เข้าสู่ระบบเจ้าคือบุตรสาวที่รักของข้า...[2/2]
“นังสารเลว! เจ้ายังไม่หย่าขาดกับลูกชายข้ากล้าคบชู้ได้อย่างไร!”
เมื่อเอ่ยจบสายตาของหญิงชราก็หันไปที่ซูเหยาซึ่งยืนจับมือจ้าวหว่านชิงอยู่ หญิงชราเอ่ยซ้ำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการกล่าวหา
“ไม่เพียงคบชู้...นี่เจ้ายังลากหลานสาวของข้าไปทำเรื่องเสื่อมเสียอีกหรือ!”
จ้าวหว่านชิงที่ฟังอยู่ได้แต่ถอนหายใจความเบื่อหน่ายพุ่งขึ้นเต็มอก นางไม่อยากถกเถียงให้เปลืองแรงอีกต่อไปจึงทำเพียงจูงมือซูเหยาผ่านคนทั้งสองไป ในขณะที่นางเปิดประตูรั่วริมฝีปากบางก็เอ่ยเรียบ ๆ
“หากพวกท่านมาที่นี่เพื่อก่อเรื่องก็กลับไปเถอะข้าไม่ต้อนรับ”
หญิงชราที่เห็นอดีตลูกสะใภ้ทำท่าทีหยิ่งทะนงก็อยากจะเข้าไปกระชากศีรษะอีกฝ่าย แต่เมื่อนึกถึงคำสั่งของบุตรชายในจดหมายนางก็ได้แต่พยายามข่มอารมณ์ในใจ หากไม่ใช่เพราะในจดหมายระบุอย่างชัดเจนว่าให้นางพานังเด็กซูเหยาเดินทางไปเมืองหลวงด้วยนางทิ้งนังเด็กภาระนั่นไว้ที่นี่แล้ว
“พรุ่งนี้ครอบครัวช่วงรุ่งสางครอบครัวข้าจะย้ายไปเมืองหลวง วันนี้ข้ามารับตัวซูเหยาไปตามสัญญา”
เสียงนั้นดังชัดเจนราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ จ้าวหว่านชิงที่กำลังก้าวเท้าเดินเข้าไปในเขตบ้านหยุดชะงักฝีเท้าอยู่กับที่ฝ่ามือที่จับซูเหยาไว้เผลอกระชับแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
ซูเหยาเองเมื่อได้ยินว่าตนเองต้องออกเดินทางไปพบบิดาแววตาของเด็กหญิงก็สั่นไหวเล็กน้อย นางรู้สึกได้ว่าจ้าวหว่านชิงกำลังจับมือของตนแน่นกว่าเดิม
“ส่งซูเหยามาให้ข้าได้แล้ว”
หัวใจของจ้าวหว่านชิงพลันสั่นไหวนางรู้มาตลอดว่าวันหนึ่งต้องส่งซูเหยาคืนให้บิดาของนาง แต่ไม่เคยคาดคิดว่ามันจะมาถึงเร็วเช่นนี้...
“คืนนี้ให้ซูเหยาพักที่นี่เถอะ พรุ่งนี้รุ่งสางข้าจะเดินไปส่งนางที่บ้านสกุลฉู่เอง”
“เฮอะตามใจเจ้า อ้อแล้วอย่าได้คิดว่าจะขอตามไปเมืองหลวงด้วยเพราะเห็นว่าลูกชายข้าได้เป็นขุนนางเล่า ข้าส่งจดหมายไปบอกเขาให้เขียนหนังสือหย่าให้เจ้าแล้ว หลังจากข้าไปเมืองหลวงหนังสือหย่าคงถึงมือเจ้าพอดี”
“บุตรชายท่านไม่ได้มีค่าพอให้ข้าหันไปมองหรอกวางใจเถอะ”
“นะ..นี่เจ้า!”
“เหยาเอ๋อร์พวกเราเข้าบ้านกันเถอะ”
จ้าวหว่านชิงจูงมือเด็กหญิงเดินเข้าไปในบ้านก่อนจะปิดประตูรั้วเสียงดังแสดงเจตนาว่าต้องการไล่แขกไม่ได้รับเชิญที่ยืนอยู่หน้าบ้าน หญิงสาวหันไปฝืนยิ้มให้ซูเหยาที่กำลังจับมือนางอยู่แน่นก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อนโยน
“วันนี้...พวกเรากินมื้อใหญ่กันเถอะ ถือว่าเป็นมื้อบอกลา”
ซูเหยาเงยหน้ามองนางด้วยแววตายากจะคาดเดาก่อนตอบเสียงเรียบ
“วันนี้...ทำเกี๊ยวน้ำเถอะ”
สิ้นคำพูดเด็กหญิงก็หมุนกายเดินไปนั่งเอนหลังลงบนเก้าอี้ไม้ตัวโปรดในลานบ้านราวกับอยากสงบใจท่ามกลางความวุ่นวายที่กำลังจะมาถึง
จ้าวหว่านชิงมองภาพนั้นใจดวงน้อยเหมือนถูกบีบรัดจนแน่น เพียงแค่คิดว่าพรุ่งนี้ต้องส่งซูเหยาไปเมืองหลวงหัวใจของนางก็สั่นสะท้านราวถูกพรากสิ่งล้ำค่าไป ทว่าเพื่ออนาคตที่สุดใสของเด็กหญิงนางจึงเลือกกลืนความรู้สึกไว้ภายในไม่เอื้อนเอ่ยออกมา
ร่างบางตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องครัวหยิบแป้งมากองบนโต๊ะไม้ก่อนจะเริ่มนวดอย่างเงียบงัน แต่ทว่าไม่นานหยาดน้ำตาใสก็ร่วงหล่นลงบนแป้งขาวสะอาด จ้าวหว่านชิงนวดไปทั้งที่มองเห็นภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนเพราะหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นและสุดท้ายนางก็ทนไม่ไหวอีกแล้ว ร่างบางทรุดลงนั่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮระบายความเจ็บปวดที่ไม่อาจเก็บกดได้อีกต่อไป
เสียงสะอื้นสั่นสะเทือนเล็ดลอดออกมาจากครัวดังไปถึงลานบ้านที่ซูเหยาเอนกายอยู่ เด็กหญิงลืมตาขึ้นฟังอยู่ครู่หนึ่งใบหน้าเล็กยามนี้ฉายแววความเจ็บปวดเช่นกัน
นางเข้าใจดี...สิ่งที่จ้าวหว่านชิงทำลงไปทั้งหมดก็เพื่อปกป้องตนแต่การพรากจากก็ยังทำให้นางเจ็บปวดเกินทน
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าดังขึ้นท่ามกลางเสียงร้องไห้ ซูเหยาเดินเข้าสู่ครัวเงียบ ๆ ร่างเล็กหยุดฝีเท้ายืนตรงหน้าจ้าวหว่านชิงที่กำลังนั่งร้องไห้ตัวสั่นอยู่กับพื้น เด็กหญิงสูดหายใจลึกก่อนจะยื่นแขนเล็ก ๆ โอบกอดอีกฝ่ายไว้แน่นพลางเอ่ยเสียงเบาแต่ทว่าน้ำเสียงกลับหนักแน่น
“ท่านแม่อย่าเสียใจเลยนะ เหยาเอ๋อร์ไม่เป็นไร”
จ้าวหว่านชิงชะงักทันทีน้ำตาที่พรั่งพรูหยุดไหลในเสี้ยววินาที ดวงตาเบิกกว้างนางแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“เหยาเอ๋อร์...เมื่อครู่...เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?” เสียงของนางสั่นเครือเต็มไปด้วยความหวัง
ซูเหยาผละออกเล็กน้อยพลางเงยหน้าขึ้นสบตากับจ้าวหว่านชิน ดวงตากลมโตทอประกายแน่วแน่พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
“ท่านแม่”
เพียงสองคำสั้น ๆ ก็เหมือนทลายกำแพงทั้งหมดในใจ จ้าวหว่านชิงปล่อยโฮหนักยิ่งกว่าเดิมก่อนจะโผเข้ากอดเด็กหญิงแนบอก ริมฝีปากบางพรมจูบไปทั่วเรือนผมและหน้าผากของซูเหยาพลางเอ่ยประโยคเดิมกับเด็กหญิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“เหยาเอ๋อร์...บุตรสาวของข้า เจ้า...คือบุตรสาวที่รักของข้า”
ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ
จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]ภายในห้องเล็กที่เย็นชืดจ้าวหว่านชิงเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์ให้บุตรสาวเรียบร้อย ร่างเล็กของซูเหยาเอนนอนอยู่บนเตียงเก่าใบหน้าน้อยซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวเปิดใช้ระบบหมอเทวดาตรวจอาการละเอียดถี่ถ้วน[กำลังตรวจวิเคราะห์….][ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อน ปอดได้รับความกระทบกระเทือน และมีรอยฟกช้ำปรากฏหลายแห่งบนร่างกาย]หญิงสาวมองหน้าต่างของระบบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวถาโถมเมื่อเห็นคำว่าขาดสารอาหารและฟกช้ำปรากฏตรงหน้า แต่เพราะการรักษาบุตรสาวนั้นสำคัญกว่านางจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....][ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]ไม่นานใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว นัยน์ตาคู่สวยมองใบสั่งยาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะนี่ต้องใช้เวลาต้มยานานและบุตรสาวของนางอาการจะไม่ทรุดลงหรือ“ระบบในร้านค้ามียาที่สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”ติ้ง![กำลังทำการตรวจสอบ....]ติ้ง![โอสถฟื้นฟูโลหิต]ระดับ : สูงสรรพคุณ : ฟื้นฟูโลหิต 80% ทันทีผลข้างเคียง : ไม่มี[ ราคา : 500 ค่าประสบการณ์ ]ติ้ง![โอสถประสานชีพจร]ระดับ
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิตจ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ข







