เข้าสู่ระบบเจ้าคือบุตรสาวที่รักของข้า... [1/2]
ช่วงบ่ายของวันบริเวณหน้าโรงเตี๊ยมเต็มไปด้วยผู้คนที่เตรียมออกเดินทางหลังจบงานเทศกาลโคมไฟ จ้าวหว่านชิงจับมือซูเหยาแน่นพลางเอ่ยคำล่ำลาซูเจินอวี๋และเสี่ยวหานด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
เสี่ยวหานก้าวเข้ามาหาซูเหยาดวงตากลมโตคลอไปด้วยหยาดน้ำตา เสียงเล็กสั่นเครือเอ่ยออกมาท่ามกลางสายตาของผู้ใหญ่ที่จับจ้องอยู่
“ซูเหยา...หากโตขึ้นพวกเราจะแต่งงานกันใช่หรือไม่”
ซูเหยาหันมองเด็กชายตรงหน้าอย่างเฉยชาพลางคิดในใจโดยใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดออกมา ตนเองจำได้ว่าไม่เคยสัญญาเช่นนั้นกับเจ้านี่เลยสักครั้ง อีกอย่างพวกเราพบหน้ากันไม่ถึงวันด้วยซ้ำเจ้าเด็กขี้แยนี่คิดอะไรอยู่กัน...
ทว่าเมื่อเห็นว่าซูเหยาไม่เอ่ยตอบรับเสี่ยวหานก็ยิ่งสะอื้นไห้หนักกว่าเดิม เขารีบหันไปหาจ้าวหว่านชิงพลางพูดกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจนดูน่าสงสาร
“พี่สาวได้โปรดเถอะ...อย่าให้ซูเหยาแต่งกับใครนอกจากข้าเลย!”
จ้าวหว่านชิงเพียงหัวเราะเบา ๆ พลางก้มลงมองเด็กหญิงที่ยืนอยู่ข้างกายดวงตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูปนขบขัน
เด็กหญิงเห็นเช่นนั้นก็อดถอนหายใจไม่ได้ นางกอดอกเชิดหน้าขึ้นปรายตามองเสี่ยวหานอย่างไม่พอใจ
“ข้าไม่แต่งกับบุรุษเจ้าน้ำตาหรอกมันอ่อนแอเกินไป แล้วยังไม่ชอบบุรุษขี้เหร่ด้วยน่าขายหน้าจะตาย”
เด็กชายชะงักงันไปชั่วขณะก่อนรีบยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตาอย่างลวก ๆ พลางหันไปเผชิญหน้ากับเด็กหญิงสีหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ก็ได้!...หากข้าโตขึ้นจะเป็นบุรุษที่แข็งแกร่งและรูปงามที่สุดในแคว้นอย่างที่เจ้าชอบ ซูเหยาเจ้ารับปากได้หรือไม่ว่าถ้าข้าทำได้เจ้าจะยอมแต่งงานกับข้า”
ซูเจินอวี๋ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่พลันส่ายหน้ายิ้มเจื่อนหันไปทางจ้าวหว่านชิงราวกับเอ่ยขอโทษแทนหลานชายที่แก่นเกินเด็ก ทว่าจ้าวหว่านชิงกลับไม่ได้โกรธเคืองเพียงมองว่านี่เป็นเรื่องตลกน่าเอ็นดูของวัยเยาว์เท่านั้น
ด้านซูเหยาที่ถูกสายตาใสแจ๋วของเด็กชายจับจ้องอยู่ไม่วางตาก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอาเถอะสัญญาในวัยเด็กมันเชื่อถือได้อยู่แล้วอีกอย่างเจ้านี่ดูโง่จะตายพอโตขึ้นคงจะลืมมันไปด้วยซ้ำ…
“หากเจ้าทำได้จริง…ข้าก็จะแต่งด้วย”
คำตอบสั้น ๆ ที่เอ่ยออกไปเพื่อตัดบทกลับทำให้เสี่ยวหานเบิกตากว้าง ร่างเล็กกระโดดโลดเต้นด้วยความยินดีใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่พยายามกลั้นไว้ไม่อยู่ หลังจากนี้เขาสัญญากับตนเองแล้วว่าจะเป็นบุรุษในแบบที่ซูเหยาต้องการ...
หลังจากล่ำลาเสร็จสิ้นจ้าวหว่านชิงก็กุมมือเล็กของซูเหยาพาเดินออกมายังรถม้าที่เช่าไว้ เสียงกีบม้าดังก้องเบา ๆ เคล้ากับเสียงล้อไม้บดไปตามทางดินทั้งสองขึ้นนั่งเคียงกันอยู่ด้านใน รถม้าเคลื่อนไปอย่างช้า ๆ ท่ามกลางผู้คนที่บางตาลงเมื่อพ้นเขตเมือง
ระหว่างทางซูเหยาเอียงศีรษะพิงแขนเสื้อของหว่านชิง หลับตาลงราวกับปล่อยให้ความเหนื่อยล้าและความหวาดหวั่นถูกกลืนหายไปในอ้อมกายอบอุ่นนั้น จ้าวหว่านชิงเพียงยกมืออีกข้างขึ้นลูบศีรษะเบา ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยแววเอ็นดู
กว่ารถม้าจะแล่นถึงหมู่บ้านเล็กแห่งนั้นเวลาก็ล่วงเลยมาจนเกือบเย็น จ้าวหว่านชิงอุ้มซูเหยาก้าวลงจากรถม้าที่หยุดหน้าบ้านของตน แต่ยังไม่ทันได้ยกยิ้มต้อนรับความสงบสุขหลังการเดินทางคิ้วเรียวของนางก็พลันขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อสายตาพบว่าหน้าบ้านมีอดีตแม่สามีกับอดีตพี่สะใภ้ที่นั่งหน้าตึงราวกับรอใครบางคนมานาน
จ้าวหว่านชิงวางซูเหยาลงบนพื้นพลางคว้ามือของเด็กหญิงมาจับไว้ ทว่านางยังไม่ทันเอ่ยทักหญิงชราที่หันมาเห็นนางก็รีบก้าวตรงมาพร้อมสีหน้าที่เต็มไปด้วยโทสะ
“เจ้ามันไร้มารยาทนักปล่อยให้ข้าต้องนั่งรออยู่หน้าบ้านเจ้าตั้งหลายชั่วยาม!” น้ำเสียงของหญิงชราหนักแน่นเต็มไปด้วยการตำหนิ
“พวกเรามาหาเจ้าตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นแต่ก็ไม่มีใครอยู่บ้านหรือว่าเจ้าพึ่งกลับมา…หว่านชิงเจ้าหายไปทั้งวันทั้งคืนเช่นนี้คงไม่ได้ออกไปหาชายอื่นมาหรอกนะ...ให้ตายสิถึงเจ้าจะเอ่ยตัดขาดสกุลฉู่แล้วแต่ทว่าเจ้ายังไม่ได้หนังสือหย่าร้างจากสามีเจ้าทำเช่นนี้มันไม่ถูกต้องนะรู้หรือไม่...”
พี่สะใภ้ที่ยืนเคียงข้างรีบเอ่ยผสมโรงทันที แล้วมันก็ได้ผลจริง ๆ เพราะคำพูดนั้นเหมือนน้ำมันราดบนกองไฟทำให้หญิงชราหันมาชี้หน้าจ้าวหว่านชิงทันใดก่อนจะตะโกนด่าดังลั่น
“นังสารเลว! เจ้ายังไม่หย่าขาดกับลูกชายข้ากล้าคบชู้ได้อย่างไร!”
ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ
จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]ภายในห้องเล็กที่เย็นชืดจ้าวหว่านชิงเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์ให้บุตรสาวเรียบร้อย ร่างเล็กของซูเหยาเอนนอนอยู่บนเตียงเก่าใบหน้าน้อยซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวเปิดใช้ระบบหมอเทวดาตรวจอาการละเอียดถี่ถ้วน[กำลังตรวจวิเคราะห์….][ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อน ปอดได้รับความกระทบกระเทือน และมีรอยฟกช้ำปรากฏหลายแห่งบนร่างกาย]หญิงสาวมองหน้าต่างของระบบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวถาโถมเมื่อเห็นคำว่าขาดสารอาหารและฟกช้ำปรากฏตรงหน้า แต่เพราะการรักษาบุตรสาวนั้นสำคัญกว่านางจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....][ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]ไม่นานใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว นัยน์ตาคู่สวยมองใบสั่งยาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะนี่ต้องใช้เวลาต้มยานานและบุตรสาวของนางอาการจะไม่ทรุดลงหรือ“ระบบในร้านค้ามียาที่สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”ติ้ง![กำลังทำการตรวจสอบ....]ติ้ง![โอสถฟื้นฟูโลหิต]ระดับ : สูงสรรพคุณ : ฟื้นฟูโลหิต 80% ทันทีผลข้างเคียง : ไม่มี[ ราคา : 500 ค่าประสบการณ์ ]ติ้ง![โอสถประสานชีพจร]ระดับ
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิตจ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ข







