เข้าสู่ระบบรักษาผู้สูงศักดิ์
ภายในตำหนักฮองเฮาอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานสมุนไพรอันหอมกรุ่น กลิ่นนั้นแม้จะชวนให้รู้สึกสงบแต่หากสังเกตให้ดีจะพบว่ามันอบอวลจนเกินพอดี ภายในห้องบรรทมเงียบสงัดเมื่อฮูหยินเฒ่าและนางกำนัลทั้งหลายถูกเชิญให้ออกไปจึงทำให้เหลือเพียงจ้าวหว่านชิงกับซูเจิ้นอวี๋
“หม่อมฉันจะเริ่มการรักษาแล้วเพคะ”
เสียงเรียบสงบของจ้าวหว่านชิงดังขึ้นพลางยกมือขึ้นแสร้งจับชีพจรของซูเจิ้นอวี๋ ทว่าดวงตาของนางกลับเหลือบมองหน้าต่างระบบที่กำลังทำการวิเคราะห์อาการป่วยอยู่เบื้องหน้า
[กำลังตรวจวิเคราะห์….]
[ตรวจพบสารพิษในร่างกายปริมาณมาก ต้องการเจาะเลือดเพิ่มเพื่อวิเคราะห์สารพิษ......]
เมื่ออ่านข้อความจากหน้าต่างของระบบใบหน้าของจ้าวหว่านชิงพลันฉายแววลังเลอย่างชัดเจนเพราะนางรู้ดีดีว่าเลือดของเชื้อพระวงศ์มีค่ามากเพียงใด หากทำให้พระวรกายต้องบาดเจ็บโดยไร้เหตุผล อาจกลายเป็นความผิดร้ายแรงถึงขั้นถูกประหารชีวิต
ซูเจิ้นอวี๋ที่นอนอยู่บนเตียงพลันเห็นร่องรอยกังวลบนใบหน้าของจ้าวหว่านชิง ความกลัวจึงผุดขึ้นในใจทันทีก่อนเสียงแผ่วสั่นเครือจะถูกเอ่ยออกมา
“หว่านชิง...เหตุใดเจ้าจึงมีสีหน้ากังวลเช่นนั้น อาการของข้าหนักหนาสาหัสถึงเพียงนั้นหรือ...”
จ้าวหว่านชิงสบสายตาอันเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ แล้วสูดลมหายใจลึก ตัดสินใจพูดอย่างไม่ปิดบัง
“หม่อมฉันขอทูลตามตรง ตอนนี้พระวรกายของพระองค์มีพิษชนิดหนึ่งแทรกซึมอยู่ หากอยากรักษาให้ได้ผล หม่อมฉันจำเป็นต้องใช้โลหิตของพระองค์เพื่อตรวจสอบและทำยาถอนพิษเพคะ”
คำพูดนั้นทำให้แววตาของซูเจิ้นอวี๋เปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็นความตกใจ นัยน์ตาคู่สวยฉายชัดถึงความลังเลและระแวงอย่างเห็นได้ชัด
“เจ้าต้องการ...โลหิตของข้าอย่างนั้นหรือ”
ทว่าจ้าวหว่านชิงยังคงทำท่าทีสงบนิ่งไม่คิดแก้ต่างหรือบ่ายเบี่ยง แววตาหนักแน่นพลางเอ่ยเสียงเรียบ
“เพคะ หากมิได้โลหิตหม่อมฉันก็ไม่อาจรักษาพระองค์ได้”
ความเงียบเข้าปกคลุมอยู่นาน ซูเจิ้นอวี๋เม้มริมฝีปากแน่นความลังเลฉายบนสีหน้าแต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้าด้วยความจำนนต่อสถานการณ์
เมื่อเห็นเช่นนั้นจ้าวหว่านชิงจึงหันไปยังโต๊ะกลางห้อง หญิงสาวแสร้งทำทีค้นหาของจากถุงผ้าก่อนจะแอบเรียกแท่นหยกวิเคราะห์หยดโลหิตออกมาจากแหวนมิติ แท่นหยกขาวขุ่นสะท้อนแสงริบหรี่ดูเย็นเยียบราวกับเก็บงำความลับไว้ภายใน
“โปรดหยดโลหิตลงบนแท่นหยกนี้เพคะ” นางกล่าวพลางยื่นแท่นหยกไปตรงหน้า
ซูเจิ้นอวี๋แม้ในแววตายังคงมีความสงสัยและระแวง แต่ก็ไม่อาจหาหนทางอื่น นางกัดปลายนิ้วของตนให้เลือดหยดลงบนแท่นหยกสีขาวนวลอย่างจำใจ
[กำลังตรวจวิเคราะห์….]
ในขณะที่ระบบเริ่มทำการวิเคราะห์จ้าวหว่านชิงก็แสร้งนำแท่นหยกกลับไปวางบนโต๊ะกลางห้อง แล้วหยิบสมุนไพรหลายชนิดออกมาราวกับกำลังตรวจสอบพิษอย่างจริงจัง
ด้านซูเจิ้นอวี๋เมื่อเห็นการกระทำทุกขั้นตอนก็ยันกายลุกขึ้นนั่ง สายตาไม่ละไปจากจ้าวหว่านชิงแม้เพียงชั่วครู่ แม้จะเต็มใจยอมให้อีกฝ่ายรักษาแต่ในใจยังไม่คลายความระแวง
[ผลการวิเคราะห์เลือด ]
สารพิษที่ตรวจพบ : พิษสะสมจากกำยานสมุนไพรผสมกับยาบำรุงครรภ์
รายละเอียด : กำยานสมุนไพร (ไม่มีอันตราย)
ยาบำรุงช่วยการตั้งครรภ์ (ไม่มีอันตราย)
เมื่อทั้งสองชนิดใช้ร่วมกัน → เกิดปฏิกิริยาสังเคราะห์ก่อให้เกิดพิษ
ระยะพิษ : ขั้นสะสมรุนแรง
หากมิได้รับการรักษา → มีโอกาสทำให้เส้นลมปราณเสื่อมสลาย จนถึงแก่ชีวิต
จ้าวหว่านชิงมองข้อความบนหน้าต่างระบบด้วยแววตาสงบนิ่ง ครั้นเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้วจึงค่อยหันกายกลับไปยังผู้ป่วยที่นั่งอยู่บนเตียง เตรียมจะเอ่ยถ้อยคำสำคัญที่อีกฝ่ายจำเป็นต้องได้ยิน...
“หม่อมฉันได้ตรวจสอบแล้วเพคะ...พิษในพระวรกายของพระองค์ มิใช่พิษร้ายที่มีผู้ใดเจตนาลอบสังหาร หากแต่เกิดจากกำยานสมุนไพรที่เผาภายในตำหนักและยาบำรุงช่วยการตั้งครรภ์ที่พระองค์เสวยอยู่”
ซูเจิ้นอวี๋เบิกตากว้างสีหน้าฉายชัดถึงความไม่เชื่อ
“เจ้าว่าอย่างไร...กำยานกับยาบำรุงของข้าอย่างนั้นหรือ”
จ้าวหว่านชิงพยักหน้าช้า ๆ ก่อนเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น
“เพคะ เดิมทีสมุนไพรทั้งสองชนิดมิได้มีอันตราย แต่หากใช้ร่วมกันกลับก่อให้เกิดพิษเร้นรัง ยิ่งสะสมในร่างกายนานย่อมกัดกร่อนจนถึงแก่ชีวิตได้ หม่อมฉันเกรงว่า...อาการที่พระองค์อ่อนแรงลงทุกวัน ล้วนเป็นผลจากพิษนี้เพคะ”
ความเงียบปกคลุมภายในห้องบรรทมซูเจิ้นอวี๋กำมือแน่น นัยน์ตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความตกตะลึงและไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ฟัง
จ้าวหว่านชิงสบตานางตรง ๆ พลางเอ่ยเสียงเรียบแต่จริงจัง
“หากพระองค์ยังคงใช้กำยานและดื่มยาบำรุงดังเดิม ภายในไม่กี่เดือนพิษจะกำเริบร้ายแรงจนไม่อาจเยียวยาได้”
“ละ...แล้วหากข้าดื่มแค่เพียงยาบำรุงอย่างเดียวได้หรือไม่”
“พระองค์ต้องงดสิ่งเหล่านั้นทั้งหมดโดยทันทีเพคะ”
คำตอบที่ได้รับทำให้ใบหน้าของซูเจิ้นอวี๋ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเศร้าสลด ดวงตาที่เคยเปล่งประกายเจือแววหม่นหมอง มือบางของนางยกขึ้นลูบหน้าท้องของตนอย่างแผ่วเบาราวกับจะปลอบประโลมความว่างเปล่าที่อยู่ภายใน ในใจลึก ๆ กำลังถูกฉีกขาดด้วยความผิดหวังหากนางไม่ดื่มยาบำรุงเหล่านั้นด้วยร่างกายที่อ่อนแอตามกำเนิดก็คงไม่มีทางได้มีบุตรเป็นของตนเอง
ข้าเป็นถึงฮองเฮากลับอ้างว้างไร้ทายาท เป็นเช่นนี้แล้วตัวข้าจะยืนหยัดได้อย่างไรในวังหลวงที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดีแบบนี้…
[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....]
[ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]
ด้านจ้าวหว่านชิงที่กำลังแสร้งเขียนเทียบยาอยู่นั้น พลันเหลือบสายตาเห็นท่าทีกังวลของผู้ป่วยที่นอนอยู่บนเตียงก็เข้าใจในทันที ภายในวังหลังนั้นสิ่งที่สตรีทุกคนกังวลมากที่สุดคือเรื่องทายาท ซูเจิ้นอวี๋เป็นผู้มีตำแหน่งสูงสุดในวังหลังแต่กลับยังไม่มีบุตรแน่นอนว่าความกดดันย่อมถาโถมมาหานางมากกว่าผู้ใด
ยามนี้เมื่อรู้แล้วว่ายาบำรุงคือสาเหตุของพิษ นั่นหมายความว่านางไม่อาจดื่มสิ่งนั้นได้อีกต่อไป... เส้นทางสู่ความหวังที่จะมีบุตรก็พลันถูกปิดตายลงอย่างโหดร้าย จ้าวหว่านชิงกำหัวพู่กันแน่นขึ้นเล็กน้อย แม้นางจะไม่เอ่ยสิ่งใดแต่ภายในใจก็อดสงสารสตรีตรงหน้าไม่ได้เลย...
“ระบบไม่มียาบำรุงตัวไหนที่สามารถช่วยให้ร่างกายของฮองเฮามีบุตรได้โดยที่ไม่กระทบการรักษาบ้างหรือ” จ้าวหว่านชิงพึมพำเสียงเบากับระบบเพราะเกิดความสงสารในโชคชะตาของคนตรงหน้า
ติ้ง!
[กำลังทำการตรวจสอบ.... ]
ติ้ง!
ยาบำรุงช่วยการตั้งครรภ์ [ล้ำค่า]
สรรพคุณหลัก : ปรับสมดุลลมมดลูก
เสริมสร้างความแข็งแรงของเส้นชีพจรเลือด
เพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ให้สำเร็จ 100%
[ราคา 10,000 ค่าประสบการณ์]
โครตแพง!
จ้าวหว่านชิงตะโกนประท้วงในใจทว่าเมื่อหันไปเห็นใบหน้าสิ้นหวังของฮองเฮาก็ถอนหายใจออกมา ก่อนนิ้วเรียวจะกดเลือก “สั่งซื้อ” ไม่นานขวดยาขนาดเล็กพร้อมใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของหญิงสาว
“นี่เป็นเทียบยารักษาเพคะ....ส่วนยาขวดนี้เป็นยาบำรุงช่วยการตั้งครรภ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ หม่อมฉันขอมอบถวายแด่ฮองเฮาเพคะ”
ซูเจิ้นอวี๋ที่ได้ยินว่าอีกฝ่ายมอบยาบำรุงที่ช่วยการตั้งครรภ์ให้ใบหน้าก็พลันเปลี่ยนจากสิ้นหวังเป็นมีความหวังทันที มือบางยื่นออกไปรับเทียบยาและขวดยาขนาดเล็กมาไว้ในมือด้วยรอยยิ้ม
“หว่านชิง...ขอบคุณเจ้า...”
“หม่อมฉันเพียงทำตามหน้าที่ของหมอเท่านั้นเพคะ”
จ้าวหว่านชิงเอ่ยตอบไปด้วยรอยยิ้มพลางคิดในใจว่าสตรีที่อยู่ในวังหลังล้วนแต่แช่งชิงและอิจฉา อย่างน้อยซูเจิ้นอวี๋ก็ถือว่าเป็นน้องสาวของบิดาเจ้าของร่างการที่นางช่วยเหลือก็นับว่าตอบแทนบุญคุณที่นางยืมร่างของหลานสาวที่ตายไปแล้วของพวกเขามา
“จริงสิ...เหตุใดไม่พาซูเหยาบุตรสาวของเจ้ามาด้วยเล่า.”
“ตอนนี้นางอยู่กับบิดาของนางเพคะ..”
“บิดา? ....ข้านึกว่าเจ้าเลี้ยงลูกคนเดียวเสียอีก...เช่นนั้นเจ้าคงรีบกลับไปหาสามีและลูกที่หมู่บ้านใช่หรือไม่”
“สามีของหม่อมฉันอยู่ที่เมืองหลวงเพคะ...”
และหลังจากนั้นจ้าวหว่านชิงก็เล่าเรื่องราวของตนเองให้สตรีตรงหน้ารับรู้ นางเล่าถึงการจากลากับบุตรสาวโดยไม่เต็มใจ เล่าถึงอนาคตที่นางตั้งใจจะหย่าสามีและเปิดโรงหมอรวมถึงการซื้อจวนเล็ก ๆ อยู่กับบุตรสาว
“หว่านชิงข้าไม่ได้อยากตัดความหวังเจ้าเพียงแต่.....หากสามีของเจ้าไม่ยอมยกซูเหยาให้เจ้าเล่าจะทำเช่นไร เพราะหากว่ากันตามจริงแล้วเจ้ากับเด็กคนนั้นไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันเลยสักนิด”
จ้าวหว่านชิงที่ได้ยินเช่นนั้นไม่ได้แสดงสีหน้ากังวลแต่อย่างใด ความจริงแล้วตลอดการเดินทางนางคิดถึงเรื่องนี้มาโดยตลอดและแน่นอนว่านางได้วางแผนการทุกอย่างไว้หมดแล้ว...
“เขาจะต้องยกซูเหยาให้หม่อมฉันแน่นอนเพคะ.....”
ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ
จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]ภายในห้องเล็กที่เย็นชืดจ้าวหว่านชิงเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์ให้บุตรสาวเรียบร้อย ร่างเล็กของซูเหยาเอนนอนอยู่บนเตียงเก่าใบหน้าน้อยซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวเปิดใช้ระบบหมอเทวดาตรวจอาการละเอียดถี่ถ้วน[กำลังตรวจวิเคราะห์….][ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อน ปอดได้รับความกระทบกระเทือน และมีรอยฟกช้ำปรากฏหลายแห่งบนร่างกาย]หญิงสาวมองหน้าต่างของระบบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวถาโถมเมื่อเห็นคำว่าขาดสารอาหารและฟกช้ำปรากฏตรงหน้า แต่เพราะการรักษาบุตรสาวนั้นสำคัญกว่านางจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....][ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]ไม่นานใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว นัยน์ตาคู่สวยมองใบสั่งยาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะนี่ต้องใช้เวลาต้มยานานและบุตรสาวของนางอาการจะไม่ทรุดลงหรือ“ระบบในร้านค้ามียาที่สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”ติ้ง![กำลังทำการตรวจสอบ....]ติ้ง![โอสถฟื้นฟูโลหิต]ระดับ : สูงสรรพคุณ : ฟื้นฟูโลหิต 80% ทันทีผลข้างเคียง : ไม่มี[ ราคา : 500 ค่าประสบการณ์ ]ติ้ง![โอสถประสานชีพจร]ระดับ
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิตจ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ข







