรู้สึกผิดในพริบตาความขี้เล่นร้ายกาจมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความอาทร เขารีบคลายพันธนาการที่ข้อมือของนางออกอย่างรวดเร็ว แล้วยื่นมือเข้าประคองใบหน้างามที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมาอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่านางจะแหลกสลายคามือสายตาคู่คมเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความโหยหาอันลึกซึ้งที่ปิดบังไว้ไม่มิด“หนี่เอ๋อ ฟังข้าก่อน..”“ข้าไม่ฟัง ปล่อยข้านะ !”นางตวาดลั่นด้วยความขยะแขยง สะบัดหน้าหนีจากการเกาะกุมพร้อมกับยกมือขึ้นร่ายเวทสร้างเกราะแสงเซียนสีทองสว่างวาบขึ้นมากั้นกลางระหว่างเขากับนางทันทีน้ำตาแห่งความอัปยศยังคงไหลรินไม่ขาดสาย น
แม้เหตุการณ์ระทึกในท้องพระโรง ที่นางถูกจอมราชาปิศาจจับตัวได้อีกครั้ง จะจบลงอย่างสันติแล้วแต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่ กลับเป็นภาพความร่ำรวยและบารมีอันมากล้นของวังทองคำที่ปรากฏเด่นชัดขึ้นในยามที่นางได้เดินสำรวจอย่างละเอียดวังทองคำของจอมราชาปิศาจนั้น ไม่ได้มืดทึมคร่ำครึหรือน่ากลัวอย่างที่เทพธิดาหนี่วาจินตนาการเอาไว้เลย แต่กลับโอ่อ่าตระการตาด้วยสถาปัตยกรรมทองคำแท้ที่สะท้อนแสงจันทราส่องประกายระยิบระยับจนแสบตาเสาค้ำยันตำหนักทุกต้นสลักเสลาลวดลายสัตว์อสูรโบราณ ประดับด้วยหยกและอัญมณีล้ำค่าที่ประเมินค่าไม่ได้ พื้นหินอ่อนสีดำสนิทถูกปูทับด้วยพรมขนสัตว์อสูรนุ่มละเอียดทุกย่างก้าวของนางจึงรายล้อมไปด้วยความหรูหราขั้นสุด ตราบเท่าที่อำนาจมืดและความมั่งคั่งของแดนปรโลกจะบันดาลให้ได้ทว่า ตลอดระเบียงทางเดินยาวกลับมีเสียงซุบซิบกระซิบกระซาบแว่วมาจากตามซอกกำแพงและมุมมืดให้นางได้ยินเบาๆ“พวกเจ้าดูนั่นเร็ว ! เทพธิดาจากสวรรค์องค์นั้นเดินเชิดหน้าชูคอราวกับเป็นเจ้าของวังคนใหม่เลยทีเดียวเชียวล่ะ !”เจี่ยกู่ ปีศาจกบรับใช้เอ่ยกระซิบ แววตาโปนๆของมันเบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกจากเบ้าขณะแอบมองผ่านรอยแยกของฉากกั้น มันพยายามจ
เทพธิดาหนี่วาได้แต่สบตาสีเลือดที่จับจ้องมาไม่วางตาพลางกัดฟันกรอด ในใจร่ำร้องตะโกนด้วยความเจ็บใจว่า‘ ข้าไม่ได้คิดถึงเจ้า ! '‘ ข้าแค่โดนความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองหลอกให้วิ่งมาตกอยู่ในมือเจ้าต่างหาก ! ’' ไอ้ปิศาจหลงตัวเองเอ๊ย ! ’ทว่านางรู้ดีว่าภายใต้สถานการณ์ที่ฝูงปิศาจล้อมหน้าล้อมหลังและพร้อมจะขย้ำนางให้ตายได้ทุกเมื่อ การด่าทอหรือการทำตัวอวดเก่ง มีแต่จะทำให้ตัวนางเองกลายเป็นอาหารของพวกปิศาจเร็วขึ้นดังนั้นถ้านางอยากจะเอาตัวให้รอด ก็ต้องใช้ประโยชน์จากความพึงพอใจที่เจ้าปิศาจตนนี้มีต่อนาง เอามาใช้เป็นเครื่องต่อรอง !ดวงตาสีงามระยับสั่นไหววูบหนึ่งอย่างชั่งใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายแวววาวอย่างมีจริต แล้วแสร้งทำเป็นถอนหายใจยาวนางฟ้าเช่นนาง.. จำต้องดึงเอาเคล็ดวิชานางจิ้งจอกระดับปรมาจารย์ออกมาใช้ปราบเจ้าปิศาจบ้าตัณหาตนนี้ให้อยู่หมัด ก่อนจะส่งยิ้มตาหวานเยิ้มไปประสานกับดวงตาสีเลือดคู่นั้นอย่างออดอ้อน“สมกับเป็นท่านจอมราชาผู้ปราดเปรื่อง.. และมีสายตาที่เฉียบแหลมยิ่งนักเจ้าค่ะ”เทพธิดาหนี่วาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานที่ปรุงแต่งจนนุ่มนวลระรื่นหู“ข้าน้อยอุตส่าห์ปกปิดกลิ่นอายเซียน ห่มเสื้อคลุมวิก
ความหวาดกลัวและรำคาญใจที่ถูกเจ้าปิศาจตามรังควานในยามนั้น ทำให้นางตัดสินใจหนีปัญหาด้วยการหนีลงไปจุติยังโลกมนุษย์เพื่อผ่านด่านเคราะห์ก่อนเวลาทันทีโดยคิดเข้าข้างตัวเองว่า พอกาลเวลาผ่านไป เจ้าปิศาจบ้าตนนี้คงจะเบื่อและเลิกสนใจนางไปเองนางยอมสละร่างเซียนชั่วคราว และลงไปเผชิญความทุกข์ยากในโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ดูซิว่าเจ้าปิศาจจะหานางเจออีกไหม !ที่คิดเอาไว้ว่า คงจะไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการถูกปิศาจเหยากวยตามตอแยแล้ว แต่ครั้นนางลงไปเกิดใหม่ยังโลกมนุษย์ ด่านเคราะห์ที่นางต้องประสบพบเจอกลับเป็น..ด่านรัก !นางได้พบรักกับชายผู้หนึ่ง.. แม้เริ่มต้นเขาจะทำให้นางหวาดกลัวจนต้องหนีให้ห่าง แต่พอนางรักเขา โชคชะตาก็ดันเข้ามาตัดบุพเพวาสนาของนางจนขาดสะบั้น ทำให้นางต้องพรากจากเขาทั้งน้ำตาเคราะห์กรรมที่เรียกว่าด่านรัก ยังคงทำให้นางปวดหัวใจมาจนถึงบัดนี้เมื่อนางสิ้นอายุขัยในโลกมนุษย์และผ่านด่านเคราะห์ได้สำเร็จ ดวงจิตเทพเซียนของนางก็ได้กลับมาจุติบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าอีกครั้งแต่.. นางยังไม่ทันจะได้สูดกลิ่นอายทิพย์ให้ชื่นใจเพื่อชดเชยความเหนื่อยยากจากด่านเคราะห์ที่ต้องเผขิญเลย มหาเทพซีรุ่ยเฉิงก็มีบัญชาส
สามวันสามคืนในกรงขังม่านหมอกช่างยาวนานราวกับนับร้อยปีสำหรับเทพธิดาหนี่วา..นางถูกกักขังไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหุบเขาปิศาจ รอบกายมีเพียงความมืดมิดและดวงตาสีเลือดคู่ลึกลับที่แวะเวียนมาจับจ้องนางฝ่าความสลัวรางแทบทุกชั่วยาม พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอที่คอยปั่นประสาทให้นางโมโหไม่ว่างเว้นนางไม่เคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเจ้าปิศาจตนนี้ ซึ่งมันจะซ่อนตัวตนเอาไว้หลังม่านหมอกหนาทึบสีดำอยู่ตลอดเวลานางจึงคิดว่า มันต้องเป็นปิศาจที่อัปลักษณ์ที่สุดจนไม่กล้าให้ใครเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของมัน และปิศาจที่น่าเกลียดที่สุดในโลกเบื้องล่างแห่งนี้ก็คือ ปิศาจเหยากวยข่ายอาคมของจอมปิศาจเหยากวยแน่นหนาจนนางไม่อาจใช้ปราณเซียนได้แม้แต่เศษเสี้ยว ทว่าเทพธิดาหนี่วาผู้มีปัญญาเป็นเลิศเช่นนางมีหรือจะยอมติดแหงกอยู่ที่นี่ตลอดไปในเมื่อใช้กำลังไม่ได้ นางก็ต้องใช้ ‘ เล่ห์กลร้อยเล่มเกวียน ’ เข้าสู้เพื่อเอาตัวรอดต่อให่้ปิศาจเจ้าเล่ห์ตนนี้จะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็อย่าได้ดูแคลนสติปัญญาของเทพธิดาแห่งแดนสวรรค์อย่างนางเชียว !ในวันแรกที่โดนจับมา เทพธิดาหนี่วาเกาะลูกกรงหมอกควันพลางเชิดหน้าขู่ฟ่อราวกับพยัคฆ์ที่เฝ้าหน้าประตูสวรรค







