LOGINชาติกำเนิดของบิดา
ภายในห้องโถงใหญ่ของตระกูลซูบรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดกระทบกรอบหน้าต่างไม้เก่า จ้าวหว่านชิงนั่งประสานมือกับถ้วยน้ำชาที่วางอยู่ตรงหน้าส่วนกู้ฮ่าวเทียนนั่งฝั่งตรงข้ามเงียบงันไม่เอ่ยวาจาสักคำ
ดวงตากลมโตของหว่านชิงแอบเหลือบมองบุรุษผู้สง่างามตรงหน้า ริมฝีปากบางของเขาเม้มแน่น ราวกับเก็บบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ภายในไม่อาจระบายออกมาได้ ท่าทางเคร่งเครียดเช่นนั้นยิ่งทำให้นางเกิดความกังวลแต่เพราะไม่แน่ใจจึงเลือกจะเงียบไว้เช่นกัน
จนกระทั่งความอึดอัดในอกเริ่มทนไม่ไหว จ้าวหว่านชิงจึงวางถ้วยน้ำชาลงแล้วเอ่ยเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน
“ข้าทำอะไรให้ท่านไม่พอใจหรือเปล่าเจ้าคะ?”
เสียงนางคล้ายหยดน้ำที่ตกลงกลางบึงนิ่ง กู้ฮ่าวเทียนเงยหน้าขึ้นทันทีนัยน์ตาคมสั่นไหวเล็กน้อย เขารีบส่ายศีรษะพร้อมตอบเสียงทุ้มหนักแน่น
“ไม่มีทางที่ข้าจะกล้าไม่พอใจเจ้า หว่านชิง”
คำตอบนั้นยิ่งทำให้หญิงสาวฉงนใจยิ่งขึ้น คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ถ้าเช่นนั้นเหตุใดตั้งแต่เช้าท่านถึงเอาแต่เงียบไม่พูดกับข้าเลย ตอนแรกข้าคิดว่าจะปล่อยผ่านไป แต่เมื่อมันล่วงเลยมาครึ่งวันข้าว่าไม่อาจปล่อยไว้ได้แล้ว….คุณชายกู้ท่านโกรธอะไรข้ากันแน่?”
กู้ฮ่าวเทียนกำมือแน่นตัดสินใจจะเอ่ยความจริงออกไป ความจริงที่ว่าเขาไม่ได้โกรธนางแต่เพียงพยายามหักห้ามหัวใจไม่ให้ล้ำเส้นต่อสตรีที่มีสามีและบุตรแล้วเท่านั้น กระนั้นคำสารภาพยังไม่ทันได้หลุดจากปากเสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากหน้าประตู
ตึก ตึก ตึก
นายท่านผู้เฒ่าซูย่างกายเข้ามาด้วยท่าทางสุขุมรังสีอำนาจจากวัยชราที่ผ่านร้อนหนาวมายาวนานแผ่ซ่านทั่วห้อง ชายชราก้าวไปนั่งประจำที่เก้าอี้ไม้แกะสลักตรงหัวโต๊ะ สายตาขุ่นลึกทอดมองหญิงสาวก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วช้า
“เจ้าคงสงสัยใช่หรือไม่...ว่าตระกูลซูกับบิดาของเจ้ามีความสัมพันธ์กันเช่นไร”
แม้ความจริงจ้าวหว่านชิงมิได้อยากรู้เพราะนางเป็นเพียงวิญญาณจากต่างภพที่มาอาศัยร่างนี้เท่านั้น แต่ด้วยมารยาทจึงพยักหน้าตอบเบา ๆ
“บิดาของเจ้า…เขาเป็นบุตรบุญธรรมของข้า เขามีพรสวรรค์ด้านการแพทย์เกินใครจนได้เป็นหัวหน้าหมอหลวง แต่เพราะเหตุบางประการเขาจึงเลือกออกจากตระกูลซู...” เสียงสั่นเครือขาดห้วงไปครู่หนึ่งแววตาของชายชราเต็มไปด้วยความคิดถึงและโศกเศร้าเมื่อย้อนนึกถึงอดีตที่ไม่อาจหวนคืน
“หลายปีมานี้ข้าตามหาเขาไม่หยุดไม่คิดเลยว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นนี้..ไม่คิดว่าเขา...จากไปแล้ว...”
จ้าวหว่านชิงนั่งฟังอยู่เงียบ ๆ นางไม่รู้สึกถึงความผูกพันอะไรนัก เพราะบิดาที่แท้จริงของร่างนี้จากไปก่อนที่นางจะเข้ามาอยู่แล้ว สำหรับนางเขาเป็นเพียงบุคคลที่รู้จักผ่านความทรงจำของผู้อื่นเท่านั้น
“ก่อนจากไป...เขาไม่ทรมานใช่หรือไม่” ชายชราพลางเอ่ยถามเสียงสั่น
“ท่านพ่อจากไปอย่างสงบ ไม่ได้เจ็บปวดเจ้าค่ะ” จ้าวหว่านชิงเอ่ยตอบน้ำเสียงอ่อนโยน
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว...”
ความเงียบปกคลุมอีกครั้งจ้าวหว่านชิงแอบเหลือบมองกู้ฮ่าวเทียนที่นั่งอยู่ตรงข้ามนางพบว่าเขายังคงใช้ดวงตาคู่นั้นจ้องมองนางไม่วางตา เพียงแต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยลึกซึ้งจนทำให้นางหัวใจสั่นไหว
“จริงสิหนิงเอ๋อร์....ด้วยความสามารถเช่นเจ้าหากต้องการข้าสามารถส่งเจ้าเข้าสู่วังเป็นหมอหลวงได้” ชายชราเอ่ยออกมาราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้
จ้าวหว่านชิงยกยิ้มบางส่ายศีรษะ “ขออภัยเจ้าค่ะ...ข้าตั้งใจไว้แล้วว่าจะเปิดโรงหมอในเมืองหลวง ข้าอยากรักษาชาวบ้านผู้ยากไร้มากกว่าจะเข้าไปในวังหลวงที่ไม่ได้ขาดแคลนหมอ”
ผู้เฒ่าซูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าว “บิดาของเจ้าเคยเปิดโรงหมอมาก่อนเช่นกัน แต่เมื่อเขาเข้าวัง ตรงนั้นก็ถูกปล่อยร้างมานาน...เช่นนั้นก็ยกที่นั่นให้เจ้าเถิด”
จ้าวหว่านชิงเบิกตากว้างด้วยความปลื้มใจ รีบลุกขึ้นโค้งคำนับ “ขอบคุณท่านปู่เจ้าค่ะ”
คำเรียกนั้นทำให้ใบหน้าชายชราแย้มยิ้มอย่างพึงใจ “ดี...เรียกเช่นนี้ถึงจะถูก”
แต่ก่อนที่ความอบอุ่นจะคลายบรรยากาศในห้องชายชราก็พลันเอ่ยสิ่งหนึ่งขึ้นมา
“จริงสิ...เมื่อครู่ข้าให้คนส่งข่าวไปยังวังหลวงแล้ว พรุ่งนี้เจ้าจะถูกฮองเฮาเรียกเข้าเฝ้า”
สิ้นคำพูดของชายชราใบหน้าของจ้าวหว่านชิงพลันซีดเผือด รอยยิ้มบนปากหายวับนางรีบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“ฮะ...ฮองเฮาหรือเจ้าคะ? เหตุใดผู้สูงศักดิ์เช่นนั้นถึงมีรับสั่งให้ข้าเข้าเฝ้ากัน?”
ชายชราที่ได้ฟังคำถามก็เข้าใจเหตุการณ์ เขาขมวดคิ้วพลางหันไปทางกู้ฮ่าวเทียนด้วยแววตาตำหนิ
“ใต้เท้ากู้...ท่านยังมิได้บอกนางหรือ”
กู้ฮ่าวเทียนสะดุ้งเล็กน้อย นัยน์ตาคมทอดมองหญิงสาวที่กำลังรอฟังคำตอบ สีหน้าเขาเคร่งขรึมอย่างยากจะปิดบัง
“หว่านชิง...ความจริงแล้ว...เจิ้นอวี๋นางมิใช่ผู้อื่นใด...แต่นางคือ... ฮองเฮาของแคว้น”
คำพูดนั้นราวกับฟ้าผ่าลงกลางห้องโถง ความอบอุ่นเมื่อครู่หายไปในพริบตาถูกแทนที่ด้วยแรงกดดันมหาศาล จ้าวหว่านชิงนิ่งค้างร่างกายแข็งทื่อหัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก
“ฮองเฮา...นะ...นางคือฮองเฮาอย่างนั้นหรือ…”
จ้าวหว่านชิงกัดริมฝีปากแน่นความรู้สึกหวาดหวั่นแล่นเข้ามาจับขั้วหัวใจ ตั้งแต่แรกนางคิดว่าซูเจิ้นอวี๋อาจเป็นเพียงภรรยาของขุนนางผู้ใหญ่แต่กลับเป็นถึงฮองเฮา!
แล้วเช่นนี้...นางจะกล้ารักษาต่อไปได้อย่างไรเล่า!
แต่ทว่าแม้จะคิดเช่นนั้นสุดท้ายแล้วเมื่อถึงเวลาจริง ๆ จ้าวหว่านชิงก็ไม่อาจปฏิเสธได้...
รุ่งอรุณวันใหม่แสงแดดอุ่นอาบไล้ผ่านม่านบางของรถม้า จ้าวหว่านชิงในอาภรณ์งดงามสะอาดตานั่งสงบนิ่งอยู่ภายในรถม้าของจวนตระกูลซู ความเคร่งขรึมแฝงแววประหม่าเล็กน้อยฉายชัดบนดวงหน้างามข้างกายของนางคือฮูหยินผู้เฒ่าผู้มากด้วยบารมีและผู้ติดตามรับใช้ใกล้ชิด
“หนิงเอ๋อร์...อย่าได้กังวลแม้ในวังหลวงจะดูน่าหวั่นเกรง แต่ตราบใดที่เจ้าคือหลานของตระกูลซู พวกเราย่อมปกป้องเจ้าอย่างถึงที่สุด” เสียงอบอุ่นอันเปี่ยมด้วยความมั่นคงของฮูหยินผู้เฒ่าดังขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าหวั่นไหวแฝงอยู่ในแววตาของจ้าวหว่านชิง
จ้าวหว่านชิงได้ยินคำปลอบโยนนั้นก็คลี่ยิ้มงดงามอ่อนหวานออกมา หากแต่ความกังวลในใจยังมิได้จางหายแม้จะมั่นใจในฝีมือการรักษาที่เหนือชั้นของระบบหมอเทวดา หากทว่า...ครั้งนี้ผู้ป่วยหาใช่คนธรรมดาไม่แต่เป็นถึงฮองเฮาแห่งแคว้น หากเพียงเกิดความผิดพลาดเพียงเสี้ยวเดียวนั่นอาจหมายถึงชีวิตของนางเอง
ไม่นานนักรถม้าก็หยุดสนิทหน้าประตูวังอันสูงใหญ่ ทั้งสามก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าสง่างาม สายตาทหารเฝ้าประตูจับจ้องทันที เพียงหญิงรับใช้ของฮูหยินผู้เฒ่าชูป้ายประจำตระกูลซูขึ้นทหารก็รีบโค้งคำนับพร้อมเปิดทางให้พวกนางผ่านเข้าไปโดยไม่กล้าขัดขวาง
ร่างบางย่างกายเข้าสู่พระราชวังดวงตาคู่สวยของจ้าวหว่านชิงกวาดมองรอบกาย ไม่อาจห้ามใจชื่นชมความโอ่อ่าของสถานที่ได้ ทุกกำแพง ทุกเสาศิลาล้วนงดงามวิจิตรตราตรึงใจ กระทั่งเดินมาถึงตำหนักฮองเฮา กลิ่นหอมอบอวลของกำยานสมุนไพรลอยคลุ้งทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตู กลิ่นนั้นอบอุ่นอ่อนโยนประหนึ่งชำระล้างความกังวลบางส่วนในใจ
“ท่านแม่...ท่านมาแล้วหรือ”
เสียงหวานใสเปี่ยมอำนาจดังขึ้น ซูเจิ้นอวี๋ปรากฏกายในอาภรณ์สง่างามสูงศักดิ์ดวงพักตร์งามเฉิดฉายสมฐานะฮองเฮาผู้สูงศักดิ์
จ้าวหว่านชิงรีบก้าวออกมาย่อตัวทำความเคารพด้วยมารยาทงดงาม ราวกับเป็นสตรีผู้ได้รับการอบรมมาอย่างดี
“หว่านชิง...เจ้าจงลุกขึ้นเถิด” ซูเจิ้นอวี๋เอ่ยออกมาอย่างอ่อนโยนพลางทอดสายตามองหญิงสาวตรงหน้า
“ขอบพระทัยเพคะ”
“ลำบากเจ้าแล้ว....เดินทางมาเมืองหลวงลำบากหรือไม่....แล้วฮ่าวเทียนรังแกเจ้าหรือไม่”
“ไม่ลำบากเพคะ คุณชายกู้ดูแลข้าเป็นอย่างดี”
“หากเป็นเช่นนั้นก็ดีแล้ว....พวกเราเข้าไปนั่งด้านในกันเถิดอย่ายืนอยู่ตรงนี้เลย..”
จ้าวหว่านชิงมองแผ่นหลังของฮองเฮาของแคว้นและฮูหยินผู้เฒ่าที่เดินประคองกันเข้าไปด้านใน ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ตนเองไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด
ไม่เสียแรงเลยที่นางฝึกฝนการทำความเคารพชนชั้นสูงตลอดทั้งคืน....เอาเถอะรีบรักษาแล้วออกไปจากสถานที่อันตรายอย่างวังหลวงแห่งนี้จะดีกว่า....
อีกอย่าง...นางก็สมควรไปรับซูเหยามาอยู่ด้วยกันได้แล้ว...
ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ
จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]ภายในห้องเล็กที่เย็นชืดจ้าวหว่านชิงเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์ให้บุตรสาวเรียบร้อย ร่างเล็กของซูเหยาเอนนอนอยู่บนเตียงเก่าใบหน้าน้อยซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวเปิดใช้ระบบหมอเทวดาตรวจอาการละเอียดถี่ถ้วน[กำลังตรวจวิเคราะห์….][ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อน ปอดได้รับความกระทบกระเทือน และมีรอยฟกช้ำปรากฏหลายแห่งบนร่างกาย]หญิงสาวมองหน้าต่างของระบบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวถาโถมเมื่อเห็นคำว่าขาดสารอาหารและฟกช้ำปรากฏตรงหน้า แต่เพราะการรักษาบุตรสาวนั้นสำคัญกว่านางจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....][ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]ไม่นานใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว นัยน์ตาคู่สวยมองใบสั่งยาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะนี่ต้องใช้เวลาต้มยานานและบุตรสาวของนางอาการจะไม่ทรุดลงหรือ“ระบบในร้านค้ามียาที่สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”ติ้ง![กำลังทำการตรวจสอบ....]ติ้ง![โอสถฟื้นฟูโลหิต]ระดับ : สูงสรรพคุณ : ฟื้นฟูโลหิต 80% ทันทีผลข้างเคียง : ไม่มี[ ราคา : 500 ค่าประสบการณ์ ]ติ้ง![โอสถประสานชีพจร]ระดับ
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิตจ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ข







